อสูรสวาท..ลวงรัก

โดย: varawan



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 13 : อาหารบานตะไท


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

            "มากันแล้วเหรอจ้ะ"

           เสียงกังวานของสตรีรูปร่างงดงาม ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง ทั้งที่ซอนญ่าอายุเลยเลขห้ามาพอสมควรแล้ว  เดินออกมาต้อนรับคนทั้งสอง ถึงหน้าประตูคฤหาสน์ด้วยความตื่นเต้น เมื่อพ่อลูกชายตัวดีโทรศัพท์มาบอก ว่าจะพาแฟนสาวมาแนะนำให้รู้จักในวันนี้

           "สวัสดีครับมัม แด๊ดล่ะครับ"

           “อยู่ในห้องทำงานจ้ะเดี๋ยวคงออกมา มัมให้คนไปตามแล้ว "

            แม้ปากจะตอบคำถามบุตรชาย  สายตามากประสบการณ์กลับมองสำรวจหญิงสาวรูปร่างเพรียวบางตัวเล็ก กระทัดรัด ยืนตัวลีบอยู่ข้างกายลูกชายเขม็ง มือเล็กเกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อย พร้อมเบียดกายเข้าหาอย่างลืมตัวด้วยประหม่า  ไคโรไลท์อมยิ้มแก้มตุ่ยเพลิดเพลิน

            “อู้ย”

            ไคโรไลท์สะดุ้งโหยงตื่นจากความฟินของก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นบริเวณลำแขน เมื่อมารดาหยิกหมับลงบนแขนอีกข้างของเขา ซอนญ่าคิดว่าไคโรไลท์แกล้งถ่วงเวลาไม่ยอมแนะนำสาวน้อยให้นางได้รู้จัก อุตส่าห์ส่งสายตาไปตั้งหลายที

            "เรวี่มานี่"

            ชายหนุ่มดันคนตัวเล็กให้มายืนซ้อนอยู่ข้างหน้าแล้วจับบ่าทั้งสองข้างของเธอ บังคับให้คนตัวเล็กเผชิญหน้ากับมารดาของตัวเอง เรวิกาจำต้องสบตากับผู้อาวุโสกว่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ พลางส่งยิ้มหวานทักทายเป็นทัพหน้าไปก่อน

            "เรวี่ แม่ผมเองรู้จักท่านเสียสิ"

            “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะท่าน”

           “มัมครับ นี่เรวี่ เรวิกาคนรักของผมครับ"

           “แหม หน้าตาน่ารักเชียว เรียกมัมเหมือนไคโรก็ได้จ้ะหนูเรวี่"

            ร่างบางถูกรวบเข้าไปกอดจากหญิงสูงวัย เธอทำตัวไม่ถูกประหม่าในคราแรก แต่เมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดนี้แล้วเธอกลับรู้สึกอบอุ่น สบายใจอย่างบอกไม่ถูกจึงยกมือเล็กขึ้นโอบกอดท่านกลับไป

           "ไม่คิดว่าสเปคลูกจะน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ เมื่อก่อนควงแต่สูงยาวเข่าดีไม่ใช่เหรอ"

           ซอนญ่าเอ่ยสัพยอกลูกชายอย่างหมั่นไส้ เมื่อครั้งในอดีตเขาชอบควงพวกนางแบบเธอไม่ชอบใจเอาเสียเลย ไม่ได้ดูถูกคนดารา นางแบบดี ๆ ที่ตั้งใจทำมาหากินก็เยอะแยะ แต่นิสัยแย่ ๆ หวังรวยทางลัด เอาร่างกายเข้าแลกก็มีไม่น้อย หลายคนที่ลูกชายของเธอคลุกคลีก็เคยมีข่าวกับผู้ชายคนอื่นมาแล้วทั้งนั้น อีกอย่างไคโรไลท์ก็เปลี่ยนหน้าเกือบทุกอาทิตย์จนเธอเวียนหันจำหน้าไม่ได้ว่าใครเป็นใครบ้างวุ่นวายไปหมด

           “โธ่ มัมอย่าพูดถึงความหลังสิครับ"

           สองร่างผละออกจากกันอย่างเสียไม่ได้  ซอนญ่ารู้สึกดีไม่แพ้กันเธอรับรู้ได้ถึงแรงกระชับจากอ้อมกอดเล็ก ๆ และเสียงหัวใจที่เต้นแรงมาก มันสั่นสะเทือนชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไรเสียอีก ซอนญ่ารู้สึกเอ็นดูคนตัวเล็กขึ้นมาในใจทันที

            “เรวี่มานี่  ยินดีต้อนรับนะจ้ะ ทำตัวตามสบายนึกเสียว่าที่นี่เป็นบ้านของหนู"

            ซอนญ่าจูงมือเล็กนำหน้าลูกชายไปข้างใน เธอพอจะทราบว่าหญิงสาวคงประหม่า จริงตามนั้นเรวิกาหายใจไม่ทั่วท้องเอาเสียเลย เมื่อเดินเข้ามาข้างในคฤหาสน์ ตกแต่งหรูหราเสียจนดวงตาของเธอพร่ามัวคล้ายจะเป็นลม

            ส่วนไคโรไลท์ได้แต่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ พลางกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ อย่างน้อยถ้ามารดาชอบเธอก็ดีมาก ท่าทางของเรวิกาไม่น่าจะเป็นคนพูดยาก  เกิดแต่งงานกันขึ้นมาจริง เขาจะเลี้ยงดูเธอให้อยู่อย่างสุขสบายด้วยเงินทองที่เขามี และถ้าเขาอยากกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมรอยไปรอยมาก็คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป  เขาและเธอไม่ได้รักกัน  ที่เขาตัดสินใจเลือกเธอหนึ่งหาตัวจริงไม่เจอ สองอยากเอาชนะคนปากดี ตั้งท่าจะไปจากเขาท่าเดียว

          “ไปโต๊ะอาหารค่ำกันเลยนะลูกถึงเวลาแล้ว”

          “ครับ”

           ชายหนุ่มตอบเรียบ เรวิกาไม่ได้พูดอะไรแล้วเดินตามไปเงียบ ๆ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอึดอัดของเรวิกาคนเดียวเห็นจะได้ เพราะทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสพูดคุยหัวเราะอย่างสนุกสนาน แถมมารดาของไคโรโลท์ก็ไม่ได้แสดงท่าทีว่ารังเกียจเธออีกต่างหากความหวังที่วาดเอาไว้ว่าจะโดนปล่อยไปง่าย ๆ กลับริบหรี่อย่างเห็นได้ชัด  เอายังไงดี ถ้าเป็นอย่างนี้ เธอไม่ต้องติดแหงกอยู่กับอีตาไคโรไลท์ไปจนตายเหรอไม่ได้การแล้วสมองน้อยคิดหาทางรอดให้ตัวเองทันที

          “ทานเยอะ ๆ นะหนูเรวี่”

           “ขอบคุณค่ะมัม”

            เรวิกาเอ่ยขอบคุณออกไปเบา ๆ พร้อมกับความคิดหนึ่งกระจ่างขึ้นในหัว คนตัวเล็กลอบยิ้มพรายออกมาอย่างคนเจ้าเล่ห์

           “ว้าว น่ากินจัง”

           เรวิกาเอื้อมมือไปหยิบน่องลูกแกะอบซอสชุ่มฉ่ำ หน้าตาน่ากินที่วางอยู่ตรงหน้าเธอด้วยมือเปล่า ทำให้วงสนทนาชะงักลง ซอนญ่าอึ้งแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง แต่ไม่ได้พูดอะไร  ออกมา ส่วนคนเจ้าแผนการไม่สนใจหลับหูหลับตา ฉีกเนื้อลูกแกะยัดใส่ปากชิ้นโตแล้วเคี้ยวเหมือนเอร็ดอร่อยเสียเต็มประดา แถมยังรูดนิ้วเพื่อทำความสะอาดอีกต่างหาก

           “เอ๊ะ”

            คงจะเห็นว่ามูมมามไม่มากพอ หญิงสาวจึงหันไปหาไก่งวงราดซอส ด้วยแววตาเป็นประกาย ครั้งนี้ออกจะยากสักหน่อย เพราะเจ้าไก่อบทั้งตัวมันวางไว้ห่างออกไปมากโข แขนสั้น ๆ ของเธอดูแล้วคงยาวไม่ถึงแน่นอน ร่างบางจึงลุกขึ้นโน้มตัวข้ามอาหารจานอื่น แล้วจัดการทั้งดึงทั้งฉีกขาไก่งวงออกจากกันด้วยสองมือจนสำเร็จ

           “คุณกินไหมอร่อยมากเลยนะ”

             เรวิกายื่นน่องไก่ ไปชิดริมฝีปากเขา ไคโรไลท์นั่งนิ่งทว่าใบหน้าคมสันกลับสลับสีเขียวสีแดงตลอด ตั้งแต่เมื่อสักครู่แล้ว หญิงสาวเอ่ยถามหลังจากตัวเองกัดชิมไปแล้วคำหนึ่งอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้านในการกระทำของตัวเอง เสียงกัดฟันกรอดดังเป็นระยะเธอได้ยินชัดเจนทีเดียว แต่ลงทุนทำมาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องลุยต่อ

           แต่ใครสนกันล่ะตอนนี้

             แม้ในใจจะบอกแบบนั้น แต่ตัวเองแทบกลืนอะไรไม่ลงพยายามกล้ำกลืนอาหารลงไป ตอนนี้เธอถอยไม่ได้ต้อง ทำให้ถึงที่สุดยิ่งมารดาเขาไล่ออกจากบ้านยิ่งดี

           “ไม่เอาเหรอ อุตส่าห์ดึงมาเผื่อเห็นมันอยู่ไกล”

            เรวิกาเห็นเขาไม่ตอบก็ทำเป็นไม่สนใจยกน่องไก่ขึ้นกัดกินหน้าชื่นตาบาน บิดาของเขาได้แต่ทำหน้าประหลาดใจกับท่าทีของคนทั้งคู่ แต่มารดาของชายหนุ่มไม่ต้องพูดถึงหางคิ้วกระตุกได้เลยทีเดียว

            “เรวี่ ทำไมไม่ใช้มีดกับส้อม”ชายหนุ่มกระซิบให้ได้ยินกันสองคน

           “มันไม่ถนัด”

           เรวิกาหันมาตอบด้วยดวงตาใสซื่อ กิริยาท่าทางของเธอทำให้เขาอยากบีบคอเธอเป็นอย่างมาก ไม่น่าเลย เขาไม่น่าเชื่อใจหล่อนเลยให้ตายเถอะยายลูกเจี๊ยบจอมพยศ แสบจริง ๆ เรวิกาป่วนโต๊ะอาหารจนทุกคนเริ่มกินอะไรกันไม่ลง มื้อค่ำจบลงด้วยความรู้สึกแต่งต่างกันออกไป


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอนิยายรัก โรแมนติก ดราม่า แอบซ่า บ้านิด ^^ มาร่วมเดินตามจินตนาการไปด้วยกันนะคะ( ปลดล็อกทุกตอนเพียง 50 บาทครั้งเดียวก็ฟินกันได้จนจบและจะกลับมาอ่านเมื่อไรก็ได้ตามต้องการ)"

varawan


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha