ทาสรักจำเลยใจ

โดย: เทียนธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : อ่อนแอ & อ่อนไหว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

รชานนท์ที่นั่งรออยู่บนรถเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเมื่อดุษฎีไม่ยอมออกมาเสียที ร่างสูงจึงก้าวลงจากรถตรงไปยังหน้าห้องพักของดุษฎี แล้วเคาะปังๆ อย่างไม่เกรงใจ

“นี่คุณ กำลังเล่นแง่อะไรกับผมห๊า จะออกมาดีๆ หรือต้องให้ผมเข้าไปกระชากตัวออกมา”

ชายหนุ่มตะคอกเสียงดัง แต่ก็ไร้การตอบสนองจากคนที่อยู่ด้านใน เขาจึงใช้กุญแจสำรองที่ห้อยอยู่หูกางเกงไขและผลักประตูเข้าไปด้วยความโมโห

ร่างบางนอนยังคงนอนอยู่บนเตียงอย่างไม่ใส่ใจการมาของเขา รชานนท์เดินตรงไปที่เตียงเตรียมจะให้บทลงโทษกับแม่ตัวดี แต่เขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อร่างบางที่นอนอยู่หน้าขาวซีดปากแห้งผิดปกติ เขาจึงอังมือที่หน้าผากมนของเธอทันที

ตัวร้อนจี๋เลยเสียงทุ้มพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเดินอย่างรีบร้อนออกไปจากห้องและเดินกลับมาใหม่พร้อมแม่บ้านที่ในมือถืออ่างน้ำและผ้าสำหรับเช็ดตัวคนไข้

ดุษฎีค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นหลังจากหลับไปนาน เธอมองไปรอบๆ ห้องและมาสะดุดกับร่างของเขาที่ตอนนี้กำลังนั่งจ้องดูเธออยู่อย่างไม่กระพริบตา

คุณเธอพึมพำเสียงเบา

เป็นยังงัยบ้าง

ดุษฎีต้องหูฝาดเพราะพิษไข้แน่ๆ ที่น้ำเสียงของเขาฟังดูอ่อนโยนกว่าปกติ เธอพยายามลุกขึ้นนั่ง เขาจึงเข้ามาช่วยประคอง แต่ดุษฎียังไม่อยากให้เข้าใกล้เพราะแค่พิษไข้เธอก็จะอยู่แล้วถ้าโดนกระแสไฟจากตัวเขาวิ่งเข้ามาอีกเธอคงแย่แน่ จึงพยายามเบี่ยงตัวออก

“ปวดหัวค่ะ”

“และตัวก็ร้อนด้วย” ประโยคหลังรชานนท์เป็นคนพูด

“คงเพราะเมื่อวานโดนฝนน่ะค่ะ” ดุษฎีเผลอพูดกับเขาอย่างสนิทใจ อาจเป็นเพราะแววตาและน้ำเสียงของเขาที่ทำให้เธอเป็นเช่นนั้น

“แถมยังถูกผมจูบอีกต่างหาก ผมว่าสาเหตุหลักที่ไม่สบายคงเพราะโดนจูบล่ะมั้ง”

“คุณ!

ดุษฎีหน้าแดงเรื่อด้วยความอาย จนทำให้รชานนท์แอบคิดไปว่าเธอไม่เคยถูกผู้ชายจูบบ้างเลยหรือไง ถึงได้อายม้วนต้นเหมือนนางอายแบบนั้น

“อย่าบอกนะว่าไม่เคยถูกจูบ!

“ก็...” ดุษฎีกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ

“ผมไม่เชื่อหรอก”

เมื่อเขาพูดเช่นนั้นเธอจึงเชิดหน้าขึ้น ทำไมจะต้องไปแก้ตัวหรืออธิบายอะไร ในเมื่อพูดไปก็เปล่าประโยชน์ เขาจะคิดอะไรก็ช่างหัวเขาเถอะ

“คุณจะมาพาฉันเข้าไร่เหรอคะ” ดุษฎีถามเสียงห้วนตามอารมณ์งอนๆ ของตัวเอง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจะต้องรู้สึกเช่นนั้น

“สภาพนี้ ไปไหวเหรอ”

“ไม่ต้องมาทำเสียงเวทนาฉันแบบนั้นหรอกค่ะ ถ้าคุณอยากให้ไปฉันจะปฏิเสธได้หรือไง”

รชานนท์หัวเราะเบาๆ “ทำไมทำเสียงและเชิดหน้าแบบนั้น”

“มันหน้าฉันนี่”

“อย่าลืมสิว่าตอนนี้คุณเป็นเชลยของผม ความเป็นความตายของคุณอยู่ในมือผมนะ”

“อยากจะทำอะไรก็ทำเถอะ มันทีของคุณแล้วนี่”

“แน่ใจนะ” รชานนท์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปากแทบจะชิดกัน ทำให้ดุษฎีต้องรีบเบือนหน้าหนี

“ถอยไปห่างๆ ฉันนะ”

“คุณนี่เล่นบทหวงเนื้อหวงตัวได้เกือบดีเชียวนะ แต่เผอิญว่าผมไม่เชื่อ”

“คนเลว หาเรื่องรังแกได้แม้กระทั่งคนไม่สบาย”

“ผู้หญิงอย่างคุณเป็นพวกชอบวอนหาเรื่องเองนี่”

“ฉันไม่อยากเถียงกับคุณแล้ว ถอยไปสิ” ดุษฎีไล่เขาเสียงสั่น

“หิวหรือเปล่า”

จู่ๆ รชานนท์ก็เปลี่ยนเรื่องเหมือนกัน แถมน้ำเสียงของเขาก็อ่อนโยนลง ทำให้ดุษฎีงุนงงเป็นครั้งที่สอง

“ไม่ค่ะ...” เมื่อเขาพูดดีด้วย เธอก็ตอบเขากลับไปดีๆ ตามพื้นฐานนิสัยที่ไม่เคยพูดจากระโชกโฮกฮากกับใคร

“ถ้างั้นเดี๋ยวจะไปบอกป้าอุ่นเอาหารมาให้”

“ฉันบอกว่าไม่หิวนี่คะ”

“ไม่หิวก็ต้องกิน จะได้กินยาหลังอาหาร ผมไม่อยากดูแลคนป่วยนานๆ หรอก มันน่าเบื่อ”

เขาไม่วายจะพูดจาร้ายกาจใส่ดุษฎีทำให้ก้อนแข็งๆ แล่นจุกขึ้นมาที่คอของหญิงสาวอย่างอดไม่ได้ จากนั้นร่างสูงก็เดินดุ่มออกจากห้อง ไม่นานป้าอุ่นซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีก็ยกสำรับมาให้โดยมีผู้เป็นเจ้านายตามหลังเข้ามา

“ขอบคุณครับป้า ป้ามีอะไรก็ไปทำเถอะ เดี๋ยวผมจัดการเอง”

ดุษฎีอดที่นึกทึ่งคู่กรณีของตนไม่ได้ เวลาที่เขาพูดกับคนอื่นอย่างอ่อนโยนเหมือนอย่างที่พูดกับป้าอิ่มเมื่อครู่นี้ น้ำเสียงเขาช่างน่าฟังเหลือเกิน แล้วทำไมเขาไม่คิดจะพูดดีๆ กับเธอบ้างล่ะ... บ้าไปแล้วดุษฎี หญิงสาวเอ็ดตัวเองในใจที่คิดอะไรเช่นนั้น รู้ทั้งรู้ว่ารชานนท์มีทัศนคติต่อเธอยังไง ยังจะไปหวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีก

หลังจากป้าอุ่นออกไปแล้ว ร่างสูงก็นั่งลงข้างๆ เตียง ใช้สายตาดุๆ มองมายังดุษฎีเป็นการบังคับให้เธอทานอาหาร

“กินซะสิ”

“แต่ฉัน...

“ผมไม่ชอบพูดอะไรซ้ำซากหรอกนะ”

หญิงสาวจึงต้องตักข้าวต้มอุ่นๆ นั้นเข้าปาก เพราะไม่อยากมีปัญหากับคนที่อารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอย

“อิ่มแล้วเหรอ” เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นอีกรอบหลังจากที่เธอวางช้อนลง

“ค่ะ”

“กินน้อยยังกะแมวดม”

“ฉันไม่หิวจริงๆ นี่คะ อีกอย่างคนไม่สบายกินอะไรก็ไม่อร่อยหรอกค่ะ”

“ถ้างั้นก็กินยานี่ซะ”

เขาส่งยาหลังอาหารพร้อมกับแก้วน้ำให้ ดุษฎีรับไปและกินอย่างว่าง่าย จากนั้นก็เอนตัวลงนอน โดยที่รชานนท์ขยับไปนั่งที่โต๊ะข้างๆ หน้าต่าง เธอเพิ่งสังเกตว่าบนนั้นมีโน้ตบุ๊กของเขาวางอยู่ แสดงว่าเขาคงจะเอางานมาทำเพื่อเฝ้าเธอ คงไม่ใช่เพราะเป็นห่วงแต่กลัวเธอจะหนีมากกว่า ดุษฎีบอกตัวเองเช่นนั้น ก่อนที่ตาจะปรือปรอยลงเพราะฤทธิ์ยา จึงไม่รู้ว่าหลังจากที่เธอเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์แล้ว ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง และก้มลงจูบที่ปากของเธอเบาๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha