ทาสรักดวงใจทมิฬ [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : ตอนที่ 4 ไม่อยากรื้อฟื้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ไม่อยากรื้อฟื้น

 

ภูวเดชที่ได้เสพสุขกับคู่ขาแบบหามรุ่งหามค่ำพาร่างกำยำเดินเข้าบ้านในเวลาใกล้บ่ายโมงหลังจากเข้าไปสะสางงานในรีสอร์ต สายตาคมกวาดมองรอบบ้านและเดินเข้าไปมองที่ประจำของมารดาและป้านวล ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า

เท้าคู่ใหญ่เดินวนรอบๆ บ้านด้วยความสงสัย เมื่อทั้งมารดาและป้านวลไม่มีใครอยู่เลยสักคน จึงเรียกหาสาวใช้ที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันหมด

“ไม่มีใครอยู่เลยหรือไง” เสียงเจ้านายหนุ่มบ่นพึมพำเมื่อออกปากเรียกแล้วก็ไม่มีใครโผล่มาสักคน แล้วเดินตัวตรงขึ้นไปยังห้องนอนส่วนตัวทันที ส่วนสร้อยสาวใช้ที่ได้ยินเสียงแว่วๆ เหมือนมีคนเรียก รีบวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากหลังบ้าน เห็นหลังไวๆ ของเจ้าหนุ่ม แล้วรีบตะโกนถามทันที

“คุณภูมิจะเอาอะไรหรือคะ” สิ้นเสียงสาวใช้ ภูวเดชชะงักปลายเท้าแล้วหันมามองหญิงสาวร่างเล็กตัวดำก่อนตะโกนกลับลงมา

“กว่าจะโผล่มากันได้ ถ้าฉันเป็นขโมยป่านนี้ไม่ถูกยกเค้าไปหมดแล้วหรือไง”

“ขะ...ขอโทษค่ะคุณภูมิ พอดีพวกหนูกำลังทำความสะอาดห้องรับรอง และก็เอาผ้าม่านผ้าปูที่นอนมาซักใหม่หมดเลยค่ะ เลยไม่ได้ยินเสียงคุณภูมิ” สร้อยรีบบอกทันทีด้วยกลัวว่าจะโดนตัดเงินเดือน

ใบหน้าหล่อเหลาส่ายเพียงเบาๆ แล้วพ่นลมหายใจเสียงดัง เพราะเขาก็ไม่เคยจะมาคิดจุกจิกกับเรื่องพวกนี้ แต่ที่เขาสงสัยคือมารดาและป้านวลไปไหน

“แม่ฉันกับป้านวลไปไหน”

“ไปต่างจังหวัดค่ะคุณภูมิสร้อยตอบเสียงเบา ก่อนก้มหน้างุดเมื่อโดนเจ้านายหนุ่มมองอย่างตำหนิ

“ไปทำอะไร” เสียงเข้มถามต่อทันที

“ไม่ทราบค่ะคุณภูมิ แต่คุณหญิงสั่งไว้ว่าจะไปสามวันค่ะ” สร้อยรีบรายงานตามที่คุณหญิงกัญญาสั่งทันทีเพราะไม่ต้องการให้ภูวเดชรู้

“จะไปทำอะไรก็ไป!” ภูวเดชบอกอย่างตัดรำคาญเมื่อถามไปแล้วก็ไม่ได้คำตอบที่ต้องการ

“แล้วคุณภูมิจะรับของว่างไหมคะ” สร้อยเอ่ยถามตามหน้าที่อีกครั้ง

“ไม่” ภูวเดชบอกเสียงทุ้มก่อนเดินเข้าห้องแล้วปิดประตูเสียงดัง ล้มตัวลงนอนค่อยๆ หลับตาลงอย่างคนเหนื่อยล้า เขาเหนื่อยที่จะต้องมารับผิดชอบหญิงสาวที่เขาไม่ต้องการ แต่จะขัดผู้ให้กำเนิดก็ไม่ได้ มือหนายกเสยผมลวกๆ จนมันยุ่งเหยิง คิดไม่ตกเพราะเขาไม่เคยคิดจะแต่งงานในตอนนี้

“ไอ้ดนย์ แกอยู่ไหนวะ” ภูวเดชกดโทรหาน้องชายทันทีเมื่อต้องการเพื่อนคุย

“อยู่บ้านสวนครับ” พัทธดนย์บอกพี่ชายเสียงแผ่วๆ เพราะนับตั้งแต่คืนนั้นหลังจากกินบะหมี่เสร็จเขาก็ขออนุญาตค้างที่บ้านสวนเพราะความเมื่อยล้าจากการขับรถนานๆ

“บ้านสวน บ้านใครวะ” ภูวเดชถามย้ำ

“ก็บ้าน...บ้านของเพื่อนครับพี่ภูมิ” พัทธดนย์บอกแต่ไม่ได้บอกว่าเพื่อนผู้หญิง

“เหรอ งั้นฉันไปเที่ยวบ้างได้ไหมวะ อยู่บ้านเซ็งๆ ว่ะ แม่ก็ไม่อยู่ ไม่รู้ไปทำอะไรที่ต่างจังหวัด” ภูวเดชแอบน้อยใจเมื่อมารดาไม่โทรบอกสักคำว่าไปที่ไหน นี่หากเกิดอะไรขึ้นเขาจะทำยังไง

“ไม่ได้ครับ” พัทธดนย์รีบปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้ภูวเดชมาที่บ้านหลังนี้และไม่ต้องการให้พี่ชายรู้

“ทำไมวะ หรือแกแอบซ่อนสาวๆ ไว้ที่บ้านสวน ไหนบอกไม่สนใจผู้หญิงไง” ภูวเดชแกล้งถาม

“ไม่ได้ซ่อนใคร ก็แค่บ้านสวนธรรมดา ไม่มีอะไรน่ามองเหมือนไนต์คลับหรอกครับ” พัทธดนย์รีบอ้าง

“ไอ้บ้า...เออๆ ไม่ไปก็ได้ งั้นแค่นี้แหละ เชิญแกชื่นชมบ้านสวนรวมทั้งเจ้าของบ้านไปคนเดียวเถอะ เพราะอย่างฉันมันต้องมองสาวๆ ในไนต์คลับเท่านั้น” ภูวเดชกล่าวทิ้งท้ายก่อนตัดสายทิ้ง แล้วนอนมองเพดานนิ่ง สงสัยคืนนี้ต้องไปคลายทุกข์หาสาวๆ ในไนต์คลับแล้วล่ะมั้งเสียงทุ้มพึมพำอยู่ในใจ

 

ที่โรงพยาบาล

ร่างเล็กนอนนิ่งมองเพดานด้วยดวงตาเหม่อลอย หัวใจดวงน้อยสับสน เมื่อได้รู้ว่าคุณหญิงกัญญาต้องการพบเธอ ก่อนพลิกร่างหันตะแคงข้างให้กับเสียงเปิดและปิดประตูในเวลาใกล้เคียงกัน

ดวงตาคู่สวยทว่าหม่นหมองหลับตาลงช้าๆ เธอไม่อยากพูดไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น รอยแผลที่เกาะกินใจเธอมานานนับห้าปีเริ่มกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง เมื่อคนใกล้ชิดของผู้ชายใจร้ายคนนั้นมาวนเวียนใกล้เธอ บาดแผลในใจที่เธอพยายามจะลืมมันแม้มันจะไม่เคยหายไปจากใจแต่เธอไม่ต้องการให้ใครรื้อฟื้นเรื่องน่าอับอายนี้ขึ้นมาอีก เธอไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบใดๆ

มือเหี่ยวนุ่มตามวัยของคุณหญิงกัญญาแตะเบาๆ ที่แขนเรียวสวย ราวกับการแตะต้องนั้นจะทำให้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บ ทุกอย่างก็เป็นเพราะบุตรชายของนางที่ทำร้ายหญิงสาวจนทำให้เธอหวาดกลัวทุกคน

“หนูวริน” คุณหญิงกัญญาเรียกเสียงเบาอย่างอ่อนโยน พร้อมหยาดน้ำตาของคนถูกเรียกไหลริน แต่เธอก็ยังนอนนิ่งไม่รับรู้ถึงการมาของคุณหญิง

“หนูวริน หันมาคุยกับป้าหน่อยนะ” คุณหญิงกัญญายังไม่ละความพยายาม แม้อยากจะแทนตัวเองว่าแม่แทบขาดใจแต่ก็ไม่อาจทำได้ เมื่อลูกชายของนางทำร้ายหญิงสาวจนไม่น่าให้อภัย

“คุณหญิงกลับไปเถอะค่ะ วรินไม่อยากพบใคร” วรินญาบอกเสียงสั่น พร้อมกัดริมฝีปากแน่นเพราะรู้ว่าตนเองกำลังเสียมารยาทที่ไล่ผู้หลักผู้ใหญ่ หากแต่คุณหญิงกัญญาหาได้ถือโทษไม่ ยังคงเฝ้าพร่ำบอกให้หญิงสาวหันมาคุยกัน และเมื่อได้เห็นใบหน้าที่เคยสวยสดใสและมีรอยยิ้มอยู่เสมอ ทว่าบัดนี้แววตากลมใสดูหม่นหมอง ร่างกายดูซูบลงไปมาก

“โธ่ หนูวริน” คุณหญิงกัญญาและป้านวลต่างพากันอุทานเสียงแผ่วด้วยความสงสารหญิงสาวจับใจ

“หนูวรินของป้า ทำไมถึงได้ซูบผอมแบบนี้ล่ะคะ แล้วนี่         คุณอำนาจไม่อยู่หรือ” คุณหญิงกัญญายกมือเหี่ยวลูบไล้แก้มเนียนแผ่วๆ พร้อมเอ่ยถามถึงบิดาของหญิงสาว

“พ่อ...ไม่อยู่แล้วค่ะ” วรินญาบอกเสียงกลั้นสะอื้น

“หนูวริน” คุณหญิงกัญญาครางเบาๆ พลันให้นึกย้อนไปถึงจดหมายฉบับนั้นที่คุณหญิงนำมาด้วย และอาจทำให้วรินญายอมกลับไปเพราะคำขอร้องก่อนตายของบิดาก็เป็นได้

“หนูไปอยู่กับป้าเถอะนะ ป้าจะดูแลหนูเอง” คุณหญิงกัญญาตัดสินใจพูดขึ้น เมื่อไม่อยากรั้งรอให้เสียเวลาอีกต่อไป นับจากนี้ภูวเดชต้องดูแลหญิงสาวที่น่าสงสารคนนี้ไปตลอดชีวิต

ใบหน้าเศร้าสร้อยส่ายเบาๆ เมื่อได้ฟังในสิ่งที่คุณหญิงบอก พร้อมหยาดน้ำตาไหลพราก เธอไม่ต้องการไปอยู่ที่บ้านหลังนั้น เธอไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้ายแม้จะโกรธแค้นเขามากเพียงใด แต่ผู้หญิงอย่างเธอจะมีปัญญาเอาอะไรไปสู้เขา

“ไม่นะหนูวริน ยังไงหนูก็ต้องไปกับป้า ป้าสัญญากับพ่อหนูไว้แล้วว่าจะดูแลหนูแทน” คุณหญิงกัญญาเริ่มหว่านล้อมให้หญิงสาวยอมตกลง แต่หญิงสาวก็ยังปฏิเสธเช่นเดิม

เมื่อหญิงสาวยังคงปฏิเสธ คุณหญิงกัญญาจึงเปิดกระเป๋าถือสุดหรูออกแล้วหยิบจดหมายซึ่งมีรอยยับยู่เพราะน้ำมือของบุตรชายยื่นให้หญิงสาวได้อ่าน

วรินญาลังเลอยู่นาน ก่อนค่อยๆ เอื้อมมือรับจดหมายนั้น เธอกวาดไล่สายตามองลายมือของบิดาด้วยมือสั่นเทา ทำไมเธอไม่รู้ว่าพ่อส่งจดหมายให้คุณหญิง เพราะถ้าหากรู้ก่อนหน้าเธอจะห้ามบิดาทันที เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกแล้ว คนที่เธอเคยแอบปลื้มแม้เห็นเพียงภาพถ่ายใบเดียว แต่แล้วความปลาบปลื้มและทุกความรู้สึกที่มีให้กับเขา กลับพังทลายหายไปจนหมดสิ้นในวันที่เธอถูกเขาทำร้ายร่างกายและจิตใจ

“นี่เป็นจดหมายของพ่อหนูนะวริน เห็นไหมว่าพ่อหนูต้องการให้ป้าดูแลหนูแทนเขา หนูอย่าทำให้พ่อต้องเป็นห่วงอีกเลยนะ ไปอยู่กับป้าเถอะ” เมื่อเห็นหญิงสาววางจดหมายแนบอกพร้อมเสียงสะอื้น คุณหญิงก็ขอร้องอีกครั้ง

“หนูวริน ไปอยู่กับคุณหญิงเถอะค่ะ ลูกผู้หญิงตัวคนเดียวออกมาไกลขนาดนี้มันอันตรายนะคะ” เสียงป้านวลพูดขึ้นเมื่อคิดว่าหญิงสาวยังคงลังเล

อันตรายงั้นเหรอคะ แล้วที่ที่วรินจะไปอยู่ ไม่อันตรายมากกว่าหรือ เสียงเศร้าเฝ้าถามคุณหญิงกัญญาอยู่ในใจเมื่อไม่กล้าพูดออกมา ที่แห่งนั้นมีผู้ชายใจร้ายคนนั้นอยู่ แล้วเธอจะต้องพบกับอะไรบ้างล่ะ ภาพแววตาไร้ความเมตตาปรานีของผู้ชายคนนั้นวนเวียนเข้ามาในหัวสมองของเธออีกครั้ง แม้เธอจะยกมือไหว้อ้อนวอนเขาทั้งน้ำตา แต่เขาก็ไม่สนใจ

“หนูวริน ตกลงไหมจ๊ะ” คุณหญิงกัญญาถามย้ำอย่างมีความหวัง

วรินญาหันมองสบตาของคุณหญิงกัญญาอย่างค้นคว้า แต่เธอก็เห็นความห่วงใยในแววตาคู่นั้น ใบหน้าเรียวสวยพยักหน้ารับแทนคำตอบอย่างช้าๆ ทำให้คุณหญิงกัญญาและป้านวลยิ้มรับด้วยความดีใจ มือเหี่ยวนุ่มลูบศีรษะของเธออย่างรักใคร่ นี่แหละ ผู้หญิงคนนี้คือลูกสะใภ้ของตระกูลอัครไพบูลย์ คุณหญิงคิดอย่างปลาบปลื้ม เพราะนางเอ็นดูหญิงสาวมาแต่ไหนแต่ไร และหากไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น ถึงอย่างไรนางก็ต้องให้  ภูวเดชแต่งงานกับวรินญาให้ได้

รอยยิ้มเศร้าๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวสวยน้อยๆ หากมันเป็นคำขอของพ่อเธอ แล้วทำไมเธอจะทำไม่ได้ คงจริงอย่างที่คุณหญิงบอก เธอไม่ควรทำให้คนตายเป็นห่วง และพ่อของเธอจะได้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์เสียที พ่อคะ วรินยอมทำตามคำขอของพ่อแล้วนะคะ ต่อไปพ่อไม่ต้องเป็นห่วงวริน...วรินสัญญาว่าจะทำให้ตัวเองเข้มแข็งมากกว่านี้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha