ทาสรักจำเลยใจ

โดย: เทียนธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : ไม่อยากรู้ ไม่อยากเห็น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

รถจี๊ปแล่นมาจอดเทียบหน้าบ้านหลังใหญ่นั้นในตอนเย็น ดุษฎีแอบถอนหายใจเมื่อบรรยากาศที่ชวนให้อึดอัดจบลง ในตอนกลางวันรชานนท์ปลีกตัวไปทำงานของเขาคนเดียว ปล่อยให้เธอเล่นกับลูกวัวน้อยที่เพิ่งคลอดได้ไม่ถึงเดือนอยู่คนเดียว เขามารับตัวเธอกลับในตอนเย็นและตลอดทางที่กลับจากไร่มาถึงบ้านทั้งเขาและเธอต่างก็ไม่มีใครพูดอะไร

เดี๋ยวก่อนรชานนท์เอ่ยขึ้นก่อนที่ดุษฎีจะก้าวลงจากรถ

คะดุษฎีเอียงคอถามอย่างสงสัย รชานนท์คิดว่าตัวเองต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่เห็นว่าท่าทางนั้นน่ารักซะเหลือเกิน

ว่างัยคะเธอถามซ้ำเมื่อเห็นว่าเขาเงียบไป

คืนนี้คุณต้องไปงานเลี้ยงกับผม เตรียมตัวด้วยตอนทุ่มหนึ่งคุณต้องพร้อมเขาพูดแกมบังคับ

งานเลี้ยงอะไร ทำไมฉันต้องไปด้วย

ต้อนรับนายอำเภอคนใหม่ คุณต้องไปเพราะผมไม่ไว้ใจ คุณอาจจะคิดหนีก็ได้

หนีเหรอความคิดบางอย่างแวบเข้ามาในสมองของดุษฎีในตอนนั้น การไปงานนี้อาจทำให้เธอมีทางหนีก็ได้ดุษฎีคิดอย่างดีใจ

ใช่เขาตอบและมองเธออย่างหวาดระแวง

แล้วคุณจะให้ฉันไปในฐานะอะไร

คนของผม ผมหมายถึง คนงาน

ค่ะดุษฎีรับคำง่ายๆ ก่อนจะลงจากรถไป

ดุษฎีคิดอย่างแค้นๆ หลังจากกลับเข้าห้องแล้ว...คนงานของเขาอย่างนั้นเหรอ ในสายตาเขาเธอมันก็ด้อยค่าแค่นั้น

แล้วจะหวังให้เป็นอะไรมากกว่านั้นหละดุษฎี... เธอบอกตัวเองอยู่ในใจ อย่าถลำลึกให้มากไปกว่านี้เลย เธอเองก็รู้สถานะระหว่างเขากับเธอดีอยู่แล้ว เธอมันก็แค่นักโทษของเขา เขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเธอก็เพื่อกีดกันเธอออกจากคนรักของน้องสาวเขาแค่นั้นเอง

รชานนท์แทบจะสะอึกกับการแต่งตัวของดุษฎีที่ใส่เสื้อยืดและกางเกงยีนเหมือนกับจะเข้าไร่ ไม่ใช่ไปงานเลี้ยง ทั้งๆ ที่เขาก็เตรียมชุดให้เธอและให้ป้าอุ่นเอาไปให้แล้ว

คุณแน่ใจเหรอว่าจะใส่ชุดนี้รชานนท์ถามย้ำ

ฉันไปในฐานะคนงาน แต่งอย่างนี้มันก็เหมาะสมดีแล้วนี่คะ

รชานนท์สะอึกรู้ตัวว่าโดนประชดเข้าให้แล้ว

ตามใจเขาพูดสั้นก่อนจะออกรถไป

รชานนท์ขับรถออกมาจากทางเข้าไร่ เข้าสู่ถนนใหญ่ ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในถนนเล็กๆ อีกครั้ง ดุษฎีนั่งนิ่งๆ พยายามสำเร็จเส้นทางว่าที่นี่คือที่ไหน ข้างหน้ามีแสงไฟสว่างไสวมองเห็นแต่ไกลๆ คงจะเป็นสถานที่จัดงานเธอคิดคนเดียว

ทำไมเงียบไป หรือว่าหาทางหนีอยู่เขาพูดราวกับมานั่งอยู่ในใจ

นี่คุณ

หรือไม่จริง

ถ้าจริงแล้วจะทำไม

ผมจอดให้คนลงตรงนี้ก็ได้นะ

เขาชะลอความเร็วรถลง ดุษฎีหันไปมองหน้าเขาอย่างดีใจ

แต่ระวังหน่อยนะคุณแถวนี้มีข่าวฆ่าหมกป่าบ่อยๆ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงอย่างคน ผมว่าอย่างคุณ มันคงไม่ฆ่าอย่างเดียว มันคงข่มขืนก่อนน้ำเสียงเขาจริงจังจนดุษฎีขนลุกเกรียว

นี่คุณอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ ฉันสัญญา ฉันไม่หนีก็ได้ แต่คุณอย่าทิ้งฉันไว้ที่นี่คนเดียวนะคะ นะดุษฎีรีบลนลานบอกและขยับเข้าไปใกล้คนขับมากยิ่งขึ้น พลางเอามือทั้งสองข้างไปจับแขนซ้ายเขาไว้และเขย่าอย่างอ้อนวอน

รชานนท์มองท่าทางนั้นและแอบลอบยิ้ม

แน่ใจนะน้ำเสียงเขายังดูจริงจัง

แน่ใจค่ะ คุณออกรถเถอะนะคะ นะคะ

รชานนท์ยิ้มอย่างสมใจก่อนจะออกรถและขับรถไปยังจุดหมายทาง ข้างหน้ามีป้ายบอกชื่อไร่ขนาดใหญ่ ไร่แสงดาวก่อนที่รชานนท์จะเลี้ยวรถเข้าไปและไปจอดที่ลานจอดรถเมื่อถึงบริเวณงาน ไร่แห่งนี้คงเป็นไร่ของชุติกานต์ดุษฎีคาดเดา เธอเดินตามเขาเข้างาน แต่ทิ้งระยะไว้ห่างๆ ทันทีที่เดินเข้าไปในบริเวณงาน ลูกสาวคนสวยของเจ้าของไร่ก็ยิ้มกว้างรอต้อนรับเขาอย่างยินดี

พี่เชนชุติกานต์ยิ้มกว้างก่อนจะเดินมาเกาะแขนรชานนท์โดยไม่ทันสังเกตเห็นดุษฎีที่เดินตามมาห่างๆ

น้องดาว

พี่เชนมาช้าจังชุติกานต์บ่นไม่จริงจังนัก

เข้าไปข้างในเถอะค่ะคุณพ่อรออยู่ชุติกานต์เดินนำเข้าไปข้างในแต่รชานนท์ทำท่าลังเล ก่อนจะหันกลับไปมองคนที่เขาพามาด้วยก็เห็นเธอปลีกตัวเดินไวๆ ไปอีกทาง

มีอะไรหรือเปล่าคะพี่เชนชุติกานต์ถามอย่างสงสัยกับท่าทางของรชานนท์

เปล่าครับ ไปกันเถอะ

รชานนท์เดินตามชุติกานต์เข้าไปในงานบริเวณที่มีผู้ใหญ่นั่งกัน เขาถูกแนะนำให้รู้จักกับนายอำเภอคนใหม่ ในสายตาของผู้ใหญ่ทุกคนเห็นว่ารชานนท์เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่น่าชื่นชมคนหนึ่ง ส่วนหนึ่งของการประสบความสำเร็จมาจากครอบครัวที่มีฐานะดีมากคอยสนับสนุน แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ถ้าตัวเขาไม่มีความพยายามก็ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายๆ แน่นอน

ว่าที่ลูกเขยเหรอครับนายอำเภอสัพยอกคุณนิคมผู้เป็นบิดาของชุติกานต์ เพราะเห็นความสนิทสนมของทั้งคู่

ผมก็แล้วแต่เด็กๆ เขาน่ะครับคุณนิคมออกตัว

แต่ถ้าใครได้คนอย่างคุณรชานนท์ไปเป็นเขย ผมว่าพ่อแม่ทุกคนคงสบายใจนายอำเภอกล่าวอย่างชื่นชม

ขอบคุณครับท่านรชานนท์พูด

หนูดาว พาพี่เขาไปหาอะไรทานก่อนผู้เป็นพ่อกล่าว

ค่ะพ่อ

จากนั้นชุติกานต์และรชานนท์จะปลีกตัวออกมาจากวงสนทนาของผู้ใหญ่

ในขณะที่ดุษฎีเมื่อปลีกตัวไปจากรชานนท์ได้เธอก็เดินหลบไปบริเวณรอบนอกของงานเพราะรู้สึกอึดอัดกับสายตาของใครหลายๆคนที่มองเธอแปลกๆ ทันใดนั้นก็สะดุดกับร่างของใครคนหนึ่ง

ขอโทษครับภูมินทร์กล่าวขอโทษ

 “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันต่างหากที่ซุ่มซ่าม

ภูมินทร์เผลอมองดุษฎีและนิ่งไปพักหนึ่ง

ฉันมีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะดุษฎีถามเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆ ของเขา

 “อ้อ เปล่าครับ ผมขอโทษที่เสียมารยาทภูมินทร์กล่าวอย่างเก้อๆ

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ วันนี้ฉันเจอคนมองฉันแปลกๆ มาเยอะแล้วดุษฎีบอกอย่างปลงๆ

อ้าวเหรอครับภูมินทร์กล่าวยิ้มๆ

ค่ะ บางทีฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า บนหัวของฉันมีเขางอกขึ้นมาหรือเปล่าดุษฎีพูดพร้อมหัวเราะเบาๆ เพราะท่าทางของเขาดูเป็นมิตรของเขาทำให้ดุษฎีกล้าคุยด้วยมากขึ้น

ภูมินทร์อึ้งไปอีกครั้งเพราะท่าทางที่หัวเราะจนเห็นฟันขาวสะอาดตาของเธอมันช่างน่ารักชะมัด

คุณมาอยู่ที่นี่นานหรือยังครับ ทำไมผมถึงไม่เคยเห็นคุณเลย

ฉันเพิ่งมาอยู่น่ะค่ะ

อยู่ที่ไร่นี่เหรอครับ

เปล่าหรอกค่ะ อยู่อีกไร่หนึ่งค่ะ

ผมชื่อภูมินทร์นะคะ เรียกผมสั้นๆ ว่าภูมิก็ได้ครับ

ฉันชื่อข้าวนะคะ

ข้าวงั้นเหรอ ผมว่าคุณน่าจะชื่อข้าวสวยมากกว่านะ

อย่าบอกนะคะว่าคุณกำลังจะจีบข้าว ด้วยคำพูดประโยคเชยๆ แบบนั้น

โธ่...เล่นรู้ทันแบบนี้ผมก็แย่สิครับ

ภูมินทร์หัวเราะพลางยกมือขึ้นลูบท้ายทอยของตัวเองแก้เขิน แต่สายตาที่ดูเป็นมิตรและไม่มีพิษมีภัยนั้นทำให้ดุษฎีรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไว้ใจได้ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันอย่างถูกคอ โดยที่รชานนท์จับจ้องภาพนั้นอย่างขุ่นเคือง

พี่เชนมองอะไรคะชุติกานต์มองตามรชานนท์

เปล่าครับ” 

คืนนี้พี่เชนไม่ค่อยสดชื่นเลยนะคะ หรือว่างานที่ไร่มีปัญหาคะชุติกานต์ถามอย่างสงสัยในท่าทีของคนรักซึ่งขมึงเครียดผิดปกติ แม้เขาจะพยายามยิ้มให้เธอมากแค่ไหนก็ตาม

ก็มีนิดหน่อยครับ แต่หนักหนาอะไรหรอก

ยังไงก็อย่าเครียดมากนะคะ ถ้ามีอะไรที่ดาวช่วยได้ก็บอกนะคะ

ขอบคุณครับ น้องดาวน่ารักกับพี่เสมอ

ถ้าไม่ให้ดาวน่ารักกับพี่เชน จะให้ไปน่ารักกับใครล่ะคะหญิงสาวพูดอ้อนๆ และหาเครื่องดื่มให้รชานนท์อย่างเอาใจ

สี่ทุ่มงานวันนั้นรชานนท์ก็ขอตัวกลับ ชุติกานต์เดินมาส่งเขาที่รถ และเดินกลับเข้าบ้านไป

รชานนท์นั่งรออยู่ในรถสักพักก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าดุษฎีจะออกมาเขาเลยเข้าไปตามในงานอีกครั้ง

ขอโทษนะครับเสียงเข้มของเขาทำเอาทั้งดุษฎีและภูมินทร์ชะงักการสนทนานั้นลง

ผมมาตามคนของผมกลับเขาเน้นทีละคำ

ถ้าอย่างนั้นข้าวขอตัวก่อนนะคะคุณภูมิ

คำพูดสนิทสนมนั้นยิ่งเพิ่มความไม่พอใจให้แก่รชานนท์มากยิ่งขึ้นไปอีก

ครับแล้วพบกันครับ

รชานนท์เดินลิ่วๆ ออกมาพลางฉุดแขนของดุษฎีให้ตามออกไปด้วย แม้หญิงสาวจะไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าขัดขืนอะไรมาก เพราะรู้สึกได้ว่ารชานนท์อารมณ์ไม่ดี

เมื่อขึ้นมานั่งบนรถ รชานนท์ก็ออกรถอย่างกระชาก ขากลับเขาเอาแต่นั่งนิ่งและมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการขับรถ ความเร็วรถที่เขาใช้เร็วจนน่ากลัว ดุษฎีต้องใช้มือข้างหนึ่งโหนที่จับข้างประตูเอาไว้ เธอเองก็ไม่กล้าตอแยเขาไม่รู้ไปกินอาหารผิดสำแดงอะไรมาดุษฎีคิดในใจ

เมื่อรถมาจอดเทียบหน้าบ้านหลังใหญ่ของไร่รชานนท์ ดุษฎีก็รีบเปิดประตูรถลงไปและวิ่งหายไปในบ้านหลังเล็กที่เป็นที่พักของหล่อนทันทีเพราะไม่อยากอยู่เผชิญหน้ากับเขาในเวลานี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha