รอยบาปหนามหัวใจ

โดย: คุณธิดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : เหตุแห่งหัวใจ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“แหม... คุณหญิงฉัตรคะ ยังไงถ้าหากเนเน่กลับมาจากฝึกงานแล้ว จะรีบพาไปกราบคุณหญิงฉัตรถึงที่บ้านเลยค่ะ”

(“ไว้ให้หนูเนเน่กลับมาก่อน เราค่อยนัดหมายกันอีกครั้งหนึ่งดีไหมคะ อิฉันก็เกริ่นๆ เอาไว้กับตาเอกเหมือนกัน เขาเอ่ยปากถามถึงหนูเนเน่เองเลยนะคะ ยังชมถึงหนูเนเน่ไม่ขาดปากว่าทั้งสวย ทั้งน่ารัก แถมยังเรียนเก่งอีก เหมาะที่จะเป็นแม่ของลูก”) คุณหญิงแก้วกัลยายิ้มแก้มแทบปริ

“พูดเกินไปไหมคะคุณหญิงฉัตร”

(“ไม่เกินไปหรอกค่ะ ยังไงอิฉันก็ต้องขอหมั้นหมายหนูเนเน่ด้วยวาจาเอาไว้ก่อนนะคะ เรื่องสินสอดทองหมั้นก็ต้องรบกวนคุณหญิงพี่ช่วยลดๆ ลงมาหน่อย”)

“แหม... ทำยังกับว่าทางเราจะขายหลานสาวกิน ที่เลือกตาเอกพงษ์ก็เพราะฐานะที่ทัดเทียมกัน มีชาติตระกูลดี อีกอย่างเราก็รู้จักมักจี่กันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวด อิฉันว่าอิฉันเลือกหลานเขยไม่ผิดคนแน่นอน”

(“ถ้าตาเอกรู้เรื่องนี้เข้า คงจะดีใจมากๆ หวังว่าคงได้รับข่าวดีในเร็ววันนะคะ อิฉันจะรอ”)

“อิฉันรับปากแล้ว ไม่กลับคืนคำหรอกค่ะ”

การสนทนาจบไปด้วยความเข้าใจที่ตรงกัน แต่ในเรื่องของหัวใจแล้ว คุณหญิงแก้วกัลยาช่างไม่รู้อะไรเลยเหรอ ว่าการอยู่กับคนที่รักกันมันสุขในหัวใจแค่ไหน

 

บนยอดดอยที่สูงเสียดฟ้า

“เป็นไงครับ เนเน่เหนื่อยไหม” หมอเมฆเดินเข้ามาหาแฟนสาว ยื่นแก้วน้ำให้กับเธอ

“ขอบคุณค่ะพี่เมฆ” เธอรับน้ำจากมือของเขาไปดื่ม ชายหนุ่มหย่อนตัวนั่งลงใกล้ๆ

“เนเน่มีความสุขจังเลยค่ะ ได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขา” เธอยิ้มสดใสเต็มใบหน้า หัวใจชุ่มชื่นที่ได้ทำความดีเผื่อใครอย่างแท้จริง

เขายกมือขึ้นขยี้หัวของเธอเบาๆ

 

“หิวหรือยังครับคุณหมอ” คนในทีมถามขึ้น พร้อมกับถือจานข้าวมาสองใบราดด้วยผัดผักแบบง่ายๆ และโปะไข่ดาวมาให้คนละลูก

“ที่จริงไม่ต้องบริการก็ได้ครับ เราสองคนไปตักเองได้” หมอเมฆพูดขึ้นด้วยความเกรงอกเกรงใจ

“เห็นคุณหมอเหนื่อยนะครับ ไม่ได้หยุดกันเลยเนอะ คนไข้ก็เยอะๆ พอชาวบ้านรู้ข่าวว่ามีคุณหมอมาด้วย ก็มาเข้าแถวกันตั้งแต่เช้า นี่ก็เลยเที่ยงมาตั้งนานแล้ว เกรงคุณหมอจะหมดแรงกันเสียก่อน เที่ยวหน้าชวนมาอีกจะไม่มากันนะสิครับ”

“มาสิคะ” เนเน่หันไปยิ้มให้

“ตามสบายนะครับ ไม่อิ่มยังไง เราสองคนจัดการตัวเองได้ครับ”

 

“อร่อยเหมือนกันนะว่าไหม” เขาชวนคุย

“สงสัยพี่เมฆหิวมากกว่า”

“อืม... น่าจะจริง เมื่อคืนใช้พลังงานเยอะไปหน่อย” เขาส่งสายตากรุ้มกริ่ม พูดเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน

“พี่เมฆอะ พูดอะไรก็ไม่รู้ กินค่ะ กินข้าวไป” หญิงสาวตักข้าวในจานของตัวเองยัดเข้าไปในปากของหมอหนุ่ม เขาอ้าปากรับแล้วเคี้ยวงุบๆ ทำท่าทางว่ากำลังเอร็ดอร่อย

สองคนสบตากันด้วยความรักและความเข้าใจ วันนี้ทำงานด้วยความหัวใจที่อิ่มเอม

 

หลังเลิกงาน ทีมงานจัดอาหารเย็นให้พร้อมสรรพ พอรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ทั้งสองคนพากันอาบน้ำแล้วมานั่งจับเจ่ากันอยู่ที่นอกชานเรือน

อากาศเริ่มหนาว พี่เมฆเดินเข้าไปหยิบผ้าพันคอมาให้หญิงสาว เขาบรรจงคลุมผ้าให้ เห็นแสงแดดยามที่จะรับขอบฟ้า ตอนนี้ก้อนเมฆถูกระบายหลากสีสัน

“สวยนะคะพี่เมฆ” เธอชี้ชวนให้เขาดู ตอนนี้หญิงสาวอยู่ในอ้อมกอดของเขา เธอพิงหน้าลงไปกับอกอบอุ่นนั้น

“เมฆบนท้องฟ้าก็สวย คนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ พี่ก็สวย”

“ปากหวานจริงๆ นะคะพี่เมฆ” เธอยกหน้าพูดว่าให้ เขายกผ้าที่พันคอของหญิงสาวแล้วคลี่ออก คลุมทั้งสองใบหน้า แล้วก้มหน้าประทับจุมพิตลงไปที่กลีบปากของเธอ ปลายลิ้นที่ถูกส่งเข้ามาในปากของเธอ เพื่อนควานหาความหวาน เนเน่หลับตาพริ้ม

 

“คุณหมอครับ คุณหมอ...” เสียงเรียกของผู้ชายคนหนึ่งทำให้สองคนผละออกจากกัน ทั้งคู่นั่งหน้าแดงอยู่ตรงนั้น

“มีอะไรครับ” หมอเมฆรีบตะโกนถามไป

“มีคนมาจากที่หมูบ้านลีซอฝั่งโน้น ขอให้คุณหมอไปช่วยทำคลอดให้เมียเขาด้วยนะครับ เมียเขากำลังจะคลอดลูก หมอตำแยประจำหมู่บ้านเขาป่วยหนักมาหลายวันแล้วครับ เห็นว่าลงไปรักษาตัวที่ไหนเมือง ก็มาขอความช่วยเหลือจากที่นี่นะครับ”

“เอายังไงคะ” เนเน่ถามพี่เมฆขึ้น

“เนเน่รออยู่ที่นี่นะ พี่ไปคนเดียว” เขาอาสา แล้วบอกคนรัก

“ไม่เอาค่ะ เนเน่จะไปช่วยด้วยนะคะ ยังไงสองคนก็ยังดีกว่าคนเดียวแน่นอน”

“เอายังไงดีครับคุณหมอ พ่อเด็กบอกว่าน้ำคร่ำแตกแล้ว” เขาคนนั้นเร่งเร้า

“ครับๆ ไปครับไป ผมเอากระเป๋ายาก่อน” เมฆบอก

เนเน่รีบเข้าห้อง หยิบถุงเท้าขึ้นมาใส่ แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้รัดกุมพร้อมที่จะเดินทาง

เมฆก็จัดการตัวเองเช่นกัน สองคุณหมอรีบเดินลงจากเรือน แล้วตามสามีของผู้หญิงที่เจ็บท้องคลอดไป

 

“ไหวไหมครับเนเน่” เขาถามเธอด้วยความเป็นห่วง เมฆมองหน้าคนรักด้วยความสงสาร

“ไหวค่ะ รีบกันเถอะค่ะ เนเน่เป็นห่วงทั้งแม่และเด็ก” หญิงสาวไม่ได้ห่วงตัวเอง แต่ห่วงสุขภาพและสวัสดิภาพของคุณแม่ท้องแก่คนนั้นมากกว่า

ใช้เวลาเดินขึ้นเขาลงเขาเกือบสี่สิบห้านาที่ ลัดเลาะขึ้นลงตามทางที่คดเคี้ยวกว่าจะมาถึงหมูบ้านลีซอ

 “ทางนี้ครับหมอ... ช่วยเมียกับลูกผมด้วยนะครับ” ชายคนนั้นรีบพาทั้งสองคนเข้าไปในกระท่อม ที่มีการสุมไฟเอาไว้ต้มน้ำร้อน พร้อมกับมีผู้หญิงแก่อีกสองคนอยู่บนนั้นด้วย

“โอ้ย...” เสียงร้องคร่ำครวญของผู้หญิงท้องแก่ดังลั่นไปทั้งกระท่อม

เห็นสามีเธอเข้าไปพูดภาษาท้องถิ่นกับภรรยาของเขา และผู้สูงวัยสองคนนั้น

“เป็นยังไงบ้างคะ” เนเน่เข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับจับมือของเธอให้กำลังใจ

หมอเมฆกำลังกางกระเป๋าพยาบาลออก เขาหยิบอุปกรณ์ช่วยฟังออกมา แล้วลูบคลำไปตามหน้าท้องของคุณแม่ที่ขมวดกลมเป็นก้อน

“โชคดีนะเด็กกลับหัวลงมาแล้ว แต่ดูท่าทางคุณแม่จะเหนื่อยไม่มีแรงเบ่ง เราคงต้องช่วยกัน” เขาบอกเนเน่

ญารินดาหันไปให้กำลังใจและส่งยิ้มให้กับหญิงสาวที่นอนครวญครางเบาๆ ตอนนี้มีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นมาเต็มใบหน้า

“หมอชื่อเนเน่ค่ะ ส่วนนี่ก็คุณหมอเมฆ คุณหมอเมฆเก่งมากเลยนะคะ เราสองคนจะช่วยทำคลอดให้คุณแม่นะคะ แต่ตอนนี้คุณแม่ช่วยด้วย หายใจให้ลึกๆ นะคะ” สามีของหญิงสาวคนนั้น เดินเข้ามานั่งใกล้ๆ เนเน่สั่งให้เขานั่งลงไปซ้อนที่ข้างหลังของเธอเอาไว้ คอยปลอบโยน หญิงสาวจึงยิ้มออกมาได้

“ท้องแรกด้วยนะครับ” สามีเป็นคนบอก

“ไม่ต้องกลัวนะคะ เจ็บท้องคลอด คุณแม่ก็เจ็บแบบนี้ทุกคน แต่พอน้องออกมาแล้ว ความเจ็บเหล่านั้นก็จะหายไปเลยค่ะ” เนเน่ปลอบใจ

เธอดึงผ้าที่ผูกคล้องเอาไว้ข้างบนมาให้ผู้หญิงคนนั้นถือ คุณย่าคุณยายสองคนเมื่อกี้คงจะเคยช่วยทำคลอดมาหลายคน ยกกะละมังใส่น้ำอุ่นมาวางไว้ใกล้ๆ และเตรียมเศษผ้าถุงที่ตัดเป็นชิ้นๆ สำหรับเอาไว้ห่อเด็ก และผ้าขนหนูใหม่อีกสองสามผืน

หมอเมฆช่วยดันขาของหญิงสาวคนนั้นขึ้น ผ้าถูกร่นขึ้นไปเผื่อให้คุณหมอทำงานสะดวกขึ้น หมอเมฆเอาถุงมือยางขึ้นมาใส่ ก่อนจะล้วงนิ้วเข้าไปวัดดูปากมดลูก

“น่าจะใกล้คลอดเต็มที่แล้ว พวกเราจะต้องช่วยให้คุณแม่มีแรงเบ่ง คุณพ่อก็ต้องช่วยด้วยนะครับ” หมอหนุ่มบอกกับทุกคน

“อ้าว... หนึ่ง สอง อึบ...” เขาส่งเสียงนำ ทั้งหมอเนเน่และสามีของเธอก็ช่วยเธอเบ่งด้วย

ดูท่าทางคุณแม่มีกำลังใจขึ้นมาก เธอทำตามที่คุณหมอแนะนำทุกอย่าง

หมอเมฆหยิบใบมีดที่คมกริบกรีดลงไปที่เนื้ออ่อนเพื่อเปิดทางให้ช่องทางออกของเด็กที่อยู่ข้างในได้ออกมาสะดวก

“อ้าว... หนึ่ง สอง อึบ...” เนเน่ช่วยให้จังหวะ

“อื้อ...” แม่ของเด็กส่งเสียงเบ่งคลอดหน้าดำหน้าแดง เด็กน้อยหัวค่อยๆ โผล่ออกมา หมอเมฆจับหัวเด็กเอาไว้ แล้วหมุนให้คว่ำ

“เบ่งอีกทีเดียวนะ ช่วยกัน หนึ่ง สอง อึบ...” หมอเมฆช่วยเบ่งด้วย ได้ยินเสียงช่วยกันเบ่งของทุกคน เนเน่ก็พลอยลุ้นไปกับพวกเขาด้วย นี่อาจจะเป็นประสบการณ์ทำคลอดนอกห้องคลอดครั้งแรกของเธอด้วย

หมอเมฆรับผ้าซิ่นมาจากมือคุณยายที่ยื่นให้ พรึบ... ตัวเด็กหลุดออกมาจากช่องคลอดของแม่ เขารีบห่อตัวเด็กเอาไว้ทันที

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หมอเมฆทำงานอย่างคล่องแคล่ว เขาวางเด็กเอาไว้บนตักของตัวเอง ก่อนจะหยิบกรรไกรที่เตรียมเอาไว้ตัดฉับเข้าไปที่สายสะดือ แล้วผูกมัดให้เรียบร้อย

เด็กน้อยถูกส่งตัวไปให้คุณยายสองคน นางรีบรับเอาตัวไปแล้วทำให้เด็กร้อง

“ได้ลูกชายนะครับ” คุณหมอเอ่ยปากบอกทุกคน

เด็กชายส่งเสียงแผดจ้าขึ้นมาทันทีที่โดนน้ำอุ่นในกะละมังนั้น สองยายกำลังล้างตัวเขาเพื่อเอาคราบไขออกไปให้หมด

สามีจับมือของภรรยาที่หมดเรี่ยวแรงอยู่ตรงนั้น เขานั่งน้ำตาไหล ได้ยินเสียงของเขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกอยู่สองสามครั้ง

 

“เนเน่ช่วยกดท้องให้พี่ที เราต้องเอารกออกก่อน” เขาบอกแฟนสาว

หมอเนเน่ทำตามที่เรียนมา ช่วยหมอเมฆเอารกออกมาจากท้องของคุณแม่ เธอเบ่งออกอีกครั้ง ทุกอย่างก็หลุดออมาจากข้างในจนหมด

เนเน่อาสาเช็ดทำความสะอาด และเป็นคนเย็บแผลให้กับหญิงสาวคนนั้นเอง

เมื่อทุกอย่างผ่านไปเรียบร้อย ทั้งสองคนช่วยกันเก็บอุปกรณ์ แล้วพากันมานั่งห้อยขาที่อยู่นอกชานเรือน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณพ่อคนใหม่ที่ดูแลเรื่องที่นอนของภรรยาและลูก โดยมีคุณย่าคุณยายช่วยกันอยู่ในนั้นด้วย

 

“เป็นไงบ้าง ตื่นเต้นไหม” หมอเมฆถามแฟนสาว เขาหันมายิ้มเต็มใบหน้า

“ที่จริงถ้าเราอยู่ที่โรงพยาบาล เนเน่ว่าเนเน่คงไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่ที่นี้มัน...” พลางพ่นลมหายใจออกมา

“พี่เมฆเก่งจังค่ะ” เธอหันไปชมเขาที่ดูมีสติและทำงานได้คล่องแคล่ว

“พี่เคยทำคลอดให้ผู้หญิงในรถแท็กซี่หนึ่งครั้งนะ”

“จริงหรือคะ โอ้โห”

“มันเป็นเรื่องบังเอิญ ตอนนั้นพี่ฝึกงานที่แถวๆ นนทบุรี วันนั้นพี่เพิ่งเลิกงาน มีรถติดกันยาวเหยียด มีเสียงคนตะโกนออกมาจากรถแท็กซี่คันหนึ่ง บอกว่าเมียเขากำลังจะคลอด ใครเป็นหมอบ้าง พี่ก็เลยอาสาไปช่วย สรุปเด็กคลอดออกมาปลอดภัยดีทั้งแม่และลูก”

“แล้วเด็กเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”

“เป็นผู้หญิงครับ น่ารักตัวจ้ำม่ำเชียว” หมอเมฆระบายยิ้มด้วยความภูมิใจออกมาเต็มใบหน้า

“พี่เมฆรู้ไหมคะ ว่าทำไมเนเน่อยากเป็นหมอ...” เธอช้อนสายตามขึ้นไปมองเขา

“เนเน่อยากมีโอกาสได้ช่วยเหลือคนอื่นบ้าง แล้ววันนี้มันรู้สึกเติมเต็ม เนเน่ดีใจมากๆ กับการที่เราสองคนได้ช่วยกันทำคลอดเด็กคนนี้ มันสุขใจอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ” เธอสอดแขนกอดรัดร่างของแฟนหนุ่มเอาไว้

“แล้วทำไมพี่เมฆอยากเป็นหมอคะ” เธอถามเขามั่ง

“พี่อยากเรียนเพราะพี่จะได้ดูแลคุณแม่ของพี่ ท่านไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ และตอนนี้ก็รู้สึกเหมือนท่านจะเป็นอัลไซเมอร์ แต่พี่ก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าท่านเป็นโรคอะไร คุณพ่อของพี่ไม่ยอมให้คุณแม่ไปรับการรักษาที่ไหน ท่านไม่ได้ให้เหตุผลที่ดีกับพี่ พี่ก็เลยคิดว่า หากพี่เป็นหมอพี่จะรักษาอาการต่างๆ ที่คุณแม่พี่เป็น และพี่อยากรู้ว่าแม่พี่ป่วยเป็นโรคอะไร” เมฆมีสายตาที่มุ่งมั่น และเขาแสดงความรักแม่ของเขามากออกมาทางสายตา

“เหรอคะ น่าสงสารท่านจัง” เนเน่ทำหน้าเศร้า

“ไว้เราฝึกงานเสร็จ พี่เมฆพาเนเน่ไปรู้จักท่านด้วยนะคะ”

“ได้สิ คุณแม่ท่านต้องดีใจแน่ๆ ที่พี่เมฆได้เมียน่ารักขนาดนี้”

“ปากหวานจริงๆ พี่เมฆเนี่ย แบบนี้จะไม่ให้เนเน่รักได้ยังไง” เธอกอดร่างของเขาไว้แน่น ชายหนุ่มก็กอดตอบ

“แล้วคืนนี้เราสองคนจะนอนที่ไหนคะ” เนเน่ถามขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ ทั้งสองคนจึงหัวเราะขึ้นมาพร้อมๆ กัน

 

”คุณหมอครับ คุณแม่ของผมจัดที่นอนให้แล้วนะครับ ต้องให้คุณหมอสองคนนอนที่นี่ด้วยกันนะครับ เพราะมันดึกแล้ว เดินทางกลับกลางคืนกลัวไม่ปลอดภัย แล้วอีกอย่างคืนนี้เดือนมืดด้วย”

“ครับ ได้เลยครับ ขอให้มีที่นอน” เมฆหันไปบอกเขา

ชายหนุ่มคนนั้นยกมือไหว้ทั้งสองคนปลกๆ

“ขอบคุณคุณหมอสองคนมากๆ นะครับ ไม่รู้จะตอบแทนยังไง”

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่เห็นรอยยิ้มของคุณพ่อคนใหม่ เราก็ดีใจแล้วค่ะ” หมอเนเน่พูดขึ้น ชายคนนั้นยิ้มกว้างตอบแทนน้ำใจของคุณหมอที่มีต่อเขาอีกครั้ง

 

เปรี้ยง... เสียงฟ้าร้องก้องสนั่นไปทั้งไพรี สองคนที่ก่ายกอดกันอยู่บนที่นอนถึงกับผวาตื่น ฟ้าแลบแปลบป้าบเกิดแสงสว่างวาบไปทั่วทั้งแผ่นฟ้า

“อะไรกัน ไม่มีปีมีขลุ่ย” พี่เมฆเอ่ยพูด พลางกระชับกอดร่างเล็กของเนเน่เข้าหาให้แน่นๆ

“ไหนพี่เมฆว่าอากาศจะแปรปรวนแต่มันอีกหลายวันไม่ใช่หรือคะ” ปากก็ถาม แต่ก็สอดแขนเข้าไปกอดรัดหมอหนุ่มไว้แน่น

“กระท่อมหลังน้อยๆ เนี่ยจะไปกับสายฟ้าสายฝนหรือเปล่าคะ” เธอถามตามที่ใจคิด

“พี่ว่าไม่หรอกนะ เขาก็อยู่กันมาชั่วนาตาปี”

เปรี้ยง... สายฟ้าฟาดลงห่างไปไม่ไกล เธอยกมือขึ้นปิดหู แล้วซุกหน้าเข้าหาอกอุ่นของหมอเมฆอีกครั้ง

“กลัวเหรอจ๊ะ”

“นิดหน่อยค่ะพี่ แต่คนที่กลัวกว่าเนเน่ก็มีนะคะ”

“ใครจ๊ะ”

“น้องสาวเนเน่ค่ะ รายนั้นหากเจอจังๆ แบบนี้ ร้องไห้คลุ้มคลั่งขี้มูกโป่งไปเลยค่ะ” เธอเล่าถึงน้องสาวที่อายุห่างกันเกือบสี่ปีด้วยความคิดถึง

“น่ารักเหมือนพี่สาวไหม”

“น่ารักสิคะรายนั้น หน้อยแน่เก่งร้องเล่นเต้นรำ ตอนนี้ก็กำลังแสดงละครอยู่ค่ะ พี่เมฆรู้ไหม”

“พี่เคยเห็นไหมคะ ละครที่หน้อยแน่เล่น”

“ต้องถามก่อนค่ะ ว่าพี่เมฆดูทีวีหรือเปล่า” เสียงเมฆหัวเราะเบาๆ

“ไม่ดูจ๊ะ”

“ก็นั่นน่ะสิ ไว้กลับไปเนเน่ให้ดูรูปนะคะ” เขาก้มลงจุมพิตที่หน้าผากกว้าง

“เสียดายถ้าอยู่ที่กระท่อมของเราพี่จะทำ...” เขาซุกใบหน้าลงไปบนซอกคอขาวๆ

“ทำอะไรคะ” เธอรู้แต่ก็แกล้งถาม

“ทำรักไง... จุ๊บ” เขาจุ๊บไปที่ปากของเธอ และงับปากนั้นเบาๆ หญิงสาวส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความสุข การอยู่กับคนที่เรารักไม่ว่าอยู่ที่ไหนมันก็สุขในหัวใจ

 

รุ่งเช้าวันต่อมา สายฝนและพายุหลงฤดูกวาดล้างบางสิ่งบางอย่างทำลายลง หนทางที่ชาวบ้านใช้สัญจรมีกิ่งไม้ใหญ่ล้มทับขวางทางเต็มไปหมด และบางช่วงถูกน้ำสะล้างจนทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านที่คณะทีมงานตั้งอยู่

คุณหมอสองคนนั่งมองหน้ากัน ตอนที่คุณพ่อคนใหม่เดินกลับมาบอก หลังจากที่พายุฝนเริ่มซาลงเขาเดินสำรวจไปทั่ว

“ไปไม่ได้แล้วครับคุณหมอ อีกอย่างฝนทำท่าจะตกลงมาอีก หากผมไปส่งคุณหมอตอนนี้ กลัวว่าไปได้ครึ่งทางแล้วฝนตกหนักจะลำบากมากกว่าเดิม” คำพูดที่ออกมาจากปากของชายหนุ่มทำให้สองหมอมองหน้ากันแบบถอนใจ

“เอายังไงดีคะพี่เมฆ”

ทั้งสองคนเงยหน้าไปยังฟากฟ้าเห็นก้อนเมฆจับก้อนกันเป็นสีเขียวเข้ม บางก้อนก็ดำทะมึนทึม

“พี่ว่าเราเชื่อเขาดีกว่า พี่เกรงอันตรายกับเนเน่ แต่สำหรับพี่ไม่เป็นไร”

“แต่คณะนั้นจะรอและเป็นห่วงไหมคะ” เธอยังนึกไปถึงกลุ่มทีมรักษาที่ต้องพากันลงเขาตั้งแต่วันนี้

“พวกเขาก็เดินทางกลับกันไม่ได้เหมือนกัน เชื่อพี่สิ” เขาปลอบใจเธอ

นั่งมองหน้ากันไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พายุอีกลูกก็เข้ามาอีก ทุกคนนั่งจับเจ่ากันอยู่ในกระท่อมเล็กๆ หลังจากกินข้าวแล้ว เนเน่ก็นอนหนุนตักพี่เมฆอยู่ เสียงฟ้าฝนก็ยังดังเปรี้ยงปร้างลั่นไปทั่วท้องฟ้า เธอผวาขึ้นกอดเขาไว้ตัวกลม

“น่ากลัวเหมือนกันนะคะ”

ความหนาวเย็นเริ่มมาเยือน หมอเมฆตระกองกอดคนรักอยู่แบบนั้นบนที่นอนในกระท่อมหลังเล็กนั้น รอคอยเพื่อให้ฟ้าหายพิโรธ

 

“เอายังไงดี พายุเข้าขนาดนี้ คณะที่ขึ้นไปบนเขาลงมาไม่ได้แน่ๆ ได้ข่าวว่าฝนตกหนัก น้ำป่าไหลราก สงสัยทางพังหมดแล้วแน่ๆ ครับท่าน” ทางทีมประสานแจ้งให้กับ ผอ. ดิลก ทราบ

“เอ่อ... แต่คนของผมปลอดภัยดีนะครับ หมอคฑาวุธกับหมอญารินดา” ท่านเอ่ยถามไปถึงทั้งสองคน

“นั่นแหละครับ ที่จะโทรมาเล่า ครั้งล่าสุดที่ติดต่อได้ ทางโน้นบอกว่า หมอทั้งสองคนข้ามเขาไปทำคลอดให้กับหญิงท้องแก่ในหมู่บ้านลีซอ ตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้เลยครับ ไม่ทราบว่าเป็นยังไงกันบ้าง” ปลายสายตอบมา ทำให้นายแพทย์ดิลกเริ่มนั่งไม่ติดที่

“ผมรบกวนท่านประสานให้หน่อยนะครับว่าทั้งสองคนปลอดภัยไหม ยังไงผมจะรอนะครับ”

ข่าวที่หมอเมฆและหมอเนเน่ และทีมแพทย์ติดอยู่บนเขาดังไปทั่ว ทุกทีมช่วยเหลือกำลังหาวิธีการดูว่าจะทำยังไงได้บ้าง

ตอนเย็นของวันนั้นก็ได้รับข่าวดีจากคณะที่อยู่บนยอดดอย แต่ข่าวร้ายคือยังติดต่อ หมอเมฆกับหมอเนเน่ไม่ได้

ข่าวที่ได้รับมาทำให้ ผอ. ดิลก ตัดสินใจบอกข่าวนี้ไปยังครอบครัวของทั้งสองคุณหมอ

 

“อะไรนะคะ ลูกไปติดอยู่บนเขาตอนไปทำงานนอกสถานที่ ยังไม่รู้ข่าว” ญาดาทำท่าจะเป็นลมล้มไป เธอทรุดนั่งไปบนโซฟาตัวใหญ่ มีคนรับใช้คอยพัดวีอยู่ใกล้ๆ

คีรีรีบเข้าไปดูภรรยาด้วยความเป็นห่วง

“พี่ว่าใจเย็นๆ ก่อน ทาโน้นเขาก็แค่มาส่งข่าวมาเท่านั้น” เขาทำน้ำเสียงปกติ แต่ภายในใจก็ร้อนรุ่มน่าดู เพราะลูกสาวของเขาไม่เคยไม่ตกระกำลำบากที่ไหนมาก่อน

คุณหญิงแก้วกัลยาเดินมาจากข้างบนพร้อมกับหน้อยแน่ เห็นสภาพของลูกสะใภ้ที่มีคนคอยพัดวีอยู่ใกล้ๆ ก็รีบเดินเข้ามาถาม

“เป็นอะไร ญาดาไม่สบายเหรอ”

“เนเน่หลงป่าค่ะ ติดอยู่บนเขามาสามวันแล้ว” ญาดาแย่งพูด คุณย่าพอได้ยินก็ลมแทบจับไปอีกคน

“แล้วแกจะรออะไรอยู่ ฮึ... ตาคีรี ไปสิไปดูลูก โธ่เอ๊ย... ยายเนเน่หลานย่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ เอิ้ก...” คุณหญิงทำท่าลมใส่ คนใช้ก็รีบวิ่งกันให้วุ่นวาย

“คุณพ่อคะ หนูไปกับคุณพ่อเองค่ะ” หน้อยแน่ขันอาสา

“งั้นก็ไปเก็บของกัน” คีรีออกคำสั่งก่อนจะเดินขึ้นบนเรือนไป

“ป้าช่วยตามไปเก็บของให้คุณผู้ชายหน่อยเร็ว” ญาดาที่พอจะมีสติอยู่รีบบอกคนรับใช้

ตอนนี้เธอเป็นฝ่ายต้องไปช่วยคุณหญิงแม่บีบนวด

“กลับมาเที่ยวนี้ ถ้ามันยังขืนดื้อด้านอีกนะ ย่าจะ... เอิ้ก...” คุณหญิงต้องหยุดพูดเพราะว่าลมมันตีขึ้น

 

คีรีเดินทางไปเชียงใหม่พร้อมกับลูกสาวคนเล็ก เขามาถึงโรงพยาบาลในตัวอำเภอที่ญารินดาในตอนเย็นของวันนั้น และได้รับรู้ข่าวการติดตามของลูกสาวอย่างต่อเนื่อง ดีว่าในตัวเมืองยังมีโรงแรมระดับสามดาวให้ไปพัก เขากับหน้อยแน่จึงไปรอฟังข่าวดีอยู่ที่นั่น

 

ที่จังหวัดกระบี่

“คุณพ่อจะเอายังไงดีครับ” หมอกถามคุณพ่อ

“พรุ่งนี้เขาจะมาดูที่ที่เราจะขายตรงโค้งปารัง” เขมนั่งหน้าเคร่งเครียดตั้งแต่รู้ข่าวของลูกชายคนโต

“ชู...” เขมทำนิ้วชี้ชิดที่ริมฝีปาก เมื่อเห็นมรกตเดินหิ้วของพะรุงพะรังเข้ามาในบ้าน ตามมาด้วยเด็กรับใช้อีกหนึ่งคน

หมอกรีบวิ่งไปช่วยแม่

“มาครับแม่ ผมช่วยดีกว่า”เขายกทุกอย่างเข้าไปไว้ในครัวให้กับแม่

“พี่เขมคะ ใหม่ได้ขี้เหล็กมาอย่างสวยเลยค่ะ จะแกงให้กินนะคะ” เธอเดินเข้ามาหาสามี แล้วนั่งลงใกล้ๆ

เขมกอดเธอเอาไว้ทั้งตัว แล้วหอมแก้มนวลของเธอทันควัน อยู่กันมายี่สิบกว่าปีไม่มีวันไหนที่เขาไม่แสดงความรักแบบนี้กับภรรยา

“อุ้ย... สวีทกันอีกแล้ว ลูกโตขนาดนี้คุณพ่อก็ยังทำสวีทกับคุณแม่ได้ทุกวัน” หมอกเอ่ยแซว

พ่อกับแม่ทำหน้ายิ้มๆ

“แล้วหมอกวันนี้ลมอะไรหอบมา ฮึ... ทุกทีต้องให้แม่โทรไปตาม” สองพ่อลูกมองหน้ากัน เขมรีบพูดขึ้น

“ก็... หมอกอยากจะไปเที่ยวที่เชียงใหม่ เลยมาขอตังค์เนี่ย”เขมรีบฟ้อง

“เหรอ... รีบให้ไปเลยสิคะพี่เขม จะได้ให้ไปหาเมฆด้วย ไปวันไหน แม่จะทำน้ำพริกตะไคร้ฝากไปให้พี่เราด้วย ... ดีนะ แม่ซื้อน้ำพริกไตปลาแห้งมาด้วย เมฆได้กินคงดีใจมากๆ... เดี๋ยวนะ เดี๋ยวแม่เข้าครัวเลย”

“หมอกโทรไปหาตั๋วก่อนไป” เขมมองหน้าลูกชาย หมอกรีบหยิบโทรศัพท์ก่อนจะเดินออกไปโทรข้างนอก

“พี่เขมให้ใหม่ไปกับหมอกด้วยได้ไหม อยากไปหาเมฆ ใหม่คิดถึงลูก” เธอทำเสียงอ้อนสามี

“ไม่ได้ครับ พรุ่งนี้พี่มีนัดเขาดูที่ไว้ ถ้าเขาตกลงเขาก็จะจ่ายเงินมัดจำเลย เราสองคนไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน เอาแบบนี้... ถ้าขายที่ได้ หรือเขาจ่ายมัดจำ พี่พาใหม่บินไปหาลูกเลย” เขมปลุกปลอบ สองคนผัวเมียไม่เคยห่างกัน เขมไม่เคยให้มรกตคลาดสายตา

“จริงๆ นะคะ” เธอดูมีความหวัง

“พี่เป็นห่วง เจ้าหมอกมันเป็นผู้ชาย แล้วมันระวังอะไรเป็นมั่ง เดี๋ยวเกิดมันทำแม่มันหาย พี่จะฆ่ามันน่ะสิ” เขมพูดสรรพยอกกับเมีย มรกตหัวเราะขึ้นมาเบาๆ ก้มตัวสอดแขนกอดสามีด้วยความรัก

“ไหนว่าจะทำแกงขี้เหล็ก แล้วน้ำพริกอะไรที่จะทำฝากไปให้ลูก” เขาเตือนเรื่องที่เธออยากทำ

“อุ้ยตาย... แป๊บเดียวเอง ลืมเสียแล้ว งั้นใหม่เข้าครัวนะคะ”

หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงก๊องแก๊งอยู่ในครัว และเสียงมรกตถกเถียงอยู่กับเด็กรับใช้ดังอยู่ในนั้น

 

“ได้ไหมตั๋ว” เขมถามลูกชายทันที

“ได้ครับพ่อ ผมไปขึ้นที่ภูเก็ตเลย บินตรงไปลงที่เชียงใหม่”

“ให้ใครไปส่ง”

“เดี๋ยวให้เพื่อนไปส่งครับพ่อ ไม่ต้องเป็นห่วง ว่าแต่... แม่”

“อยู่ในครัว ไปช่วยแม่ทำอะไรหน่อยไป บ่นคิดถึงหมอกมาหลายวันแล้ว” พ่อไล่ให้เขาไปช่วยแม่ในครัว ชายหนุ่มรีบวิ่งแจ้นเขาไปหาแม่ หลังจากนั้นก็ได้เสียงหวีดเล็กๆ ของแม่

“ไอ้หมอกมันแกล้งแม่มันอีกแน่ๆ” เขมส่ายหัว รู้นิสัยทะเล้นของลูกชายคนเล็กดี แต่ตอนนี้เขาก็พะวงห่วงไปถึงฝาแฝดคนโต ป่านนี้จะเป็นไงบ้าง

 

“เราติดแหงกอยู่ที่นี่สี่วันแล้วนะคะ” เนเน่ก้มมองเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่แล้วก็หัวเราะ เธอเก้กังกับชุดผ้าถุงแบบนี้จริงๆ แต่จะทำยังไงได้ ไม่ได้เตรียมเอาอะไรมาเลย

“เราย้ายมาอยู่บนดอยนี่เลยไหม” เขาหยอกแฟนสาว ใช้มือไล่จับไปบนเนื้อตัวที่โผล่พ้นเสื้อผ้า

“พี่เมฆเล่นอะไรไม่รู้”

“พี่รู้เลยว่า ทำไมชาวบ้านแถบนี้เขามีลูกเยอะ เย็นค่ำมาปิดไฟก็ไม่มีอะไรทำแล้วนอกจาก...” เขาส่งสายตาหวานหื่นๆ

“ดูทำเข้า รู้นะว่าคิดอะไร” เธอผลักใบหน้าของเขาให้ออกห่าง ตอนนี้พี่เมฆซุกหน้าลงบนซอกคอและไล่งับติ่งหูเบาๆ หญิงสาวขนลุกเกรียว

“มันไม่เหมาะค่ะ ไว้กลับไปถึงโรงพยาบาลก่อน” เธอท้วงติง

“แน่นะ” เขาทำเสียงกระเส่า พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

“คิดดูสิ ให้พี่นอนเบียดกับเนเน่ทุกวัน แล้วไม่ให้มีอะไรด้วย พี่จะแข็งตายอยู่แล้ว” เขาพูดเสียงอ่อย

“อะไรจะแข็งตายคะ ปล่อยให้แข็งไปสิ” เธอยิ้มพราวเต็มใบหน้า ยกมือบีบคางของพี่เมฆแรงๆ

“ใจร้ายที่สุดเลย เมียพี่นี่”

“ก็เล่นหื่นไม่เป็นเวล่ำเวลา ตอนนี้มันไม่ได้”

“เฮ้อ...” หมอเมฆพ้นลมหายใจออกมาแรงๆ ล้มตัวไปนอนหงายยกมือก่ายหน้าผาก

“ลมพายุสงบแล้วนะคะ เนเน่ว่าพรุ่งนี้เราคงกลับไปกันได้”

“พี่ก็หวังไว้แบบนั้น”

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"พล็อตอมตะ แม่ผัวลูกสะใภ้ แต่เรื่องนี้แม่ผัวเอาถึงตาย คนชะตายังไม่ขาด 20 ปีต่อมาให้กลับมาทำให้นางช้ำใจ ต้องเอาให้ตายอีกหนึ่งรอบ เวรกรรมจริงๆ ต้องติดตาม แล้วสนุกมากๆ ที่เรื่องราวที่ไม่น่าจะเกิดก็ต้องเกิด เมื่อลูกของสองครอบครัวมารักกัน เอาละซิ...ซื้ออ่า่่นค่ะ "

คุณธิดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha