Shadow of love (เงารักกลมายา)

โดย: พัชร์พิชชา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 15 : คุณพ่ออยู่ไหน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่  15   คุณพ่ออยู่ไหน


.........3 วัน ต่อมา ณ รพ. ชื่อดัง........

            “ผลตรวจคุณผู้หญิงมีปัญหานิดหน่อยนะคับ คือว่า ผลเลือดของคุณเป็นพาหะ  ฉะนั้นลูกที่เกิดมาก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นพาหะเช่นกัน ที่นี้เนี่ย คุณหมออยากจะขอตรวจเลือดสามีเพื่อยืนยันว่าเด็กจะไม่มีปัญหา ถ้าเกิดว่าเลือดคุณพ่อปกติ คุณแม่ก็จะคลายกังวลไปได้อีกเปราะหนึ่ง นี่คือคุณพ่อใช่มั๊ยคับ จะเจาะเลือดวันนี้เลยมั๊ย”

            “เอ่อ  ผมเป็นแค่คนดูแลเขาเท่านั้นคับ คือ.... สามีเขาเนี่ยทำงานอยู่ต่างประเทศ  ผมเลยต้องพาเขามาฟังผลตรวจเลือดเท่านั้นเอง คือเป็นไปได้มั๊ยคับที่เราจะไม่ตรวจของคุณพ่อ”

            “ถ้าคุณแม่ไม่ได้เป็น single mom คุณพ่อก็น่าจะหาเวลามาตรวจตรงนี้ได้ ยิ่งตรวจเร็วได้เท่าไหร่ยิ่งดีนะคับ  คุณพ่อจะสละเวลามาเพื่อลูกและภรรยาไม่ได้เหรอคับ”

            “ผมจะลองคุยกับเขาดูนะคับ”  “คับ เร็วที่สุดยิ่งดีนะคับ อย่าทิ้งช่วงเวลาไว้นานกว่านี้”

............................................................................................

            “คุณแจฮยอคเขา.....”  นาราภัทรโดนคังโดฮยอนปิดปาก

            “ใช้คำแทนตัวเขาดีมั๊ย  เอ่ยชื่อเขานี่เรื่องใหญ่มากเลยนะคับ ถือว่าผมขอร้อง”

            “อ๋อ ชั้นขอโทษค่ะ ชั้นลืมไป”  นาราภัทรโค้งขอโทษผจก. คัง สองสามที

            “เอาเถอะคับ ทีหลังอย่าเผลอก็แล้วกัน  เราต้องไปกล่อมเขา ไม่รู้ว่าเจ้า......เอ่อ หมอนี่มันจะยอมมาหรือเปล่า คุณนารากังวลอะไรมั๊ยหากว่าเขาไม่ยอมมา”

            “ชั้นต้องกังวลแน่นอนค่ะคุณคัง  เพราะชั้นต้องอยู่กับเจ้าตัวเล็กไปอีกนาน ถ้าชั้นยังกังวลแบบนี้ สุขภาพจะแย่เอาทั้งลูกและแม่แน่นอน”

            “ไหนๆจะกังวลแล้ว ผมขอคุยกับคุณอีกเรื่องเลยก็แล้วกัน คือน้องชายผมเนี่ย เขาเองก็มีเรื่องที่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขากลัวว่าเด็กจะไม่ใช่ลูกเขา ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆนะคับ”

            “ชั้นเข้าใจค่ะ เพราะเราห่างกันทั้งระยะทางและช่วงเวลาใช่มั๊ยคะ”

            “คับ  เขาเลยขอให้ผมคุยกับคุณเรื่องตรวจดีเอ็นเอ คุณจะมีปัญหามั๊ยในเรื่องนี้”

            “ชั้นไม่มีปัญหาค่ะ” โดฮยอนยิ้มออก มันง่ายกว่าที่คิดไว้แฮะ น่าจะคุยกันตั้งแต่แรกซะก่อนเธอมาถึงนี่

            “แต่....ชั้นคงไม่ยินยอมให้ตรวจช่วงนี้จนกว่าชั้นจะคลอดค่ะ  ชั้นศึกษาเรื่องแบบนี้พอสมควรและรู้ว่า พวกคุณเองคงกังวล ชั้นยินดีให้คุณตรวจสอบได้ค่ะ แต่มีข้อแม้อีกสักเรื่องสำหรับเรื่องนี้นะคะ”

            “ว่ามาเลยคับ ผมพร้อมจะรับข้อเสนอของคุณ ถ้าไม่เยอะจนเกินไป”

            “ชั้นขอเก็บเอาไว้ก่อนนะคะ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมชั้นจะบอกคุณทันทีค่ะ แต่ตอนนี้ผลตรวจเลือดเขาที่เราต้องการ พอจะเป็นไปได้มั๊ยคะ”

            “คุณนาราไม่ต้องกังวลคับ  ผมจะเอามันมาตรวจให้ได้แน่นอน” คังโดฮยอนตอบรับอย่างมั่นใจ

            “อ่อ นี่โทรศัพท์ของคุณคับ อาจจะช้าหน่อยนะคับที่คุณขอมา  โทรข้ามประเทศได้อย่างประหยัดคับผม” โทรศัพท์ค่อนข้างราคาแพงถูกยื่นให้กับนาราภัทร

            “เอ่อ ผมแอดเบอร์ผมให้คุณแล้ว เผื่อคุณมีปัญหาอะไรจะได้สะดวกนะคับ เบอร์เจ้านั่นผมก็จัดการแอดแล้วด้วย ที่เหลือคุณก็จัดการต่อได้เลย”

            “แล้วเขาสบายดีมั๊ยคะ”

             “ห๊า อะไรนะคับ  เขาสบายดีมั๊ย นี่เขาไม่ได้กลับบ้านเหรอคับ หรือไปอยู่กับกงจู”

            “กงจู?? คือใครเหรอคะ”

            “เรื่องมันยาวน่ะคับ เล่าสามวันคงไม่จบ เอางี้เราไปคุยต่อที่บ้านดีกว่า  ผมจะแวะไปส่งคุณที่บ้าน”

            “โอเคค่ะ  วันนี้มีธุระมั๊ยคะ ชั้นขอเลี้ยงอาหารไทยๆสักมื้อแทนคำขอบคุณได้รึเปล่าคะ ถ้าคุณไม่รีบจนเกินไป”

            “ได้คับ งั้นผมขอต้มยำ 1 ทีนะคับ” 

            “ฮ่ะฮ่าๆ  ได้เลยค่ะ  งั้นช่วยแวะตลาดก่อนกลับบ้านด้วยนะคะ”

 

...............ห้องอาหารบ้านยูแจฮยอค..............


อาหารไทยต้มยำกุ้ง ไข่เจียว และอาหารเกาหลีอีก 1 อย่างที่ป้าซงอีร่วมทำด้วยวางอยู่บนโต๊ะ ที่มีคนเพียงแค่ 2 คนนั่งทานกันไป  พูดคุยกันไปอย่างสนุกสนาน

“เรื่องที่คุยกันค้างไว้น่ะค่ะ เขาที่คุณว่าคุณยูแจฮยอคไปพักด้วย นี่ชื่ออะไรนะคะ”


            “อ่า  ผมแค่สันนิษฐานเอาน่ะคับ  แต่จริงๆเขาอาจจะอยู่ที่อพาร์ทเม้นต์เขาก็ได้ อย่ากังวลหรือเป็นห่วงอะไรเลย” คังโฮยอนเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงชเวกงจู แม้ว่านาราภัทรและยูแจฮยอคจะไม่ใช่สามีภรรยากันจริงๆก็ตามที แต่คนท้องควรเล่าถึงบุคคลที่สามมั๊ย??  ผมไม่อยากให้มีประเด็นที่เธอต้องนำมาคิดมาก

            “ชั้นแค่อยากให้คุณเล่าเรื่องเกี่ยวกับคุณแจฮยอคที่เป็นเรื่องจริงที่ชั้นควรรู้ ชั้นไม่อยากรู้จักเขาแบบผิวเผิน ในเมื่อชั้นเองไม่รู้ว่าวันข้างหน้า ชั้นและเขาจะต้องเจอเรื่องอะไรร่วมกันหรือไม่  ชั้นก็อยากที่จะปกป้องเขาบ้าง เพราะเรื่องนี้สำหรับเขาก็หนักพอสมควรแล้วค่ะ มีอะไรที่ชั้นจะทำให้ความรู้สึกของเขารู้สึกเบาบางลง ชั้นก็อยากจะทำ” นาราภัทรรู้สึกแบบนั้นจริงๆมากกว่าครั้งก่อนที่เธอเลือกตัดสินใจมาที่นี่เพื่ออยากที่จะเอาชนะเขา

            “ถ้าคุณรับไหว ผมก็ไม่อยากที่จะปิดบัง  เรื่องพื้นฐานทั่วไปคุณคงได้รู้บ้าง  ถ้างั้นผมจะเลือกเล่าเรื่องที่คุณควรจะรู้ก็แล้วกันนะคับ”  คังโดฮยอนตัดสินใจเล่าเรื่องของยูแจฮยอค

            “ยูแจฮยอคเขาตัดสินใจเข้ากรมเร็วกว่าคนอื่น  เพื่อที่จะออกมาแล้วจะทำเงินให้ตัวเองได้มากๆ และโชคดีที่เขาเป็นแบบที่เขาตั้งใจไว้จริงๆ ปีนี้เขาอายุจะ 31 เขาต้องการความมั่นคง และเขาก็มีพร้อมทุกอย่างตามที่เขาวาดฝันแล้ว   และคนที่คุณได้ยินชื่อนั้น กงจู  “ชเวกงจู”  เธอเป็นสาวสวยโปรไฟล์ดี นางเอกแถวหน้าของวงการ เขา 2 คนคบกันแบบลับๆคับ  และเอ่อ.. ในแบบเชิงลึกด้วย เขา 2 คนมีแพลนที่จะแต่งงานกันอีก  2 -3 ปีข้างหน้า  เขารักกันมากคับ จนมาเกิดเรื่องคุณ เจ้าแจฮยอคก็เลยทำตัวไม่ถูก เขากังวลกับเรื่องนี้มาก ผมอยากให้คุณเข้าใจเขาว่าทำไมเขาถึงเย็นชาหรือสร้างระยะห่างกับคุณ เพราะว่าถ้าใกล้กันเมื่อไหร่ มันอาจจะมีบางอย่างเปลี่ยนไป อาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้   ผมไม่อยากให้คุณกังวลอะไร และขอให้คุณไว้ใจพวกเรา ถ้าคุณมีปัญหาผมเป็นคนหนึ่งที่คุณปรึกษาได้นะคับ”

            “อ่อ  ชั้นเข้าใจแล้วค่ะ เขามีคนรักอยู่แล้ว เขาก็เลยเฟลล์เมื่อมีเรื่องนี้เข้ามา ไม่แปลกใจเลยทำไมเขาถึงเกลียดชั้นขนาดนี้  ชั้นไม่ได้หวังอะไรจากเขาเลยนะคะ  ยิ่งรู้อย่างนี้ ชั้นยิ่งรู้สึกเกลียดตัวเอง ถ้าวันนั้นชั้นไม่เข้าห้องผิดไป เรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้น น่าเห็นใจทั้งเขาและคนรักจริงๆ   ชั้นจะอยู่เงียบๆไม่ทำให้เขาและเธอเกิดการบาดหมางใจกันอีกเป็นครั้งที่ 2 แน่นอนค่ะ ชั้นให้สัญญา” 


แต่ชั้นจะมีโอกาสได้เอื้อนเอ่ยคำขอโทษ คำสัญญาหรือว่า คำเห็นใจกับเขามั๊ย  เพราะตั้งแต่วันที่เขายกห้องให้ชั้น เขาก็หนีหน้าไปเลย ไม่แม้แต่จะกลับมาเอาเสื้อผ้าหรือของใช้ เขาคงจะเกลียดชั้นมากที่ชั้นทำให้เขาต้องกังวล ก็แน่ล่ะ แฟนสาวของเขาอาจจะยังไม่รู้เรื่องนี้ ชั้นต้องเจียมตัวอย่าให้ใครเอาเรื่องนี้ไปแพร่งพายให้คนอื่นรู้ ถ้าทุกคนที่อยู่ด้วยกันไม่พูด  เรื่องนี้ก็จะยังคงเป็นความลับสำหรับเรา  เราจะต้องมีทางแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้



.............1 อาทิตย์ ณ รพ. ชื่อดัง...............

            “นายจะไม่มาหน่อยเหรอ นี่มันก็ยังพอมีเวลานะ  เข้ามาตรวจสักนิดสิ   อย่างน้อยก็ถือว่าช่วยกัน เราเดินทางร่วมกันมาไกลมากแล้ว วันนี้นายยังจะใจดำอีกเหรอ หรือจะให้ชั้นเอ่ยชื่อนายดังๆที่ รพ.นี้ เอาเลยมั๊ย ยู........”

            “เฮ้ยๆๆๆ รุ่นพี่  ทำไมต้องแคร์ขนาดนั้นด้วย มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอคับ แค่นี้ผมก็รู้สึกผิดต่อกงจูจนไม่มีหน้าจะไปหาเขาแล้ว ผมละลายใจ อย่าให้ผมต้องทำอะไรที่รู้สึกผิดต่อคนที่ผมรักอีกเลยคับ”


<<ผมรู้สึกผิดจริงๆนะ  ตั้งแต่นาราภัทรย้ายเข้ามาที่คฤหาสน์ผมแล้ว ผมแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลย บ้านที่ผมเคยพาชเวกงจูไป  ผมก็พาไปไม่ได้เพราะกลัวความลับจะแตก  จะไปหาเธอบ่อยๆก็เกรงว่าเธอจะสงสัยว่าทำไมไม่เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง และผมเองก็ไม่กล้าบอกเธอด้วยซ้ำว่าผมย้ายมาอยู่อพาร์ทเม้นต์เป็นการชั่วคราว  ถ้าบอกเธอก็คงอดสงสัยไม่ได้  ช่วงนี้ผมเลยบอกเธอแค่ว่างานผมยุ่งมากจนปลีกเวลาไปหาสาวคนรักไม่ได้เลย โชคดีที่ชเวกงจูก็ไม่ใช่คนคอยจุกจิก  ผมก็เลยรอดตัวไป>>


            “ชั้นหาทางให้นายแล้ว แค่นายหาเวลา และต้องวันนี้ด้วยนะ นายต้องใส่ชุดสูทมานะเว้ย ชั้นบอกว่าแกอยู่ต่างประเทศ เอาให้เนียนเหมือนคนทำธุรกิจที่ต่างประเทศ เข้าใจ๊!!”

            &^#*^(^*&)

             “อืม....มาเวลาไหนก็ได้ แต่ต้องวันนี้ ตอนนี้คุณนาราคงกำลังเจาะเลือดอยู่ ชั้นต้องรีบกลับไปที่กองของนาย  นายรีบมาละกัน  แค่นี้นะ” ( ชั๊บ ).



................ห้องเจาะเลือด.............

            Miss Narapat Woraya  เชิญค่ะ   วันนี้คุณแม่เจาะเลือดอีกครั้งนะคะ คุณพ่อมาด้วยรึเปล่าคะ”


พยาบาลคนสวยถามนาราภัทร ในขณะที่เธอเลิ่กลั่กกรอกสายตามองหาว่าที่คุณพ่อ


            “เอ่อ  เขาคงกำลังเดินทางมาน่ะค่ะ  อาจจะช้านิดหน่อย ” เธอเตรียมกับคังโดฮยอนในการให้ข้อมูลสามีเรียบร้อยแล้ว อะไรที่ตอบไม่ได้ เธอก็จะแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อน ทำไงได้ คังโดฮยอนมีธุระที่ต้องรีบไปนี่นา

            “เสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ ทีนี้ก็เหลือแค่คุณพ่อ ไม่ทราบว่าคุณแม่จะรออยู่ในห้องนี้ก่อนมั๊ยคะ”


นาราภัทรเองก็ไม่แน่ใจว่า สามีทางพฤตินัยของเธอจะเดินทางมาหรือยัง เธอควรจะรอมั๊ย แล้วถ้ามืดค่ำแล้วเขายังไม่มา เธอจะกลับอย่างไร เพราะโดฮยอนกำชับให้เธอกลับแท็กซี่ก่อนค่ำเสียด้วย  คิดได้ดังนั้นเธอตัดสินใจที่จะไม่รอ ถ้าเขามาเขาคงบอกข้อมูลตัวเองได้ เพราะเขาเป็นนักแสดงนี่ คงแสดงได้เนียนสุดฝีมืออยู่แล้ว


คล้อยหลังนาราภัทร ชายรูปร่างสูง หุ่นดีใส่แว่นตาเรย์แบนด์สีดำสนิท ปิดปากจนถึงจมูกด้วยหน้ากากอนามัยอย่างหนา  กำลังเดินตรงไปที่ห้องเจาะเลือด


            “เอ่อ.. แคร่กๆ ผมสามีคุณนาราภัทร คับผม มาเจาะเลือดตามคุณหมอนัดคับ  แคร่กๆ  ซื๊ดดดด”


เจ้าหน้าที่สาวมองหน้าของหนุ่มใส่ชุดสูทภายใต้แว่นตาดำ ถ้าเขาเอาอุปกรณ์ปกปิดออกทั้งหมดน่าจะเป็นชายหนุ่มรูปงามทีเดียว ดูจากผิวพรรณที่ขาวเนียนละเอียดไม่แพ้ผู้หญิงแล้ว เธออยากดึงทุกอย่างออกจริงๆ ก็แหม คุณหมอบอกให้มากว่าจะมาได้ ทำเอาคุณแม่นี่รอเก้อเลย


            “คือ ดูท่าทางคุณพ่อจะไม่สบายหนักนะคะ ปิดซะหายใจออกรึเปล่าก็ไม่รู้ เชิญทางนี้เลยค่ะ เจ้าหน้าที่รออยู่ค่ะ” ยูแจฮยอคถอดเสื้อสูท พับแขนเสื้อขึ้นอย่างรวดเร็ว

            “เรียบร้อยดีค่ะ ผลจะแจ้งในครั้งหน้าพร้อมผลคุณแม่นะคะ  คุณพ่อจะแวะไปรับยาหน่อยมั๊ยคะจะได้หายเร็วๆ คุณแม่จะได้ไม่ติดหวัดด้วย”

            “อ่ะแฮ่มๆ ซื๊ด  อ๋อ ผมไปพบหมอมาแล้วคับ ได้ยาเรียบร้อย เดี๋ยวคงดีขึ้น ผมไปได้แล้วใช่มั๊ยคับ”

            “เดี๋ยวค่ะ ชื่ออะไรคะ ดิชั้นจะได้เขียน.....”

            “ผมมิสเตอร์ยูคับ แค่นี้พอ ผมต้องไปแล้ว เดี๋ยวตกเครื่องคับ”  ยูแจฮยอคเดินกึ่งวิ่งไปที่ลานจอดรถ ขับBMW Series7 ออกไปอย่างรวดเร็ว


.............บ้านซุปตาร์...........

นาราภัทรนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเพียงลำพัง  เหงามั๊ยก็เหงา จะคุยกับป้าซงอีก็ได้แค่ครึ่งๆกลางๆ  เธอนั่งเขี่ยอาหารไปมา


            “คุณพ่อหนูจะไปเจาะเลือดตามที่คุณหมอนัดมั๊ย   หรือเขาจะเกลียดแม่มากจน....”นาราภัทรจุกจนพูดไม่ออก  เธอเดินทางมานี่ร่วมจะเกือบ 2 เดือนแล้ว  เธอแทบจะนับครั้งในการเจอหน้าหรือพูดคุยกับยูแจฮยอคได้เลย  เขาออกจากบ้านไปตั้งแต่วันนั้น เขาไม่เคยกลับเข้ามา แต่เธอเองไม่รู้ว่า จริงๆแล้วเขากลับเข้ามาเวลาที่เธอต้องออกไปข้างนอก แล้วกลับออกไปก่อนที่นาราภัทรจะกลับเข้ามา เขาทำอย่างนี้เสมอ เพื่อเลี่ยงการเจอหน้าหญิงสาว

            “โทรศัพท์ก็ไม่เคยติดต่อมา หรือเขาไม่เคยมีเบอร์ชั้น  คุณบอกเราต้องหาทางแก้ปัญหา  แต่เป็นชั้นกับคุณคังโดฮยอนสองคนที่ตามแก้เรื่องนี้กันอยู่  เฮ้อ...............” นาราภัทรถอนหายใจเสียงดัง เธอตัดสินใจอยู่ว่าจะกดโทรออกไปหาแจฮยอคดีหรือไม่ โดยที่เธอลืมไปเลยว่า  ตั้งแต่เธอมาถึงเธอยังไม่ได้ส่งข่าวกลับไปที่เมืองไทยเลยสักครั้ง



กริ๊งงงงงง กริ๊งงงงงงงงงง


            “ฮัลโหล  ห้องเสื้อวรยาค่ะ” อรุณี หญิงวัยเกือบๆ 60 ปี เอ่ยรับสายตามความเคยชิน

            “สวัสดีค่ะ แม่เหรอคะ  นี่นานะคะแม่”

            “นา นาอยู่ไหนลูก ถึงที่หมายปลอดภัยมั๊ย แล้วเป็นอย่างไร ได้งานตามที่ใจหวังมั๊ย แม่นึกว่าหนูถูกหลอกไปขายซะอีก”


นาราภัทรโกหกที่บ้านว่า เธอได้งานใหม่ที่ได้เงินเดือนเยอะขึ้น แต่ต้องเดินทางมาทำงานต่างประเทศเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี  เธอคิดว่าเรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องบอกความจริงไปซะหมด  เพราะความจริงบางอย่างอาจทำให้ท่านเสียใจ เธอเองก็ไม่อยากเป็นลูกอกตัญญูที่ทำให้ท่านต้องอับอาย  แม้เธอรู้ดีว่าท่านทั้งสองไม่มีทางที่จะอายหรือสนใจคำพูดของคนอื่น แต่เธอเลือกที่จะปกปิดไว้ก่อน ไว้เธอตั้งหลักกับเรื่องนี้ได้  รู้สึกชัดเจนในความสัมพันธ์และแข็งแรงทางด้านจิตใจ เธอจะค่อยๆบอกความจริงเรื่องนี้ให้ท่านทั้งสองรู้แน่นอน


            “นาสบายดีค่ะแม่ ตอนนี้นาอยู่ เอ่อ  เกาหลีค่ะ ถึงที่หมายโดยปลอดภัย มีเพื่อนมารับที่สนามบินและตอนนี้กินดีอยู่ดีมากค่ะแม่ พ่อสบายดีมั๊ยคะ”

            “สบายดีจ้ะลูก พ่อบ่นคิดถึงหนูทุกวันเลย  แล้วๆ งานที่ไปทำดีมั๊ย”

            “งานตอนนี้อยู่ในช่วงทดลองค่ะแม่ เป็นงานที่โรงแรมเหมือนเดิมค่ะ  ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางเท่าไหร่  ไว้นาโอเคทุกอย่างแล้ว นาจะเริ่มส่งตังค์ไปให้แม่กับพ่อเหมือนเดิมนะคะ”

            “อย่าเลยลูก เก็บไว้ใช้เถอะ ถ้ามันเหลือกินเหลือใช้ก็เก็บฝากธนาคารไว้ ค่อยเอามาให้แม่ทีเดียวตอนกลับมานู่นล่ะลูก  อย่าห่วงทางนี้เลย เงินที่หนูเคยส่งให้ แม่ก็ฝากเอาไว้ให้หนู ไม่ได้ใช้สักบาทเลย”


นาราภัทรน้ำตาคลอที่ได้ยินดังนั้น บ้านเธอไม่ได้ร่ำรวยอะไร พอมีพอกินเหลือเก็บบ้างตามประสาคนต่างจังหวัด  เธออยากกอดแม่กับพ่อที่เป็นกำลังใจสำคัญเหมือนทุกครั้งที่ท้อแท้เหลือเกิน


            “นาคิดถึงแม่นะคะ นาสัญญาว่าจะดูแลตัวเองดีๆ พ่อกับแม่ก็รักษาสุขภาพนะคะ แล้ววันนึงเราจะได้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิมค่ะ”

            “แม่กับพ่อก็คิดถึงหนู รักษาเนื้อรักษาตัวนะลูก แล้วอย่าหายไปนานนะ ติดต่อมาให้แม่รู้ว่าลูกของแม่สบายดีบ้าง แม่ขอแค่นั้น”

            “ค่ะแม่  รักแม่กับพ่อมากนะคะ งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” เธอวางสายพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อไม่ให้น้ำตาแห่งความคิดถึงไหลออกมาจากดวงตาโตๆคู่นั้น

            “ชั้นจะทนอยู่ในสภาพแบบนี้อีกนานแค่ไหนกัน”

 


 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอกำลังใจให้นักเขียนเยอะๆนะค๊า"

พัชร์พิชชา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha