รอยบาปหนามหัวใจ

โดย: คุณธิดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : หมออินเทิร์น


ตอนต่อไป

“น้องๆ อินเทิร์น จับสลากเลือกรุ่นพี่นะครับ ปีนี้เรามีพี่กับน้องพอดีคนกันเลย ต้องเชื่อฟังรุ่นพี่ทุกอย่าง และพี่ก็มีหน้าที่ให้คำปรึกษากับน้องๆ ในทุกเรื่อง ที่เรามาฝึกประสบการณ์ที่นี่ ในโรงพยาบาลเล็กๆ เพื่อที่จะให้ทุกคนได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำเพื่อประชาชนของในหลวงท่านให้อยู่สุขสบาย และหายจากการเจ็บไข้ได้ป่วย” เสียงผู้อำนวยการโรงพยาบาลพูดเหมือนกับว่าต้อนรับเด็กเข้าค่ายทหาร

“ทำอย่างกับมีคนเยอะ” เนเน่มองไปรอบๆ ตอนนี้เห็นเธอกับเพื่อนชายอีกหนึ่งคนที่เป็นรุ่นน้อง และมีพี่ที่อินเทิร์นมาเมื่อปีก่อนอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างหน้า เธอถอนหายใจออกมาอย่างช้าๆ ถ้าหากไม่ประชดคุณย่าก็คงไม่ต้องมาฝึกงานไกลขนาดนี้

“เชิญคุณญารินดาจับฉลากก่อนครับ” ผอ. เรียกเนเน่

“คุณอินจักร” ท่านผอ. เรียกหมออินเทิร์นอีกคน

“เอาแล้วได้คนละแผ่น เปิดอ่านสิ” ท่านออกคำสั่ง

“คุณหมอคฑาวุธค่ะ” เนเน่มองไปยังแผงอกของหมอหนุ่มตรงที่ปักชื่อของเขาหรา ตอนนี้หมอรุ่นพี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงสวย

“คุณหมอชาครครับ” อินจักรขานรุ่นพี่ที่เขาเห็นในแผ่นกระดาษ

“โอเคได้บัดดี้กันแล้วนะ ผมจะไม่ย้ำเตือนอะไรมาก เพราะยังไงปีนี้หากรุ่นพี่ผ่าน ก็เลือกที่บรรจุกันได้ และรุ่นน้องกลับไปร่ำเรียนและสอบอีกครั้ง ก่อนจะกลับมาเจอกันที่นี่ในปีหน้า แล้วคุณต้องรับหน้าที่ถ่ายทอดสิ่งที่คุณรู้และแบ่งปันประสบการณ์ที่นี่ให้กับรุ่นต่อรุ่น

เริ่มวันพรุ่งนี้ อินเทิร์นใหม่ ตรงต่อเวลาสำคัญมาก และชีวิตของผู้ป่วยทุกเสี้ยววินาทีคือสิ่งมีค่าที่ต่อลมหายใจให้กับทุกคน และการรอคอยด้วยความหวังของญาติคือสิ่งที่เราต้องห่วงใย ขอให้ทุกคนโชคดี” ผอ. ดิลกเดินออกไปในทันที ปล่อยให้หมออินเทิร์นทั้งสี่คนยืนมองหน้ากันอยู่ตรงนั้น ก่อนที่ทุกคนจะหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน

“ใครกินอะไรมากันหรือยัง” ชาครถามน้องทั้งสองคน

“ยังเลยค่ะ ตื่นปุ๊บก็มาที่นี่เลย” เนเน่บอก

“เรียกพี่ว่า โก้ แล้วนี่พี่เมฆ” ชาครแนะนำตัวเอง และแนะนำเพื่อนที่ยืนส่งยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร

“เนเน่ค่ะ” เธอผงกหัวเล็กน้อยให้รุ่นพี่ทั้งสอง

“ผมจักรครับ” อินจักรแนะนำตัว

“พี่พาไปชมโรงอาหารก่อนแล้วกันนะครับ เพราะกองทัพเราต้องเดินด้วยท้อง” ชาครเดินนำหน้าทุกคนออกไป อินจักรเริ่มขยับขาตามเพราะเขาต้องตามติดคุณหมอชาครทุกฝีก้าว

“สวัสดีค่ะพี่เมฆ” ญารินดายกมือไหว้เขาอีกครั้ง หมอเมฆยกมือรับไหว้

“ที่บ้านพักทุกอย่างโอเคไหม” เขาถามด้วยความเป็นห่วง

“ดีเยี่ยมระดับหนึ่งค่ะ ดีกว่าที่เนเน่คาดการณ์เอาไว้” เธอพูดไปพลางหัวเราะออกมา

“จริงๆ เกรดระดับเราทำไมถึงเลือกที่จะมาลงในที่ทุรกันดารแบบนี้” เขาถามด้วยความอยากรู้

“เอาความจริงเหรอคะ หนีความวุ่นวายในเมืองกรุงค่ะ” เธอนึกไปถึงใบหน้าของคุณย่า คุณหญิงแก้วกัลยาที่เจ้ากี้เจ้าการหาแต่ผู้ชายฐานะดีๆ มาให้เธอเลือกไม่เว้นแต่ละวัน หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมา

“มีเรื่องอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้นะ บ้านพักของพี่อยู่หลังติดกับเนเน่นั่นแหละ อีกอย่างพรุ่งนี้เราสองคนต้องเริ่มงานกันตั้งแต่ตีสองนะ” คำบอกเล่าของหมอเมฆทำให้เธอต้องตาโต

“จริงครับ” คฑาวุธหัวเราะฮึๆ

“พี่มีมอเตอร์ไซค์ไว้เราค่อยซิ่งมาด้วยกันสองคน” เขาบอกให้เธออุ่นใจ

“ต้องขอบคุณพี่หมอล่วงหน้านะคะ” เธอพูดทีเล่นทีจริง

“ว่าแต่อาหารที่นี่กินได้ไหมคะ อร่อยไหมคะ” เธอทำสีหน้าช้อนสายตาขึ้นมองหน้าของเขาเพราะอยากรู้

“พี่ซี้กับแม่ครัว เนเน่จะกินรสชาติแบบไหนสั่งป้าวาดได้เลยครับ” คำตอบของเขาทำให้เธอยิ้มแบบโล่งอกออกมาได้

ทั้งสี่สนิทกันอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนชาครกับอินจักรจะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยคุยกันได้ทุกเรื่อง ส่วนเนเน่กับพี่เมฆก็ค่อยเป็นค่อยไป อาจจะเพราะเธอเป็นผู้หญิงเขาจึงทำตัวเกร็งๆ

 

“รู้ไหมมีสาวๆ แกล้งป่วย แกล้งมอเตอร์ไซค์ล้มมาให้หมอเมฆรักษาอยู่บ่อย” ชาครเล่าด้วยความสนุก

“จริงหรือครับ” จักรหันไปมองหน้าพี่เมฆที่หล่อคม นัยน์ตาของเขาสวยจริงๆ และรับกับจมูกโด่งๆ ของเขา

ญารินดาพลอยจ้องหน้าของคฑาวุธไปด้วย

“อะไรกันสองคนนี้ หน้าพี่มีอะไรติดหรือเปล่า” เมฆพูดขึ้น ทำเขินหน้าแดงที่มีคนมาจ้อง

“ถ้าผมเป็นสาวๆ คงต้องแกล้งป่วยเหมือนกัน” จักรสรุปเสียเอง

“เนี่ยสองคนรู้ไหม ว่าพี่เมฆยังไม่มีแฟน” ชาครยังสนุกปากที่ได้เมาท์เรื่องเพื่อน วันๆ ทำแต่งานแทบไม่มีเวลาได้คุยกันเองแบบนี้กับใคร

“ไอ้โก้...” เมฆยกนิ้วชี้หน้าเพื่อน

“ใครจะแรดเหมือนแก หึ” เมฆทำเสียงดุ แต่ท่าทางที่เก๊กๆ ของเขาหลุดไปในทันทีที่ชาครอำ

“พี่ต้องประกาศตัวว่ามีแฟนแล้ว” ชาครได้ทีรีบบอกน้องๆ อินจักรและญารินดามองหน้าของพี่ทั้งสองแล้วยิ้มไปกับท่าทีที่ทั้งคู่หยอกเย้ากัน

“ใครคะ” เนเน่ถามแทรกเข้าไป

“ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกครับ อยู่ที่โรงพยาบาลแถวนนทบุรี เป็นอินเทิร์นปีเดียวกัน” ชาครทำเขินหน้าแดง

“อย่างนี้ก็คิดถึงกันแย่สิคะ”

“คิดถึงสิครับ คิดถึงมาก” ชาครทำท่าทางหงอยเหงา

“น้ำเน่า” เมฆว่าให้เพื่อน

“ใครจะเหมือนแกคนตายด้าน คนไม่มีหัวใจ คน...” เมฆตักข้าวในจานของตัวเองยัดปากเพื่อนสนิทไปในทันที

อินจักรหัวเราะลั่น ส่วนญารินดาได้แต่นั่งยิ้มกว้าง

เมื่อกินข้าวเสร็จ ชาครต้องรีบไปประจำการที่ห้องฉุกเฉินเขาจึงหนีบเอาอินจักรไปด้วย

เมฆพาเนเน่เดินสำรวจให้รู้จักโรงพยาบาลนี้ทุกซอกทุกมุม เธอเดินลากขาจนเหนื่อย

“ไม่มีรองเท้าแบบที่ใส่สบายๆ มาเหรอ” เขาพาเธอนั่งพัก หญิงสาวนั่งถอนรองเท้าส้นสูงออก แล้วยกเท้าตัวเองที่เมื่อยล้าขึ้นมานวด

“เนเน่คิดว่าจะแต่งให้ดูดีในวันแรก วันพรุ่งนี้ไม่เอาแล้ว จะแต่งมาแบบลุยๆ เลยค่ะ” เธอบอกเขา

“ครับ พี่ว่ามันน่าดีกว่า”

เขาจ้องมองเธอในชุดกระโปรงสวยราคาแพงที่สวมใส่มา ตอนที่เห็นรายชื่ออินเทิร์นใหม่ทั้งสองคน เขาก็เขาไปหาข้อมูลของทั้งคู่ในอินเตอร์เน็ท จึงได้รู้ว่าญารินดามาจากตระกูลมั่งมี ทายาทโชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อดัง และอินจักรมาจากครอบครัวคุณหมอที่จังหวัดน่าน

“ทำไมพี่หมอถึงเลือกมาลงที่นี่คะ”

“พี่อยากตามรอยพระบาทเสด็จในหลวงรัชกาลที่เก้า อีกอย่างพี่เป็นคนใต้ โอกาสที่จะมาเที่ยวเหนือ อยู่เหนือก็คงน้อย จึงเลือกที่นี่ แต่พอมาอยู่จริงๆ ชักจะหลงรักบรรยากาศและผู้คนที่นี่เสียแล้ว” เขาเล่าไปด้วยความสุข

“ต่อไป ต้องรบกวนพี่หมอต้องทำให้ทุกวันของเนเน่ที่อยู่ที่นี่มีความสุขนะคะ ไม่อยากทำงานไปด้วยเครียดไปด้วย” เธอพูดออกไปในทันที

“ได้สิ” เขายิ้มยืนยัน ก่อนจะลุกขึ้นยืน

“ไปตรวจคนไข้ที่ตึกกัน ได้เวลาแล้ว” เขาบอกเธอ วิสาสะฉวยจับมือนิ่มของหญิงสาวให้เดินตาม และยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นมาดู ญารินดาเร่งฝีเท้าเดินให้ทันเขา

“ขอโทษนะ พี่พาเราเดินเพลินไปหน่อย แต่ก็ยังทันเวลาไม่สาย แต่ระวังตัวเอาไว้นะ ป้าฉวีดุมาก” เขาทำเป็นพูดกระซิบเหมือนกลัวใครได้ยิน

“ใครคะป้าฉวี” เธอถามด้วยความฉงน

 

“เถลไถลนะคะคุณหมอ”

นางพยาบาลชุดขาวใส่หมวกเต็มยศยืนหน้าบอกบุญไม่รับ ใส่สายตามองลอดแว่นออกมาดูหน้าหมอหนุ่มที่มาสายไปหนึ่งนาที

“สวัสดีครับ” คุณหมอยกมือไหว้นางพยาบาลอาวุโส

“นี่คุณหมอญารินดา หรือ หมอเนเน่ครับ อินเทิร์นน้องใหม่ของปีนี้” หมอ คฑาวุธเอ่ยแนะนำเธอให้กับป้าฉวี

“สวัสดีค่ะ” เนเน่ส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่พอเห็นสายตาที่จ้องมองใบหน้าหวานของเธอแบบดุๆ ญารินดาถึงกลับหุบยิ้ม

“ถ้าคุณหมอทั้งสองคนมาสาย พี่จะลบคะแนนของพี่ที่จะให้พวกคุณไปเรื่อยๆ นะคะ” ป้าฉวีขู่ทั้งสองคนเอาไว้ก่อน เธอยื่นแฟ้มเหล็กสีเงินใส่ในมือของหมอหนุ่ม แล้วก็เริ่มขานประวัติคนไข้ที่จะเข้าไปตรวจในวันนี้ ซึ่งมีไม่ถึงสิบห้าเตียง เพราะเคสไหนที่หนักๆ ก็จะส่งไปในโรงพยาบาลประจำจังหวัดไปเรียบร้อยแล้ว

เนเน่ยกสมุดจดขึ้นมาในทันที หมอรุ่นพี่สอนงานเธอไปพลางๆ และทั้งสองคนโต้ตอบกันอย่างเข้าขา ทำให้ป้าฉวีแอบอมยิ้ม แต่พอเห็นทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมาก็หุบหน้าลงไปในทันที

แฟ้มทุกแฟ้มถูกขานจดหมดแล้ว ป้าฉวีรวบแฟ้มทั้งหมดลงรถเข็น ก่อนจะผายมือให้คุณหมอหนุ่มสาวเดินนำหน้าเข้าไปในห้องรวมที่มีคนไข้ทั้งสิบห้าคน

คุณหมอหนุ่มโชว์การทำงานให้รุ่นน้องดู เธอก็มีหน้าที่จดช๊อตโน๊ตไปเรื่อยๆ นายแพทย์หนุ่มถามไถ่อาการคนไข้แบบเป็นกันเอง ทั้งคนป่วยและญาติผู้ป่วยรู้สึกกระชุ่มกระชวยที่เห็นทั้งหมอหล่อและหมอสวย แทนที่ทุกคนจะถามหาอาการของตัวเอง กับเอ่ยชมคุณหมอสองคนกันเปราะ สร้างรอยยิ้มให้กับเมฆและเนเน่เป็นอย่างมาก

 

“ที่นี่น่าอยู่จริงๆ ค่ะ บรรยากาศในห้องพักผู้ป่วย ยังไม่เหมือนห้องผู้ป่วยเลยค่ะ” เธอพูดกับรุ่นพี่เบาๆ เขาหันมายิ้มให้

“แล้วเนเน่จะหลงรักที่นี่เหมือนพี่” เขาบอกเธอย้ำอีกครั้ง

“เสร็จจากตรงนี้แล้วไปไหนต่อค่ะ”

“ก็ห้องฟิล์ม จะพาไปดูแผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์หาความรู้กัน แล้วก็ต่อด้วยห้องตรวจอายุรเวชบ่ายโมงตรง” เขาบอกตารางการทำงาน

“แต่คนไข้ไม่เยอะจ้าวันนี้วันพุธ คนไข้น้อย”

“มีแบบนี้ด้วยหรือคะ” เธอยิ้มๆ ตอนที่เธอไปเป็นเด็กอินเทิร์นที่ศิริราชแทบไม่มีเวลาพัก”

“ได้อย่างเสียอย่างเข้าใจไหม ที่นี่งานไม่ยุ่งมาก แต่มันก็ไกลความเจริญเหลือเกิน”

“ไม่เป็นไรค่ะ เราห่างไกลความเจริญมั่งก็ได้ อยู่กับลมกับฟ้าอยู่กับธรรมชาติให้กลืนไปกับชีวิตเรา”

เธอทำท่ากางแขนแบบเด็กๆ เงยหน้าขึ้น แล้วหมุนตัว

“ไว้มีโอกาสพี่พาไปสถานที่หนึ่งนะ น้ำตกห้วยซ้าย สวยมากๆ” เขาบอกเธอ

“จริงหรือคะ”

“จริงสิ ไม่ไกลด้วย ขี่มอเตอร์ไซค์ไปแป๊บเดียว”

“พูดถึงเรื่องมอเตอร์ไซค์ยางมันแบนอยู่ พี่ให้ภารโรงช่วยเอาไปซ่อมให้ ได้หรือยังก็ไม่รู้” เขาบ่นถึงรถคู่ชีพ

“ทำไมพี่หมอเลือกใช้มอเตอร์ไซค์คะ”

“พี่ว่าพี่จะไม่เรียกเราว่าเนเน่แล้วนะ”

“หื้อ...” เธอทำเสียงขึ้นจมูก

“ทำไมคะ” ยังไม่วายถามเขาขึ้นมาอีก

“พี่จะเรียกเราว่า สาวน้อยจำไม จำไม จำไม” เขาพูดพลางใช้ฝ่ามือหนาขย้ำลงกลางศีรษะของเธอ

“โอ๊ยเล่นแรงอะพี่หมอ” เธอรีบจับมือเขาออกไปในทันที

“ผมเนเน่เสียทรงหมดแล้ว” เธอทำเสียงเง้างอด หยุดยืนดูทรงผมตัวเองที่กระจกเล็กๆ ตรงประตูห้องคนไข้

“ไหนดูสิ พี่ช่วยดูให้” เขาหมุนตัวเธอเข้ามาหา แล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นจัดแต่งทรงผมให้เธอทันที

กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ปะทะเข้ามาที่จมูก เนเน่ใจเต้นแรง เธอยกมือขึ้นปิดจมูกก่อนจะจามออกมาเบาๆ

“ฮัดชิ้ว...”

“เดี๋ยวพี่สั่งวิตามินซีให้นะคะสาวน้อยจำไม” เขาจับไหล่ของเธอเอาไว้ แล้วจ้องสบตา

ญารินดามีหัวใจเต้นแรง และรู้สึกใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวๆ ทำไมแค่อยู่ใกล้พี่หมอแค่นี้ หัวใจถึงกลับเต้นโครมคราม

เขาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกใจเต้นแรงเมื่ออยู่ใกล้หญิงสาว คฑาวุธรีบปล่อยมือจากหัวไหล่เธอทันที เขาหมุนตัวออกเดิน และฉวยข้อมือของหมอรุ่นน้องให้เดินตาม

เธอยกอีกมือขึ้นกุมที่หัวใจ บ้าไปแล้ว อย่าบอกนะว่าเธอชอบพี่หมอเขาญารินดาถามตัวเอง ตอนนี้ได้แต่เงยหน้ามองท้ายทอยของคุณหมอเมฆไปด้วยความใจตึกๆ

แต่ถ้าใครได้มาเห็นหน้าคุณหมอหนุ่มที่เดินยิ้มกว้างกว่าทุกครั้งที่เคยยิ้ม และด้วยหัวใจที่เคยเย็นชาไม่รับหญิงสาวเข้ามานั่งในหัวใจง่ายๆ แต่เธอคนนี้ทำให้เขาหลงเพ้อเข้าเสียแล้ว

 

“แหม...ไม่เจอกันแค่สองสัปดาห์ทำไมหน้าโรยแบบนั้น” หมอเมฆทักหมอโก้กับหมอน้องจักรที่ทำตาโรยเป็นหมีแพนด้า

“เห่อๆ... ก็มาอยู่เวรดึกเหมือนเราสองคนสิ แล้วจะรู้สึก” โก้พูดพลางส่งสายตาค่อนแคะเพื่อน

“จะกินก็ไม่ได้นอน จะนอนก็ไม่ได้กิน” คำพูดของโก้ทำให้ทุกคนหัวเราะขึ้น

“ขืนพี่หมอกินตอนนอนได้ด้วยจะเป็นเรื่องใหญ่นะคะ”

“โห้... บางทีกำลังนอนหลับฝันหวานเชียว พยาบาลมาสะกิดอีกแหละ อย่างเมื่อคืนนี้มีรถชนกันครับ คนเจ็บเพียบ ร้องโอดโอยเต็มไปทั้งห้องฉุกเฉิน บอกตรงๆ แทบไม่งีบเลย เฮ้อ...” หมอโก้ยังบ่นไม่เลิก

“เอาน่ะ นี่ของบำรุง” หมอเมฆหยิบซุปไก่สกัดออกมาจากกระเป๋าเสื้อส่งให้หมอหนุ่มคนละขวด

“ขอบคุณครับ” จักรยกมือไหว้

“แหม... อิจฉาจริงๆ ได้มีเวลาเดินตลาดกันเนอะ สวีทหวานแหววกันเนอะ” โก้ยังทำปากงอนเง้าน้ำเสียงล้อเลียน

“สวีทอะไรกันคะ” เนเน่นั่งทำหน้าแดง การได้เข้าเวรกันกับพี่เมฆทำให้เธอไม่เบื่อ และสองคนยังได้มีเวลาเรียนรู้กันและกัน

“เขาเมาท์กันให้แซดเนอะ จักรเนอะ”

“ครับๆ” จักรพยักหน้ารีบพูด

“เมาท์กันเรื่องอะไรคะ”

“ใช่ๆ พยาบาลเมาท์กันให้แซดว่า สองคนจีบกัน แอบมองตากัน สรุปว่าตกลงเป็นแฟนกันหรือยังครับ” อินจักรยังยกมือมาถูกันทำเป็นคู่

เนเน่ฟาดมือเพียะไปที่แขนของอินจักรทันที

“หื้อ...” หมอจักรทำเสียงดังพร้อมดึงมือกลับ

ทั้งหมอโก้และหมอจักรใช้สายตาช้อนมองหน้าคนทั้งคู่ ส่งยิ้มล้อเลียนให้แบบจับผิด

“อะไรก็ไม่รู้สองคนเนี่ย พี่เมฆคะ เนเน่ไปก่อนนะคะ ขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำก่อนขึ้นเวร”

“อุ้ย... มีการขออนุยงอนุญาตกันด้วยแฮะ” โก้ยังทำตาเล็กตาน้อยให้กับเนเน่และเมฆ

“พวกนายสองคนนี่จริงๆ เลย” หมอเมฆที่นั่งยิ้มอยู่นานแล้วพูดขึ้นมาบ้าง

“แหนะๆๆ... ทำเขิน ทำเขิน วุ้ยๆ...” สองคนยังแซวไม่เลิก เมฆยกมือขึ้นปัด ก่อนจะยกมือโบกลา

“ไว้เจอกัน ไปก่อนนะเกลอ” เขาเอ่ยล่ำลาทั้งสองหนุ่ม

“เอ่อ... บายๆ”

“สวัสดีครับพี่” อินจักรยกมือไหว้

“ตอนนี้ก็เหลือเราสองคนแล้วละซิ” จักรทำเสียงง่อย ตอนนี้หนังตาเริ่มจะปิด

“แล้วแกจะนั่งรอหาพระแสงอะไรเล่า พี่ง่วงแล้ว ไปๆ... รีบกลับไปนอน” เขาลุกขึ้น ก่อนจะตบหลังจักรให้ลุกตาม

“เมื่อไหร่จะหมดเวรหมดกรรมนี่เสียที” โก้พูดประชดเล่นๆ แบบนี้เสียทุกครั้งที่เขาเหนื่อย

“จักรทำไมฟ้าส่งแกมาคู่กับพี่หึ... ไม่มีสาวๆ สวยๆ อยากมาแทนหมออินจักรบ้างเลยเหรอครับ สวรรค์ครับ” โก้กระชับไหล่รุ่นน้อง เขาแงะหน้าออกช้อนมองรุ่นพี่ตาหยีๆ ทำหัวคิ้วชนกัน

“ผมว่าพี่ต้องพักแล้วละครับ อาการคงหนัก ให้ ผอ. ดิลก จัดยาให้สักชุดไหมครับ” คำพูดของอินจักร และชื่อที่เขาเอ่ยทำให้โก้เขกหัวของหมอรุ่นน้องทันใด

“เอาของสูงมาพูดเล่น เดี๋ยวก็เจอดีหรอก” โก้หมายถึง ผอ. ดิลก ที่เจอหน้าของสองหนุ่มที่ไรมีเรื่องต้องเทศนาเสียยืดยาว

“อ้าว... กุญแจ แกขับ พี่จะซ้อน ขี่ให้มันเร็วๆ หน่อยนะ ง่วง...” โก้ยืนรอให้อินจักรสตาร์ทรถก่อนจะขึ้นคร่อม อินจักรพาสองร่างกับเรือนนอน แล้วสองหมอหนุ่มก็หลับเป็นตาย

 

“ในโรงพยาบาลเขาพูดถึงเราแบบนั้นจริงๆ หรือคะ” เนเน่ถามพี่เมฆตอนอยู่กันสองคนในห้องพักคุณหมอหลังห้องตรวจ เขาทำสีหน้ายิ้มๆ

“แล้วเนเน่คิดมากหรือเปล่า” เธอส่ายหน้า

“ก็ไม่นะคะ”

“ว่าแต่พี่เมฆซีเรียสไหมที่จะถูกกล่าวหาว่าเป็นแฟนเนเน่ ทั้งที่พี่ไม่ได้จีบ” เธอลองหยั่งเชิง ทั้งๆ ที่รู้ว่าเมฆก็ชอบเธออยู่ไม่น้อย

“พูดแบบนี้ อ่อยพี่ใช่ไหมเนี่ย” เขาสัพยอก เธอฟาดฝ่ามือลงบนขาของเขาทำหน้าเขิน

“กล่าวหากันชัดๆ สรุปพี่เมฆจะไม่ขอเนเน่เป็นแฟนจริงๆ เหรอ” เธอชักอ่อนใจกับความยืดยาดของพี่หมอเมฆทันทีที่เอาแต่จดๆจ้องๆ วางฟอร์มอยู่นั่นแหละ

“อื้อ...” หมอหนุ่มทำตาโต ก็จีบผู้หญิงเป็นป่านนี้คงมีแฟนไปแล้ว ทั้งๆ ที่หน้าตาดี เก่งหลายเรื่อง แต่เรื่องจีบหญิงนี้ เขาไม่รู้จะเริ่มยังไง

“ยังอีกยังไม่พูดอีก ดีละ...” เธองอน ทำท่าจะลุกขึ้น เมฆถลาเข้ากอดเธอเอาไว้ทั้งตัว ก่อนจะกดปลายจมูกลงไปบนแก้มนวลใสสีแดงระเรื่อนั้น

ฟอด... เขาหอมเสียงดัง

“หอมจัง”

“พี่เมฆ...”

“เป็นแฟนกันนะ พี่รักเนเน่” เธอหันมามองหน้าเขาทำตกใจที่ไม่คิดว่าเขาจะจู่โจมเธอแบบนี้

เขาประทับจูบลงมาทันที ริมฝีปากแนบชิดกัน

 

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น สองคนรีบผละตัวออกจากกันทันที

หมอเนเน่รีบลุกขึ้นยืนทำหน้าแดงอยู่ตรงนั้น ตอนนี้หัวใจเต้นเร็วแรงเป็นเสียงกลอง

“คุณหมอคะ เข้าห้องตรวจได้แล้วค่ะ” พี่พยาบาลโผล่หน้าเข้ามาบอก

เนเน่หันมายกมือโบกลาเขา วันนี้เธอกับเขาต้องแยกกันทำงาน เพราะมีคุณหมอไม่อยู่หนึ่งคน

 

“เดี๋ยวเนเน่” เขารีบลุกขึ้นไปจับมือของเธอเอาไว้แน่น

“คะ” เธอยกหน้าขึ้นมองเขา

“ว่าไง ตกลงไหม” เขาทำเสียงจริงจัง เธอหัวเราะออกมาทันควัน

“ค่ะ ตกลง” คำตอบของเธอทำให้เมฆถึงกลับยกมือทั้งสองข้างแล้วดึงศอกกลับไปข้างหลัง ปากก็ขยับพูดว่า “เย้ๆ...” แต่ไม่ออกเสียง

เนเน่ยกมือขึ้นมาปิดปาก ก่อนจะทำท่าส่งจูบให้กับเขา แล้วเปิดประตูเดินออกไป

หมอเมฆยังยืนยิ้มอยู่ที่เดิม จนพยาบาลคนเดิมชะโงกหน้าเข้ามาใหม่อีกครั้ง แค่เห็นสายตาของเธอปากยังไม่ได้ขยับพูด

“โอเคครับ ไปตอนนี้เลยครับ” เขารีบแจ้นออกจากห้องวันนี้ทำงานด้วยความสดใสไปทั้งวัน

 

หลังจากวันนั้น สองหมอหนุ่มสาวก็ขยันเติมความหวานให้แก่กัน ทั้งเทคแคร์และดูแลกัน จนสร้างความอิจฉาไปทั่วทั้งโรงพยาบาล

จะไม่ให้อิจฉาได้ไง ทั้งสองคนสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก คุณหมอคฑาวุธก็หล่อ คุณหมอญารินดาก็สวย มีแต่คนลุ้นว่าเรียนจบให้แต่งกันเลย

ทุกๆ วันของทั้งคู่เต็มไปด้วยความวุ่นวายแต่ก็แฝงไปด้วยวันชื่นคืนสุขอย่างแท้จริง

 

“อู้ย... ร้อนๆ หลบหน่อยจ้ะที่รักจ๋า” หมอเมฆเรียกเธอประจำแบบนี้เวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง

“ระวังค่ะพี่เมฆ... มันร้อน พี่เมฆทำไมไม่ใช่ผ้ารองมือคะ ประมาทจริงๆ” เธอว่าให้แฟนหนุ่ม ยกมือตีไปที่หลังมือของเขาเบาๆ

“วันนี้เมนูอะไรคะ โม้นักหนาว่าทำอร่อย” เธอถามเขายังไงเขาก็ไม่ตอบ ขออุบเอาไว้ก่อน

“หมูฮ้อง” เขาบอกเธอ เนเน่ก้มหน้าลงไปมองยังไงก็เหมือนพะโล้ดีๆ นี่เอง แต่น้ำมันงวดแห้ง สังเกตเนื้อหมูที่อยู่ในนั้นมีสีแดงเข้ม และตอนนี้กลิ่นหอมของหมูฮ้องลอยฟุ้งมีควันร้อนๆ ขึ้นมา

“อย่านะ ต้องลองกินดูก่อนแล้วจะติดใจ พี่ก็ทำเป็นอยู่เมนูเดียวนี่แหละ มันเป็นของโปรดของพี่นะครับ การันตีว่าอร่อยหาที่เปรียบไม่ได้” เขาโม้กับเธออีกครั้ง ตักข้าวจากหม้อหุงข้าวใบเล็กๆ ที่พอกินกันสองคนใส่ในจานของหญิงสาว

“เอาอีกไหม” เขาถามเพราะตักให้หญิงสาวสองทัพพีแล้ว

“เนเน่บอกแล้วว่าเอาทัพพีเดียว” เธอเอ่ยปากออกไปทันที

“ไม่ได้โบราณเขาถือ บ้านพี่ตักข้าวอย่างน้อยเราต้องตักสองทัพพี ตักทัพพีเดียวไม่ได้” เขาบอก

“บ้านเนเน่ไม่เห็นมีธรรมเนียมแบบนี้” เธอเถียง

“เอาเหอะน่า กินได้แล้วจ้าคนสวย ของอร่อยที่สุดในโลกวางอยู่ตรงหน้าคุณผู้หญิงแล้วครับ” พูดจบเขาก็ตักหมูฮ้องใส่ในจานของหญิงสาว

“อืม...” เนเน่ทำเสียงพอใจในลำคอทันทีที่หมูฮ้องเข้าไปในปาก เธอเคี้ยวอย่างช้าๆ ละเมียดละไม

“เป็นไงๆ อร่อยไหม” เขารีบถามเพราะอยากรู้ อยากได้ยินคนรักเอ่ยชมในฝีมือทำอาหารของเขาที่ภูมิใจนำเสนอสุดๆ  เธอยังคงทำแกล้งเคี้ยวแบบช้าๆ ให้หมอหนุ่มรอเอาคำตอบ

หมอเมฆทำงอน เลื่อนถ้วยหมูฮ้องออกมาจากตรงหน้าของหญิงสาว แล้วเลื่อนจานไข่เจียวกับต้มจืดไปไว้แทน ตักกินงุมงำคนเดียวทำสีหน้าเง้างอน

“เฮ้อ... ไม่อร่อยก็ไม่ต้องกิน คนเขาอุตส่าห์ทำสุดฝีมือ”

เนเน่หัวเราะขึ้นเบาๆ

“อร่อยค่ะพี่เมฆ” คำตอบของหญิงสาวทำให้เขาหันมามองหน้าเธอเต็มใบหน้า เปลี่ยนสีหน้าที่บูดบึ้งเป็นดีใจยิ้มกว้าง

“งั้นก็กินเยอะๆ นะครับ เอาอีกจ้า...” เขาตักหมูฮ้องให้อย่างเอาใจ

สองหนุ่มสาวหยอกเย้ากันอยู่ตรงนั้นอย่างมีความสุข

 

“ยายเนเน่ส่งข่าวมาบ้างไหม” คุณหญิงแก้วกัลยาถามลูกสะใภ้ถึงหลานชังที่หญิงสาวช่างเป็นคนที่ชอบขัดอกขัดใจคุณย่าไปเสียทุกอย่าง

“ก็โทรมาอยู่ค่ะ คุณแม่ สบายดีค่ะ บอกว่าไม่ได้ลำบากอะไร รุ่นพี่ก็ดี เพื่อนร่วมงานก็ดี” ญาดาบอกกับนาง

“เอ่อ... มันไม่มีกะใจจะถามหาย่าของมันบ้างเลยเหรอ ใจดำจริงๆ นิสัยเหมือนพ่อมันไม่ผิดเพี้ยน ไม่ได้ดังใจเลย” คุณหญิงพาลนึกไปถึงลูกชาย ญารินดาถอดนิสัยของคีรีมาทุกกระเบียดนิ้ว

ญาดานั่งยิ้ม คุณหญิงแก้วกัลยาก็บ่นแบบนี้อยู่ประจำถึงลูกสาวคนโตของเธอที่มีความคิดเป็นของตัวเอง และไม่เคยยอมทำตามคำสั่งของคุณย่าเลยแม้แต่อย่างเดียว ก็เรื่องที่คุณย่าขอ เนเน่คิดเสมอว่ามันค่อนข้างหน่อมแน้มและไร้สาระ

 

“อะไรกันคะ คุณย่า บ่นเป็นหมีกินผึ้ง” ญานิสาส่งยิ้มกว้าง ยกแขนขึ้นสวมกอดเอวของคุณย่าไว้อย่างแสนรัก

ฟอด... คุณหญิงหอมแก้มของหลานรักทันทีที่เธอเข้ามาซบอยู่ที่ยอดอก

“ใครก็ไม่น่ารักเท่าหน้อยแน่ของย่า วันนี้เราไม่ออกไปไหนเหรอจ๊ะ” คุณย่าใช้มือจับลูบใบหน้าสวยๆ ของเธอ และเขี่ยปอยผมทัดหูให้

“วันนี้ไม่มีคิวถ่ายค่ะ หน้อยแน่อยู่บ้านกับคุณย่าดีกว่า” เธอช่างออดอ้อน

ญาดาส่ายหน้ามองลูกสาวคนเล็กที่ต่อหน้าคุณย่ายังไงก็ยังไม่ยอมโตทำตัวเป็นเด็กขี้อ้อนอยู่เสมอ แล้วคุณหญิงก็ให้ท้ายจนเธอกลัวลูกสาวคนเล็กจะเสียคน

“ไปร้านเพชรกับย่าไหม ย่าว่าจะไปดูชุดเครื่องเพชรที่สั่งเอาไว้ เมื่อวานเขาโทรมาบอกว่าได้แบบแล้ว ให้ย่าเข้าไปดู เผื่อว่าตังค์ย่าเหลือ ใครอยากได้อะไรย่าจะได้ซื้อให้ เพชรเม็ดเล็กๆ น้ำดีๆ ให้หลานสาวสักชิ้น ดีไหมน่า...”

“ไปสิคะ ถามอะไรอย่างนั้น หน้อยแน่ว่างเสมอสำหรับคุณย่า วันนี้หนูยกเวลาของหนูทั้งวันให้คุณย่าเลยค่ะ แล้วต่อจากไปร้านเพชร เราสองคนก็ไปกินอาหารอิตาเลี่ยนกันดีไหมค่ะ คราวที่แล้วหน้อยแน่ได้ยินคุณย่าบ่นว่าอยากกิน แต่ไม่มีเวลาไปเสียนี่”

“ก็เอาสิ ได้ทั้งนั้นจ้าหลานรัก” ทั้งตัวสองย่าหลานกอดกันตัวกลม

 

“คุณแม่ครับอย่าตามใจหน้อยแน่มากนะครับ จะเสียคนเอา” เสียงคีรีดังมาจากด้านหลัง เขาเดินมาหย่อนตัวลงนั่งใกล้ๆ แม่ลูกสาว

เธอหันไปกอดเอวของคุณพ่อเอาไว้ทันที

“แหม... หน้อยแน่ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะคะคุณพ่อ ปีนี้หนูก็จะจบแล้วนะคะ” เธอทำสีหน้าแบบภูมิอกภูมิใจ

“ว่าแต่ว่า คุณย่าคะ ที่คุณย่าสัญญากับหน้อยแน่ไว้ว่า ถ้าหน้อยแน่เป็นเด็กดี คุณย่าจะยอมให้หน้อยแน่ไปเรียนต่อที่อังกฤษใช่ไหมคะ” เธอทวงสัญญากับคุณย่าเอาดื้อๆ

“แน่นอนสิจ๊ะหลานรักของย่า คำไหนที่ให้ย่ากับหน้อยแน่ต้องเป็นคำนั้น”

“ไชโย... ดีใจจังเลยค่ะ” หญิงสาวทำสีหน้าแช่มชื่นดีใจสุดๆ

ฟอด... ฟอด... เธอหอมแก้มคุณย่าทั้งซ้ายและขวา

คุณคีรีกับญาดามองหน้ากันแล้วส่ายหน้า แต่ก็ยิ้มให้กับความน่ารักของหน้อยแน่ คงจะมีแต่หน้อยแน่นี่แหละที่เข้ากันได้ดีกับคุณหญิงกัลยาเป็นปี่เป็นขลุ่ย

 

“เดี่ยวจะไปไหนลูก” ญาดาถามลูกชายคนโตที่กำลังเดินเข้ามาหา

“ไปต่างจังหวัดครับ พอดีนัดเพื่อนเอาไว้”

“ไปแต่เช้าเลยรึ” คุณย่าส่งเสียงถาม นางไม่ค่อยได้คุยกับหลานชายคนนี้เท่าไหร่ เพราะงานของเขายุ่งทุกวัน

“แล้วทำไมเอากระเป๋าเดินทางไปด้วย” คุณหญิงถามต่อเมื่อเห็นคนรับใช้ยกกระเป๋าเดินทางลงมาจากชั้นสอง

“ไปภูเก็ตกันนะครับ อีกอย่างวันจันทร์ผมไปประชุมที่กระบี่ต่อ ค่ำๆ ถึงจะนั่งเครื่องกลับครับ” เขาพูดเหมือนเล่าให้ทุกๆ คนฟังที่เดียวจบ จะได้ไม่ต้องถามกันซ้ำๆ

“อ๋อ... ให้คนขับรถไปส่งครับคุณแม่” เขารีบบอกญาดา เพราะกำลังเห็นเธอขยับปากจะถาม

“ไปก่อนนะครับ” เขายกมือไหว้ทุกคนก่อนจะเดินตัวปลิวออกไป

“จะไปประชุมอะไรที่กระบี่” คุณย่าเปรยขึ้น จริงๆ อดีตที่ฝั่งใจทุกคน คือ แม่ของขุนเขาก็หายไปกับทะเลกระบี่

 “ก็เรื่องโชว์รูมรถนั่นแหละครับ” เขาเอ่ย คำพูดของคุณหญิงแก้วกัลยาทำให้สีหน้าของคีรีเข้มขึ้น

“เอากาแฟไหมคะคุณ” ญาดาถามแบบเอาใจ สามีของเธอกำลังลุกขึ้นไปที่ห้องทำงาน เขาหันมาพยักหน้าให้ก่อนจะหันกลับเดินตรงเข้าไปยังห้องทำงาน

ญาดาสีหน้าสลด ไม่ว่ากี่เดือนกี่ปี เธอก็ไม่เคยแทนที่เมียเก่าของพี่คีรีเขาได้จริงๆ

 

 

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"พล็อตอมตะ แม่ผัวลูกสะใภ้ แต่เรื่องนี้แม่ผัวเอาถึงตาย คนชะตายังไม่ขาด 20 ปีต่อมาให้กลับมาทำให้นางช้ำใจ ต้องเอาให้ตายอีกหนึ่งรอบ เวรกรรมจริงๆ ต้องติดตาม แล้วสนุกมากๆ ที่เรื่องราวที่ไม่น่าจะเกิดก็ต้องเกิด เมื่อลูกของสองครอบครัวมารักกัน เอาละซิ...ซื้ออ่า่่นค่ะ "

คุณธิดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha