ทาสรักจำเลยใจ

โดย: เทียนธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ขอเคลียร์


ตอนต่อไป

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นพร้อมกับอาการสั่นเป็นระลอกๆ ทำให้ร่างอ้อนแอ้นสมส่วนซึ่งอยู่ในชุดเสื้อช็อปกางเกงยีน ต้องล้วงมือเรียวเล็กเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แล้วหยิบเอาเครื่องมือสื่อสารของตัวเองออกมา ก่อนที่คิ้วเรียวได้รูปจะขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าเบอร์ที่โทรเข้ามานั้นไม่ใช่เบอร์ของคนรู้จักหรือเบอร์ที่บันทึกไว้ในเครื่องแต่อย่างใด ในใจหวั่นๆ ว่าต้นสายจะเป็นคนที่โทรมาหลายครั้งในรอบสองวัน ตอนแรกคิดว่าจะไม่รับ แต่ก็อยากจะเคลียร์กับคนโรคจิตที่ชอบก่อกวนชาวบ้านให้เด็ดขาด จึงตัดสินใจกดรับสายในที่สุด

สวัสดีค่ะ

เย็นนี้ผมจะรอคุณที่หน้าบริษัท ออกมาพบผมด้วยเสียงใครคนหนึ่งดังห้วนๆ มาตามสาย ซึ่งเป็นเสียงเดียวกับที่ดุษฎีแอบเดาไว้จริงๆ

ทำไมฉันต้องไปพบคุณด้วย คุณว่างมากหรือไงถึงได้โทรมาก่อกวนฉันไม่เลิกแบบนี้ดุษฎีแว้ดกลับใส่โทรศัพท์กลับไปยังปลายสายทันที

ถ้าคุณไม่มาเราได้เห็นดีกันแน่เสียงวางอำนาจตอบกลับมา

ไม่ไป ไม่ไป ได้ยินมั้ยไอ้บ้าดุษฎีพูดอย่างเหลืออด

ก็ถ้าอยากลองดีก็ได้เขาขู่อีกครั้งก่อนวางสายไป

ดุษฎีนั่งครุ่นคิดหลังจากที่ชายนิรนามวางสายไป เขาโทรมาบอกว่าต้องการพบเธอ ซึ่งเขาไม่บอกด้วยซ้ำไปว่าเขาเป็นใคร และทำไมถึงอยากพบเธอ แต่ที่เขาพูดมาตลอดหลายวันนั้นเหมือนกับว่าเขารู้จักเธอดี แล้วไหนจะเบอร์โทรอีกล่ะเขาไปเอาเบอร์ของเธอมากจากใคร

เป็นอะไรไปข้าวนั่งหน้ามุ่ยเชียวปริวัฒน์เพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุดของดุษฎีเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวทำหน้าเครียดๆ

เจอโทรศัพท์โรคจิตน่ะอั้นดุษฎีบอกอย่างเซ็งๆ

ให้ผมช่วยจัดการมั้ย

ชั่งมันเถอะ เดี๋ยวเขาก็คงเลิกตอแยไปเอง ว่าแต่เย็นนี้ ขอข้าวอาศัยรถกลับด้วยนะ พอดีจะจะให้อั้นไปช่วยดูไฟที่ห้องให้หน่อย มันติดๆ ดับๆ มาหลายวันแล้ว แจ้งอพาร์ทเมนต์เขาก็ไม่มาจัดการอะไรให้เสียที

ได้สิ ไม่มีปัญหา ของเพียงแค่ข้าวเอ่ยปาก อั้นยินดีรับใช้อยู่แล้วปริวัฒน์ตอบพร้อมโค้งตัวลงคล้ายดั่งอัศวินรับคำสั่งจากเจ้าหญิง ทำให้ดุษฎียิ้มได้

ปริวัฒน์เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีและมีน้ำใจต่อเธอเสมอ บวกกับที่เขาเป็นคนขี้เล่นจึงทำให้เข้ากันกับเธอได้ดี ทั้งสองคนสนิทกันมากและทำงานเข้าขากันดี เรียกได้ว่าเป็นเงาตามตัวกันเลย จนมีหลายๆ ลุ้นให้ทั้งคู่ลงเอยกันเพราะเห็นว่าทั้งสองเหมาะสมกันดี แต่ติดอยู่ตรงที่ปริวัฒน์นั้นมีคนรักอยู่แล้ว ดุษฎีรู้ดีว่าปริวัฒน์ทั้งรักทั้งเกรงใจแฟนสาวคนนี้มากแค่ไหน สาเหตุนั้นก็คงมาจากปริวัฒน์เป็นคนขี้เล่นจึงทำให้มีสาวๆ มากหน้าหลายตามาติดพันอยู่บ่อยครั้ง เมื่อรชิตารู้เข้าก็ตามอาละวาดจนสาวๆ เหล่านั้นแตกกระเจิงไปหมด

เมื่อได้เวลาเลิกงานทั้งสองหนุ่มสาวก็เดินตามกันไปยังลานจอดรถของบริษัท ดุษฎีกวาดตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง เธอรู้สึกได้ว่ามีสายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องมองมายังเธอ

มีอะไรเหรอข้าวปริวัฒน์ถามเมื่อเห็นท่าทีหวาดระแวงของหญิงสาว

เปล่าหรอก

ถ้างั้นก็ขึ้นรถเถอะ ช้ากว่านี้เดี๋ยวรถติด

อืม...

ดุษฎีพยักหน้าแล้วเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งเคียงข้างปริวัฒน์ ก่อนที่รถคันหรูจะแล่นออกจากลานจอด โดยไม่รู้ว่าสายตาคมปลาบของ รชานนท์มองตามทุกฝีก้าวก่อนที่เขาจะขับรถของตัวเองติดตามไปอย่างกระชั้นชิด

 

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา...

รถของปริวัฒน์แล่นเข้ามาจอดเทียบลานจอดรถของอพาร์ตเมนท์ที่ดุษฎีพักอยู่ และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินตามกันขึ้นไปด้านบน

รชานนท์กำหมัดเข้าหากันแน่นด้วยความเดือดดาล เขาอดทนนั่งรอในรถอย่างกระวนกระวายผสมกับความโกรธ หากไม่กลัวจะโดนข้อหาบุกรุก เขาจะบุกเข้าไปจัดการคู่หมั้นของน้องสาวที่ทรยศความรักของน้องสาวของเขาได้ และจะสั่งสอนผู้หญิงคนนั้นให้รู้สึกถึงความโหดร้ายที่กล้าเข้ามาเป็นมือที่สามกับความรักของคนอื่น

เขานั่งรอด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงทั้งปริวัฒน์และดุษฎีก็กลับลงมาอีกครั้ง รชานนท์รอให้ปริวัฒน์ออกรถไปก่อน จากนั้นร่างสูงก็ก้าวลงจากรถเพื่อไปหาเป้าหมายของเขาอย่างรวดเร็ว

มานี่

ว้าย!

ดุษฎีที่กำลังจะกลับขึ้นไปห้องพักของตัวเองตกใจอย่างมากที่อยู่ๆ ก็มีคนมากระชากแขนของเธอเต็มแรง หญิงสาวหันมาสบประสานสายตากับคนที่กระชากตัวเอง เธอเกือบจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ยั้งเอาไว้ได้ทัน เมื่อฉุกคิดได้ว่าเขาอาจจะเป็นคนที่โทรศัพท์มาก่อกวนเธอตลอดหลายวันที่ผ่านมา แม้การกระทำของเขาจะดูอุกอาจและหยาบกระด้าง แต่หญิงสาวมองว่าท่าทางเขาไม่เหมือนโจร ถึงใบหน้าคมคร้ามนั้นจะมีไรหนวดไรเคราเขียวครึ้มก็เถอะ ดุษฎีจึงเลือกที่จะเจรจากับเขาให้รู้เรื่องดูสักตั้ง เขาอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดเธออยู่ก็ได้ ถ้าเขารู้ความจริงแล้วอาจจะรามือไปเอง

คุณเป็นใครคะ

เธอไม่จำเป็นต้องรู้เสียงห้าวทุ้มน่าฟังตอบกลับมาอย่างห้วนกระด้าง

คุณมีเรื่องอะไรกับฉัน ปล่อยฉันนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คนช่วยดุษฎีเริ่มใจคอไม่ดีเพราะดูท่าทางเธอจะพูดกับเขาไม่รู้เรื่องเสียแล้ว

ก็เอาสิ ผมจะได้ประกาศให้ทุกคนรู้ว่าคุณเป็นเมียน้อยของผมสายตาและน้ำเสียงของเขาทำให้ดุษฎีรู้ว่าเขาเอาจริง ในนาทีนี้ดุษฎีเริ่มรู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่โทรศัพท์มาข่มขู่เธอเรื่องปริวัฒน์นั่นเอง

คุณต้องการอะไร

ผมบอกคุณไปหมดแล้ว แต่ในเมื่อคุณไม่ฟังแสดงว่าอยากลองดี ขึ้นรถ!” เขาตะคอกเสียงต่ำ

ไม่!”

จะขึ้นดีๆ หรือจะให้ผมให้กำลังดุษฎีมองไปรอบๆ เพื่อขอความช่วยเหลือแต่โชคไม่เข้าข้างเธอเลยตอนนี้ที่ลานจอดรถไม่มีคนอื่นๆ อยู่เลยนอกจากเธอกับเขา หญิงสาวพยายามจะขัดขืนแต่ในที่สุดก็โดนเขาบังคับให้ขึ้นรถไปกับเขาจนได้ จากนั้นรชานนท์ก็ออกรถอย่างใจเย็นสวนทางกับอารมณ์ของเขาลิบลับ จึงไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ

จอดเดี๋ยวนี้นะฉันจะลงหญิงสาวหันมาตวาดแว้ดใส่คนหล่อเหลาที่ทำตัวเป็นโจร

ถ้าอยากตายก็เปิดประตูกระโดดลงไปเลย

ดุษฎีพยายามจะเปิดประตูรถแต่ก็หมดหนทางเพราะประตูทุกบานถูกควบคุมการเปิดไว้ที่ฝั่งคนขับ เขายิ้มอย่างเยาะๆ กับความพยายามของเธอ

รถวิ่งห่างออกไปจากกรุงเทพมุ่งหน้าไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อถึงปากช่องซึ่งดุษฎีจำไว้ว่าเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา รถก็วิ่งเข้าสู่ถนนเล็กๆ ซึ่งเธอไม่สามารถรู้ได้ว่าจุดหมายปลายทางคือที่ไหนกันแน่ แต่บรรยากาศรอบๆ ที่มืดลงทุกขณะทำให้ดุษฎีรู้สึกหวาดกลัวกับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตังเอง เขาจะทำอะไรกันแน่หรือว่าเขาจะพาเธอมาฆ่าทิ้ง แต่จะฆ่าด้วยเหตุผลใดในเมื่อเธอไม่เคยมีความแค้นกับใครหรือว่าจะเป็นการจับผิดตัว

 “คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมดุษฎีถามเมื่อเขาพาเธอมาถึงจุดหมายปลายทาง

พามาขังเขาตอบเรียบๆ

ขัง! ทำไมต้องขังฉันด้วยดุษฎีโวยวายอย่างไม่พอใจ

เพื่อไม่ให้คุณไปญี่ปุ่นกับนายอั้น

คุณมีสิทธิ์อะไรมากะเกณฑ์ชีวิตฉัน และที่ฉันต้องไปญี่ปุ่นพร้อมอั้น ก็เพราะฉันต้องไปทำงาน ไม่ได้ไปทำเรื่องเสื่อมเสียอะไรเธอพยายามอธิบาย

เอางานมาบังหน้าล่ะสิไม่ว่ารชานนท์ทำเสียงเยาะๆ

นี่คุณ คุณเป็นใครถึงต้องมาห้ามฉันไม่ให้ทำนั่นทำนี่ดุษฎีเริ่มโมโหบ้างเหมือนกัน

ผม...รชานนท์พี่ชายของผู้หญิงที่คุณกำลังเป็นชู้กับแฟนของเขา มากพอที่จะเข้ามายุ่งเรื่องนี้มั้ย

ฉันกับอั้นเนี่ยเหรอที่เป็นชู้กัน

หรือว่าคุณคั่วผู้ชายคนอื่นอยู่อีก นอกจากนายอั้นเขากวาดตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างหยันๆ และดูถูก

คุณกำลังเข้าใจผิดนะ

ไปหลอกเด็กอมมือเถอะดุษฎีน้ำเสียงยามที่เอ่ยชื่อเธอนั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจ คืนนี้คุณต้องนอนที่นี่

ไม่นะ คุณปล่อยฉันไปเถอะ

หญิงสาวปรี่เข้าไปจับแขนเขาและเขย่าอย่างอ้อนวอนขอความเห็นใจ รชานนท์ไม่ฟังคำขอร้องของเธอแต่อย่างใด หลังจากผลักเธอเข้าไปในห้องและจัดการล็อคประตูจากด้านนอกโดยไม่สนใจเสียงเอะอะโวยวายของดุษฎีแต่อย่างใด 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


สนุกมากๆ
โดย Anonymous | 2 weeks, 4 days ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ชอบมากๆค่ะ
โดย Anonymous | 1 year, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
นุกมากค่ะ
โดย Anonymous | 1 year, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ชอบมากคะ
โดย smasnoname | 1 year, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha