ทาสรักดวงใจทมิฬ [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 ตราบาป


ตอนต่อไป

ตราบาป

 

นาฬิกาบนโต๊ะทำงานดังบอกเวลาสามทุ่มเศษ ทว่าหญิงสาวยังคงนั่งมองงานบนโต๊ะทำงานด้วยความเหนื่อยล้า เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันแรกของการทำงานในตำแหน่งเลขาของภูวเดช ลูกชายเพียงคนเดียวของคุณหญิงกัญญา ซึ่งเธอถูกเรียกให้เข้ามาทำงานตำแหน่งนี้หลังจากเรียนจบได้เพียงเดือนเศษ

วันนี้คุณหญิงกัญญาได้มอบหมายให้เธอเอารายงานการประชุมประจำปีไปให้ที่คฤหาสน์อัครไพบูลย์ ทว่ารายงานที่คุณหญิงต้องการ  คุณภูวเดชต้องเซ็นรับทราบเสียก่อน เธอจึงต้องมานั่งรอเจ้านายหนุ่มอย่างใจจดใจจ่อ จนเวลาล่วงเลยมาร่วมสามชั่วโมง

“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้มดังครั้งแล้วครั้งเล่าครั้นไม่รู้จะทำเช่นไร จะกลับไปมือเปล่าก็ไม่ได้เพราะคุณหญิงกัญญาสั่งนักสั่งหนาว่าต้องได้ดูรายงานการประชุมภายในวันนี้

วรินญา ศรีดากานต์ สาวใสซื่ออ่อนหวาน มีนิสัยเชื่อฟังผู้ใหญ่มาแต่เล็กแต่น้อย เธอจึงอดทนรอคอยต่อไป โดยไม่รู้เลยว่าเจ้านายหนุ่มของเธอนั้นกำลังเริงร่าอยู่ในไนต์คลับอย่างสนุกสนานกับคู่ขาคนใหม่

ร่างเล็กถือวิสาสะเดินสำรวจทั่วห้องทำงานของเจ้านายหนุ่ม สายตาคู่สวยกวาดมองทุกอย่างเพื่อฆ่าเวลาไปพลางๆ ก่อนหยุดนิ่งกับภาพถ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ใบหน้าหล่อเหลาและรอยยิ้มมุมปากนิดๆ ดูแล้วน่าหลงใหลเสียจริง

นิ้วเรียวสวยไล้ปลายนิ้ววนไปวนมาด้วยความอยากเห็นตัวจริงของบุรุษหนุ่ม ผู้ซึ่งถูกเหล่าพนักงานกล่าวขานกันว่าเจ้าชู้ไม่มีใครเกิน แถมยังเปลี่ยนคู่ควงบ่อยยิ่งกว่าเปลี่ยนรองเท้าเสียอีก โดยที่คุณหญิงกัญญาผู้เป็นมารดาก็หมดแรงจะห้ามปรามบุตรชายเพียงคนเดียวเสียแล้ว เมื่อบุตรชายให้คำมั่นว่าจะดูแลธุรกิจของครอบครัวให้ดีต่อไป

“คุณภูมิคะ เมื่อไหร่คุณจะกลับมาเซ็นเอกสารล่ะคะ วริน อยากกลับห้องพักแล้วนะคะ” เสียงหวานใสพูดกับภาพถ่ายอย่างเหนื่อยๆ เมื่อเธออยากกลับบ้านไปดูแลน้องโอเล่ย์ น้องหมาแสนซนที่เป็นเพื่อนคลายเหงานับตั้งแต่เธอย้ายมาอยู่แถวภาคใต้เพื่อทำงานในรีสอร์ตของ   คุณหญิงกัญญาและทำให้เธอต้องจากผู้เป็นบิดามาไกล

มือเรียวสวยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเลขหมายปลายทางทันทีเมื่อมีสายเรียกเข้า ครั้นเห็นว่าเป็นบิดาโทรมา ริมฝีปากบางสวยก็แย้มยิ้มด้วยความดีใจ

“สวัสดีค่ะพ่อ” วรินญากล่าวทักทายเสียงใสทันที ความเหนื่อยล้าก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้งเพียงแค่ได้ยินเสียงบิดา

“เป็นไงบ้างลูกทำงานวันแรก คุณภูมิดุหรือเปล่า” นายอำนาจ หัวหน้าคนงานในเหมืองทองคำของตระกูลอัครไพบูลย์เอ่ยถามบุตรสาวเพียงคนเดียวด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ค่ะพ่อ วรินยังไม่ได้เจอคุณภูมิเลยค่ะ ตั้งแต่เช้าคุณภูมิยังไม่เข้ามาทำงานเลย” เสียงหวานบอกตามความจริง ในเมื่อวันนี้ทั้งวันเธอยังไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าบุตรชายของคุณหญิงกัญญา ทั้งที่คุณหญิงบอกเธอไว้ว่าภูวเดชจะเข้ามาทำงานในช่วงบ่าย

“งั้นเหรอลูก แล้วนี่หนูถึงห้องพักหรือยัง อย่ากลับดึกมากนักนะ เราน่ะเป็นลูกผู้หญิง กลางค่ำกลางคืนอย่าออกไปไหนมาไหนคนเดียว พ่อเป็นห่วงหนูมากนะลูก” ผู้เป็นพ่อเอ่ยบอกด้วยความเป็นห่วงบุตรสาว เมื่อได้รับปากกับภรรยาผู้ล่วงลับว่าจะดูแลบุตรสาวให้ดีที่สุด

“เอ่อ...คือพ่อคะ วรินยังไม่ได้กลับห้องพักเลยค่ะ พอดีคุณหญิงกัญญาสั่งให้วรินเอารายงานไปให้ที่บ้าน แต่วรินกำลังรอให้คุณภูมิกลับมาเซ็นเอกสารก่อน แล้ววรินจะเอาไปให้คุณหญิงค่ะพ่อ”

“แต่นี่มันดึกมากแล้วนะลูก พ่อว่าหนูโทรไปบอกคุณหญิงกัญญาก่อนดีกว่า แล้วหนูก็กลับห้องพักได้แล้ว” ผู้เป็นพ่อสั่งเสียงเข้มเมื่อนึกสังหรณ์ใจกลัวเกิดเรื่องไม่ดีกับบุตรสาว แถมห้องพักของ วรินญากับ     รีสอร์ต ก็อยู่ไกลกันมาก

“แต่ว่าคุณหญิงกัญญาสั่งให้วรินเอารายงานไปให้ภายในวันนี้นะคะ แล้วคุณหญิงก็โทรบอกคุณภูมิแล้วค่ะ อีกอย่างวรินไม่อยากให้คุณหญิงกัญญาตำหนิได้นะคะพ่อ ที่มาทำงานวันแรกก็ขัดคำสั่งเสียแล้ว ที่รีสอร์ตก็มีรถรับส่งพนักงานด้วย พ่อไม่ต้องเป็นห่วงวรินนะคะ ตอนนี้แขกที่รีสอร์ตก็มีการจัดงานกันอยู่ด้วย คนพลุกพล่าน ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกค่ะพ่อ” วรินญาพยายามหาเหตุผลมาอ้างเพื่อให้ผู้เป็นพ่อสบายใจ

“แต่ยังไงพ่อก็ยังเป็นห่วงหนูอยู่ดี” นายอำนาจบอกเสียงอ่อนลง

“เอาเถอะค่ะพ่อ วรินโตแล้ว วรินดูแลตัวเองได้ค่ะ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูรักพ่อค่ะ” เสียงหวานบอกก่อนวางสาย

ด้านนายอำนาจเฝ้ามองโทรศัพท์ด้วยใจกระวนกระวาย นึกเป็นห่วงบุตรสาวมากกว่าทุกวันนับแต่วันที่บุตรสาวจากไปทำงาน ทั้งที่คุณหญิงกัญญารับปากว่าจะดูแลวรินญาให้เพราะคุณหญิงเองก็รักและเอ็นดูบุตรสาวของตนนับแต่เห็นเธอตั้งแต่เด็ก

ส่วนวรินญา เธอหยิบภาพถ่ายของภูวเดชขึ้นมาเพ่งพิศอีกครั้ง ก่อนจะยกมุมปากเรียวสวยยิ้มน้อยๆ พร้อมเสียงถอนหายใจด้วยไม่รู้จะทำอะไรต่อไป

“หน้าตาอย่างคุณนี่น่ะหรือคะที่ว่าเจ้าชู้ ทำไมวรินดูไม่ออกเลยล่ะคะ” ริมฝีปากบางพูดขึ้นเบาๆ ก่อนวางภาพลงที่เดิม

ร่างเล็กเดินมาหยุดที่หน้าต่าง บริเวณที่เธอยืนอยู่สามารถมองเห็นบรรยากาศได้ทั่วทั้งรีสอร์ต พร้อมเกลียวคลื่นทะเลยามค่ำคืนซึ่งพากันซัดสาดเข้าฝั่งไม่มีหยุด ดวงตาคู่สวยเฝ้ามองผู้คน ทั้งฝรั่งและคนไทย ซึ่งต่างก็จัดปาร์ตี้บาร์บีคิวร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ส่งเสียงอึกทึกทั่วทั้งรีสอร์ต และเธอก็เฝ้ามองอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้ว่านานเท่าใด

 

ที่ไนต์คลับ...ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลานั่งอยู่มุมด้านข้างของเวทีซึ่งเป็นที่ประจำของเขา ด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนถึงข้อศอกที่ปลดกระดุมลง เผยให้เห็นแผงอกกำยำ ล่อสายตาของสาวเล็กสาวใหญ่ให้หันมองด้วยสายตาเชิญชวนอยากให้หนุ่มหล่อเข้าไปร่วมกลุ่ม ตรงหน้ามีเครื่องดื่มพร้อมแก้วทรงสวยอยู่ในมือ ก่อนที่เขาจะยกกระดกพรวดเดียวหมดแก้ว

สายตาคู่คมเฝ้ามองคู่ขาคนใหม่ที่เพิ่งจะได้รู้จักกัน แต่เขาก็รอให้เธอทำหน้าที่ให้เสร็จเสียก่อนแล้วค่อยมาทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้ง ซึ่งสาวสวยคนที่ว่านี้กำลังออกลีลายักย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเสียงเพลง พร้อมด้วยการถอดเสื้อหนังเอวลอยออกแล้วเหวี่ยงมันลงมาที่หน้าตักของ ภูวเดช อัครไพบูลย์ หนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ แล้วหันมาส่ายสะโพกใส่อย่างเย้ายวน

เรียวปากหนากระตุกยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนยักคิ้วเป็นเชิงเรียกให้แม่เสือสาวจอมยั่วลงมาเต้นยั่วใกล้ๆ เขา

เอมี่ สาวสวยลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นก็ไม่ปฏิเสธ หญิงสาวเต้นยั่วยวนลงมาตามทางเดินแล้วหยุดนิ่งที่ภูวเดช สองแขนเรียวสอดคล้องลำคอแกร่ง โน้มใบหน้าคมเข้าใกล้ ก่อนจะแนบริมฝีปากอิ่มสวยของตนลงบน       ริมฝีปากหนา บดขยี้อย่างเร่าร้อน ก่อนพาร่างเย้ายวนนั่งลงบนตักของชายหนุ่ม สะโพกกลมมนจงใจเบียดเสียดแนบชิดอย่างเปิดเผย ก่อนที่ทั้งสองจะยอมผละออกจากกันเมื่อได้รับเสียงล้อเลียนจากคนรอบข้าง ซึ่งทั้งเขาและเธอหาได้รู้จักไม่

สวยตาหวานมองภูวเดชอย่างหยาดเยิ้ม

“เต้นรำกับเอมี่สักเพลงนะคะคุณภูมิขา” เสียงหวานเซ็กซี่เอ่ยชวน ดวงตาคู่สวยจิกมองอย่างมีจริต

“คุณเต้นให้ผมดูก่อนนะครับ คนสวย” เสียงทุ้มเอ่ยบอก แล้วก้มลงจุมพิตเนินอกอวบที่โผล่พ้นขอบบราเซียร์ตัวสวยออกมาแบบเน้นหนักๆ ก่อนยอมปล่อยให้สวยสาวได้แสดงฝีมือเต็มที่

“สุดยอดครับ” ภูวเดชกล่าวชมจากใจจริง และตั้งใจมั่นว่าในคืนนี้หญิงสาวต้องเป็นของเขาอย่างแน่นอน

“มาสิคะคุณภูมิขา เอมี่เต้นให้คุณดูแล้วนะคะ” หญิงสาวเอ่ยชวนเสียงออดอ้อนอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งสองจะโชว์ลีลาท่าเต้นแบบไม่มีใครยอมใคร ทว่าอารมณ์สนุกสนานของภูวเดชต้องหยุดชะงักลงเมื่อมีเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์สุดหรู ใบหน้าคมคายลังเลเล็กน้อย แล้วก็ปล่อยให้มันร้องต่อไปโดยไม่คิดจะหยิบขึ้นมาดู เมื่อในวันนี้เขาต้องพิชิตเรือนร่างของสาวสวยนางนี้ให้จงได้

 

คฤหาสน์อัครไพบูลย์...คุณหญิงกัญญาเฝ้ามองโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด เดินวนไปวนมารอบห้องรับแขกด้วยความร้อนใจเมื่อบุตรชายไม่ยอมรับโทรศัพท์เสียที

“ตาภูมินะตาภูมิ แกจะทำให้ฉันปวดหัวกับแกไปถึงไหน” เสียงคุณหญิงกัญญาบ่นบุตรชายเพียงคนเดียวให้แม่บ้านคนเก่าคนแก่ฟังอย่างเบื่อหน่าย

“คุณหญิงคะ บางทีคุณภูมิอาจจะกำลังทำงานอยู่ก็ได้นะคะ”   ป้านวลเอ่ยเสียงอ่อยๆ เมื่อเจ้านายหนุ่มที่เห็นมาแต่เล็กแต่น้อยที่ช่างประจบประแจง ขี้อ้อน และดูจะเรียบร้อยเสียด้วยซ้ำไป แต่ใครเลยจะรู้ว่าโตมาแล้วเขากลับกลายเป็นผู้ชายเจ้าสำราญ วันๆ ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าจนทำให้คุณหญิงกัญญาเอือมระอา

“ป้านวล นี่มันจะสี่ทุ่มอยู่แล้ว ฉันโทรไปหาหนูวรินว่าตาภูมิกลับมาเซ็นเอกสารหรือยัง แล้วรู้ไหมคำตอบคือยัง! แล้วตอนนี้หนูวรินก็นั่งรอพ่อลูกชายตัวดีของฉันอยู่ ตาภูมิมันจะรู้ตัวบ้างไหมว่าทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนต้องมานั่งอดทนรอ มันน่านักเชียวเจ้าลูกคนนี้”     คุณหญิงกัญญาบอกอย่างเหนื่อยๆ

“โธ่ หนูวริน” ป้านวลยกมือทาบอก ด้วยรู้ว่าหญิงสาวที่คุณหญิงกัญญาพูดถึงนั่นดูใสซื่อเรียบร้อย เชื่อฟังผู้ใหญ่ก็ปานนั้น

“ไม่รู้คิดผิดหรือคิดถูกกันแน่ที่ให้หนูวรินมาทำงานเป็นเลขาของตาภูมิ จะรับอารมณ์ผีเข้าผีออกของตาภูมิได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”     คุณหญิงกัญญาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“คงไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณหญิง หนูวรินออกจะน่ารัก อ่อนหวาน พูดจาก็เพราะ คุณภูมิคงจะไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ ดีเสียอีกที่ได้เจอผู้หญิงเรียบร้อยอย่างหนูวริน ไม่ใช่เจอแต่แม่เสือสาวอย่างที่ผ่านๆ มา”

“ก็จริงนะป้านวล แต่ฉันรู้สึกห่วงหนูวรินขึ้นมาแล้วสิ ก็พ่อลูกชายของฉันน่ะยิ่งได้ชื่อว่าเสือผู้หญิงอยู่ด้วย นี่ฉันก็กลัวจะแย่แล้ว กลัวว่าสักวันจะมีผู้หญิงคนไหนของตาภูมิอุ้มท้องเดินเข้ามาให้ฉันรับผิดชอบ” คุณหญิงกัญญาเอ่ยด้วยความเอือมระอา เพราะในบรรดาผู้หญิงของบุตรชาย ไม่มีใครเข้าตานางเลยสักคน แถมแต่ละคนก็แทบจะไม่เห็นหัวคนเป็นแม่เลยด้วยซ้ำ

“โธ่...คุณหญิง ป้าว่าคุณภูมิคงดูแลตัวเองได้แหละค่ะ คุณหญิงอย่าคิดมากเลยนะคะ เห็นห้ามคุณภูมิมาหลายปีแล้วแต่ก็ยังเหมือนเดิม” ทันทีที่ป้านวลพูดจบ ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากคุณหญิงกัญญาทันที ก่อนก้มมองโทรศัพท์อีกครั้ง

“จะโทรหาคุณภูมิอีกเหรอคะ” ป้านวลถามขึ้นอย่างสงสัย

“อืม ฉันจะลองโทรตามอีกครั้ง นี่ถ้าฉันมีลูกชายอีกสักคนสองคนนะ ฉันจะไล่ตาภูมิออกจากบ้านให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย แล้วดูสิว่าผู้หญิงที่วิ่งเข้าหาตาภูมิน่ะจะมีใครยอมอยู่ด้วยบ้างหรือเปล่า พูดทีไรก็นึกโมโหทุกที”

“แต่ป้าว่า น่าจะโทรบอกหนูวรินว่าไม่ต้องอยู่รอแล้วนะคะ ผู้หญิงตัวคนเดียวกลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ มันอันตราย” ป้านวลบอกด้วยความเป็นห่วงหญิงสาว

“ก็นั่นแหละที่ห่วง ถ้าตาภูมิยังไม่กลับมาจริงๆ ฉันจะให้คนรถที่บ้านไปรับหนูวริน แล้วพาไปส่งที่บ้านพักหรือไม่ก็ให้มาพักที่บ้านเรา”

“แล้วหนูวรินจะยอมมาอยู่หรือคะ”

“เอาน่าป้านวล ยังไงฉันก็จะพาหนูวรินมาอยู่ให้ได้ อุตส่าห์รับปากกับคุณอำนาจไว้แล้ว” คุณหญิงกัญญาบอกเมื่อนึกไปถึงอำนาจ หัวหน้าคนงานคนเก่าคนแก่ที่มาช่วยทำงานตั้งแต่สมัยทำเหมืองแรกๆ

จวบจนคุณอนันต์ผู้เป็นสามีของนางเสียชีวิต นางก็ได้หัวหน้าคุมเหมืองคนนี้ช่วยดูแลกิจการต่อ จนตอนนี้ก็ได้หลานชายซึ่งเรียนจบกลับมาช่วยงานอีกแรง ซึ่งก็ไว้วางใจได้ แต่ที่หนักใจอยู่ก็คือ บุตรชายสุดที่รักเพียงคนเดียว ที่แม้จะมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน แต่ไอ้นิสัยกินผู้หญิงไม่เลือกนี่ ทำให้คุณหญิงกัญญาได้แต่กลุ้มอกกลุ้มใจ ไม่รู้จะห้ามปรามยังไงไหว


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha