รอยจันทร์ลวงใจ (จบแล้ว)

โดย: ลิขิตนางฟ้า



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : อยากรู้ความเป็นไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป






2…อยากรู้ความเป็นไป

หลายวันต่อมา

ศศินกุลกลับเข้าบ้านด้วยใบหน้าบึ้งตึง ธรณ์เดินมารับเจ้านาย “คุณแม่กลับมาแล้วหรือวะ”

“ยังครับนาย”

“ไปเอาเหล้ามาหน่อย”

ธรณ์เดินไปยังเคาเตอร์บาร์ ศศินกุลกรอกบรั่นดีเข้าปากสู่ลำคอ อารมณ์เสียที่การท่องราตรีคืนนี้มีเหตุให้ต้องกลับก่อน

มิรา ผู้หญิงคนนั้นมากับคนรัก ผู้หญิงที่เคยเห็นเขาเป็นตัวตลก เธอช่างส่ำส่อนไม่คู่ควรเลยที่เขาจะมอบหัวใจให้ในตอนนั้น ผ่านมากี่ปีเขายังลืมไม่ได้ หล่อนสวมเขาให้ตนกับเพื่อนอีกคน คิดภาพในอดีตแล้วศศินกุลก็อ๊วกออกมา

อ๊วกๆๆๆ

“นายครับ”

“ไม่เป็นไร นายรอก่อนดื่มด้วยกันเดี๋ยวมา” ศศินกุลตรงไปห้องน้ำ

“ไม่ละครับคุณนายรู้โดนด่าเปิง”

“น่าคุณแม่ไม่อยู่ หงอไปได้”

“ครับ ครับ”

 ศศินกุลอยากรู้ความเป็นไปของพวกเดชะพิทักษ์ อยากรู้ว่ากลายเป็นเศรษฐีล้มละลายอย่างที่มารดาบอกไปจริงเท็จแค่ไหน ถามจากธรณ์คงรู้ดี ศศินกุลยิ้มเยาะ แม้เมื่อครู่เห็นมิราทำตัวเชิด สวย ไม่เปลี่ยน แต่แค่คิดว่าข้างในหญิงสาวไม่ได้มีความสุขนัก เขาก็ยิ้มออกมาได้อย่างผู้ชนะ

แม้เคยรักมากแต่ก็เกลียดมาก ชายหนุ่มเลือดร้อนเช่นเขาทำลายคนบ้านนั้นได้ทุกคน ดูอย่างน้องสาวายายมิรา แม่เด็กน้อย เขายังเคยได้ลิ้มลอง แม้เธอจะไม่เป็นสับปะรดเอาเสียเลยแต่มันก็สะใจเขาจริงๆ

หลังจากนั้นแม้โดนจับให้หมั้นกับเด็กสาวคนนั้นแต่เขาก็หาทางออกโดยการไปเรียนเมืองนอกเสีย โชคเข้าข้างเมื่อสุดท้ายมารดาก็ไม่บังคับแถมยอมเสียเงิน เพชรนิลจินดา ที่เคยใช้หมั้นหมายฝ่ายนั้นเมื่อไม่อยากเกี่ยวดองกับคนมีแต่ตัว

“อ้าวดื่ม” ศศินกุลสะใจรินบรั่นดีให้ธรณ์เมื่อกลับมาจากห้องน้ำ ฝ่ายนั้นคออ่อนแต่ขัดนายไม่ได้ เมื่อน้ำเมาเข้าท้องก็เล่าเรื่องราวบ้านเดชะพิทักษ์เป็นฉากๆ เท่าที่รู้

เดชะพิทักษ์แตกแยกเพราะพ่อเลี้ยงติดการพนันหรือ น้ำเน่าจริงๆ   ศศินกุลยิ้มร้าย สนุกสะใจกับเรื่องราวที่ได้ยิน

 

ผับแห่งหนึ่งใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

หทัยรัตน์ถือกีต้าร์กำลังเตรียมร้องเพลงแต่รู้สึกปวดประจำเดือนจึงขอตัวเพื่อนสนิทเข้าห้องน้ำ

“ไม่ไหวก็ไม่ต้องขึ้นนาวให้เบสร้องแทนนะ” เพื่อนนักร้องที่มีน้ำใจพามาหารายได้ตบไหล่มะนาว

“ไหวสิ เดี๋ยวมา ไม่อยากกินแรงนาย ยังไงก็ขอบใจนะ”

“ตามใจ” หนุ่มผมยาวเหน็บผมไว้ที่ใบหูตามนิสัย ร่างบางคล้ายผู้หญิงเดินไปบนเวที มะนาวรีบไปห้องน้ำ ในห้องน้ำมะนาวตกใจเห็นพี่สาว “พี่มิรา พี่มิราจริงๆ ด้วย พี่มากรุงเทพเมื่อไหร่คะ”

มิราไม่รู้สึกตื่นเต้นเห็นหทัยรัตน์ “แกทำงานที่นี่หรือ ทำอะไร น่าอายจริงไม่ต้องมาทำเป็นรู้จักฉันนะ แล้วกลับไปเรียนเมื่อไหร่ ”

หทัยรัตน์หน้าเจื่อน “พี่ ทำไม เอ่อ ใช่นาวกลับไปเรียนแล้วค่ะ”

“ก็ดี เออจะบอกว่าเราไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ซะหน่อย อีกอย่างเสียใจด้วยเรื่องการหมั้นหมายของแกและขอให้เรียนจบนะยะคราวนี้” มิรายิ้มเติมแป้งบนใบหน้า

“พี่รู้”

“เด็กน้อย ตื่นจากฝันเถอะ เขารับหมั้นแกเพราะประชดฉันเท่านั้น ศศินเขารักฉันมาก แต่แม่เขาน่าเบื่อมาก ฉันเลยไม่อยากทน เคยบอกแกไปแล้วนี่น่า แกยังหลงเพ้อหรือไง ว่าเรื่องที่เขาเอาแกเพราะรัก ช่างน่าสมเพช”

ทำไมใครไม่คิดบอกเรื่องนี้เธอบ้าง ผ่านมาหลายเดือนหทัยรัตน์ไม่เคยลืมเรื่องนี้ ทุกเรื่องราวยังตอกย้ำความไร้ค่าของตน หญิงสาวเหลือบมองพี่สาวที่เคยคิดว่ารักกัน เข้าใจกัน ฉะนั้นคงไม่ต้องพูดอะไรต่อแล้วตอนนี้ เรื่องที่เธอใช้ชีวิตกับแม่อย่างลำบาก มิราคงไม่คิดใส่ใจ

“ยังไงก็ขอบใจที่พี่ยังอุตสาห์บอกนาว ลาก่อนนะพี่มิรา” หญิงสาวเดินออกจากห้องน้ำไม่หันมองข้างหลัง ต่อไปนี้เธอต้องลืมอีกเรื่องสินะ ลืมว่าเคยมีพี่สาว แม้มึนงงกับท่าทีมิราแต่มะนาวก็ยังเข้มแข็งเดินขึ้นทำหน้าที่บนเวที

 

ศศินกุลมาเที่ยวผับเพื่อนสนิทตามคำเชิญ หยุดดื่มหันมองนักร้องบนเวที เสียงเพราะๆ กับเพลงเศร้าๆ สะกดหัวใจเขาจนเพื่อนสะกิด “ชอบหรือวะ แบบนี้ไม่ใช่ดารานางแบบ แค่เด็กสาวปอนๆ ฉันไม่เคยเห็นแกมองวะ”

ศศินกุลจ้องบนเวที “นักร้องชื่ออะไร”

“อย่าไปยุ่งกับเด็กมันเลย เขาไม่ค่อยชอบพูดคุยกับใคร ฉันหมายถึงแขก เขายังเรียนอยู่ด้วย”

“ชื่ออะไรกูถามแค่บอกมา”

สมาการรีบบอก “ชื่อนาว หน้าบึ้งเชียวนะไอ้นักเรียนนอก ขัดใจเป็นไม่ได้เรื่องสาว”

“ยายเด็กนั่นทำไมมาร้องเพลงที่นี่”

“นายว่าอะไร” สมาการถามเห็นเพื่อนพึมพำบางอย่าง

“ทำงานนานหรือยัง”

“สามสี่เดือน ลูกค้าชอบนะ ฉันเองก็ชอบ”

“สรุปว่าที่ไม่บอกกูว่าชื่ออะไรเพราะเป็นเด็กมึงหรือ ไอ้สมภาร”

“บ้าหรือ แค่ชอบเขา ขึ้นมึง กูทำไมวะ บอกแล้วมึงอย่ามายุ่ง โน่นของมึงมาแล้วดาราชื่อดังและที่สำคัญมะนาวเขามีเจ้าของแล้วไอ้เศรษฐี”

ศศินกุลวางแก้ว สายตาไม่ละจากเวที มองหญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขาดๆ

“มีเจ้าของหรือวะ?”

“มีคู่หมั้นเขาบอกแบบนั้น”

ศศินกุลเงียบไปแต่สายตามองหทัยรัตน์อยู่อย่างนั้น แทบจำไม่ได้เมื่อเธอแต่งตัวแบบนี้ แต่ก็ยอมรับว่าใบหน้าเกลี้ยงเกลาน่ามองรับกับน้ำเสียงใสๆ ที่กำลังขับขานกล่อมแขกในร้านมากทีเดียว

เสียงปรบมือดังมะนาวลุกขึ้นขอบคุณลูกค้า โค้งคำนับก่อนถือกีต้าร์ถามพนักงานในร้านว่าเห็นสมาการหรือเปล่า

“จะลากลับก่อนใช่ไหมเดี๋ยวไปส่งเอง” ศรันย์อาสาเดินมายืนข้างหลังมะนาว

“ไม่ต้องหรอกนายยังต้องเอนเตอร์เทนสาวๆ ในร้านฉันกลับเองได้” ว่าแล้วมะนาวเดินไปยังโต๊ะที่นายจ้างนั่งอยู่โดยมีเบสมองตามด้วยความเป็นห่วง

“คุณสมาคะ”

การพูดคุยที่โต๊ะหยุดลง ศศินกุลคุ้นน้ำเสียงนี้ดีเลิกสนใจเบลินดา หันมองต้นเสียง มะนาวตกใจมากเห็นว่าเธอพบใครเข้า แต่พยายามไม่มองใบหน้านั้น

“มีอะไรหรือนาว”

“นาวจะขอกลับก่อนค่ะ”

“เป็นอะไรหรือ ไม่สบายหรือเปล่าแล้วกินยาหรือยัง”

“ขอบคุณค่ะ กินแล้ว”

“ใครมารับ คู่หมั้นเหรอ” สมาการถามเพราะเป็นห่วง ศศินกุลมองที่นิ้วนางข้างซ้ายหญิงสาวจำได้แม่นแหวนวงนั้นเขาบรรจงสวมให้เธอเอง แปลกใจที่เธอยังใส่อยู่ หทัยรัตน์เห็นสายตานั้นเข้ารีบเอามือขวาปิดนิ้วเสีย

“เปล่าคะ นาวกลับเอง”

“ไหวนะ”

“ไม่ไหวก็ไปส่งสิคุณสมา” เบลินดาจำมะนาวไม่ได้ยิ้มให้สมาการ

“กูว่ามึงอย่าไปยุ่งกับคนมีเจ้าของเลยวะ มันเสี่ยงต่อหัวใจนะ เสี่ยงต่อโรคด้วย” ศศินกุลหัวเราะยกเหล้าดื่ม มองตาหญิงสาวที่มองตนด้วยแววตาเศร้า ชายหนุ่มหยุดหัวเราะ ทำไมรู้สึกไม่ชอบใจเลยเห็นสายตาแบบนี้ เธอไม่มีสิทธิมองเขาแบบนี้ ยายเด็กหัวอ่อนแต่รู้สึกหน้าจะหนา

มะนาวเดินออกจากโต๊ะมือจับหัวใจที่กำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ ทำไมนะต้องมาเจอเขาอีก หลายเดือนพยายามลืม ยังมาเจอสายตาเย็นชาเหมือนคนแปลกหน้า หญิงสาวป้ายน้ำตาที่ไหลอาบแก้มรีบเดินออกจากร้าน

ศศินกุลขอตัวคู่ควงและสมาการที่มองอย่างไม่พอใจอยู่แต่เขาไม่สนใจ เดินตามหทัยรัตน์ออกไป รู้สึกสนุกเพราะเหลือบเห็นว่ามิราเองก็อยู่ในร้านนั่นเองและดูเหมือนฝ่ายนั้นกำลังมองตนและมองน้องสาวเธออยู่เช่นกัน

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับเหรียญกำลังใจค่ะ"

ลิขิตนางฟ้า


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha