สามีลีลาร้อน

โดย: พลอยเฟื่อง



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ปล้นสวาท


ตอนต่อไป

บทที่ 1

ปล้นสวาท

 

 

 

 

“ห้าทุ่มแล้วนะเนี่ย จะเพลินไปถึงไหนนะกี ป่านนี้ยังไม่กลับบ้านอีก?” ใบหน้าขาวเนียนใสดั่งสาวน้อยวัยแรกแย้มแหงนเงยมองนาฬิกาข้างฝา หลังละสายตาจากสมุดบัญชีเล่มยาวที่เคลียร์อยู่พร้อมกับบ่นพึมเบาๆ  เมื่อไม่เห็นทั้งเงาสามี และไม่ได้ยินทั้งเสียงรถยนต์ของกีรทัศน์แล่นเข้ามาจอดเสียที

วันนี้สามีเธอเข้ากรุงเทพฯ ไปช่วยชัชวินเคลียร์งานที่บริษัทแล้วบอกจะรีบกลับมา

เจนิสาเหลียวมองรอบๆ บ้านน้อยด้วยความรู้สึกวิเวกวังเวงเหลือหลาย เสียงหรีดหริ่งเรไรในพงในป่าร้องลั่นระงม

ปกติเธอก็นิยมชมชื่นที่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาลำเนาไพรดีอยู่หรอก แต่ทุกครั้งกีรทัศน์อยู่ด้วย มันให้ความรู้สึกอบอุ่นใจและปลอดภัย ไม่เหมือนเวลานี้ที่อยู่คนเดียว

“รู้งี้ไปด้วยก็ดี ไม่ต้องมานั่งรอหง่าวระแวงอย่างนี้” หญิงสาวบ่นเบาๆ ลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสาย แล้วเดินไปเทน้ำใส่แก้วมาดื่ม พร้อมกับชะเง้อชะแง้คอรอคอยด้วยความเป็นห่วง เพราะเส้นทางมายังรีสอร์ทที่เขาใหญ่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่สร้างไม่เสร็จค่อนข้างเปลี่ยว ในเวลากลางค่ำกลางคืนอย่างนี้บางทีก็มีช้างป่าออกมาเดินบนถนน ค่ำๆ มืดๆ ไฟส่องทางก็ไม่มี จะไม่ให้เป็นห่วงกังวลได้ยังไงกัน

เจนนอนไปก่อนเลยนะไม่ต้องรอผม เพราะคงจะเลิกค่ำกลับดึกเลย

ถ้าดึกก็ไม่ต้องกลับหรอกค่ะ เดินทางกลางค่ำกลางคืน ทางก็ใช่ว่าจะดี อันตรายออก

ผมจะปล่อยเมียสุดที่รักอยู่คนเดียวได้ยังไง เจนไม่กลัวหรือ?

ใครว่าหล่อนไม่กลัว...กลัวสิ...นี่กลางป่านะ นอกจากบ้านน้อยหลังนี้แล้ว บ้านเรือนผู้คนที่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างออกไปอีกเป็นกิโลทีเดียว ที่กลัวไม่ได้กลัวโจรขโมยอะไร เพราะที่นี่ไม่มีทรัพย์สินมีค่าใดๆ ให้พวกมันมาปล้นหรอก แต่ไอ้ที่กลัว ก็เสียงสิงสาราสัตว์ยามกลางค่ำกลางคืน และยังจะพลังงานที่มองไม่เห็น

แค่คิดก็บรื๋อแล้ว...

ที่สำคัญวันนี้ปิดโปรเจ็กต์ ผมก็ต้องกลับไปฉลองกับเมีย และขอรางวัลเสียหน่อยสิ

น้ำเสียงกระลิ้มกระเหลี่ยที่แม้ไม่เห็นหน้า ได้ยินแค่เสียง เธอก็เดาสีหน้าแววตาคนพูดได้ไม่ยากนักหรอก

เพราะขนาดว่าคนฟังยังเก้อเขินสะเทิ้นอายหน้าแดงทีเดียวเชียว เมื่อคิดถึงเรื่องเสียวๆ ที่กีรทัศน์จะขอเป็นรางวัล

“วันนี้จะขออะไรอีกนะ?” หล่อนบ่นพึมเบาๆ พร้อมกับอมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

ตั้งแต่ย้ายรังรักมาเปลี่ยนบรรยากาศอยู่ที่บ้านน้อยหลังนี้ กีรทัศน์มักสรรหาความตื่นเต้นเร้าใจใหม่ๆ ในเพศรสมาให้เธอลิ้มลอง

และเจนิสาก็ไม่ขัดข้อง เมื่อนั่นเป็นการสานสัมพันธภาพระหว่างผัวเมียให้ยิ่งกระชับแน่นแฟ้นเหนียวหนึบและที่สำคัญกว่าอื่นใดมันคือความต้องการอันเร่าร้อนที่เก็บซ่อนอยู่ลึกๆ ของเธอเช่นกัน

เจนิสาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน หยิบโทรศัพท์ว่าจะโทรถามไถ่ว่าเขาเดินทางถึงไหนแล้ว หรือทำอะไรอยู่ เพราะรู้สึกมันผิดเวลาเกินไป ถึงได้เห็นข้อความที่กีรทัศน์ส่งมา แต่ว่าเธอปิดเสียงไว้เลยไม่ได้ยิน

แวะคุยกับลุงเกียรติเรื่องงานที่รีสอร์ท เจนนอนไปก่อนเลยนะไม่ต้องรอ

“ถึงว่าสิ” เธอบ่นเบาๆ กลับดึกขนาดนี้ไม่มีทางจะขับรถขึ้นเขาใหญ่ได้แน่ เขามาถึงแล้วแต่แวะที่บ้านลุงนั่นเอง

บ้านลุงสมเกียรติอยู่ในหมู่บ้านห่างไปกว่ากิโล กีรทัศน์ก็อยู่ไม่ไกลเธอเท่าไหร่

กลับช้า...อด

เจนิสาพิมพ์ข้อความโต้ตอบกลับไป แล้วทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน ตั้งใจจะรอเขาอยู่

ข้อความจากกีรทัศน์เด้งตอบโต้สวนขึ้นมาทันควัน หล่อนเบิ่งสายตาอ่านแล้วก็ต้องตาโต ก่อนจะยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

“เอากับเขาสิพ่อคุณ...ตามสบายเถอะจ่ะ”

ครู่ใหญ่ต่อมาคนตั้งใจจะรอก็ผงกศีรษะลงฟุบกับโต๊ะทำงาน ความง่วงงุนด้วยถึงเวลานอน ผนวกกับกรำงานมาทั้งวันทำเอาสติเคลิบเคลิ้ม กำลังจะร่วงผล็อยเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์ พลันหูแว่วได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอด

“มาเห็นว่าเมียรอจนหลับ...จะได้สำนึกผิด” หล่อนว่าก่อนจะหลับตาลงอย่างเพลียๆ

หูแว่วได้ยินเสียงกุกกัก พร้อมกับเรือนไม้ที่ไหวยวบน้อยด้วยน้ำหนักของร่างใหญ่ที่ก้าวขึ้นมา หล่อนแสร้งหลับตาพริ้มว่าหลับไปแล้ว เสียงคนเปิดประตูเข้ามาในบ้านแล้วปิดประตูลง

ครู่ใหญ่ที่หล่อนอดใจรอคอย กระไอร้อนจากร่างใครบางคนพร้อมกลิ่นที่ไม่คุ้นชินจมูกมาประชิดอยู่เบื้องหลัง ก่อนรับรู้ถึงสัมผัสของโลหะเย็นๆ ที่จ่อลงมากับท้ายทอย ดวงตางามเปิดพรึ่บ ทำท่าจะผงกศีรษะขึ้นมา แต่กลับถูกมือใหญ่กดให้แนบกับโต๊ะเอาไว้อย่างนั้น

“อยู่นิ่งๆ อีหนู ถ้าไม่อยากตาย”

ใจหล่อนเต้นระส่ำขึ้นมา

“กะ...แก...แกเป็นใคร?” น้ำเสียงตะกุกตะกักถามออกไป

“เป็นใครดีล่ะ?” น้ำเสียงหยอกเย้าอย่างอารมณ์ดีถามขึ้นมา “พี่มีปืนอยู่ในมือ พี่คงเป็นตำรวจละมั้ง”

“ตำรวจบ้าที่ไหนจะเอาปืนมาจ่อหัวประชาชนอย่างนี้”

“อื้ม...นั่นสินะ...ถ้าไม่ใช่ตำรวจ พี่คงเป็นโจรละมั้ง” ท้ายเสียงกลั้วขำพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างตลก

ตลกร้ายน่ะสิ...มีอะไรน่าขำกันในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้...

“เรียกพี่ว่าเสือหมี”

เสือหมี?

ตกลงอีตานี่จะเป็นเสือหรือเป็นหมีกันแน่...

ช่างมันเถอะ แต่ที่รู้แน่ๆ คือมันเป็นโจร ตอนนี้เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่กับโจร โจรที่ไม่เห็นหน้า เพราะมันกดหน้าเธอไว้กับโต๊ะ แถมมีปืนจ่อหัวเอาไว้ข่มขู่

กีรทัศน์อยู่ไหน? ผัวเธอมัวแต่ไปเพลินอยู่ไหน? รู้ไหมว่าเมียของเขากำลังเผชิญกับอะไรอยู่

“แกต้องการอะไร?” เจนิสาทำใจดีสู้เสือถามออกไป

“ต้องการอะไรงั้นเหรอ? บนบ้านโกโรโกโสนี่มีอะไรบ้างวะเนี่ย? พัดลมถูกๆ ทีวีถูกๆ รุ่นโบราณไม่มีใครใช้กันแล้ว กูไม่เห็นจะมีอะไรเลย...เสียเที่ยวจริงๆ” หล่อนได้ยินเสียงสบถอย่างหัวเสีย

“ชะ...ใช่...บนบ้านนี้ไม่มีอะไร แกกลับไปเสียเถอะ ก่อนที่ผัวฉันจะกลับมานะ ไม่งั้นเรื่องใหญ่แน่”

“อ้อ...” มันลากเสียงยาว ก่อนจะขู่ตะคอกเสียงดัง “นี่เอาผัวมาขู่เสือหมีเหรอ”

“ปละ...เปล่า แต่ฉันพูดจริง ไหนๆ ที่นี่ก็ไม่มีสมบัติอะไรให้แกขน”

“แต่ก็มีแกนี่...นังหนู หึๆ” ไม่ว่าเปล่า เมื่อมันเอาปลายนิ้วหยาบใหญ่มาไล้ข้างแก้มเนียนผ่องของหล่อน “จุ๊ๆ นุ่มโว้ย แถมยังขาวอีกต่างหาก” มันลูบฝ่ามือหยาบลงมาตามท่อนแขนเรียวที่ดันใส่เสื้อกล้ามเสียด้วยสิ อวดความขาว ความเนียน ความเรียวให้เห็นกันชัดๆ จะๆ ไปเลย แถมยังกางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋ แต่ที่ใส่นี่ กะตั้งใจจะยั่วผัว ไม่ได้กะไปยั่วคนอื่น โดยเฉพาะไอ้โจรหื่น

ดะ...เดี๋ยว...โจรหื่นงั้นเหรอ?


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

พลอยเฟื่อง


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha