รอยรักพิศวาสร้าย (ลงจบแล้ว)

โดย: salinlinee



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : สัญญาณอันตราย 70% NC+


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป




Vintage Camera, Film, Vintage, Camera



            หลังมื้ออาหารเย็นไอยสวรรค์เข้าไปคุยกับผู้เป็นอาเธอที่ห้องหนังสือ หญิงสาวรู้สึกว่าหลังจากที่อาของเธอแต่งงานความสัมพันธ์อาหลานก็ดูจะห่างเหินออกไป อาจเป็นเพราะด้วยหน้าที่การงานของผู้เป็นอาที่พอแต่งงานก็ต้องมาช่วยบริหารงานของสามีนักธุรกิจเลยทำให้ทอนเวลาของหลานสาวอย่างเธอไปด้วย

            “อาวรรณพอจะมีเวลาคุยกับไอบ้างไหมคะ” หญิงสาวถามคุณสรีวรรณ์ที่กำลังเพ่งสายตาไปยังหนังสือในมือเธอ

            “ได้สิจ้ะ” สาวใหญ่ละสายตาจากหนังสือแล้วหันมายิ้มให้หลานสาวที่เดินเข้ามานั่งใกล้ๆเธอ

            “คือไอ อยากจะขอย้ายห้องได้ไหมคะ” หญิงสาวบอกผู้เป็นอาถึงความต้องการของเธอเพียงแต่ไม่ได้บอกถึงเหตุผลที่ให้อยากย้ายไปอยู่ให้ห่างมารร้ายที่กำลังจ้องจะเล่นงานเธออย่างวาริช

            “อาว่าคงไม่เหมาะเราเพิ่งมาอยู่บ้านเขาไม่นาน อย่าทำให้เจ้าของบ้านเขาต้องวุ่นวายเลยจ้ะ ไว้รอสักระยะอาจะลองพูดกับคุณวัฒน์ให้ก็แล้วกันจ๊ะ

            “แล้วอาวรรณจะไปสัมมนากี่วันเหรอคะ”

            “ประมาณหนึ่งอาทิตย์ แต่คุณวัฒน์อยากจะอยู่เที่ยวกันต่ออีกสักหนึ่งถึงสองอาทิตย์น่ะจ้ะ ไออยากได้อะไรหรือเปล่าอาจะได้ซื้อมาฝาก”

ไอยสวรรค์รู้สึกเป็นกังวลเมื่อรู้ว่าเธอต้องอยู่ตามลำพังกับผู้ชายคนนั้นเกือบเดือน

            “งั้นช่วงที่อาวรรรณไม่อยู่ไอขอไปค้างที่บ้านลัลได้ไหมคะ”

            “อาอยากให้ไออยู่ดูแลบ้านให้คุณวัฒน์ได้ไหม อีกอย่างคุณวาริชก็ต้องดูแลเรื่องงานที่บริษัท เพราฉะนั้นหน้าที่ดูแลเรื่องในบ้านอาเลยอยากให้ไอเป็นคนรับหน้าที่นี้ไปในช่วงที่อากับคุณวัฒน์ไม่อยู่” คุณสรีวรรณ์พูดเสียงเรียบแต่เหตุผลนั้นเฉียบขาดจนไอยสวรรค์ถึงกับค้านไม่ออก

            หญิงสาวออกจากห้องหนังสือหลังจากได้คุยกับอาของเธอแล้วก็ได้แต่ถอนใจอย่างหนักกับการที่ต้องอยู่กับผู้ชายคนนั้นช่วงที่ไม่มีใครอยู่ แต่ถึงคุณวรวัฒน์กับอาของเธอยู่เขายังล่วงเกินเธอจนเกือบเสียท่าให้กับเขามาแล้ว และถ้าช่วงที่ไม่มีใครอยู่ล่ะเธอจะเป็นอย่างไร?  

            หญิงสาวกลับมาถึงห้องก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างและก่อนที่เธอจะเข้าสู่ห้วงนิทราเสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องบางก็ดังขึ้น เมื่อดูเบอร์จากสายที่โทรเข้ามาว่าเป็นเพื่อนายนิสัยดีอย่างพัฒน์ เธอรีบจึงกดรับสาย

            “หลับหรือยัง” ชายหนุ่มถามเพื่อนสาวทันทีที่เธอกดรับสายเขา

“ยังหรอก ว่าแต่พัฒน์มีอะไรหรือเปล่าโทรมาป่านนี้”

“ลัลให้โทรมาชวนไอออกไปหาอะไรดื่มแก้เซ็งกัน”

ไอยสวรรค์ลังเลว่าเธอจะไปดีหรือไม่เพราะนี่ก็สองทุ่มกว่าแล้ว ปกติบ้านสุทะกานต์จะเริ่มเข้านอนกันไม่เกินสี่ทุ่ม แต่ด้วยความรู้สึกเบื่อๆ หญิงสาวจึงตอบตกลงและให้เพื่อนชายมารับที่บ้านเพราะเธอไม่อยากขับรถไปให้เป็นที่ผิดสังเกตคนในบ้าน เมื่อวางสายจากเพื่อนชายไอยสวรรค์ก็ลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะสำรวจความเรียบร้อยของตนเองที่หน้ากระจกอีกที   

            หญิงสาวลงมายืนรอเพื่อนชายที่หน้าบ้านโดยหารู้ไม่ว่าซาตานร้ายอย่างวาริชที่กำลังจ้องมองเธออยู่ทีระเบียงห้องของเขา

            เธอไม่มีทางหนีฉันพ้นหรอกไอยสวรรค์ ฉันจะขย้ำเหยื่อชิ้นงามอย่างเธอให้แหลกคามือ ชายหนุ่มคิดในใจอย่างหมายมั่นด้วยปรารถนาอันร้อนแรง

            ไม่ถึงสิบห้านาทีรถยนต์ของชายหนุ่มอารมณ์ดีก็ขับมาจอดยังหน้าบ้านสุทธกานต์ ร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากับกางเกงขายาวสีขาวสะอาดตาทำให้เธอดูน่ารักในแบบเรียบๆ รีบสาวเท้าไปยังรถของเพื่อนชาย สีหน้าเธอที่ดูมีความสุขและฉายแววสดใสจนคนที่ยืนมองอยู่ตรงระเบียงถึงกับเกิดอาการขุ่นเคืองกับภาพที่ได้เห็นและเมื่อเขาได้เห็นว่าคนที่มารับหญิงสาวนั้นคือชายหนุ่มที่ดูภูมิฐานหน้าตาดีไม่น้อย มันยิ่งทำให้วาริชอยากจะเข้าไปกระชากเหยื่อแสนหวานสาวมาลงทัณฑ์เสียเดี๋ยวนี้

            อารมณ์ค้างถึงขนาดต้องเรียกให้ผู้ชายมารับถึงบ้านเลยหรือ ชายหนุ่มคิดอย่างดูถูกสายตาจับจ้องไปยังรถที่กำลังขับเคลื่อนออกไปจากบ้าน

           

ไอยสวรรค์นั่งรถมากับเพื่อนชายโดยแวะรับลัลกาญจน์เพื่อนสาวอีกคนระหว่างทางก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางคือสถานบันเทิงชื่อดังที่เหล่านักท่องราตรีนิยมมาหาความสำราญยามค่ำคืน

            “ว่าแต่ 2 คนนี้นึกยังไงถึงชวนกันออกมาเที่ยวดึกๆแบบนี้” สาวหวานถามเพื่อนทั้งสองเมื่อเลือกเข้ามานั่งในร้าน

            “ก็พัฒน์นะสิอยู่ๆก็โทรมาชวน ลัลก็เลยให้โทรชวนไอออกมาด้วยเห็นเมื่อกลางวันไอดูเครียดๆ จะได้ปลดปล่อยๆบ้างนะ”  เพื่อนสาวพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ไอยสวรรค์ยิ้มให้เพื่อนสาวจางๆอย่างขอบใจในความห่วงใยของเพื่อนทั้งคู่

            “ไอจะดื่มอะไร” ลัลกาญจน์ถามเพื่อนสาวเมื่อบริกรยืนรอรับออเดอร์

            “น้ำอัดลมก็พอจ้ะ” หญิงสาวบอกเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ด้วย

            “ตกลงตัดสินใจกันได้หรือยังสาวๆว่าจะดื่มอะไรกัน” ชายหนุ่มถามเพื่อนสาวทั้งสองเมื่อเขาเดินมานั่งสมทบด้วย

            “ของไอเป็นน้ำอัดลม ส่วนของลัลขอเป็นค็อกเทลหวานๆ สักแก้วก็พอจ้ะ” หญิงสาวบอกเพื่อนชายที่ทำหน้าที่คอยดูแลสองสาวอย่างเต็มที่ 

            ทั้งสามนั่งคุยกันจนเกือบถึงเวลาปิดของร้าน ชายหนุ่มคนเดียวของกลุ่มจึงทำหน้าที่สารถีขับรถไปส่งลัลกาญจน์ที่บ้านถึงก่อนแล้วจึงค่อยไปส่งไอยสวรรค์

            “ขอบใจมากนะพัฒน์ที่มาส่ง”

            “แค่นี้สบายมากครับคุณผู้หญิง พัฒน์ผู้ชายใจดีแสนซื่อมือสะอาดยินดีให้บริการครับ” ชายหนุ่มหยอดคำหวาน จนไอยสวรรค์อดขำไม่ได้กับมุขตลกของชายหนุ่ม หญิงสาวโบกมือให้เพื่อนชายที่กำลังค่อยๆเคลื่อนรถออกไป

            ร่างบางเดินกลับเข้าบ้านอย่างเงียบๆ เนื่องจากเวลาเกือบตีสองทุกคนในบ้านเข้านอนกันหมด

            คงหลับกันหมดแล้ว

 หญิงสาวพึมพำๆ กับตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อดื่มน้ำแก้กระหายก่อนจะขึ้นห้อง แต่เธอก็ต้องชะงักเมื่อหันหลังมาชนกับร่างสูงของวาริชอย่างจัง

            “อ๊ะ คุณ!

ไอยสวรรค์อุทานด้วยความตกใจพร้อมกับก้าวรีบถอยห่างจากร่างแกร่งด้วยความหวาดหวั่นในแววตาที่จ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน

            “กลับมาแล้วยังต้องใช้น้ำดับกระหายอีกหรือ นี่ขนาดออกไปตั้งค่อนคืนเธอยังไม่อิ่มไม่พอหรือไง” ชายหนุ่มพูดน้ำเสียงลอดไรฟันอย่างดูแคลน ร่างบางรู้สึกได้ถึงไอร้อนจากกายแกร่งรวมทั้งลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดซอกคอเธอยิ่งทำให้ไอยสวรรค์มือไม้สั่นเทาด้วยความกลัว

            “คุณพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ” หญิงสาวถามอีกฝ่ายเสียงสั่น

            “อย่ามาแสร้งทำเป็นไม่รู้หน่อยเลยผู้หญิงเจนจัดอย่างเธอน่าจะรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร”  ชายหนุ่มพูดชิดริมหูจนหญิงสาวรู้สึกปั่นป่วนกับไอความร้อนจากกายแกร่ง และก่อนที่จะเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มได้ทำอะไรเธอ ไอยสวรรค์รีบเดินเลี่ยงเพื่อก้าวขึ้นบันไดไปยังห้องพักอย่างเร็ว

            วาริชมองตามร่างบางอย่างหมายมั่นจะขย้ำเหยื่อสาวให้แหลกคามือเพียงรอเวลาและโอกาสสักนิดเหยื่อชิ้นงามต้องแหลกคามือเขาแน่นอน

            เธอหนีฉันไม่พ้นหรอกไอยสวรรค์ รอให้คุณลุงกับอาเธอไปเสียก่อน รับรองฉันจะพาเธอไปสวรรค์แทบนับครั้งไม่ถ้วน ชายหนุ่มพูดกับตัวเองก่อนจะกลับไปยังห้องส่วนตัวของเขา

            เฮ้อ คนอะไรก็ไม่รู้น่ากลัวชะมัด แค่อยู่ใกล้ๆยังรู้สึกได้ถึงอันตรายคิดแล้วไม่อยากให้คุณลุงกับอาวรรณไปสัมมนาเลย

หญิงสาวรีบล็อคห้องเพื่อความปลอดภัยหลังจากใจหายใจคว่ำกับการเผชิญหน้าซาตานร้ายอย่างวาริชที่ทำให้ไอยสวรรค์ถึงกับอกสั่นขวัญแขวนกับการต้องอยู่กับเขาตามลำพังในช่วงที่คู่แต่งงานใหม่อย่างคุณวรวัฒน์และอาของเธอไปต่างประเทศ เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วหญิงสาวจึงล้มตัวลงนอนก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อตื่นขึ้นมากับวันใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไร

 

            เช้านี้ดูบ้านเงียบเชียบ ไอยสวรรค์เดินลงมาในครัวด้วยความรู้สึกหิวจนแสบท้องเพราะเมื่อคืนเธอทานน้อยแถมดื่มน้ำอัดลมตอนดึกอีก  

            “ทำไมวันนี้บ้านเงียบจังล่ะคะป้า” หญิงสาวถามแม่บ้านที่กำลังตักข้าวต้มให้เธอ

            “คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงออกไปทำงานแต่เช้าค่ะ ส่วนคุณวาริชเพิ่งออกไปข้างนอกได้สักพักค่ะ” แม่บ้านสาวใหญ่บอกหญิงสาวที่กำลังตักข้าวต้มเข้าปากเอร็ดอร่อย

หญิงสาวรู้สึกสบายใจที่รู้ว่าชายหนุ่มไม่อยู่ เธอจึงเอาโน๊ตบุ๊คคู่ชีพลงมานั่งทำงานที่สวนหน้าบ้าน และในช่วงเวลาที่ความคิดของเธอกำลังลื่นไหลไปกับเรื่องที่เธอเขียนอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์เล็กๆ ข้างกายเธอก็ดังขึ้นไอยสวรรค์กดรับสายเพราะเห็นว่าเป็นเบอร์ของบรรณาธิการสำนักพิมพ์ที่เธอส่งงานด้วย

            “สวัสดีค่ะ”

“พี่อยากให้ไอมาคุยเรื่องสัญญาต้นฉบับ”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวไอจะรีบไปนะคะ ขอบคุณมากเลยค่ะ”

            หลังจากหญิงสาววางสายโทรศัพท์จากทางสำนักพิมพ์ เธอก็รีบขับรถออกไปด้วยความรีบร้อนจึงวางโน๊ตบุ๊คไว้ที่โต๊ะในห้องรับแขก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานนะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

salinlinee


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha