ทาสรักดวงใจทมิฬ [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ตอนที่ 2 ร่องรอยของอดีต-100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “ก็มันจริงนี่ครับคุณป้า กว่าพี่ภูมิจะขับรถไปทำงานที่รีสอร์ตได้ก็เกือบชั่วโมง แล้วถ้ารถติดอีกพี่ภูมิก็คงเบื่อแย่”

พัทธดนย์ยังหาข้ออ้างให้พี่ชายไม่เลิก ส่วนคุณหญิงกัญญาได้แต่มองค้อนหลานชายที่มักจะเข้าข้างภูวเดชอยู่เสมอ แล้วส่ายหน้าระคนเอือมระอา แต่ก็มีความสุขที่สองหนุ่มรักใคร่กันดี

“อ้าว ป้าก็มัวแต่คุยกับเรา แล้วนี่ใครล่ะอย่าบอกนะว่าเป็นแฟนเราน่ะตาดนย์” คุณหญิงกัญญาหันไปมองสาวน้อยอย่างพิจารณาพร้อมทั้งส่งยิ้มให้

“ไม่ใช่นะครับคุณป้า” พัทธดนย์รีบบอกปฏิเสธ เพราะชีวิตของเขายังไม่พร้อมจะมีใคร

ทำให้กมลฉัตรได้แต่มองตาปริบๆ นี่ฉันไม่เคยอยู่ในสายตาคุณเลยหรือไง คุณดนย์ กมลฉัตรตัดพ้ออยู่ในใจ นับตั้งแต่เธอเข้ามาทำงานเป็นเลขาของเขา เธอก็แอบชื่นชมและชอบเขามาตลอด จนตอนนี้เธอก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังหลงรักเจ้านายเข้าให้แล้ว

“ตาดนย์ พูดเบาๆ ก็ได้ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ทำไมต้องพูดเสียงดังด้วย หัดเกรงใจผู้หญิงซะบ้าง แม้เราจะไม่รักไม่ชอบ แต่เราก็ไม่ควรพูดตรงจนเกินไป เฮ้อ ไม่ได้ดั่งใจสักคน” คุณหญิงกัญญาดุหลานชายเมื่อได้เห็นใบหน้าของสาวสวยซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนพัทธดนย์ได้แต่ทำหน้าสลดลงเล็กน้อย และนึกเสียหน้าไม่น้อยที่ถูกดุต่อหน้าเลขาจอมยุ่ง...ที่ยุ่งวุ่นวายจนเขาเองก็รำคาญ แต่บางครั้งพอหญิงสาวไม่มาวุ่นวาย เขาก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนขาดอะไรไป

“ไหนๆ มากันแล้วก็พักกันที่บ้านนี่แหละ แล้วนี่จะมากันกี่วันกี่คืนล่ะ” คุณหญิงกัญญาเอ่ยถามขึ้น หลังจากพาทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องรับแขก

“งานที่เหมืองซาๆ ลงแล้วครับคุณป้า ช่วงนี้ผมก็เลยหาเวลามาพักผ่อนบ้างน่ะครับ แต่ก็ยังต้องติดต่องานกับลูกค้าต่างประเทศอีกสองสามวัน ก็เลยต้องให้กมลฉัตรมาด้วยครับคุณป้า” พัทธดนย์พูดขึ้น

คุณหญิงกัญญาพยักหน้ารับรู้แล้วหันมามองหญิงสาวข้างกายหลานชาย ถ้าเดาไม่ผิดสาวสวยคงรู้สึกดีๆ กับหลานชายของตนเป็นแน่

“แต่เรื่องที่พัก ผมขอไปพักคอนโดฯ นะครับ ไม่ได้กลับไปซะนาน คิดถึงจะแย่” พัทธดนย์รีบบอกเพราะเขาไม่เคยได้เข้าพักที่คอนโดฯ นั่นอีกเลยนับแต่คุณหญิงส่งเขาไปเรียนต่อต่างประเทศ เหตุผลก็ด้วยไม่อยากให้เขาต้องจมอยู่กับความทุกข์ความเสียใจที่ต้องสูญเสียมารดา แต่ ณ เวลานี้ เขาได้ความรักความอบอุ่นจากคุณหญิง ทำให้เขาทำใจได้และคิดอยู่เสมอว่าแม่ของเขายังคงเฝ้ามองเขาอยู่ตลอดเวลาไม่ห่างไปไหนไกลเลย

“แล้วหนูล่ะกมลฉัตร จะไปพักที่ไหน” คุณหญิงกัญญาหันมาถามหญิงสาวบ้าง

“เอ่อ...คือ หนูจะไปพักที่บ้านสวนค่ะ” กมลฉัตรบอกพลางหลบสายตาของคุณหญิงกัญญา ซึ่งมองมาอย่างคนที่ทำให้กมลฉัตรกลัวแสนกลัวว่าคุณหญิงจะรู้ถึงความในใจของเธอ

“อ้าว ที่บ้านสวนมีใครอยู่ด้วยหรือเปล่า แล้วไกลมากไหม      หนูฉัตร” คุณหญิงกัญญาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“มะ...ไม่มีค่ะ คุณหญิง แต่บ้านสวนหลังนี้หนูก็อยู่มาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ อีกอย่างก็มีป้าและลุงข้างบ้านช่วยดูแลอยู่ และหนูก็อยากไปพบลุงกับป้าด้วยค่ะ” กมลฉัตรบอกเหตุผลด้วยกลัวว่าจะถูกคุณหญิงกัญญารั้งให้พักอยู่ที่บ้านหลังใหญ่นี้ ซึ่งเธอก็คงไม่กล้าปฏิเสธกับความมีน้ำใจของผู้ใหญ่เช่นกัน

“งั้นหรอกเหรอ ก็ตามใจหนูแล้วกัน ส่วนเราก็หมั่นไปเยี่ยมหนูฉัตรบ้าง ถึงอย่างไรเขาก็เป็นเลขาของเรา แล้วอีกอย่างถ้าจะกลับ ก็ไปส่งหนูฉัตรที่บ้านสวนด้วย จะได้รู้จักบ้านช่องกัน เวลามีปัญหาอะไรจะได้ตามกันได้ถูก” เสียงคุณหญิงกัญญาบอกแกมบังคับ ทำให้สองหนุ่มสาวได้แต่อ้ำอึ้งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างจำยอม

“งั้นก็ดี จะได้อยู่ช่วยป้าจัดงานแต่ง” สิ้นเสียงคุณหญิงกัญญา

พัทธดนย์ถึงกับร้องถามด้วยความตกใจ นี่ใครจะแต่งงานกัน แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่เขาแน่นอน

“ใครจะแต่งงานครับคุณแม่” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามาทันได้ยินสิ่งที่มารดาพูดเช่นกัน พลางขมวดคิ้วเข้มเป็นปม

“นั่นสิครับคุณป้า” พัทธดนย์ถามสำทับอีกครั้ง พลางจ้องหน้าภูวเดชอย่างต้องการคำตอบ ซึ่งภูวเดชรีบส่ายหน้าว่าไม่ใช่ตนแน่ ส่วนคุณหญิงกัญญาหันมองบุตรชายตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมใบหน้าเรียบเฉยซึ่งดูแตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

“ตาดนย์ มีอะไรอีกหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ไปส่งหนูฉัตรก่อนเถอะ แล้วป้าจะโทรเรียกหากตกลงกับพ่อลูกชายตัวดีได้” คุณหญิงกัญญาตัดบทแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ พลางตวัดสายตามองบุตรชายพร้อมสั่งเสียงเข้ม

“ส่วนตาภูมิ ตามแม่ขึ้นไปบนห้องสิ้นเสียงมารดา ภูวเดชได้แต่มองหน้าพัทธดนย์ ด้วยอยากให้น้องชายพูดอะไรบ้าง แต่พัทธดนย์ก็ส่ายหน้าว่าไม่รู้เรื่อง ทว่าคนอย่างภูวเดชก็ไม่ยอมลดละ ยังคงเปิดปากถามด้วยกลัวว่าพัทธดนย์มีอะไรปิดบังอยู่หรือไม่

“ดนย์ คุณแม่เป็นอะไร เมื่อกี้ยังเห็นดีๆ อยู่เลย แต่พอฉันเข้ามากลับทำหน้านิ่ง ราวกับว่าฉันไปทำอะไรผิดมางั้นแหละ” คนไม่รู้ตัวเอ่ยปากถามแบบเซ็งๆ

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมว่าพี่รีบตามคุณป้าขึ้นไปเถอะครับ ส่วนผมจะรีบกลับมาฟังข่าวจากพี่”

“ข่าว...ข่าวอะไรของแกวะไอ้ดนย์ อย่าบอกนะว่าแกจะแต่งงาน” ภูวเดชถาม เพราะถ้าไม่ใช่เขาก็ต้องเป็นพัทธดนย์สิ แล้วจะให้เป็นใครไปได้ สำหรับเขานั้นชีวิตนี้ยังไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานเลยด้วยซ้ำ

“ไม่ใช่ผมนะครับพี่ภูมิ ผมยังหาเจ้าสาวไม่ได้เลย” พัทธดนย์รีบปฏิเสธ ส่วนป้านวลได้แต่มองสองพี่น้องสลับกันไปมา ครั้นอยากจะบอกใจแทบขาดแต่ก็พูดไม่ได้ จึงได้แต่เตือนให้เจ้านายหนุ่มอย่างภูวเดชใจเย็นๆ

“คุณภูมิคะ ป้าว่าคุณหญิงรอนานแล้วนะคะ” หลังจากป้านวลเอ่ยเตือน สองหนุ่มก็กล่าวลากันตามประสาพี่น้อง

ภูวเดชยืนมองพัทธดนย์พร้อมด้วยหญิงสาวจนหายเข้าไปในรถ แล้วพ่นลมหายใจออกมาเสียงดัง

“เรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย” เสียงสบถดังออกมาจากริมฝีปากหนา หลังจากใช้มือเสยผมลวกๆ แต่แม้ผมจะดูยุ่งเหยิง เพลย์บอยหนุ่มก็ยังดูดีอยู่ตลอดเวลา ก่อนพาร่างสูงใหญ่เดินขึ้นบันไดซึ่งปูด้วยพรมนุ่มราคาแพงไปเรื่อยๆ

 

เพียงแค่บานประตูห้องนอนของมารดาเปิดและปิดลงด้วยมือหนา แผ่นกระดาษสีขาวซึ่งมีลายมือเขียนไว้อย่างหวัดๆ ก็ปะทะเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาของภูวเดชทันที ร่างสูงใหญ่หันมองมารดาเล็กน้อยแล้วเอ่ยถาม โดยไม่ได้สนใจกระดาษแผ่นนั้นที่มันร่วงหล่นอยู่ที่ปลายเท้า

“อะไรกันครับ คุณแม่” คนถูกของปาใส่หน้าเอ่ยถามด้วยสีหน้างงงวย

“ฮึ! อะไรงั้นเหรอ แกก็ลองหยิบจดหมายนั่นขึ้นมาอ่านดูซะสิ แล้วก็อ่านให้มันเข้าหัวสมองแกบ้างนะ! ฉันไม่เคยสั่งไม่เคยสอนให้แกทำตัวเลวทรามแบบนี้เลยนะตาภูมิ แกมันเลว...เลวจนไม่น่าให้อภัยเลยด้วยซ้ำ” คุณหญิงกัญญาบริภาษใส่บุตรชายพร้อมน้ำตาคลอเบ้า หัวใจของนางเองก็เจ็บปวดเจียนตายเช่นกัน เมื่อได้รู้ว่าบุตรชายกระทำการอันป่าเถื่อนเช่นนั้นกับบุตรสาวของหัวหน้าคนงาน ซึ่งคุณหญิงเองก็นับถือเสมือนญาติคนหนึ่ง

ภูวเดชจ้องหน้ามารดานิ่งเมื่อถูกต่อว่าด้วยถ้อยคำที่ไม่เคยได้ยินจากปากของมารดามาก่อน แล้วค่อยๆ ย่อตัวลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน

กราบเรียนคุณหญิง กระผมนายอำนาจ ศรีดากานต์ มีเรื่องจะขอร้องและอธิบายเหตุผลที่ต้องหนีหายจากคุณหญิงและเหมืองที่ช่วยชุบชีวิตของกระผมและลูกสาวมานานนับสิบปี ก่อนที่กระผมจะทำการเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมานั้น กระผมได้สอบถามถึงสาเหตุที่ทำให้บุตรสาวของกระผมหนีออกมาจากรีสอร์ต และสิ่งนั้นก็คือ ลูกสาวของกระผมถูกคุณภูวเดชข่มเหงบังคับขืนใจอย่างโหดร้าย และที่เราสองพ่อลูกต้องหนีออกมาเพราะไม่ต้องการให้มันเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะคุณหญิงมีบุญคุณต่อกระผมมากมายเหลือเกิน

แต่ที่กระผมต้องเขียนจดหมายมาและบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ก็เพียงต้องการให้คุณหญิงช่วยดูแลลูกสาวแทนกระผมด้วย เนื่องจากตัวกระผมนั้นคงอยู่ได้อีกไม่นาน ซึ่งกว่าที่คุณหญิงจะได้รับจดหมายฉบับนี้ บางทีกระผมอาจไม่อยู่บนโลกนี้แล้วก็ได้ กระผมเพียงอยากให้คุณหญิงช่วยเมตตารับดูแลลูกสาวต่อจากกระผม วรินไม่เหลือญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้ว คุณหญิงโปรดสงสารลูกสาวผมด้วยเถิด กระผมจะไม่ลืมพระคุณอันยิ่งใหญ่นี้ หากเกิดมาอีกครั้งกระผมและลูกสาวคงได้อยู่ทดแทนบุญคุณของคุณหญิง

นายอำนาจ ศรีดากานต์

 

มือใหญ่เริ่มสั่นเทาขึ้นเรื่อยๆ หลังจากอ่านข้อความในกระดาษ ภาพในวันนั้นวนเวียนเข้ามาก่อกวนเขาอีกครั้ง แม้ตลอดระยะเวลาห้าปีจะไม่มีใครรู้ แต่ตัวเขาเองรู้มาตลอด ใบหน้าคมที่ซีดเผือดเมื่อสักครู่แปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย พร้อมขยำกระดาษแผ่นนั้นทิ้ง ซึ่งทุกอย่างตกอยู่ในสายตาของคุณหญิงกัญญาตลอดเวลา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha