รอยจันทร์ลวงใจ (จบแล้ว)

โดย: ลิขิตนางฟ้า



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ข้อเสนอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




5…ข้อเสนอ

ห้องโถงกว้างชุดโซฟาลายฉลุหรูมีทั้งพ่อและแม่นั่งอยู่ ศศินกุลค่อนข้างแปลกใจ

“คุณพ่อคุณแม่กลับมาแล้ว รอผมหรือครับ”

“ใช่สิเที่ยวดึกดื่นเป็นข่าวคาวๆ ไม่เว้นแต่ละวันแม่เลยลงมาก่อนกำหนด ไม่น่าเชื่อวันนี้กลับเร็วตาศิน”

“ผมผู้ชายนะครับคุณแม่” ศศินกุลนั่งข้างบิดา นายเกริกหันมองลูกชาย “ก็ดีที่คิดแบบนั้นจะได้ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษบ้าง อย่าไปทำให้สาวๆ ที่ไหนหวังล้มๆ แล้งๆ อีกล่ะอายุก็มากแล้ว เข้าดูแลงานที่บริษัทแล้วหาผู้หญิงดีๆ สักคนแต่งงานซะ”

“คุณพ่อผมยังไม่คิดเรื่องนั้นผมยังไม่สามสิบเลยนะครับ”

“ปีสองปีมันเร็วยังกับติดจรวด แกอย่ามาเสียงสูงเพราะยังคิดจะลอยชายอยู่เลย” เกริกส่ายหน้า

“ผู้หญิงดีๆ มันหายากครับ”

“ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องดีมากก็ได้ขอแค่รักแกจริง แกก็ดีมากเสียเมื่อไหร่”

“คุณคะพูดอะไรอย่างนั้น ฉันไม่เอานะแบบนั้นลูกสะใภ้ฉันต้องดีพร้อม”

นายเกริกลุกขึ้น “ผมไม่เอาแล้วเหมือนกันนะ ดีพร้อมแต่พอเขาไม่มีอะไรติดตัวคุณก็ทิ้งขว้างเขา ผมอาย ไม่อยากเป็นขี้ปากชาวบ้าน”

“ยายหทัยรัตน์นั่นลูกเราไม่ได้รักตั้งแต่ต้นฉันทำเพื่อลูกคุณก็รู้ยังมาต่อว่าฉันไม่เลิกและฉันไม่มีวันให้ลูกชายอยู่กับผู้หญิงที่ไม่มีแม้บ้านจะอยู่หรอกฉันอายญาติๆ ส่วนเรื่องอายจะอายทำไม เรื่องแบบนี้ไม่นานคนก็ลืม”

ศศินกุลขมวดคิ้ว ไม่มีบ้านจะอยู่ ขนาดนั้นเลยหรือแต่ทำไมพี่สาวยังใช้ชีวิตหรูหราแบบนั้น

 แต่แบบนั้นก็ดีอะไรๆ จะได้ง่ายขึ้น

 

มะนาวนับเงินในกระเป๋าที่มีห้าพันกว่าบาท หญิงสาวเดินไปจ่ายค่ายา ก่อนนั่งคิดว่าจะทำยังไงถ้าพาแม่กลับบ้านและตนเองต้องไปทำงาน หญิงสาวคิดไม่ตกจึงปรึกษาเรื่องนี้กับหมอขอเวลาให้แม่อยู่โรงพยาบาลต่อและจ้างพยาบาลพิเศษให้แม่อีกสองวัน

“แม่ยังเมื่อย รู้สึกยังไงบ้างคะ” เธอถามแม่ที่นอนนิ่งขยับตัวไม่ได้หลังจากคืนนั้น

“ขา ไม่ ค่อย รู้สึก” ฤทัยพูดช้าๆ น้ำตาไหล “แม่ เป็น ภาระ ให้ นาว”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิแม่ แม่มีโอกาสหายแต่ต้องหมั่นกายภาพบำบัดแม่จะเดินได้โดยที่นาวไม่ต้องพยุงนะแม่”

“แค่ พลิกตัว ยังลำบาก แม่จะกลาย เป็น อัมพาต ใช่ไหมนาว”

“ไม่หรอกแม่” มะนาวกอดแม่น้ำตาร่วงพรู ไม่นานหญิงสาวเช็ดน้ำตาบอกแม่ว่าจะออกไปคุยเรื่องงาน

“โชคดี นะลูก ระวัง ตัว”

มะนาวเดินออกจากโรงพยาบาลด้วยใจเลื่อนลอยก่อนจะโทรศัพท์หาอดีตคู่หมั้น

 

ศศินกุลรับปากบิดาว่าสัปดาห์หน้าเข้าดูแลงานที่บริษัทจิวเวอรี่ มารดาดูสบายใจ ชายหนุ่มขอตัวเมื่อได้เวลาที่นัดหทัยรัตน์ไว้

“เดินยิ้มแปลกๆ มันนัดใครไอ้ลูกชายคุณ ไม่พ้นผู้หญิงอีกแน่”

“เป็นชายก็ต้องนัดสาว ถ้านัดชายด้วยกันสิแปลก” ฝ่ายแม่ตามใจลูกขัดใจสามี นายเกริกมองอย่างไม่สบอารมณ์เดินออกไปหน้าบ้านเสีย

“จะเสียดายมันทำไมนักหนายายหทัยรัตน์นั่น ทำอย่างกับจะเอามาแต่งเป็นเมียตัวเอง” คุณนายฤทธิไกรฤกษ์พึมพำไม่สบอารมณ์เดินหนีไปคนละทางกับสามี

“คุณว่าอะไรนะ” มะนาวเสียงดังเมื่อได้ยินงานที่ศศินกุลจะให้เธอทำ

ไม่คิดเลยเขาจะดูถูกกันขนาดนี้ คงรู้เรื่องแม่เธอไม่สบายเลยเสนอให้เธอเป็นผู้หญิงของเขา นานเท่าที่เขาพอใจ

“เธอไม่ต้องการฉันก็ไม่ได้บังคับนะ แค่คิดว่าเราก็เคยๆ กันอยู่ จะดูแลแม่ ทำงานอย่างนี้จะดูแลแม่ได้ดีกว่าไหม”

หทัยรัตน์หน้าแดง ไม่ใช่เพราะอายแต่โกรธคนตรงหน้า อยากตบหน้าเขาสักทีสองที แต่เห็นแววตาจริงจังก็คิดถึงคำพูดเขา มันก็จริง แต่ที่เขาพูดมันคือการขายตัว เป็นนางบำเรอ

คู่หมั้นที่สมควรได้รับการยกย่องกลายมาเป็นผู้หญิงที่ถูกตีราคา รอเวลาให้อดีตคู่หมั้นเบื่อ น่าเวทนาตัวเองนัก

“หากทำงานออฟฟิศก็ได้นี่นามบัตรเพื่อนฉัน” ศศินกุลทำหน้าตายยื่นนามบัตรให้หญิงสาวที่นั่งซึมกะทือ

“คุณช่วยฉันทำไม เพราะสมเพชเหรอ”

“ฉันพอใจเธอ”

มะนาวไม่อยากเชื่อหูที่ได้ยินคำนั้น

“คุณเกลียดฉันไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเปลี่ยนใจ”

“ก็เธอสวยขึ้น ผู้ชายชอบผู้หญิงสวยทั้งนั้น หรือถ้าเธอไม่ตกลง จะไปหาเสี่ยคนอื่นก็ตามใจ สมาการบอกฉันว่ามีพวกเสี่ยๆ สนใจเธอเยอะแยะ คงพอช่วยเรื่องแม่เธอได้”

“ฉันขอเวลาคิด” แม้เจ็บปวดกับคำดูแคลน มะนาวยังพยายามเดินออกจากห้องอาหารที่นัดเจอศศินกุล หัวใจเธอสับสนกุมแหวนซึ่งคล้องที่คอไม่ให้เขาเห็นแน่น

มันก็จริงของเขา เธอเคยเป็นของเขาคนเดียว แถมเคยมีสายใยมาผูกมัดในใจจนไม่มีวันลืมลง แม้เขาไม่รู้หรือรู้แต่ไม่ใยดีแต่เธอรู้ดี ถ้าจะให้ใครสักคนมาช่วยเรื่องเงินและต้องใช้เรือนร่างแลกมา ก็เป็นเขาคงจะดีที่สุด น้ำตามะนาวซึมอีกคราเมื่อคิดถึงข้อนี้ขึ้นมา

 

สามวันต่อมา หน้าห้องมีเสียงกริ่ง ศศินกุลลุกขึ้นเดินไปหน้าห้อง เปิดประตูเจอร่างหทัยรัตน์ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ก็แปลกใจ เขาคิดว่าเธอไม่ตกลงเสียอีก เขานัดเบลินดาไว้ แต่ชายหนุ่มก็ผายมือเชิญร่างเล็กเข้าห้อง

“เข้ามาสิ”

“ฉัน”

“มาที่นี่แสดงว่าไม่ต้องการทำงานออฟฟิศเธอคิดถูกแล้ว”

มะนาวหันซ้ายหันขวาในห้องที่ตกแต่งโดดเด่นด้วยโทนสีทึบ

“นั่งสิ” จนเจ้าของห้องเชิญเธอเดินไปนั่งที่โซฟา

ร่างสูงในชุดคลุมสบายๆ ผมเปียกเหมือนเพิ่งผ่านการอาบน้ำเดินไปรินแก้วน้ำมาให้ดื่ม มะนาวขอบคุณ ดื่มน้ำจนหมดเพราะกระหาย เธอสูดหายใจลึกๆ พูดเรื่องที่เตรียมมา

            “คุณจะจ่ายเงินฉันยังไง”

            ศศินกุลหัวเราะ “มาถึงก็ถามค่าตัวเลยนะยังกับช่ำชองเรื่องแบบนี้”

มะนาวหน้าแดง เธอปฏิเสธ “ฉันไม่เคยขายตัวนะ”

“เคยมาก็ช่างฉันไม่สนใจเมื่อตกลงจะซื้อเธอ แต่ระหว่างอยู่กับฉันห้ามไปนอนกับใคร” มือใหญ่ยกเหล้าขึ้นดื่ม “เธอต้องการรายเดือนหรือรายวันล่ะถ้าเป็นจำนวนครั้งคงไม่ไหวเพราะฉันเป็นผู้ชายประเภทมีความต้องการสูง ได้ทุกที่ทุกเวลา”

“คุณ” มะนาวพวงแก้มแดงก่ำ

“คงไม่ต้องเป็นรายปีเพราะคงไม่นานขนาดนั้นฉันมันคนขี้เบื่อ เธอก็รู้ผู้หญิงฉันมากมาย”

“ฉันจะไม่ติดโรคร้ายๆ นะคุณ” มะนาวตกใจ

“ฉันควรกังวลเรื่องนี้ เราจะไปตรวจเลือดเธอกันก่อนจะมีการตกลงที่จริงจัง”

โดนย้อนเสียงเข้มพาลทำให้น้ำตาเจียนไหล ตั้งแต่เป็นของเขาเธอไม่เคยมองหาใครเลย หัวใจมะนาวปวดแปลบๆ จนเผลอกุมไว้

“เป็นอะไรหรือเธอเป็นโรคอยู่จริงๆ ถึงทำหน้าแบบนั้น”

“เปล่า” มะนาวก้มหน้า

ศศินกุลขมวดคิ้ว

“โรคกระเพาะเท่านั้น”

“อย่าทำเป็นตลกตอนนี้” ศศินกุลจ้องใบหน้าหวาน “ถ้าอย่างนั้นไปกันเลยฉันใจร้อน อยากลองของเล่นชิ้นใหม่”

เธอคิดไม่ผิด คิดถูก ถ้าไม่ใช่เขา ก็อาจเป็นคนอื่น เธอพึ่งพาใครไม่ได้ คงมีเพียงหน้าตาและร่างกายที่ใครๆ ต่างชมว่าสวยงามที่ตอนนี้จะสามารถช่วยแม่ได้ มะนาวลุกขึ้นเดินไปที่ประตู “ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปรอข้างล่าง”

ศศินกุลพยักหน้าเดินไปแต่งตัวก่อนโทรไปยกเลิกนัดเบลินดา

 

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณสำหรับเหรียญกำลังใจค่ะ"

ลิขิตนางฟ้า


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha