รอยรักพิศวาสร้าย (ลงจบแล้ว)

โดย: salinlinee



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 49 : ตอนพิเศษที่สาม รักแสนหวานของสาวเปิ่น NC+


ตอนที่แล้ว



Chocolate, Cacao, Colored, Food, Sweet



ณ สนามบินสุวรรณภูมิฝั่งผู้โดยสารขาเข้าที่ขวักไขว่ไปด้วยผู้โดยสารที่ต่างทยอยเดินกันออกมาจากเที่ยวบินของสายการบินต่างๆซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีสายการบินไทยเที่ยวบินจากฮ่องกงที่วาริชและไอยสวรรค์เดินทางกลับมา

ทันทีที่ก้าวออกจากเครื่องทั้งสองก็ตรงดิ่งไปยังจุดตรวจเอกสารก่อนจะไปรับกระเป๋าสัมภาระยังจุดรับให้บริการ เมื่อรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้วทั้งสองจึงรีบไปยังลานจอดรถของสนามบินเพราะทั้งสองเลือกที่ใช้บริการรถรับส่งของทางสนามบินเพราะไม่อยากให้รถบริษัทมารับให้เสียเวลา ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์สุทธกานต์ไพศาลเสียงโทรศัพท์เครื่องบางของไอยสวรรค์ก็ดังขึ้น เจ้าของเครื่องรีบกดรับสายเมื่อเห็นเป็นเบอร์ของลัลกาญจน์เพื่อนสาวคนสนิทที่เพิ่งแต่งงานไปเมื่อไม่นาน

“หวัดดีจ้ะลัลกำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย” ไอยสวรรค์ทักทายเพื่อนสาวในสายด้วยน้ำเสียงดีใจ

“คิดถึงแต่ไม่โทรหาเพื่อนเลยนะจ๊ะ” ลัลกาญจน์ตัดพ้อเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงยิ้มๆ

“ขอโทษนะลัล พอดีไอเพิ่งกลับจากดูงานที่ฮ่องกงกับคุณวาริช ว่าแต่ลัลมีอะไรหรือจ้ะ” ใบหน้าหน้าเปื้อนยิ้มของหญิงสาวยามที่คุยกับเพื่อนทำให้สามีหนุ่มที่นั่งข้างถึงกับอดขำไม่ได้

“อ้าว จริงหรือ นี่ลัลกำลังจะไปเยี่ยมนายคุปต์แล้วก็พี่สาวที่สิงคโปร์เลยโทรมาถามไอว่าอยากจะไรหรือเปล่า”

เจ้าสาวหมาดๆอย่างลัลกาญจน์เอ่ยถามเพื่อนสาวในสาย

            “ขอบใจจ้า ไอขอเป็นเอาหลานมาฝากดีกว่ามั้งจ๊ะจะได้ตามไอได้ทัน” หญิงสาวเย้าเพื่อนสนิทอย่างอารมณ์ดี

            “อันนี้ต้องถามพัฒน์เขาล่ะจ้ะว่ามีน้ำยาหรือเปล่า ฮ่าๆๆ” สาวเปิ่นหัวเราะร่วนอย่างสบายอารมณ์ที่แขวะสามีตัวเองกับเพื่อนสาวในสาย

            ไอยสวรรค์หัวเราะอย่างขบขันกับคำพูดของเพื่อนสาวในสาย พร้อมกับปรายตาหันมามองสามีหนุ่มที่นั่งข้างๆซึ่งแสร้งทำหน้าขรึมเมื่อเห็นสายตายิ้มๆของภรรยาสาว มือบางกดวางสายเมื่อจบการสนทนากับเพื่อนสาวหลังจากที่คุยกันอย่างสนุกสนานก่อนจะหันมายิ้มหวานกับสามี

 

ข้างฝั่งสาวเปิ่นที่กำลังหอบหิ้วกระเป๋าใบใหญ่ขณะเดินตามสามีหมาดๆของเธอไปยังจุดตรวจตรวจกระเป๋าสัมภาระเพื่อเตรียมมุ่งหน้าไปสู่ประเทศสิงคโปร์ตามที่ทั้งสองตั้งใจจะไปฮันนีมูนและจะแวะไปเยี่ยมพี่สาวของลัลกาญจน์รวมทั้งนายคุปต์ตามที่ทั้งสองเคยสัญญาไว้ เพียงแค่สองชั่วโมงเศษเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ก็ค่อยๆร่อนลงจอดที่สนามบินชางงีซึ่งเป็นสนามบินหลักของประเทศสิงค์โปร์

พัฒน์เดินนำหน้าภรรยาสาวจอมเปิ่นออกมายังจุดตรวจเอกสารเข้าเมืองแล้วรีบตรงดิ่งไปยังจุดรับกระเป๋าเพราะทั้งสองกังวลเรื่องบุคคลที่มารอรับป่านนี้คงบ่นอุบเพราะเครื่องดีเลย์เกือบชั่วโมง

“ป่านนี้นายคุปต์คงมารอแล้วแน่เลย” สาวเปิ่นเปรยขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองหาญาติหนุ่มที่บอกว่าจะมารับ

“ไม่ต้องกังวลหรอก ผมว่าเดี๋ยวเราก็จะเจอพ่อตัวแสบตามร้านกาแฟแถวๆสนามบินนี่ล่ะเชื่อผมสิ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจเพราะรู้ดีว่าญาติหนุ่มรุ่นน้องของภรรยาสาวนั้นเป็นคนไฮเปอร์ที่อยู่นิ่งได้ไม่ค่อยนานนัก และก็จริงตามที่ชายหนุ่มพูดเมื่อทั้งสองเหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาที่นั่งเอนหลังดื่มกาแฟอย่างสบายใจ ทั้งสองรีบสาวเท้าไปยังร้านกาแฟที่ชายหนุ่มรุ่นน้องนั่งอยู่

“หนอยไอ้ตัวแสบไหนว่าจะมารับแล้วทำไมมานั่งดื่มกาแฟสบายอารมณ์อย่างนี้” ลัลกาญจน์แหวใส่ชายหนุ่มเป็นชุดก่อนที่จะทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้

“เจ๊เล่นมาช้าเกือบชั่วโมงใครยืนรอก็โง่แล้ว” คนโดนต่อว่าสวนกลับอย่างทันกัน

“ก็เครื่องบินมันดีเลย์นี่ แค่นี้นายรอไม่ได้หรือไง” สาวเปิ่นยังไม่ลดละในการบ่นๆญาติผู้น้อง

“ผมรู้แล้วว่าทำไมเครื่องถึงออกช้า” รอยยิ้มกวนๆปรากฏบนใบหน้าเด็กหนุ่มสร้างความสงสัยใคร่รู้ให้กับลัลกาญจน์ยิ่งนักผิดกับพัฒน์ที่เป็นเสมือนกรรมการคอยนั่งฟังพร้อมกับอมยิ้มอย่างขบขัน

“ทะ ทำไมหรือ” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย

“ที่เครื่องบินออกช้าเพราะลังเลว่าจะรับยายแก่ขี้บ่นขึ้นเครื่องดีหรือเปล่าน่ะสิเจ๊ ฮ่าๆๆๆ” ชายหนุ่มหัวเราะร่วนก่อนจะรีบลุกขึ้นไปหลบอยู่ด้านหลังกรรมการชั้นเลิศอย่างพัฒน์ที่มักจะคอยห้ามศึกระหว่างเขาและลัลกาญจน์อยู่เป็นประจำ

“ผมว่าเรารีบไปดีกว่าเดี๋ยวพี่คุณจะเป็นห่วงนะ” กรรมการหนุ่มรีบทำหน้าที่ห้ามทัพอย่างรู้งานทันที เมื่อเห็นภรรยาสาวที่เริ่มหน้าดำหน้าแดงด้วยความโมโหในคำพูดยียวนกวนประสาทของญาติผู้น้อง

“ฝากไว้ก่อนนะ ไอ้ตัวแสบ” ลัลกาญจน์เอื้อมมือไปตีที่ต้นแขนญาติผู้น้องของเธอดังเผียะก่อนจะทำหน้าทำตาเอาเรื่องชายหนุ่มรุ่นน้อง

“หุหุ คนแก่ขี้บ่น” หนุ่มน้อยยังคงสนุกสนานกับการเย้าแหย่สาวเปิ่น  ลัลกาญจน์แยกเขี้ยวยิงฟันใส่อย่างเอาเรื่อง ดีที่พัฒน์สามีหมาดๆของหญิงสาวคอยปรามๆทั้งสองจนจึงตรงดิ่งไปยังลานจอดรถของสนามบิน

สารถีหนุ่มจอมกวนสตาร์ทรถยนต์คู่กายที่มารดาเป็นผู้ซื้อให้เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเพราะเห็นว่าเขานั้นอายุจะยี่สิบสองปีแล้วอีกทั้งก็ใกล้จะเรียนจบปีสุดท้ายเพื่อสะดวกในการเดินทางไปเรียนและทำงานในอนาคต

“หิวแล้วล่ะผมว่าเราแวะหาอะไรกินกันก่อนเข้าบ้านดีไหมเฮีย” สารถีหนุ่มจอมกวนหันมาถามชายหนุ่มที่นั่งมาข้างๆ

“ว่าไงลัลคุณหิวหรือเปล่า ผมว่าเราหาอะไรทานกันก่อนก็ดีนะตั้งแต่ขึ้นเครื่องมาคุณก็ยังไม่ได้ทานอะไรเลย” พัฒน์หันมาถามภรรยาสาวที่นั่งอยู่ทางเบาะหลัง

“ก็ดีค่ะ ลัลกำลังหิวอยู่พอดี”

ขณะที่หญิงสาวกำลังพูดกับสามีเสียงท้องที่ร้องประท้วงก็ดังโครกครากๆราวกับประจานหญิงสาวให้ได้อายทันทีจนสารถีหนุ่มคู่ปรับของหญิงสาวถึงกับปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นอย่างกลั้นไม่อยู่

“ฮ่าๆๆ เจ๊นี่ได้ใจจริงๆตั้งแต่นิสัยยันระบบภายในเลยนะ” คุปต์ยังกวนอารมณ์หญิงสาวไม่เลิกตามประสาคู่ปรับที่ชอบแกล้ง ลัลกาญจน์โมโหขึ้นมาทันที มือบางกำหมัดแน่นก่อนจะเขกลงไปบนศีรษะทุยที่ปกคลุมด้วยผมซอยสั้นแบบวัยรุ่นนิยมของสารถีหนุ่มจนร้องลั่น

“โอ๊ย ยัยเจ๊บ้า เดี๋ยวผมก็หัวปูดหมดหล่อกันพอดี” ชายหนุ่มรุ่นน้องโอดครวญ แต่สายตาก็ยังจับจ้องเพ่งมองไปยังถนนเบื้องหน้าจนมาถึงร้านอาหารจีนร้านใหญ่ที่อยู่ติดริมถนน

ทั้งสามก้าวลงจากรถทันทีด้วยความรู้สึกที่กำลังถูกความหิวเล่นงานหลังจากสารถีหนุ่มดับเครื่องยนต์พาหนะคู่กาย พัฒน์ชายหนุ่มแสนดียังคงทำหน้าที่สุภาพบุรุษที่คอยเปิดประตูให้ภรรยาสาวก้าวเข้าไปด้านในร้านก่อนที่เขาจะก้าวตามมาติดๆโดยมีนายคุปต์ที่รั้งท้ายมาด้วยสีหน้าอารมณ์ดี

ลัลกาญจน์มองบรรยากาศภายในร้านที่ถูกตกแต่งด้วยเครื่องลายครามของจีนในยุคสมัยราชวงศ์ถังรวมทั้งเก้าอี้และโต๊ะไม้ลงมุกเข้าชุดกันทำให้ร้านดูคลาสสิค หญิงสาวเก็บรายละเอียดของภายในร้านเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับงานเขียนของเธอก่อนจะหันไปสนใจกับเมนูที่ทั้งสองหนุ่มกำลังเปิดดู

“ผมอยากกินหมูหัน เป็ดปักกิ่ง หูฉลามด้วย” ชายหนุ่มจอมกวนยังคงกวนอารมณ์ไม่เลิก

“ถ้านายสั่งนะ ฉันจะได้ปล่อยนายไว้ให้ล้างจานแทนค่าอาหาร” ลัลกาญจน์รีบสวนกลับทันควันพร้อมกับเอาเมนูเล่มใหญ่ตีลงบนศีรษะชายหนุ่มรุ่นน้องจอมกวนทันที

“อยากกินก็สั่งเลยนายคุปต์ เฮียเลี้ยงได้ แต่ว่าสั่งแล้วต้องกินให้หมด ไม่ใช่กินทิ้งๆขว้าง” พัฒน์พูดอย่างคนที่ยึดเหตุผลเป็นหลักตามเคย

“เฮียนี่สุดยอดจริงๆ” ชายหนุ่มจอมกวนฉีกยิ้มด้วยความอารมณ์ดีเมื่อได้ยินดังนั้น คุปต์สั่งรายการอาหารที่ตนเองอยากกินทันทีที่บริกรของร้านก้าวเข้ามารับออร์เดอร์

หลังจากสั่งอาหารไปไม่นานบริกรของร้านก็ทยอยยกอาหารจานโตไม่ว่าจะเป็นออร์เดิร์ฟสุดหรูอย่างกระเพาะปลาน้ำแดง เป็ดปักกิ่ง และเป๋าฮื้อสดคะน้าน้ำมันหอยที่ส่งกลิ่นหอมฉุนยั่วน้ำลายให้ท้องไส้ร้องประท้วงด้วยความหิวมากยิ่งขึ้น ทั้งสามไม่รีรอจัดการใช้ตะเกียบในมือคีบอาหารน่าทานที่วางบนโต๊ะทันที

“มาสิงคโปร์ทั้งทีได้ทานอาหารหรูๆแบบนี้ค่อยรู้สึกเหมือนมาฮันนีมูนหน่อย” สาวเปิ่นหัมาส่งยิ้มหวานให้กับว่าที่สามีพร้อมกับคีบเป็ดปักกิ่งชิ้นโตเนื้อหนาน่าทานใส่ลงในถ้วยให้กับสามีหนุ่ม จนชายหนุ่มรุ่นน้องถึงกับแอบเบะปากด้วยความหมั่นไส้กับความหวานของทั้งคู่

เมื่ออิ่มอร่อยกับจนหนังท้องตึงเต็มที่สารถีหนุ่มรุ่นน้องจึงขับรถไปส่งสองสามีภรรยาที่บ้านของมารดาของเขาก่อนที่จะขับรถไปส่งทั้งคู่ยังโรงแรมเพนนินซูล่า เอ็กเซลซิเออร์โฮเตลที่อยู่ในย่านมารีน่า เบย์แซนด์ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับของประเทศสิงคโปร์

“เจ๊กับเฮียพักผ่อนแล้วกันเดี๋ยวพรุ่งนี้สายๆผมจะขับรถพาเที่ยวชมเมืองในฐานะเจ้าถิ่นที่ดี” ชายหนุ่มมาดทะเล้นเอ่ยขึ้นหลังจากพาสองสามีภรรยามาส่งยังโรงแรม

ลัลกาญจน์ก้าวลงจากรถก่อนสามีแล้วหันมาโบกมือให้กับญาติหนุ่มรุ่นน้องแล้วจึงสาวเท้าเข้าโรงแรมเพื่อเช็คอินห้องพักตามที่ได้จองไว้ก่อนล่วงหน้า เมื่อลงทะเบียนรายละเอียดในการเช็คอินเข้าพักกับพนักงานหน้าเคาน์เตอร์โรงแรมเรียบร้อยแล้วสาวเปิ่นและพัฒน์จึงตรงไปยังห้องพักทันทีด้วยความรู้สึกเมื่อยล้าในการเดินทาง

“เย้ เตียงที่ฉันคิดถึง จะขอนอนให้หายเหนื่อยเลย” ลัลกาญน์วางกระเป๋าสัมภาระในมือทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องแล้วกระโดดทุ่มตัวลงบเตียงนอนราวกับเด็กเล็กๆก็ไม่ปาน

“ไปอาบน้ำก่อนสิลัลแล้วค่อยมานอน ไปโน้นไปนี่มาทั่วทิศ” คนเจ้าระเบียบบอกกับภรรยาสาวที่นอนขดตัวกอดหมอนแน่นโดยไม่ได้สนใจฟังในสิ่งที่ชายหนุ่มพูดเลยสักนิดจนพัฒน์ถึงกับโคลงศีรษะอย่างระอาเล็กๆกับความดื้อรั้นแบบเด็กๆของภรรยาสาว

“ขอนอนพักสักเดี๋ยวนึงก่อนนะพัฒน์ ลัลเหนื่อยมากเลย” หญิงสาวพูดทั้งที่ยังหลับตาสนิทพร้อมกับกอดหมอนใบใหญ่กระชับแน่นในอ้อมกอดโดยหารู้ไม่ว่าสามีหนุ่มลอบมองด้วยสายตามีความหมายบางอย่าง

ร่างบางบนเตียงกว้างรู้สึกได้ถึงแรงยุบตัวของที่นอนรวมทั้งไอร้อนที่ทำให้หญิงสาวต้องลืมตาโพลงขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อร่างแกร่งของสามีหนุ่มคร่อมร่างบางของเธออยู่

“เล่นอะไรน่ะพัฒน์” หญิงสาวถามพลางกอดหมอนแน่นขึ้นกว่าเดิม

“ก็อยากพิสูจน์กลิ่นของคนสกปรกที่ไม่ยอมอาบน้ำไงดูสิว่าจะตัวหอมหรือเปล่า” คำพูดกรุ้มกริ่มของชายหนุ่มทำเอาสาวเปิ่นถึงกับขนลุกเพราะตั้งแต่แต่งงานกันมาเธอและสามียังไม่ได้มีอะไรกันเลยเพราะเวลาในการทำงานที่ต่างกันทำให้เธอและสามีจึงยังไม่มีเวลาที่จะหวานใส่กัน

“ไม่เอานะพัฒน์ ลัลโกรธจริงๆด้วยถ้าเล่นแบบนี้” ลัลกาญจน์ขู่ฟ่อพร้อมกับเอาหมอนที่เธอกอดไว้กั้นกลางเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มเข้ามาประชิดเธอมากไปกว่านี้ หญิงสาวค่อยๆเบนสายตาหันไปมองหน้าสามีหนุ่มความรู้สึกร้อนหนาวก็บังเกิดกับสาวเปิ่นทันทีที่เห็นไฟปรารถนาที่ลุกโชนขึ้นในแววตาของชายหนุ่ม

ชายหนุ่มแสนดีที่กำลังจะกลายร่างเป็นหมาป่าออกแรงดึงหมอนใบใหญ่จากมืออ้อมกอดของภรรยาสาวที่ยึดไว้เป็นหลักก่อนจะก้มลงกดจุมพิตหนักๆที่แก้มนวลแดงปลั่งของภรรยาสาว

“ก็ในเมื่อคุณไม่อยากอาบน้ำเราก็มาทำอะไรที่สามีภรรยาเขาทำกันดีกว่า” เสียงทุ้มเริ่มแหบพร่าบ่งบอกถึงความปรารถนาที่กำลังก่อตัวขึ้น มือแกร่งเริ่มไม่อยู่เฉยเริ่มสัมผัสลูบไล้ร่างบางเบื้องใต้ที่มีอาการสั่นเล็กๆ

“ไม่นะพัฒน์ ละ ลัล อุ๊บ” เสียงหวานที่ร้องห้ามถูกกลืนหายไปด้วยริมฝีปากร้อนที่ประกบปิดริมฝีปากอิ่มสีชมพูสดโดยที่หญิงสาวยังไม่ทันจะพูดจบประโยคด้วยซ้ำ

เมื่อถูกจุมพิตร้อนเข้าครอบงำหญิงสาวด้อยประสบการณ์และไร้ชั้นเชิงอย่างลัลกาญจน์ก็กลายเป็นลูกแมวแสนเชื่องในอ้อมกอดอุ่นของสามี หญิงสาวเผลอไผลจูบตอบอย่างเงอะงะ มือบางโอบรัดรอบคอแกร่งของสามีเพื่อจะได้รับจุมพิตเร่าร้อนได้อย่างถนัดถนี่

“คุณน่ารักมากเลยรู้ไหมลัล” ชายหนุ่มพูดเสียงหอบชิดริมหูหลังจากดื่มด่ำกับรสหวานจากเรียวปากเล็กๆนั้นจนพอใจ สายตาคมเพ่งพินิจกลีบปากอิ่มสีแดงจัดเพราะแรงบดเคล้าด้วยไฟปรารถนาแล้วไล่สายตาลงมายังลำคอระหงจนมาหยุดลงที่ทรวงอกอวบที่เขาอยากจะสัมผัสเคล้นคลึงแทบขาดใจ แต่จำต้องเก็บซ่อนความต้องการนั้นไว้เพราะกลัวจะเสียมิตรภาพที่ดีต่อกันไป แต่เมื่อเขาแต่งงานกับเธอแล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นอีกแล้ว เพราะลัลกาญจน์เป็นของเขาเพียงคนเดียวแล้วจะไม่มีวิ่งใดมาแปรเปลี่ยนไป

ชายหนุ่มค่อยๆปลดเปลื้องอาภรณ์ของภรรยาสาวที่นอนหอบสะท้านก่อนจะหันมาจัดการกับเสื้อผ้าของตนเองทันทีโดยไม่สนใจว่ามันจะถูกเหวี่ยงไปกองอยู่ตรงไหนของมุมห้อง ร่างสูงก้มลงทาบทับหาร่างบางนุ่มนิ่มที่นอนสั่นระริกด้วยความหวามไหว

“ไม่ต้องกลัวคนดี ผมจะอ่อนโยนกับคุณให้มากที่สุด เชื่อใจผมนะลัล” ไอความร้อนจากผิวกายของชายหนุ่มสร้างความร้อนหวานคล้ายกับจะเป็นไข้ให้กับลัลกาญจน์ยิ่งนัก มือหนาที่ลากไล้ไปตามเรือนกายเพื่อสำรวจผิวเนื้อนวลทุกตารางนิ้วของภรรยาสาว พัฒน์ไล้ริมฝีปากร้อนไปตามเนินทรวงอวบอิ่มที่โดดเด่นชูช่อท้าทายสายตาบุรุษแสนดีที่ได้กลายเป็นหมาป่ากระหายรักไปเสียแล้ว

“อ๊ะ อื้อ” เสียงหวานร้องครางเมื่อยอดทรวงสีชมพูเข้มถูกริมฝีปากร้อนงับไว้ในอุ้งปากก่อนจะถูกปลายลิ้นหนาไล้ดุนดัน ชายหนุ่มดูดดื่มกับยอดถันสีหวานสลับกับการเคล้นคลึงทรวงอวบทั้งสองข้างอย่างไม่ลำเอียง ร่างบางเบื้องใต้ของลัลกาญจน์แอ่นกายเบียดชิดร่างแกร่งของสามีเพื่อให้ชายหนุ่มรับรสหอมหวานได้อย่างถนัดแนบชิดโดยมิเกรงกลัวต่อความรสสัมผัสอันเร่าร้อนที่ถูกสามีหนุ่มปลุกเร้าและปรนเปรอจนเธอแทบจะไม่หลงเหลือความเป็นตัวเอง

มือหนาที่ยังสนุกกับการทำหน้าที่สำรวจตรวจสอบผิวเนื้อนวลลื่นมืออย่างเพลินใจ จนเมื่อมือแกร่งมาหยุดยังเนินเนื้อของกุหลาบกลีบงาม พัฒน์ผู้เคยมีประสบการณ์แม้จะไม่ได้ช่ำชองแต่ก็พอเรียนรู้วิชาปลุกเร้าให้ภรรยาสาวเคลิ้มตามไปกับรสสัมผัสที่เขาจะหยิบยื่นให้

“อ๊ะ พะ พัฒน์ ไม่นะ” ร่างบางร้องเสียงหลงเมื่อถูกนิ้วมือร้อนของชายหนุ่มกรีดไปตามรอยแยกของกุหลาบงาม

“เชื่อผมนะคนดี ผมจะทำให้คุณมีความสุข” ชายหนุ่มจำต้องละจากยอดถันสีหวานเพื่อปลุกปลอบภรรยาสาวให้คลายกังวล พัฒน์กดแนบริมฝีปากร้อนของตนลงบนเรียวปากบางอีกครั้งก่อนที่มือหนาจะกดแทรกนิ้วแกร่งลงในเนินเนื้อที่เริ่มฉ่ำเยิ้มเพื่อปลุกเร้าให้ร่างบางได้รู้จักดินแดนอันแสนหวานในระดับเบื้องต้นเสียก่อน

“อื้อ อื้อ” สาวเปิ่นครางในลำคออย่างสุดกลั้นเมื่อถูกนิ้วร้ายแทรกลึกลงในความอุ่นชื้นครั้งแล้วครั้งเล่าดึงเร้าอารมณ์สั่นไหว คนตัวโตที่กำลังเพลิดเพลินกับการเก็บเกี่ยวรสหวานปานน้ำผึ้งของอุ้งปากเล็กๆรู้สึกพึงใจกับเสียงครางสะท้านของภรรยาสาวยิ่งนัก ชายหนุ่มถอนจุมพิตดื่มด่ำก่อนจะเพ่งพินิจในหน้าเนียนใสที่แดงก่ำเพราะไฟร้อนของแรงอารมณ์

“ผมจะช่วยให้คุณรู้สึกดียิ่งกว่านี้” หลังจากกระซิบแผ่วข้างหูภรรยาสาวที่ส่ายสะบัดอยู่ใต้ร่างแกร่งของตน พัฒน์จึงเร่งจังหวะนิ้วร้ายเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณจนเมื่อรู้สึกได้ว่าภรรยาสาวเริ่มใกล้ถึงจุดปะทุชายหนุ่มจึงถอนนิ้วแกร่งออกจากความนุ่มอุ่นชื้นแล้วรีบกดแทรกความแข็งขืนที่ตื่นตัวเต็มพิกัดลงในเนินกุหลาบที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำหวาน

“อ๊ะ พะ พัฒน์ลัลเจ็บ” สาวเปิ่นร้องประท้วงด้วยความเจ็บ ใบหน้าหวานเหยเก มือบางดึงทึ้งผ้าปูสีอ่อนเพื่อระบายความกระสันที่ถูกปลุกปั่น

“ทนนิดนะลัล มันจะเจ็บแค่นิดเดียวเท่านั้น” พัฒน์ปลุกปลอบร่างบางเบื้องใต้ด้วยความอ่อนโยนพร้อมกับค่อยๆกดความแข็งแกร่งลงไปช้าๆเพื่อไม่ให้หญิงสาวรู้สึกเจ็บไปมากกว่านี้ แต่ด้วยความคับแน่นรัดตึงของภายในกายสาวทำให้ชายหนุ่มแสนดีถึงกับยั้งอารมณ์ตัวเองไม่อยู่จนต้องเพิ่มแรงกดเน้นหนักเพื่อเดินหน้าไปยังจุดหมายปลายทางแห่งสวรรค์

“อ๊า อ๊ะ อ๊ะ พัฒน์ ละ ลัล” เสียงหวานครางตามแรงกระแทกที่ตอกย้ำล้ำลึกของร่างสูงเช่นเดียวกับอกอวบชูชันที่กระเพื่อมสั่นไหวไปตามแรงกระแทกกระทั้น

“โอว ลัลที่รัก” ชายหนุ่มพร่ำพรอดพร้อมกับเคล้นคลึงดอกบัวอวบอูมที่สั่นไหวอย่างเต็มไม้เต็มมือ ในขณะที่กายเบื้องล่างยังคงรุกล้ำเข้าไปภายในเพื่อผสานจังหวะกดย้ำลงบนกลีบกุหลาบช่องามบนกายภรรยาสาว ชายหนุ่มแสนดีเร่งจังหวะเมื่อใกล้ถึงฝั่งฝัน

“พัฒน์ ละ ลัล กรี๊ดดดด” ลัลกาญจน์พร่ำบอกเสียงขาดห้วง มือบางจิกลึกลงบนแผ่นหลังกว้างจนชายหนุ่มรู้สึกเจ็บ แต่ด้วยอารมณ์และแรงปรารถนาที่พลุ่งพล่านจนถึงขีดสุดทำให้ชายหนุ่มไม่สนใจสิ่งใดนอกจากต้องการเดินหน้าไปยังดินแดนหฤหรรษ์

“อืม” ชายหนุ่มครางเสียงต่ำเมื่อถึงจุดหมายแห่งเพลิงปรารถนาพร้อมด้วยสายธารแห่งรักที่สาดซัดเข้าสู่ภายในร่างภรรยาสาว

ร่างสูงทรุดกายลงนอนข้างภรรยาหลังจากเติมเต็มความรักของชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์ พัฒน์หันมามองร่างบางที่ยังสั่นสะท้านอยู่เล็กน้อยก่อนจะรั้งให้หญิงสาวเข้ามาในอ้อมกอด

“ผมรักคุณนะลัล”

“ลัลก็รักคุณ”

ทั้งสองประสานสายตากันอีกครั้งเพื่อบ่งบอกความในใจโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดแล้วภาษารักอันแสนหวานก็เริ่มต้นอีกครั้งด้วยภาษากายและไออุ่นที่ถ่ายทอดให้กันและกัน

 

ช่วงเวลาสิบวันในการมาสิงคโปร์เยี่ยมพี่สาวของลัลกาญจน์และมาฮันนีมูนในครั้งนี้ของทั้งสองเปรียบเสมือนเติมเต็มความรักความเข้าใจของทั้งคู่จนกระทั่งถึงวันที่ต้องเดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อเริ่มต้นการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสมบูรณ์  

“ขอบใจนะนายคุปต์ที่ขับรถมาส่ง” ลัลกาญจน์ตบบ่าชายหนุ่มเบาๆพร้อมกับยิ้มให้ก่อนจะเดินเข้าไปด้านของสนามบินโดยมีร่างสูงของพัฒน์ผู้เป็นสามีเดินตามไปติดๆ

ทั้งสองตรงไปยังจุดตรวจผู้โดยสารขาออกนอกประเทศหลังจากนำกระเป๋าสัมภาระเข้าจุดตรวจก่อนที่ทั้งสองจะเตรียมขึ้นเครื่องเพื่อบินกลับสู่เมืองไทย

ผ่านไปสามเดือน

 

ลัลกาญจน์ตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่เพื่อทำหน้าที่ภรรยาที่ดีในจัดเตรียมอาหารเช้าให้กับสามีก่อนที่เขาจะไปทำงาน หญิงสาวยกข้าวต้มกุ้งชามโตที่ส่งกลิ่นหอมฉุนน่าทานวางลงบนโต๊ะก่อนจะไปชงกาแฟให้กับสามีที่กำลังเดินมาที่โต๊ะอาหารด้วยสีหน้าแจ่มใส

“ลัลนี่รู้ใจจริงๆ ผมกำลังอยากกินข้าวต้มกุ้งอยู่พอดี” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับทรุดกายลงนั่งก่อนจะตักข้าวต้มกลิ่นหอมน่าทานเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

“ค่อยๆทานก็ได้ เดี๋ยวก็ลวกปากพอดี” ร่างบางเดินกลับมาพร้อมกับแก้วกาแฟที่ควันพวยพุ่งส่งกลิ่นหอมกระตุ้นต่อมเจริญอาหารทันที

ลัลกาญจน์วางแก้วกาแฟลงข้างๆชายหนุ่มก่อนที่เธอจะเดินอ้อมไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแต่แล้วร่างบางก็ต้องสะดุดเมื่อจู่ๆหญิงสาวก็รู้สึกวูบๆคล้ายหน้ามืดขึ้นมาอย่างฉับพลัน ชายหนุ่มวางมือจากอาหารจานโปรดรีบปรี่เข้าไปประคองภรรยาสาวให้นั่งลงด้วยความเป็นตกใจระคนเป็นห่วง

“คุณนั่งพักก่อนนะเดี๋ยวผมไปหายาดมมาให้” พัฒน์บอกกับภรรยาสาวก่อนที่เขาจะรีบวิ่งไปยังตู้ยาสามัญประจำบ้านแล้วรีบฉวยยาดม ยาหม่องด้วยมือไม้สั่นเพราะความตกใจก่อนจะรีบสาวเท้ากลับมาดูอาการหญิงสาวที่นั่งฟุบหน้าลงบนโต๊ะ ชายหนุ่มเปิดฝายาดมแล้วรีบส่งให้ลัลกาญจน์

“ผมว่าคุณไปหาหมอดีกว่า” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของชายหนุ่มทำให้ลัลกาญจน์ยิ้มออกมาอย่างดีใจที่เลือกรักผู้ชายคนนี้

“ลัลไม่เป็นอะไรมากหรอกพัฒน์” หญิงสาวพูดยิ้มๆพร้อมกับสูดกลิ่นยาดมอย่างบรรเทาอาการวิงเวียน

“ไม่เป็นอะไรมากได้อย่างไร ก็เห็นอยู่ว่าลัลหน้ามืด แสดงว่าลัลพักผ่อนน้อย ถ้าอย่างนั้นต่อไปลัลไม่ต้องลงมาทำมื้อเช้าให้ผมก็ได้ เดี๋ยวผมไปทานที่ออฟฟิศก็ได้ คุณจะได้ไม่ต้องมาตื่นเช้าๆแบบนี้” สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยถ่ายทอดไปสู่หญิงสาว ลัลกาญจน์โผเข้ากอดพร้อมกับหอมแก้มสากของสามีด้วยความรู้สึกรักใคร่ยิ่งนัก

“พัฒน์ไม่ต้องห่วงลัลตอนนี้หรอก แต่อีกสักสามสี่เดือนน่ะรับรองพัฒน์คงไม่ให้ลัลทำอะไรแน่” หญิงสาวพูดเป็นนัยๆพร้อมกับยิ้มๆทั้งที่เธอยังรู้สึกวิงเวียนอยู่บ้างเล็กน้อย

“ลัลพูดอะไรพัฒน์ไม่เข้าใจ” สามีหนุ่มแสนดีทำหน้าฉงนกับคำพูดของภรรยาสาว

ลัลกาญจน์มองหน้าสามีหนุ่มก่อนจะยิ้มหวานให้ชายหนุ่มอีกครั้ง มือบางกุมใบหน้าคมคายหล่อเหลาของสามีหนุ่มก่อนจะก้มลงจุมพิตที่ริมฝีปากสีเข้มของชายหนุ่มอย่างดื่มด่ำจนหญิงสาวรู้สึกได้ถึงรสชาติข้าวต้มกุ้งฝีมือของเธอ จุมพิตแสนหวานอ่อนละมุนประหนึ่งขนมสายไหมทำให้หัวใจของพัฒน์เริ่มวูบวาบและก่อนที่เลยเถิดจนยากจะต้านทานไหวชายหนุ่มเป็นฝ่ายถอนจูบซะเองก่อนจะดันร่างบางออกห่างเล็กน้อยพร้อมกับเพ่งพินิจใบหน้าเนียนสวยที่เริ่มมีสีเลือดฝาด

“คือประจำเดือนลัลไม่มาสองเดือนแล้วก็เลยสงสัยว่า” ลัลกาญจน์ยังไม่ทันจะพูดจบก็ถูกมือแกร่งโอบรัดด้วยด้วยความดีใจอย่างเหลือแสน รอยยิ้มอบอุ่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความปิติยินดีปรากฏบนใบหน้าหล่อคมของชายหนุ่มทันที

“จริงหรือลัล เรากำลังจะมีลูกกัน โอ้ผมดีใจจนบอกไม่ถูกไม่เลย คุณรออยู่นี่นะเดี๋ยวผมโทรบอกที่ทำงานก่อน” ชายหนุ่มทั้งกอดทั้งหมอร่างบางด้วยความดีใจกับข่าวที่แสนวิเศษ

“โทรไปทำไมหรือคะ” เสียงหวานถามอย่างสงสัย

“ก็ผมจะลางานเพื่อพาคุณไปหาหมอแล้วก็จะได้ฝากท้องจากนั้นก็ไปหาซื้อของใช้เด็กมาเตรียมไว้รวมทั้งซื้อของแต่งห้องให้กับตาหนูด้วย” คนขี้เห่อพูดยิ้มๆก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรลางานตามที่บอกกับภรรยาสาว

 

ทันทีที่มาถึงโรงพยาบาลพัฒน์ก้าวออกจากตัวรถเพื่อตรงไปเปิดประตูรถให้กับภรรยาสาวพร้อมกับระวังหน้าระวังหลังด้วยความเป็นห่วง ลัลกาญจน์บอกรายละเอียดตรงแผนกเวชระเบียนก่อนจะนั่งรอยังหน้าห้องตรวจซึ่งก็ไม่นานนักพยาบาลวัยกลางคนท่าทางใจดีก็เรียกให้หญิงสาวเข้าห้องตรวจโดยบอกให้ชายหนุ่มนั่งรอที่หน้าห้อง

หญิงสาวแจ้งถึงเจนตาในการมาตรวจร่างกายครั้งนี้กับคุณหมอ ซึ่งแพทย์เจ้าของไข้ได้ทำการตรวจร่างกายก่อนจะให้หญิงสาวเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจการตั้งครรภ์อย่างสมบูรณ์ หลังจากเก็บปัสสาวะให้กับแผนกชันสูตรแล้วหญิงสาวก็ออกมารอผลประมาณสิบห้านาทีด้วยใจที่ลุ้นระทึกพอๆกับสามีของเธอ

“คุณลัลกาญจน์คะเชิญที่ห้องตรวจได้แล้วค่ะ” พยาบาลคนเดิมเรียกให้หญิงสาวเข้าห้องตรวจอีกครั้ง

หญิงสาวรีบก้าวตามพยาบาลท่าทางใจดีไปยังห้องตรวจอย่างไม่รั้งรอ ทิ้งให้สามีหนุ่มรอลุ้นผลการตรวจด้วยใจที่ระทึก

“หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้ว” คุณหมอสาวใหญ่ร่างท้วมพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความยินดีกับว่าที่คุณแม่คนใหม่

            “จริงหรือคะคุณหมอ” รอยยิ้มแห่งความดีใจปรากฏบนใบหน้าลัลกาญจน์ทันที หญิงสาวยกมือไหว้คุณหมอรุ่นราวคราวแม่ของเธอ

 “เดี๋ยวหมอจะจัดยาบำรุงให้นะคะ ช่วยนี้ก็ต้องพักผ่อนมากๆทานอาหารที่มีประโยชน์นะคะ”

“ขอบคุณค่ะ”

 

ทันทีที่เห็นร่างบางของภรรยาสาวก้าวออกจากห้องตรวจด้วยสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจ ชายหนุ่มแสนดีอย่างพัฒน์ก็พอจะเดาออกว่าผลการตรวจจะออกมาอย่างไร

“ตกลง” พัฒน์ถามยังไม่ทันจบประโยค ภรรยาสาวก็พยักหน้าพร้อมกับโอบกอดสามีด้วยความดีใจ

ทั้งสองออกจากโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกยินดีจนอดที่จะโทรไปหาไอยสวรรค์เพื่อนสนิทที่ไม่ได้ติดต่อกันตั้งแต่ทั้งคู่บินไปฮันนีมูนที่สิงคโปร์ และทันทีที่เพื่อนสาวได้รู้ข่าวน่ายินดีก็ถึงกับดีใจยกใหญ่เพราะไอยสวรรค์เองก็ตั้งครรภ์ได้สองเดือนกว่าแล้วเช่นกัน

“ดีเลย ลัลจะได้ขอคำแนะนำจากไอ” ว่าที่คุณแม่คนใหม่พูดกับเพื่อนสาวในสาย

“จ้า ไว้ไอจะเมล์คำแนะนำคุณแม่มือใหม่ไปให้ลัลนะจ๊ะ” ไอยสวรรค์บอกก่อนที่เธอจะวางสาย

ลัลกาญจน์หันไปมองสารถีหนุ่มที่กำลังเลี้ยวรถเข้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของทั้งคู่เพื่อแวะซื้อของบำรุงร่างกายสำหรับว่าที่คุณแม่คนใหม่ หลังจากเลือกซื้อได้ของตามที่ต้องการแล้วสองสามีภรรยาจึงตรงดิ่งกลับที่พักด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอมใจ

“ขอบคุณนะลัลที่ทำให้ผมมีความสุข” ชายหนุ่มแสนดีหันมามองหน้าภรรยาสาวหลังจากจอดรถนิ่งสนิทเมื่อมาถึงวิมานของทั้งคู่

“ลัลก็ต้องขอบคุณที่พัฒน์ทำให้ลัลกลายเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก” ร่างบางรั้งใบหน้าคมคายของสามีเข้ามาใกล้แล้วแนวริมฝีปากนุ่มลงบนแก้มสากของสามีอย่างเต็มรักก่อนจะสบตาเพื่อบอกถึงความรักที่เธอมีให้

“ผมรักคุณนะแม่สาวจอมเปิ่นที่แสนน่ารัก”

คนตัวโตบอกเสียงนุ่มพร้อมกับรั้งร่างภรรยาสาวที่นั่งเบาะข้างๆเข้ามาใกล้ก่อนจะกดริมฝีปากร้อนลงบนเรียวปากสีหวานน่ากลืนกินนั้นอย่างดื่มด่ำและเต็มไปด้วยความรักให้กับร่างบางที่จูบตอบด้วยความรู้สึกไม่ต่างจากผู้เป็นสามี หญิงสาวรู้สึกว่าโลกที่เป็นสีหม่นได้สดใสจนกลายเป็นสีชมพูตั้งแต่เธอแต่งงานและได้รู้จักอานุภาพของ “ความรัก”



ตอนที่แล้ว


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานนะคะ นักอ่านคือแรงใจของนักเขียน"

salinlinee


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha