รอยบาปหนามหัวใจ

โดย: คุณธิดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : คู่สอง...คนที่ไม่เข้าตา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

“อ้าว หมอเมฆลงมาได้จากเขาตั้งแต่เมื่อไรคะ” น้องที่นั่งเป็นประชาสัมพันธ์ทักคฑาเทพขึ้น

“อืม... ผมไม่ใช่หมอเมฆครับ ผมเป็นน้องชายฝาแฝดของคุณหมอ” คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวขยับแว่นขึ้นลง ก่อนจะกระพริบตาถี่ๆ แล้วรีบยกมือไหว้

“อุ้ย... ขอโทษนะคะ เหมือนกันมากเลยค่ะ แต่ถ้าสังเกตดีๆ คุณน้องดูดำกว่าคุณหมอเมฆจริงๆ ค่ะ” เธอถือโอกาสวิพากษ์วิจารณ์

“ท่าน ผอ. สั่งเอาไว้แล้วค่ะ ว่าหากญาติของคุณหมอเมฆมาให้พาไปหาท่านที่ห้องได้ เชิญทางนี้ค่ะ” เธอเดินนำหมอกไปยังชั้นสองที่มีห้องพักของ ผอ. ดิลกอยู่

 

ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เธอคนนั้นเคาะประตูดังๆ

“เข้ามาได้” มีผู้ชายทำเสียงทุ้มๆ ลอดออกมา

“ญาติคุณหมอเมฆมาถึงแล้วค่ะ” เธอเดินนำเขาเข้าไปข้างใน ใบหน้าและรูปร่างของชายหนุ่มทำให้นายแพทย์ดิลกชะงักไปนิดหนึ่ง

“ช่างเหมือนกันมากๆ เลยนะครับ หากว่าจับแต่งตัวเหมือนๆ กันเนี่ย คงจะแยกกันไม่ออก” ผอ. ทักเขาขึ้น พลางยกมือรับไหว้ชายหนุ่ม เขาผายมือเชื้อเชิญให้คฑาเทพนั่งตรงหน้า

“ยังไม่ได้ข่าวพี่ชายของผมเลยหรือครับ”

“ยังครับ ... เอ่อ... คุณ....” ท่านจะถามชื่อออกมาก็ไม่ถาม ทำเสียงอึกๆ อักๆ

“ผมหมอกครับ” เขาเอ่ยแนะนำตัว

“คุณหมอกรอสักครู่นะครับ วันนี้ผมจะพาไปที่จุดนัดพบตีนเขา เห็นทางโน้นส่งข่าวมาแล้วว่าจะเดินกันลงมาวันนี้ จะได้ไปฟังข่าวพร้อมๆ กัน อีกอย่างรับประทานอะไรมาหรือยังครับ รอญาติของหมอญารินดาก่อนนะครับ ระหว่างทางผมจะพาไปทานอะไรอร่อยๆ รองท้อง”

 

ยังไม่ทันจะได้คุยกันต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาอีก

“อ้าว... สงสัยจะมากันแล้ว เชิญครับเชิญ” ท่านพูดกับหมอก

ชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานเดินเข้ามากับหญิงสาวน่าตาสดใสน่ารัก

หน้าตาคุ้นๆหมอกคิดในใจเมื่อเห็นใบหน้าสวยของญานิสาจังๆ

“คุณคีรีครับ นี่น้องชายของคุณหมอเมฆ” ผอ. ดิลกเอ่ยแนะนำชายหนุ่ม

คีรีชะงักไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาของเด็กหนุ่มคนนี้ช่างคุ้นนัก เขายิ้มกว้างให้ทันทีที่ชายหนุ่มยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม

“สวัสดีครับ ผมหมอกครับ” เขาเอ่ยแนะนำชื่อของตัวเอง แต่สายตาก็ส่งไปถึงผู้หญิงที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ด้านหลังคุณพ่อ

“อ๋อ... หน้อยแน่น้องสาวหมอเนเน่เขา เป็นห่วงพี่เลยตามมากับผมด้วย” คีรีแนะนำลูกสาวของตัวเอง

มักจะเป็นเช่นนี้ประจำ ใครได้เห็นได้เจอก็มักจะสนใจอยากจะรู้จักกับหญิงสาว แต่ด้วยเป็นคนที่ค่อนข้างถือตัว เธอจึงไม่ค่อยยิ้มให้กับใครก่อน

หน้อยแน่ยกมือไหว้หมอกอย่างเสียไม่ได้ เธอมองใบหน้าของเขา ก่อนจะลากสายตามมองสำรวจไปทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม และรองเท้า พอเห็นเขาใส่รองเท้าผ้าใบเก่าๆ ก็ทำยิ้มหยันๆ มุมปากนิดๆ

กิริยาที่ไม่น่ามองของหน้อยแน่กระทบใจของหมอกไม่ใช่น้อย

นึกว่าสวยตายล่ะเขาคิดในใจ

 

“ผมว่าไปกันเลยดีกว่านะครับ นี่ก็เกือบจะเที่ยงแล้ว หนูหน้อยแน่หิวหรือเปล่า” คุณหมอดิลกหันไปถามหญิงสาว

“พอทนได้ค่ะคุณอาหมอ” เธอให้ความสนิทสนมเป็นพิเศษ เพราะเมื่อวานนายแพทย์ดิลกก็เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำที่ร้านอาหารริมน้ำแห่งหนึ่งในตัวอำเภอ

“ยังไงวันนี้ก็คงจะทราบข่าวดีบ้างนะครับ” คีรีบอกกับคุณหมอ

“แน่นอนครับ” ผอ. ดิลกรับปากไป เพราะยังไงพอคณะที่ทำงานลงมาคงจะทราบข่าวคราวของสองคุณหมอแน่นอน

 

นายแพทย์ดิลกใช้รถตู้ของโรงพยาบาลในการเดินทาง

หน้อยแน่กับหมอกจึงไปนั่งด้านเบาะหลัง เพื่อให้คุณคีรีได้นั่งคุยกันกับหมอดิลก

หญิงสาวไม่แม้แต่จะปรายตามามองเขา ได้แต่สนใจอยู่กับมือถือ และวิวข้างนอกหน้าต่าง หญิงสาวยังยกมือถือมาถ่ายรูปเซลฟี่ตัวเองเป็นระยะ หมอกหัวเราะให้กับกิริยาเหล่านั้นเบาๆ

หน้อยแน่หันมามองเขาทำตาเขียว และเผลอตัวทำจมูกย่นใส่ เหมือนกับไม่ชอบหน้า

“ผมถ่ายให้ก็ได้นะครับ ถ้าเจอวิวสวยๆ” เขาทำเป็นผูกมิตร

“ขอบใจ...” เธอเอ่ยขอบคุณแต่หางเสียงจงใจกระแทกเขาเบาๆ

 

เสียงผู้ใหญ่สองคนคุยกันอย่างออกรส ถามไถ่เรื่องธุรกิจต่างๆ ของตระกูลพงษ์พิสุทธิ์จินดา และถามถึงเหตุผลที่ให้ลูกสาวสวยๆ มาเรียนหมอ

“เนเน่เธอชอบช่วยเหลือคนอื่นน่ะครับ งานที่บ้านไม่เอาเลย เธอชอบมุ่งมั่นในเรื่องการเรียนหมอมาตั้งแต่เด็กๆ” คีรีเล่าถึงลูกสาวด้วยความภาคภูมิใจ

“แล้วพ่อหนุ่มไม่เรียนหมอเหมือนกับพี่ชายฝาแฝดเหรอ” หมอดิลกหันหน้ามาชวนหมอกคุย

คฑาเทพหัวเราะฮึๆ ก่อนจะตอบ

“ผมหัวไม่ค่อยดีเหมือนพี่ชายหรอกครับ ชอบเข้าป่า ทำสวน ทำไร่มากกว่า ปล่อยให้พี่เมฆเขาเรียนคนเดียวเถอะครับ ผมไปทำสิ่งที่ผมถนัดน่าจะดีกว่า” หมอกพูดถึงพี่ชายแล้วก็ยิ้ม

“คนรุ่นใหม่หายากนะครับที่จะสนใจอาชีพเกษตรกร” คีรีเอ่ยชม

“โง่มากกว่า...” หน้อยแน่ทำปากงึมงำ แต่คนที่นั่งใกล้ๆ ก็ได้ยิน เขาหันไปยิ้มปากแบนให้กับหญิงสาว พยักหน้าและคิ้วให้งึกๆ

“แล้วหนูหน้อยแน่ละครับ” คุณหมอดิลกหันมาถามหญิงสาว

“หน้อยแน่ก็ไม่ถนัดเหมือนกันเลยค่ะ” เธอตอบเลี่ยง แต่ไหงประโยคเป็นประโยคเดียวกับคนที่ตอบก่อนเมื่อกี้

“โง่เหมือนกัน...” หมอกได้ที่ว่ากลับบ้าง และหันไปยิ้มเยาะ หญิงสาวหันมาสบสายตาก่อนทั้งสองคนจะจ้องหน้ากันแบบหาเรื่อง

“หน้อยแน่เขาเป็นศิลปินนะครับ ตอนนี้ก็แสดงละครอยู่ มีค่ายเพลงติดต่อให้ทำเพลงเหมือนกัน ดูๆ อยู่ใช่ไหมลูก” คุณคีรีหันมาถามลูกสาว

“คุณพ่อขา หน้อยแน่ตัดสินใจแล้วค่ะ จะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ จะเรียนด้านบริหารตามที่คุณพ่อขอเอาไว้เลย” ลูกสาวพูดเอาใจ คุณคีรีถึงกับยิ้มกว้าง

“คุณย่าอนุมัติแล้วค่ะ” เธอพูดออกมาอย่างยินดี ลองคุณหญิงแก้วกัลยาเอ่ยปากออกทุนแล้ว เขาก็ไม่ต้องเป็นห่วง

“เอาแบบนั้นนะ” คุณพ่อยิ้มปากจะฉีกถึงหู หน้อยแน่เป็นลูกสาวที่ยอมทำตามใจคนอื่นเสียมากกว่า และก็ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง

 

“คุณคีรีมีลูกชายไหมครับ” ผอ. ดิลกถามเหมือนจะทำสำรวจสำมะโนประชากรครอบครัวของคีรีเสียยังงั้น

“อ๋อ... มีครับตอนนี้ไปทำงานที่ใต้ อายุมากแล้วครับ ปีนี้ก็ 31”

“ยังไม่มีครอบครัวหรือครับ”

“รายนั้นเขาเลือกเยอะนะครับ ผมก็คะยั้นคะยออยากอุ้มหลานเต็มที แต่เขาค่อนข้างปิดกั้นตัวเองสักหน่อย”

 

“เป็นเกย์ไหม” หมอกพูดขึ้นมาลอยๆ

น้องสาวที่รักพี่มากอย่างหน้อยแน่ถึงกลับหันควับมามองเขาตาเขียว

“มันก็มีสิทธิ์เป็นไปได้” หมอกยังไม่หยุด เขารู้สึกสนุกที่ได้ทำให้เธออารมณ์ขุ่นมัว

หน้อยแน่สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นแทบทันที

“คุณอาหมอคะ อีกนานไหมค่ะกว่าจะถึง รู้สึกมันร้อนๆ อากาศข้างในนี้ไม่ค่อยดีเลยค่ะ” เธอแกล้งพูด จริงๆ แล้วประชดคนที่นั่งอยู่ข้างๆ มากกว่า

“อ้าว... เหรอ พลขับเปิดแอร์ข้างหลังให้เย็นและแรงกว่านี้หน่อยสิ” ท่านหันไปสั่งคนขับรถ

หมอกหัวเราะร่วนที่กวนประสาทเธอได้ ทั้งสองจึงนั่งหันหลังให้กันตั้งแต่บัดนั้น

 

“โน่นสงสัยคันที่แล่นเข้ามาแหละครับคุณเขม” ผู้ใหญ่โอ๋บอกกับเขมที่ยืนอยู่ด้วยกัน

“ตรงเวลาดีนะ” เขมพูดขึ้น

ชายหนุ่มที่ลงจากรถตู้มา เดินตรงมาที่ผู้ใหญ่ทั้งสองคนยืนอยู่

แวบแรกที่เห็นหน้าชายหนุ่ม เขมรู้สึกคุ้นๆ หน้ามาก แต่ก็คิดไม่ออกว่าผู้ชายคนนี้เหมือนใคร

“น้องเดี่ยวครับ นี่คุณเขม เจ้าของที่ทางทั้งหมดนี้แหละครับ นายหัวกระบี่ตัวจริงเสียงจริง” ผู้ใหญ่โอ๋เอ่ยแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน

ชายอายุน้อยกว่ารีบยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมทันที

“สวัสดีครับคุณลุงเขม” เขาเรียกเพราะดูท่าทางเขมจะแก่กว่าคุณพ่อของเขา

“เรียกลุงเลยเหรอ เรียกพี่เขมก็พอมั้ง” เขมพอจะมีมุขตลกอยู่บ้างจึงพูดออกไป

ขุนเขาหัวเราะขึ้นมาทันที

“ครับพี่เขม”

 

หลังจากนั้นบรรยากาศในการพูดคุยก็เป็นกันเอง ขุนเขาพอใจมากๆ และที่จริงเขาตกลงใจจะซื้อแล้ว แต่เขาก็อยากเจอตัวเจ้าของที่ จะได้ไม่ผ่านนายหน้ามากนัก ขุนเขาตกลงใจหลังจากการเจรจาต่อรองเสร็จสิ้น ทั้งหมดพากันไปนั่งที่ร้านอาหารริมน้ำที่ท่าเรือเจ้าฟ้า

“แหม... ดีใจจริงที่ปิดจ็อบได้ วันนี้ผมเลี้ยงเอง” ผู้ใหญ่โอ๋ไม่ได้รักษาท่าที เขาแสดงความยินดีอย่างออกนอกหน้า

ทีมทนายความของขุนเขาเดินเข้ามาสมทบด้วย และนั่งทำเอกสารอยู่ที่โต๊ะใกล้ๆ ไปพลาง

เลขาที่บินตรงมาเมื่อเช้านี้ เตรียมเช็คให้กับขุนเขาเรียบร้อยแล้ว

 

“ดีใจมากนะครับพี่เขมที่เราตกลงกันได้ ผมจะสร้างโชว์รูมรถใหม่ที่ตรงนั้น จะทำให้เป็นศูนย์ครบวงจรในการให้บริการคนกระบี่เลยครับ” เขาเล่าแบบไม่ได้โม้หรือตีสีใส่ไข่ แต่เล่าถึงเรื่องความฝันและความคิดภายในใจ

“เห็นเด็กหนุ่มไฟแรงแบบนี้ ก็ดีใจนะ ขอให้เจริญๆ นะเดี่ยว” ชายสูงวัยกล่าวอวยพร

ผู้ใหญ่โอ๋ยกกล้องมือถือออกมาถ่ายรูปคู่ของเขมกับเดี่ยวเอาไว้ ก่อนจะพูดขึ้น

“เดี๋ยวผมส่งให้ทางไลน์ครับ”

สองหนุ่มต่างวัยจึงหัวเราะขึ้นมาพร้อมๆ กัน ในความทันสมัยของผู้ใหญ่โอ๋

ทุกอย่างก็จบลงด้วยดี ขุนเขาเซ็นเช็คให้เขมตามจำนวนที่ตกลง และเซ็นสัญญาซื้อขาย พร้อมทั้งให้ทนายดำเนินเรื่องในการถ่ายโอนชื่อให้แล้วเสร็จภายในวันนี้

 

“วันไหนมากระบี่อีกโทรหาลุงนะ” เขมพูดขึ้น

“อ้าว... ไม่ต้องเรียกพี่เขมแล้วเหรอครับ” ขุนเขามองหน้าเขายิ้มด้วยความจริงใจ

“เรียกพ่อก็ได้นะไอ้ลูกชาย” เขมรู้สึกสนิทใจกับเดี่ยวมาก

“ขอบคุณมากๆ นะครับ ถือว่าได้รับเกียรติมากๆ คุณพ่อเขม” สองหนุ่มต่างวัยยิ้มให้แก่กัน ก่อนจะลาจากในวันนั้น

 

“กินอะไรมาหรือยังคะ” มรกตเอ่ยปากถามสามีทันทีที่เขาเดินยิ้มหน้าบานเข้ามาในบ้าน

“เรียบร้อยแล้ว แม่ล่ะกินหรือยัง” เขานั่งลงแล้วกอดภรรยาเหมือนเช่นเคย

“กินแล้วสิคะ รอพี่เขมได้ไง เนี่ยจะสองทุ่มอยู่แล้ว เรื่องที่ดินเป็นไงบ้างคะ เขาซื้อไหม” มรกตถามด้วยความอยากรู้

เขมไม่ตอบ แต่รอยยิ้มที่ฉายชัดบนใบหน้าทำให้ภรรยาเดาทางได้

“ดีใจด้วยนะคะ” เขากอดร่างของเธอเอาไว้แน่น จุ๊บไปที่หน้าผากกว้าง

“แล้วคนมาซื้อเป็นใครคะ สงสัยแก่แล้วแน่ๆ เราก็เรียกไปราคาไม่ใช่ถูกๆ”

“เด็กหนุ่มไฟแรงอยู่เลย แก่กว่าเจ้าเมฆเจ้าหมอกไม่กี่ปีหรอก แต่เขาหนุ่มเมืองกรุงอะเนอะ หน้าตาก็กระเบียดไปทางผู้ลากมากดี ผิวเนี่ยเนียนๆ ขาวเหมือนแม่เลย” สามีเล่าพลางลูบผิวกายของเมียรักไปพลางๆ

“ผิวใหม่ดูได้เสียที่ไหน เริ่มย่นเริ่มเหี่ยวแล้วนะคะคุณพี่”

“ยังไงพี่ก็รัก” เขาหอมแก้มภรรยาหนักๆ เธอกอดตอบเขาด้วยความอุ่นใจ โชคดีแค่ไหนที่ได้เขมมาเป็นสามีที่รัก ดูแล และห่วงใยไม่เคยเสื่อมคลาย

.

“ว่าแต่วันนี้เจ้าหมอกโทรมาหามั่งไหม” คุณพ่อถามถึงเจ้าลูกชายที่ให้ไปฟังข่าวของพี่ชายฝาแฝด

“เงียบค่ะ สงสัยกินเฮฮาลืมพ่อลืมแม่ไปแล้วขานั้น” มรกตนึกถึงใบหน้าของลูกชายคนเล็กแล้วก็ส่ายหน้าด้วยความระอา

“เมื่อไหร่มันจะแต่งงานแต่งการสักที ทำตัวลอยไปลอยมาเป็นพ่อพวงมาลัยไปวันๆ” มรกตเริ่มบ่น

“ทำไมจ๊ะ”

“ใหม่อยากอุ้มหลาน” เธอยกหน้าขึ้นบอกสามี

“เราสองคนก็แก่กันไปทุกวันแล้วนะคะ” เธอยังพูดต่อไปอีก

“ใครบอกว่าใหม่แก่ ใหม่ยังสาวยังสวยสำหรับพี่เสมอ” เขมทำปากหวาน ซุกหน้าลงไปบนเนื้อตัวของภรรยา เขาชอบหยอกเย้าแบบนี้ประจำ

“ไปอาบน้ำถูหลังให้พี่ดีกว่าไปคนดี วันนี้พี่จะสอนทำการบ้าน” เขมทำเป็นส่งมุข มรกตยิ้มร่า ลุกขึ้นตามแรงฉุดของสามีเดินเข้าห้องนอนไป

 

“ว่ายังไงครับ ลูกสาวผมกลับมากับคณะไหม” คีรีเดินเข้าไปถามหมอดิลก แต่ก็เห็นท่านทำหน้าเสีย คีรีก็ใจแป้ว

“ทุกคนกลับลงกันอย่างปลอดภัยหมดแล้ว เหลือก็แต่หมอเมฆกับหมอเนเน่ยังติดอยู่ที่หมู่บ้านลีซอ”

คีรีมองหน้าและจับมือหน้อยแน่ลูกสาวคนเล็กเอาไว้แน่น

“ผมว่าทั้งสองยังคงปลอดภัยครับ คุณอาอย่าเพิ่งคิดมากเลย” หมอกพูดปลอบใจชายสูงวัยที่หน้าเสียขึ้น พอรู้ว่าลูกสาวของท่านไม่ได้เดินทางกลับลงมาในครั้งนี้ด้วย

“ผมได้กำชับผู้ใหญ่บ้านที่โน่นเอาไว้แล้ว และก็หน่วยกู้ภัยที่ขึ้นไปสมทบเมื่อเช้านี้ ให้ออกตามหาและพาคุณหมอทั้งสองคนออกมาให้ได้ ไม่ต้องกังวลไปนะครับ” นายอำเภอเดินมาคุยกับคุณหมอดิลก และญาติของคุณหมอทั้งสอง

“เฮ้อ...” คีรีถอนหายใจออกมา เขาดูหน้าซีดเหมือนจะไม่ค่อยสบาย

“คุณพ่อ” หน้อยแน่รีบรับร่างของท่านเพราะเห็นท่านกำลังจะล้ม หมอกที่อยู่ใกล้รีบช้อนหลังท่านเอาไว้ ก่อนจะพาไปนั่งในรถตู้ที่จอดสตาร์ทเครื่องรออยู่

“คุณพ่อนอนไม่ค่อยหลับน่ะค่ะ” หน้อยแน่บอกกับคุณหมอดิลก

“ผมเข้าใจครับ พากันกลับไปที่โรงพยาบาลดีกว่านะครับ ไปถึงที่โน่นผมจะตรวจสุขภาพของคุณคีรีให้อีกครั้งครับ” หมอดิลกรีบบอก

หน้อยแน่มีสีหน้ากังวลมากกว่าเดิม ไหนจะห่วงพี่สาว ไหนจะห่วงคุณพ่อที่มาไม่สบายที่นี่อีกคน

 เมื่อไปถึงโรงพยาบาลนายแพทย์ดิลกให้คุณคีรีแอดมิดที่โรงพยาบาลทันที เพราะมีอาการอ่อนเพลีย แล้วยังมีอาการความดันสูงด้วย

หมอกเดินตามออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก กระเป๋าของเขาก็ยังอยู่ที่ห้อง ผอ. ดิลก กำลังคิดอยู่ว่า คืนนี้จะไปพักที่ไหนดี

 

กริ้ง... กริ้ง... กริ้ง... มือถือในกระเป๋าถือของหน้อยแน่ดังขึ้น

“คะคุณแม่” เธอรีบรับสายเมื่อเห็นเป็นรูปของมารดาที่โชว์หราอยู่หน้าจอ

(“เป็นไงลูกได้ข่าวพี่เนเน่บ้างหรือยัง แม่เห็นเงียบไปทั้งพ่อทั้งลูกแม่เลยเป็นห่วง”) ญาดาส่งเสียงมาตามสายน้ำเสียงดูเป็นห่วงทุกคน

หน้อยแน่เลี่ยงออกมาจากห้องพิเศษที่ตอนนี้คุณพ่อของเธอกำลังรับการรักษาอยู่จึงไม่อยากรบกวนท่าน

“เขาแจ้งมาแล้วค่ะแม่ว่าพี่เนเน่ปลอดภัย” เธอโกหกแม่คำโต

หมอกที่นั่งฟังอยู่ใกล้ๆ ทำตาโต ช้อนสายตามองหน้าหญิงสาวที่กำลังพยายามโกหกแม่ให้เนียน

เธอหันมาเห็นใบหน้าที่ยียวนของหมอก เธอก็ชักสีหน้าเข้าใส่ ก่อนจะสะบัดหน้าหันไปอีกทาง แล้วนั่งลงไขว่ห้างอยู่ไม่ห่างจากเขา

(“แล้วคุณพ่อทำไมปิดเครื่องล่ะลูก”) ญาดาถามถึงคุณคีรี

“อ๋อ... คุณพ่อหลับไปแล้วค่ะคุณแม่ มานอนที่นี่คุณพ่อนอนไม่ค่อยหลับนะคะ เย็นนี้หน้อยแน่เลยบอกให้รีบนอนแต่หัวค่ำค่ะ”

“โกหก...” มีเสียงพูดขึ้นมาลอยๆ หญิงสาวที่นั่งอยู่ได้ยินรีบหันขวับไปมองหน้าของเขาทันที เธอมองเขาตาถล่น

“คุณแม่ขา ไม่ต้องเป็นห่วงทั้งพี่เนเน่แล้วก็คุณพ่อนะคะ หน้อยแน่จะดูแลคุณพ่ออย่างดีเลยค่ะ” เธอพูดให้คุณแม่ของเธอสบายใจขึ้น

(“ยังไงได้ข่าวอะไรต้องรีบโทรมาหาแม่นะลูก แม่เป็นห่วง เฮ้อ...”) ญาดาถอนหายใจแรงจนลูกสาวได้ยิน

“คุณแม่ขาทานอะไรบ้างหรือยัง เดี๋ยวไม่สบายไปอีกคน” เธอเตือนคุณญาดา เพราะคุณแม่ของเธอเป็นโรคเครียดลงกระเพาะอาหารอยู่ รักษายังไงก็ไม่ดีขึ้น

(“ห่วงตัวเองเถอะลูก แล้วหน้อยแน่กินอะไรหรือยัง”) แม่ยังไงก็ยังเป็นแม่ที่ยังรักและมองลูกเป็นเด็กๆ เสมอ

“เรียบร้อยแล้วค่ะแม่ รักแม่นะคะ จุ๊บๆ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ คุณแม่ก็นอนได้แล้วนะคะ ไว้พรุ่งนี้หน้อยแน่โทรหาค่ะ บายๆ” เธอส่งเสียงบอกรักแม่ไปตามสาย

หมอกดูกิริยาของเธอช่างน่ารัก เขาเผลอยิ้มออกมา แต่พอหญิงสาวหันหน้ามาทางเขา ก็แกล้งเสมองไปทางอื่น

 

คุณหมอดิลกเดินห้องมาจากห้องพิเศษของคุณคีรี

“อาหมอว่า หน้อยแน่กับไปนอนที่โรงแรมดีกว่า ทางนี้อาหมอจะจัดพยาบาลพิเศษให้ดูแลคุณพ่อเอง ถ้าหากหน้อยแน่นอนที่นี่ด้วยคงจะลำบากน่าดู เดี๋ยวจะพาลไม่สบายไปอีกคน” หมอดิลกบอกกับหญิงสาวเธอพยักหน้ายอมรับ เพราะกำลังเป็นกังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

“แล้วคุณพ่ออาการเป็นยังไงบ้างคะ”

“อาหมอฉีดยานอนหลับให้ ท่าทางท่านจะเครียดมาก อีกอย่างมีความดันผสมอยู่ด้วย เลยต้องให้พักมากๆ หน้อยแน่ไม่ต้องเป็นห่วงอยู่ในมืออาหมอแล้ว คุณพ่อไม่เป็นอะไรมากหรอก” ท่านรับปากแข็งขัน

“เอ่อ... หมอกก็ไปนอนที่โรงแรมเดียวกันเลยนะ อาหมอให้คนจองห้องเอาไว้แล้ว เวลาไปไหนมาไหนจะได้สะดวก และโรงแรมที่ทางเราจัดให้ ก็เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในอำเภอนี้แหละ กลับไปพักกันได้แล้วมั้ง” หมอดิลกหันไปมองทางบันไดเห็นบุรุษพยาบาลยกกระเป๋าของคฑาเทพลงมาให้ หมอกรีบรับกระเป๋าของตัวเองมาถือเอาไว้

“เดี๋ยวอาหมอให้รถของโรงพยาบาลไปส่งเลยนะ จะได้พักผ่อนกัน เหนื่อยกับการเดินทางมาทั้งวัน พรุ่งนี้คงได้ข่าวดี เชื่ออาหมอ” นายแพทย์ดิลกก็ดูอ่อนล้าเหมือนกัน สองหนุ่มสาวจึงยกมือไหว้ร่ำลาท่าน

สองคนนั่งเงียบไปตลอดทาง เมื่อไปถึงโรงแรม พนักงานก็พาหมอกที่เพิ่งเช็คอินน์เดินตามหลังหน้อยแน่ที่รับกุญแจห้องไปเรียบร้อยแล้ว

“ทางเราจัดให้ห้องใกล้ๆ กันนะครับ” พนักงานยื่นส่งกุญแจให้กับหมอก เขารีบไขเข้าไปดูในห้อง สะอาดสะอ้านน่าพักเอาการอยู่

หมอกเดินสำรวจไปทั่วๆ ตรงกลางห้องมีประตูเพื่อเชื่อมไปยังห้องของหน้อยแน่ที่พักอยู่ติดกัน (ห้องคอนเน็คติ่งดอร์)

แกรก... เขาได้ยินเสียงล็อคกลอนจากด้านโน้น หมอกนึกแกล้งเลยเคาะกลับไปเสียงดัง

“คุณ... คุณ... คุณ...” เขาส่งเสียงเรียกเธอไม่หยุด

หน้อยแน่กระชากประตูเปิดออกด้วยความโมโห

“คนเขามีชื่อ เรียกอยู่ได้คุณๆๆ แล้วอีกอย่างอย่ามาเที่ยวเคาะห้องคนอื่นเขาไปทั่ว คำว่าเกรงใจสะกดเป็นไหม” เธอใช้สายตาทำร้ายเขา มองหน้าชายหนุ่มแบบเหม็นๆ

“แหม... คนเราตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน เห็นว่ายังไม่ดึก เผื่อคุณอยากมีเพื่อนคุย”

“ขอโทษนะคะคุณหมอก ฉันเพลีย และฉันก็ง่วงมาก หวังว่าคงไม่ได้ยินเสียงเคาะเรียกอะไรๆ ใดๆ อีกนะคะ” เธอพูดจบก็หันหลังกลับ แล้วปิดประตูลงดังโครมเล็กๆ

หมอกหัวเราะออกมาฮึๆ ก่อนจะหยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เดินไปรื้อกระเป๋าเสื้อผ้า หยิบเอาของฝากของคุณแม่ที่ทำให้พี่ชายมาตั้งเอาไว้ด้านนอก

“ไอ้เมฆเป็นไงบ้างวะ” เขาถามหาพี่ชายขึ้นมาเสียงดัง ใจนึกเป็นห่วง จึงรีบโทรไปรายงานพ่อ

 

(“เจอพี่เราหรือยัง”) เขมเดินออกมารับโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียง

“ยังเลยครับพ่อ” เขาพูดเสียงอ่อย

(“เฮ้อ... แล้วเขาว่ายังไงกันบ้าง”) ได้ยินเสียงพ่อถอนหายใจออกมา

“ก็มีทีมค้นหาขึ้นไปสมทบวันนี้ครับ แล้วก็พาคณะที่ขึ้นไปลงมาหมดเลย แต่หมู่บ้านที่พี่เมฆไปทำคลอดนั้น เดินเท้าจากหมู่บ้านที่คณะอยู่ไปเกือบสี่สิบห้านาที จึงทำให้ลำบากหน่อย แต่เขาก็บอกมานะครับ ว่าพรุ่งนี้ ยังไงจะพาสองคนนั้นออกมาให้ได้”

(“อ้อเหรอ... พ่อไม่ห่วงเมฆเท่าไหร่หรอก เป็นห่วงแต่หมอผู้หญิงที่ไปด้วยนั่นแหละ”) เขมเปรยไปถึงเนเน่

“พ่อผมมีข่าววงในจะบอก” หมอกทำเสียงเหมือนกระซิบกระซาบ

นิสัยลูกสองคนของเขา ถึงจะเป็นฝาแฝดกันแต่ก็ต่างกันลิบลับ ชอบยุ่ง ชอบแส่ และสอดรู้สอดเห็น กวนบาทาคนไปทั่วก็ต้องหมอก แต่หมอเมฆเป็นคนละหน้ามือกับแฝดผู้น้องเลย เก็บตัว พูดน้อย คุยแต่กับคนที่สนิทเท่านั้น

(“ข่าวอะไรของแก”) พ่อถามแบบรู้ทัน

“ที่โรงพยาบาลเขาลือกันให้แซด ว่าพี่เมฆเป็นแฟนกับหมอเนเน่”

(“หา...! พูดเป็นเล่นไป”)

“จริงพ่อ ล้านเปอร์เซ็นต์ ข่าวของหมอกกรองแล้วทุกข่าว”

(“เอ่อ... แล้วไงอีก”) พ่อเขมทำหน้าตายิ้มๆ หัวเราะออกมาเสียงดัง ขนาดไปถึงโรงพยาบาลไม่ถึงวัน หมอกคงตีซี้กับคนเขาไปทั่ว

“อ้าว... พ่อก็บอกแม่สิ แม่จะได้ลูกสะใภ้แล้ว ไม่ต้องมาคะยั้นคะยอให้หมอกหาเมียอีก”

(“ไอ้นี่... แล้วหมอกไม่คิดจะหาเมียเป็นตัวเป็นตนมั่งหรือ”) คุณพ่อพูดดักคอ

“แหม... พ่อละก็ ผมก็หวงชีวิตโสดนะครับ ยังไม่เจอคนที่ใช่เลย”

(“เอ่อ... พ่อเห็นมานักต่อนักแล้ว เลือกนักมักได้ก้อนกรวด”)

“พ่อก็พูดเกินไปนะครับ เมียผมต้องสวยและน่ารักเหมือนแม่ แม่นอนแล้วเหรอครับ”

(“ยังดูละครอยู่ กำลังอินร้องไห้แงๆ อยู่นั้น สงสารนางเอกถูกพระเอกทิ้ง”) คำบอกเล่าของพ่อ ทำให้หมอกนึกเห็นใบหน้าของแม่ที่ทำน้ำตานองหน้าอยู่ที่หน้าจอทีวีก็หัวเราะขึ้นอย่างมีความสุข

“ต้องให้คุณพ่อปลอบใจอีกแล้วสิ” หมอกแซวคุณพ่อของตัวเอง พ่อเขมรักแม่มรกตมาก ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ไปไหนสองคนนี้ต้องตัวติดกัน

(“นั้นนะสิ ได้ข่าวพี่เมฆยังไงโทรหาพ่อด้วยนะ”) เขมกำชับลูกชาย

“ครับพ่อ”

(“ลืมเล่า เรื่องที่ดินที่เขานัดดูวันนี้ เขาจ่ายเงินมาหมดแล้วนะ และพ่อก็โอนถ่ายชื่อไปให้เขาเรียบร้อยแล้ว”) พ่อบอกหมอก

“ว้าว... รวดเร็วทันใจมาก งั้น... ตอนนี้หมอกก็เป็นเศรษฐีแล้วนะสิพ่อ” หมอกพูดหยอกพ่อตามนิสัย

(“ครับผม พ่อเศรษฐีคนใหม่ รีบหาพี่ชายให้เจอนะครับ แล้วกลับบ้านมาใช้ตังค์ครับ”) พ่อพูดกระแนะกระแหน

“พ่อครับ ถ้าแบบว่า หมอกจะขอตังค์พ่อไปแต่งเมีย พ่อจะโอเคไหม”

(“ไอ้หมอก แกจะเอากี่ตังค์ ฮึ...”) พ่อทำเสียงสูงขึ้นจมูก

“ก็เขาเป็นดาราด้วยนะพ่อ คงจะแพง” หมอกนึกไปถึงใบหน้าของสาวน้อยที่นอนอยู่ที่ห้องข้างๆ

(“หมอกเอ๊ย... ฝันอยู่หรือเปล่า ไปทำให้เขารักเอ็งก่อนไป พ่อว่ามีแววจะได้กินแห้ว”)

“โหย... พ่ออะ ทำไมอวยพรกันแบบนี้ ไม่เอาแล้วไม่คุยด้วยแล้ว หมอกจะอาบน้ำนอน”

(“แกจะอาบน้ำเหรอ... อากาศมันไม่หนาวเหรอ”) คุณพ่อทำเสียงสูง

“พ่อครับ หมอกเป็นคนรักความสะอาดนะครับ”

(“เหรอ...”) คุณพ่อทำเสียงสูง

(“ยังไงพรุ่งนี้ได้ข่าวพี่เขารีบโทรหาพ่อนะ พ่อเป็นห่วง”) เขมบอกลูกชาย เพราะตอนนี้มรกตมาเคาะที่กระจกประตู ก๊อกๆ

“ครับผม ฝันดีครับพ่อ”

 

“พี่เขม ละครจบแล้วนะ” มรกตเลื่อนบานประตูออกมา ยกมือเช็ดน้ำตาปอยๆ

“คุยกับใครอยู่เหรอคะ”

“อ๋อ... โทรไปเล่าให้หมอกฟังเรื่องที่เราขายที่ได้”

“ไม่ดีใจร้องเย้ๆ แล้วเหรอคะ” มรกตนึกไปถึงหน้าลูกชายคนเล็ก

“มันรีบบอกเลยว่าจะให้ไปขอเมีย” เขมเล่าตามที่ลูกชายพูดเล่น เขายกมือขึ้นโอบไหล่ภรรยา แล้วพากลับมานอนที่ในห้อง

“หมอกเนี่ยนะจะให้ไปขอสาว” มรกตทำท่าตกใจ

“พ่อเชื่อลูกหรือคะ” เธอรู้หรอกว่าหมอกพูดเล่น

“แต่มีข่าวดีนะ หมอกเพิ่งเล่ามาเมื่อกี้”

“อะไรคะ” มรกตทำท่าสนใจ

“หมอเมฆมีแฟนแล้ว และก็เป็นหมอเหมือนกัน ทำงานด้วยกันที่โน้นนะแหละ” สิ่งที่เขมบอกทำให้เธอดีใจมากกว่าเมฆไม่เคยเหลวไหล และเขาเป็นคนจริงจังมากกับเรื่องความรัก

“จริงๆ หรือคะ” เธอยิ้มออกมาเต็มใบหน้า ความหวังที่จะได้อุ้มหลานก่อนแก่ยังมีมาก

“ไอ้หมอกบอกว่า ให้แม่เตรียมอุ้มหลานได้เลย”

“แหม... พ่อก็พูดเกินไป ลูกเต้าเหล่าใคร เราก็ยังไม่รู้เลย แล้วเขาจะมายกลูกสาวให้กับหมอจนๆ ลูกชายของเราเหรอคะ”

สองคนพากันไปนั่งอยู่บนที่นอนเขมยกมือขึ้นเขี่ยปอยผมของภรรยาที่ละปิดบังใบหน้า

“ลูกเราเป็นคนดี เป็นคนเก่ง เป็นคนขยัน แล้วก็เรียนหมอด้วย ใครจะรังเกียจได้ แม่ก็คิดมาก”

“ไม่ใช่คิดมากหรอกค่ะ เมื่อกี้ที่ในละคร แม่ผัวก็กีดกันคนรักของลูกชายทุกทางเลย” เธอทำเสียงฟุตๆ ในจมูก

“อ้าว... ยังจะมาร้องต่อเนื่องอีก” เขมว่าให้ภรรยา ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้

“นั่นมันในละครนะแม่จ๋า”

“ละครก็เอาเรื่องจริงของคนเรานี่แหละพ่อไปสร้าง” เธอทำเถียง

“แน่ะ... รู้ดีกว่าผู้กำกับเสียอีก ได้เวลานอนแล้ว กินยาหรือยัง” เขาเตือนเมียเรื่องที่ต้องกินอาหารเสริมก่อนนอนทุกคืน

“กินแล้วค่ะ มีของพี่เขมตั้งอยู่ตรงนั้น ไปกินซะ” เธอดันหลังให้เขาลุกขึ้น แล้วล้มตัวลงไปนอน เขมจัดการตามที่เมียสั่ง ก่อนจะกลับขึ้นมานอนด้วยกัน

“ขอบใจนะที่อยู่เคียงข้างพี่” เขมกอดภรรยาเขาด้วยความรัก กดปลายจมูกสูดกลิ่นแก้มของภรรยาเหมือนทุกคืน

“ใหม่ต้องขอบคุณพี่เขมมากกว่าค่ะ ที่รักกัน” เธอก็ทำอ้อนสามีเสียงหวาน

เขมหัวเราะขึ้นมาเบาๆ สองคนก่ายกอดกันอยู่บนเตียง นับตั้งแต่แต่งงานอยู่กินกันมาทั้งสองไม่เคยอ่อนเติมความหวานให้แก่กันและกันเลย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"พล็อตอมตะ แม่ผัวลูกสะใภ้ แต่เรื่องนี้แม่ผัวเอาถึงตาย คนชะตายังไม่ขาด 20 ปีต่อมาให้กลับมาทำให้นางช้ำใจ ต้องเอาให้ตายอีกหนึ่งรอบ เวรกรรมจริงๆ ต้องติดตาม แล้วสนุกมากๆ ที่เรื่องราวที่ไม่น่าจะเกิดก็ต้องเกิด เมื่อลูกของสองครอบครัวมารักกัน เอาละซิ...ซื้ออ่า่่นค่ะ "

คุณธิดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha