Shadow of love (เงารักกลมายา)

โดย: พัชร์พิชชา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 16 : แทนคำสัญญา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 16  แทนคำสัญญา

ตื๊ดดดด  ตื๊ดดดดดด


            “คับ กงจู ผมคิดถึงคุณจัง”


            “เราไม่ค่อยได้พบกันเลยนะคะช่วงนี้ กงจูรู้สึกว่าคุณจะทำตัวห่างๆไป มีอะไรรึเปล่าคะ” เธอถามคนรักด้วยความคิดถึง


            “ผมช่วงนี้งานเยอะมากเลยคับ อยากไปหาคุณใจจะขาด แต่ติดที่เคลียร์คิวไม่ได้เลย งั้นคืนนี้เราไปหาอะไรทานกันมั๊ย”  ผมไม่กล้าชวนเธอเข้าบ้านผมหรอกกคับ ถ้าเข้าไป เธอต้องจับได้แน่นอน เพราะตั้งแต่ผมออกมาจากที่นั่น ผมก็ไม่มีเวลาเข้าไปดูแลอะไรอีกเลย มีแค่แว๊บไปนอนพักผ่อนเมื่อคิดถึงบ้านเสียส่วนใหญ่


            “อืมมมม ออกไปข้างนอกกันได้เหรอคะ แล้วข่าวจะไม่เล็ดลอดเหรอคะ คุณไม่กลัวว่าจะมีข่าวดังในฉบับพรุ่งนี้เช้ารึไง” เธอแซวปนดีใจ <เอ๊ะ!!หรือว่าเขาพร้อมจะเปิดเผยเรื่องระหว่างเราแล้ว>


            “ผมอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง  ผมมีร้านที่ดีที่สุดสำหรับเดทที่สวยงามของเรา ร้านนี้ดาราดังๆก็มักจะไปกัน คงไม่มีข่าวเล็ดลอดหรอกคับ”


            “อืม......ก็ได้ค่ะ งั้นไปเจอกันที่ร้านเลยนะคะ คืนนี้”


...............บ้านแจฮยอค...........................


            “นี่ก็จะเข้า สป. ที่ 16 แล้ว  ตัวเล็กๆของแม่ก็เริ่มดุ๊กดิ๊กๆแล้ว  หนูโตแค่ไหนแล้วน๊า เดี๋ยวแม่ก็ต้องไปหาคุณหมอพรุ่งนี้ แม่จะได้รู้น้ำหนักหนูแล้วนะ ตัวเล็ก แข็งแรงๆนะลูกแม่” นาราภัทรที่ตอนนี้ท้องเริ่มป่องเหมือนคนมีพุงนิดๆยื่นออกมา เธอสัมผัสได้ถึงแรงขยับเบาๆที่อยู่ในท้อง แม้จะเบาแต่เธอก็ดีใจ อย่างน้อยก็รู้ว่าเด็กน้อยตัวเล็กๆแข็งแรงดี


เธออยู่ที่นี่มาร่วม 2 เดือนกว่ากับป้าซงอี 2 คน นานๆทีแทบงหลานป้าซงอีจะมาตัดหญ้าที่สนามหน้าบ้านสักครั้ง เธอเริ่มสื่อสารกับป้าซงอีได้มากขึ้น ป้าจะคอยถามเธอตลอดว่าอยากทานอะไร  อยากจะไปไหน คงเพราะสงสารที่วันๆนึง ป้าจะเห็นเธอจะเดินไปเดินมา ขึ้นและลงบันไดภายในบ้านเพียงเท่านั้น


            “เย็นนี้ ชั้นอยากทานซุปเต้าหู้ร้อนๆน่ะค่ะ ป้าทำให้ด้วยนะ  เอาเผื่อกลางดึกด้วยค่ะ”


            “ได้เลยค่ะ คุณผู้หญิง เดี๋ยวป้าจะทำหมูผัดกิมจิไว้เผื่อดึกๆคุณจะหิวนะคะ”


            “ชั้นบอกป้ากี่ครั้งแล้วว่า อย่าเรียกว่าคุณผู้หญิง  ชั้นไม่ใช่คุณผู้หญิงบ้านนี้  เรียกชั้นว่า นาราเฉยๆก็ได้ค่ะป้าก็ยิ้มรับอีกเช่นเคย


ป้าซงอีทำซุปเต้าหู้ร้อนๆวางไว้ที่เคาท์เตอร์ พร้อมเริ่มทำไข่เจียวหมูสับอาหารโปรดที่นาราภัทรสอนป้าทำเมื่อไม่นานมานี้


             “ขอบคุณมากเลยนะคะ ป้านี่ทำงานถึงมืดค่ำมาหลายวันแล้ว วันนี้ทำเสร็จก็รีบกลับเถอะนะคะ ที่เหลือเดี๋ยวชั้นจัดการเอง”


 

..........ร้านอาหารสุดหรูใจกลางโซล..........


            “ร้านนี้สวยดีนะคะ คุณหาเจอได้ยังไงคะ”  ชเวกงจูนั่งลงตรงหน้าที่นั่งของแจฮยอคที่นั่งอัพเดตข่าวสารในโทรศัพท์


            “ขอโทษด้วยนะคับที่รัก ที่ผมไม่ค่อยมีเวลาไปหาเลยทั้งๆที่คิดถึงคุณใจแทบขาด ผมอยากใช้เวลากับคุณให้มากกว่านี้ ผมขอโทษอีกครั้งนะ” แจฮยอคมองชเวกงจูด้วยแววตาหวานซึ้ง  ผมรักเธอมาก ยิ่งผมนึกถึงนาราภัทรเท่าไหร่ ผมยิ่งรู้สึกรักเธอมากขึ้นและละอายใจที่ทำผิดต่อเธอ


            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ กงจูเข้าใจดี เราต่างคนต่างก็ยุ่งกับงานของเรา กงจูรู้ว่าคุณทำเพื่ออนาคตของเรา เอาไว้เราว่างตรงกันเมื่อไหร่  เราไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันมั๊ยคะ”  ชเวกงจูจิบไวน์องุ่นอย่างสบายอารมณ์


            “คับ ไว้ผมเคลียร์คิวให้ว่างยาวๆ แล้วเราไปเที่ยวกัน ถือว่าซ้อมฮันนีมูนดีมั๊ย” เขาพูดจบพร้อมดีดนิ้วเสียงดัง  นักไวโอลินเดินเข้ามาพร้อมกับเสียงเพลงแห่งความรัก  สร้างบรรยากาศสำหรับค่ำคืนแสนพิเศษของผมและเธอ


            “นี่อะไรคะ แจฮยอค อย่าบอกน๊า.....ว่าจะขออะไรพิเศษ” เธอมองกล่องสี่เหลี่ยมกำมะยี่ กล่องเล็กๆที่ยูแจฮยอคค่อยๆเลื่อนมาตรงหน้า


            “ผมอยากมอบแหวนแทนใจของผม คุณไม่เคยได้อะไรจากผมเลยนอกจากดอกไม้ นี่จะเป็นตัวแทนคำสัญญาจากผมให้ไว้กับคุณว่า ผมจะมั่นคงกับคุณเสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน อะไรที่ผมเคยทำผิดพลาดไป ขอให้คุณอภัยให้ผมได้มั๊ย” ชายหนุ่มพูดออกมาจากความรู้สึกผิดจริงๆ


ธอหยิบกล่องกำมะหยี่ขึ้นมา พร้อมพลิกไปมา “ดูพูดยังกับว่า กำลังจะสารภาพความผิด สรุป คุณจะสารภาพรักหรือสารภาพความผิดกันแน่คะ” ชเวกงจูเปิดกล่องกำมะหยี่เล็ก เพ็ชรน้ำงามน้ำหนักราว 3 กะรัตส่องประกายแวววาว


            “ผมพูดจริงนะ ผมอาจจะไม่ใช่คนดีอะไรมากมาย แต่ผมแค่อยากบอกว่า ผมรักคุณมากที่สุดเลยคับ มาผมจะสวมให้คุณเอง” ยูแจฮยอคเดินไปหาชเวกงจูและค่อยๆสวมแหวนลงไปที่นิ้วกลางของเธอ ครับนิ้วกลาง พนักงานเอาดอกไม้ที่เป็นกุหลาบแดงที่ล้อมรอบด้วยกุหลาบขาวช่อโตส่งให้ยูแจฮยอค


            “ผมตั้งใจเลือกแหวนเพ็ชรนี้ใส่ไว้ที่นิ้วกลางของคุณ เพื่อที่ว่า คุณจะสามารถใส่มันไปได้ทุกที่โดยที่ไม่มีใครคอยสังเกต  เมื่อไหร่ที่คุณสวมแหวนนี้ คุณจะได้คิดถึงผมและรู้ว่าผมอยู่กับคุณตลอดเวลา  ผมรักคุณคับ” เค้ายื่นช่อดอกไม้ให้คนรักและบรรจงจูบลงไปที่กลางหน้าผาก


ชเวกงจูเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาหวานฉ่ำ ทั้งคู่ค่อยๆโน้มหน้าเข้าหากันอย่างช้าๆ จูบแลกจูบอย่างดูดดื่มและยาวนาน

...................................................................................................



นาราภัทรยืนมองตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่ ที่พันผ้าขนหนูผืนสีครีม เธอกำลังกลุ้มใจเรื่องชุดที่จะสวมใส่นอนคืนนี้  ลำพังเสื้อผ้าที่เธอนำมา 1 กระเป๋าใหญ่ เธอเอามาแค่ใส่ซักสลับกันไปเท่านั้น ซึ่งเธอเองก็ลืมไปว่า คนท้องเวลาอายุครรภ์เริ่มมากขึ้น สัดส่วนมักจะขยายใหญ่ขึ้นตามลำดับ ตอนนี้เสื้อที่เธอใช้ใส่นอน เธอก็พอจะยังคงใส่มันได้อยู่ แต่กางเกงนี่สิ มันช่างคับพุงเธอเสียจริง


            “ชุดที่ชั้นมีนี่เริ่มจะใส่ไม่ได้แล้วสินะ โง่เอ้ยยย ทำไมไม่คิดบ้างว่า พุงเธอจะใหญ่ขึ้น  ชั้นจะมีชุดใส่ไปพบคุณหมอได้อย่างไร  ชุดที่เอามาก็มีแต่กางเกง  แล้วคืนนี้ชั้นจะใส่อะไรปิดท่อนล่างชั้นเนี่ย” นาราภัทรพลิกเสื้อผ้าตัวเองบนราวแขวนไปมา  ช่างน่าโมโหเสียจริง


            “หรือจะไม่ใส่ แล้วถ้าเกิดว่า เขากลับมาเจอชั้นสภาพเปลือยล่าง แล้วเขาคิดอะไรล่ะ ตายๆไม่เอาๆ” นาราภัทรเดินไปที่ราวแขวนเสื้อผ้าของยูแจฮยอค  จับดูทีละชิ้นๆ


            “แต่เขาก็ไม่เคยโผล่มานี่นา ถ้าชั้นจะขอยืมชุดเขามาใส่ก่อน เขาคงไม่มาเห็นหรอกมั๊ง ก็ดีกว่านอนโป๊เป็นไหนๆ” เธอหยิบเสื้อยืดพร้อมกางเกงตัวโคร่งของยูแจฮยอคทาบกับตัว และสวมใส่มันทันที


            “ค่อยสบายหน่อย เป็นไงบ้างลูก  ไม่อึดอัดแล้วใช่มั๊ย  งั้นเรามานอนกันนะ  คืนนี้แม่ขอให้หนูนอนหลับฝันดี แข็งแรงๆนะคะ” 


....................บ้านชเวกงจู.............


            จ๊วบๆๆ  “Good morning ค่ะที่รัก เช้าแล้วน๊ายังไม่ลุกอีก นี่มันจะสามโมงเช้าแล้ว  ตื่นอาบน้ำได้แล้วค่ะ”


ชเวกงจูจุ๊ฟซ้ายจุ๊ฟขวาปลุกยูแจฮยอคที่รับศึกหนักจากเมื่อคืน เขาค่อยๆปรือตาขึ้นมองนางฟ้ากงจู


            “ผมขอนอนต่ออีกสักหน่อยไม่ได้เหรอคับ  ทำไมคุณตื่นเช้าจัง มาๆนอนต่อด้วยกันน๊า” เขาโน้มคอคนรักสาวลงมาแนบอกกว้าง


            “อื้อ  กงจูมีถ่ายรายการนะคะ คงนอนต่อกับคุณไม่ได้หรอก ถ้าคุณยังไม่อยากลุก คุณก็นอนต่อได้เลยนะคะ หายเหนื่อยแล้วก็ลุกขึ้นอาบน้ำนะคะ เดี๋ยวชั้นไปจัดการตัวเองก่อน ไม่งั้นสายแน่ค่ะ ฟอดดดด”


ช้านี้ช่างสดใสสำหรับหนุ่มสาววัยเลข 3 ซะจริง นี่ก็ 2 เดือนครึ่งแล้วที่ผมไม่ค่อยได้เข้าบ้านไปเช็คความเรียบร้อยเลย วันนี้ผมจะเข้าไปดูซะหน่อยว่า บ้านที่ผมออกแบบให้ช่างสร้างเอาไว้ ยังคงสภาพเรียบร้อยดีอยู่หรือไม่


            “ชั้นจะออกไปแล้วนะคะ  เอาไว้เดี๋ยวว่างๆโทรหานะ  แต่เอ!! คุณไม่เห็นสวมนาฬิกาที่ชั้นซื้อให้เลย  มันเข้าได้กับทุกชุดเลยนะคะ  อย่าบอกนะอยากได้เรือนใหม่” เธอถามหานาฬิการาคาสี่ล้านวอนที่เธอซื้อให้เขาเนื่องในวันเกิด ปกติเขาก็จะชอบใส่เสมอ แต่วันนี้เขากลับใส่อีกเรือนที่ดูแล้วไม่น่าเข้ากับชุดนี้เลย


            “ผมลืมหยิบมันมาน่ะคับ เรือนนี้อยู่ในรถ ผมเลยเอามาใช้ก่อน  ขับรถดีๆนะคับ อย่าลืมทานข้าวให้ตรงเวลานะ”


            “ค่ะ บาย ฟอดดดดดดด”

 

ตืด ตื้ด ตื้ด ตืด ตื๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด

บ้านเงียบเช่นเคย ก็แหงล่ะ สายตะวันโด่งขนาดนี้ ป้าซงอีคงทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ป้าคงพักบ้างอะไรบ้าง ผมเดินตรงไปที่ห้องครัวเพื่อดูว่าอาหารที่ป้าเตรียมไว้สำหรับเช้านี้มีอะไรบ้าง


            “อั๊ยยยยยยยย เธอไม่อาบน้ำอีกแล้วเหรอ  นี่อะไร  นี่มันชุดผมนี่  คุณเอามาใส่ได้ไง คุณไม่ได้ขอผมเลยนะ” ชายหนุ่มกอดอกพิงประตูมองนาราภัทรที่กำลังเขี้ยวข้าวผัดกิมจิอย่างเต็มปากเต็มคำ


            “ออโอด อูอี้อ่าอุดไอ่  เอื้อก  เอ่อ ขอโทษค่ะ พอดีชุดชั้นมันใส่ไม่ได้แล้ว มันคับเกินไปน่ะค่ะ เลยถือโอกาสยืมของคุณก่อน” <ใครจะไปคิดว่านายจะกลับมาเล่า ดันมาถูกเวลาซะด้วยนี่สิ>


เขาเดินมาคว้าข้อมือของนาราภัทรเพื่อดึงให้เธอลุกขึ้นยืน ดูสภาพเธอสิ หน้ามันวับ ผมยาวรุงรัง สวมเสื้อและกางเกงผมตัวโคร่งๆ นี่เธอใส่มันไปได้ยังไงโดยที่ไม่ถามผมก่อน


            “ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าผมออกเดี๋ยวนี้ ตื่นมาแต่เช้าแล้วไม่รู้จักรักษาความสะอาดตัวเองเอาซะเลย ผู้หญิงอะไร สกปรก”


            “ก็ชั้นตื่นสายนี่คะ ชั้นนอนไม่หลับ ชั้นตื่นมาแล้ว ชั้นก็หิวเป็นธรรมดา อีกอย่างไม่มีใครมาร่วมโต๊ะกับชั้นนี่ แล้วชั้นยังจะต้องแคร์ใคร” เธอกำลังจะหย่อนตัวนั่งลง แจฮยอคดึงมือเธอพาเดินไปที่บันได พร้อมเหวี่ยงตัวเธอไปที่ราวบันไดเบาๆ


            “ไปอาบน้ำซะ พี่คังโดฮยอนกำลังจะมา ผมหวังว่าคุณคงจะรู้สึกอายเขาที่มาเห็นคุณสภาพแบบนี้มากกว่าหิว  รีบไปซะ”


นาราภัทรได้ยินว่าจะมีแขกมา แม้เธอจะหิวเพียงใดเธอก็ต้องจำใจไปอาบน้ำ ล้างหน้าสินะ เธอเดินขึ้นบันไดอย่างช้าๆ อีตานี่ไม่เห็นเหรอว่าพุงชั้นเริ่มยื่นออกมาแล้ว  ยังกล้าเหวี่ยงชั้นอีก เชอะ ชั้นจะรีบอาบน้ำจะได้มากินของอร่อย ฝีมือป้าซงอีเร็วๆ

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอกำลังใจให้นักเขียนเยอะๆนะค๊า"

พัชร์พิชชา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha