รอยจันทร์ลวงใจ (จบแล้ว)

โดย: ลิขิตนางฟ้า



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : ทำเรื่องสนุกๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



4…ทำเรื่องสนุกๆ

คอนโดหรูศศินกุล

“ที่รักทำไมเป็นอย่างนี้ดาด้ายังไม่สมใจคิดถึงเลยนะแค่รอบเดียวเองนะ”

ดาราสาวพ้อคู่ขาเมื่อชายหนุ่มบอกให้กลับไปก่อนหลังจากนัวเนียบนเตียงแต่เขาดูไม่มีอารมณ์เพิ่มจำนวนรอบอย่างเคย ซ้ำบอกให้เธอลงจากร่างเปลือยสำสัน

“ศินคะ” เธอประท้วง

“อยากพัก นั่นเช็คเอาไปช็อปปิ้งนะดาด้า”

“แหม ดาด้ามีรายได้ แต่ก็ไม่ปฏิเสธหรอกเมื่อที่รักมอบให้” ดาด้ายอมรามือพาร่างเปลือยลงจากเตียงเดินไปแต่งตัวมองเช็คในมืออย่างพอใจก่อนจูบลาเจ้าของห้อง

ศศินกุลลุกขึ้นพาร่างเปลือยลงจากเตียงพันผ้าขนหนูลวกๆ ที่เอวเดินไปยังบาร์เครื่องดื่ม โมโหตนเองที่นึกถึงแต่สองพี่น้อง ทำให้ตนเองโกรธจนพาลไม่มีอารมณ์เพศอย่างเคย ชายหนุ่มคิดว่าจะทำยังไงดีกับมิราที่ดูจะไม่สำนึกกับความเลวที่เธอเคยมอบให้เขา ร่างสูงเดินไปยืนใกล้ลิ้นชักหยิบแหวนหมั้นที่เคย อยากโยนลงทะเล พื้นดิน พื้นหญ้าหลายต่อหลายครั้ง แล้วชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงแหวนแฝดต่างไซด์ที่เคยเห็นอดีตคู่หมั้นใส่

นึกช้าได้ยังไง ทำมิราให้เจ็บจุกจนเลิกหน้าบานมันง่ายนิดเดียว ศศินกุลลืมเครียดหมดสิ้นดื่มบรั่นดีด้วยความสดชื่นในค่ำคืนนั้น

คิดว่าเขามองไม่ออกหรือไงผู้หญิงไร้ความซื่อสัตย์อย่างเธอยังอาวรณ์เขาอยู่ นายหนุ่มเมืองเหนือคงไม่พอสนองตัณหา ยังเป็นแบบเดิมไม่เปลี่ยน น่ารังเกียจนัก สายตาวันนี้ไม่ผิดแน่ส่วนน้องสาวเธอก็ไม่ต่างกัน

 

หทัยรัตน์ถือข้าวต้มซึ่งซื้อมาจากหน้าปากซอยใส่จานให้แม่

“อาบน้ำเร็วจังนาว ไม่ต้องรีบหรอกแม่รอได้” ฤทัยพูดเสียงแหบ

“แม่ไม่สบายคงหิวแล้ว นาวต้องรีบสิแม่ กินข้าวต้มนะแม่นะ กินเยอะๆ จะได้มีแรง อย่าเครียดมากนะ เดี๋ยวเจ็บหน้าอกอีก”

“เบื่อข้าวต้มจัง”

“แม่เป็นกลดไหลย้อนก็ต้องกินข้าวต้มค่ะ ทานยาไปเดี๋ยวได้กินข้าวสวยเหมือนเดิม อย่าลืมที่คุณหมอบอกสิคะ” หญิงสาวป้อนแม่

“กินเองได้น่าลูกเอามาเถอะ”

“ค่ะ”

“นาวล่ะกินหรือยัง ทำงานดึกดื่น” ฤทัยซ่อนน้ำตา ลูกสาวต้องหยุดการเรียนมาดูแลตนเองไม่ใช่เรื่องที่จะพูดแล้วจะเฉยได้ง่ายๆ ครั้งก่อนกว่าจะได้กลับไปเรียนก็นานพอแล้ว

“ปวดประจำเดือนค่ะ ทานได้นิดเดียว แม่ทานเถอะ” มะนาวเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นหน้าทีวีที่แสนคับแคบ

จากชีวิตสูงสุดกลายมาอยู่บ้านเช่าเล็กๆ ดีที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างใช้อำนวยความสะดวกส่วนของใช้อื่นๆ มะนาวขายไปหมดเพื่อเก็บเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน

“นาวเดินหนีทำไม แม่อยากขอโทษลูก”

“เราพูดเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะคะ เรื่องที่เราต้องหมดสิ้นทุกอย่างให้ถือเสียว่าเป็นกรรมของเรา แม่อย่าเป็นห่วงนาว ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่แม่จะพูด” มะนาวเก็บเสียงสั่นเครือไว้ในอก

“ลูกเข้มแข็งมากแม่ภูมิใจในตัวหนูนะ”

“แค่แม่เลิกเล่นการพนันได้ นาวเองก็ดีใจเป็นที่สุด”

ฤทัยคิดถึงสามีคนแรกที่เข้ามาในชีวิตพาตนเองเข้าสู่อบายมุขจนความสุขสบายของลูกสาวที่ควรจะมีหายไปจนหมด บ้านหลายหลังที่สามีคนที่สองทิ้งไว้ให้เป็นมรดกลูกสาวถูกขายจนหมด รวมทั้งบ้านหลังใหญ่ เงินทองในธนาคารก็โดนสามีเก่าเอาไปหมด ความเครียดเริ่มเกิดขึ้นจนจุกที่หน้าอกแต่ไม่ร้องบอกลูกสาว มะนาวเองขอตัวแม่ไปนอนเพราะวันนี้เธอเจอคนแย่ๆ มาจนอยากหลับตาลงไม่อยากคิดเรื่องของเขาอีกแล้ว

 

เกือบรุ่งสางมะนาวนอนไม่ค่อยหลับ เดินเข้าห้องน้ำเรียบร้อยเลยตรงไปห้องแม่ที่อยู่ใกล้ๆ กัน แปลกใจมากเห็นไฟหน้าห้องด้านหน้าบ้านยังเปิดอยู่ หญิงสาวเดินไปที่นั่น หัวใจหล่นหายไปร่างกายไร้เรี่ยวแรงเห็นแม่นอนอยู่บนโซฟาตัวเล็ก ศีรษะพิงพนักเหมือนคนนอนหลับ

“แม่ แม่เป็นอะไร นี่ไม่ได้ไปนอนในห้องตั้งแต่ ตั้งแต่” หญิงสาวร้องไห้โฮ “ฮือๆๆๆๆ” เธอกอดแม่ที่ตัวเย็นเฉียบไว้แน่น มือล้วงมือถือในกางแกงนอนโทรหารถโรงพยาบาล

แม่อย่าเป็นอะไรนะ เดี๋ยวถึงโรงพยาบาลแล้ว มะนาวกอดแม่แน่นเมื่อรถพยาบาลมาจอดเทียบหน้าบ้าน

 

ศศินกุลมาผับสมาการจนเพื่อนสงสัย “ไม่มีงานมีการทำเหรอวะเที่ยวได้ทุกคืนเกิดเป็นมึงนี่สบายใจจริงนะ”

“แทนที่จะดีใจกลับมาพูดแบบนี้คราวหน้ากูจะไปผับคู่แข่งมึง” ศศินวางแก้วบรั่นดี สายตามองเวที “ว่าแต่คืนนี้มีแต่นักร้องผู้ชายอีกเหรอวะ”

สมาการทรุดนั่งแววตาไม่วางใจ “มองหามะนาว แกเปลี่ยนรสนิยมจริงหรือวะ”

“ทำไมหุ่น หน้าตาน่ามองหรือแกว่าไม่”

“เขามีคู่หมั้น เด็กดีอย่าไปยุ่งได้ไหมวะคนนี้กูขอ”

ศศินกุลยิ้ม “ก็แค่หมั้น ไม่ใช่คุณผัวตีทะเบียนครับเพื่อน กูไม่ใช่มดแดงอย่างมึงชอบก็พร้อมลุย ดีไม่ดีมึงจะรู้อะไร”

เพื่อนแทงใจดำสมาการเงียบกริบ

“ว่าไงเขาไปไหนไม่มาหลายวัน”

“คงไปหางานกลางวันทำมั้ง เคยบอกว่าอย่างนั้นแม่ไม่อยากให้ทำงานกลางคืน”

“ใจดีจริงมึง ใจดีแบบนี้ทำไมไม่เลี้ยงซะเลยวะ”

“กูไม่ใช่มึง อีกอย่างยากกูเคยบอกไปแล้ว ขนาดเพื่อนสนิทนักร้องสาวที่ลูกค้าสาวๆ ติดตรึม ที่มึงเห็นกำลังร้องเพลงอยู่ยังจีบไม่ติดเลย”

“รอคนรวย หล่อ เพียบพร้อมอย่างกูมั้ง” ศศินพูดสนุกปาก

“อย่าหลงตนเองไป พลาดขึ้นมากูจะหัวเราะและมึงรู้ไว้ไอ้เบสบ้านรวยใช่ย่อยนะเมิง”

ศศินมองนักร้องหนุ่มผมยาวบนเวทีอย่างไม่ถูกชะตา จนเพื่อนขอตัวไปต้อนรับกลุ่มพ่อเลี้ยงเมืองเหนือศศินกุลจึงหมดอารมณ์เรื่องดื่ม เดินออกมาดูดบุหรี่หน้าร้าน มิราเห็นคนรักเก่าขอตัวคู่หมั้นตามมา เข้ากอดด้านหลังไม่รีรอ

“ทำหน้าเหมือนไม่อยากเห็นภาพบาดใจยังหวงมิราหรือศิน”

“อย่าเพ้อเจ้อ ปล่อยเดี๋ยวนี้ เข้าไปเถอะไม่อยากกินกากเดนใครอีก”

“ศินจะมากไปแล้วนะ”

ศศินกุลเหลือบมองมิราที่ปล่อยมือจากร่างตนแล้ว ชายหนุ่มเดินออกห่างไม่สนใจ มิราเองก็รับสายพ่อเลี้ยง อยากตามศศินกุลไปแต่ทำไม่ได้ ได้แต่อารมณ์บูด                                                                                 

 

มะนาวเดินหมดแรงจากที่ไหนเธอก็ลืมไปแล้วมารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่หน้าผับของสมาการ วันนี้เธอตะลอนไปหาญาติบิดาที่พอเหลืออยู่เพื่อหาเงินมารักษาอาการป่วยของแม่แต่ถูกปฏิเสธแถมมีคำต่อว่าฝากมาให้แม่จนหูชา หน้าหนามาบางเอาตอนนี้ มะนาวน้ำตาไหลเมื่อคิดว่าทุกคนต่างใจดำกับครอบครัวเธอนัก สมเพชตนเองที่ไม่ต่างขอทานที่ถูกขับไล่ ไม่มีเหลือความเป็นญาติเมื่อสิ้นไร้ไม้ตอก

“ พ่อนาวจะหันหน้าไปหาใครดี” หญิงสาวนั่งในมุมมืดหน้าร้านที่ชอบนั่งพักเช็ดน้ำตาที่ไหลริน จนเห็นเบสเดินออกมาหญิงสาวจึงเช็ดน้ำตาเร็วๆ

“นาวใช่ไหม ทำไมมานั่งที่นี่” ศรันย์ซึ่งไม่เป็นอันร้องเพลงเพราะเป็นห่วงเพื่อนสาวเดินออกมาด้านนอกเข้าไปหาทันทีเมื่อเห็น

“นั่งดูดาวน่ะ”

หนุ่มผมยาวสลวยมองบ้าง “คืนนี้มืดจังนะทำเอาเมืองกรุงเห็นดาวด้วย” ชายหนุ่มนั่งข้างเพื่อน

“นายไม่ขึ้นเวทีแล้วหรือ”

“ไม่เป็นไร แต่นาวบอกเรามาก่อนไปไหนมาไปหาที่บ้านก็ไม่เจอ”

“นาว นาว เฝ้าแม่”

“แม่เป็นอะไรไม่สบายหรือนาว” เบสน้ำเสียงเป็นห่วง “อยู่โรงพยาบาลไหนนาวแล้วแม่เป็นอะไร”

“ฮือๆๆๆ นาวผิดเองไม่ดูแลแม่ แม่เป็นโรคหัวใจตีบ ตอนนี้ท่านเหมือนคนพิการครึ่งตัว นาว นาวไม่รู้จะทำยังไง”

ศรันย์ค่อนข้างตกใจแต่กอดร่างที่สั่นเทา มะนาวซบไหล่เพื่อนน้ำตาเปียกปอน จังหวะนั้นศศินกุลเดินมาเห็น ชายหนุ่มมองอย่างไม่พอใจ ไม่เข้าใจตนเองเป็นอะไร แต่เมื่อคิดว่าแผนการเขาไม่ต้องการคนมากีดขวางก็เดินเข้าไปหาคนทั้งสอง

“มะนาวเป็นอะไร เห็นไอ้สมาการถามหา”

คนทั้งสองเลิกปลอบกัน “ใครหรือนาว” ศรันย์ถาม

“เพื่อน” มะนาวอ้ำอึ้ง

แม้มะนาวตกใจแต่ก็ควบคุมตนเองได้ หนุ่มผมยาวไม่ค่อยชอบผู้ชายตรงหน้ามองเพื่อนอย่างขอคำตอบ แถมว่า “ทำไมพี่สมาเรียกเธอ ไม่บอกเรา”

มะนาวไม่อยากให้ศศินกุลพูดมากบอกให้ศรันย์เข้าข้างในเธอจะตามไป หนุ่มผมยาวทำตามอย่างหงุดหงิด ศศินกุลมองอย่างพอใจ คล้อยหลังเพื่อนมะนาวเสียงแข็งถามคนตรงหน้า

 “อย่ามาโกหกเรื่องพี่สมาการมีอะไรกับฉันอีก”

“ฉลาดนี่”

มะนาวเดินหนี “ถ้ามากวนใจกันขอโทษ ขอตัวนะ”

 “แค่อยากรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนตอนนี้ได้ข่าวว่าหางานทำอยู่ไม่ใช่เหรอ ฉันเจอมิราเลยอยากเสนองานให้ทำก็เท่านั้น อย่าทำเป็นเชิด คนเขามาคุยดีๆ”

“พี่มิรากับคุณ” มะนาวมองอย่างไม่อยากเชื่อ

“ทำไมคิดว่าเราเกลียดกันเหรอ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ฉันคิดว่าเขาก็เหมือนเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนขอร้องฉันก็ดูดายไม่ได้ วันก่อนที่เธอพูด คิดไปเองทั้งนั้น”

“งานอะไรถ้าทำกับคุณฉันไม่สนใจ”

“อย่าหยิ่งไปเลย เงินดีนะ งานสบาย”

มะนาวมองศศินกุลไม่ไว้ใจแต่แสร้งพูดเรื่องอื่น “คุณแม่คุณล่ะ”

“งานทำกับฉัน”

  

“ว่าไง”

มะนาวจ้องศศินกุล คิดถึงสายตาดูถูกของญาติพี่น้อง อาการเจ็บป่วยของแม่ เธอไม่คิดปฏิเสธตอนนี้เพราะต้องการใครสักคนมาอุ้มชู ถึงจะยังกังขาแต่ก็ต้องหันหน้าชนอย่างเดียวเพราะยังไม่มีหนทางอื่น แต่คุณแม่เขารู้จะยอมหรือ

ทางนั้นอยากแยกเธอให้ห่างจากลูกชายสุดที่รัก

“ฉันทำได้ทั้งนั้น ฉันเรียนบริหาร แต่เอ่อฉันเหลือแค่ปีเดียวจะจบนะ”

“เรื่องนั้นไม่สำคัญ””

“จริงนะคุณ ไม่ได้หลอกกันนะ ฉันทำได้แต่อย่างที่บอกยังต้องเรียนเสาร์-อาทิตย์” มะนาวสีหน้าไม่อยากเชื่อค่อยหายเครียด ลืมเรื่องน้อยใจผู้ชายตรงหน้าเพราะตอนนี้เรื่องหางานหาเงินสำคัญกว่า

“ว่าแต่จะกลับหรือยัง ฉันไปส่ง”

“อย่าเลย ฉันกลับเองได้” มะนาวหลบสายตาคมที่มองหน้ากัน

หัวใจเธอยังสั่นไม่เปลี่ยนเมื่อใกล้เขา หัวใจไม่ใช่อิฐ หิน เปราะบางซ้ำมีบาดแผลเรื้อรัง หทัยรัตน์หลับตาก่อนเปิดตาพร้อมสู้

 ศศินกุลเองรู้ความในใจหญิงสาวชายหนุ่มยิ้มในมุมมืด

ไอโฟนศศินกุลดังขึ้นระหว่างคนทั้งสองกำลังคิดเรื่องของตนเอง ชายหนุ่มขอตัวรับสาย มะนาวเดินไปอีกทางคิดว่าคนที่โทรมาเป็นคู่รักของเขา บอกตนเองว่าเรื่องของเธอไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว มะนาวถือโอกาสที่เขากำลังคุยเดินออกไปหารถเพื่อไปโรงพยาบาลหาแม่

“อ้าวไปไหนแล้ว” ศศินกุลวางสายยกเลิกนัดเบลินดา อารมณ์ไม่ดีเห็นหทัยรัตน์หายไปและเห็นมิราลงจากรถหรูเข้าไปในผับ ขณะเดียวกันเห็นพ่อเลี้ยงหนุ่มเดินมารับ ชายหนุ่มเดินไปที่รถ

เขาเป็นอะไรไปใจร้อนดั่งไฟ ไม่อยากเห็นผู้หญิงคนนี้มีความสุข เขาเกลียดหล่อนเป็นที่สุด ศศินกุลขับรถออกจากผับเร็วกว่าคืนอื่นๆ

จะว่ารักหล่อนก็ไม่ใช่ ศศินกุลแน่ใจมันคือความแค้นรังเกียจล้วนๆ

 

 

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับเหรียญกำลังใจค่ะ"

ลิขิตนางฟ้า


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha