รอยบาปหนามหัวใจ

โดย: คุณธิดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 16 : รอยบาปหนามหัวใจ


ตอนที่แล้ว

ตัวอย่างเรื่องต่อของขุนเขากับนางสาวอัจฉริยา

ในเรื่อง จอมมารบงการใจ

คุณเดี่ยวครับ เรื่องเลขาที่ให้จัดการให้กระผมหาให้ได้แล้วนะครับ เลขาคุณากร หรือ กรบอกมาตามสาย

(“ผู้หญิงที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้ด้วยใช่ไหม”)

ครับ

(“โอเค ส่งให้ขึ้นเครื่องมาสัมภาษณ์ที่กระบี่เลย”)

เอาอย่างนั้นเลยหรือครับ

(“ก็ใช่นะสิ หรือว่าเธอมีปัญหาอะไร”)

เดี๋ยวผมสอบถามเธอก่อนได้ไหมครับ

(“คุณกร ถ้าผู้หญิงคนนี้เรื่องมาก หรือว่าไม่อยากได้งาน ก็หาคนใหม่นะ อีกอย่างถ้าเธอไม่บินมาวันนี้ก็หาคนใหม่ได้เลย ผมไม่ชอบคนเรื่องมาก”) ขุนเขารีบวางสายด้วยความขุ่นเคือง

อือ... ใครวะที่เรื่องมากกรได้แต่ครางอือออกมา เขาค่อยๆ คลี่ยิ้มให้กับสาวสวยตรงหน้า เธอนั่งทำตาบ้องแบ๊วจนเขาแทบเคลิ้ม

หน้ายังกับตุ๊กตา ทำไมน่ารักอย่างนี้กรนึกชมเธอในใจ

กว่าจะหาได้ไม่ใช่ง่าย คุณสมบัติเพียบพร้อม อายุ 24 ปี จบปริญญาตรีมาจากประเทศญี่ปุ่น แต่มาจบโทที่เมืองไทย บริหารธุรกิจโดยตรง ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นเสียด้วย ภาษาอังกฤษก็ยังแป๊ะอีก โชคดีมากๆ นะนายกร นายจะหาแบบนี้ได้จากไหน หึ... เรื่องมากจริงๆ นะครับบอสกรนึกไปถึงใบหน้าของขุนเขาออกเลยว่าตอนนี้เขากำลังทำสีหน้ายังไง

คุณมิกิครับ

ค่ะเธอเอ่ยเสียงหวาน

คืองี้นะครับ พอดีคุณขุนเขาท่านกำลังคุ้มเรื่องการสร้างโชว์รูมที่จังหวัดกระบี่อยู่ และก็ตอนนี้คุณพ่อของท่านก็เพิ่งออกมาจากห้องไอซียู คุณขุนเขาท่านอยากจะเรียนเชิญคุณมิกิบินไปสัมภาษณ์ที่กระบี่ ทางบริษัทจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้รวมทั้งที่พักด้วยครับ

อ๋อ... ได้สิคะ มิกิยินดีมากๆ ค่ะ ว่าแต่ตอนนี้คุณพ่อของคุณขุนเขาท่านดีขึ้นแล้วหรือคะ

ดีมากๆ ครับ เห็นว่ากำลังทำกายภาพอยู่ครับ และท่านเดินเหินได้ดีขึ้นครับหญิงสาวพยักหน้า

น่าเห็นใจนะคะ มิกิก็มีคุณตาที่ป่วยแบบนี้ค่ะ ที่ช็อกกะทันหัน แต่ว่าท่านเสียชีวิตไปแล้ว

โอ๋...น่าสงสารท่านนะครับคุณากรทำพูดแสดงความเห็นใจ

เอ่อ...จะให้ไปเมื่อไหร่คะ

วันนี้ครับ

หา...!

ไม่ต้องหาครับ วันนี้ครับ

แต่ว่า... คือ... เอ่อ... ก็ได้ค่ะมิกินึกไปถึงกระเป๋าเป้ที่เธอฝากไว้ที่ป้อมยาม ในนั้นมีแต่ชุดที่กำลังเตรียมตัวไปออกกำลังกาย ซาวน่า และว่ายน้ำเท่านั้น

งั้นเดี๋ยวผมจัดการเรื่องตั๋วให้นะครับเขาก้มลงไปที่หน้าจอมือถือ เพียงครู่ก็ได้ตั๋วส่งมาให้เธอทางอีเมล

รบกวนคุณมิกิเรียกแท็กซี่ไปได้เลยนะครับ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างส่งมาที่อีเมลนี่นะครับคุณากรยื่นนามบัตรให้

หื้อ อีเมล นี่มันนามบัตรคุณขุนเขานี่ค่ะ

แม่นแล้วครับเขายิ้มแป้นส่งมาให้

ผมว่าอย่าช้าเลยนะครับ ไฟท์จะออกอีกสองชั่วโมง

อัจฉริยามองดูนาฬิกาในมือถือ

ค่ะเธอทำท่ารีบเร่ง

ยังโทรหาผมได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะครับคุณากรส่งยิ้มให้กำลังใจ มิกิยกมือไหว้และก้มหัวลง พอพ้นออกจากประตูก็รีบวิ่งแจ้นออกไปตามทางเดิน แล้วขึ้นลิฟต์

โชคดีนะครับคุณากรโบกมือลาหญิงสาวทั้งที่เจ้าตัวไปพ้นแล้ว

อะไรกันนี่เธอบ่น เพราะตอนนี้ถึงจะไม่ใช่เวลาที่เร่งด่วน แต่ว่ามันก็ไม่ง่ายนักหากจะไปสนามบิน

เธอตรงไปที่ป้อมยาม ก่อนจะขอกระเป๋า หิ้วขึ้นหลังได้ก็รีบไปโบกรถที่ข้างฟุตบาท โชคดีมากๆ ที่มีแท็กซี่วิ่งผ่านมาพอดี เขาจอดรับ พอเธอบอกจุดหมาย เขาก็ทยานออกไปทันที เพราะเธอได้แจ้งเวลาเครื่องออกด้วย

ถ้าไม่ได้นะ น่าดู อุตส่าห์ลงทุน ถ้าหากพ่อรู้ว่ามาวิ่งสมัครงานอย่างนี้ สงสัยถูกเรียกตัวกลับญี่ปุ่นแน่ๆเธอบอกกับตัวเอง เพราะรู้สึกทรมานมากกับการหางานที่เหมาะสม ชื่นชอบ ท้าทาย และหาเหตุให้ได้งานดีๆ เพื่อที่จะได้ปฏิเสธคำขอร้องของคุณพ่อของเธอได้

อัจฉริยา นามาฮิดะ ลูกครึ่ง ไทย-ญี่ปุ่น คุณคิโยชิ ผู้เป็นพ่อ เจ้าของ คิโยชิ ออนเซน ที่ลือชื่อของนักท่องเที่ยวในเกาะฮอกไกโด คุณพ่อของเธอได้ทำรีสอร์ทเล็กๆ ที่บริหารด้วยกันกับคุณพินเพชร หรือคุณพ่อชอบเรียกนางว่า ยูอิ เพราะคุณแม่ของเธอมีชื่อเล่นที่เมืองไทยว่า ยุ้ย ซึ่งเป็นความหมายเดียวกัน

มิกิมาอยู่กับคุณยายที่ชลบุรีได้เพียงสองปี เธอชอบทะเลมากกว่า ที่จะอยู่ที่ฮอกไกโด เพราะมิกิไม่ชอบความหนาวเอาเสียเลย ยิ่งเวลาที่หิมะตกมันเป็นอะไรที่มิกิไม่ชอบเอามากๆ เพราะว่ามันหนาวจับจิตจับใจ เธอชอบที่จะอยู่กับแสงอาทิตย์และท้องทะเลมากกว่า

มิกิถึงกลับโล่งใจที่เธอมาทันเวลาเช็คอินน์ และเดินเข้าไปด้านในอย่างรีบเร่ง

คุณบอสขา รับมิกิด้วยนะคะเธอพึมพำกับตัวเอง

 

11.20 น.

กริ๊ง... กริ๊ง... มือถือของขุนเขาดังขึ้น

(“คุณบอสครับ”)

มีอะไรอีกเขาทำเสียงเข้มตามนิสัย

(“อย่าลืมไปรับ คุณอัจฉริยา นะครับ”)

ใคร?” เขาถามขึ้นมาทันที

(“อ้าว... ก็ที่บอสให้บินไปสัมภาษณ์งานไงครับ ไฟท์ลง 11.25 น. นะครับ”) ขุนเขาเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่ติดอยู่ข้างฝา ตอนนี้เกือบจะถึงเวลาแล้ว

ทำไมเพิ่งโทรมาเขาต่อว่า

(“อ้าว... ผมส่งไลน์ไปแล้วนะครับ ผมเห็นบอสไม่อ่านก็เลยโทรเข้ามา”) คุณากรทำเสียงอ่อยๆ

ขอบใจมาก โทรมาตอนนี้นี่นะ ไม่มีใครไปรับแล้ว คนงาน คนขับรถไปตามงานให้ผมหมด ไม่เหลือใครเลยที่ออฟฟิตเนี่ย

(“ไม่ได้นะครับ ต้องไปรับนะครับ ให้เธอไปเองไม่ได้น่าสงสาร”) กรทำเสียงอ้อนๆ

ทำไมต้องสงสาร มาสัมภาษณ์งานนะ ไม่ได้มาท่องเที่ยว คุณกรส่งเบอร์ของเธอมา ผมจะปักมุดไปให้เธอเอง

(“อุ้ย... บอสครับ พลีส... อย่าใจจืดใจดำเลยครับ พลีส...”) กรทำน้ำเสียงขอร้อง

(“ก็ผมแจ้งไปแล้วนี่ครับ ว่าจะมีคนของบริษัทไปรอรับ ฮือๆ”) กรทำร้องไห้แบบปัญญาอ่อน ขุนเขาส่ายหน้า

วันหลังทำอะไรปรึกษากันหน่อย วันนี้ต้องไปรับพ่อออกจากโรงพยาบาล สงสัยต้องอาศัยน้องๆ อีกแล้วเขาเปรยขึ้นมาถึงเรื่องที่ต้องไปทำ

(“บอส พลีส...”) คุณากรทำเสียงออดอ้อนอีกครั้ง

ก็ได้

(“ครับ”) น้ำเสียงของกรเปลี่ยนเป็นร่าเริงทันที

(“ออกออฟฟิตได้หรือยังครับ ผมกว่าเธอน่าจะถึงแล้ว คงจะรออยู่”)

นายกร...ขุนเขาทำเสียงเข้ม

(“ครับผม แค่นี่นะครับ บอส จุ๊บๆๆ”) คุณากรรีบวางหู และทำหน้ายิ้มแฉ่ง 

ขุนเขายังเกรงใจคุณากรอยู่บ้าง คุณากรแก่กว่าเขาเกือบสิบปี แต่ยังทำตัวเป็นวัยรุ่นอยู่ อีกอย่างเขาเป็นคนที่เคยทำงานให้กับคุณพ่อ โดยเป็นผู้ช่วยของเลขาคนเก่าของคุณพ่อ ทำให้รู้ทุกเรื่อง และเป็นหูเป็นตา พร้อมทั้งให้ความคิดดีๆ กับชายหนุ่มได้ทุกเรื่อง

เดี่ยวรีบยกหูหาน้อง บอกว่าติดงานคงไม่ได้ไปรับพ่อกลับบ้าน น้องสาวต่างพากันบอกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง และเย็นนี้ถ้าสะดวกให้กลับมากินข้าวที่บ้านด้วย เพราะแม่ใหม่จะทำอาหารของโปรดของพี่เดี่ยวไว้ให้ ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มแก้มปริ ตั้งแต่เกิดเรื่องเกิดราวร้ายๆ ขึ้น หลังจากวันนั้น ชีวิตของเขากลับกลายมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามา เขาดีใจแค่ไหนที่ได้แม่คืนมา และได้ครอบครัวใหม่ที่ใหญ่ขึ้น

 

อะไรกันจะเที่ยงสิบห้าอยู่แล้ว ยังไม่มีใครมารับอีก มิกิบ่นออกเสียงยกมือถือจ้องแล้วจ้องอีก นั่งกระสับกระส่าย กำลังจะหยิบนามบัตรออกมาจากกระเป๋า ก็ได้ยินเสียงประกาศจากท่าอากาศยานกระบี่

เรียนแจ้งท่านผู้โดยสาร ชื่อ คุณอัจฉริยา นามาฮิดะ พบผู้ที่มารับตรงประชาสัมพันธ์ค่ะ Attention please, Miss Ajchariya Namahida contact at information desk.” แล้วพนักงานคนนั้นก็ประกาศซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

อัจฉริยาถึงกลับหน้าแดง เธอหันซ้ายหันขวามองหาว่าเคาท์เตอร์นั้นอยู่ตรงไหน เธอรีบคว้ากระเป๋าเป้หยิบขึ้นหลังก่อนจะวิ่งตัวปลิวไปอย่างรวดเร็ว 

บ้าจริง ทำบ้าๆ อายคนจัง’  

 

พอไปถึงที่เคาท์เตอร์ เธอก็มองหน้าประชาสัมพันธ์สาว

อัจฉริยา... แล้วเธอก็ยืนหอบนิดๆ หายใจเข้าปอด

อ๋อ...ค่ะผู้หญิงคนนั้นผายมือไปยังชายหนุ่มรูปงามที่กำลังมองหน้าเธออยู่

ขุนเขามองเธอแบบช้อนสายตา และดูตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

มิกิหน้าชา นายคนนี่บังอาจมากที่มาใช้สายตาแบบนี้กับเธอ หญิงสาวมองเขากลับบ้าง ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แต่ไม่มีตรงไหนที่เธอจะติเขาได้เลย

รองเท้ามันวาว กางเกงรีบจนเรียบ จนเธอคิดว่าเอามือไปโดนกลีบของกางเกงอาจจะบาดได้ เข็มขัดมีราคา และชายเสื้อที่ถูกยัดชายเข้าไปในกางเกงเรียบร้อย เสื้อที่เขานุ่งแทบไม่มีรอยยับ พอเงยหน้าขึ้นไปสบสายตากับเขา ก็พบใบหน้าเกลี้ยงเกลาขาวสะอาดชวนมอง แต่สายตาเย็นชานี่สิ ไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

สวัสดีครับเขาเอ่ยทักเธอก่อน

เธอรีบยกมือไหว้ เรื่องเซนซ์ดีๆ ของเธอก็มีอยู่มาก

ขุนเขา พงษ์พิสุทธิ์จินดาเธอเอ่ยเรียกชื่อเขาในใจ อุตส่าห์นั่งท่องไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

สวัสดีค่ะ อัจฉริยา ค่ะเธอเอ่ยแนะนำตัว และรีบเอาเป้ลงจากหลัง มองหน้าเขาแล้วอมยิ้มนิดๆ

เชิญเขาผายมือให้เธอ ก่อนจะเดินนำไปตามทางออกแบบไม่รอ 

มิกิตัวไม่ค่อยสูงนัก มองตามขายาวของขุนเขาที่เดินลิ่วๆ เธอทำหน้าย่นตามหลังเขาไปในใจรู้สึกเคืองๆ

จะรอดไหมหนอ มิกิเธอถามตัวเองในใจ

 

มิกิพอเห็นรถสปอร์ตหรูของเขาถึงกลับเหวอ

ขึ้นรถสิเขาออกคำสั่ง

ดู...สุภาพบุรุษเธอส่งยิ้มให้ ได้ยินเสียงเขาปิดประตูเบาๆ โดยไม่ใส่ใจเปิดประตูให้กับมิกิ หญิงสาวยื่นมือไปเปิดประตู แล้วก้าวขึ้นไปนั่งคู่ ในรถของเขาสะอาดเอี่ยมอ๋องดูเนี๊ยบไปเสียหมด

คิดว่าตัวเองจะทำงานนี้ได้ไหมเขาถามทันทีที่รถเริ่มถอยออกจากลานจอ

คะเธอทำเสียงออกไปอย่างสงสัย

ก็ผมกำลังสัมภาษณ์งานคุณเขาหันไปมองใบหน้าของเธอแวบหนึ่ง

ก็มั่นใจค่ะ ว่าทำได้เธอตอบ แต่ในใจตอนนี้

ถ้าฉันไม่มั่นใจจะมาเขียนใบสมัครทำไม ชิ...เธอค่อนขอดเขาในใจ

คุณสามารถไปทำงานต่างจังหวัดได้ไหม ที่ไหนก็ได้ ต่างประเทศอะไรแบบเนี่ยขุนเขาถามต่อ

ได้ค่ะ

ไม่มีสามี มีลูก แน่นะคำถามของเขาทำให้เธอหน้าเหวอ ไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามนี้

คุณขุนเขาคะ ไม่ทราบว่าไม่ได้อ่านประวัติของมิกิที่ส่งมาให้หรือคะ หรือว่าคุณกรไม่ได้ส่งแทนที่จะตอบคำถามกลับถามเขากลับทันควัน

สมัยนี้มันก็ต้องสงสัยกันได้บ้าง บางคนเขียนสเตตัสว่าโสด แต่บางทีก็มีสามีอยู่ที่บ้าน เวลาไปไหนมาไหนก็โทรตามจนน่ารำคาญ

แต่นั่นก็ไม่ใช่ อัจฉริยา ค่ะเธอทำคอตรงหน้าเชิด นี่แหละเป็นสาเหตุที่ทำให้ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่ตกลงใจทำงานสักที หญิงสาวคิดในใจอย่างเดือดปุดๆ

เริ่มงานได้เมื่อไหร่ชายหนุ่มถามต่อ

หื้อ... ตกลงคุณรับฉันหรือคะเธอทำหน้าฉงน

ก็ใช่นะสิเขาหันมามองใบหน้าของเธอ ตอนนี้รถจอดสนิทรออยู่ที่ไฟแดง

เงินเดือนตามที่คุณขอมา เบี้ยเลี้ยงตามกฎเกณฑ์ของบริษัท เรื่องอื่นๆ คุณกรจะเป็นคนประสานมากับคุณอีกที มีปัญหาอะไรไหม

เอ่อ... เริ่มงาน

ทำงานพรุ่งนี้ ที่นี่ ที่กระบี่ เพราะพรุ่งนี้ผมมีนัดกับคุณเซกิที่เขาบินตรงมาจากญี่ปุ่นมาเที่ยวที่ภูเก็ต แล้วเราสองคนต้องไปต้อนรับด้วยกันตอนบ่ายสองโมงที่สนามบินภูเก็ต เอ๊ะ... หรือว่าคุณมีปัญหาเขาพูดทิ้งท้าย มือก็ใส่เกียร์แล้วรถก็เริ่มเดินหน้า

คือว่า...เธอก้มลงไปมองกระเป๋าเป้ที่เอามาด้วย ไม่มีชุดไหนที่เหมาะจะใส่ทำงานได้เลย อีกอย่างมันต้องไม่ใช่อย่างนี้สิ อะไรจะปุ๊บปั๊บรับโชค เธอพ่นลมหายใจออกมา

เฮ้อ... นี่แหละที่ผมเบื่อจริงๆ กับผู้หญิงสมัยนี้ที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

หื้อ... มันหมายความว่ายังไงค่ะ ขี้ไก่มันอยู่ของมันดีๆ จะไปเหยียบให้มันเลอะรองเท้าทำไมคะ เสียเวลาล้างเปล่าๆ ค่ะด้วยความเป็นลูกครึ่งของเธอทำให้เธอไม่รู้สำบัดสำนวนไทยบางคำ หญิงสาวก็เลยไม่เข้าใจ

ขุนเขาถึงกลับหลุดขำออกมา เสียงหัวเราะของเขาทำให้เธอยกหน้าขึ้นไปดูหน้าตาที่ยิ้มแย้ม

หน้าตาก็ดี ผิวพรรณก็ดี แต่เอ๊ะ... เจาะหูด้วยเหรอ อายุปูนนั้น สงสัยเป็นเกย์แน่ๆ

 “ว่าไง จะทำหรือไม่ทำครับเขาหันมาสบตา เธอที่แอบจ้องมองเขาถึงกลับชะงักกับแววตาเอาจริง

ที่พัก...

ผมจัดให้เขาสวนคำตอบออกไปทันที

เสื้อผ้าของดิฉัน...

เขาเลี้ยวหัวรถเข้าไปในห้างเอาท์เล็ทมอล์ที่ตั้งอยู่ระหว่างทาง เมื่อรถยนต์จอดสนิท แล้วก็หยิบบัตรเครดิตออกมาจากกระเป๋า ยื่นส่งให้หญิงสาว มิกิยกหน้าขึ้นมองเจ้านาย

คะเธอรับมันไปถืออย่างงงๆ

อย่าทำให้ผมขายหน้า ตามสบายนะ ผมให้เวลาคุณแค่ 45 นาทีขุนเขาบอกเธอ เขาเอื้อมมือไปปลดล็อคประตูและเปิดให้ เธอรีบก้าวขาลงไปด้านล่างทันที แล้วเท้าก็ไวกว่าความคิดเธอตรงดิ่งเข้าไปเลือกเฟ้นหาเสื้อผ้าตามคำบัญชาของเขา   

อะไรกันเนี่ยยายมิกิเธอตามตัวเองออกมา

ขุนเขามองตามร่างเล็กๆ น่ารัก มันช่างตรงกับหัวใจเหลือเกิน คุณากรส่งเลขามาให้เขาตามสเปคของนายอย่างรู้ใจ

ระหว่างนั้นเขาจัดการจองที่พักให้กับเธอติดกับห้องของเขาที่มาเปิดเช่าเป็นรายเดือน เพราะบางครั้งชายหนุ่มก็คิดว่า การกลับไปนอนที่บ้านพ่อเขมไม่สะดวกเท่าไหร่ หากเขาต้องทำงานกลับดึกๆ พาลจะทำให้แม่นอนไม่หลับด้วยความเป็นห่วงเสียเปล่าๆ

อัจฉริยารีบเสียให้วุ่น เดินเข้าช็อปนั้นออกช็อปนี้เพื่อเลือกเสื้อผ้า เธอมีเทสอยู่มากกับการแต่งตัว ไม่อยากจะบอกเจ้านายเลย มาในตู้เสื้อผ้าที่บ้านยายนั้นมากมายขนาดไหน

ฮึ... จะเอาให้ขนหน้าแข้งร่วงเลย

ขุนเขาที่นั่งรออยู่ในร้านกาแฟใกล้ๆ ลานจอดรถ มองข้อความในมือถือที่เด้งขึ้นมาเป็นระยะ

(บัตรเครติตของท่านถูกใช้ที่.... จำนวน 12,790 บาท)

(บัตรเครติตของท่านถูกใช้ที่.... จำนวน 7,480 บาท)

(บัตรเครติตของท่านถูกใช้ที่.... จำนวน 2,850 บาท)

(บัตรเครติตของท่านถูกใช้ที่.... จำนวน 14,570 บาท)

แล้วก็เด้งขึ้นมาอีกเป็นสิบข้อความ

อัจฉริยา เขากัดฟันกรอดๆ

 

มิกิเดินหอบข้าวของมาที่รถพะรุงพะรัง เธอหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ รถของนาย และเริ่มมองหาเจ้าของ

ไปไหนของเขานะ 45 นาทีตรงแป๊ะนะเธอยืนนิ่ง ถอนหายใจออกมาดัง เมื่อเห็นเขาเดินใบหน้าบอกบุญไม่รับ

คุณอัจฉริยา...

เรียกมิกิก็ได้ค่ะเธอหันไปยกยิ้มให้กับเขา รู้สึกสะใจนิดๆ ที่เห็นใบหน้าบูดบึ้งของเจ้านายมากกว่าเดิม

คุณมิกิ เมื่อกี้ลืมบอกไปว่า ค่าใช้จ่ายเรื่องเสื้อผ้าของคุณ ผมจะหักจากเงินเดือนแล้วเขาก็กดปลดล็อคกุญแจ เดินขึ้นไปนั่งหน้าตาเฉย

หา! บอสขา ฆ่ากันเลยดีกว่าแบบนี้ มิกิอุทานและคิดอยู่ในใจ ตอนนี้ทำหน้าเง้าคิ้วเริ่มขมวดเข้ามาหากัน

ไอ้เจ้านายบ้า คนยิ่งโดนพ่อตัดเงินค่าเบี้ยเลี้ยงอยู่ อร้าย...อยากจะกรี๊ด...

 

ปริ้น... ขุนเขากดแตรเสียงดังลั่น แล้วหลังคาก็ถูกเปิดขึ้นไป

จะไปไหม ชักช้าอยู่นั้นแหละเขาตะโกนบอกเธอ หญิงสาวได้สติ ก่อนจะยกถุงข้าวของไปวางไว้ที่หลังเบาะอย่างรวดเร็ว ขุนเขาแอบหัวเราะนิดๆ ในกิริยาเง้างอดของเธอ

ทำไมบอสไม่บอกก่อนคะเธอถามคำถามแรกทันทีที่ขึ้นมานั่งประจำที่เรียบร้อย

อะอ้าว... ก็บอกว่าลืมไงขุนเขาเล่นลิ้น ก่อนจะใส่เกียร์เดินหน้ารถออกไปทันที

เอ่อ... ให้มันได้ยังงี้ซิเธอค่อนแคะตัวเอง

หญิงสาวนั่งหน้าง้ำไปตลอดทาง

 

จะซื้อของใช้ส่วนตัวไหมเขาถามเธอ แต่ตัวเองเปิดประตูลงไป หาซื้อของที่เขาต้องได้ใช้

มิกิหยิบกระเป๋าตังต์ออกมาดู วันนี้ไม่ได้กดเงินซะด้วยอีก อีกอย่างรู้สึกมันจะหรอยหรอลงไปทุกทีแล้ว เธอหยิบกระเป๋าตังค์ ก่อนจะวิ่งตามหลังชายหนุ่ม

เธอเลือกหยิบข้าวของที่จำเป็นจะได้ใช้ เพราะบอกตรงๆ ว่าไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจจะมาใช้ชีวิตที่นี่แบบนี้

เธอเดินไปจ่ายเงิน รออยู่ด้านหลังของเขา เห็นขุนเขาหยิบบางสิ่งบางอย่างใกล้ๆ กับเครื่องคิดเงินส่งให้พนักงานแคชเชียร์ 

เมื่อจ่ายเงินเสร็จ เขาเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์สีที่พาดหัวเกี่ยวกับดาราขึ้นมาอ่าน

(นางเอกละครดังเรื่อง จันทร์เจ้าขา ปิ๊ง นิรอร ภคพลมนตรี ตกลงเช็ดสัญญารับงานที่ประเทศเกาหลี เพราะค่ายหนังเอสเอ็มของประเทศเกาหลีที่ถูกอกถูกใจน้องปิ๊ง ข่าวลับที่ไม่ลับออกมาแล้วว่า จะมีละครที่น้องปิ๊งจะได้แสดงคู่กับพระเอกเบอร์หนึ่งของค่ายหนังเอสเอ็มอย่างแน่นอน)

ขุนเขาถึงกลับขบกรามแน่น เขากับนิรอรอาจจะไม่ได้ครบกันแบบเปิดเผย แต่ก็ได้รู้จักกันตอนที่เธอแสดงละครช่องวันกับญานิสา และนั้นคือจุดเริ่มแรกที่คบกันอย่างลับๆ

เมื่อสองเดือนก่อน เธอบอกเลิกกับขุนเขาเสียดื้อ ด้วยเหตุผลว่า เธอต้องการอนาคตที่สดใสในวงการบันเทิงมากกว่า มาเป็นเมีย และแม่ของลูกของชายหนุ่ม และไม่พร้อมที่จะสร้างครอบครัวนะตอนนี้

 

มือขาวๆ เล็กๆ สะกิดไปที่ต้นแขนของเจ้านาย

บอสค่ะ ขอยืมเงินก่อนสองร้อยเธอทำเสียงให้เบาที่สุด ขุนเขาหันหน้ามามองเธอในทันที ก่อนจะขมวดคิ้ว

สรุป ผมต้องรับเลี้ยงคุณด้วยใช่ไหมเขายอกย้อน ก่อนจะล้วงมือไปในกระเป๋า และหยิบเงินให้เธอสองร้อย

มิกิทำตาระห้อย แบมือรับแล้วกำมันเอาไว้แน่น

ขอบคุณค่ะบอสพอหันหลังให้ก็เปลี่ยนเป็นอีกสีหน้า

ก็ใครหล่ะเธอตรงเข้าไปจ่ายเงิน แล้วหยิบถุงนั้นขึ้นมาถือ เห็นหลังเจ้านายไวๆ ที่เดินกลับไปที่รถ

ไม่รอกันเลยเธอว่าให้ แต่ก็เดินกลับออกไปอย่างเร็ว

 

“ผมหิว” เขาเอ่ยขึ้นตอนรถแล่นออกมาแล้ว

“ก็แวะกินสิคะบอส มิกิก็หิวเหมือนกัน” เธอยกมือขึ้นลูบท้อง ตอนนี้เวลาที่หน้าปัดบอกว่า 13.14 น.

“โอเค กินข้าวแล้วหลังจากนั้นจะส่งคุณไปที่ห้องพัก และก็คุณจัดการตัวเองให้เรียบร้อย เตรียมตัวไปทำงานที่ภูเก็ตกับผมพรุ่งนี้”

“ค่ะ” เธอรับปากแข็งขัน

มันเป็นภาคบังคับ หากว่าภายในเดือนนี้หากมิกิหางานทำยังไม่ได้ คุณพ่อยื่นคำขาดให้กับเธอว่าต้องกลับญี่ปุ่นเพื่อทำงานของครอบครัว แต่เธอก็ยังอยากใช้ชีวิตอิสระที่ตัวเองอยากทำมากกว่า อีกอย่างที่มิกิไม่ซีเรียส เพราะเธอยังมีน้องชายและน้องสาวฝาแฝด ที่อายุห่างกับเธอ 4 ปี โนบุ และอากิ อยู่เป็นเพื่อนพ่อกับแม่ด้วย

 

“ผมไม่ชอบผู้หญิงที่เรื่องมาก ทำงานกับผมต้องคล่องแคล่วว่องไว รู้ใจกัน อะไรทำไม่ได้ให้บอกก่อน อย่ารับปากแล้วทำส่งเดช” เขาพูดไปเรื่อยๆ

“ค่ะ” เธอฝืนทำหน้ายิ้มใส่เขา แต่ในใจเริ่มคิดหนัก

“อีกเรื่อง อย่าให้มีเรื่องผู้ชายเข้ามายุ่มย่ามในที่ทำงาน เพราะว่ามันน่ารำคาญใจ”

“ค่ะ” เธอรับปากเขาเบาๆ

ไม่มีแฟนแล้วจะพาใครมาอะ...บอสเธอนึกค้อน

เฮ้อ... คุณขุนเขาเขาเยอะขนาดนี้เลยเหรอหญิงสาวถามตัวเองใหนใจ แต่ก็หันหน้าไปส่งยิ้มให้

อะไรกันค่ะบอส มิกิมาทำงานนะคะ ไม่ใช่มาอยู่ค่ายกักกัน โอ้ย...เธอบ่นกระปอดในใจ

ขุนเขาแวะเข้าข้างทาง ก่อนจะเลี้ยวหัวรถเข้าตามถนนที่ลาดลงไปในทุ่งนา หญิงสาวมองไปข้างหน้าอย่างตกใจ แต่โชคดีหน่อยถนนนั้นราดยางอย่างสะดวกสบาย

มิกิเห็นชิงช้าสวรรค์อยู่ตรงหน้า สูงตระหง่านท่ามกลางสีเขียวของต้นข้าว แล้วยังมีของประดับตกแต่งที่เธอยังไม่เคยเห็นที่ไหน หญิงสาวดีใจ หันไปยิ้มให้กับบอสด้วยความตื่นตา

“ร้านอาหารนะ ที่นี่อร่อย บรรยากาศดี” เขาเอ่ยบอก

สีเขียวของท้องทุ่งนาที่ปลูกขึ้นของเจ้าของที่ และยังอนุรักษ์เอาไว้ พื้นนาที่ยังปลูกข้าวอยู่ และทำร้านอาหารอยู่ท่ามกลางสีเขียวขจีของท้องทุ่ง ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่ คือ กระบี่

“ว้าว... สวยจัง” เธอยิ้มออกมาทันทีที่เห็นบรรยากาศสดใสแปลกตามากๆ

กระท่อมไม้ไผ่ที่ปลูกไว้ห่างๆ กัน และอยู่ในท้องทุ่ง มีของตกแต่งเป็นของเก่าๆ โบราณๆ และที่เด่นๆ เจ้าของนำเอาท่อน้ำมาทำเป็นปิ่นโตขนาดใหญ่ทาสีเหลืองจนเหมือน และทำเถาหิ้วด้วย

“น่ารักจังค่ะ ขอบคุณนะคะบอสที่พามาที่แบบนี้”

เธอขอบคุณตามนิสัย พอเขาดับเครื่องยนต์เธอก็หยิบมือถือออกมาจากระเป๋า แล้วกระโจนลงไปเซลฟี่เก็บรูปของตัวเอง และภาพของสิ่งของต่างๆ ไว้เป็นที่ระลึก

“อะแฮ่ม” เขาแกล้งกระไอกระแอม

หญิงสาวหันมาส่งยิ้มให้อย่างลืมตัว ก่อนจะเดินเข้าไปหาเขา แล้วเผลอยกมือถือให้ขุนเขาดูรูปที่เธอถ่ายไปเมื่อกี้นี้

“สวยไหมคะ” แล้วเธอก็เลื่อนไปเรื่อยๆ

ชายหนุ่มเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัวกับรูปที่เธอชี้นิ้วลงไปบนแก้มจนบุ๋ม นัยน์ตาบ้องแบ้ว ขุนเขาเผลอมองใบหน้าของเธอแทนที่จะดูรูปต่อไป

“มากี่คนค่ะ” พนักงานเดินเข้ามาสอบถาม มิกิรีบโชว์สองนิ้ว เธอคนนั้นจึงพาไปยังกระท่อมที่ยังว่างอยู่

“เลือกตามสบายนะ อยากกินอะไรก็สั่ง” เขายื่นเมนูให้

“บอสค่ะ เลี้ยงหรือหักจากเงินเดือนคะ” เธอถามประชดเขา เพราะเพิ่งจะโดนในเรื่องของเสื้อผ้าไปก่อนหน้า

“เลี้ยงครับ คุณอัจฉริยา” เจ้านายคนใหม่เรียกเธอซะเต็มยศ

หญิงสาวเลือกไม่ถูกเอาเสียเลย ร้านนี้ทำเมนูได้น่ารักมากๆ มีรูปภาพประกอบด้วย

“นี่หอยอะไรคะ” เธอชี้รูป พร้อมกับยกหน้ามาถามเจ้านายที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม

“หอยชักตีน”

“อือ...”

เมื่อพนักงานหญิงคนเดิมเดินเข้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่ม เขาก็สั่งอาหารทันที

“ข้าวเปล่า 2 จาน หอยชักตีน 1 ที่ น้ำพริกกุ้งสด ขอผักลวก เอ่อ... แล้ววันนี้มีสาหร่ายไหม” หญิงสาวคนนั้นพยักหน้า

“งั้นเอามา 1 ที คุณมิกิจะสั่งอะไรอีก” เขาถามเธอ

“เออ...” เธออ้ำอึ้ง เพราะทุกอย่างน่ากินไปหมด

“งั้นผมสั่งเอง เขารวบเมนูในมือของเธอยื่นส่งให้พนักงานทันที” มิกิทำหน้ามุ้ย และทำตาระห้อยอย่างเสียดาย

“ชักช้า น้อง...เอากุ้งผัดน้ำมะขาม และก็แกงเลียง” เขาพับเมนูในมือของตัวเองส่งให้หญิงคนนั้น เธอรีบเดินออกไปทันที

“กฎ ห้ามชักช้า” เขาเพิ่มอีกกติกาหนึ่งให้เธอด้วย

“ค่ะ” เธอลอบถอนหายใจ

แต่พอแหงนหน้าขึ้นไป ก็เห็นกระถางที่ปลูกต้นไม้ต้นเล็กๆ หลากสีในเปลือกหอย และกะลามะพร้าว เธอก็เลิกสนใจนายหัว ยกมือถือถ่ายภาพต่างๆ เก็บไว้เป็นความประทับใจ

ไม่นานอาหารก็ถูกลำเลียงออกมาเสิร์ฟ ทั้งสองจึงนั่งทานอาหารไปแบบเงียบๆ มีมิกิที่เอ่ยปากชมรสชาติอาหารที่แปลกลิ้นและอร่อยด้วยไม่ขาดปาก

เมื่อเช็คบิลเสร็จ พนักงานก็เชิญให้ทั้งสองนั่งชิงช้าสวรรค์ของทางร้านฟรี และจะเห็นวิวท้องทุ่งนา และสวนปาล์มที่ปลูกติดกับเขาหินปูนที่โดดเด่นของจังหวัดกระบี่

“นั่งรอบเดียวนะคะบอส” เธอทำเสียงอ้อน ไม่สนใจนายจ้างแล้ว เดินนำหน้าเขาลิ่วๆ ตามหลังพนักงานสาวตรงไปยังชิงช้า ขุนเขาเดินตาม เขามาทานอาหารที่นี่หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยนั่งชิงช้าสวรรค์ของที่นี่สักที

หญิงสาวก้าวเข้าไปก่อน และขุนเขาก้าวไปนั่งในฝั่งตรงข้าม มิกิดีใจเหมือนเด็กๆ เธอชี้ชวนให้เขาดูทิวทัศน์สวยๆ และยังยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปของชายหนุ่มด้วย

“ยิ้มสิคะ...บอส” เธอบอกเขา ชายหนุ่มจึงยิ้มมุมปากนิดๆ ให้กับตากล้อง มิกิชอบใจใหญ่ ยกมือถือเซลฟี่ตัวเองไม่หยุด

เจ้านายหนุ่มได้แต่มองเธอเพลินๆ แล้วยิ้มไปด้วย

 

 “สวัสดีค่ะคุณเดี่ยว” พนักงานต้อนรับรีบออกมาต้อนรับเขาถึงหน้าบ้านพัก

“ว่าไงกับคุณเนตร” เดี่ยวเอ่ยทักผู้หญิงวัยสี่กว่า ผู้จัดการทั่วไปที่คอยให้ความดูแลเขาทุกอย่างที่นี่

“คือว่า เมื่อตอนที่คุณเดี่ยวโทรมาจองห้องพักนะคะ จริงๆ มันไม่ได้มีห้องว่างเหลืออยู่ แต่น้องพนักงานเขาทำบุ้คกิ้งตกไปอันหนึ่ง เนตรจึงอยากจะขอโทษคุณเดี่ยวนะคะ ว่าจะขอยกเลิกห้องที่คุณเดี่ยวจองเอาไว้ แต่ทางเราก็พยายามจะต่อรองกับทางบริษัททัวร์นะคะว่าคงจะให้ห้องไม่ได้ แต่พวกเขามาเป็นกรุ๊ปทัวร์มาเป็นคณะนะคะ ไกด์ก็บอกว่าจะให้แยกไปนอนที่โรงแรมอื่นก็ไม่ได้ และอย่างที่รู้ๆ กันช่วงนี้เป็นเทศกาลกินเจ คือแบบว่า ห้องเต็มเกือบทุกๆ ที่เลย แล้วห้องที่หาได้ก็ไกล ไกลจากโรงแรมของเรามากๆ จึงอยากจะขอความอนุเคราะห์คุณเดี่ยว จริงๆ...” เนตรกำลังจะร่ายยาวต่อ ด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนสุด

ขุนเขาก็ยกมือของเขาขึ้นมาห้ามทันที

“สรุปครับ สรุปมาเลยดีกว่าครับคุณเนตร” เขาพูดเสียงเย็น ถอนหายใจออกมา

“คือว่า... บ้านพักของคุณเดี่ยวก็มีตั้งสองห้องนอน ตอนนี้เนตรเลยให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดอย่างดีให้แล้วนะคะ ดูแล้วดูอีกว่าเรียบร้อยแล้วหรือยัง ก็เลยอยากให้แขกของคุณเดี่ยวพักที่บ้านพักของคุณเดี่ยวด้วยสักสามสี่คืนจะได้ไหมคะ” งามเนตรมองหน้าช้อนสายตาขอความเห็นใจกับชายหนุ่ม

เขาทำท่าครุ่นคิด แต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“ว้าว....” อัจฉริยาเดินออกมายืนอยู่ข้างๆ รถ แล้วยกมือกางขึ้น แหงนหน้ามองไปยังบนฟ้า เห็นท้องฟ้าสีครามสดใส ไม่มีเมฆเลยสักก่อน

ลานจอดรถของที่นี่ ริมลานจอดปลูกต้นดอกเบบูญ่าที่ออกดอกสีเหลืองบานสะพรั่งเรียงรายตลอดแนว มองถัดไปเป็นบ่อน้ำขนาดไม่ใหญ่นัก แต่มีดอกบัวสีชมพูที่ชูช่อ กำลังจะเบ่งบาน หากเป็นตอนเช้าๆ คงบานเต็มไปหมด ต้องสวยกว่านี้แน่ๆ

“บอสขา น่าอยู่จังเลยค่ะที่นี่” มิกิหันหน้ามาบอกนาย แต่พอเห็นใบหน้าของสตรีอีกหนึ่งคนก็ยกมือไหว้ งามเนตรยิ้มตอบ

“งั้นก็ให้คนมาช่วยของขึ้นไปไว้ห้องที่จัดเอาไว้ก็แล้วกัน” เดี่ยวพูดกับงามเนตร เธอจึงยิ้มออกมาได้ รีบกวักมือให้น้องเบลบอยที่เตรียมตัวอยู่ก่อนแล้วมาช่วยยกถุงต่างๆ ไปไว้ที่ห้องของอัจฉริยา

 

ที่บ้านของเขม เขาลงทุนทำห้องใหม่ให้กับคีรีและญาดาด้านล่างเพื่อความสะดวกสบายของทั้งคู่ และอีกอย่างจะได้ดูแลกันและกันด้วย

“เป็นไงครับ สะดวกดีนะ ผมสั่งช่างให้มาติดราวจับให้หมด คุณคีรีจะได้หัดเดิน และก็สะดวกด้วยเวลาจะไปไหน หรือเข้าห้องน้ำ” เขมบอกกับคีรี

“ขอบคุณมากนะครับ” คีรีขอบคุณอย่างจริงใจ

หนุ่มๆ สาวๆ ช่วยกันยกข้าวของที่มาจากโรงพยาบาลไปเก็บให้ในห้อง

“สรุปเมนูอะไรดีครับ ที่จะเลี้ยงฉลองคุณพ่อกลับบ้าน” หมอกพูดขึ้นมาเสียงดัง

“อะไรก็ได้ ลูกไปจัดการไปหมอก พาหน้อยเน่ไปด้วย แล้วโทรมาบอกแม่เผื่อแม่ได้เตรียมอะไรเอาไว้ก่อน” ใหม่บอกลูกชาย

“ซีฟู๊ดดีไหม ไม่ได้กินนานแล้วนะคะ” หน้อยเน่ให้ความคิด

“ไปดูก่อนไปลูกที่ตลาดเขามีอะไรขายกันมั้ง แมคโคร โลตัสก็มี ลองไปดูเปิดหูเปิดตาไป ยังบ่ายอยู่ ถามถึงมื้อค่ำกันแล้ว” ใหม่พูดต่อ

“คนมีความสุขนะครับคุณแม่ บ้านเราคนเยอะแบบนี้ครื้นเครงขึ้นเยอะเนอะ” หมอกพยักเพยิดให้กับหน้อยเน่ เขารีบจับมือเธอแล้วพาออกไป

“คุณพ่อคุณแม่ เราสองคนจะต้องกลับกรุงเทพฯ นะครับ ต้องไปอบรมอีก” เมฆพูดขึ้น

“เนเน่ต้องกลับไปเรียนอีกสองเทอม” หมอสาวยกนิ้วชูให้พ่อกับแม่ดู

“งานศพคุณย่า” คีรีถามลูกสาวคนโต และส่งสายตาให้ญาดาที่นั่งอยู่ใกล้

“คุณพี่รีบเดินให้ได้สิคะ จะได้ไปจัดการเองจะได้สมใจคุณพี่ และทำอะไรดีๆ ให้คุณแม่เป็นครั้งสุดท้าย” ญาดาน้ำเสียงเศร้า แต่สายตาก็ส่งให้คีรีแบบให้กำลังใจ

“หนูเนเน่อย่าลืมตามพี่เดี่ยวมากินข้าวเย็นด้วยกันนะลูก” ใหม่บอกญารินดา

“ค่ะ” เธอรับปาก

ทุกคนนั่งคุยกันอีกสักพัก ก็ให้คีรีได้นอนพักผ่อน

 

“ก็อย่างที่รู้ นอนที่นี่ไปก่อนแล้วกัน ไม่กี่คืน พอทัวร์เช็คเอาท์ค่อยย้ายออกไป” ขุนเขาบอกกับหญิงสาว

“แต่ผมก็ชอบความเงียบ และความเป็นส่วนตัวมากๆ นะ” เขาเปรยขึ้นอีก

“ค่ะ มิกิก็ชอบความเป็นส่วนตัวด้วยเหมือนกัน บอสคะ งั้นมิกิขอตัวเลยแล้วกันนะคะ มิกิไม่กินข้าวมื้อเย็น จะไม่ออกห้องเลยนะคะนับตั้งแต่เวลานี้ มิกิก็ต้องการความเป็นส่วนตัวเหมือนกัน สวัสดีค่ะ” เธอพูดประชด พร้อมกับยกมือไหว้ลา เหมือนว่าจะไปไหนแสนไกล

ขุนเขามองตามหลังร่างเล็กๆ ที่ก้าวฉับๆ เข้าห้องนอนของตัวเองไป

 

กริ๊ง...

“ฮาโหล...” พี่เดี่ยวรับรับสาย

“คุณแม่ให้ตามมากินข้าวเย็นนะคะ เย็นนี้ห้ามเบี้ยว”

“จ้า” เดี่ยวรับคำ แต่ก็ส่งสายตามมองไปประตูห้องที่ถูกปิดลงไปเมื่อกี้

“อยู่คนเดียวก็ได้มั้ง” เขาบอกกับตัวเอง ก่อนจะคว้ากุญแจรถกุญแจห้อง เดินลงไปขึ้นรถขับไปที่บ้านพ่อเขม

 

“กรี๊ด...” มิกิร้องลั่นห้องน้ำ กระโดดตัวลอย ก่อนจะวิ่งออกมาทางหน้าบ้าน

ปัง... เสียงปิดประตูโครมใหญ่ๆ

“ไอ้แมลงสาปบ้า” เธอทำท่าขนลุกขนพอง ปิดประตูบานนั้นแน่น ตัวเองยังอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไม่มีอาภรณ์ห่มกาย หญิงสาวก้มลงมองตัวเองตอนนี้ยังมีฟองแชมพูอยู่บนหัวเต็มไปหมด

“เอายังไง” หญิงสาวถามตัวเอง ไม่กล้าแม้จะเปิดประตูห้องน้ำกลับเข้าไป และไม่กล้าจะโทรไปยังรีเชฟชั่นเพื่อขอความช่วยเหลือ

“ใช่...ห้องน้ำบอสดีไหม?” เธอถามตัวเอง แต่ก็พาตัวเองเดินไปยังห้องนอนของบอสอย่างช่วยไม่ได้

“เดี๋ยวค่อยเรียกพนักงานมาทำความสะอาดนะยายมิกิ” เธอพูดกับตัวเอง ไม่ได้ดูเวล่ำเวลาเลยว่ากี่โมงแล้ว

 

บ้านของเขม

“ห้าทุ่มกว่าแล้ว ผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับแม่” เดี่ยวกอดเอวของคุณแม่เอาไว้

“พรุ่งนี้จะไปภูเก็ตใช่ไหม กลับได้แล้วไป จะไปกี่วัน ไปถึงแล้วก็ต้องโทรกลับมาบอกแม่ด้วยนะ” พันสิตาสั่งเดี่ยวเหมือนเขาเป็นเด็กๆ

“พี่ เดี่ยวไม่ใช่เด็กแล้วนะแม่” หมอกเอ่ยแซว ใหม่ได้แต่หันหน้าไปค้อนให้ลูกชายคนเล็ก

“ไว้ผมโทรหาแม่นะครับ” เขาก้มลงไปหอมแก้มของคุณแม่เบาๆ ขุนเขาได้แต่ยิ้ม เขามีความสุขมากมายในตอนนี้ ที่ได้ทุกสิ่งอย่างกลับคืนมา

 

ในห้องนอนของขุนเขา

“ห้องนี้เป็นกระจกใสหรือ ทำไมไม่เหมือนห้องเล็กอะ” เธอถามตัวเอง แต่เท้าก็ก้าวเข้าไปในนั้นอย่างไม่ลังเล

“รีบอาบก่อนที่บอสจะกลับมา”

มิกิฮัมเพลงไปเรื่อยๆ อาบน้ำไปด้วยความสุขใจ สายน้ำอุ่นทำให้สบายตัว  หญิงสาวหยิบผ้าเช็ดตัวที่วางพาดอยู่ตรงนั้นขึ้นมาคลุมกาย ก่อนจะหยิบผ้าผืนเล็กๆ ขึ้นมาเช็ดน้ำที่เกาะอยู่ที่ขอบอ่าง อย่างน้อยก็ต้องทำลายหลักฐานกันบ้าง

ขุนเขาไขกุญแจเข้ามาในบ้าน ทุกอย่างเงียบสงบ เขาหันหน้าไปมองประตูห้องนอนเล็ก เดินก้าวขาไปแล้วนิ่งอยู่ที่หน้าประตู ยกมือขึ้นมาเหมือนจะเคาะ แต่พอดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือก็ชะงัก และเอามือลง

“นอนแล้วมั้ง ค่อยโทรปลุกพรุ่งนี้” เขาพูดพึมพำ หมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง

มิกิเดินดุ่ยๆ ออกมาอย่างรีบเร่ง ผ้าเช็ดตัวที่ขมวดปมเอาไว้ที่หน้าอกก็คลายตัวเหมือนจะหลุด อีกมือจับปมผ้าเอาไว้ อีกมือก็กำลังจับผ้าอีกผืนเช็ดที่หัวที่เปียก ชายผ้าลงมาปิดใบหน้า ปมผ้าก็จะหลุด เธอเดินสะดุดขาตัวเองด้วยความซุ่มซ่าม

“โอ๊ะ...” มิกิอุทาน เป็นจังหวะที่ขุนเขาเปิดประตูเดินเข้ามาพอดี

อัจฉริยาเสียการทรงตัว ปมผ้าหลุด ชายผ้าหล่นลงไป เธอเหยียบเข้าไปในจังหวะนั้น หัวคะม้ำไปข้างหน้า และผ้าเช็ดตัวก็หลุดหล่นไปพร้อมกับร่างของเธอ

“ว้าย...” หญิงสาวอุทานขึ้นด้วยความตกใจ มือไม้คว้าอะไรไว้ก็ไม่ทัน ขุนเขาที่เดินเข้ามาอยู่ตรงหน้ารวบร่างบางที่อวบอิ่มสมวัยเอาไว้ในอ้อมแขนทันที

ร่างกายที่ขาวโพลนผ้าผ่อนหลุดลงไปกองอยู่ที่พื้นแล้ว มีเพียงผ้าผืนเล็กๆ ที่เช็ดผมร่วงลงมาปิดหน้า

กลิ่นสบู่หอมละมุนกระทบปลายจมูกของขุนเขา หน้าอกอวบนุ่มเบียดชิดกับร่างกายของเขาเต็มๆ

ตอนนี้ร่างของมิกิอยู่ในอ้อมแขนของเดี่ยว แต่เพียงแวบเมื่อกี้ ร่างกายนวลเนียนก็ปรากฎแก่สายตาของเขาแล้ว ขุนเขากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างลืมตัว

กลิ่นน้ำหอมที่เขาใส่ทำไมมิกิจะจำไม่ได้ ตอนนี้อายจนอยากจะแทรกแผ่นดิน หมุดพื้นตรงนี้ไปได้คงทำแล้ว

ทั้งสองชะงักงันไปในทันที ชายหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะคลายอ้อมกอด อัจฉริยาก็ไม่กล้าแม้จะดึงผ้าที่คลุมหน้าออกมามองเขา

“บอส... หลับตาเดี๋ยวนี้ค่ะ” มิกิเอ่ยปากสั่งนายเมื่อได้สติ

“หื้อ...” เขาทำเสียงแต่พอนึกได้ว่าตอนนี้หญิงสาวตกอยู่ในสภาพไหน

“หลับตาค่ะ” เธอทำเสียงดังอีกครั้งหนึ่ง แต่ยืนตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขาจนเขาจับอาการได้ เขาได้แต่อมยิ้ม ก่อนจะยืนหลับตาปี๋ แล้วปล่อยอ้อมแขนออกจากร่างนวล

มิกิรีบเอาผ้าที่คลุมหน้าขึ้น ก่อนจะย่อตัวหยิบผ้าเช็ดตัวที่ร่วงหล่นไปที่พื้นมาห่อหุ้มกาย ตอนนี้หน้าแดงระเรื่อ เกิดมาก็มีเขานี่แหละที่เห็นของเธอไปถึงไหนๆ แล้ว

บ้าจริงเธอสบถอยู่ในใจ

“อะแฮ่ม... เรียบร้อยหรือยัง” เขาถามพร้อมกับทำหน้ายิ้มๆ อัจฉริยาเห็นหน้าของนายก็ยิ่งอายเข้าไปอีก

เธอไม่ตอบแต่รีบเดินผ่านตัวเขาจะออกไปทางประตู กลิ่นกายหอมสะบัดผ่านปลายจมูก เขาลืมตา และขว้าข้อแขนของเธอเอาไว้ทันที

“อะ...” มิกิทำเสียงตกใจ รีบหันมามองหน้าบอส

เขาทำหน้ายิ้มๆ ก่อนจะทำปากแบนๆ

“ทำไมเข้ามาใช้ห้องน้ำของผม” เขาถามเธอตรงๆ มิกิทำหน้าเหวอ

“เออ...” เขาเห็นเธอหน้าแดงจึงอยากแกล้งอีก ดึงร่างของเธอเข้ามาหา และก้มชิดใบหน้าลงไปใกล้ มิกินึกว่าเขาจะจูบเธอจึงหลับตาปี๋

“อย่านะคะบอส...” เธอรีบพูดห้ามขึ้นมาทันที เดี่ยวทำขำ ยิ้มออกมาอีก จึงนึกอย่างแกล้งเธออีกครั้ง ชิดปลายจมูกลงไปข้างแก้มและพ่นลมหายใจจนไปถึงใบหู เธอถึงกลับขนลุกเกรียว ลืมตาขึ้นมามองเขาทันที ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ และหัวใจที่เต้นเร็ว มิกิยกมือขึ้นมาผลักหน้าอกของเขาหนึ่งครั้ง และซัดกำปั้นไปบนนั้นอีกหนึ่งที

ปึก...

ขุนเขาทำตาโต สบตากับหญิงสาวที่ทำตาหวั่นๆ อยู่ใกล้ ริมฝีปากสั่นระริกๆ

“เข้ามาใช้ห้องน้ำในห้องของเขา เนี่ยก็ผิดเต็มประตู แล้วยังมาทำร้ายเจ้าของห้องเขาอีก”

“อือ... ก็... นึกว่า... เออ...” เธอทำอึกอัก ปกติเป็นคนฉะฉานแต่พออยู่ในสภาพนี้ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมกลายเป็นคนแบบนี้

“นึกว่าอะไร” เขาคาดคั่น

ริมฝีปากสีสดที่ทำท่าจะขยับอ้าปากพูด ขุนเขาจ้องมองมันอย่างลืมตัว แล้วก็เหมือนมีแรงดึงดูด เขาประกบริมฝีปากของเขาลงไปในทันที

“อื้อ...” มิกิครางอื้อ ทำตาโต ก่อนจะหลับตาสนิท เพราะเจ้านายส่งปลายลิ้นเข้ามาพัวพันในโพรงปากของเธอเสียแล้ว

หญิงสาวเขย่งปลายเท้าขึ้นมาอย่างลืมตัว ชายหนุ่มโอบกอดร่างบางที่สั้นๆ เข้ามาแนบชิด ฝ่ามือหนาคครอบครองไปทั่วทั้งแผ่นหลัง และสะโพกกลมมน มิกิจูบตอบแลกปลายลิ้นกับเขาอย่างลืมตัว ความหวานซ่านไปทั้งหัวใจ เธอกลั้นลมหายใจเสียจนลืม พอเขาถอนริมฝีปากออก เธอก็รีบหายใจโกยอากาศเข้าไปในปอด

เนื้อตัวที่นุ่มนิ่มเบียดชิดเข้ามาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ถึงจะมีเนื้อผ้ามาขวางกั้นแต่ก็รู้ได้สัมผัสได้ของความอ่อนนุ่มนั้น

“เนี่ยเป็นการลงโทษที่เข้ามาใช้ห้องน้ำของผม” เดี่ยวพูดแก้ตัว เพราะเขาเผลอใจไปกับริมฝีปากเย้ายวนของหญิงสาว

มิกิหน้าเหวอ ตอนนี้หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก

“..............” เธอกัดริมฝีปากแน่น แล้วทำหน้างอน จ้องหน้าบอสอย่างไม่รู้จะพูดอะไร เพราะตอนนี้ในหัวตื้อไปหมด เธอสะบัดหน้าหมุนตัว แต่แล้วด้วยกายที่สั่นเทาหัวใจที่ไหวหวั่นไปกับสัมผัสของบอส แค่ก้าวขาขาก็อ่อนร่างเหมือนจะร่วงลงไปกับพื้น ชายหนุ่มรวบรั้งร่างนั้นเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง

“จูบเดียวถึงกับระทดระทวยเลยเหรอ” เขาหยอกเธอ

“บอส...” เธอหันมามองหน้าเขาทำตาโต เขายิ่งสนุก

“ถ้าทำมากกว่านี้....”

ไม่รู้อะไรทำให้เขาพูดไปแบบนั้น สัมผัสแรก จุมพิตแรกก็ทำให้ร่างกายหนุ่มกำยำกระเจิดกระเจิง เขายอมรับว่าเธอปลุกอารมณ์หื่นในตัวได้ไม่น้อย นึกไปถึงหน้าเลขาหนุ่ม เหมือนจะแกล้งเพราะรู้ว่า อัจฉริยา เป็นหญิงสาวที่ตรงสเปคของเขาชัดๆ

“ก็ทำแบบนี้ไง” เขารวบร่างของหญิงสาวขึ้นสู่อ้อมแขน แล้วพาไปยังเตียงกว้างกลางห้อง

“บอส... อย่านะคะ”

“ผมถือว่า ผู้หญิงเข้าห้อง แสดงว่าให้ท่านะ”

“หือ... อุ๊บ...”

>>>โปรดติดตามในอีบุ้คเรื่อง จอมมารบงการใจนะคะ<<<


ตอนที่แล้ว


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"พล็อตอมตะ แม่ผัวลูกสะใภ้ แต่เรื่องนี้แม่ผัวเอาถึงตาย คนชะตายังไม่ขาด 20 ปีต่อมาให้กลับมาทำให้นางช้ำใจ ต้องเอาให้ตายอีกหนึ่งรอบ เวรกรรมจริงๆ ต้องติดตาม แล้วสนุกมากๆ ที่เรื่องราวที่ไม่น่าจะเกิดก็ต้องเกิด เมื่อลูกของสองครอบครัวมารักกัน เอาละซิ...ซื้ออ่า่่นค่ะ "

คุณธิดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha