รอยบาปหนามหัวใจ

โดย: คุณธิดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : คนเมฆเจ้าเล่ห์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“ตาลจ๋า พรุ่งนี้ไปบ้านพี่นะตาลนะ ไปกราบคุณแม่พี่ด้วยกัน เชื่อพี่คุณแม่ของพี่ต้องชอบตาล รักตาลเหมือนพี่ พี่อยากพาตาลไปให้คุณแม่พี่รู้จักจริงๆ” คีรีคะยั้นคะยอใช้สายตาอ้อนวอนกับหญิงสาวสุดๆ

พันสิตาได้แต่นั่งถอนหายใจ เธอกังวลไปหมดทุกอย่าง ในหัวสมองของเธอคิดอยู่อย่างเดียวว่า เธอไม่มีอะไรที่เหมาะสมกับเขาเลย

คีรี พงษ์พิสุทธิ์จินดา ทายาทบริษัทนำเข้ารถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แล้วมีโชว์รูมอยู่ทุกจังหวัดในประเทศนี้

เธอนั่งกุมมือของเขาเอาไว้แน่น สายตาที่จ้องสบเต็มไปด้วยความรักและความหวังดี

พันสิตาในชุดนักศึกษา โดยมีเสื้อครุยของมหาวิทยาลัยชื่อดังพาดเอาไว้ที่เบาะด้านหลัง พร้อมกับช่อดอกไม้สีขาวช่อใหญ่โตที่เขาให้ เพื่อแสดงความยินดี เธอเพิ่งรับพระราชทานปริญญาบัตรในวันนี้

“พี่คีรีคะ สิ่งที่ดีใจที่สุดในชีวิตของตาล เด็กกำพร้าคนหนึ่งที่เติบโตมาจากบ้านเด็กเมตตา ได้รับความรักอันบริสุทธิ์ของพี่แค่นี้มันก็ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วสำหรับตาล ตาลขอบคุณพี่มากๆ ที่รักตาล และมอบแต่ความรู้สึกดีๆ ให้กันตลอดเวลาสี่ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ตาลไม่รักพี่นะคะ แต่ด้วยฐานะของเราที่ต่างกันอย่างกับฟ้ากับเหว ตาลอยากให้พี่คีรีทบทวนให้ดีๆ ค่ะ” เธอพูดด้วยเหตุด้วยผล และการที่ทุกคนต้องอยู่กับความเป็นจริง

“ตาล อย่าพูดเหมือนตาลไม่รักพี่ ไม่อยากอยู่กับพี่”

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ แต่ตาลแค่เห็นว่า...” คีรีโพล่งคำพูดแทรกเข้าไปในทันที

“ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น พี่ว่าเราคุยเรื่องนี้กันมาหลายรอบแล้ว ตาลรักพี่ไหม ตาลอยากอยู่กับพี่ไหม ตาลเชื่อใจพี่ไหม อยากมอบชีวิตของตาลให้กับพี่หรือเปล่า” เขาย้ำน้ำคำด้วยสีหน้าที่จริงจังกว่าครั้งไหน

“พี่คีรี...” เธอทำเสียงอ่อยด้วยหน้าตาที่หนักอกหนักใจ

“พี่ถามว่าตาลรักพี่ไหม” สายตาที่จ้องสบมาอย่างไม่ละความพยายาม คนอย่างคีรีรักใครรักจริง และเขาต้องการเพียงแต่เธอเท่านั้น

“ตาลรักพี่ค่ะ”

ทั้งสองโผเข้ากอดกัน ตาลน้ำตาไหลอาบแก้ม

“แต่งงานกับพี่นะ” เขาขอเธอแต่งงานทันที

พันสิตาผละตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของเขา มองหน้าคีรีปากคอสั่น เธอยังน้ำตาไหลริน

“พี่คีรี...”

“ให้พี่ดูแลตาลต่อจากนี้นะ พี่สัญญาพี่จะรักตาลจนวันตาย” เขาให้คำมั่น ชายหนุ่มยกนิ้วขึ้นมากรีดเช็ดน้ำตาให้

“ค่ะ” เธอได้แต่พูดสั้นๆ

คีรีน้ำตาซึมออกมาเช่นกัน เขาประทับจูบลงมาแนบแน่นทันที ความรักความซื่อสัตย์ถูกส่งผ่านมาทางสัมผัสของร่างกายกันและกันที่ตระกองกอดกันเอาไว้แน่น

 

คืนนั้นคีรีพาเธอไปยังหาดแม่รำพึง เป็นสถานที่ซึ่งเขาและเธอได้รู้จักกันเมื่อมารับน้องของคณะตอนที่พันสิตาอยู่ปีหนึ่ง เขารักเธอทันทีตั้งแต่แรกเห็น และตัดสินใจเริ่มจีบเธอตั้งแต่วันนั้น

ผ่านไปไม่เท่าไหร่ พันสิตาก็ต้องตอบรับน้ำใจจากเขา รับปากเป็นแฟนจะดูแลเทคแคร์กันและกัน คีรีเป็นสุภาพบุรุษมาก ทำให้เธอรักเขาสุดหัวใจ ตลอดสี่ปีไม่มีวันไหนที่เขาไม่ชวนเธอให้ไปเยี่ยมคุณแม่ของเขา แต่เธอคิดว่ายังไม่ถึงเวลา แต่วันนี้เธอรับปริญญาแล้ว คุณแม่ของพี่คีรีคงไม่ดูถูกเธอมากนัก

หลังจากที่เช็คอินน์ ทั้งสองคนก็เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วพากันไปเดินทอดน่องอยู่ที่หน้าหาด แวะหาร้านอาหารซีฟู๊ดรับประทานเพื่อฉลองความสำเร็จของหญิงคนรักในวันนี้ถึงแม้จะมากันแค่สองคน แต่ความสุขและอิ่มเอมใจมันมีมากว่าจะหาคำใดมาเปรียบได้

เขาพาเธอเดินกลับไปยังรีสอร์ท ระหว่างทางผ่านชายทะเลที่กำลังส่งเสียงคลื่นกระทบฝั่งเป็นฟองขาวระยับกระทบกับแสงจันทร์ที่เจิดจรัสอยู่บนฟากฟ้าเหงาของพระจันทร์ตกสะท้อนกับน้ำทะเลในยามค่ำคืน ทำให้ท้องทะเลสว่างไสวน่ามองไปอีกแบบ

พันสิตายกมือขึ้นกางแล้วหมุนตัวแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างสดใสนั้น

“อากาศก็ดีๆ พระจันทร์ก็สวยๆ นะคะพี่” เธอพูดกับเขาอยู่ในอิริยาบถนั้น

คีรีสวมกอดเธอจากด้านหลัง ซุกใบหน้าลงไปบนซอกคอขาวนุ่มน่าสัมผัส

ฟอด... เขาหอมแก้มน่ามองนั้นทันทีที่เธอหันมามองหน้าเขา

“อุ้ย... ทำอะไรคะ” เธอทำตกใจสะดุ้งนิด และทำหน้าแดง

“ไม่มีใครเห็นหรอกครับ ถึงเห็นเขาคงไม่ว่าหรอก ที่แบบนี้คู่รักเท่านั้นแหละที่จะมาเดินเล่นกัน”

“ไม่อายคนก็อายฟ้าดินบ้างนะคะพี่จ๋า” เธอแกล้งว่า แต่ก็ยกมือของตัวเองจับแขนของเขาที่โอบกอดร่างกายของเธอเอาไว้ พันสิตาพิงศีรษะลงไปบนหน้าอกของเขาด้วยความสุข รู้สึกสบายใจและอบอุ่นมากๆ

“ตาลจ๋า เราจะมีลูกด้วยกันเลยนะ” เขาเอ่ยปากขอทันที

“หื้อ... พูดอะไรก็ไม่รู้” หญิงสาวทำขวยอาย

“พูดเรื่องที่เป็นไปได้ทั้งนั้นเลย” พูดจบเขาหมุนร่างบางให้หันหน้าเข้ามาหา ใช้มือหนึ่งเชยปลายคางของหญิงสาวให้เงยหน้าขึ้นมาจ้องสบกัน อีกมือกระชับไว้ที่เอวดึงร่างนุ่มนวลเข้าแนบชิด

“พี่รักตาลมากรู้ไหม ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดที่จะได้เป็นเจ้าของผู้หญิงคนนี้ อยากครอบครอง อยากอยู่ใกล้ชิด อยากนอนกอด อยากจูบ...” คำพูดที่เย้ายวนชวนฟังและทำให้คนได้ยินใจสั่น

เธอเผยออ้าปากรอเขา ตอนนี้พี่คีรีชิดใบหน้าลงมาใกล้ๆ ก่อนจะประทับริมฝีปากลงมาบนปากนุ่มนิ่มของเธอ

“อือ...” เขาเป็นฝากครางครวญบอกความพอใจเสียเอง

ปลายลิ้นที่จ้วงแทงแทรกเข้ามาหาความหวานที่ชวนหลงใหล ช่างดูดด่ำและชวนให้หลงเคลิบเคลิ้ม

“พี่รักตาลนะครับ” เขาบอกรักเธออีกครั้ง

ปลายมือของพันสิตาที่สอดขึ้นไปโอบรัดรอบคอของพี่คีรีไว้แน่นโน้มรั้งท้ายทอยของเขายึดเอาไว้

“ตาลก็รักพี่ค่ะ รักมากๆ พี่ทำให้ตาลรู้สึกอบอุ่นที่สุด ตาลมีความสุขมากๆ ค่ะ ขอบคุณที่รักกัน”

เธอโน้มใบหน้าของเขามาชิดใกล้ เขย่งปลายเท้าขึ้น แตะริมฝีปากประทับรอยจูบ คีรีรั้งท้ายทอยของหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะแปรเปลี่ยนจุมพิตแบบเด็กๆ ของเธอนั้น ให้เป็นรอยจุมพิตที่ตราตรึงใจ

ในราตรีนั้น พันสิตายินยอมพร้อมมอบกายให้เขาเชยชม เธอรักเขามาก อยากให้เขามีความสุข และตอบแทนที่เขาทำดีตลอดการคบหากัน และอีกอย่างพรุ่งนี้สองคนสัญญากันว่า ก่อนจะกลับกรุงเทพฯ จะแวะจดทะเบียนสมรสกันก่อนที่อำเภอ แล้วหลังจากนั้น คีรีจะพาตาลกลับไปบ้านของเขาในฐานะเมีย และแม่ของลูกในอนาคต

 

“สองหมอคู่รักครับ” ผอ. ดิลกเรียกคฑาวุธและญารินดามาหา แต่คำพูดของ ผอ. ทำให้ทั้งคู่หน้าแดง

“ครับ / ค่ะ”

“พรุ่งนี้มีเรื่องด่วน พอดีจริงๆ แล้วต้องเป็นคุณหมอสมชายและคุณหมออาคมที่ต้องไปกับหน่วยงาน............... ขึ้นไปตรวจรักษาคนไข้ที่บนยอดเขา............. แต่พอดีดันมามีเคสด่วนที่ผมอยากจะให้หมอสมชายช่วย และหมออาคมคุณยายของท่านมาเสียชีวิตกะทันหันพอดี หน้าที่นี้จึงต้องตกมาถึงคุณสองคน หวังว่าคงไม่มีปัญหานะ” ผอ. ดิลกมองลอดแว่นสายตาออกมาสบจ้องทั้งสองคน

“ไม่มีค่ะ”

“ไม่มีเช่นกันครับ”

“ที่ผมเลือกคุณทั้งคู่ เพราะตอนนี้คุณสองคนก็ออกเวรแล้ว ได้กลับไปเตรียมตัว พรุ่งนี้ ตีสี่ เจอกับหน่วยรถเคลื่อนที่ได้ที่หน้าตึกศรีเทพนะครับ” สองคนต่างพากันพยักหน้ารับ

“อ่อ... ไปค้างคืนนะครับ เตรียมเสื้อผ้าข้าวของที่จำเป็น ไปนอนที่นั่นสองคืนนะครับ” ผอ. ดิลกพูดทิ้งท้าย

หมอเมฆและหมอเนเน่มองหน้ากัน

“ค่ะ / ครับ”

 

พอพ้นออกมาจากห้องของท่าน

“เย้ๆ... นึกว่าจะไม่มีโอกาสออกไปเที่ยวข้างนอกเสียแล้ว” เนเน่ส่งเสียงดีอกดีใจ พี่หมอมองหน้าเธอแล้วทำคิ้วขมวด

“ที่รักครับ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เราสองคนไปทำงานนะ ไม่ได้ไปเที่ยว” เขาย้ำ

“แต่ก็ได้ออกไปข้างนอกใช่หรือเปล่าละ” เธอทำสีหน้าดี๊ด๊ามากมาย ก่อนจะสอดแขน แล้วพิงหัวมาซบลงไปที่ไหล่ของพี่หมอ

“พี่ขอโทษนะรับปากว่าจะพาเนเน่ไปเที่ยวตั้งหลายครั้ง แต่เราก็พลาดกันทุกที” เขาพูดออกมาด้วยความเป็นห่วง ยกมือขึ้นขยี้หัวเธอเบาๆ

“ก็เรามาฝึกงานนะคะ ไม่ได้มาเที่ยว” เธอยืมประโยคที่เขาพูดเมื่อกี้มาใช้

“ไว้พอเราแต่งงานกัน และใช้ทุนหมด พี่จะพาเนเน่เที่ยวให้รอบประเทศไทยเลย”

“โธ่... เนเน่นึกว่าพี่หมอจะพาเนเน่เที่ยวรอบโลกเสียอีก”

“หื้อ... ถ้าหากเราเอาแต่เที่ยว แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาหาเงินเล่า” เขาท้วงติง

“แต่พี่เมฆขา สัญญาได้ไหม ว่าจะพาเนเน่ไปฮันนีมูนต่างประเทศสักครั้ง” เธอทำเสียงอ้อน

“ได้สิ เนเน่อยากไปประเทศไหนครับ” เขาถามแบบเอาใจ

“สวิส ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ สก๊อตแลนด์ แล้วก็... เอ่อ...” หญิงสาวทำท่าคิด

หมอเมฆหยุดเดิน ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว ยกสองมือขึ้นกระชับไหล่ของเนเน่เอาไว้แน่น

“พี่สัญญาเลยนะ ว่าหลังจากแต่งงานกันแล้ว จะทำให้ทุกวันของเรามีความสุข จะให้ทุกวันเป็นวันฮันนีมูนเลยครับ” เขาทำสีหน้าจริงจัง

“จริงๆ นะคะ”

“จริงจ๊ะ” เขาก้มลงไปจุมพิตเธอที่หน้าผากมน

สองคนยิ้มกว้างให้แก่กัน กระชับจับมือของกันและกันเอาไว้แน่น ฝันถึงวันข้างหน้าที่จะมีร่วมกันด้วยความรักที่เข้าใจ

 

ทั้งสองคุณหมอเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้คนละใบ ดีหน่อยที่ต่างไม่ค่อยประโคมผิวกันเท่าไร จึงเอาข้าวของเท่าที่จำเป็นไปเท่านั้น

หมอเมฆบอกหมอเนเน่ว่าเขาจะเอาผ้าห่มไปเผื่อเธอ รวมทั้งมุ้งด้วย หญิงสาวได้ยินก็หัวเราะ แต่ก็เอ่ยปากขอบคุณเขาไป

 

รุ่งขึ้น ทั้งสองคนซ้อนจักรยานยนต์ของหมอเมฆมาด้วยกันที่หน้าตึกศรีเทพ มีรถและทีมงานมารอกันอยู่แล้ว พอทั้งสองมาถึงขึ้นรถ ขบวนก็เริ่มเดินทาง มุ่งสู่ยอดเขา.................... เพื่อพบปะรักษาพี่น้องชาวเขาที่ห่างไกลหมอ และต้องเสียเวลาเดินทางมาในเมือง

บรรยากาศสองข้างทางแปลกตาไปจากเดิม เริ่มขึ้นเขาสูงชันไปเรื่อยๆ เนเน่มองหน้าพี่เมฆอย่างตื่นเต้น นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่เธอได้ออกมาทำแบบนี้

คำบอกเล่าของน้ำพระทัยของในหลวงรัชกาลที่เก้าของปวงชนชาวไทย ท่านไม่เคยแบ่งแยกว่าประชาชนของท่านสัญชาติใด ท่านให้ความรักเท่าเทียมกันหมด ยอดดอยแห่งนี้ห่างไกลความเจริญยังได้รับน้ำพระทัยของพระองค์ท่าน สองคุณหมอหนุ่มสาวต่างปลื้มใจกับภารกิจที่ได้รับในครั้งนี้

การเดินทางใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงกว่าจะมาถึง และต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปอีกเป็นสิบกิโลเมตร

ญารินดาท่าทางเหนื่อยหอบ แต่เธอก็ใจสู้ หมอเมฆอาสาที่จะช่วยเธอแบกสัมภาระให้แต่เธอก็ปฏิเสธ เพราะไหนจะมีเครื่องมือแพทย์และกระเป๋ายาตอนนี้ก็อยู่บนไหล่ของหมอเมฆเช่นเดียวกัน

กว่าจะเดินทางขึ้นมาถึงบนหมู่บ้านก็เล่นงานให้ทุกคนเหนื่อยเอาการ

“รู้แล้วค่ะว่าทำไมต้องมาค้างคืน” เนเน่นั่งลงแบบหมดสภาพ ยกสองมือตีไปที่น่องของตัวเองเบาๆ

หมอเมฆนั่งลงเบื้องหน้า ก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงไปกับพื้นดิน แล้วจัดการถอดรองเท้าของเนเน่ออก

ภาพเท้าที่ปรากฏให้เห็น มีรอยพองน้ำเต็มไปหมด เพราะเกิดการเสียดสีระหว่างเท้านิ่มๆ กับรองเท้าแข็งที่เดินมาเป็นเวลานาน

“เจ็บไหม” เขาถามเธอด้วยความห่วงใย

เธอพยักหน้าให้แต่ก็รีบพูด “เนเน่ทนได้ค่ะ” เธอยิ้มกว้าง เพราะวันนี้ทุกคนก็เหนื่อยเหมือนกัน ทุกคนเดินเท่ากัน ฉะนั้นมันไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเธอเลย

หมอเมฆนวดน่องให้เธอเบาๆ เพื่อผ่อนคลาย หญิงสาวมองเขาแบบขอบคุณ รู้สึกดีใจที่เลือกคนไม่ผิด และเขาทำให้เธอประทับใจอีกแล้ว

“อากาศบนนี้เย็นสบายนะคะพี่ เนเน่ว่าคืนนี้ต้องหนาวเลยล่ะ” เธอแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีคราม

“พี่ยกผ้าห่มให้เนเน่หมดเลย”

“อ้าว... แล้วพี่เมฆจะห่มอะไรละคะ” เธอยังมีกระใจถาม

“คุณหมอครับ ทางผู้ใหญ่จัดห้องให้คุณหมอสองคนแล้วนะครับ” คนในทีมเดินมาตาม เพราะหัวหน้าทีมกำลังประสานงานกับผู้ใหญ่ของชนเผ่า

“อ๋อ... ครับผม”

คฑาเทพรีบช่วยญารินดาใส่ถุงเท้าและรองเท้า

“ไว้อาบน้ำเสร็จแล้วพี่ค่อยทำแผลให้นะ” เขาบอกด้วยความใส่ใจ

ในทีมที่มาด้วยกันมีผู้หญิงเพียงคนเดียว หมอเมฆจึงมานอนในห้องหมอเนเน่เพื่อความปลอดภัย โดยได้แจ้งกับทีมงานไป

สองคนช่วยกันปูที่นอน หมอเมฆเอามุ้งออกมากาง

“อย่างน้อยนอนในมุ้งก็กันยุงได้ และพี่ว่ามันกันลมหนาวได้ด้วยนะ” เขาชี้ให้เธอดูตามฝาบ้าน ที่มีรูเล็กๆ ที่ลมสามารถพัดลอดเข้ามาได้

“เห็นพวกชาวเขาอยู่กันแล้วก็น่าสงสารนะคะ ทำไมเขาถึงอยู่กันได้” เธอนั่งกอดหัวเข่ามองไปรอบๆ

หมอเมฆทรุดนั่งลงใกล้ๆ ก่อนจะหยิบกระเป๋ายามาทำความแผลที่เท้าให้หญิงสาว

“พี่ว่าคับที่อยู่ได้นะ แต่คับใจอยู่ยาก บางทีเพราะความรักของคนในครอบครัวต่างหากที่ทำให้ทุกคนมีความสุข ไม่จำเป็นต้องมีบ้านหลังใหญ่โต พวกเขาก็มีความสุขที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

ญารินดากล่าวขอบคุณเขาเบาๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายยกเท้าของพี่เมฆที่อยู่ใกล้ๆ มาดู

“โอ้โห... ของพี่เมฆก็ไม่ใช่น้อยนะคะ มะ... เนเน่ทำให้” เธอรีบจัดการทำแผลให้คนรักทันที

แสงเทียนเล่มเล็กๆ ที่ทำท่าจะมอดดับไป

“พี่ว่าเรานอนกันดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้า”

“ค่ะ” เธอรีบลุกขึ้น ช่วยเมฆเก็บอุปกรณ์ต่างๆ แล้วมุดเข้าไปในมุง นอนบนผ้ารองนอนที่ทางหมู่บ้านเตรียมไว้ให้ กับหมอนสี่เหลี่ยมเล็กๆท่าทางแข็งพอใช้ได้

“ทนเอาหน่อยนะ เรานอนที่นี่แค่สองคืน” เมฆบอกเธอ ก่อนที่จะนั่งคุกเข่าพนมมือทำปากขมุบขมิบ ทำให้หญิงสาวต้องรีบทำตาม เธอก้มลงกราบที่หมอนไปสามครั้ง ก่อนจะอธิษฐาน พอลืมตาขึ้นพี่เมฆก็ล้มตัวลงไปนอนก่อนแล้ว

เธอล้มตัวลงไปนอนเคียงข้างสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มสองผืนที่เมฆเอามาประกบกัน เพราะอากาศเริ่มเย็นลงและลมเริ่มกรรโชกแรงขึ้น

“เขาบอกว่าอากาศแปรปรวนอยู่นะช่วงนี้ เราต้องรีบทำงาน แล้วรีบกลับ ไม่งั้นไม่ทันแน่ๆ พยากรณ์อากาศบอกว่าอาจจะมีพายุเข้า” เขาเล่า พลางกระชับแขนโอบกอดร่างเล็กๆ ของเธอเข้าแนบอก เนเน่ซุกแผ่นหลังของเธอเข้าหาชายหนุ่ม เขาก่ายกอดเธอให้ความอบอุ่น

“พี่รักเนเน่นะครับ” เขากระซิบคำหวานข้างแก้ม และกดปลายจมูกลงไปบนซอกคอขาวเนียน

“อือ... ทำอะไรคะ” เธอทำเสียงและท่าทางเหมือนจั๊กจี้

“ขอแค่กอด แค่หอมนะ” เขาบอกเธอด้วยความรัก น้ำเสียงหวานเจี๊ยบ

“แล้วพี่เมฆไม่อยากทำอย่างอื่นด้วยเหรอคะ” คำถามของเธอทำให้เขายิ้มกว้างในความมืด

“ถ้าพี่จะทำคืนนี้ เนเน่จะยอมพี่เหรอ” เขาถามด้วยความสัตย์จริง หัวใจเริ่มพองโต

“บรรยากาศดีๆ แบบนี้...” พูดพลางหมุนตัวเองหันหน้าเข้าหาเขา สอดสองแขนกอดรัดร่างของพี่เมฆหาความอุ่นใจ

“ยอมไหม” เขาถามอีกครั้ง

“ค่ะ” ญารินดาตอบตามหัวใจตัวเอง เธอรักเขามาก แล้วด้วยอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ กันแล้ว

อีกอย่างเธออยากมัดมือชกคุณหมอหนุ่มคนนี้ไม่ให้ปฏิเสธเธอไปได้อีก ด้วยหัวใจรักที่แน่นสุมอยู่ในอก เวลาที่รู้จักกันเพียงสั้นๆ ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่ารักมากหรือรักน้อย แต่เสียงร่ำร้องที่มันอยู่ในหัวใจของกันและกันต่างหากที่มันโหยหาอยากจะอิงแอบแนบชิดกัน

อีกประเด็นมันคงเป็นข้ออ้างที่ดีได้ในอนาคต หากเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของคุณย่าที่ชอบจัดหาคู่ครองมาให้เธอเลือกนั่นเอง

 

“ไม่เสียใจนะ” เขากระซิบน้ำเสียงแผ่ว เลื่อนกายผลักให้ร่างของหมอสาวนอนราบไป ส่วนตัวเขาเลื้อยขึ้นมาทาบทับร่างหนาใหญ่บนลำตัวเล็กๆ ของหญิงสาว

เขาชิดใบหน้าลงมาใกล้ๆ กดปลายจมูกสูดลมหายใจเอาความหอมของกลิ่นกายสาวเข้าไปในปอด

“หอมมากจ๊ะ ยอดรักของพี่” เขาละไล่ใบหน้าจรดจมูกสัมผัสแผ่ว แล้วใช้ริมฝีปากขบเม้มเบาๆ เป็นเชิงหยอกเอิน ญารินดาขนลุกเกรียว เธอเริ่มตัวสั่น ปากกล้าไปแบบนั้นแหละ แท้จริงแล้วกลัวเป็นไหนๆ

ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงร่างกายที่สั่นเทาของเธอ เขายิ้มในความมืด ก่อนจะประกบริมฝีปากอบอุ่นของตัวเองบนริมฝีปากนุ่มนิ่ม ญารินดาเผยอปากนิดๆ อ้าปากรับปลายลิ้นที่ยื่นส่งเข้ามา ความรู้สึกอุ่นซ่านเข้าไปถึงในหัวใจ สองแขนของเธอยกขึ้นโดยอัตโนมัติโอบกอดรอบคอของเขา สอดนิ้วสางปอยผมของหมอหนุ่มทางด้านหลัง ต่างแลกจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม

ความหวานกำซาบไปทั้งหัวใจ เธอร้อนออกตามใบหน้า รู้สึกในอกมีเสียงดังขึ้นมาตึกตักรัวเร็ว

พี่เมฆผละริมฝีปากออก แล้วลากไล่สัมผัสแผ่วลงไปตามลำคอ สองมือของเขาก็ทำงานประสานกับริมฝีปากเร่งเล้าโลมให้เธอโอนอ่อนตาม

หญิงสาวเริ่มนอนตัวแข็งทื่อตอนที่เขาถอดเสื้อผ้าของเธอออก หัวใจที่ก๋ากั่นเมื่อกี้เริ่มแกว่งหวั่นไหวนึกประหวั่นในหัวใจอยู่ไม่น้อย

“พี่รักเนเน่” เขาส่งเสียงบอก

“ค่ะ” เธอรับคำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเบา ตอนนี้แอ่นหน้าอกรับปลายลิ้นที่แตะถูกยอดถันในความมืด พี่เมฆสัมผัสเธออย่างนุ่มนวลชวนให้หลงเคลิบเคลิ้ม เธอนอนหลับตาพริ้ม ตอนนี้เริ่มนับลมหายใจที่แรงขึ้นเรื่อยๆ สองมือขยุ้มปอยผมของเขาเอาไว้ ขบเม้มริมฝีปากของตัวเองสนิทไม่ให้มีเสียงร้องเล็ดลอดออกไป

บรรยากาศข้างนอกก็ช่างเป็นใจ เสียงสรรพสัตว์น้อยใหญ่ขานรับส่งเสียงแข่งกันระงม ปะปนกับเสียงหวีดของลมที่เริ่มพัดกรรโชกแรง เธอได้ยินเสียงนกกลางคืนที่ออกหากินร้องดังขึ้น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าลงไปสำรวจพื้นที่ส่วนอ่อนนุ่มด้านล่าง

ญารินดาครางอื้อ ขยับสะโพกหนีปลายลิ้นที่เริ่มตวัดสัมผัสอ่อนนุ่ม

“พี่เมฆขา... อ้า...” เธอเผลอร้องเรียกชื่อของเขาออกมา ก่อนจะยกมือของตัวเองขึ้นมาปิดริมฝีปากเอาไว้ให้สนิท ตอนนี้บิดส่ายตัวอย่างทรมาน แต่ฝ่ามือหนาของหมอเมฆไม่ยอมให้ร่างกายนวลขยับเขยื้อนไปทางไหน เขายึดตรึงเธอเอาไว้อยู่กับที่ ตอนนี้สิ่งที่เขาทำกำลังสร้างความปั่นป่วนในร่างกายของหญิงสาวเป็นอันมาก ธรรมชาติสร้างผู้หญิงให้คู่กันกับผู้ชาย ร่างกายของเธอส่งขับความปรารถนาบ่งบอกความพร้อมพรั่งพรู เธอกระตุกเกร็งตัวสั่นเบาๆ อยู่ใต้อาณัติของเขา

ตำราที่ร่ำเรียนมา ทำให้หมอเมฆรู้ว่าทำอย่างไรหญิงสาวที่เขานอนด้วยจะได้รับความสุขความสำราญอย่างเต็มเปี่ยม

ความร่านสั่นตามสัญชาตญาณของชายหนุ่มในตัวเขาก็มีมาก ไม่ใช่หมอหนุ่มไม่เคยสัมผัสเรือนกายของหญิงสาว หรือไม่เคยนอนกับหญิงใดมาก่อน

ฝาแฝดผู้น้องที่หาญกล้า ชอบเรื่องอย่างว่าเป็นที่สุด สรรหาเวลาและหญิงงามมาปรนเปรอตัวเขาเองกับพี่ชายอยู่เป็นประจำ เลือกผู้หญิงที่สะอาดและรักสนุกมาเล่นเกมรักกันอยู่เสมอเวลากลับไปที่บ้านต่างจังหวัด

แต่สำหรับคฑาวุธแล้ว เขาทำมันเพื่อหาประสบการณ์ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องใต้สะดือมากนัก เขาหาทางออกเพื่อกำจัดความฟุ้งซ่านโดยหากิจกรรมการออกกีฬามาแทนที่เรื่องพวกนี้

 

ญารินดานอนหายใจโรยระริน ตอนนี้พี่เมฆทาบทับเรือนกายกำยำที่แข็งแกร่งลงบนตัวเธอ หญิงสาวสัมผัสได้ถึงความแข็งขืนของหมอหนุ่มที่ทิ่มแทงบดเบียนอยู่บริเวณหน้าขา

“เป็นของพี่นะคนดี” เขากระซิบแผ่ว

“ค่ะ” เธอขานรับเบาๆ ยกมือขึ้นสวมกอดและลูบคลำไปทั่วแผ่นหลังของเขา

หมอหนุ่มประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนแข็งขืนข้างล่างก็จับประชิดเบียดแทรกเข้าไปในช่องทางที่อ่อนนุ่ม เธอเผลอร้องครางเบาๆ เมื่อความใหญ่โตถูกยัดเข้าไปพร้อมกับการถ่ายเทน้ำหนักกดทับให้ตอกแน่น

“เจ็บจังค่ะพี่เมฆ เนเน่เจ็บ อื้อ...” เธอร้องบอกเขา กอดรัดจิกเล็บไปบนหลังของเขาทันที เสียงร้องเบาๆ ที่ข้างใบหูทำให้หมอหนุ่มต้องหยุดก้าวล้ำ เขาหยัดตัวนิ่งทำให้หญิงสาวคุ้นเคยกับความแปลกใหม่ที่กำลังแทรกอยู่กลางลำตัวของเธอ หญิงสาวอ้าขากว้างอัตโนมัติ เธอน้ำตาซึม เพิ่งรู้ว่ามันเจ็บไม่ใช่น้อย ตอนนี้ร่างกายเหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

“พี่เมฆขา เบาๆ นะคะ” เธอกระซิบบอกเขา หลังจากที่ร่างกายของเธอเริ่มคุ้นชิน หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาเหมือนเตรียมพร้อมเพื่อรับทุกสถานการณ์

หมอหนุ่มก็พ่นลมหายใจออกมาทางปากเช่นเดียวกัน ตอนนี้ร่างเล็กๆ กำลังบีบบังคับแกนเนื้อแกร่งเหมือนจะทำลายล้างเขาไปให้สิ้นชาย

“พี่ขยับนะคนดี...” เขาบอกเธอ พลางยกตัวเองขยับขึ้นแล้วกดลง ทำแบบนี้ด้วยจังหวะเนิบนาบ

หญิงสาวเสียววูบ เจ็บแปลบ แต่มันเป็นอารมณ์ที่แปลกมาก ปะปนไปด้วยความเสียวซ่านรัญจวนในความเจ็บปวดนั้น เธอผ่อนลมหายใจออกมา สองมือยึดจับหัวไหล่ของพี่เมฆ แล้วจิกเล็บระบายความเจ็บปวดที่เธอได้รับ

อาการแบบนี้ไม่ได้ทำให้เขาหยุดทำ แต่กับเดินหน้าตอกย้ำตัวเองหนักหน่วงเพื่อให้ถึงเป้าหมาย เพียงตัวใหญ่ของเขาสนิทนิ่งอัดแน่นอยู่ในกายนวล เขาก็ก้มหน้าไปคลุกวงใน กอดจูบลูบคลำไปบนหน้าอกอ่อนยวบ เนเน่เผลอร้องครางแผ่วไปกับสัมผัสของเขา

หมอหนุ่มเริ่มขยับเร่งจังหวะ ฝากรักให้ถึงอกถึงใจมากกว่านี้ เธอผวาจับข้อแขนของเขาไว้ ตอนที่พี่เมฆยันตัวเองขึ้นคุกเข่า แล้วอัดสะโพกสอบใส่เธอให้แรงขึ้น หญิงสาวปิดปากตัวเองสนิท ความสุขหลั่งรินไหลออกมาเป็นทาง ธรรมชาติสร้างสองเราให้มาคู่กัน ร่างกายของเธอก็ตอบสนองเขาอย่างเต็มที่โดยไม่ขัดใจ

เพียงสองใจประสานเป็นหนึ่ง ร่างกายหลอมรวมอยู่ด้วยกันประสานเชื่อม ความสุขก็แผ่ซ่าน เขาอัดโยกรัวเร็วทำให้เกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดของบ้านหลังน้อยๆ แต่ตอนนี้หาได้คิดมากอะไรแล้วไม่ มันกำลังจะถึงจุดไคลแม็ก

คุณหมอหนุ่มตะบั้นสะเอวเข้าใส่คนรักคนสวยอย่างสุดแรง เจ้าลูกชายกระทุ้งเข้าไปจนลึกสุดพร้อมกับฉีดส่งลาวาความรักเข้าไปในตัวของหญิงสาวจนชุ่มฉ่ำ เขาทิ้งตัวเองลงไปทับร่างน้อยๆ เอาไว้ทั้งตัว

ญารินดาเกือบหวีดร้องตอนที่เขาส่งเธอไปถึงสวรรค์ในครั้งที่สอง ส่วนอ่อนนุ่มที่โอบแอบความกำยำของเขาเอาไว้ที่ทั้งตอดรัดบีบแน่นรีดพิษสงของหมอหนุ่มออกมาให้หมด

พี่เมฆยิ้มอยู่ในความมืดด้วยความพอใจ ร่างกายน้อยๆ ที่ตอบสนองเขาบ่งบอกได้ว่าเธอมีความสุขแค่ไหนกับความสัมพันธ์แนบแน่นของกันและกันในคืนนี้

“เนเน่รักพี่เมฆนะคะ” เธอบอกรักเขา ชิดริมฝีปากแล้วงับริมฝีปากล่างของเขาด้วยความหวงแหน

“พี่ดีใจที่สุดเลยที่ได้เป็นเจ้าของเรือนกายนี้ นับแต่วันนี้ไป เนเน่เป็นเมียของพี่แล้วนะ” เขาทำเสียงอ้อนเมีย

“พี่เมฆคะ เมื่อกี้ลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ” เธอเอ่ยถามเขา

“เรื่องอะไร...” ชายหนุ่มถามเธอแบบงงๆ

“ปล่อยข้างในทำไม” เธอกระซิบบอกเขาที่ข้างหู

“อืม... ไม่ทันแล้ว ป่านนี้คงไปผสมกันแล้วมั้ง” เขานึกไปถึงหลักวิชาการ เนเน่หัวเราะร่วนอยู่ภายใต้ร่างของเขา

“หัวเราะทำไมครับ”

“พี่เมฆทำตัวยึกยักอยู่ในตัวของเนเน่ เนเน่จั๊กจี้ พี่ลงจากตัวเนเน่ได้แล้วนะคะ” เธอผลักหน้าอกของเขาเบาๆ

“พอสมใจก็ผลักไสเลยนะ” เขาพูดแซว เธอเกิดอาการเขินยกมือตีไปเบาๆ ที่หน้าอกของเขา

เขาเปิดไฟฉายทันที

“ตัวพี่เมฆตัวหนักจะตาย อีกอย่างเนเน่เจ็บนะคะ” เธอบอกให้เขารู้ ชายหนุ่มเอื้อมมือหยิบทิชชูที่วางอยู่ใกล้ๆ รีบถอนตัวเองออกจากตัวเธอ และบรรจงเช็ดทำความสะอาดให้ เนเน่เขินอายรีบลุกขึ้นนั่ง แล้วพยายามปิดบังเนื้อตัวที่ต้องแสงสว่าง

“เลือดออกมาด้วย” เขาบอกเธอ

“ก็ต้องออกสิคะ ครั้งแรกของเนเน่นะ อีกอย่างพี่เมฆก็ทำแรงด้วย เจ็บมาก...” เธอทำเสียงเง้างอด ชายหนุ่มสอดแขนเข้ามากอดเธอ กดจมูกไปบนแก้มนวลที่ตอนนี้แดงระเรื่อ

“ขอโทษนะครับ ครั้งต่อไปพี่สัญญาว่าจะทำให้นุ่มนวลกว่านี้”

“แหนะ... ใครเขาจะยอมให้ทำอีก”

“ได้ไง เนเน่เป็นเมียพี่แล้ว จะปล่อยให้พี่เหงาได้ไง ใช่ไหมครับ”

“นี่แหละนะ คนเจ้าเล่ห์”

“แล้วเมื่อกี้ใครเป็นคนอนุญาตพี่เอง ใครนะอนุญาตให้พี่ทำได้” เขาช้อนสายตามองเธอจ้องมองใบหน้าสวยๆ ด้วยความสุขที่เต็มล้นอยู่ในหัวใจ หญิงสาวหันไปสอดแขนคล้องรอบคอของเขาทันที ชิดใบหน้าหอมแก้มบอกรักเขา

“พี่เมฆขา ต่อไปรักเนเน่มากๆ นะคะ และต้องรักเนเน่คนเดียวด้วย ห้ามนอกใจ”

“ไม่มีวันเสียหรอก พี่เป็นคนรักเดียวใจเดียว รักเมียของพี่ที่สุด”

สองคนสบตากันภายใต้แสงสว่างจากไฟฉาย หมอเมฆดันตัวเธอให้นอนราบลงไปอีกครั้ง

“พี่ขอต่ออีกรอบนะ”

“ค่ะ... พี่เมฆ” พูดจบหญิงสาวก็ดึงใบหน้าของชายหนุ่มเขามาแลกจุมพิตกันทันทีความสุขบันดาลขึ้นในกระท่อมหลังเล็กๆ นั้นอีกรอบ ต่างบอกกระซิบรักกันและกัน สัญญาว่าจะแต่งงานแล้วสร้างครอบครัวเล็กในอนาคตอันใกล้นี้

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"พล็อตอมตะ แม่ผัวลูกสะใภ้ แต่เรื่องนี้แม่ผัวเอาถึงตาย คนชะตายังไม่ขาด 20 ปีต่อมาให้กลับมาทำให้นางช้ำใจ ต้องเอาให้ตายอีกหนึ่งรอบ เวรกรรมจริงๆ ต้องติดตาม แล้วสนุกมากๆ ที่เรื่องราวที่ไม่น่าจะเกิดก็ต้องเกิด เมื่อลูกของสองครอบครัวมารักกัน เอาละซิ...ซื้ออ่า่่นค่ะ "

คุณธิดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha