แดนรักมาเฟียเถื่อน ซีรีส์ชุด ยาใจคนเถื่อน [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 13 : ตอนที่ 10 ปราบพยศ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 10 ปราบพยศ

   

   มาเฟียหนุ่มขยับกายเข้าทาบทับเพื่อกักอิสรภาพของคนใต้ร่าง ที่ยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆ มือข้างที่ว่างเริ่มลากไล้ต่ำลงไปหาสะโพกงามงอน พอเจอก็บีบเคล้นอย่างเมามัน

อย่า...” เสียงห้ามดังแผ่วพลิ้วเมื่อริมฝีปากได้รับอิสระพร้อมทั้งเร่งสูดเอาอากาศเข้าไปล่อเลี้ยงร่างกาย ส่วนริมฝีปากร้ายกาจของมาเฟียหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ทีแรกคิดแค่จะลงโทษด้วยจูบนิดๆ หน่อยๆ แต่ตอนนี้เขาอยากจะทำมากกว่าจูบซะแล้ว

ปล่อยฉันเสียงท้วงสั่นๆ ดังออกมาเมื่อฝ่ามือร้ายกาจของมาเฟียหนุ่มหยอกเย้าอกอิ่ม แม้จะมีเนื้อผ้าขวางกั้นแต่สัมผัสของเขาก็ทำให้ร่างกายเธอสั่น

แล้วจะเลิกดื้อไหม ถ้าเมียจ๋ารับปากว่าจะเลิก ผัวก็จะหยุดตามใจเมียจ๋าเหมือนกันถ้อยคำกระซิบชวนให้ขนลุกดังชิดใบหู ปัญญาวีร์เม้มปากแน่นเอียงศีรษะหลบลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ในหัวกำลังคิดอย่างหวาดหวั่น เพราะเธอยังจำได้ดีว่าผู้ชายคนนี้เจ้าเล่ห์และร้ายกาจแค่ไหน แล้วต่อให้เธอรับปากเขาไป เขาจะหยุดรังแกร่างกายเธอจริงหรือ

ว่าไงล่ะ ถ้าไม่ตกลง โดนเขมือบแน่คนพูดแววตาพราวไม่น่าไว้ใจ

เลิกก็ได้

คำตอบไม่โดนใจเลย เพราะคำว่า ก็ได้ ของเมียจ๋า มันเหมือนรับปากส่งๆ ไหนลองรับปากอีกครั้ง

ต่อไปนี้ฉันจะเลิกดื้อเลิกเถียงคุณ หวังว่าคงพอใจได้แล้วนะคะข่มอารมณ์อยากฆ่าคนแล้วเอ่ยตอบด้วยเสียงที่ไพเราะที่สุดเท่าที่จะทำได้

 “คราวนี้ก็ลุกขึ้นมาแล้วนั่งอยู่เฉยๆ น ผมต้องเคลียร์งานทำทีว่าพอใจแล้วผละห่างจากหญิงสาว แต่เขายังระวังอยู่ทุกวินาที

ด้านปัญญาวีร์ก็คิดหาทางเอาคืน จนเมื่อเขาหันหลังเดินไปที่โต๊ะทำงาน เธอจึงลุกขึ้นแล้วกระโจนเข้าไปหาหวังล้มให้คว่ำ แต่อีกคนรู้ทันทำให้เธอพลาดท่า

“เผลอไม่ได้เลยนะ” เอเรสคำรามกร้าวแล้วจับร่างบางนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ จากนั้นเขาก็ปลดเนคไทออกมามัดมือของแม่ตัวดีจนแน่น

ปล่อยฉันนะ ไอ้คนเฮงซวย ปละ...อุ๊บ!” เสียงโวยวายลั่นห้องกลืนหายเมื่อผ้าก้อนกลมถูกยัดเข้ามาในปาก คนถูกมัดติดเก้าอี้ตกใจไม่น้อยกับการกระทำของผู้ชายบ้าๆ

สักพักเธอก็เห็นเขาเดินไปรื้อหาของในลิ้นชัก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นเขาหยิบเข็มขัดออกมา ก่อนที่เขาจะเอาวางไว้ตรงหน้าเธอ เอเรสยักคิ้วให้ ก่อนย่อตัวลงนั่ง ดึงผ้าที่ยัดอยู่ในปากแม่ตัวดีออก

ไอ้คนทุเรศ หน้าไม่อาย รังแกผู้หญิงคนถูกมัดติดเก้าอี้ต่อว่าเสียงดังลั่น ดิ้นหยุกหยิกอยู่บนเก้าอี้

ด่าเก่งขึ้นเยอะ แล้วนี่ด่าจบหรือยังล่ะที่รักถามเสียงยียวนกวนประสาท

ยัง!” หญิงสาวสวนกลับเสียงแข็ง ทั้งยังดิ้นไม่ยอมหยุด

งั้นก็ด่าต่อสิ ด่าจบแล้วผัวจ๋าจะได้ไปทำงาน

ไอ้หน้าจิ้งจก ไอ้หน้าผีเน่า ไอ้หน้าผีตายโหง ไอ้คนวิปริต ไอ้ขี้เหร่ ไอ้...อุ๊บ!” เสียงด่าทอขาดหายเมื่อผ้าก้อนกลมถูกยัดเข้ามาในปากอีกครั้ง

เดี๋ยวก่อนนะเมียจ๋า คำอื่นนะด่าได้ แต่ไอ้ขี้เหร่ ขอค้านเลย รับไม่ได้ หล่อคมคาย แถมรวยล้นฟ้าขนาดนี้ มองยังไงถึงได้บอกว่าผัวตัวเองขี้เหร่คนหลงตัวเองยื่นหน้าเข้าไปกระซิบเสียงยียวน ไม่คิดสนใจสายตาวาวของหญิงสาว ที่มองมาราวกับอยากฉีกเนื้อเขาออกเป็นชิ้นๆ

มองผัวนานๆ แบบนี้ อยากให้ผัวทำอะไรให้เหรอ” ถามด้วยสีหน้าที่น่าโดนตบสักฉาด

“คนทุเรศ เลิกพูดบ้าๆ แล้วก็ปล่อยฉันซะที ฉันจะกลับเมืองไทย” ปัญญาวีร์ยังยืนกรานที่จะกลับให้ได้ ทั้งที่ตอนนี้โดนพันธนาการจนไปไหนไม่ได้

“คุณนี่พูดไม่รู้เรื่องเลย ผมบอกไปแล้วไงว่าไม่ให้กลับ ถ้าผมไม่อนุญาต หรือต้องให้ผมปราบคุณอีกสักรอบสองรอบบนเตียง คุณถึงจะรู้เรื่อง” เอเรสไม่ได้พูดขู่ แต่จะพาแม่ตัวแสบไปปราบบนเตียงจริงๆ เขาเข็นเก้าอี้ที่มัดแม่ตัวแสบไปยังประตูลับ

ปัญญาวีร์หน้าตาเลิกลั่ก

ฉันรู้เรื่องแล้ว!

“แต่ผมต้องปราบพยศคุณ” เอเรสยื่นมือไปกดรหัสประตูลับ ไม่นานก็เปิดกว้าง ปัญญาวีร์ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้และตอนนี้ก็ถูกจับมานอนแผ่หลาอยู่บนเตียงหลังจากเสื้อผ้าถูกปลดออกจนเนื้อตัวล่อนจ้อน

“คุณสวยเหลือเกิน ที่รัก” เอเรสพึมพำราวคนละเมอ ก่อนที่ปากหยักร้อนจะระดมจูบทั่วซอกคอขาว แล้วเคลื่อนเข้าหาริมฝีปากอิ่มสวยที่เผยอร้องให้ปล่อย แต่กลับเปิดโอกาสให้ลิ้นอุ่นซอกซอนเข้าไปควานหาน้ำหวาน

เอเรสปล้ำจูบและปลุกเร้าจนคนใต้ร่างสิ้นฤทธิ์ เขาก็ใช้เข่าดันเปิดทางให้ความแข็งแกร่งได้ทักทายกับเนินกุหลาบแสนงาม

“อย่า” เสียงหวานดังแผ่วๆ

“ให้ผมเถอะทูนหัว” มือใหญ่จับนำพาความแข็งแกร่งกรีดรอยแยกของกุหลาบงาม ก่อนดันผ่านความคับแคบเข้ามาเรื่อยๆ จนสุดท้าย ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงไปจูบปากอิ่ม บดขยี้หนักหน่วง สะโพกสอบก็เริ่มขยับไหวจากช้าๆ ก็เร็วขึ้นตามแรงอารมณ์พิศวาสที่ถาโถมเข้าใส่ ปัญญาวีร์ก็ไร้แรงต่อต้านเมื่อถูกมอมเมาเพลิงสวาท จวบจนถูกเขาพาไปคว้าเส้นรุ้งแห่งความสุข กายใหญ่ก็พลิกตัวนอนพร้อมคว้าร่างบางเข้ามากอดมาหอม

“คุณทำผมหลงจนโงไม่ขึ้นแล้วรู้ไหม ที่รัก” เสียงทุ้มกระซิบบอก ก่อนจะกดปากจูบไปทั่วลำคอ

“สมใจแล้ว ก็ออกไปห่างๆ ฉันสิ” ปัญญาวีร์ไล่ด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาก็เออคลอเบ้าตา

“ไปอาบน้ำกันนะทูนหัว แล้วผมจะได้ออกไปเคลียร์งาน” พูดจบก็ลุกจากเตียงแล้วโน้มตัวลงไปอุ้มอีกคนขึ้นมา

“ไอ้ผู้ชายบ้า! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ” เจ้าของเสียงประเคนหมัดใส่แก้มของเขาเต็มแรง เอเรสหยุดกึก มองคนในอ้อมแขนตาดุดัน

อยากโดนปราบอีกรอบใช่ไหมบอกอย่างเข่นเขี้ยวเมื่อหมัดเล็กๆ เตรียมซัดเข้าใส่เขาอีกหน

ก็ปล่อยฉันลงสิ

จะไม่คิดจะลดราวาศอกให้กันเลยใช่ไหมถามอย่างเหนื่อยใจ

ไม่คิดตอบแบบไม่หยุดคิดให้เสียเวลา

เอเรสกระแทกลมหายใจแล้วพาเดินเข้าในห้องน้ำ วางคนในอ้อมกอดลงในอ่าง แล้วหันไปเปิดน้ำโดยไม่สนใจแรงฮึดฮัดของแม่ตัวแสบ

จะทำอะไรถามหน้าตาตื่นแล้วรีบก้มหน้าหลบ เมื่ออีกคนก้าวเข้ามาในอ่างน้ำ

ก็อาบน้ำกับเมียไงเขาหันมาตอบเสียงเรียบแล้วหันไปกดสบู่เหลวมาถูตัว อวดกายกำยำให้อีกคนหน้าแดงแล้วแดงอีก ถึงเธอจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขามาแล้ว แต่จะให้เธอมานั่งมองผู้ชายเปลือยต่อหน้าต่อตาแบบนี้ เธอก็รับไม่ได้เหมือนกัน มันช่าง...ชวนให้ขนลุกพิลึก

จะอาบก็อาบไปคนเดียวสิ ทำไมต้องลากฉันมาด้วย ฉันเปียกไปหมดแล้ว ไม่เห็นหรือไงเสียงหวานดังขึ้น แต่มีหรือที่มาเฟียหนุ่มจะฟังและอาบน้ำตาหน้าเฉย แต่ก็มีมองแม่ตัวแสบอย่างเป็นระยะ ก่อนที่ปากหยักจะขยับยิ้มนิดๆ แล้วจับฝักบัวที่น้ำกำลังไหลเป็นสายมาราดบนศีรษะ

ทำบ้าอะไรเนี่ย!” ปัญญาวีร์ตบตีอีกคนที่เอาน้ำมาราดหัวจนเธอสำลัก

หยุดได้ไง ยังอาบน้ำไม่เสร็จเลยมาเฟียหนุ่มเอ่ยตอบเสียงกลั้วหัวเราะ

ฉันบอกให้หยุดไง ฟังไม่รู้เรื่องหรือไงเสียงแหลมเล็กตวาดลั่น มือเล็กก็ระดมทุบตีไม่ยั้ง

รู้เรื่อง แต่จะอาบน้ำให้ อยู่เฉยๆ ถ้าไม่อยากโดนปล้ำ ขู่จบก็หันไปคว้าขวดครีมอาบน้ำโดยไม่ทันระวังตัวว่าตอนนี้อีกคนลุกขึ้นยืนแล้ว พอตั้งหลักได้เธอก็ตวัดปลายเท้าเข้าหน้าท้องแข็งแกร่ง คนถูกทำร้ายหน้าเหยเก

ปัญญาวีร์รีบกระโจนออกจากอ่างน้ำแล้วโน้มลำคอหนาลงมายกเข่ากระทุ้งใส่กล่องดวงใจจนมาเฟียหนุ่มทรุดลงไปกอง

ที่รัก ทำไมต้องทำร้ายกันด้วยคนถูกทำร้ายกล่องดวงใจครวญ เขาทำได้แค่มองเจ้าของเข่ามหาภัยที่รีบอาบน้ำลวกๆ อย่างแค้นเคือง

สมน้ำหน้า อยากลามกใส่ฉันดีนัก นอนจุกอยู่ในนี้ไปก็แล้วกัน พูดจบก็คว้าผ้าเช็ดตัวมาพันรอบกายแล้วเดินตรงไปยังประตูห้องน้ำโดยไม่คิดหันมาเหลียวแลอีกคน ส่วนเอเรสได้แต่นอนตัวงอเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นด้วยความจุก

ฝากไว้ก่อนยัยตัวแสบ

******

ประเทศไทย

คุณหญิงศศิประภามองลูกสาวด้วยสายตาแปลกใจ เมื่อเห็นลูกสาวเดินเข้ามาในห้องรับแขกของบ้านพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่

พิตต้า นั่นลูกจะไปไหน

พิตต้าจะไปเที่ยวค่ะคุณหญิงแม่ แล้วพิตต้าก็ขอไปสักสองสามอาทิตย์นะคะพิตต้าเข้าไปกอดประจบ และเป็นอันรู้กันว่าคนเป็นแม่ต้องจัดการเรื่องเงินให้

ไปเที่ยวอะไรตั้งนานคุณหญิงศศิประภาถามกลับ ก่อนจะหันไปเรียกให้สาวใช้หยิบกระเป๋าเงินมาให้

ก็ชดเชยที่ช่วงนี้พิตต้าไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศไงค่ะคุณหญิงแม่ แล้วพิตต้าก็จะไปเซอร์ไพร้ส์พี่ทามด้วย

นี่ลูกจะไปหาพ่อทามเหรอ แม่ว่ามันจะน่าเกลียดไปนะพิตต้า เราเป็นผู้หญิง

ไม่น่าเกลียดหรอกค่ะคุณหญิงแม่ ในเมื่อพิตต้าเป็นว่าที่คู่หมั้นของพี่ทาม แล้วเรื่องนี้พี่ทามก็เป็นคนผิดด้วยที่กลับมาเก๊าโดยไม่บอกลาพิตต้าสักคำ พิตต้าก็เลยต้องบินไปหาพี่ทามยังไงค่ะคุณหญิงแม่ จากนั้นพิตต้าก็จะให้พี่ทามพาเที่ยวให้ทั่วมาเก๊า

แต่พ่อทามต้องทำงาน แม่ว่าลูกไปเที่ยวกับเพื่อนแค่อาทิตย์เดียวก็พอแล้ว แล้วลูกเป็นผู้หญิง เรื่องอะไรจะไปตามเฝ้าผู้ชาย มันจะดูไม่ดีนะพิตต้า

“โธ่คุณหญิงแม่ขา เลิกคิดมากได้แล้วนะคะ แล้วพิตต้าจะบอกให้ว่าผู้ชายอย่างทามมีคนจ้องตะครุบออกเยอะแยะ เพราะงั้นพิตต้าต้องไปแสดงตัวให้ผู้หญิงที่ตามเกาะแกะพี่ทามรู้เสียทีว่าพี่ทามมีตัวจริงอยู่แล้ว พิตต้าไปก่อนนะคะคุณหญิงแม่พูดจบก็หันไปสั่งให้สาวใช้ยกกระเป๋าตามไปที่รถ ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มมีความสุขกับแผนการที่วางไว้

พี่ทามขา รอพิตต้าหน่อยนะคะ อีกไม่กี่ชั่วโมง เราก็จะได้พบกันแล้วนะคะ

คนเป็นลูกวาดฝันจะไปเซอร์ไพร้ส์ว่าที่คู่หมั้นหนุ่มโดยไม่ได้คิดอะไรมาก ขณะที่คนเป็นแม่กำลังคิดมาก เพราะกลัวลูกสาวจะไปสร้างปัญหาให้กับว่าที่คู่หมั้น

ส่วนทางด้านหนุ่มรูปหล่อที่ลูกสาวคุณหญิงศศิประภาจะไปหานั่น ตอนนี้กำลังพยุงตัวลุกขึ้นพิงกับผนังห้องน้ำหลังจากอาการจุกทุเลาลง ลุกขึ้นได้ก็อาบน้ำแบบลวกๆ แล้วพันกายด้วยผ้าตัวเช็ดผืนออกจากห้องน้ำ พ้นจากห้องน้ำมาได้ก็มองหายัยตัวแสบ ที่กำลังเดินวนรอบห้องเพราะหาทางออกไม่เจอ นั้นก็เพราะประตูลับจะเปิดจะปิดได้ก็ต่อเมื่อเจ้าของห้องกดรหัสเท่านั้น

เอเรสยิ้มเยาะแม่ตัวแสบ เพราะสุดท้ายก็ติดแหง็กอยู่กับเขาในห้องนี้

ออกมาได้แล้วก็รีบพาฉันออกไปจากห้องนี้ซะทีเจ้าของเข่ามหาภัยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร

“ถ้าอยากออกไปก็มาช่วยใส่เสื้อผ้าให้ผัวก่อน แล้วจะพาออกไป แต่บอกก่อนนะว่าห้ามเตะกล่องดวงใจผมอีกเด็ดขาด” แต่ไม่รู้จะห้ามได้หรือเปล่า

 คุณก็อย่าเรื่องมาก พาฉันออกไปก่อน แล้วคุณจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ” เธอต่อรอง

“ถ้าไม่ช่วย งั้นก็อยู่ด้วยกันในนี่แหละ” พูดจบก็ยืนหันหลังให้  

“เสื้อผ้าคุณอยู่ตรงไหน”

“นั่นไง” ได้ฟังดังนั้นปากหยักก็ขยับยิ้ม ก่อนจะชี้ไปยังมุมห้องที่มองอย่างไรก็เห็นเป็นชั้นวางหนังสือแต่เธอก็เดินไปตามที่เขาบอก จากนั้นก็ได้ยินเขาสั่งให้ผลักมัน เสื้อผ้านับสิบๆ ชุดก็เรียงรายให้เห็น

คุณนอนที่นี่ประจำเลยหรือไง ถึงได้มีเสื้อผ้าแขวนเต็มตู้”

ผมทำงานดึกเกือบทุกวัน ก็เลยอาศัยนอนที่นี่ เพราะที่บ้านไม่มีใครรออยู่ ผมโสดคนถูกถามตอบคำถามด้วยความยินดี แล้วฉีกยิ้มเมื่อเห็นมือเล็กเลือกเสื้อผ้าให้ เธอเลือกแบบไม่มีรังเกียจสักนิด แม้แต่ชุดชั้นใน ปัญญาวีร์แม้หน้าจะเห่อร้อนแค่ไหน แต่ก็จำใจเลือกจำใจหยิบชุดชั้นในของเขาออกมาจากลิ้นชัก เพราะอย่างไรเสียเธอก็ต้องถูกเขาบังคับให้มาหยิบอยู่ดีนั่นแหละ

คนบ้า ใส่แต่สีขาวกับสีดำ แอบค่อนขอดแล้วเลือกสีดำออกมา ตามด้วยเสื้อเชิ้ตสีเทา กางเกงสแล็คสีดำ เข็มขัด และเนคไทเข้าชุดแล้วก็เดินกลับมาหาชายหนุ่ม

รู้ใจกันจังเอ่ยปากชมเสียงทุ้มแล้วก็จดจ้องใบหน้าสวยจน ความรู้สึกบางอย่างก่อเกิดขึ้นในใจ

แล้วคุณไม่มีพ่อแม่หรือไงวางของทุกอย่างลงบนเตียงพร้อมเอ่ยถาม

พ่อผมเสียไปหลายปีแล้ว คุณแม่และน้องสาวผมอยู่เมืองไทย ส่วนน้องชายอีกสองคนอยู่อิตาลี ส่วนผม ก็อยู่มาเก๊าเป็นหลักชายหนุ่มเอ่ยตอบเสียงเรียบๆ

ฉันเสียใจด้วยค่ะก้มหน้าบอกเสียงอ้อมแอ้ม จากนั้นก็หยิบโลชั่นกลิ่นหอมมาทาตัวให้เขาหลังจากเขาใช้เธอไปหยิบมา กระทั่งเธอจัดชโลมโลชั่นกลิ่นหอมเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ใส่เสื้อผ้าให้เขาแล้วลุกขึ้นยืนหันหลังให้เขาจัดการใส่กางเกง

เมียจ๋านี่น่ารักที่สุดขาดคำจมูกโด่งก็กดลงบนแก้มนวล สองแขนใหญ่รวบเอวคอดดึงเข้าหาตัวตามด้วยกดจูบซอกคอวนมาหาแก้มนุ่มเสียหลายฟอด ไม่คิดสนใจอาการดิ้นอึกอักของคนในอ้อมกอด

ทำบ้าอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ

“ให้รางวัลคนน่ารักไงมาเฟียหนุ่มกระซิบชิดปากอิ่มที่เจ้าตัวรีบเม้มปากแน่น แต่ริมฝีปากร้อนก็ยังตามบดเบียดไม่หยุด

อื้อ!” ครางท้วงเมื่อมือของเขาเคลื่อนลงไปที่สะโพก เปิดโอกาสให้ลิ้นอุ่นเข้าไปซอกซอนเข้าไปควานหาน้ำหวานภายใน ปล้ำจูบจนหนำใจแล้วก็ถอนจูบออกมายิ้มกริ่ม

ปล่อยฉันนะคนบ้า!เธอสั่งเสียงเขียว

ผัวจ้ะ ไม่ใช่คนบ้าเอเรสตอบกลับหน้าตาทะเล้น ใช้ท่อนขาล็อกขาสวยเอาไว้ เพราะกลัวถูกประทุษร้ายกล่องดวงใจ

อย่ามายัดเยียดตำแหน่งสามีให้ฉัน ฉันไม่อยากได้ตอบกลับโดยลืมไปว่าได้รับปากไปแล้วว่าจะยอมเป็นเมียของเขา

“ว่าไงนะ” เอเรสเสียงเข้มหน้าดุขึ้นมาทันที

มีแล้ว ฉันมีสามีแล้วตอบเพื่อเอาตัวรอดแล้ว

สามีชื่ออะไร ตอบให้ชื่นใจหน่อยไม่ถามเปล่าแต่โน้มหน้าลงมาจะจูบด้วย

เอเรสเธอเอ่ยตอบเสียงอ้อมแอ้มก่อนก้มหน้างุด ไม่รู้ทำไมใจเธอถึงเต้นเร็วขนาดนี้ สองแก้มก็ร้อนผะผ่าว ทั่วร่างกายก็ร้อนๆ หนาวๆ ชอบกล

อะไรนะ ไม่ได้ยินเลยคนหูตึงกะทันหันเอ่ยถามเสียงทุ้มน่าฟัง

คุณแกล้งฉันหรือไง อยู่ใกล้แค่นี้ ยังจะบอกว่าไม่ได้ยินพูดจบก็ตามด้วยหมัดหนักหน่วงซัดเข้าใส่แผงอกกว้าง เข่ามหาภัยก็เตรียมยกซัดกล่องดวงใจแต่อีกคนก็หลบหลีกทันเสียก่อน

อยากทำให้ผัวสูญพันธุ์หรือไง ถึงจ้องแต่จะเล่นงานตรงนี้ตลอดเลยมาเฟียหนุ่มตัดพ้อ ทว่าแววตาเจ้าเล่ห์

สูญพันธุ์ไปก็ดีเพราะคนบ้ากามอย่างคุณไม่สมควรมีคนสืบทอด เพราะฉันสงสารผู้หญิงที่จะต้องมาข้องเกี่ยวกับสายเลือดของคุณ

“ยอมรับก็ได้ว่าบ้ากาม แต่ก็บ้ากามกับเมียคนนี้เท่านั่นแหละ” มาเฟียหนุ่มตอบอย่างอารมณ์ดีพร้อมออกแรงกอดรัดหญิงสาวแนบแน่น

“เลิกพูดบ้าๆ แล้วก็พาฉันออกไปได้แล้ว ไหนว่าคุณต้องทำงานไง”

งั้นออกไปกันพูดจบเขาก็ลากตัวหญิงสาวออกจากห้องโดยใช้มือปิดตาเอาไว้ป้องกันไม่ให้หญิงสาวรู้รหัสเข้าออก ขณะที่ปัญญาวีร์ ก็ยกมือทุบตีคนตัวโตกว่าพัลวันและหลังจากถูกพาออกจากห้องลับมาได้ หญิงสาวก็หันไปเล่นงานเขาทันทีด้วยการผลักร่างใหญ่โตไปให้พ้น แล้วคนผลักก็วิ่งไปยังประตูหวังกลับไปโรงแรมแล้วกลับเมืองไทย ทว่ามาเฟียหนุ่มก็ไวพอกัน ก้าวพรวดๆ มาคว้าแขนเรียวไว้

จะไปไหน!” มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามเสียงห้วน ตามด้วยชักสีหน้าไม่พอใจใส่

กลับบ้านเธอตอบพลางปลดมือเหนียวหนึบออก

บ้านไหนย้อนถามเสียงห้วนตามเดิมและชักจะโมโหเมื่อแม่ตัวดีไม่ยอมอ่อนข้อ หนำซ้ำยังจะมาหนีกลับบ้านอีก แต่อย่าฝันว่าจะได้ออกไปจากออกห้องนี้ หรือแม้แต่จะออกไปจากมาเก๊าได้เลย ถ้าเขาไม่อนุญาต เธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปจากเขา

ฉันก็มีอยู่บ้านเดียวนั่นแหละ

อยากจะกลับแต่บ้านดีนักใช่ไหม งั้นมานี้เลย เอเรสลากคนดื้อด้านมาแล้วจับนั่งบนเก้าอี้นวมหน้าโต๊ะทำงาน แล้วเอื้อมมือไปหยิบเสื้อที่หล่นอยู่ใกล้ๆ มามัดคนดื้อติดเก้าอี้

ปล่อยฉันนะ! ไอ้บ้าอำนาจ เรื่องอะไรมาจับฉันมัดไว้แบบนี้อีก ไอ้บ้า! แก้มัดฉันเดี๋ยวนี้นะ!ดิ้นรนสุดชีวิตพร้อมร้องถามด้วยความข้องใจ

ก็เรื่องของผัวที่มีเมียดื้อไง มัดไว้แบบนี้แหละดี จะได้ไม่หนีไปไหน เพราะผมต้องทำงาน แล้วเห็นไหมว่างานกองเต็มโต๊ะไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้น อยู่นิ่งๆ เฉยๆ อย่าเถียง แล้วคืนนี้จะพาไปเที่ยวโอเค!” เขาพูดรวบรัดเองเสร็จสรรพพร้อมทั้งใช้เนคไทมัดคนดื้อจนแน่น

คุณจะทำงานก็ทำไปสิ แล้วมาปล่อยฉัน ฉันจะกลับบ้านของฉัน ฉันขอยกเลิกสัญญา ฉันไม่ทำงานกับคุณแล้ว ปล่อยฉะ...อุ๊บ!” พูดไม่ทันจบเนคไทหลายเส้นที่ถูกปั้นเป็นก้อนๆ ก็เข้ามาปิดกั้นเสียงของเธอด้วยฝีมือของคนบ้าอำนาจ

บอกว่าอย่าเถียงไงมาเฟียหนุ่มส่งเสียงเอ็ด ก่อนหมุนตัวกลับไปยังโต๊ะทำงานแล้วทิ้งตัวนั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่ง พลางปรายตามองคนถูกมัดและมีผ้ายัดปากด้วยความขบขัน แต่ไม่คิดจะแก้มัดหรือเอาผ้ายัดปากออกให้แน่ เพราะเขาเหนื่อยเกินจะทนแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ตั้งหน้าตั้งตาสะสางงาน บางครั้งก็เงยหน้ามองหญิงสาวไปด้วย ที่กว่าแม่เจ้าประคุณทูนหัวจะหยุดดิ้นหยุดส่งเสียงครางอื้อๆ ได้ก็ร่วมชั่วโมง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha