สั่งรักประกาศิต

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


ตอนที่ 1

ตุบๆๆ... เสียงของฝีเท้าดังมาจากห้องพักบนใต้หลังคา จนเจ้าของอพาร์ทเม้นต้องยื่นหน้าออกมาชะโงกออกมาดู และก็ได้ยินเสียงบ่นเป็นภาษาไทยของหญิงสาว ที่ดังแข่งมากับเสียงของฝีเท้าของเธอ

“สายแล้ว... เจ้านาฬิกาตัวแสบทำพิษอีกแล้ว ถ้าเงินเดือนฉันออกเมื่อไหร่ฉันจะซื้ออันใหม่แล้วโยนแกทิ้งลงถังขยะไปเป็นเศษเหล็กเลย โอ๊ยยย... โดนบ่นแน่ๆ ลินเอ๊ย...นี่เป็นครั้งที่สามแล้วด้วย ป่านนี้พี่ราเชลคงรอคาดโทษแล้วแหง๋ๆ” และพอเธอวิ่งลงมาถึงชั้นล่างก็เจอเข้ากับเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ที่กำลังหันมองมาที่เธอ ลินรดาเลยต้องหยุดทักทายและเอ่ยขอโทษ

“สวัสดีค่ะคุณลุงไมเคิล คุณป้าพอลล่า ขอโทษด้วยนะคะที่ฉันต้องวิ่งลงมา คือฉัน...สายค่ะ และฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ” ลินรดาพูดจบก็รีบหันหลังวิ่งออกมาจากอพาร์ทเม้นท์ด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไปให้ทันรถเมล์ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ ก็เพราะรถเมล์ของที่นี่มาตรงเวลามากน่ะสิ และถ้าไม่ทันคันนี้เธอก็ต้องรออีก1ชั่วโมงเต็มๆ หรือไม่ก็ต้องขึ้นแท็กซี่ ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองเงินที่มีเพียงน้อยนิด ฉะนั้นเธอจะต้องไปให้ทัน!!...

คุณป้าพอลล่าและคุณลุงไมเคิลที่กำลังนั่งจิบชาและอ่านหนังสือพิมพ์ ต่างยิ้มและหัวเราะออกมา เมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนของหญิงสาว เพราะนี่เป็นครั้งที่สามของเดือนแล้วล่ะ ที่เธอตื่นสายและวิ่งลงบันไดมาด้วยความเร่งรีบแบบนี้

 

ลินรดา บาริสต้าสาวลูกผสมไทยกับออสเตรเลีย ที่มีความสามารถในเรื่องของอาหารและเครื่องดื่มเหมือนกับพ่อของเธอ ที่ตอนนี้เป็นเชฟและเปิดร้านอาหารอยู่กับแม่ของเธอที่เมืองไทย โดยเฉพาะเครื่องดื่มซึ่งเป็นศาสตร์ที่ลินรดาถนัดมากที่สุด จนได้ใบประกาศและถ้วยรางวัลมาการันตีจากการประกวดแข่งขันของหลายต่อหลายสถาบันในอเมริกา

และเมื่อไม่นานมานี้เธอก็เพิ่งได้รับการติดต่อจากร้านกาแฟดังในซิดนีย์ จนต้องรีบบินด่วนเพื่อมาตามความฝันที่อยากเป็นบาริสต้าฝีมือเยี่ยม แต่ในการมาครั้งนี้ลินรดาขอใช้แค่เงินเก็บอันน้อยนิดของเธอเท่านั้น เพราะทุกอย่างเธอตั้งใจเอาไว้ว่า เธอจะสร้างและหามันขึ้นมาเองด้วยความรู้และความสามารถของเธอ ซึ่งพ่อของเธอนั้นสนับสนุนและเห็นดีงามไปด้วย เลยยอมให้เธอบินเดี่ยวออกมาหาประสบการณ์เอง

หน้าตึกของเครย์ตันกรุ๊ป

มายบัค เอ็กซ์เซเลโล่สีดำ รถยนต์สมรรถภาพสูงสมราคา แล่นเข้ามาจอกตรงหน้าตึก บอดี้การ์ดที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วรีบเดินเข้ามาเปิดประตูให้กับเจ้านายของพวกเขา ร่างสูงโปร่งของมาเฟียหนุ่มก้าวลงมายืนเต็มความสูงด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในตึกสูงตระหง่านฟ้าตรงหน้า

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวพ้นประตูเข้าไปในตึก ก็มีร่างบอบบางของหญิงสาวนางหนึ่งวิ่งเข้ามาชนเขาอย่างจัง จนเขาเซและเกือบจะล้มลง ดีที่วอริคลูกน้องคนสนิทคว้าตัวเขาเอาไว้ได้ซะก่อน แต่แม่คนต้นเหตุน่ะสิ ลงไปนั่งจับกบอยู่ที่พื้นโน่นแน่ะ

“โอ๊ยย... ซี๊ดด... เจ็บชะมัด”

บอดี้การ์ที่ดยืนอยู่รอบๆต่างพากันเดินกรูเข้ามา เพื่อจะจับหญิงสาวที่กำลังนั่งบ่นโอดโอยอยู่ที่พื้น แต่มาเทียสยกมือห้ามเอาไว้ซะก่อน เหล่าบรรดาบอดี้การ์ดเลยหยุดชะงักและกลับไปยืนตรงที่เดิม และพอลุกขึ้นได้หญิงสาวคู่กรณีก็รีบเอามือปัดฝุ่นตามตัวและเสื้อผ้าของเธอ แล้วรีบมายืนตรงหน้าคู่กรณีที่เธอเพิ่งจะชนเขาจนเกือบล้มลง

“ขอโทษค่ะ คือฉันเป็นฝ่ายผิดเอง ฉันรีบและไม่ทันระวัง ไม่ทราบว่าคุณเจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่าคะ” หญิงสาวพูดพร้อมกับค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอโทษเขา แล้วเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของชายหนุ่มคู่กรณี

แต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับยิ้มเล็กน้อยแล้วมองเธอนิ่งๆ นั่นเพราะเขากำลังอยู่ในอาการสะดุดรักเธอเข้าอย่างจังน่ะสิ

“สวย...” มาเทียสพึมพำออกมาเบาๆ

“คะ...” ลินรดาได้ยินไม่ชัดนัก เธอคงยังมองหน้าชายหนุ่มคู่กรณีอย่างงุนงง

คนบ้าอะไร โดนชนแล้วยังยิ้มอยู่อีก

เมื่อโดนคู่กรณีสาวจ้องหน้านานเข้า มาเทียสก็เลยต้องรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “อ่อ...เปล่า คือผม...ไม่เป็นไร แต่คุณ...”

มาเทียสชี้มือไปที่เข่าและข้อศอกของหญิงสาว ที่มีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย ลินรดามองตามที่มือของเขาชี้บอก แล้วรีบหันไปปฏิเสธ เพราะตอนนี้เธออยากไปให้ถึงร้านกาแฟที่เธอทำงานมากกว่าห่วงบาดแผลที่เข่าและข้อศอกอีกน่ะสิ

“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะแค่นี้เอง คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ คือฉันรีบค่ะ เอาไว้โอกาสหน้าฉันจะเลี้ยงขอโทษคุณนะคะ ฉันลาล่ะค่ะ” ลินรดาพูดรัวแบบไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูด แล้วรีบวิ่งออกไปทันทีที่พูดจบ

“เดี๋ยวสิ...” มาเทียสพูดได้แค่นั้น เพราะหญิงสาวเอเชียคนนั้นกลับไม่รอฟังคำร้องค้านของเขา และเพียงไม่กี่วินาทีเธอก็อันตธารหายไปในฝูงชน

มาเทียสนั้นมองตามอย่างนึกเสียดาย เขาหยุดยืนมองไปทางที่เธอวิ่งหายไปเพียงครู่ แล้วจึงเดินเข้าไปในบริษัท แต่ว่าจิตใต้สำนึกของเขา กลับวนเวียนคิดถึงแต่ใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวจนแทบไม่เป็นอันทำงาน

ส่วนลินรดาน่ะเหรอ ในเวลานี้หญิงสาวกำลังยืนกุมมือก้มหน้ายอมรับผิด ต่อหน้าเจ้านายสาวที่กำลังยืนเทศนาเธออยู่หน้าเคาเตอร์ “ครั้งที่สามแล้วนะลิน พี่จะเตือนลินครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ถ้ามีครั้งต่อไปอีก พี่จะตัดเงินเดือนและก็คิดเป็นรายชั่วโมง แล้วก็จะหักเบี้ยเลี้ยงประจำเดือนและค่าทิปของลินด้วย พี่พูดจริงนะและหวังว่าลินจะไม่มาทำงานสายอีก” ราเชลพูดจบก็เดินหลีกออกไปตรวจดูความเรียบร้อยภายในร้าน ลินรดาก็เลยเดินคอตกกลับเข้าไปทำหน้าที่ของตน

โมนิก้าที่เป็นบาริสต้าคู่กัน ยิ้มให้แล้วตบเบาๆที่ไหล่ของเธอ ลินรดายิ้มเศร้าๆให้กับเพื่อนรัก แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเดินไปหยิบออเดอร์มาจัดการชงกาแฟตามหน้าที่ของเธอ...

ตั้งแต่เกิดเหตุวันนั้น ภาพของแม่สาวเอเชียหน้าหวานยังคงลอยวนอยู่ในจิตใต้สำนึก และเมื่อนึกถึงขึ้นมาคราใด อารมณ์เบื้องลึกมันก็ตีตื้นขึ้น จนมาเทียสแทบจะไม่มีสมาธิในการทำงาน ช่วงบ่ายแก่ของวันเขาจึงสั่งให้คนสนิทโทรตามนางแบบสาวคู่ขาให้รออยู่ที่คอนโด เพราะถ้าวันนี้เขาไม่ได้ปลดปล่อยมันออกมา สมาธิของเขาคงต้องกระเจิดกระเจิงจนทำงานไม่ได้แน่ๆ และร่างกายของเขาก็คงร้อนระอุเป็นไฟ!!...

และตลอดเวลาในเกมรัก มาเทียสนั้นนึกถึงแต่หน้าหวานๆ ของแม่สาวเอเชีย เกมรักของเขาในวันนี้จึงดุเดือดและเร่าร้อนมากกว่าทุกๆวัน จนทำให้แม่นางแบบสาวแทบสลบคาเตียง นอนหอบอย่างหมดเรียวแรง หลังจากบทรักที่แสนจะเร่าร้อนนั้นจบลง

เสียงของสายน้ำดังออกมาจากห้องน้ำใกล้ๆ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งยืนอยู่ใต้ฝักผัวเพื่อล้างชำระคราบคาวของของความเร่าร้อน และเพียงไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็มาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มือหนาหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดซับขยี้เบาๆที่ศีรษะทุยได้รูป ดวงตาคมเหลือบมองร่างอรชรที่นอนอยู่บนเตียงผ่านกระจกบานใหญ่ แล้วเดินไปที่เคาเตอร์ใกล้ๆ หยิบเช็คในลิ้นชักขึ้นมาเปิดเซ็นชื่อแล้วนำมันมาวางบนหัวเตียงให้กับนางแบบสาว

“คุณจะไม่อยู่ดินเนอร์กับอันนาเหรอคะมาเทียส”

“ไม่ล่ะ ผมต้องกลับไปทานกับลูกสาวของผม”

“อันนาขอไปด้วยคนสิคะ อันนาอยากรู้จักลูกสาวของคุณ” นางแบบสาวพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน และวินาทีต่อมารอยยิ้มของนางแบบสาวก็ต้องเจื่อนลง เมื่อเจอเข้ากับดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม ที่กำลังปรายตามองเธออย่างตำหนิ

“อย่าทำนอกเหนือจากหน้าที่นะอันนา” มาเทียสปรามนางแบบสาวเสียงเข้ม แล้วเดินเข้าไปแต่งตัว ปล่อยให้หญิงสาวมองตามหลังเขาอย่างไม่พอใจ อันนานั้นเป็นคู่ขาที่มาเทียสอยู่ด้วยนานที่สุด เพราะเธอตอบสนองบทรักเขาได้อย่างถึงใจ ส่วนพวกผู้หญิงอื่นๆ นั้นแค่ครั้งสองครั้งเขาก็เขี่ยพวกเธอทิ้งอย่างไม่ใยดี

แต่นิสัยที่ทะเยอทะยานเกินตัวของอันนากำลังจะทำให้มาเทียสเริ่มเบื่อ เขาไม่ชอบให้พวกเธอแสดงความเป็นเจ้าของ และเขาก็ไม่ต้องการให้พวกเธอมายุ่งวุ่นวายเรื่องภายในครอบครัวของเขา เพราะข้อตกลงของเขาและเธอคือเซ็กส์และค่าตอบแทนเท่านั้น

แต่อันนาเธอไม่ได้ต้องการเพียงแค่นั้น เรื่องเงินทองน่ะเธอไม่เคยขัดสน เพราะงานเดินแบบและถ่ายแบบของเธอมีมากซะจนไม่ว่างเว้นอยู่แล้ว ฐานะและการยอมรับในสังคมต่างหากล่ะที่เธอต้องการ และมาเทียสก็เป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง เพราะเขามีทั้งเงินตราและอำนาจอยู่ในมือ แต่ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับไม่ยอมให้เธอทำแบบนั้นง่ายๆน่ะสิ แต่ไม่เป็นไรน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน เธอจะใช้เสน่ห์ที่เธอมี มัดใจเขาให้เขายอมรับเธอในฐานะภรรยาให้ได้ ไม่ใช่นางบำเรอชั่วคราวแบบที่เป็นเลยคอยดู...

นี่ก็หนึ่งอาทิตย์แล้วสินะ ที่มาเทียสนั้นทำงานแทบจะไม่รู้เรื่อง เพราะจิตใจของเขาคิดถึงแต่หน้าหวานๆ ของแม่สาวเอเชียคู่กรณี ในทุกๆเช้าหลังจากส่งลูกสาวสุดที่รักไปโรงเรียนแล้ว เขาจะต้องมาหยุดยืนตรงหน้าบริษัทของเขา เพื่อมองหาแม่สาวเอเชียหน้าหวานจอมซุ่มซ่าม แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ได้เจอกับเธอซักที จนต้องสั่งให้ยามที่ยืนประจำอยู่หน้าตึก ให้คอยมองดูเธอเอาไว้ และให้รีบโทรแจ้งเขา พร้อมกับให้กักตัวเธอเอาไว้ทันทีที่เจอ ถ้าใครทำได้เขาจะมีรางวัลให้อย่างงาม และถึงจะลงคำสั่งออกไปแบบนั้น เขาก็ยังไม่ได้เจอเธอสมใจซักที จนมาเทียสเองก็เริ่มจะท้อ แต่แล้วอยู่ๆ ฟ้าก็ดันส่งโอกาส ให้เขาได้เจอกับแม่สาวเอเชียหน้าหวานอีกครั้ง...

หน้าบริษัทเครย์ตัน 07.30 pm

 “คุณมาเทียสครับคุณแม่บ้านเลน่าโทรมาบอกว่าคุณหนูทานมื้อเย็นและเข้านอนแล้วครับ” วอริครีบรายงานเจ้านายทันทีที่เจ้านายของเขาเข้ามานั่งในรถ มาเทียสยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา แล้วเงยหน้าขึ้นถามลูกน้องอย่างแปลกใจ

“ทำไมถึงเข้านอนเร็วขนาดนี้ นี่มันเพิ่งจะทุ่มกว่าๆเองนะ หรือว่ามิลี่ไม่สบาย” ใบหน้าคมสันดูมีความกังวลขึ้นทันตาเห็น เมื่อรับรู้จากการบอกเล่าของลูกน้องคนสนิท

“เปล่าครับ คุณแม่บ้านบอกว่าคุณหนูเธอเล่นซนจนเพลียน่ะครับ เพราะวันนี้หลานของคุณแม่บ้านมาเล่นเป็นเพื่อนเธอครับ และพออาบน้ำทานอาหารเสร็จ คุณหนูเธอนอนดูการ์ตูนแล้วเผลอหลับไปครับ” ใบหน้าคมสันคลี่ยิ้มออกทันทีที่ได้ยิน แล้วก็รู้สึกโล่งอกไปในตัว ด้วยเพราะเป็นห่วงกลัวว่าลูกสาวสุดที่รักของเขาจะไม่สบายเหมือนกับครั้งก่อน

“คงจะเล่นซนเต็มที่สินะ ถ้างั้นก็ไปที่คลับเถอะ ฉันอยากจะไปตรวจดูความเรียบร้อยซักหน่อย”

“ครับ” วอริครับคำแล้วขับรถมุ่งหน้าสู่คลับหรูในย่านดัง...

ร้านกาแฟดัง

“ลินคืนนี้ไปฉลองด้วยกันนะ นานๆพี่ราเชลจะสลัดเกลือออกมาเป็นเจ้ามือเลี้ยงพวกเราซักที”โมนิก้าหันมาชวนเพื่อนรัก พร้อมกับทำท่าทางประกอบ

“ไปสิ ลินน่ะรอโอกาสนี้มานานมากก... นี่ต่อให้คืนนี้ฝนตกจนฟ้าถล่ม ลินก็จะยอมฝ่าสายฝนไปถึงคลับให้ได้เลย นานๆทีแม่มดจะกลายเป็นนางฟ้า” โมนิก้าหัวเราะคิกทันทีที่ลินรดาพูดจบ

แต่ว่าการนินทาของพวกเธอทั้งสองมันอาจจะดังไปซะหน่อย เจ้านายที่เธอแอบนินทาก็เลยได้ยินเข้าน่ะสิ “เดี๋ยวเถอะเด็กพวกนี้ เดี๋ยวก็ได้อดไปสมใจอยากหรอก”

“อุ๊ยพี่ราเชล ลินพูดเล่นค่ะ ใครจะไปกล้าว่าเจ้านายสุดสวยของเราได้”

“นี่เพิ่งพูดไปเมื่อกี๊เองนะ” ราเชลพูดพร้อมกับมองบาริสต้าสาวอย่างตำหนิ

“ลินพูดเล่นค่ะ แต่คืนนี้...ห้ามเบี้ยวนะคะเจ้านาย”

“จ้ะ คุณบาริสต้าคนสวย นี่ถ้าไม่ติดว่าแพ้พนันนายมาร์คนะ อย่าคิดว่าพวกเธอจะได้รับโอกาสนี้ พูดแล้วมันน่าเจ็บใจ ไม่น่าเผลอรับปากมันเลยสิน่า” ราเชลบ่นอุบอิบแล้วเดินไปตรวจดูความเรียบร้อยภายในร้าน ลินรดาและโมนิก้าหันมายิ้มและขยิบตาส่งซิกให้กัน ก่อนจะหันกลับไปทำหน้าที่ของตน

11.30 pm

ในมุมหนึ่งของคลับดัง กลุ่มของพนักงานร้านกาแฟกำลังดื่มกินและเต้นยักย้ายส่ายสะโพกกันอย่างสนุกสนาน เสียงเพลงบวกเข้ากับความเมา ความสนุกก็เลยเกิดขึ้น ทุกๆคนต่างมีสภาพเมาและรั่วไม่ต่างกัน เพราะว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุด ในคืนนี้จึงต้องสุดเหวี่ยงและเต็มที่อย่างไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดอาการแฮงค์ในตอนเช้า ลินรดาเองก็ทั้งเมาและรั่ว บาริสต้าสาวยกแก้วเหล้าในมือกระดกเข้าปากจนหมด แล้วเต้นโยกตัวไปตามจังหวะของเสียงเพลง

“วู้... ขอเสียงหน่อย”

“กรี๊ดดด....” เพื่อนร่วมโต๊ะต่างกรีดร้องตอบรับเสียงของลินรดาอย่างพร้อมเพรียงกัน ทุกๆคนต่างเมาและเต้นกันอย่างสนุกสนาน

เวลาของความสนุกผ่านมาหลายชั่วโมงจนกระทั่งถึงเวลาที่งานเลี้ยงต้องเลิกลา ทุกๆคนต่างเดินกอดคอกันร้องเพลงออกจากไนท์คลับ และเมื่อเดินมาถึงหน้าทางออก ทุกๆคนต่างก็บอกลาและแยกย้ายกันกลับไปที่พักของตนเอง

“ลินกลับได้รึเปล่า ให้พี่ไปส่งมั๊ย” ราเชลร้องถามบาริสต้าสาวสวยที่เดินดูท่าจะไม่มั่นคงเอาซะเลย

“ม่าย...ม่ายต้องค่ะ ห้องลินอยู่ใกล้แค่นี้เอง เดินแค่สามบล็อกก็ถึงแล้ว พี่ราเชลกลับไปเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงลิน แค่นี้เองสบายมาก” ลินรดาพูดพร้อมกับมือโอเคให้เจ้านายสาวได้เห็น

“ถ้าลินมั่นใจงั้นพี่กลับก่อนนะ”

“ซียู...” ลินรดาพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาโบกให้กับราเชล แล้วหันหลังเดินร้องเพลงกลับไปยังอพ้าทเม้นของเธอ...

บนห้องทำงานของในท์คลับ

“คุณมาเทียสจะกลับเลยรึเปล่าครับ”

“อืมไปสิ ฉันเองก็เริ่มง่วงแล้ว” มาเทียสพูดจบก็เดินนำคนสนิทไปที่ลิฟต์แล้วออกทางประตูด้านหลังที่เขามักจะเดินออกเป็นประจำ และเมื่อก้าวพ้นประตูได้เพียงแค่หนึ่งก้าว เขาก็ชนเข้ากับร่างอรชรของหญิงสาวขี้เมาที่เดินเซไป เซมาอย่างจัง จนเธอฟุบลงกับแผงอกของเขา และก็หลับลงไปด้วยความมึนและเมาในอ้อมกอดของเขานั่นแหละ ดีนะที่มาเทียสเอาแขนทั้งสองข้างโอบรับตัวเธอเอาไว้ ไม่อย่างนั้นเธอก็คงร่วงลงไปนอนกองกับพื้นแล้วล่ะ

“คุณ...คุณ คุณผู้หญิง” เมื่อพยายามเรียกปลุกแต่หญิงสาวนางนั้นกลับหลับซะสนิทในอ้อมกอดของเขา ราวกับว่าเธอกำลังหลับอยู่ในเปลซะอย่างนั้น มาเทียสเลยเอามือดันใบหน้าของเธอออกจากอกของเขา และวินาทีต่อมาใบหน้าของหญิงสาวก็หงายเงิบจนคอเกือบหัก!!...

เฮ้ย!...นี่...โอพระเจ้า ในที่สุดพระเจ้าก็เมตตาส่งคุณมาให้ผม คราวนี้ล่ะแม่สาวน้อย ผมจะไม่ยอมปล่อยให้คุณหนีผมไปได้อีก มิลี่พ่อหาแม่ให้ลูกได้แล้วจ้ะลูกรัก ฮึๆ...

มาเทียสอุ้มร่างอรชรขึ้นแนบอก แล้ววางเธอลงบนเบาะรถข้างกายเขาแล้วหันไปสั่งลูกคนสนิท “ไปคอนโดฉัน”

“ครับนาย” วอริครับคำแล้วกดติดเครื่องยนต์ ขับรถมุ่งหน้าสู่คอนโดหรูกลางเมือง!!!...

...............................................................................................



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เรื่องราวยังมีอีกมากมาย ทั้งเข้มข้น พลิกผันและลุ้นระทึกในทุกๆ ตอน มาเติมเหรียญแล้วไปลุ้นต่อด้วยกันด้วยกันนะคะ"

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha