รอยรักเทพบุตรซาตาน NC25+

โดย: salinlinee



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 20 : เพราะรักจึงกักขัง 50%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เช้าวันใหม่ภายในบ้านสวนของนักธุรกิจหนุ่มช้อปปิ้งมอลล์ เสียงนกร้องรวมทั้งแสงแดดรำไรที่สาดส่องลอดช่องหน้าต่างเข้ามากระทบม่านตาสวยของประกายรุ้งปลุกให้ร่างบางรู้สึกตัวตื่น หญิงสาวค่อยๆยันกายลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอนก่อนจะกวาดสายตามองรอบๆแล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างสูงของภูบดินทร์นอนอยู่ข้างๆเธอในสภาพกึ่งเปลือยมีเพียงผ้านวมคลุมช่วงสะโพกแกร่งเท่านั้นทำให้ประกายรุ้งลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอในทันที หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บเพื่อข่มความแค้นเคืองที่ถูกภูบดินทร์ย่ำยี ก่อนจะค่อยๆก้าวลงจากเตียงด้วยความยากลำบากเพราะอาการร้าวลึกบริเวณช่วงล่างและจุดอ่อนไหวที่ถูกชายหนุ่มถาโถมโหมแรงด้วยความเอาแต่ใจทำให้เธอจำต้องทรุดกายลงนั่งบนที่นอนอีกครั้งพร้อมกับหันมองต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้ด้วยความโกรธกรุ่น

คนบ้า ป่าเถื่อน ตายอดตายอยากนักหรือไง หญิงสาวก่นด่าคนที่นอนนิ่งในใจพร้อมกับเพ่งพินิจใบหน้ายามหลับใหลของภูบดินทร์แล้วก็ต้องรีบเบือนหน้าหันไปอีกทางเพื่อระงับอาการร้อนผ่าวและใจที่เต้นระรัว ประกายรุ้งยอมรับว่าลึกๆแล้วเธอก็แอบชอบเพื่อนพี่ชายคนนี้มานานเพราะทุกครั้งที่เจอกันหญิงสาวรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เธอโหยหาอยากมีใครสักคนปกป้องดูแล แต่ด้วยความดื้อรั้นและไม่ชอบให้ใครบังคับทำให้เธอตั้งแง่กับภูบดินทร์ที่คอยทำหน้าที่เป็นพี่ชายเธออยู่บ่อยครั้ง

หญิงสาวค่อยพยุงกายลุกขึ้นก้าวลงจากเตียงอีกครั้งก่อนจะก้มลงเก็บเสื้อผ้าของตนเองที่พอจะนำมาสวมใส่ได้ซึ่งกองอยู่บนพื้นห้องโดยไม่ลืมคว้าเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ที่แขวนอยู่ในตู้ติดมือไปด้วยแล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองแล้วหนีไปจากที่นี่ก่อนที่ชายหนุ่มจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นเสียก่อน ประกายรุ้งใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีหญิงสาวก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่แสนจะหลวมโคลกของชายหนุ่มกับกางเกงขาสั้นของเธอเองแล้วรีบตรงมายังโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อหากุญแจรถเพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่จะพาเธอหนีออกไปจากที่นี่ได้

อยู่นี่เอง เฮ้อ..

หญิงสาวพูดกับตัวเองพร้อมกับถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นกุญแจรถของชายหนุ่มวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งตามที่เธอคิดไว้ หญิงสาวไม่รอช้ารีบคว้ากุญแจรถแล้วตรงไปที่พาหนะหรูของชายหนุ่มซึ่งจอดนิ่งอยู่หน้าบ้านโดยเร็วด้วยใจที่สับสนกังวลระคนห่วงใยจนทำให้ประกายอดที่จะหันไปมองคนตัวโตที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงไม่ได้โดยหารู้ไม่ว่าชายหนุ่มนั้นรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่เธอก้าวเข้าห้องน้ำเพียงแต่ชายหนุ่มต้องการรู้ว่าประกายรุ้งคิดจะทิ้งเขาไว้ที่นี่คนเดียวจริงหรือไม่แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคิด หญิงสาวไม่ได้ห่วงใยเขาเลยสักนิด ภูบดินทร์คิดด้วยความน้อยใจพร้อมกับยันกายลุกขึ้นตรงไปกระชากร่างบางที่กำลังจะก้าวออกจากห้อง

“ว๊าย!พี่ภู” ประกายรุ้งร้องอุทานด้วยความตกใจพร้อมกับดิ้นรนขัดขืนสะบัดกายหนีจากอ้อมกอดแกร่งที่โอบรัดจนแน่นจนหญิงสาวแทบหายใจไม่ออก

ตุ๊บ! ภูบดินทร์เหวี่ยงร่างบางลงไปบนเตียงกว้างอีกครั้งอย่างแรงก่อนจะทาบทับกักขังหญิงสาวซึ่งกำลังคิดหนีด้วยกายแกร่งหนาหนักของตนเองก่อนจะรวบข้อมือบางตรึงไว้กับที่นอนพร้อมกับจับจ้องดวงหน้าสวยหวานที่กำลังตื่นตระหนกหวาดกลัว

“คิดว่าพี่จะโง่ปล่อยเราไปง่ายหรือประกายรุ้ง” ร่างสูงที่ทาบทับบนตัวหญิงสาวตะคอกถามเสียงกร้าวด้วยความโมโหเดือดดาลที่หญิงสาวคิดจะหนีเขาไป ทั้งๆที่ความสัมพันธ์เมื่อคืนไม่ได้ผูกรัดมัดใจหรือทำให้หญิงสาวรู้สึกอะไรกับเขาบ้างเลยหรืออย่างไร

“พี่ภูก็ได้ในสิ่งที่ต้องการไปแล้วยังจะขังรุ้งไว้อีกทำไม รุ้งอยากกลับบ้าน ได้ยินไหมว่ารุ้งอยากกลับบ้าน” หญิงสาวแหวใส่เสียงลั่นไม่แพ้กันพร้อมกับพยายามขืนกายเพื่อดันให้ร่างแกร่งพ้นจากตัวเธอ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดสำหรับคนตัวเล็กอย่างเธอจะต่อกรกับผู้ชายตัวโตอย่างภูบดินทร์ได้

“ใช่พี่ได้ในสิ่งที้ต้องการแล้ว แต่ยังไม่พอเพราะพี่ยังต้องการรุ้งอีกซึ่งไม่รู้ว่าต้องอีกกี่ครั้งพี่ถึงจะพอกับความต้องการที่ไร้ขีดจำกัด” ภูบดินทร์บอกพร้อมกับก้มลงประกบปิดเรียวปากบางของหญิงสาวใต้ร่างทันทีด้วยแรงอารมณ์เสน่หาที่กำลังปะทุขึ้นภายในกาย

“อื๊ย อื้อ” ประกายรุ้งดิ้นรนส่ายหน้าหนีจุมพิตร้อนที่กำลังลามเลียแผดเผาจนเธอแสบร้อนไปทั่วเรียวปาก ภูบดินทร์ยังดื่มด่ำกับรสชาติหวานล้ำภายในอุ้งปากเล็กๆของหญิงสาว เนิ่นนานจนประกายรุ้งแทบขาดใจกว่าชายหนุ่มจะอิ่มเอมและถอนริมฝีปากร้อนจากกลีบปากนุ่มบวมช้ำของเธอ

“เช้าๆแบบนี้เป็นเวลาที่เราน่าจะสานต่อความเร่าร้อนจากเมื่อคืนนะจะได้ไม่ทิ้งช่วงความรู้สึก” ชายหนุ่มแสยะยิ้มร้ายกาจจ้องมองร่างบางเบื้องใต้ด้วยแววตาหื่นกระหายราวกับกระต่ายป่าที่หลงเข้ามาในกรงเสือ

“ไม่นะ พี่ภูรุ้งยะ ยังว๊าย!” เสียงหวานร้องปรามสั่นสะท้านก่อนจะอุทานด้วยความตกใจเมื่อชายหนุ่มกระชากเสื้อเชิ้ตที่เธอสวมใส่อย่างแรงจนกระดุมหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง

“พี่รู้...แต่พี่อยากให้รุ้งเจ็บเหมือนที่พี่รู้สึกอยู่ตอนนี้ ในเมื่อรุ้งไม่เคยรู้สึกอะไร พี่ก็จะไม่รับรู้ว่ารุ้งจะเจ็บปวดหรือรู้สึกอย่างไรเช่นกันนอกจากทำตามใจที่พี่ต้องการเท่านั้น” พูดจบชายหนุ่มก็ดำเนินบทรักร้อนแรงสาดใส่หญิงสาวอีกครั้งด้วยความรุนแรงเอาแต่ใจ แม้หญิงสาวจะอ้อนวอนร้องขอแต่ชายหนุ่มก็หาได้รับฟังไม่ยังคงทำตามใจตัวเองจนบรรลุเป้าหมายแห่งความต้องการในที่สุด ร่างสูงล้มตัวลงนอนข้างหญิงสาวด้วยความเหนื่อยหอบหลังจากกิจกรรมรักอันแสนร้อนแรงจบลงพร้อมกับความรู้สึกผิดลึกๆในใจเมื่อเห็นร่างบางเอาแต่นอนสะอื้นไห้

ภูบดินทร์ยันกายลุกขึ้นแล้วหันไปคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมปิดบังกายเปล่าเปลือยของตนเองก่อนจะดึงผ้านวมผืนใหญ่คลุมเรือนกายบอบบางที่เต็มไปด้วยรอยช้ำจากน้ำมือของเขา

“เดี๋ยวพี่จะไปออกไปซื้อของใช้แล้วก็ซื้ออะไรอร่อยๆมาให้เราด้วย” มือหนาเอื้อมไปลูบศีรษะทุยสวยของหญิงสาวหากแต่ถูกมือบางปัดออกอย่างแรงคล้ายกับรังเกียจ

“อย่าเอามือสกปรกของพี่มาถูกตัวรุ้ง” คนเจ็บแค้นเพราะถูกข่มเหงซ้ำแล้วซ้ำเล่าแหวใส่ทั้งน้ำตา ภูบดินทร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกกลัดกลุ่มในผลของการกระทำที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้น

“พี่ขอโทษที่ทำร้ายรุ้ง แต่พี่...พี่รักรุ้งนะรักมากจนไม่อยากเสียให้กับคนอื่น” นักธุรกิจหนุ่มโพล่งออกไปตามความรู้สึกที่เขามีต่อหญิงสาว แม้รู้ดีว่าหญิงสาวอาจจะไม่ยกโทษให้ แต่เขาไม่อยากให้ประกายรุ้งรังเกียจเขาไปมากกว่านี้ ร่างบางยันกายลุกขึ้นพร้อมกับรวบผ้านวมผืนหนาให้กระชับปิดบังกายได้แน่นหนามากยิ่งขึ้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแข็งกระด้างจนภูบดินทร์ถึงกับเจ็บลึกในอก

“คนรักกันเขาไม่ทำร้ายกันด้วยวิธีสิ้นคิดแบบนี้หรอกค่ะ รุ้งเสียดายความรู้สึกที่เคยมีให้พี่ แต่จากนี้รุ้งกับพี่เราจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันค่ะ รุ้งไม่อยากเจอคนเห็นแก่ตัวอย่างพี่ภูอีก” ประกายรุ้งตอกย้ำความเจ็บลึกในใจให้ชายหนุ่มก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไปในทันที ทางด้านชายหนุ่มก็แทบหมดแรงเมื่อได้ยินประโยคเชือดเฉือนตัดรอนของหญิงสาวที่ตัวเองรักสร้างความเจ็บปวดใจให้กับเขาแต่ก็จำต้องยอมรับในเมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดที่เขาก่อขึ้นมาเองทั้งสิ้น

 

ที่คอนโดหรูใจกลางกรุงของนางแบบสาว

เสียงโทรศัพท์ของนางแบบสาวดังขึ้นทำให้ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงพลันสะดุ้งตื่นก่อนจะรีบกดรับด้วยความรีบร้อนเพราะคิดว่าเป็นทีมงามออแกไนส์โทรมาตามเรื่องงานที่นัดไว้

“สวัสดีค่ะ” นางแบบสาวกรอกเสียงตามสายหลังจากกดรับด้วยน้ำเสียงงัวเงียเล็กน้อย

“ผม มาธวิน ขอโทษทีโทรมารบกวนคุณแต่เช้า” ต้นสายแนะนำตัวเองก่อนเพื่อไม่ให้นางแบบสาวตกใจ

“ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” กีรณาถามด้วยความสงสัย

“คือผมคิดว่าคุณคงจะทำอะไรไม่สะดวกนักก็เลยซื้ออาหารเช้ากับผลไม้แล้วก็นมมาให้แต่ผมไม่กล้าขึ้นไปที่ห้องคุณก็เลยจะฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านล่าง” ชายหนุ่มต้นสายพูดเสียงเรียบ

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณเอาขึ้นมาให้ที่ห้องก็ได้ค่ะ เพราะดิฉันก็ยังเดินไม่สะดวกนัก” อาการงัยเงียในตอนแรกของนางแบบสาวถึงกับหายเป็นปลิดทิ้งก่อนจะรีบบอกต้นสายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจนต้นสายยังรู้สึก

“นั่นสินะ ผมก็ลืมไปว่าคุณยังเดินไม่สะดวก ถ้าอย่างนั้นผมจะเอาของฝากไปแขวนที่หน้าห้องคุณก็แล้วกันครับ” ชายหนุ่มบอกนางแบบสาวก่อนจะกดวางสายแล้วรีบก้าวขึ้นลิฟต์เพื่อตรงไปยังห้องพักของหญิงสาว ไม่ถึงสิบนาทีร่างสูงของมาธวินก็มาหยุดยืนที่หน้าห้องของนางแบบสาว ชายหนุ่มยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเคาะประตูห้องโดยไม่คิดจะก้าวเข้าไปด้านในเพราะกลัวหญิงสาวจะถูกมองไม่ดี

“ขอโทษนะคะที่มาเปิดช้าไปหน่อย” เจ้าของห้องสาวเปิดประตูพร้อมกับรอยยิ้มสดใสอย่างเป็นมิตรผิดกับครั้งแรกที่เจอกัน

“ไม่เป็นครับ ว่าแต่คุณทานยาหรือยัง” ชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับยื่นถุงของฝากให้กับนางแบบสาว

“ยังเลยค่ะ ว่าจะโทรสั่งอาหารจากข้างล่างมาทานก่อนแล้วค่ะทานยา ยังไงก็ต้องขอบคุณมากนะคะที่อุตส่าห์ซื้อของมาฝากเยอะเลย ” กีรณารับถุงของฝากจากมือชายหนุ่มก่อนจะค่อยๆก้าวเอาเข้าไปวางบนโต๊ะพร้อมกับเชิญชายหนุ่มเข้ามาด้านใน

“ไม่รบกวนดีกว่าครับพอดีผมมีธุระต้องรีบไป ถ้าคุณมีอะไรก็โทรหาผมได้นะคะ แล้วเย็นๆผมจะแวะมาเยี่ยมอีกทีค่ะ” มาธวินบอกทิ้งท้ายก่อนจะรีบปลีกตัวกลับไปที่รถทิ้งให้นางแบบสาวยืนอมยิ้มด้วยความขบขันกับอาการเขินอายน่ารักของชายหนุ่มที่รีบแจ้นกลับไปอย่างไว

น่ารักดีเหมือนกันนะตาทึ่มนี่ หญิงสาวพูดกับตัวเองก่อนจะปิดประตูห้องด้วยความรู้สึกสุขใจเล็กๆสำหรับเช้าอันสดใส

หลังจากส่งของเยี่ยมให้กับคนป่วยอย่างงนางแบบสาวแล้ว มาธวินก็รีบกลับมาแก้ไขงานที่ถูกเจ้าของโปรเจคสั่งให้เขาคิดขึ้นมาใหม่ทั้งหมดภายในหนึ่งอาทิตย์ซึ่งเป็นงานที่หินไม่ใช่น้อยแต่คนอย่างมาธวินไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆแน่นอน ชายหนุ่มโทรสั่งทีมงานในการหาวัสดุตัวอย่างเพื่อทำพรีเซ้นต์จำลองรวมทั้งสั่งอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบไฟ เมื่อแจกแจงรายละเอียดงานตามที่ต้องการกับทีมงานแล้วมาธวินก็รีบขับรถกลับมาที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคอนโดจองนางแบบสาวมากนัก ระหว่างทางที่ชายหนุ่มกำลังเลี้ยวรถเข้าที่พักของตนเองพลันจู่ๆก็พลันคิดถึงวรุณดาเพราะหลังจากโทรศัพท์แปลกๆครั้งนั้นเขาก็ไม่ได้ติดต่อหญิงสาวอีกเลย

เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มก็มารีรอที่จะกดหมายเลขโทรหาด้วยความห่วงใยรวมทั้งอยากรู้ความจริงที่ว่าหญิงสาวย้ายไปอยู่กับชายหนุ่มที่ชื่ออทิตยวัฒน์นั้นจริงหรือไม่

จะว่าไปชื่อนี้ก็คุ้นๆเหมือนติดหูอย่างไงไม่รู้ แต่คนเราชื่ออาจจะซ้ำกันก็มีถมไปคงไม่ใช่เจ้าของโปรเจ็คมาดขรึมคนนั้นหรอกชายหนุ่มคิดในใจระหว่างฟังสัญญาณสายปลายทาง แต่มาธวินก็ต้องผิดหวังเมื่อสัญญาณตอบรับอัตโนมัติของปลายทางเป็นฝากข้อความนั่นหมายความว่าปลายสายปิดเครื่อง

ปิดเครื่องอีกแล้วหรือ เธอเป็นอะไรหรือเปล่านะวรุณดา ชายหนุ่มกดวางสายพร้อมกับถอนหายใจด้วยความเป็นห่วงและกลัดกลุ้มถึงคนรักที่จู่ๆก็มาหายตัวไปซ้ำยังติดต่อไม่ได้อีกทำให้เขาอยากรู้ในว่าผู้ชายที่ชื่ออทิตยวัฒน์นั้นเป็นใครและพาคนรักของเขาไปอยู่ที่ไหน

 

ร่างสูงของนักธุรกิจหนุ่มในชุดสูทสีเข้มก้าวออกจากห้องลงมายังห้องอาหารซึ่งอยู่เยื้องกับห้องครัว ชายหนุ่มมองดูลูกหนี้สาวซึ่งกำลังง่วนกับการจัดอาหารเช้าให้กับเขาด้วยสายตาชื่นชมที่เขาพยายามเก็บซ่อนไว้ภายในลึกๆก่อนจะสวมหน้ากากของคนไร้หัวใจเหมือนเดิม อทิตยวัฒน์ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ซ้ายของโต๊ะอาหาร

“คุณจะรับโจ๊กกุ้งหรืออเมริกันเบรคฟาสท์คะ” วรุณดาถามหลังจากยกกาแฟมาเสิร์ฟให้กับชายหนุ่ม

“โจ๊กกุ้งก็แล้วกัน” อทิตยวัฒน์ตอบเพียงสั้นๆพร้อมกับปรายตามองใบหน้าสวยหวานก่อนจะระบายยิ้มออกมาด้วยความพึงใจที่ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของลูกหนี้สาว

“ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

วรุณดาตักโจ๊กกุ้งที่เธอตื่นขึ้นมาทำตั้งแต่หกโมงเช้าใส่ลงในชามก่อนจะนำมาเสิร์ฟให้กับชายหนุ่มที่นั่งมองเธอตาไม่กระพริบทำให้วรุณดารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกกับสายตาคมลึกที่ฉายประกายร้อนแรงจนหญิงสาวต้องรีบหันหนีไปอีกทาง คนพึงใจลอบยิ้มมุมปากเมื่อเห็นอาการหลบเลี่ยงสายตาของหญิงสาวก่อนจะหันมาสนใจอาหารเช้าตรงหน้าที่กระตุ้นต่อมอยากอาหารให้เขามากเลยทีเดียวทั้งที่ปกติแล้วเขามักจะไม่ค่อยชอบทานอาหารเช้านอกจากดื่มกาแฟแค่ถ้วยเดียวแล้วก็ไปทำงาน แต่ด้วยกลิ่นหอมจากอาหารฝีมือแม่ครัวสาวหน้าหวานคนนี้ถึงได้ทำให้เขานึกอยากทานมื้อเช้าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

อทิตยวัฒน์แทบไม่อยากจะเชื่อว่าสาวนักเรียนนอกอย่างวรุณดาจะมีฝีมือในการทำอาหารได้ถูกปากเขาขนาดนี้ นับตั้งแต่เมนูผัดมะกะโรนีเมื่อวานแล้วยังโจ๊กกุ้งวันนี้อีก

“ไม่น่าเชื่อนะว่าคุณจะทำอาหารได้รสชาติไม่เลวเลยนะ แบบนี้ผมก็หลงคุณแย่เลยสิทั้งฝีมืออาหารแล้วก็เรื่องบนเตียง สงสัยสัญญาหนึ่งปีคงจะน้อยเกินไป” ชายหนุ่มพูดยั่วพร้อมกับมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแฝงความนัยที่ทำให้วรุณดาหน้าร้อนผ่าว

“ฉันทำตามหน้าที่และตามข้อสัญญาที่ตกลงกันเท่านั้น หากคุณคิดจะเอาเปรียบไม่ทำตามข้อตกลงที่ร่างไว้ในสัญญาฉันก็คงว่าอะไรคุณไม่ได้” หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะรินน้ำเย็นเสิร์ฟให้ชายหนุ่มราวกับรู้ใจเพราะชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยปากขออยู่พอดี

“มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ขอบใจสำหรับมื้อเช้าแสนอร่อยเดี๋ยวเย็นนี้ผมจะแวะมาทานของหวาน คงไม่ต้องบอกนะว่าของหวานในความหมายของผมหมายถึงอะไร” ชายหนุ่มวางมือจากอาหารเช้าตรงหน้าก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วลุกจากเก้าอี้โดยไม่ลืมฉวยกระเป๋าเอกสารตรงไปยังพาหนะคู่กายที่จอดนิ่งอยู่หน้าเซฟเฮาส์หรู



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานของไรเตอร์นะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

salinlinee


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha