รอยพิศวาสมาเฟีย (จบแล้ว)

โดย: สลิลฉัตร



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 22 : ปั่นป่วนหัวใจ 100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


Roses, Blossom, Bloom, Pink Rose




“งานนี้ผมว่าคะแนนความน่าเชื่อถือของเราต้องตกลงแน่ๆถ้าตำรวจยังไม่สามารถหาข้อสรุปของคดีหรือจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดี” ฟ่าน จื่อเซิ่นหนึ่งในคณะทำงานของฝ่ายรัฐบาลให้ความเห็น

“ผมเห็นด้วยกับที่คุณฟ่านเอ่ยมา ฉะนั้นมีทางเดียวคือเราต้องเร่งตำรวจให้คลี่คลายคดีนี้ให้เร็วที่สุด” รัฐมนตรีอี้ เหวยเจี้ยนกล่าวสมทบ ซึ่งทุกคนต่างเห็นด้วยกับทั้งสองยกเว้นอลัน หยางที่นั่งครุ่นคิดอยู่พักใหญ่

“ผมว่าเราควรจะอยู่นิ่งไว้เป็นดีที่สุด หากเราไม่ได้เป็นคนทำ ยิ่งถ้าเราไปจี้ให้ตำรวจเร่งคลี่คลายคดีมันเหมือนกับว่าเราร้อนตัวนะครับ เพราะตอนนี้สื่อก็คอยจับตามองเราอยู่ด้วย” อลันเอ่ยอย่างมีเหตุผลซึ่งรัฐมนตรีหลายท่านก็เห็นด้วยกับคำพูดของชายหนุ่มยกเว้นฟ่าน จื่อเซิ่นที่ยังยืนกรานอยากจะให้ใช้อำนาจในมือบีบให้ตำรวจคลี่คลายคดีนี้โดนเร็ว

“ผมคิดตรงกันข้ามนะ เพราะยิ่งเรานิ่งเฉยมันจะทำให้ใครๆเข้าใจว่าเราอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารบุตรชายนายพลเจิ้นในครั้งนี้” รัฐมนตรีใหญ่ผู้คุมบังเหียนของพรรคและดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดนั่งฟังสมาชิกในพรรควิเคราะห์ข่าวใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคแล้วถึงกับถอนหายใจ

“เอาล่ะๆผมว่าเราเลิกเถียงกันดีกว่าตอนนี้ผมอยากให้ทุกคนช่วยกันคิดว่าเราจะงัดกลยุทธ์อะไรมาชนะใจประชาชนเพื่อรักษาที่นั่งให้คงอยู่กับเราต่อไป ส่วนเรื่องที่ลูกชายนายพลเจิ้นถูกลอบยิงผมว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแต่ที่แน่ๆคือสั่นคลอนความเชื่อมั่นและศรัทธาที่ประชาชนมีให้กับเรา” ผู้นำพรรคเอ่ยเสียงเข้มจริงจังเล่นเอาทุกคนในที่ประชุมถึงกับนิ่งงันครุ่นคิดตามผู้นำของตน

“ผมเห็นด้วยกับท่านผู้นำ” อลันเอ่ยขึ้นเสียงเรียบหากแต่ภายในใจยังครุ่นคิดด้วยความสงสัยว่าใครกันที่ลอบทำร้ายบุตรชายนายพลเจิ้น ซึ่งทุกท่านในที่ประชุมนี้ล้วนแต่น่าสงสัยด้วยกันทั้งนั้นโดยเฉพาะฟ่าน จื่อเซิ่นที่ดูจะร้อนรนอยากให้คลี่คลายคดีนี้

หลังจากหารือกับสมาชิกพรรคแล้วนักการเมืองหนุ่มก็รีบกลับคฤหาสน์สกุลหยางเพื่อต้องการหาคำตอบในข้อสงสัยของเรื่องการลอบทำร้ายบุตรชายนายพลเจิ้น

ระหว่างทางที่ชายหนุ่มกำลังเดินทางกับนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องบางเทคโนโลยีสุดล้ำนำสมัยก็ดังขึ้นเป็นระยะ อลันจึงตัดสินใจกดรับสายเมื่อเห็นเป็นหมายเลขสายเรียกเข้าของดาราสาวสุดเซ็กซี่อย่างแพมมี่ เล่ยซึ่งหายหน้าหายตาจากเขาไปเกือบสัปดาห์

 “คุณมีอะไรหรือเปล่าแพมมี่พอดีผมกำลังยุ่ง” ชายหนุ่มเอ่ยกับต้นสายน้ำเสียงติดกระด้างเล็กๆ จนต้นสายที่โทรมารู้สึกใจแป้ว

“พอดีแพมมี่มีเรื่องรบกวนนิดหนึ่งค่ะ อลันก็รู้ช่วงนี้แพมมี่มีปัญหาเพราะภาพลับของเราที่หลุดไปทำให้งานที่แพมมี่รับไว้ถูกยกเลิกซะส่วนใหญ่ แพมมี่เลย...” ดาราสาวร่ายยาวก่อนจะแสร้งอึกอักๆที่จะเปิดประเด็นเรื่องที่เธอต้องการ แต่คนฉลาดอย่างอลันอ่านเกมส์ของนางแบบสาวออกจึงเอ่ยสวนขึ้นเพื่อย่นระยะเวลารวมทั้งต้องการตัดความสัมพันธ์กับเซ็กซี่สตาร์สาวในคราวเดียว

“ผมว่าคุณพุดตรงๆเลยดีกว่าแพมมี่” อลันสวนกลับน้ำเสียงเครียดขรึม

“คือแพมมี่เดือดร้อนอยากรบกวนอลันสักสามแสนดอลลาร์ค่ะ” ดาราสาวบอกจุดประสงค์กับนักการเมืองหนุ่ม

“ผมให้คุณห้าแสนแต่หลังจากนี้ระหว่างเราขอให้จบกัน” อลันเอ่ยน้ำเสียงเฉียบขาดทำเอาดาราสาวถึงกับนิ่งงันอย่างคิดไม่ถึงว่าจะถูกนักการเมืองหนุ่มปลดระวางตัดความสัมพันธ์แบบสายฟ้าแล่บแบบนี้

“พะ...พูดเล่นใช่ไหมคะ” แพมมี่ถามกลับเพื่อย้ำชัดว่าเธอไม่ได้ฟังผิดหรือไม่ได้ถูกชายหนุ่มหยอกเย้าให้ตกใจเล่น

“คุณคิดว่าคนอย่างผมพูดเล่นหรือ” อลันย้อนถามน้ำเสียงบอกชัดว่าต้องการตัดความสัมพันธ์กับหญิงสาว เพราะเขารู้ดีว่าดาราสาวไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียว และภาพลับที่หลุดไปนั้นแพมมี่ก็น่าจะมีส่วนรู้เห็นเพราะเท่าที่เขารู้มาล่าสุดหญิงสาวกำลังคั่วอยู่กับนายทุนใหญ่ของวงการภาพยนตร์และคงไม่ใช่ใครนอกจากนายพลเจิ้นยักษ์ใหญ่แห่งโปรดักส์ชั่นเอนเตอร์เทนเม้นและยังเป็นทุนทรัพย์ใหญ่ของพรรคฝ่ายตรงข้าม ซึ่งคงไม่เป็นผลดีกับเขาเท่าไรนักหากยังติดต่อกับดาราสาวฉะนั้นเขาควรตัดไปตั้งแต่ต้นลม

“ก็ได้ค่ะ แต่ห้าแสนดูจะน้อยเกินไปหรือเปล่าคะสำหรับดาราแนวหน้าของฮ่องกงอย่างแพมมี่” ด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกนักการเมืองหนุ่มตัดสัมพันธ์ดาราสาวจึงขอแลกกับเงินก้อนโตก่อนจากเพื่อเป็นการสั่งลา

“แล้วคุณต้องการเท่าไหร่” อลันถามน้ำเสียงดูแคลน แต่มีหรือที่คนอย่างแพมมี่จะยี่หระ

“สามล้านดอลลาร์ฮ่องกงค่ะ แพมมี่ว่าเงินแค่นี้มันเล็กน้อยมากเลยสำหรับคุณ” ดาราสาวเอ่ยเยาะๆ

“ไม่มีปัญหาพรุ่งนี้ผมจะให้เลขาฯจัดการให้และหลังจากนี้ผมจะถือว่าเราสองคนไม่รู้จักกัน” นักการเมืองหนุ่มพูดทิ้งท้ายก่อนจะชิงกดวางสายทิ้ง เซ็กซี่สตาร์สาวถึงกับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ถูกนักการเมืองหนุ่มตัดความสัมพันธ์ทั้งๆที่เธอเพิ่งจะกอบโกยมาได้ยังไม่เท่ากับที่คิดไว้

ไม่เคยมีใครทำกับแพมมี่อย่างนี้ อลันคุณต้องได้รับบทเรียนอย่างเจ็บแสบที่กล้าสลัดเซ็กซี่สตาร์อย่างแพมมี่ทิ้งแบบไม่ใยดี

ดาราสาวกำอุปกรณ์สื่อสารในมือไว้แน่นเพื่อข่มความโกรธกรุ่นแค้นเคืองจนต้องหาทางเอาคืนนักการเมืองหนุ่มให้ได้และเป้าหมายที่เธอจะใช้เป็นเครื่องมือจัดการนักการเมืองหนุ่มคงหนีไม่พ้นนายพลเฒ่าเหยื่อใหม่รายใหญ่ใจถึงที่จ่ายให้เธอไม่อั้น

 

ทางด้านบรรณาธิการสาวหลังจากก้าวลงจากรถนักการเมืองหนุ่มแล้วก็รีบตรงดิ่งไปที่พาหนะของตัวเองที่จอดนิ่งอยู่ภายในลานจอดรถของออฟฟิศสำนักพิมพ์ด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นเพราะถูกนักการเมืองหนุ่มยั่วเย้าซ้ำยังบังคับข่มขู่ให้เธอตกเป็นรอง ฉันจะต้องหาทางเอาคืนนายให้เจ็บแสบเลยอีตาบ้า ไอ้นักการเมืองหื่นกามเอ้ย!’ รีวรินทร์เดือดดาลในใจก่อนจะก้าวขึ้นรถอย่างหัวเสียงแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมกับขับเคลื่อนออกไปอย่างเร็วด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวที่ยังคั่งค้างอยู่จึงทำให้หญิงสาวใช้เวลาไม่นานก็มาถึงคฤหาสน์เจ้าสัวเหลียงซึ่งทั้งบิดามารดาต่างนั่งกันอย่างพร้อมเพียงภายในห้องรับแขกประหนึ่งรอต้อนรับเธอก็ไม่ปานทำให้รีวรินทร์รู้สึกหวั่นใจคิดว่าทั้งสองรู้เรื่องคลิปลับของเธอกับนักการเมืองหนุ่ม

“ป๊ากับม๊ามีอะไรหรือเปล่าคะทำไมยังไม่เข้านอนกันอีก” รีลีนถามสีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดวิตก

“ยังจะมาถามอีกว่ามีอะไร จู่ๆก็ทิ้งงานไปไม่มีความรับผิดชอบ โทรหาก็ปิดเครื่องแล้วนี่ไปไหนมาทำไมถึงกลับมาป่านนี้” เจ้าสัวเหลียงถามเสียงกร้าวเล่นเอาสาวปากกล้าถึงกับหน้าเจื่อนลงไปทันควันเพราะไม่รู้จะบอกกับบิดาอย่างไรว่าเธอถูกนักการเมืองหนุ่มกักตัวไว้

“เอ่อ...คือหนูมีธุระด่วนน่ะค่ะป๊า” หญิงสาวแก้ตัวน้ำเสียงประหม่า แต่ลึกๆก็แอบดีใจที่บิดาเธอยังไม่รู้เรื่องคลิปลับ

“ธุระด่วนอะไรก็ควรจะบอกกันหรือไม่ก็ส่งต่องานที่ตัวเองรับผิดชอบให้คนอื่นเขาดูแล ไม่ใช่ทิ้งไปเฉยๆทำเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบ เราก็น่าจะรู้สโคป (Scope) งานของตัวเองไม่ใช่หรือ”

ประมุขของบ้านตำหนิหญิงสาวเล่นเอารีวรินทร์ถึงกับหงอไปเลยทีเดียว พาลนึกโมโหตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอถูกดุจนหูชา

“หนูขอโทษค่ะ”

หญิงสาวโค้งศีรษะให้บิดาเพื่อเป็นการขอโทษและยอมรับผิดที่บกพร่องต่อหน้าที่ เจ้าสัวเหลียงแม้จะโกรธบุตรสาวแต่พร้อมจะให้อภัยเพราะตั้งแต่รีวรินทร์เข้ามาบริหารงานแทนแทบจะไม่เคยทำงานผิดพลาดให้เขาต้องมาแก้ไขปัญหาตามหลัง ยกเว้นครั้งนี้ที่จู่ๆก็หายตัวไปจนเกือบทำให้หนังสือพิมพ์ฉบับพรุ่งนี้เช้าเข้าโรงพิมพ์ไม่ทันดีที่

“อย่าให้มีครั้งหน้าอีกก็แล้วกัน ป๊าไว้ใจให้แกบริหารงานแทนฉะนั้นแกห้ามทำให้หนังสือพิมพ์ของฉันเสียชื่อเสียงเด็ดขาด” เจ้าสัวเหลียงประกาศกร้าวก่อนจะกลับขึ้นห้องพักทิ้งให้หญิงสาวใจเสียเมื่อนึกถึงเรื่องที่นักการเมืองหนุ่มข่มขู่เธอ คุณอลิลเห็นอาการบุตรสาวแล้วอดสงสารไม่ได้รีบปรี่เข้าไปปลอบใจ

“ไม่ต้องคิดมากนะลูกป๊าเขาโกรธก็เลยพูดเสียงดังไปหน่อย  ม๊าว่าหนูขึ้นไปอาบน้ำพักผ่อนดีกว่าหลับมาเหนื่อยๆแบบนี้” ผู้เป็นมารดาลูบศีรษะได้รูปสวยของหญิงสาวเบาๆพร้อมกับยิ้มให้ ทำให้รีวรินทร์รู้สึกใจชื้นขึ้นมาที่อย่างน้อยเธอก็ยังมีมารดาที่เข้าใจเธอ

“ถ้าอย่างนั้นหนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ” หญิงสาวกอดกระชับร่างท้วมของคุณอลิลอย่างประจบพร้อมกับหอมแก้มฟอดใหญ่ก่อนจะปลีกตัวกลับขึ้นห้องพักโดยมีสายตาอบอุ่นของผู้เป็นมารดามองตาม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานขอ'ไรเตอร์นะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

สลิลฉัตร


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha