สยบรักอิทธิพลร้าย

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 8

หลังจากที่ทุ่มเท อดหลับอดนอนอยู่หลายต่อหลายคืน ในที่สุดงานแฟชั่นโชว์ประจำปีก็มาถึง ในงานนี้แคทเธอลีนหวังเอาไว้มากว่าปีนี้เธอจะต้องคว้ารางวัลที่หนึ่งให้ได้ ชื่อเสียงของร้านเธอจะต้องโด่งดังไปไกล

ที่ห้องแต่งตัวของร้านของแคทเธอลีน

“พี่เคทคะ พริสซี่ยังไม่มาเลยค่ะ นี่ใกล้จะได้เวลาแล้วนะคะ กว่าจะแต่งตัวเสร็จอีก ทำยังไงดีค่ะ”

“แล้วโทรตามเธอรึยัง”

“วีด้าโทรตามเป็นรอบที่ร้อยแล้วค่ะ ไม่ยอมรับซักสาย”

“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเปลี่ยนตัว เอาใครเดินแทนดี ใครนะที่ขนาดตัวพอเท่าๆกับพริสซี่”

แคทเธอลีนมองไปรอบๆห้องแต่งตัว เธอมองหานางแบบที่จะมาเดินแทนพริสซี่น้องสาวของเพื่อนรัก และในที่สุดแคทเธอลีนก็ได้คำตอบ

“วีด้าไปพาคุณเมนี่มาหาพี่ พี่จะให้เธอแทนพริสซี่”

“ค่ะพี่เคท”

ทุกๆอย่างผ่านการแก้ไข และกำลังจะเริ่มเข้าที่ แต่แล้วในขณะที่แคทเธอลีนกำลังตรวจเช็คบรรดานางแบบเพื่อเตรียมตัวจะส่งพวกเธอไปด้านหลังเวที เพราะใกล้ที่จะได้เวลาโชว์ของชุดที่เธอออกแบบแล้ว เอมี่ลูกน้องของเธอก็วิ่งหน้าตาตื่นร้องเรียกเธอเสียงดัง

“พี่เคท พี่เคทคะ เกิดเรื่องอีกแล้วค่ะ”

“เรื่องอะไรอีก”

“ก็พริสซี่กับเมนี่กำลังทะเลาะกันน่ะสิคะ”

“อะไรนะ!

“ก็พริสซี่เพิ่งมาถึงค่ะ พอรู้ว่าเมนี่เดินแทน เธอก็อาละวาดใหญ่เลยล่ะค่ะ ตอนนี้พี่วีด้ากำลังห้ามพวกเธออยู่ พี่รีบไปจัดการเถอะค่ะ ก่อนที่พริสซี่จะฉีกชุดของพี่จนเละเทะ”

“ฉีกชุดงั้นเหรอ!

แคทเธอลีนรีบเดินตรงไปที่ห้องแต่งตัวอีกห้องที่เธอจัดเตรียมเอาไว้สำหรับแต่งตัวนางแบบที่เดินชุดฟินนาเล่ และทันทีที่เธอไปถึง เสียงทะเลาะกันของทั้งสองนางแบบก็ดังลั่น

“แกแพ้ฉันทุกเรื่องอยู่แล้วนะนังพริสซี่ ไม่เฉพาะเรื่องเดินแบบ เรื่องของคุณเซบาสเตียน แกก็แพ้ฉัน เพราะเขารักและหลงฉันมากกว่าแก เขาสัญญาว่าจะถอยรถสปอตสุดหรูรุ่นล่าสุดเป็นของขวัญให้ฉัน หลังจากที่เราฉ่ำรักด้วยกันเมื่อคืนก่อน ไงล่ะเห็นๆกันอยู่แล้วว่าเขาเลือกฉัน มากกว่าที่จะสนใจนางแบบกระดานแบนๆ แบบแก”

“กรี๊ดดดด นังเมนี่ แกรู้ได้ยังไงว่าคุณเซบาสเตียนเขาหลงแก เมื่อคืนเขายังรักอยู่กับฉัน เขายังบอกฉันอยู่ว่าฉันตอบสนองเขาได้เต็มอิ่มที่สุด แถมเขายังสัญญากับฉันว่าเขาจะยกคอนโดของเขาให้ฉัน ในเมื่อเขาทั้งรักและหลงฉันแบบนี้ แค่รถสปอร์ตราคาไม่กี่ล้าน หรือจะสู้คอนโดสุดหรูริมแม่น้ำที่ไม่ใช่แค่ห้องเดียว แต่เป็นทั้งชั้น เห็นๆ กันอยู่แล้วว่าอันไหนที่มันดูมีราคามากกว่ากัน ฉันว่าแกน่าจะเตรียมหาเศรษฐีแก่ๆ เอาไว้ยึดเกาะตอนที่เขาเขี่ยแกทิ้ง ดีกว่าเอาเวลามาเพ้อฝันลมๆแล้งๆ วาดวิมานเอาไว้คนเดียวแบบนี้จะดีกว่านะอีนังแบบ...แก่!

“กรี๊ดดด นังพริสซี่ นังเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม วันนี้ฉันจะเลาะเอาหมาในปากของแกออกมาขย้ำให้เละคามือเลย”

“ก็เอาสิ!อย่าคิดว่าเด็กๆอย่างฉันจะยอมให้อีแก่อย่างแก่มาข่มกันได้ง่ายๆ ฉันก็มีมือมีเท้าเหมือนกัน ถ้าคิดว่าแรงของแกยังพอมีก็เข้ามา”

“นังพริสซี่!แก...”

“หยุด!หยุดเดี๋ยวนี้! พวกเธอจะโกรธจะเกลียด หรือว่าจะทะเลาะกันแย่งผู้ชายแบบไหนฉันไม่สน แต่อย่ามาทำให้งานของฉันพัง!ตอนนี้พวกเธอมีหน้าที่อะไร ในเมื่อรับเงินของฉันไปแล้ว ต้องทำหน้าที่ของพวกเธอให้ดีที่สุด ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องเอเจนซี่ของพวกเธอ”

เสียงประกาศกร้าวของแคทเธอลีนได้ผลยิ่งนัก เพราะสองนางแบบต่างหยุดชะงัก ไม่มีใครกล้ากระดิกตัวเลยซักคน ทั้งสองคนได้แต่ยืนนิ่ง ส่งสายตาฟาดฟันกันแทนร่างกาย แล้วก็เป็นพริสซี่ที่หันมาหาแคทเธอลีน

“พี่เคท ไหนพี่เคทบอกให้พริสซี่เดินชุดฟินนาเล่ไงคะ แล้วทำไมอยู่ดีๆพี่ถึงให้อีแก่นี่มาเดินแทนพริสซี่”

“นังพริสซี่!” เมนี่แว๊ดออกมาเมื่อได้ยินสรรพนามที่พริสซี่เรียกเธอ แต่เธอก็ต้องหยุดพูดต่อ เพราะแคทเธอลีนพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

“คุณเมนี่... ทำไมน่ะเหรอ  นี่มันกี่โมงแล้วพริสซี่ อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงคิวของร้านพี่แล้ว แล้วดูสิว่าเธอแต่งตัวพร้อมรึยัง อย่าว่าแต่ใส่ชุดเลย แม้แต่งหน้าทำผมก็ยังไม่ได้แต่ง วีด้าโทรหาเป็นร้อยๆสายก็ไม่รับ เหลือเวลาไม่ถึงสิบนาทีก็จะขึ้นเดินแล้ว และเธอก็เพิ่งมา เธอจะเอาเวลาที่ไหนไปเตรียมตัว เมคอัพทุกคนต่างก็ยุ่งจนไม่มีเวลาว่าง แล้วอย่างนี้จะไม่ให้พี่เปลี่ยนตัว ให้พี่รอเธออย่างนั้นน่ะเหรอ งานของพี่ พี่เตรียมมาทั้งปี และพี่ก็หวังเอาไว้มาก ถ้าเธอไม่เต็มร้อยกับงานของพี่ พี่คงต้องปฏิเสธ”

“พี่เคท! ที่พริสซี่มาสายเพราะพริสซี่เพิงลงเครื่องเมื่อกี๊ ที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เพราะพริสซี่อยู่บนเครื่องบิน แต่พริสซี่ก็รีบเพื่อที่จะมาเดินแบบให้พี่ที่สุดแล้ว พอพริสซี่มาถึงพี่จะปฏิเสธพริสซี่อย่างนั้นเหรอคะ”

“นั่นเพราะเธอบริหารเวลาไม่ถูกต่างหาก มันเป็นความผิดของเธอไม่ใช่พี่ แต่เอาเถอะ ในเมื่อเธอมาแล้วพี่ก็จะให้เธอร่วมเดินแบบในครั้งนี้ด้วย แต่เธอต้องไปเดินแทนคุณเมนี่”

“ไม่ค่ะ พริสซี่ไม่เดินแทนมัน พริสซี่จะเดินชุดฟินาเล่เท่านั้นค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็บอกให้เอเจนซี่ของเธอรอรับหมายศาลจากพี่ได้เลย”

“พี่เคท!

“เธอจะเดินแทนคุณเมนี่ หรือว่ากลับไปรอรับหมายศาล”

เมื่อโดนยื่นคำขาดแบบนี้ พริสซี่ก็หันไปจ้องหน้าเมนี่ด้วยสายตาชิงชังอีกครั้ง ก่อนที่จะยอมเดินเข้าไปแต่งตัวในห้องแต่งตัวอีกห้องอย่างไม่สบอารมณ์ เมนี่ยิ้มเยาะและมองตามหลังพริสซี่อย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันมาหาเอมี่และวีด้าเพื่อให้เธอจัดชุดต่อ”

“จัดชุดเสร็จหรือยังวีด้า”

“ใกล้แล้วค่ะ เหลือจับจีบตรงช่วงเอวอีกนิดหน่อยก็เสร็จแล้วค่ะ”

“ฉันต้องขอโทษคุณเมนี่ด้วยนะคะที่ทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องไร้สาระแบบนี้”

“ไม่เป็นไรค่ะมันไม่ใช่ความผิดของคุณซักหน่อย ฉันชินกับอารมณ์เหวี่ยงวีนของเธอแล้วล่ะค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ ฉันจะไปดูพริสซี่สักหน่อย ป่านนี้เธอวีนใส่เมคอัพแล้วก็ไม่รู้”

“ค่ะ” เมนี่ยิ้มให้กับแคทเธอลีน ก่อนจะหันกลับมาให้วีด้าและเอมี่จัดชุด

แคทเธอลีนเดินออกมาจากห้องแต่งตัว เธอนึกโมโหไปถึงเซบาสเตียน ที่เขาเองก็เป็นต้นเหตุของการทะเลาะวิวาทของแม่สองนางแบบนี้ด้วย เพราะถ้าเขาไม่เจ้าชู้ควงคนนั้นที คนนี้ทีสองนางแบบดังคงไม่ทะเลาะกันจนงานของเธอเกือบจะล่มอย่างนี้ และเธอก็เอะใจนึกไปถึงคำพูดของแม่สองนางแบบนั่น ที่พวกเธอบอกว่า เขาเพิ่งรักกับพวกเธอเมื่อสองสามคืนที่ผ่านมา คนบ้า! นี่ขนาดเขามีเธออยู่แล้วทั้งคน ยังกลับไปมั่วกับพวกนางแบบอีก ได้ยินแบบนี้แล้วมันน่าโมโหจริงๆ

แคทเธอลีนมองแหวนเพชรบนนิ้วมือของเธอ ที่เขาซื้อให้อย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะถอดมันออกเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อ แล้วเดินตรงเข้าไปดูนางแบบสาวในห้องแต่งตัว

และก็ถึงคิวของร้านของแคทเธอลีน บรรดานางแบบทุกคนต่างมายืนรอเตรียมจะขึ้นเดินอยู่ด้านหลังเวที และแคทเธอลีนก็เดินตรวจสอบความเรียบร้อยของพวกนางแบบ จนเมื่อเธอเดินมาถึงพริสซี่ แคทเธอลีนหยุดมองนางแบบสาวที่กำลังทำหน้าหงิกหันหน้าหนีเธออย่างไม่สบอารมณ์ หญิงสาวแตะที่ไหล่ของพริสซี่เบาๆ

“พริสซี่อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ พี่ยังเห็นเธอเป็นน้องสาวอยู่เหมือนเดิมนะ”

“เห็นพริสซี่เป็นน้องสาว แต่ก็ปลดพริสซี่ลงจากฟินาเล่”

“จะชุดฟินาเล่หรือว่าชุดไหนๆ ก็เป็นผลงานของพี่ และพี่ก็เต็มที่กับทุกๆชุด ดูอย่างชุดที่พริสซี่ใส่ในวันนี้สิ ยังไม่ทันที่จะได้เดินโชว์ พี่ก็มียอดจองเข้ามาตั้งหลายชุดแล้วนะ แต่ชุดฟินาเล่สิ...ยังไม่มีเลย” พริสซี่ได้ยินก็หันกลับมาหาแคทเธอลีนทันที

“จริงเหรอคะ หรือว่าพี่พูดเพื่อปลอบฉัน”

“พี่จะโกหกพริสซี่ทำไม เมื่อวานลูกค้ามาที่ร้าน พอได้เห็นชุดนี้ที่หุ่นโชว์ ก็พากันสั่งจองตั้งหลายชุด และพี่สาวของเราก็ยังสั่งจองชุดนี้เลยนะ”

“คริสตินจองชุดนี้ด้วยเหรอคะ”

“จ้ะ และวันนี้คริสตินเขาก็มาดูด้วยนะ เดินให้ดีที่สุด อย่าให้คริสตินต้องผิดหวังนะจ๊ะ”

“ค่ะ พริสซี่จะเดินให้ดีที่สุด รับรองว่าจะไม่มีคำว่าผิดหวังเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ”

“ขอบใจจ้ะพริสซี่”

การเดินแบบของห้องเสื้อแคทเธอลีนดำเนินไปด้วยดีจนจบ และในตอนท้ายสุดของงานแสดงแฟชั่นในค่ำคืนนี้ ก็เป็นการประกาศผลของการตัดสิน บรรดาดีไซน์เนอร์และนางแบบในชุดฟินนาเล่ ต่างก็มายืนโชว์ตัวและอวดชุด เพื่อรอฟังผลการตัดสินอยู่บนเวที

แคทเธอลีนก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอรอลุ้นอย่างใจจอดใจจ่อ และในที่สุดชื่อของเธอก็ถูกประกาศดังไปทั่วงาน

“และเราขอมอบรางวัลสุดยอดแฟชั่นของวีคนี้ ให้กับ...ห้องเสื้อแคทเธอลีน!

แคทเธอลีนเดินยิ้มหน้าบานเดินออกมาพร้อมๆกับนางแบบของเธอ และเดินไปรับมอบรางวัล ก่อนจะเดินไปหยุดพูดแรงบันดาลใจของเธอ จนเมื่อเธอพูดจบก็เดินโชว์ตัวพร้อมๆกับนางแบบชุดฟินาเล่ และพอเธอเดินมาถึงด้านหน้าสุด ก็ทำให้ช่างภาพต่างหันมา พากันกดรัวชัตเตอร์ใส่เธอกันยกใหญ่

เมื่อโจเซฟมาเฟียขาใหญ่เดินขึ้นไปมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ให้เธอ ซึ่งแคทเธอลีนเองก็ต้องฝืนยอมรับ และฉีกยิ้มตามมารยาท ทั้งๆที่เธอยังคงอึ้งๆอยู่ แถมก่อนที่เขาจะเดินลงมา โจเซฟยังหอมแก้มของเธอทิ้งท้ายให้บรรดาช่างภาพได้กดรัวชั๊ตเตอร์กันอีกครั้ง เสียงกรี๊ดกร๊าด ฮือฮาไปทั่วทั้งงาน แคทเธอลีนเองก็ต้องโชว์รอยยิ้มสร้างภาพเอาไว้ก่อน แต่ในใจของเธอทั้งโกรธและโมโหที่เขาทำประเจิดประเจ้อใส่เธอแบบนี้

เซบาสเตียนก็ได้บัตรเชิญให้มาร่วมงานในครั้งนี้ เขานั่งอยู่ไม่ไกลจากตรงที่แคทเธอลีนยืนมากนัก เขามองสังเกตแคทเธอลีนไปทั่วทั้งตัว โดยเฉพาะที่นิ้วมือของเธอ และเมื่อไม่เห็นเธอสวมแหวนที่เขาซื้อให้ ก็พาลให้นึกเคืองหญิงสาวอยู่เป็นเดิมพันอยู่แล้ว และเมื่อได้มาเห็นโจเซฟเดินขึ้นไปมอบช่อดอกไม้ และหอมแก้มเธอต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้  ดวงตาสีฟ้าก็วาวโรจน์ไปด้วยความโกรธทันที กรามหนาสองข้างบดกันราวกับจะให้ฟันของเขาแหลกละเอียดเสียให้ได้ มือข้างขวากำหมัดแน่นเพื่อระงับความโกรธ แต่เขาเองก็ยังคงนั่งนิ่ง ไม่แสดงอาการออกมา ทั้งๆที่เขาอยากจะเดินเข้าไปตั้นหน้าไอ้โจเซฟ และกระชากร่างบางเข้ามากอดประกาศความเป็นเจ้าของตัวเธอใจแทบขาด แต่ในตอนนี้เขาทำได้เพียงบดกรามและสบทชื่อคู่อริออกมาเบาๆ เท่านั้น

“ไอ้โจเซฟ...”

เบนหันควับไปมองหน้าของเจ้านายทันที ที่เห็นโจเซฟหอมแก้มแคทเธอลีน เจ้านายของเขานั่งนิ่ง หน้าตาเคร่งขรึมอย่างเห็นได้ชัด งานนี้คงต้องมีการเอาคืนกันบ้างล่ะมั๊ง ดูซินั่งทำหน้าบูดซะขนาดนั้น สงสัยคืนนี้คุณเคทคงต้องรับศึกหนักหน่อยล่ะ น่าเป็นห่วงเธอจริงๆ

และมันก็เป็นอย่างที่เบนนึกเอาไว้จริงๆ เมื่องานเลิกและแคทเธอลีนกำลังจะกลับ เธอกำลังเดินถือกระเป๋าตรงไปที่ลานจอดรถ และกำลังจะเปิดประตูรถก็ถูกกระชากเข้าไปยังหลังเสาข้างๆอย่างแรง จนเธอร้องออกมาเสียงหลง

“ว๊าย!ชะ...”

เซบาสเตียนรีบเอามือปิดปากของเธอก่อนที่เธอจะร้องของความช่วยเหลือ เขาดันตัวเธอให้ติดผนัง แล้วใช้ตัวเองเบียดชิดกดตัวเธอเอาไว้ ดวงตาหวานมองใบหน้าของเขาอย่างตื่นตระหนก และเรียกชื่อเขาออกมาเบาๆ เมื่อเขาปล่อยมือออก

“คุณบาสเตียน!เรียกฉันดีๆก็ได้นะคะ ทำแบบนี้ฉันตกใจหมดเลย” หญิงสาวพูดตัดพ้อคนตัวโตที่ใช้กำลังฉุดดึงตัวเธอ

เซบาสเตียนมองใบหน้าหวานนิ่ง ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมา ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองไปที่นิ้วมือของเธอ ก่อนจะกลับมาจ้องหน้าหวานๆ อีกครั้ง และก็เป็นแคทเธอลีนที่ทนความนิ่งเงียบของเขาไม่ได้

“คุณจะจ้องหน้าฉันอีกนานมั๊ยคะ”

“ถอดแหวนออกทำไม” น้ำเสียงที่ร้องถามเบาๆ ที่ได้ยินกันเพียงแค่สองคน แต่ออกจะดุตามนิสัยของเขา

“นี่คุณกระชากฉันแรงๆ เพราะต้องการจะถามฉันแค่นี้น่ะเหรอ”

“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามผม” ดวงตาสีฟ้ายังคงมองเธอนิ่งๆ น้ำเสียงที่เบาและเรียบเฉยของเขา ทำให้แคทเธอลีนต้องยอมตอบ

“ก็... ฉันต้องทำงาน และฉันก็กลัวว่าแหวนของคุณจะไปเกี่ยวโดนชุดและเครื่องประดับของพวกนางแบบเข้า ก็เลยถอดเก็บไว้”

แคทเธอลีนต้องยอมโกหกเพื่อหาทางเลี่ยง เพราะถ้าเขารู้ว่าเธอถอดเพราะอะไร เธอคงได้โดนเขาเยาะใส่เป็นแน่ เพราะความสัมพันธ์ของเธอและเขาก็ยังไม่แน่ชัดพอที่เธอจะต้องหึงเขาซะด้วยซ้ำ

ดวงตาสีฟ้ามองจ้องใบหน้าหวานที่กำลังกลบเกลื่อนความผิด ก่อนจะถามกลับออกไป

“อยู่ไหน”

“คะ?”

“แหวนอยู่ไหน”

“กระเป๋าเสื้อ”

เซบาสเตียนเลื่อนมือขึ้นไปปลดกระดุมเสื้อด้านในของหญิงสาว แล้วหยิบแหวนออกมาสวมที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ พร้อมกับพูดสั่ง

“อย่าถอดมันอีก”

“ก็ไหนคุณเขียนบอกว่าฉันจะใส่หรือไม่ใส่มันก็ได้”

“แต่ต่อไปนี้คุณต้องใส่ และต้องใส่ตลอด”

“ทำไมคะ ทำไมฉันต้องใส่มันตลอด” เซบาสเตียนไม่ตอบเธอ แต่เขาเลื่อนสายตาไปมองสองข้างแก้มของเธอ ที่คู่อริของเขาเพิ่งกดประทับรอยมาหมาดๆ

“ไอ้โจเซฟมันจูบข้างไหน”

“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามฉัน”

“ข้างนี้สินะ” เขากดจูบที่แก้มซ้าย แล้วก็เลื่อนไปอีกข้าง

“แล้วก็ข้างนี้” ใบหน้าคมยังคงกดจูบคลอเคลียไปทั่ว จนหญิงสาวต้องผลักใบหน้าของเขาออก

“คุณบาสเตียน” แคทเธอลีนเรียกชื่อเขาเบาๆ

“แล้วก็ตรงนี้ด้วย” แต่เซบาสเตียนกลับไม่สนเสียงเรียกของเธอ เขากดจูบที่ริมฝีปากอวบอิ่มเบาๆ และซ้ำๆ

“คุ...” แคทเธอลีนยังไม่ทันได้เรียกชื่อเขาอีกครั้ง ก็ถูกเขาประกบปาก กดจูบแลกลิ้นอยู่นานสองนาน

“พอได้แล้วค่ะ ฉันต้องกลับบ้าน นี่มันดึกมากแล้วนะคะ”หญิงสาวพูดบอกเมื่อเขายอมปล่อยปากออก แต่ก็ยังคงกดจูบคลอเคลียทั่วใบหน้าของเธอ

“ไปกับผม”

“ไม่ค่ะ ฉันจะกลับบ้าน” คิ้วหน้าย่อนเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อถูกหญิงสาวในอ้อมกอดต่อต้าน

“อย่าดื้อสิ ผมคิดถึงคุณมากนะ” เมื่อได้ยินคำพูดที่แสนจะเอาแต่ใจของเขา หญิงสาวก็อดทนไม่ได้ เลยต้องหลุดเผยไต๋ออกมา

“คิดถึงเหรอคะ พริสซี่กับเมนี่บริการคุณไม่เต็มอิ่มรึยังไง คุณถึงได้คิดถึงฉัน”

“บริการ...บริการอะไร”เซบาสเตียนถามกลับเธออย่างงงๆ ก็ตั้งแต่เขามีเธอ เขายังไม่เคยได้แตะผู้หญิงคนไหนเลยซักนิด

“ก็เมื่อสองคืนที่ผ่านมาพวกเธอบอกว่า...บริการคุณ” แคทเธอลีนพูดไม่เต็มเสียงนัก พอพูดจบเธอก็เบือนหน้าหนีดวงตาสีฟ้าที่กำลังจ้องมองเอาคำตอบ

เซบาสเตียนยิ้มปนหัวเราะออกมา นี้เธอกำลังหึงเขาอย่างนั้นน่ะเหรอ ที่เธอถอดแหวนออกก็คงเพราะเรื่องนี้ด้วยสินะ

“ยิ้มอะไร” หญิงสาวถามกลับเมื่อเห็นรอยยิ้มและแววตาหยอกล้อจนต้องค้อนควับให้คนชอบแกล้ง

“หึงผมเหรอ”

“ใครหึง ฉันจะหึงคุณทำไมเราไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย”

“เป็นสิ คุณเป็นเมียผม”

ดวงตาหวานเบิกกว้างเมื่อได้ยินสรรพนามที่เขาเอ่ยบอกแสดงตัวตนของเธอ คิวเรียวย่นเข้าหากัน ดวงตาคู่สวยจ้องหน้าเขาตาดุๆ

“แน่ะ ดุซะด้วย” เซบาสเตียนยิ้มที่มุมปากมองใบหน้าหวานด้วยสายตาหยอกล้อ

“ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ ฉันจะกลับบ้าน” แคทเธอลีนพูดใส่หน้าคนตรงหน้าอย่างงอนๆ มือเรียวผลักอกแกร่งของเขาออก

“อยู่กับผมเถอะนะ ผมคิดถึงคุณ”

“คุณเกลียดฉันไม่ใช่เหรอคะ”

“อย่าเพิ่งงอนสิ ไปกับผมเถอะนะ”

“ไม่ค่ะฉันจะกลับบ้าน”

“ถ้าอย่างนั้นไปที่ร้านของคุณก็ได้”

“ฉันจะกลับบ้านค่ะ” แคทเธอลีนพูดยืนยันเสียงแข็ง จนเขาต้องอธิบาย

“อย่าไปฟังพวกเธอสิ ผมไม่ได้ยุ่งกับพวกเธอตั้งแต่มีคุณ”

“แต่เธอเพิ่งบอกว่าอยู่กับคุณ”

“นั่นไง คุณกำลังโกรธผม” เซบาสเตียนเลื่อนมือขึ้นมาเกลี่ยแก้มนวลและกดจูบเพื่อเอาใจเธอ

“พวกเธอพูดไร้สาระ ผมเพิ่งกลับมาจากดูไบเมื่อตอนบ่าย พ่อคุณก็ไปกับผม ท่านเป็นพยานให้ผมได้นะ ไม่เชื่อคุณก็ลองไปถามท่านดูสิ”

“จะให้ฉันถามให้ท่านรู้เรื่องของเรารึไงกัน”

“ผมเคลียตัวเองหมดแล้ว ทีนี้ไปกับผมได้รึยัง”

“ไม่ได้ค่ะ เพราะฉันจะกลับบ้าน”

“ฮื้อ...ดื้อซะจริง ถ้าอย่างนั้นผมไปส่ง”

“ฉันขับรถกลับเองได้”

“ผมขับให้ดีกว่า นะ ให้ผมขับให้” แคทเธอลีนมองใบหน้าคมที่กำลังยิ้มและส่งสายตาหยอกล้อมาให้เธอ ถ้าเป็นเวลาปกติ ในตอนนี้ใบหน้าของเขามีเสน่ห์ชวนมองเป็นที่สุด แต่ตอนนี้เธอกำลังงอนเขาอยู่ก็เลยไม่อยากจะหลุดยิ้มให้เขาได้ใจ

ใบหน้าคมก้มจุมพิตที่เรียวปากอวบอิ่มเบาๆ และซ้ำๆ ก่อนที่เขาจะรั้งพาเธอเดินอ้อมไปที่ประตูรถอีกฝั่ง ดันตัวร่างบางให้เข้าไปนั่งในรถ แล้วเดินอ้อมกลับมาทำหน้าที่สารถี นั่งเคียงคู่ไปกับเธอ

เซบาสเตียนขับรถไปตามทางเรื่อย เขาเหลือบมองหญิงสาวที่เอาแต่นั่งนิ่ง ไม่หันมาสนใจเขาเลยซักนิด และเมื่อเขาเลี้ยวเปลี่ยนเส้นทาง ผู้หญิงที่เอาแต่นั่งนิ่งก็หันมาเอาเรื่องกับเขา

“ฉันจะกลับบ้านค่ะ ไหนคุณบอกว่าจะขับไปส่งฉัน”

“ก็ใช่”

“แล้วทำไมคุณถึงเลี้ยวซ้ายคะ ทำไมไม่ขับตรงไป”

“ผมไม่ได้บอกคุณซักหน่อยว่าจะขับไปส่งคุณที่บ้าน ผมบอกแค่ว่าจะขับไปส่ง...เท่านั้น”

“คุณบาสเตียน!

“น่า...ไปกับผมเถอะ ผมคิดถึงคุณ คืนนี้อยู่กับผม พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปส่งที่บ้าน ผมสัญญา”

“คุณนี่มัน...”

เมื่อโดนมุกนี้ แคทเธอลีนก็ยอมหยุด ปล่อยตามใจเขา เธอหันหน้าหนีดวงตาสีฟ้าที่แสนจะหยอกเย้าคู่นั้น และแอบนึกกลัวว่าเขาจะไปหาผู้หญิงอื่น ถ้าเธอยังคงยืนกรานปฏิเสธเขา ซึ่งความจริงแล้วตั้งแต่คืนนั้น มันก็ผ่านมาหลายอาทิตย์ที่เธอและเขาไม่ได้เจอหน้ากัน และเธอเองก็คิดถึงและต้องการเขาไม่น้อยไปกว่าที่เขาคิดถึงเธอเหมือนกัน...

กลับมาที่ลานจอดรถของโรงแรม

เหตุการณ์ที่เซบาสเตียนฉุดกระชากแคทเธอลีน และยืนกอดจูบเธอจนกระทั่งขับรถออกไปกับเธอ อยู่ในสายตาของโจเซฟและลูกน้องของเขาทั้งหมด นั่นเพราะว่าเขาเดินตามเธอมา แต่ยังไม่ทันที่จะได้เรียก ก็เห็นเธอถูกเซบาสเตียนกระชากตัวเข้าไปกอดซะก่อน โจเซฟเลยต้องแอบมองคนทั้งคู่ และยืนสะกดความโกรธแค้นอยู่ไกลๆ

“ถึงว่าทำไมเธอถึงปฏิเสธฉัน เพราะไอ้บาสเตียนนี่เอง ดีล่ะ ในเมื่อเธอเลือกมัน ไม่เลือกฉัน ต่อไปนี้ฉันก็จะจัดของจริงให้เธอได้รู้ถึงความร้ายกาจของฉันซะที ฉันจะเอาให้ไอ้บาสเตียนมันกระอักเลือดเลยคอยดู ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัวงานนี้มันคุ้มจริงๆ ...ไปกลับ!

โจเซฟยืนอาฆาต มองตามจนกระทั่งรถของแคทเธอลีนแล่นลับตาไป ก่อนจะสั่งลูกน้อง และเดินกลับไปขึ้นรถของเขาที่จอดรออยู่ที่หน้าโรงแรม...

.......................................................................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอขอบคุณสำหรับนักอ่านที่มอบเหรียญกำลังใจให้กับนิยายเรื่องนี้นะคะ ^^ "

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


งอนด้วย😡
โดย Anonymous | 1 year, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 2 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 2 years, 1 month ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha