รอยรักเทพบุตรซาตาน NC25+

โดย: salinlinee



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ข้อตกลงอันแสนร้ายกาจ 35%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




รถมินิคูเปอร์สีแดงค่อยๆแล่นเข้ามาภายในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าเวิร์ดช้อปปิ้งมอล์ลซึ่งเป็นห้างใหญ่ใจกลางเมือง ที่สำคัญเจ้าของห้างยังเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายเธอด้วยทำให้เธอเดินเที่ยวได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอะไร สาวน้อยร่างเล็กบอบบาง ผิวขาวนวลอมชมพูอย่างคนมีสุขภาพดีในชุดกางเกงยีนส์ขายาวสีชมพูเข้มตัดกับเสื้อยืดสีขาวเพ้นส์ลายการ์ตูนสีสันสดใสเหมาะกับบุคลิกผู้สวมใส่อย่างประกายรุ้ง ภาคกิติณรงค์น้องสาวเพียงคนเดียวของ อทิตยวัฒน์ ภาคกิติณรงค์นักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอมผู้ที่สาวๆหมายปองแต่ก็ต้องกระเด็นทุกรายเมื่อเจอความร้ายกาจของน้องสาวผู้หวงพี่ชายยิ่งกว่าสิ่งใดด้วยกลัวว่าผู้หญิงที่เข้ามาพัวพันกับพี่ชายจะมาแย่งความรักไปจากเธอ

ร่างบางเดินดูเสื้อผ้าร้านนั้นทีร้านโน้นทีเพื่อฆ่าเวลาในช่วงที่รอกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอตามที่นัดหมายกันไว้ ประกายรุ้งก้าวออกจากห้องเสื้อยี่ห้อดังมาเจอกับภูบดินทร์ ภาสวรรศ์นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเจ้าของห้างเวิร์ดช้อปปิ้งมอลล์ที่เธอเดินอยู่นั่นเอง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักของอาการเซ็งสำหรับประกายรุ้งแต่เพราะชายหนุ่มเจ้าของห้างใหญ่คือเพื่อนสนิทของพี่ชายเธอที่เข้าออกบ้านเธอนับตั้งแต่เธอจำความได้

“ว่าแล้วทำไมวันนี้ตาขวากระตุกแปลกๆ ที่แท้ก็เป็นลางบอกเหตุว่าจะมาเจอคุณหนูประกายรุ้งผู้พิสมัยการช้อปปิ้งเป็นงานหลัก ผลาญเงินในกระเป๋าพี่ชายเป็นงานรองนี่เอง” ภูบดินทร์เปิดฉากกวนโมโหหญิงสาวทันที

ประกายรุ้งถึงกับลมออกหูกับคำพูดของชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นไม่เบื่อไม้เมากับเธอมาตั้งแต่ไหนแต่ไร “ไม่ดีหรือคะที่มีลูกค้ารายใหญ่อย่างรุ้ง เพราะถ้าไม่มีลูกค้าแบบรุ้งห้างพี่ภูคงเจ๊งไปนานแล้วค่ะไม่มีกำไรจนกิจการใหญ่โตมาได้เหมือนทุกวันนี้ ฉะนั้นพี่ภูควรจะสำนึกบุญคุณลูกค้าอย่างรุ้งไว้ด้วยนะคะ” หญิงสาวยิ้มเหยียดๆใส่ชายหนุ่มด้วยความสะใจเล่นเอาภูบดินทร์เข่นเขี้ยวอยากจะเขย่าแม่ตัวแสบให้สมกับที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขา

“เธอนี่มันจริงๆเลย ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องนายซันฉันจะจับแก้ผ้าแล้วฟาดให้ก้นลายเลย โทษฐานที่กล้าต่อล้อต่อเถียงผู้ใหญ่ฉัน” เจ้าของห้างดังคว้าหมับที่ต้นแขนกลมกลึงของหญิงสาวพร้อมกับรั้งเข้ามาประชิดทำให้เขาได้เพ่งพิศใบหน้าเนียนใสและกลิ่นกายอ่อนละมุนที่ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างให้ภูบดินทร์รู้สึกร้อนลุ่มอย่างบอกไม่ถูก

“พี่ภูทำบ้าอะไร รุ้งเจ็บนะมาบีบแขนรุ้งแบบนี้” คนดื้อรั้นสะบัดแขนจากกการเกาะกุมของชายหนุ่มพร้อมกับลูบต้นแขนตนเองป้อยๆ จ้องมองชายหนุ่มด้วยความความรู้สึกแปลกๆที่ก่อตัวขึ้นภายในใจ

“ถ้าเราไม่อวดดี ก็ไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้ โดนแค่นี้ยังน้อยไปสำหรับเด็กปากเก่งอย่างเรา” ภูบดินทร์ยิ้มมุมปากก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ศีรษะได้รูปสวยด้วยความหมั่นเขี้ยวจนผมสลวยของคนตัวเล็กยุ่งเหยิงเล็กน้อย

“ชิส์ ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วเที่ยวมาอวดเบ่งรังแกเด็กแบบนี้ คอยดูนะรุ้งจะฟ้องที่ซันว่าพี่ภูรังแกรุ้งแล้วก็แกล้งรุ้ง” พูดจบคนดื้อรั้นก็รีบวิ่งไปอย่างเร็วทิ้งให้เจ้าของห้างหนุ่มได้แต่หัวใจเต้นโครมครามหลังจากเพ่งพิศหญิงสวยอย่างชิดใกล้

 

ณ บริษัท เฟอร์ฟูมยูทิลิตี้ประเทศไทย จำกัด

อทิตยวัฒน์ ภาคกิติณรงค์ ประธานบริษัทหนุ่มไฟแรงกล่าวปิดประชุมหลังจากผู้บริหารฝ่ายต่างๆรวมทั้งหุ้นส่วนได้ชี้แจงถึงผลกำไรในไตรมาสแรกที่พุ่งสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วอยู่หลายเปอร์เซ็นต์เป็นที่น่าพอใจของนักธุรกิจหนุ่ม ร่างสูงภูมิฐานในชุดสูทสีเทาเข้มแบรนด์หรูก้าวออกจากห้องประชุมพร้อมกับเลขาฯส่วนตัวเพื่อกลับมาที่ห้องทำงานของตนเองอีกครั้งหลังจากมองดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือว่าใกล้ถึงเวลาที่เขานัดกับลูกหนี้สาว

“วันนี้ฉันไม่รับแขก นอกจากคุณวรุณดา ส่วนงานอื่นๆนายรับเรื่องแทนฉันไว้ก่อน นอกจากงานเร่งด่วน” อทิตยวัฒน์สั่งลูกน้องคนสนิทก่อนจะผลักประตูก้าวเข้าห้องเพื่อรอหญิงสาวเป้าหมายที่เขานัดไว้

ไม่นานนักวรุณดาก็มาถึงตามที่นัดหมาย หญิงสาวนั่งรออยู่หน้าห้องหลังจากเลขาฯส่วนตัวของนักธุรกิจหนุ่มขอตัวเข้าไปแจ้งกับผู้เป็นนายก่อนตามหน้าที่

ทันทีที่วรุณดาก้าวเข้ามาด้านในห้องเธอก็พบกับชายหนุ่มหน้าตาคมคายจมูกโด่งคมสันกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับเอกสารตรงหน้าก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอเล่นเอาวรุณดาถึงกับรีบหลบสายตาคมดุจพญาเหยี่ยวของเจ้าหนี้หนุ่ม นับเป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกหวาดหวั่นอย่างประหลาดกับการเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้

“เชิญนั่งสิครับคุณวรุณดา” ชายหนุ่มเจ้าของห้องผายมือเชิญวรุณดาพร้อมกับยิ้มน้อยๆด้วยความรู้สึกพึงใจบางอย่างเพียงแค่พบหน้า

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวขอบคุณตามมารยาทก่อนจะเลือกนั่งยังเก้าอี้รับแขกที่อยู่มุมห้องมากกว่าเก้าอี้ตัวที่อยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม

“ใจคอคุยจะนั่งคุยกับเจ้าหนี้ตรงนั้นจริงๆหรือคุณวรุณดา” ชายหนุ่มถามปลายเสียงติดจะติงเล็กๆ ทำให้วรุณดารีบเปลี่ยนมานั่งยังเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานของชายหนุ่มหากแต่เธอยังไม่กล้าที่จะมองหน้าอีกฝ่ายตรงๆด้วยเกรงอำนาจบางอย่างที่ตัวเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้รู้สึกหวาดกลัวผู้ชายตรงหน้านี้ยิ่งนักทั้งๆที่เพิ่งจะพบกันก็ตาม

วรุณดานั่งก้มหน้าอยู่พักใหญ่ภายในใจเต้นระรัวด้วยคาดเดาไม่ถูกว่าชายหนุ่มจะเริ่มต้นพูดอะไรกับเธอหรือจะให้เธอนั่งรอโดยไม่พูดอะไรเลย หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเวลาจากนาฬิกาบนผนังห้องก่อนจะตัดสินใจเป็นฝ่ายเริ่มต้นถามก่อน

“ตกลงคุณเรียกดิฉันมานั่งดูคุณทำงานหรือเรียกมาตกลงเรื่องหนี้สินคะ” วรุณดาตัดสินใจถามด้วยความรู้สึกเหลืออดเมื่อเห็นชายหนุ่มยังคงจดจ่ออยู่กับเอกสารตรงหน้าโดยไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิด

อทิตยวัฒน์ละสายตาจากงานบนโต๊ะเพื่อจ้องหน้าลูกหนี้สาว สายตาคมดุสำรวจเครื่องหน้าสวยไม่ว่าจะคิ้วโก่งดุจคันศร ดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนก หรือจะริมฝีปากสีชมพูระเรื่อน่าลิ้มลองที่ทำให้ความร้อนลุ่มภายในกายของเขาเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“คุณลืมสถานะตัวเองหรือเปล่าวรุณดาถึงได้กล้าถามแบบนั้นกับผม อีกอย่างน้ำเสียงกระด้างเมื่อสักครู่นี้ผมก็รู้สึกไม่พึงใจนัก ฉะนั้นถ้าคุณพึงรำลึกไว้เสมอว่าคุณคือลุกหนี้ส่วนผมคือเจ้าหนี้ ถ้าไม่อยากให้ผมอารมณ์จนยกเลิกเรื่องการเจรจาต่อรอง” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบแต่ทว่าเยือกเย็นจนวรุณดารู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาทันที

“ดิฉันเห็นคุณเอาแต่นั่งทำงาน ก็เลยคิดว่าคุณคงกำลังยุ่ง ถ้าอย่างไรดิฉันมาใหม่วันหลังดีกว่าค่ะ” วรุณดาพูดก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ถูกชายหนุ่มเจ้าของห้องรั้งไว้ก่อนด้วยอำนาจที่เหนือกว่าของการเป็นเจ้าหนี้

“ถ้าคุณก้าวออกจากห้องไปผมถือว่าการร้องขอประวิงเวลาของเราเป็นอันโมฆะ ซึ่งนั่นจะเท่ากับว่าคุณเหลือเวลาอีกเพียงสามวันเท่านั้นที่คุณจะต้องนำเงินมาใช้คืนผม ไม่อยากนั้นอย่าหาว่าผมใจร้ายไม่ได้นะ” อทิตยวัฒน์ลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ก่อนจะประกาศกร้าวอย่างคนที่เหนือกว่า ทำเอาหนูติดจั่นอย่างวรุณดาได้แต่ทรุดกายลงนั่งตามเดิมด้วยความคับแค้นใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากยอมและอดทนให้ถึงที่สุด

“แต่คุณก็ควรมีมารยาทและให้เกียรติกับแขกที่มาพบคุณด้วยสิคะ” วรุณดาตอกกลับอย่างเหลืออดเช่นกัน เธอเกลียดสีหน้าท่าทางยะโส เกลียดสายตาที่จ้องมองเธอราวกับเป็นสินค้าที่เขากำลังประเมินราคา

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะลุกจากเก้าอี้ประจำตำแหน่งแล้วสาวเท้าเข้าไปประชิดลูกหนี้สาวที่รีบก้มหน้างุดไม่ยอมสบสายตาดุๆของชายหนุ่ม อทิตยวัฒน์เห็นท่าทีหวาดกลัวของหญิงสาวจึงนึกสนุกอยากจะแกล้งหญิงสาวจึงโน้มใบหน้าคมเข้ามาใกล้วรุณดาจนหญิงสาวรู้สึกได้ถึงไอความร้อนและพลังอำนาจในกายของชายหนุ่มที่เหนือเธอยิ่งนักและด้วยความตกใจหญิงสาวถึงกับรีบเบี่ยงหลบด้วยกลัวว่าจมูกโด่งคมจะชนแก้มนวลของเธอ

“หึๆ ผมว่าเรามาคุยเรื่องของเรากันเลยดีกว่า ในฐานะที่ผมเป็นเจ้าหนี้คุณ ซึ่งแฟร์และใจกว้างพอที่จะเปิดโอกาสให้คุณพูดก่อน” ร่างสูงยืนเต็มความสูงพิงโต๊ะทำงานตัวใหญ่

“ค่ะ” วรุณดาตอบเพียงสั้นๆ ภายในใจครุ่นคิดลังเลในเรื่องขอผ่อนปรนเวลาในการชำระหนี้ออกไป เพื่อที่เธอจะได้มีเวลารวมรวบเงินในส่วนหนึ่งมาคืนชายหนุ่มก่อน

“ดิฉันต้องขอบคุณที่ให้โอกาสดิฉันได้เข้าพบในครั้งนี้ แต่ถ้าคุณจะกรุณา ดิฉันอยากขอเวลาสักระยะหนึ่งในการรวบรวมเงินเพื่อใช้คืนให้คุณจะได้ไหมคะ” ลูกหนี้สาวต่อรองโดยหารู้ไม่ว่าเธอกำลังเปิดช่องให้กลายเป็นเบี้ยล่างเจ้าหนี้หนุ่มที่กำลังคิดข้อเสนออันแสนร้ายกาจไว้ในใจ

“ต้องใช้เวลานานแค่ไหนที่คุณคิดว่าจะหาเงินจำนวนหลายสิบๆล้านมาคืนผมได้ เพราะเท่าที่รู้ตอนนี้คุณไม่เหลือทรัพย์สินอะไรที่จะนำมาขายเป็นเงินได้เลย นอกจาก” อทิตยวัฒน์พูดทิ้งท้ายไว้ให้เป็นปริศนาพลางไล่สายตามองร่างบางจนวรุณดาถึงกับร้อนๆหนาวกับสายตาที่จับจ้องเธอไม่วางตา จนลูกหนี้สาวต้องเบือนหน้าหันไปอีกทางเพื่อหลบสายตาโลมเลียของอีกฝ่าย

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะยกข้อมือดูเวลาจากนาฬิกายี่ห้อดังสนนราคาเจ็ดหลักขึ้นดูเวลาก่อนจะมองหน้าลูกหนี้สาวด้วยสายตาที่แฝงเล่ห์เหลี่ยมบางอย่างที่สาวน้อยด้อยประสบการณ์อย่างวรุณดาคาดคิดไม่ถึง

“จะเที่ยงแล้วผมว่าเราไปคุยเรื่องข้อตกลงกันต่อที่ร้านอาหารดีกว่า ท้องหิวแบบนี้ผมฟังอะไรม่ค่อยจะรู้เรื่องด้วยสิ” ชายหนุ่มฉวยกุญแจรถที่วางบนโต๊ะทำงานก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องให้หญิงสาวที่ยังคงลังเลจนกระทั่งอทิตยวัฒน์ต้องงัดไม้เด็ดขึ้นมาข่มขู่

“ผมไม่บังคับถ้าคุณไม่เต็มใจไปทานมื้อเที่ยงกับผม ก็ให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่พ่อคุณได้เซ็นไว้ในสัญญากู้ยืม” อทิตยวัฒน์พูดเสียงห้วนก่อนจะหันหลังเตรียมก้าวออกจากห้อง เมื่อได้ยินเช่นนั้นร่างบางก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วรีบสาวเท้าตามชายหนุ่มไปด้วยใจระส่ำหวั่นไหว

ตลอดทางที่วรุณดานั่งอยู่ภายในรถสปอร์ตหรูยี่ห้อดังด้วยความรู้สึกอึดอัดหวาดระแวง หญิงสาวภาวนาในใจมาตลอดทางขอให้เวลาอันแสนอึดอัดนี้ผ่านไปอย่างเร็ว เพราะยิ่งอยู่ใกล้เจ้าหนี้หนุ่มคนนี้นานๆเหมือนเธอจะขาดอากาศหายใจราวกับถูกดึงรั้งให้ตกลงสู่หุบเหวก็ไม่ปาน

เกือบหนึ่งชั่วโมงที่อทิตยวัฒน์ขับรถพาลูกหนี้สาวหุ่นยั่วใจมายังร้านอาหารสุดหรูภายในโรงแรมระดับห้าดาวซึ่งอยู่ใจกลางเมืองและเป็นย่านธุรกิจใหญ่ของกรุงเทพฯ

“คุณคงไม่ว่าอะไรถ้าผมอยากจะขอทานมื้อเที่ยงให้อิ่มท้องก่อนที่จะคุยเรื่องธุระของเราต่อ” ชายหนุ่มบอกก่อนจะเปิดประตูก้าวลงจากรถในขณะที่พนักงานของโรงแรมเปิดประตูฝั่งที่วรุณดานั่งอยู่เพื่อให้หญิงสาวได้ก้าวตามชายหนุ่มลงมาจากรถเข้าไปยังร้านอาหารซึ่งอยู่ด้านในของโรงแรม

หลังจากเลือกที่นั่งในมุมส่วนตัวได้แล้วอทิตยวัฒน์ก็เริ่มดูรายการอาหารจากเมนูแต่ก็ไม่ลืมที่จะถามหญิงสาวตามมารยาท

“คุณอยากทานอะไรก็สั่งได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ถือว่าเป็นการเลี้ยงที่เราได้เจอกันครั้งแรกอย่างเป็นทางการ” อทิตยวัฒน์บอกโดยไม่มองอีกฝ่ายเพราะจับจ้องกับรายการอาหารในเล่มที่บริกรนำมาให้

“ขอบคุณค่ะ แต่ว่าดิฉันไม่หิวเชิญคุณตามสบายค่ะ” วรุณดาวางเล่มรายการอาหารลงบนโต๊ะอย่างไม่คิดจะเปิดดูเลยสักนิด

อทิตยวัฒน์ปรายตามองหญิงสาวที่นั่งร่วมโต๊ะก่อนจะจัดการสั่งอาหารทั้งของเขาและวรุณดาโดยไม่ลืมเครื่องดื่มชั้นเลิศอย่างไวน์แดง ทั้งที่หญิงสาวยืนยันว่าเธอไม่หิวเพราะต้องการคุยเรื่องธุระหนี้สินให้เสร็จสิ้นเพื่อที่เธอจะได้รีบกลับบ้าน



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานของไรเตอร์นะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

salinlinee


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha