อสูรสวาท..ลวงรัก

โดย: varawan



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : ลักพาตัว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

           เรือสำราญสุดหรู ให้บริการสำหรับท่องเที่ยวเป็นแค่ฉากบังหน้า ส่วนเบื้องหลังคือการเจรจาซื้อขายอาวุธและเครื่องบินรบ นานาชนิด    ถ้าเจ้าหน้าที่ขึ้นมาค้นหาแล้วไม่เจอสิ่งผิดกฎหมายอะไร ก็ต้องปล่อยให้ล่องเรือกันต่อไปจนกว่าจะจบทริป น่าแปลกเจ้าหน้าที่ทราบความเคลื่อนไหวได้ยังไง ในเมื่อทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับ แต่นั่นไม่ใช่หน้าที่ ของเขาต้องเป็นกังวล โรแบร์โต้เจ้าของเรือต่างหากที่ต้องสืบหาต้นตอเอาเอง

          “ฮึม”

            คนตัวโตส่งเสียงในลำคอเหมือนจะดุ ทว่าอ้อมแขนแกร่งกลับกอดกระชับร่างในผ้าห่มแน่นขึ้น เมื่อรับรู้ถึงอาการสั่นเทา หญิงสาวหลับตาแน่นแถมยังซุกซบใบหน้าซีดเซียวกับอกกว้างแนบสนิทด้วยหวาดกลัว ทั้งชีวิตเรวิกาไม่เคยนั่งเฮลิคคอปเตอร์มาก่อน ที่สำคัญไอ้โรคกลัวความสูง ตั้งแต่เด็กของเธอก็รักษาไม่หายสักที ยิ่งของสูงขนาดนี้แค่คิดก็เสียวไปถึงลำไส้ตับไตไส้พุง มันชวนกันเขม็งเกรงไปหมด

            ทั้งในหัวเล็ก ๆ ยังสับสนมึนงง เรื่องราวมากมายพร้อมใจประเดประดัง เข้ามาไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นมาบนเรือบ้า ๆ ลำนี้แล้ว เรวิการู้สึกหวั่นใจคลายจะเป็นลม ไม่อาจคาดเดาเหตุการณ์ข้างหน้าว่าจะต้องเจอกับอะไร ทำไมผู้ชายคนนี้ต้องลักพาตัวเธอมาด้วย ใช่เขาลักพาตัวเธอมา เธอไม่ได้เต็มใจมาด้วยเสียหน่อย ร่างบางกำลังจะดิ้นหนีจากเขาอีกครั้ง เมื่อระลึกถึงความจริงข้อนี้ได้

           “ว้าย”

            เธอผวาเฮือกร้องอุทานอย่างตกใจ มือบางกำเสื้อสูทเขาไว้แน่น เมื่อแมงปอเหล็กบินสูงขึ้น เรวิกาตัวอ่อนมือเท้าไร้เรี่ยวแรง จนต้องทิ้งร่างหลับตานิ่งเพราะโรคประจำตัวกำเริบ ร่างกายอาจรับไม่ไหว แต่หัวใจกลับอุ่นซ่านขึ้นมาเสียอย่างนั้น

            เมื่ออ้อมแขนแข็งแรงกอดกระชับแนบแน่น มืออีกข้างลูบศีรษะทุยไปมาอย่างปลอบประโลม เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นเธอเพิ่งรู้สึกตัวว่ายังนั่งอยู่บนตักเขาอยู่ จึงเกร็งตัวอีกครั้งอย่างอาย ๆ

           "เป็นอะไรอีก ไม่ต้องกลัวนักบินของฉันมืออาชีพ อีกแป๊บเดียวก็ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว"

            ไคโรไลท์อธิบายให้คนในอ้อมกอดคลายความกลัว ตามความเข้าใจของตัวเอง หารู้ไม่ว่า เรวิกาซุกใบหน้าเห่อร้อนซ่อนความอาย เพราะเผลอใจอ่อนคล้อยตามความอ่อนโยนจากสัมผัสอบอุ่นนั่นต่างหาก แต่เมื่อเครื่องลงจอด หญิงสาวได้สติ เริ่มเตือนตัวเองว่าเขาคือคนไม่น่าไว้ใจ  เพราะเขากำลังพาเธอไปขึ้นเครื่องบินเจ็ทที่จอดตระหง่า อยู่ในอาณาบริเวณสนามบินขนาดเล็กอีกลำ จึงโวยวายขึ้นมาอีก

            "จะพาฉันไปไหน  ฉันไม่ไป ปล่อยนะ ปล่อยสิ"

           ไคโลไรท์ออกแรงยื้อยุดกับคนตัวเล็กอีกครั้ง เมื่อเรวิกาพยายามดิ้นรนขัดขืน รู้ทั้งรู้ว่าสู้แรงเขาไม่ได้แต่ก็ดูเอาเถอะ

           "พยศอะไรอีกแม่คุณ เมื่อกี้ยังสงบเสงี่ยมดี อยู่เลย"

           “คุณจะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันไปเถอะนะขอร้องล่ะ"

            ร่างเล็กในมัดผ้าห่มกลม ๆ ดูทุลักทุเลขืนตัวไว้ ดวงตาจ้องเขม็งไปยังนกเหล็กความเร็วสูงอย่างหวาดกลัว ช่วยด้วย ฉันกลัวความสูงอย่าให้ฉันต้องขึ้นมันอีกเลย ตายแน่เรวี่ แกไม่รอดแน่ เกลียดอะไรก็ต้องเจอสิ่งนั่นเหรอ ไม่จริง ช่วยด้วยเรวิการ้องบอกตัวเองในใจ

          "ไม่ต้องกลัวหรอก ไอ้เจ้านั่นปลอดภัย กว่าเฮลิคคอปเตอร์เยอะ ไปเถอะฉันอยากพักผ่อนแล้ว"

           ไคโรไลท์เดาออกเหมือนกับตาเห็นว่าเธอกลัว แต่ไม่ทราบว่ากลัวเขาหรือกลัวเครื่องบินจึงแกล้งกระเซ้าเธอให้โกรธ เพื่อจะได้ลืมความกลัวเพราะเรวิกา ดูจากนิสัยที่ผ่านมา ความโกรธจะทำให้เธอกล้า ชายหนุ่มยิ้มกริ่มเมื่อจับทางถูก เพราะหญิงสาวแหวกลับมาทันทีเมื่อเขาพูดจบ

           “คุณไม่เข้าใจที่ฉันพูดหรือยังไง"

           “เข้าใจสิ"

           “เข้าใจก็ปล่อยฉันไปเสียทีสิ"

            เรวิกากัดฟันกรอด เมื่อเขาไม่ยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ ในเมื่อลงมาจากเรือแล้วเธอกับเขาก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน บนบกก็ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย(จริงเหรอ)

            "จิ๊ ไม่ เธอต้องไปกับฉัน อย่าทำให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ดีกว่าเรวี่" ไคโลไรท์เอ่ยด้วยใบหน้าดุดันอย่างเหลืออด เมื่อเห็นว่าเธอยังดื้อเหมือนเดิม

           "ว้าย ปล่อยนะไอ้บ้า"

           เรวิการ้องลั่นเมื่ออยู่ ๆ คนหล่อหน้าโหด จัดการยกร่างเธอขึ้นพาดบ่า ก้าวรวดเร็วไปยังเครื่องบินเจ็ท ไม่สนใจเสียงหวี๊ดร้อง โวยวายไม่หยุดของเธอ

            “อยากร้องก็ร้องไปสิ ให้มันรู้กันไปว่าความอดทนใครจะมากกว่ากัน”

            ชายหนุ่มตอบโต้ออกมาอย่างอารมณ์ดี แต่ในความเป็นจริงคนอย่างเขาไม่เคยมีความอดทน กับใครหรือสิ่งใดมาก่อน ทว่าเรื่องที่เขาทำมันวันนี้เหมือนเป็นเรื่องสนุกมากกว่ายิ่งเห็นคนตัวเล็กโกรธเขายิ่งรื่นรมย์

          หลังจากขึ้นมาอยูบนเครื่องเรียบร้อยแล้ว เรวิกาก็โดนทิ้งให้อยู่ในเคบินคนเดียว ส่วนชายหนุ่มหายตัวไปประชุมลับกับลูกน้อง เขาทิ้งให้เธอครุ้มครั่งเสียให้พอใจ

           เพราะเขาไม่ว่างขนาดนั้น แม้แปลกใจตัวเองอยู่บ้างว่าจะไปเอายายจอมโวยวายคนนี้มาให้เป็นภาระทำไมกัน แต่ทำยังไงได้ เมื่อนึกย้อนไปแวบแรก ที่เขาพบเธอกลับมองเห็นใบหน้าเศร้า ๆ ดวงตาก็เหมือนหมาหง่อยตัวน้อย ๆ ทำให้ไม่อาจตัดใจทิ้งให้เธอเผชิญเรื่องราวต่าง ๆ ตัวคนเดียวได้อีกต่อไป

           “เวลาหลับก็น่ารักดีนี่”

             ผ่านไปสองชั่วโมงไคโรไลท์ กลับเข้ามาอีกครั้ง พบว่าหญิงสาวหลับไปแล้ว มือหนาเกลี่ยแก้มนวลแผ่วเบา ยืนมองร่างเปล่าเปลือยผิวเนื้อนวนเนียนขดตัวด้วยความหนาว ผ้าห่มหลุดลุ่ยลงมากองอยู่ปลายเท้า กลับเป็นภาพเย้ายวนตาเป็นบ้า แต่ต้องข่มใจดึงผ้าห่มขึ้นมาคุม เขาพักเบรคแค่สิบนาที เพื่อมาดูเธอ ถ้าจะทำอะไรต่อมิอะไรคนอย่างเขาน่ะเหรอ เวลาแค่นี้จะไปพออะไร สี่ห้าชั่วโมงว่าไปอย่าง

             ไคโรไลท์ยิ้มกริ่มกับความคิดของตัวเอง เมื่อจินตนาการว่าจะได้อยู่กับสาวสวยเรือนร่างเย้ายวน แต่ต้องเป็นบนเตียงในคฤหาสน์ของเขา ไคโรไลท์นั่งมองเธอสักพักจึงกลับไปทำงานต่ออย่างสบายอารมณ์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอนิยายรัก โรแมนติก ดราม่า แอบซ่า บ้านิด ^^ มาร่วมเดินตามจินตนาการไปด้วยกันนะคะ( ปลดล็อกทุกตอนเพียง 50 บาทครั้งเดียวก็ฟินกันได้จนจบและจะกลับมาอ่านเมื่อไรก็ได้ตามต้องการ)"

varawan


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha