ทาสรักดวงใจทมิฬ [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 ตราบาป-100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

        ที่ไนต์คลับ...ภูวเดชพาคู่ขาขึ้นไปยังห้องพักชั้นบนสุดของไนต์คลับ ร่างเซ็กซี่เย้ายวนเดินตรงเข้าหาบุรุษหนุ่มซึ่งนอนรออยู่บนเตียงขนาดใหญ่ หญิงสาวก้าวขึ้นไปบนเตียง แล้วใช้สองมือปลดเสื้อผ้าชุดดำออกทีละชิ้นอย่างเชิญชวน และในระหว่างที่สาวสวยหุ่นทรมานใจชายกำลังยั่วยวนอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะ ทว่าเจ้าของเครื่องมือสื่อสารไม่คิดจะสนใจ เพราะเวลานี้เขากำลังสนใจแม่เสือสาวแสนเซ็กซี่มากกว่า

“คุณภูมิไม่รับโทรศัพท์ก่อนเหรอคะ เอมี่รอได้นะคะ”

“ผมสนใจคุณมากกว่าครับคนสวย” ภูวเดชบอกเสียงทุ้มอย่างไม่ใส่ใจ เอื้อมมือหมายจะกอบกุมความอวบอิ่มซึ่งอวดโฉมให้เห็นอยู่ตรงหน้า ทว่าร่างเซ็กซี่กลับแกล้งเบี่ยงตัวหลบอย่างมีจริต พร้อมด้วยเสียงหัวเราะคิกคักเมื่อภูวเดชพลิกร่างกำยำไล่กวดแม่เสือสาวจอมยั่ว

“ที่รัก คุณอย่าเล่นแบบนี้ได้ไหม คุณกำลังจะฆ่าผมทางอ้อมนะครับ” ต่อว่าไม่จริงจังนัก เมื่อความต้องการที่จะครอบครองเรือนร่าง  เซ็กซี่ตรงหน้ามีมากกว่าความโมโหที่หญิงสาวไม่ยอมเขาแต่โดยดี ทั้งที่เขายอมจ่ายไม่อั้น

“เอมี่แกล้งอะไรเหรอคะคุณภูมิขา” เอมี่หันมาถามพลางยิ้มยั่วใส่

“ก็แบบที่คุณทำอยู่ไงครับที่รัก คุณยอมให้ผมจับดีๆ ดีกว่านะครับ อย่าเล่นแบบนี้เลย เดี๋ยวผมไม่มีแรงพาคุณไปทัวร์สวรรค์นะครับ” เสียงทุ้มพูดพร้อมกับส่งยิ้มแบบมีเลศนัยให้หญิงสาว

“ก็ได้ค่ะ แต่ว่า...” เสียงเซ็กซี่พูดค้างไว้แค่นั้น เมื่อพาตัวเองเบียดเข้าหาร่างกำยำซึ่งยืนผงาดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับไล้ปลายนิ้วไปทั่วแผงอกแกร่งอย่างยั่วๆ ก่อนได้รับเสียงครางครึ้มอย่างรัญจวนใจจากริมฝีปากหนา

“เป็นอะไรไปคะคุณภูมิขา” เอมี่เอ่ยถามเสียงอ่อนเสียงหวาน ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าร่างสูงใหญ่ครวญครางเพราะเหตุใด ก่อนโน้มต้นคอแข็งแกร่งลงมา แล้วริมฝีปากของเขาและเธอก็บรรจบกัน เริ่มมอบจุมพิตที่เร่าร้อนและหนักหน่วงให้แก่กันและกัน

ฝ่ามือร้อนลูบไล้ทั่วร่างของหญิงสาวทันที พร้อมเสียงครางอย่างพึงพอใจในลำคอเมื่อได้สำรวจจนถ้วนทั่วทุกตารางนิ้ว แถมทุกอย่างของเธอยังเต็มไม้เต็มมือเขาดีเสียด้วย

สองร่างเปลือยเปล่าพากันล้มลงบนเตียงนุ่มขนาดใหญ่กลางห้อง พร้อมด้วยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขกับบทเพลงพิศวาสที่กำลังจะเริ่มขึ้น ซึ่งต่างก็ช่วยกันสรรค์สร้างไฟปรารถนาให้ลุกโชน ทว่าเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์สุดหรูก็ดังขึ้นอีกครั้ง เพราะคุณหญิงกัญญากระหน่ำโทรไม่ยั้งเมื่อคนปลายสายไม่ยอมรับเสียที และอารมณ์ของคนโทรก็กำลังเดือดพล่านจนถึงขีดสุด

“ถ้าแกยังไม่รับอีกนะตาภูมิ เราจะได้เห็นดีกัน!” เสียงคุณหญิงกัญญาพูดขึ้นด้วยความโมโห ทำเอาป้านวลได้แต่มองตามแล้วส่ายหน้า ด้วยไม่รู้จะเห็นใจฝ่ายไหนดี ครั้นคุณภูมิก็ทำเกินไป

เมื่ออารมณ์ปรารถนาถูกขัดจังหวะอีกครั้งก็ทำให้ภูวเดชถึงกับหงุดหงิด มือใหญ่ควานหาโทรศัพท์หมายจะขว้างทิ้ง แต่กลับต้องผุดลุกนั่งในทันทีเมื่อได้เห็นว่าเบอร์ที่โทรมานั้นคือแม่ของเขา

สายตาคมกริบมองร่างเย้ายวนตาละห้อย ก่อนละสายตาแล้วลุกขึ้นยืน แม้จะเสียดายแต่ก็ยอมตัดใจกดรับโทรศัพท์ ก่อนจะได้ยินเสียงกราดเกรี้ยวด้วยความโมโหของคุณหญิงกัญญาตวาดใส่

ภูวเดชซึ่งรู้ตัวอยู่แล้วรีบเอาโทรศัพท์ออกทันที พลางมองแล้วทำหน้าเซ็งที่ถูกมารดาโทรตามไม่เว้นแต่ละวัน

“แม่ครับ พูดเบาๆ ก็ได้ครับ ผมได้ยินแล้วครับ” ภูวเดชบอกเสียงอ่อยๆ

“แกไม่ต้องมาพูด แล้วนี่กำลังกกแม่คนไหนอยู่อีกล่ะ!”

“โธ่ คุณแม่ครับ ก็รู้แล้วจะถามอีกทำไมล่ะครับ” ภูวเดชบอกเซ็งๆ ทั้งที่เขาก็สัญญาแล้วว่าจะไม่มีวันพลาดพลั้งทำใครท้องอย่างแน่นอน

“ตาภูมิ!” คุณหญิงกัญญาตวาดใส่อย่างเหลือทน

“ครับ คุณแม่” ลูกชายลากเสียงตอบ

“ฉันจะทำยังไงกับแกดีตาภูมิ! เมื่อไหร่แกจะเลิกนิสัยเจ้าชู้กินไม่เลือกเสียที ฉันจะเป็นบ้าตายเพราะแกอยู่แล้ว รู้บ้างไหม”

“คุณแม่ครับ ลูกผู้ชายใครเขาก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละครับ ชีวิตหนุ่มโสดก็ต้องให้มันสุดๆ ใช้เวลาช่วงนี้ให้คุ้มจะได้ไม่เสียดายทีหลัง” ภูวเดชรีบอ้างเหตุผลทันที

“ตาภูมิ แกนี่นะ ฮึ! ฉันล่ะอยากจะตีแกให้ตายนักเชียว แล้วก็อย่าให้บรรดาแม่เสือสาวของแกอุ้มท้องมาเรียกร้องให้ฉันรับผิดชอบเชียวนะ ไม่งั้นฉันจะเอาเลือดหัวแกออก” คุณหญิงกัญญาสั่งเสียงเข้ม

“ผมรับประกันครับแม่ ว่าแต่คุณแม่เทศน์ผมจบหรือยังครับ ผมต้องรีบไปจัดการเสือแล้วนะครับ” ภูวเดชพูดทีเล่นทีจริง ก่อนเจอมารดาตวาดใส่อีกครั้ง

“ไม่ต้องจัดกงจัดการอะไรทั้งนั้น ฉันนั่งรอรายงานประจำปีของ  รีสอร์ตจากแกมาทั้งวันแล้ว รีบกลับรีสอร์ตแล้วเอารายงานมาให้ฉันเดี๋ยวนี้! บ้านช่องหัดกลับมาซะบ้าง” คนเป็นแม่ออกคำสั่งเสียงเขียว

“ไม่ได้นะครับคุณแม่ ผมไปตอนนี้ไม่ได้” ภูวเดชรีบท้วงทันที ก็จะให้ทิ้งไปได้ยังไงในเมื่อแม่เสือสาวของเขายั่วยวนซะเหลือเกิน ขืนให้เขาไปตอนนี้ก็เท่ากับเป็นการฆ่าเขาชัดๆ

“แกกล้าขัดคำสั่งฉันหรือไง ฉันไม่ได้อยากจะอะไรกับแกมากมายหรอกนะ แต่นี่มันงาน แล้วฉันก็ต้องได้ดูวันนี้ด้วย” คุณหญิงกัญญายังคงบอกด้วยน้ำเสียงแบบเดิม

“แม่ครับ...ผม...” ภูวเดชเริ่มลังเลเมื่อมารดายกเอางานมาอ้าง

“ไม่ต้องมาผมอะไรทั้งนั้น รีบกลับรีสอร์ตเดี๋ยวนี้!”         คุณหญิงกัญญาสั่งเสียงเฉียบแล้วตัดสายทิ้งทันที

“คุณแม่ครับ คุณแม่” ภูวเดชเรียกมารดาทันทีเช่นกัน พลางยกมือเสยผมที่ยุ่งเหยิงลวกๆ

“ทำไงดีวะ” เสียงทุ้มบ่นอย่างกลัดกลุ้ม

“คุณภูมิขา เอมี่รอนานแล้วนะคะ” เอมี่อ้อนเสียงหวาน พาร่างน่าหลงใหลเข้ามายืนซ้อนหลังร่างสูงใหญ่พลางไล้ปลายนิ้วหยอกเย้าความแข็งแกร่ง

“ที่รัก อย่าทำแบบนี้เลย ผมมีธุระจริงๆ เอาไว้วันหลังผมจะมาชดเชยให้นะครับ” เขาบอกเสียงพร่าเมื่อมือเรียวสวยแสนซุกซนไม่ยอมหยุดนิ่งเสียที

“แต่ว่าตอนนี้เอมี่ต้องการคุณนะคะคุณภูมิขา” หญิงสาวออดอ้อน

“ผมรู้ครับที่รัก ผมก็ต้องการคุณเหมือนกันแต่ผมต้องไป ผมรีบจริงๆ ครับ” ภูวเดชบอกเสียงสั่นกระเส่า มือใหญ่กำแน่นอย่างอดกลั้นอยู่ข้างลำตัว ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกราวกับเจ็บปวดนักหนา

“ก็ได้ค่ะ แต่ขอเอมี่ตอบแทนความน่ารักของคุณก่อนนะคะ” เพียงแค่พูดจบ เรียวปากสวยก็จัดการตามที่บอกทันที ทำเอาร่างสูงใหญ่ยืนเกร็งจนระเบิดเสียงครางอย่างสุดกลั้นเมื่อมองเห็นทางสวรรค์อยู่เบื้องหน้า ทว่าเรียวปากสวยกลับผละออกอย่างแกล้งๆ เขา พร้อมด้วยเสียงหัวเราะร่วนอย่างชอบใจของแม่เสือจอมยั่ว

“โอ้ว เอมี่ คุณนี่...อืม...”

“ไปเถอะค่ะคุณภูมิขา รีบไม่ใช่เหรอคะ” เอมี่บอกเสียงหวานพร้อมทั้งส่งสายตาหวานหยดเป็นการส่งท้าย เมื่อถูกทิ้งกลางคันทำเอาภูวเดชมองอย่างคาดโทษแม่เสือสาวทันที แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อคำสั่งของมารดายังก้องวนอยู่ในหัว ก่อนที่เขาจะจัดการสวมเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบ เพราะถ้าขืนช้ากว่านี้มีหวังเขาไม่ได้กลับรีสอร์ตเป็นแน่

ทางด้านวรินญา ซึ่งนั่งรอจนความง่วงคืบคลานเข้าใส่ก่อนพาตัวเองล้มลงบนโซฟารับแขกสุดหรูภายในห้อง และค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงช้าๆ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานบวกกับความง่วง ทำให้หญิงสาวร่างเล็กไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ส่วนตัว แม้แต่เสียงโทรข้าวของโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของภูวเดชก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวตื่นจากการหลับใหลได้เลย

ส่วนคุณหญิงกัญญาที่ตอนนี้เริ่มกังวลและเป็นห่วงความปลอดภัยของหญิงสาวก็เดินพล่านอย่างคนร้อนใจ ซึ่งไม่ต่างจากป้านวลเช่นกัน

“หนูวริน เป็นอะไรไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่ยอมรับโทรศัพท์เสียที ป้านวล ฉันจะทำยังไงดี” เสียงคุณหญิงกัญญาบ่นระคนเป็นทุกข์ ทุกข์เพราะนึกห่วงหญิงสาวมากมายเหลือเกิน

“ป้าว่าหนูวรินอาจจะกำลังกลับห้องพักก็ได้ค่ะ เลยไม่ได้ยิน”   ป้านวลบอก แม้ใจจะนึกหวั่นอยู่ไม่น้อยเพราะรู้ดีว่าหญิงสาวที่ตนนึกห่วงนั้นไม่มีทางกลับบ้านในตอนนี้เป็นแน่ เพราะงานที่คุณหญิงกัญญาสั่งเอาไว้ยังไม่เรียบร้อย

“ฉันว่าหนูวรินยังไม่กลับหรอกป้านวล หนูวรินนะหนูวริน น่าจะโทรมาบอกกันบ้าง โธ่! แม่คุณ ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” คุณหญิงกัญญาบ่นพึมพำอีกครั้ง ก่อนพาตัวเองนั่งลงบนโซฟาภายในห้องรับแขกเมื่อรู้สึกเวียนศีรษะขึ้นมา เรียกหายาดมจากป้านวลโดยด่วน

“คุณหญิงขึ้นไปพักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าจะรอคุณภูมิให้เองนะคะ แล้วก็จะถามเรื่องหนูวรินด้วยว่าได้เจอกันหรือเปล่า” ป้านวลบอกเมื่อได้เห็นว่าสีหน้าของคุณหญิงไม่สู้ดีนัก คุณหญิงกัญญาก็ยอมทำตามแต่โดยดีเมื่อรู้ตัวดีว่าฝืนต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

และเมื่อส่งคุณหญิงเข้านอนแล้ว ป้านวลก็ลงมานั่งรอเจ้านายหนุ่มอย่างกระวนกระวายทันที ก่อนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

 

        ภายในห้องทำงานสุดหรูชั้นบนสุดของตึกซึ่งแบ่งเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ ภูวเดชเดินโซเซเล็กน้อยเนื่องจากก่อนกลับมาที่รีสอร์ตเขาเผลอยกน้ำสีอำพันกระดกเข้าปากเพื่อดับความร้อนรุ่มในร่างกายแทบหมดขวด แต่ก็ยังดีที่เขายังพอประคองสติตัวเองและขับรถกลับมายังรีสอร์ตได้โดยปลอดภัย

สายตาคมพร่ามัวเพ่งมองร่างเล็กที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟาด้วยความสงสัย กระโปรงตัวสวยสั้นแค่เข่าร่นขึ้นมาถึงขาอ่อนนวลเนียนล่อตาล่อใจเสือผู้หญิงอย่างภูวเดชยิ่งนัก จากที่ตั้งใจจะรีบกลับมาเอารายงาน ร่างสูงใหญ่ก็เริ่มหยุดนิ่งและหันไปจัดการล็อกประตูห้องให้เรียบร้อย

“มีเหยื่อมานอนรอถึงที่ ถ้าไม่เอาก็โง่เต็มทนแล้วไอ้ภูมิ” คนที่อารมณ์พิศวาสยังค้างคาเริ่มคิดเข้าข้างตัวเองอย่างน่าเกลียด เขาไล่สายตาคมมองตั้งแต่ปลายเท้าจนไปถึงใบหน้าเรียวสวยไร้ที่ติซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยสีอ่อนๆ แม้จะเห็นเพียงเลือนรางแต่ก็ทำให้เขานึกสนใจหญิงสาวขึ้นมา

ริมฝีปากบางเผยอเล็กน้อยคงเป็นเพราะเจ้าตัวกำลังฝันหวานอยู่ ลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้ภูวเดชค่อยๆ ก้าวย่างเข้าไปใกล้ แล้วหยุดมองหญิงสาวเล็กน้อย ก่อนค่อยๆ ก้มตัวลงแล้วใช้ฝ่ามือร้อนๆ ลูบไล้เรียวขาแสนสวยด้วยความพิสมัย

เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใครมาจากไหน แต่แค่เพียงได้เห็นว่าเธอนอนอยู่ที่นี่ ก็ทำเอาชายหนุ่มซึ่งมีอารมณ์ปรารถนาเต็มเปี่ยมบวกกับความมึนเมารวมผสม ทำให้เลือดในกายของชายหนุ่มแล่นพล่าน ถึงแม้หญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่ตรงนี้จะไม่มีอะไรเทียบเท่ากับเอมี่คู่ขาของเขาได้เลย ทว่าเขากลับอยากครอบครองเรือนร่างนี้เหลือเกิน

เมื่อไม่ต้องคิดให้เสียเวลาอีกต่อไป ริมฝีปากอุ่นก็เริ่มจูบเม้มกลีบปากบางแผ่วเบา ระเรื่อยมาตามซอกคอระหง แล้วเขาก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างสุดกลั้น เมื่อกลิ่นกายสาวตรงหน้าช่างเย้ายวนชวนให้ลุ่มหลงยิ่งกว่าหญิงใดที่เขาผ่านมา ซึ่งหญิงสาวเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ต้องการรักสนุกและจ่ายเงินให้ก็จบกัน แต่สำหรับหญิงสาวคนนี้ซึ่งเขากำลังทำราวกับว่าจะขืนใจเธอยามหลับใหลก็มิปาน ซึ่งไม่ใช่นิสัยของเขาแต่อย่างใดที่จะใช้กำลังกับหญิงสาว แต่เมื่อกายสาวช่างน่าลิ้มลอง ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถหยุดความต้องการได้อีกต่อไป

จากที่จูบเม้มแผ่วๆ ก็เริ่มบดเบียดเคล้าคลึงอย่างเร่าร้อนและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับร่างเล็กซึ่งเริ่มรู้สึกตัว ทว่าเธอยังไม่ยอมลืมตาขึ้นมอง ก่อนเริ่มดิ้นรนหาทางให้หลุดพ้นกับสิ่งรุกรานที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน

เมื่อหาทางดิ้นแล้วไม่หลุดพ้น วรินญาก็เริ่มส่งเสียงครางทักท้วง พร้อมกับสองมือน้อยพยายามผลักดันสิ่งนั้นออกห่าง ทว่าสิ่งนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังรุกรานร่างกายของเธอ ทั้งมือทั้งปากพร้อมๆ กัน

เมื่อโดนรุกหนักขึ้น ดวงตาคู่สวยก็เปิดกว้างด้วยความตกใจเมื่อได้พบว่าตัวเองคล้ายกำลังจะถูกข่มขืน เรียวปากคู่สวยร้องลั่นทันที หยาดน้ำตาเริ่มรินไหลออกจากหางตาเมื่อถูกมือใหญ่กระชากชุดทำงานออกจากตัว แล้วเขาก็หันมาจัดการถลกกระโปรงตัวสวยของเธอ สายตาคมจับจ้องความงดงามของเนินดอกไม้ผ่านปราการตัวน้อยอย่างคนหื่นกระหาย

“ชะ...ช่วย...” เธอร้องออกมาได้แค่นั้น เมื่อเรียวปากสวยถูกเขาครอบครองอีกครั้ง เขาบดเบียดแทรกปลายลิ้นเข้าควานหาความหวาน และหยอกเย้ากับเรียวลิ้นเล็กของเธออย่างคนที่ช่ำชองกว่า และมันยังปิดกั้นคำร้องขอของเธอจนหมดสิ้น แต่เพียงไม่นานริมฝีปากหนาก็ผละออกเมื่อดูดดื่มจนพอใจ เขาลากไล้ปลายลิ้นอุ่นร้อนมาตามซอกคอระหง แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงัก

“กรี๊ด!!

“ปล่อยฉัน! ช่วยด้วย!” ร่างเล็กพยายามดิ้นรนอีกครั้งและร้องขอความช่วยเหลือ ทว่าด้วยเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มแถบชายทะเลจึงกลบเสียงร้องอ้อนวอนของเธอเสียสิ้น

“เธอยอมฉันดีๆ ดีกว่านะสาวน้อย จะได้ไม่เจ็บตัว” เสียงทุ้มพร่าพูดขึ้น เมื่อจัดการกับสิ่งกีดขวางบนเรือนร่างของหญิงสาวได้ เพื่อเปิดทางให้เขาได้ทำตามใจต้องการ

“ไม่ๆ ปล่อยฉัน คุณอย่าทำอะไรฉันเลย” สองมือน้อยพนมอ้อนวอนและขอร้องเขาทั้งน้ำตา

“ไม่ต้องการให้ฉันทำอะไร แล้วเธอมานอนให้ท่าฉันถึงห้องทำงานทำไมภูวเดชถามเสียงต่ำ

“มะ...ไม่ใช่...” วรินญาร้องบอกเสียงสะอื้น หวาดกลัวกับการกระทำอย่างจาบจ้วงของเขา

“อย่ามาปฏิเสธเลยสาวน้อย ก็เห็นๆ อยู่ว่าเธอมานอนให้ท่าฉันถึงห้อง ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันบริการเธอถึงใจแน่” ใบหน้าคมที่แดงก่ำด้วยไฟพิศวาสเอ่ยเสียงต่ำและสั่นพร่า

“ฉะ...ฉันขอร้อง คุณอย่าทำอะไรฉันเลย ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฮือๆ ๆ ฉันกลัวแล้ว” วรินญาเอ่ยบอกเสียงสั่นปนสะอื้น ทว่าเธอกลับได้เห็นเพียงรอยยิ้มบนมุมปากของชายหนุ่ม นั่นทำให้หัวใจดวงน้อยรู้สึกหมดหวังทันที

สายตาคมกวาดมองเรือนร่างของหญิงสาวร่างบางทว่ากลับซ่อนรูปอย่างสิเน่หา ความอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือของทรวงอกบดเบียดกับร่างกำยำของเขา ยิ่งทำให้ภูวเดชหมดความอดทนที่จะฝืนความต้องการไว้อีกต่อไป

ผู้หญิงทุกคนก็คงเหมือนกัน รักสนุก หมดสนุกแล้วก็จ่ายเงินให้ก็เท่านั้น เธออย่ามาทำเป็นร้องไห้อ้อนวอน โก่งราคาเสียให้ยาก

เขาคิดอย่างคนเข้าข้างตัวเองเพราะสิ่งที่เขาได้มาจากคู่ขาทุกคนก็ต้องแลกเปลี่ยนกันด้วยเงินตัวเดียวเท่านั้น เธอก็คงไม่ต่างอะไรจากคนอื่นหรอก เมื่อความสำนึกและผิดชอบชั่วดีหายไปจากใจชั่วขณะ เขาก็โถมกายเข้าใส่หญิงสาวทันที

“กรี๊ด!!” เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้งเมื่อความยิ่งใหญ่ของชายหนุ่มก้าวล้ำเข้ามาโดยไม่รีรอ

น้ำตาของวรินญาทะลักทลายทันที เธอเจ็บปวดรวดร้าวทั่วทั้งร่าง สองมือน้อยยกทุบตีแผ่นหลังกว้างใหญ่ให้หยุดการกระทำอันป่าเถื่อนเสียที ทว่าภูวเดชที่กำลังหิวกระหายจากอารมณ์พิศวาสที่ขาดตอนก่อนหน้า ไม่ได้รู้สึกระคายเคืองกับแรงทุบตีนั่นแม้แต่น้อย

ภูวเดชเริ่มเร่งเร้าและรุกรานให้หนักหน่วง เมื่อสิ่งที่ได้รับจากหญิงสาวคือความบริสุทธิ์ซึ่งเขาไม่เคยได้พบเจอมาก่อนเช่นกัน ยิ่งทำให้อารมณ์ปรารถนาของเขาเพิ่มพูนอย่างไม่ลดละ เขาลืมแม้กระทั่งว่าสิ่งที่ตนกำลังกระทำอยู่นั้นคือการขืนใจหญิงสาว ยิ่งเธอบิดร่างพยายามหนีอย่างคนทุรนทุราย เขาก็ยิ่งยัดเยียดความป่าเถื่อนให้เธออย่างไม่ปรานีและไม่ยอมหยุด

“อื้อ...อื้อ...” เสียงสั่นร้องครางได้เพียงเท่านั้นเมื่อไม่สามารถหยุดการกระทำของชายหนุ่มได้ ก่อนหลับตาลงอย่างคนที่เจ็บปวดรวดร้าวและทรมาน

กลีบปากบางบอบช้ำถูกปลดปล่อย เมื่อคนที่ล่วงล้ำต้องการขบเม้มยอดอกสีชมพูระเรื่อแทน และใช้ฟันคมขาวสะอาดหยอกเย้าจนเจ้าของความอวบอิ่มกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด พยายามเปล่งเสียงขอร้องให้เขาหยุด ทว่าสรรพเสียงทุกสิ่งทุกอย่างกับกลืนหายลงสู่ลำคอแห้งผากเช่นเดิมเมื่อร่างกำยำโถมกายอย่างหนักหน่วง

สมองของหญิงสาวแทบดับสิ้น แต่เพราะแรงเฮือกสุดท้ายทำให้เธอพยายามหาทางช่วยตัวเองสุดชีวิต มือเล็กควานหาบางสิ่งบางอย่างเพื่อหยุดการกระทำของเขาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้อย่างคนเสียขวัญ ก่อนที่มือของเธอจะคว้าเอาแจกันบนโต๊ะทำงานไว้ได้และกำแน่นทันที

ครั้นร่างตัวเองลอยหวือตามแรงฉุดของชายหนุ่มและถูกกดลงให้นอนบนโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ความเจ็บปวดก็แล่นพล่านขึ้นอีกครั้ง

“เป็นไงสาวน้อย ฉันบริการให้ถึงใจหรือเปล่า” เสียงทุ้มพูดขึ้น แต่ใบหน้าเรียวสวยซึ่งเปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตาส่ายหน้าอย่างวิงวอน

“ทำไมล่ะ ส่ายหน้าทำไม หรือว่ายังไม่ถึงใจเธอ บอกฉันสิสาวน้อย” ถามเสียงต่ำพร่า ก้มลงจูบเม้มเรียวปากสวยซึ่งบวมเจ่อ ก่อนบดเบียด คลอเคลีย และเคล้าคลึงในเวลาต่อมา แล้วหันมาจัดการเติมเต็มความแข็งแกร่งเข้าหากายสาวอีกครั้งเมื่อความร้อนรุ่มยังไม่ได้รับการปลดปล่อย

ตุบ!!

เคล้ง!!

เสียงแจกันในมือเรียวสวยฟาดลงบนศีรษะของภูวเดชอย่างจัง เศษแจกันตกแตกกระจายทั่วพื้นห้อง พร้อมๆ กับหยดเลือดสีแดงฉานเริ่มไหลรินออกมาจากขมับด้านขวาของชายหนุ่ม ร่างสูงใหญ่ผละออกจากหญิงสาวทันทีพร้อมทั้งใช้มือหนากุมขมับตัวเองไว้แน่น สายตาคมกริบจับจ้องร่างเล็กอย่างโกรธแค้น

วรินญาที่พอจะเริ่มเรียกสติของตัวเองกลับมาได้ รีบคว้าเศษแจกันอันแหลมคมขึ้นมาถือไว้แน่น “อย่าเข้ามานะ” ร้องห้ามเสียงสั่น พลางกระชับชุดทำงานซึ่งถูกเขาถอดออกไม่หมดระคนหวาดหวั่น เนื่องด้วยตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยทำร้ายใครมาก่อน มือเล็กซึ่งกำเศษแจกันอันแหลมสั่นเทาด้วยความกลัว จับแน่นจนความแหลมคมของมันทิ่มลงบนฝ่ามือของเธอ

“เธอบังอาจมากที่ทำร้ายฉัน” ภูวเดชคำรามใส่เสียงต่ำ ก่อนย่างสามขุมเข้าหาร่างเล็กทันที ไม่ได้กลัวอาวุธอันน้อยนิดของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย

“ฉะ...ฉัน บอกว่าอย่าเข้ามาไง” เสียงสั่นร้องห้ามอีกครั้ง พลางยกอาวุธในมือขึ้นหมายจะจ้วงแทงเขาทันที

“เธอคิดว่าไอ้นั่นมันจะหยุดฉันได้เหรอ สาวน้อย” เขาเค้นเสียงถามอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ได้สิ” เพียงแค่พูดจบ ร่างเล็กก็ปรี่ใช้อาวุธแหลมคมในมือกรีดบนหน้าอกกำยำทันที พร้อมกับเสียงร้องคำรามอย่างเจ็บปวดดังลั่นห้อง  เมื่อวรินญากดปลายแหลมๆ นั่นลงลึกพร้อมกับปักคาไว้บนเนินอกของเขา ร่างสูงใหญ่เซถลาล้มลงบนโซฟาทันที มือหนากุมรอยแผลไว้แน่นและพยายามดึงมันออก ทว่าก็เจ็บปวดเกินกว่าที่เขาจะดึงมันออกได้ในตอนนี้

ส่วนวรินญา เธอรีบไปคว้าเสื้อคลุมตัวนอกมาสวมทับพร้อมกับจัดการตัวเองอย่างเร่งรีบ แล้ววิ่งหนีออกจากห้อง เท้าเล็กๆ วิ่งอย่างสุดชีวิต ก่อนมายืนพิงตึกเก่าๆ ในซอยเปลี่ยวพร้อมกับหยาดน้ำตารินไหล แล้วทรุดกายลงที่พื้นอย่างคนสิ้นแรง และทุกสิ่งทุกอย่างก็มืดมนไปพร้อมๆ กับร่างกายที่บอบช้ำของเธอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha