Shadow of love (เงารักกลมายา)

โดย: พัชร์พิชชา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 13 : แล้วชั้นต้องทำยังไง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


ตอนที่ 13  แล้วชั้นต้องทำยังไง


“งั้นช่วงนี้คุณจะนอนไหนก็นอนละกันนะ เลือกเดินดูได้ตามสบายเลย”


าราภัทรมองตามหลังของยูแจฮยอคตาปริบๆ  แล้วคุณจะให้ชั้นเลือกนอนตรงไหนได้เล่า ในเมื่อชั้นได้ยินเต็มสองหูว่า  ห้องนอนมีมากมายแต่ไม่มีห้องไหนที่มีเฟอร์นิเจอร์เลย นอกจากห้องของเขา  ถ้าชั้นเลือกนอนที่โซฟาหรูในห้องรับแขก  เขาจะอายคนอื่นมั๊ย


“ส่วนตัวชั้นไม่ได้มีปัญหาในเรื่องที่จะนอน จะห้องเล็กหรือห้องใหญ่อะไร ชั้นไม่สนทั้งนั้น  แต่คุณบอกเองว่ามีห้องคุณเพียงห้องเดียวที่มีเตียงนอน ชั้นจะต้องนอนห้องนั้นกับคุณใช่มั๊ย” นาราภัทรเดินตามหลังยูแจฮยอคเพื่อสอบถามความแน่ชัด อย่างน้อยเธอก็ต้องมั่นใจว่ามีสักที่ที่เขาจะต้องเมตตาให้เธอซุกหัวนอนคืนนี้

“คุณนี่มันตัวปัญหาสำหรับผมจริงๆเลย ข้อเสนอที่ผมให้ทำไมคุณไม่รับเอาไป พอมาที่นี่ก็จะเรียกร้อง  จะบอกอะไรให้นะคับ คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะขออะไร คุณเลือกที่จะมาถึงที่นี่แล้ว ผมสั่งอะไรคุณก็ต้องทำ ผมขอร้องให้คุณทำอะไร คุณก็ต้องทำ (เขาเน้นเสียงเข้ม) เพราะคุณไม่ใช่คนที่นี่ ถ้าไม่มีพี่คังโดฮยอนดำเนินการทุกอย่างให้ คุณคงไม่ได้มายืนถึงจุดนี้ และเพื่อป้องกันตัวผมเอง เอกสารคุณผมจะเก็บเอาไว้  คุณไม่มีสิทธิ์ออกไปเดินทะเร่อทะร่าที่ไหนรู้ใช่มั๊ย!! เพราะผมไม่ไว้ใจคุณ” ชายหนุ่มเดินเลี่ยงผ่านตัวหญิงสาวไป


“แต่ยังไงชั้นก็ยังต้องไปโรงพยาบาล เอกสารพวกนั้น ชั้นจำเป็นต้องใช้”

“เมื่อไหร่จะใช้ก็ค่อยมาขอละกัน” ชายหนุ่มโบกมือส่ายไปมาอย่างกวนอารมณ์เดินขึ้นชั้นสองของบ้านไป


นาราภัทรกัดฟันด้วยความโมโห <<นี่ชั้นต้องทำยังไง ถ้าเขายึดเอกสารชั้นไป  ชั้นก็ออกไปไหนไม่ได้ เพราะชั้นก็จะเป็นคนเถื่อน อย่างที่รู้คนต่างบ้านต่างภาษา ถ้าไม่มีคนรับรองเอกสารมีเหรอจะสามารถใช้ชีวิตอย่างถูกกฎหมายได้  ชั้นนี่มัน....คิดแล้วก็ปวดหัว  ทำไมต้องมาเจอเวรกรรมกับคนพันธ์นี้ซะได้นะ>>  เธอเดินสำรวจชั้นล่างไปด้วยความรู้สึกหิว ก็แน่ล่ะสิคนท้องก็หิวบ่อยเป็นธรรมดา แล้วไหนจะเพิ่งเดินทางที่ต้องใช้เวลานานกว่า 2-3 ชั่วโมงอีก ตั้งแต่มาถึงชั้นยังไม่ได้กินอะไรลองท้องเลย  เดินหาห้องครัวซะหน่อยก็คงจะดี


..........1.30 pm............


“ป้าซงอี  มาพอดีเลย  คือผมขอคุยด้วยหน่อยนะคับ”  “คือว่า บ้านเราจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน เดี๋ยวอีกหน่อยป้าคงจะเห็นเธอ  คือผมอยากจะขออย่างหนึ่ง ป้าช่วยเก็บความลับเพิ่มอีก 1 เรื่องสำหรับเรื่องผู้หญิงคนนี้ได้มั๊ยคับ เอาให้เงียบสนิทเลยนะคับ”

“ค่ะ คุณก็รู้ว่าป้าเป็นคนยังไง เรื่องนี้ไม่มีใครได้ทราบแน่นอนค่ะ และป้าจะกำชับเจ้าแทบงไว้ด้วย  คุณไม่ต้องกังวลนะคะ” เธอพยักหน้าและตอบรับเจ้านายหนุ่มด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


ป้าซงอีทำงานที่นี่มาได้ 2-3 ปีแล้วโดยผู้จัดการผมเป็นคนหามาให้ ป้าทำงานดี เก็บรายละเอียดความสะอาดได้เนี๊ยบถูกใจผมมาก  ผมจ้างป้าทำสากกะเบือยันเรือรบในบ้านนี้ทั้งหลัง ป้าไม่เหนื่อยเหรอ?? ป้าเหนื่อยคับแต่เทียบกับค่าจ้างที่แสนงดงาม บวกโบนัสพิเศษในการเก็บความลับนั้นมันคุ้มค่าซะยิ่งกว่าอะไร ผมไม่อยากให้คนมาเดินเพ่นพ่านบ้านผมเยอะ ยิ่งเยอะข่าวผมยิ่งกระจาย  มีป้าไว้คนเดียว ผมก็อุ่นใจมากพอแล้วคับ  ป้าซงอีมีหน้าที่ทำความสะอาดห้องทุกห้อง ดูแลบ้านเวลากลางวัน  ทำงานบ้านให้ผมและแถมกับข้าวฝีมืออร่อยๆให้อีก  ผมเลยให้รางวัลป้าด้วยห้องส่วนตัวเล็กๆชั้นล่าง 1 ห้องเอาไว้เวลาพักผ่อนตอนกลางวันเมื่อทำงานเสร็จแล้ว  ส่วนตอนเย็นๆป้าก็กลับบ้านป้าไปดูแลครอบครัว 


“งั้นผมออกไปข้างนอกก่อนนะคับ นัดพี่โดฮยอนไว้ เดี๋ยวจะสาย  ฝากบ้านด้วยนะคับ” ชายหนุ่มรีบขับรถฺ BMW Series 7  สีขาว ออกไปอย่างรวดเร็ว


ป้าซงอีเดินเข้าครัวไปเพื่อทำกิจวัตรประจำวันของเธอเช่นเคย  นั่นคือการเช็คสต็อคตู้เย็นว่าขาดเหลืออะไรบ้าง


นาราภัทรก้มมองหาของกินในตู้เย็น เธอหิวซะจนแสบไส้  <<มีอะไรที่ชั้นพอจะกินได้บ้างมั๊ยนี่>> เธอหยิบกระปุกที่มีชิ้นผักหน้าตาประหลาดอยู่ในนั้นหมุนไปหมุนมา


“ว๊ายยยยย ตาเถร  ตกใจหมดเลยค่ะ  เอ่อ....Who are you??????

“ อันนยอง  “%%^^&**&#@T&$%”อาจุมม่าซงอี เซย์ฮัลโหลภาษาเจ้าถิ่นพร้อมยิ้มหวานๆ

“คือ  ชั้นก็อยากจะเข้าใจนะคะ แต่ว่า มันยากเหลือเกิน <สงสัยต้องใช้ภาษามือก่อนซะแล้วเรา>

“ป้าคะ คือหนูหิว ในตู้เย็นนี้พอจะมีอะไรที่หนูทานได้บ้างหรือเปล่าคะ” (ภาษามือนะคะ ภาษามือ)


ป้าซงอีหรืออาจุมม่าซงอี พยักหน้าอย่างเข้าใจ  เธอจัดการหยิบเนื้อสดพร้อมผักหลากชนิดออกมาทำอาหารมื้อค่ำให้กับเจ้านายสาวคนใหม่ได้ลองชิมฝีมือที่แม้แต่ยูแจฮยอคยังติดใจ


“อื้มมมมม อร่อยมากเลยค่ะ  ไม่คิดเลยว่า ไอ้ที่ชั้นเห็นกองอยู่ในตู้นั้นมันจะประดิษฐ์อาหารจานใหม่ที่อร่อยขึ้นมาได้ ขอบคุณนะคะ” เธอหยิบจานเอาไปล้างที่อ่างหินแกรนิต  <ช่างเป็นบ้านที่สร้างขึ้นได้มาได้อย่างกับวัง  อุปกรณ์ทุกอย่างในห้องครัวช่างหรูหรามีราคาเสียจริง นี่ถ้าทำบางชิ้นตกแตกไปจะมีปัญญาใช้คืนหรือเปล่าก็ไม่รู้ บ้านคนรวยคงใช้เงินกันแบบนี้สินะ  น่าอิจฉาจริงๆ>


นาราภัทรล้างจานเสร็จเธอหันมาเจออาหารอีก 2-3 อย่างที่ส่งกลิ่นหอมวางไว้ที่เคาเตอร์  ป้าซงอีหันมายิ้มหวานให้นาราภัทรพร้อมเหลือบมองท้องเธออย่างคนที่ผ่านประสบการณ์มาก่อน เธอไม่รู้หรอกว่าเจ้านายสาวคนนี้เป็นใคร เพราะไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องรู้ ถ้ายูแจฮยอคไม่พูดเธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่ต้องรู้เรื่องของเจ้านาย


“ป้ากลัวว่าดึกๆแล้วคุณจะหิว  ป้าเลยทำอาหารเผื่อไว้ ถ้าคุณหิวก็ทานได้เลย ส่วนจานก็วางไว้ที่อ่างล้างจานเลยนะคะ พรุ่งนี้เช้าๆเช้าป้าจะเข้ามาทำความสะอาด อาหารไม่ต้องเหลือเผื่อคุณแจฮยอคค่ะ วันนี้เขาคงไม่กลับเข้ามา ป้าไปก่อนนะคะ  สวัสดีค่ะ  ทานให้อร่อยนะคะ”

“อ้าว  อะไรเนี่ย  ทำท่าทางอย่างนั้น ผายมือไปทางนั้น เดินวนมาทางนี้ คือชั้นก็อยากจะเข้าใจอยู่หรอก ว่าจะถามว่าห้องที่ชั้นนอนได้อยู่ตรงไหน  แต่ป้าก็ดันเดินไปซะแล้ว เดินเร็วยังกะจรวด สงสัยจะรีบออกไปทำธุระ”  นาราภัทร เดินผ่านประตูกระจกเลื่อนที่เชื่อมต่อกับห้องครัว เธอค่อยๆเลื่อนประตูอย่างช้าๆ

“ว้าว นี่มันห้องอาหารสำหรับภัตตาคารชัดๆ มุมนั้นโต๊ะสำหรับรับประทานอาหาร ส่วนลึกเข้าไปหน่อย เป็นเคาท์เตอร์เครื่องดื่ม มีโซฟาขนาดมหึมาสีขาวตั้งอยู่อีก คล้ายห้องปาร์ตี้ชัดๆ

“นี่ดารามีเงินมาก ขนาดเนรมิตห้อง vip มาไว้ในบ้านได้เลยเหรอ” นาราภัทรมองขวดไวน์ที่อยู่บนชั้นเรียงรายอย่างตื่นตา เธอไม่คิดเลยว่า การมาตามข้อเสนอของคังโดฮยอนจะทำให้เธอเจอเรื่องมหัศจรรย์ได้ขนาดนี้    เธอเดินออกมาที่ห้องโถงกลางที่มีโซฟาหรูรับแขกวางอยู่พร้อมกระเป๋าเดินทางใบขนาดกลางของเธอที่ยังวางอยู่ที่เดิม 

“ชั้นจะนอนตรงไหนเนี่ย  บ้านหลังนี้มันใหญ่เกินที่ชั้นจะหาอะไรเจอ เอาน่าต้องมีสักห้องที่มันนอนได้ล่ะ” เพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง นาราภัทรตัดสินใจเดินลากกระเป๋าขึ้นไปบนชั้นสอง เธอเห็นประตูห้องที่น่าจะเป็นห้องนอนอยู่สี่ประตู

“แล้วห้องไหนเนี่ยที่มันคือห้องที่ชั้นจะใช้ได้” เธอค่อยๆเปิดประตูห้องซ้ายมือ และเดินเข้าไปห้องนี้ก็สะอาดดีนะ แต่อย่างที่เขาว่า มันไม่มีเฟอร์นิเจอร์เลยสักชิ้น มีเพียงผ้าม่านสี่ขาวที่ปลิวรับลมเบาๆ  พื้นห้องถูกปัดกวาดเช็ดถูเป็นอย่างดี

“เฮ้อ นี่ไม่มีเวลามาตกแต่งห้องจริงๆเหรอเนี่ย หรือไม่คิดจะมาอยู่” เธอปิดประตูลง และเดินไปเปิดประตูห้องฝั่งตรงข้าม



แอดดดดดดดดด

ห้องที่มีขนาดเท่ากันกับห้องฝั่งซ้าย   เตียงขนาดใหญ่ถูกจัดวางอยู่กลางห้อง  ผ้าม่านสีเดียวกันกับห้องฝั่งซ้ายปลิวรับลมเบาๆเช่นกัน กลิ่นหอมแบบผู้ชายอ่อนๆลอยแตะจมูกหญิงสาว  เธอเดินลากกระเป๋าเข้าไปเพื่อมองหาที่จัดเก็บ  ประตูกระจกเลื่อนฝั่งขวาเปิดแง้มไว้นิดๆ นาราภัทรตัดสินใจเลื่อนเพื่อเปิดออกดู


“โห  นี่มันห้องแต่งตัวโดยเฉพาะนี่นา” เสื้อผ้าถูกแขวนไว้เป็นเซ็ท กระเป๋า นาฬิกา เน็กไท ชุดลำลองถูกจัดแยกเป็นสัดส่วนไว้อย่างดี บ่งบอกถึงความเป็นคนเจ้าระเบียบของเจ้าของห้อง

“นี่ชั้นฝันไปใช่มั๊ย นาราภัทร เธอเดินเข้ามาผิดบ้านหรือเปล่านี่” เธอตบหน้าตัวเองเบาๆเพื่อเรียกสติตัวเอง  นาราภัทรรีบไปลากกระเป๋าเธอเพื่อเอาเสื้อผ้าออกมาจัดเก็บเข้าช่องหรือซอกเล็กๆที่พอจะมีที่ว่าง

“เสื้อผ้าชั้นนี่พอขึ้นราวแขวนแล้ว ช่างไม่เหมาะกับห้องแต่งตัวเขาซะจริง” เธอส่ายหน้าเบาๆพร้อมหยิบชุดตัวเองที่พอจะใส่นอนคืนนี้ได้ เดินเข้าห้องน้ำไป


..........5: 45 am………

แอดดดดดดดด


ยูแจฮยอคเปิดประตูห้องนอนของเขา หลังจากที่ออกไปประชุมงานกับคังโดฮยอนและบริษัท เขาทำงานไม่เคยเป็นเวลา เวลากินไม่ได้กิน เวลานอนไม่ได้นอน เขาเริ่มชอบทำงานหนักก็ช่วงนี้ล่ะ อะไรที่เขากอบโกยได้เขาก็ต้องรีบทำไว้ก่อน อายุเริ่มเข้าเลข 3 แล้ว โอกาสจะมีชื่อเสียงขนาดนี้ ไม่ได้มาง่ายๆ วันนึงอาจจะโรยราไป ดวงคนเราไม่แน่ไม่นอนนี่คับ  วันนี้พรุ่งนี้อาจร่วงก็ได้ ผมเห็นมานักต่อนักแล้ว


แต่ก่อนผมใช้ชีวิตในอพาร์ทเม้นต์ที่บริษัทสนับสนุนผมจัดไว้ให้ พื้นที่ห้องก็ใหญ่โตเหลือเฟือพอดู จนเมื่อผมเริ่มมีชื่อเสียงเงินทองมากพอ ผมก็อยากจะมองหาบ้านหลังที่ขนาดพอเหมาะสำหรับฝันของผม บ้านที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ห้องนอนขนาดใหญ่หลายๆห้องสำหรับครอบครัว เพื่อนฝูงพักผ่อนเวลาเมาหลังปาร์ตี้ ห้องโฮมเธียรเตอร์ที่ผมสามารถใช้นอนดูหนังกับสวีทฮาร์ทได้ทั้งวันทั้งคืน  รวมถึงเพื่อนบ้านที่ไม่ค่อยยุ่งวุ่นวายกับการสอดส่องเรื่องราวส่วนตัวของผม  ที่นี่แหล่ะวิมาน  ผมเพิ่งย้ายออกมาจากอพาร์ทเม้นเมื่อปีกว่าๆ หลังบ้านหลังนี้เสร็จ แน่ล่ะ งานผมชุมจนไม่มีเวลาจัดอะไรให้เข้าที่เข้าทางมากนัก ส่วนอพาร์ทเม้น บริษัทก็ยังคงเก็บเอาไว้ให้ผมได้อยู่อาศัยเวลาที่ต้องทำงานดึกๆดื่นๆเท่านั้น


แต่คืนนี้ผมเลิกประชุมยันสว่าง และพรุ่งนี้ก็ยังไม่มีงาน  ผมก็อยากกลับมาพักที่บ้านในฝันของผม หลังจากที่เปิดประตูห้องเขาก็ตรงไปยังเตียงนอนใหญ่กลางห้องด้วยความคุ้นชินทันที


“เฮ้อ....ได้นอนซะที” เข้าล้มตัวลงนอนในท่าสบาย

“อั่กกก...อ๊อยยยอะไรเนี่ย หนักชะมัด” แขนยูแจฮยอคฟาดโดนกระพุ้งแก้มนาราภัทรเต็มแรง  เธอเจ็บจนร้องออกมา พร้อมกับดันตัวเองลุกขึ้นนั่งมองชายหนุ่มที่เพิ่งทิ้งตัวลงนอนเมื่อครู่

“โอยยย คุณเวลานอนไม่เคยดูตาม้าตาเรืออะไรเลยใช่มั๊ย ไม่รู้เหรอว่ามือคุณมันมาฟาดหน้าชั้นจนเจ็บไปหมดแล้ว” นาราภัทรนวดคลึงกระพุ้งแก้มไปมา

สิ้นเสียงบ่นของนาราภัทร ยูแจฮยอคลืมตา หันมาจ้องมองเจ้าของเสียงช้าๆ พร้อมดีดตัวขึ้นนั่งประจันหน้านาราภัทร

“คุณทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ นี่มันห้องของผมนะ คุณมีสิทธิ์อะไร” เขาจ้องหน้าหญิงสาวด้วยความไม่พอใจ

นาราภัทรเห็นสีหน้าเขาแม้จะมีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย เธอก็พอจะรู้ว่าเขาหงุดหงิดไม่พอใจเธอเอามากๆ

“ก็คุณบอกเองว่า ชั้นจะเลือกนอนที่ไหนก็ได้ แล้วแต่ใจชั้นนี่  ชั้นผิดหรือไงที่เลือกห้องนี้ ในเมื่อคุณเองก็ไม่ได้ห้ามว่า นี่คือเขตหวงห้าม...”

“ผมหมายถึงคุณจะไปนอนตรงไหน โซฟา ห้องครัว หน้าห้องที่ไหนก็ตาม แต่ไม่ใช่ห้องนี้ ออกไป”  เขาชี้ไปที่หน้าประตู  “ออกไปจากห้องผมซะ ผมจะพักผ่อน”

“เฮ้  นี่มันจะเกินไปหน่อยนะคะ ถ้าคุณไม่หาที่ที่ดีกว่านี้ให้ชั้นได้ ชั้นก็มีสิทธิ์จะนอนที่ห้องนี้เหมือนกัน”


ยูแจฮยอคคว้าข้อมือเธอพร้อมจูงเดินไปเปิดประตูแล้วเหวี่ยงนาราภัทรออกไปจากห้อง   นาราภัทรยืนเท้าสะเอวหันซ้ายหันขวาอยู่หน้าห้อง  <นี่ชั้นต้องทำยังไงอีกเนี่ย  ชั้นกำลังอยู่กับคนบ้าประเภทไหนที่ไล่ผู้หญิงออกจากห้อง  หล่อแต่ใจร้ายใจดำชั้นก็เห็นนายนี่แหล่ะ ยูแจฮยอค>



เธอตัดสินใจเดินลงบันไดมาที่ชั้นล่าง พร้อมได้ยินเสียงกดรหัสเข้าบ้านดัง 4 ตื๊ด พอดี

ติ้ด ติด ติ๊ด ติ้ด ตื๊ดดดดดดดดดดดดดด

 


 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอกำลังใจให้นักเขียนเยอะๆนะค๊า"

พัชร์พิชชา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha