ทาสรักดวงใจทมิฬ [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : ตอนที่ 4 ไม่อยากรื้อฟื้น-100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

หลังจากพักฟื้นร่างกายได้สองวันครบตามคำสั่งของหมอ คุณหญิงกัญญาก็พาวรินญาไปยังคฤหาสน์อัครไพบูลย์ทันที

หากแต่วรินญาขอไปลาคุณยาย พร้อมกับฝากให้เก็บบ้านเช่าหลังนี้ไว้ให้เธอ เพราะสักวันเธอจะหาเงินมาซื้อบ้านหลังนี้ไว้

 แม้จะเป็นเพียงแค่บ้านไม้หลังเล็กๆ ธรรมดา แต่ก็เป็นบ้านหลังที่เธอและพ่ออยู่ด้วยกันมาที่มีทั้งทุกข์และสุข และยังเป็นบ้านหลังสุดท้ายที่พ่อของเธออยู่มา และคุณยายซึ่งเป็นเจ้าของบ้านก็รับปากจะดูแลและรักษาบ้านหลังนี้ไว้ให้เธอ

และเมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์อัครไพบูลย์ เหล่าคนรับใช้พร้อมคนสวนต่างมายืนรอรับคุณหญิงกัญญาและหญิงสาวข้างกายกันอย่างพร้อมเพรียง ต่างพากันเพ่งพิศหญิงสาวที่ยืนก้มหน้านิ่งด้วยความสงสัย แม้จะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาแต่ไม่มีใครปริปากถาม

“เอาล่ะ คงอยู่กันครบแล้วใช่ไหม นี่หนูวริน ว่าที่ลูกสะใภ้ของฉัน จะมาอยู่ที่นี่และขอให้ทุกคนเคารพหนูวริน เหมือนที่ทุกคนปฏิบัติต่อฉันกับตาภูมิ” คุณหญิงกัญญาบอกเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความมีอำนาจเมื่อไล่สายตามองคนในบ้าน ถ้าจะขาดก็คงมีเพียงพ่อลูกชายตัวดีเท่านั้น

“ค่ะคุณหญิง/ครับคุณหญิง” ทุกคนต่างกล่าวรับออกมาพร้อมกัน ก่อนแยกย้ายไปทำงานตามหน้าของแต่ละคน จะมีก็เพียงวรินญาที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่กับคำว่า ลูกสะใภ้ เพราะก่อนหน้าที่เธอจะยอมตกลง เธอไม่เคยทราบเรื่องนี้เลย

“ไม่ต้องถามตอนนี้หรอกนะหนูวริน ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าพักผ่อนเถอะ แล้วเดี๋ยวช่วงอาหารเย็นป้าจะให้สร้อยขึ้นไปตาม” คุณหญิงกัญญาบอกเสียงอ่อนโยน

ก่อนเรียกให้สร้อยนำพาหญิงสาวขึ้นไปยังห้องพักส่วนตัว ซึ่งอยู่ติดกับห้องของภูวเดช ที่บนตึกแบ่งแยกเป็นสองโซนมีบันไดแบ่งกั้นอย่างชัดเจน

“คุณวริน ทางนี้ค่ะ”

วรินญาหันมาตามเสียงเรียกของสร้อยทันที เมื่อเธอกำลังก้าวขึ้นบันไดซึ่งปูด้วยพรมหนานุ่มราคาแพง คิ้วเรียวขมวดเป็นปมเล็กน้อย ก่อนหันมองคุณหญิงกัญญาซึ่งกำลังเปิดประตูเข้าห้องส่วนตัวไป

“ห้องพักคุณวรินอยู่ปีกซ้ายค่ะ ส่วนปีกขวาเป็นห้องพักของคุณหญิงแล้วก็ห้องของคุณพัทธดนย์ แต่คุณดนย์ไม่ค่อยได้เข้ามาพัก นานๆ จะเข้ามาสักทีค่ะ” สร้อยรีบรายงานให้เสร็จสรรพเมื่อเห็นหน้าของเจ้านายคนใหม่งงงวยเล็กน้อย

วรินญาเมื่อได้ฟังสร้อยพูดจบก็พยักหน้ารับน้อยๆ แล้วเดินตามสร้อยขึ้นไปเรื่อยๆ

เธอเดินผ่านไปหนึ่งห้อง แล้วหันมองด้วยความสงสัย ทำไมสร้อยไม่บอกว่าปีกซ้ายก็มีสองห้องด้วยล่ะ แล้วอีกห้องเป็นห้องของใคร แต่ก็ไม่ปริปากถาม เมื่อสร้อยเปิดประตูห้องพักให้เธอพร้อมกับเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ก่อนหันมาจัดการเก็บเสื้อผ้าของเธอเข้าตู้

“ไม่ต้องหรอกสร้อย เดี๋ยววรินทำเอง” วรินญาร้องห้ามเสียงหลง

“ไม่ได้ค่ะ ให้สร้อยทำให้เถอะนะคะ เดี๋ยวคุณหญิงจะดุสร้อยเอา คุณวรินมาเหนื่อยๆ เข้าไปอาบน้ำให้สบายตัวเถอะค่ะ เดี๋ยวสร้อยจัดเสื้อผ้าให้” สร้อยรีบห้ามนายหญิงคนใหม่ทันที

“ไม่ต้องเรียกคุณอะไรหรอกสร้อย วรินก็แค่คนอาศัยเหมือนกัน” วรินญาบอกตามความจริง

“คนอาศัยได้ไงคะ คุณหญิงเพิ่งจะบอกสร้อยและพวกลุงๆ ป้าๆ ว่าคุณวรินคือว่าที่ลูกสะใภ้นะคะ” สร้อยรีบบอกทันที และรู้สึกดีที่นายหญิงคนใหม่ดูเป็นกันเอง แถมยังหน้าตาสวย แม้ตอนนี้จะดูผอมไปสักนิด

“ไม่...ไม่ใช่หรอก” วรินญาปฏิเสธเสียงเบา เพราะตัวเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณหญิงกัญญากำลังจะให้เธอแต่งงานกับใคร และเธอจะหาทางปฏิเสธได้อย่างไร

“โอเคค่ะ สร้อยไม่ถามแล้วก็ได้ค่ะ ว่าแต่คุณวรินไปอาบน้ำเถอะนะคะจะได้สดชื่น แล้วจะรับของว่างไหมคะ เดี๋ยวสร้อยลงไปบอกป้าจัดให้” สร้อยบอกพร้อมรอยยิ้ม วรินญาได้แต่ส่ายหน้า เพราะถ้าห้ามไปสร้อยก็ต้องเรียกคุณเหมือนเดิม

“ไม่ล่ะ วรินอยากนอนพักสักหน่อยน่ะ”

“ค่ะ ถ้างั้นสร้อยจัดเสื้อผ้าเสร็จก็จะออกไปช่วยป้าเตรียมอาหารเย็น แล้วสร้อยจะขึ้นมาเรียกคุณวรินนะคะ” สร้อยบอกพร้อมกับรีบจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ให้เรียบร้อย เพราะดูท่าแล้วนายหญิงคนใหม่คงเหนื่อยและเพลียจริงๆ

 

เมื่อใกล้ได้เวลาอาหารเย็น คุณหญิงกัญญาก็สั่งให้ป้านวลโทรตามลูกชายและหลานชายให้รีบกลับมารับประทานอาหารค่ำด้วยกัน แต่กลับติดต่อไม่ได้ทั้งคู่

“เอากันเข้าไป ทั้งลูกทั้งหลาน หายหัวกันไปหมด เคยนึกถึงหัวหงอกอย่างฉันบ้างไหมเนี่ย” คุณหญิงกัญญาบ่นออกมาทันทีเมื่อป้านวลเข้ามารายงาน

“โธ่ คุณหญิง ลูกชายก็แบบนี้แหละค่ะอยู่ไม่เคยติดบ้านหรอก ลองให้มีเมียสักทีเถอะค่ะ ขี้คร้านจะรีบกลับบ้าน” ป้านวลแย้งขึ้นเมื่อนึกเห็นใจคนเป็นนาย

“ขอให้มันจริงเถอะ นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันต้องรอฟังคำตอบจากหนูวรินเรื่องแต่งงานนะ ฉันจะให้แต่งพรุ่งนี้ซะให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ดูสิต่อไปตาภูมิจะอยู่ติดบ้านบ้างไหม” พูดจบคุณหญิงกัญญาก็ยกพัดขึ้นมาพัดอย่างแรงๆ พร้อมกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

ป้านวลได้แต่ยิ้มและนำอาหารซึ่งเป็นแกงไตปลา ผัดเปรี้ยวหวาน พร้อมปลากะพงทอดน้ำปลา วางเรียงบนโต๊ะ ด้วยไม่รู้จะพูดอะไรดี

“แล้วนี่มีใครไปตามหนูวรินหรือยัง” คุณหญิงกัญญาหันไปถามเหล่าสาวใช้ ก่อนได้ยินเสียงสร้อยอาสาขึ้นไปตามเองอย่างกระตือรือร้น

“ดูสิน่ะป้านวล ยัยสร้อยนี่ก็นะ บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าอย่าวิ่งในบ้าน” คุณหญิงกัญญาบ่นตามหลังสาวใช้ทันที

“ปล่อยไปเถอะค่ะคุณหญิง สร้อยคงชอบหนูวรินนะคะ นานๆ ทีที่บ้านนี้จะมีนายหญิงที่ยังสาวและสวยมาอยู่ให้แม่สาวๆ พวกนี้คอยรับใช้”

“อ้าวป้านวล นี่จะว่าฉันแก่ว่างั้นเถอะ” เสียงคุณหญิงกัญญาแอบเหน็บป้านวลไม่จริงจังนัก

“ไม่หรอกค่ะคุณหญิง” ป้านวลบอกยิ้มๆ ก่อนหันไปมอง     หญิงสาวซึ่งกำลังเดินตามหลังสร้อยมาด้วยใบหน้าสดใสขึ้นมากกว่าเดิม

“หนูวริน มานั่งใกล้ๆ ป้านี่” คุณหญิงกัญญาเรียกทันที พลางสำรวจใบหน้าเรียวสวยซึ่งแต่งแต้มด้วยสีสันแบบอ่อนๆ ทำให้หญิงสาวดูสวยสดใสสมวัย

“ค่ะคุณหญิง” วรินญาตอบรับเสียงเบา

“เรียกคุณหญิงอะไรกัน ต่อไปให้เรียกว่าคุณแม่ดีกว่านะ จะได้เหมือนตาภูมิ” คุณหญิงกัญญาพูดขึ้น เพราะฟังดูมันห่างเหินพิกล และจะได้ให้หญิงสาวเรียกให้ชินปากเพราะอีกไม่เกินหนึ่งเดือนนางจะจัดงานแต่งให้ลูกชายอย่างแน่นอน เพียงแต่รอเวลาให้วรินญาทำความคุ้นเคยกับภูวเดชให้มากกว่านี้เสียหน่อย แม้จะมีเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยเกิดขึ้นมาก่อน แต่หากทั้งสองคนยอมเปิดใจและยอมรับความผิดพลาดในอดีต อาจจะทำให้ทั้งสองคนมีใจให้กัน

วรินญาได้แต่อึกอัก รู้สึกแปลกๆ อยู่ในใจที่ต้องเอ่ยเรียกคุณหญิงกัญญาแบบนั้น เพราะคนที่ได้เรียกต้องเป็นภูวเดชไม่ใช่เธอ แล้วถ้าเขารู้ว่าเธอมาเรียกแม่ของเขาแบบนี้ อนาคตของเธอจะเป็นเช่นไร

“วริน...เอ่อ...วริน ขอเรียกคุณหญิงเหมือนเดิมไม่ได้หรือคะ” วรินญากลั้นใจเอ่ยถามออกไป

“ทำไมล่ะหนูวริน” คุณหญิงกัญญาเอ่ยถามขึ้น และนึกไปถึงหลานชายซึ่งก็ไม่ยอมเรียกนางว่าแม่เหมือนกัน หรือจะเป็นเพราะกลัวว่าตาภูมิจะน้อยใจ

“คือ...” วรินญาเริ่มหาเหตุผลไม่ได้เมื่อถูกคาดคั้นจากคุณหญิงอีกครั้ง

“เอาล่ะๆ จะเรียกยังไงก็ได้ เพราะถึงยังไง แม่ก็รักหนูเหมือนลูกคนหนึ่ง” คุณหญิงกัญญาบอกพร้อมกับเปลี่ยนสรรพนามตนเองทันที เพราะนางรู้สึกดีเหลือเกินหากมีใครเรียกนางว่าแม่

“ขอบคุณค่ะคุณหญิง” วรินญาพนมมือไหว้คุณหญิงด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนหันมาเริ่มรับประทานอาหารมื้อเย็นที่คุณหญิงกัญญาดูเจริญอาหารเสียจริง ซึ่งก็ไม่ต่างจากวรินญาเช่นกัน

ก่อนแยกย้ายเข้าห้องพักส่วนตัว หลังจากนั่งย่อยอาหารและดูละครหลังข่าวจบจนเวลาล่วงเลยไปเกือบห้าทุ่ม

 

ไนต์คลับ...บนเวทีท่ามกลางไฟแสงสลัวๆ พร้อมกับเสียงดนตรีเริ่มบรรเลง และนักเต้นสาวสุดร้อนแห่งปีที่ห่างหายจากเวทีไปนานอย่างเอมี่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเสียงเพลงสุดเร้าใจ พร้อมส่งสายตายั่วยวนบรรดาหนุ่มๆ ซึ่งต่างจ้องกันตาไม่กะพริบเลยทีเดียว จะมีก็เพียงหนุ่มหล่อร่างสูงใหญ่ซึ่งนั่งอยู่ในมุมมืดๆ พร้อมบอดี้การ์ดยืนคุมอยู่ไม่ห่าง แต่นั่นไม่ได้รอดพ้นสายตาของเอมี่ไปได้

ร่างเซ็กซี่จงใจเต้นยั่วพร้อมเดินส่ายเอว โยกย้ายสะโพกเข้ามายั่วใกล้ๆ ชายหนุ่มแปลกหน้า ซึ่งความหล่อและความรวยคงไม่แพ้คุณภูวเดชของเธอเป็นแน่ เรียวปากซึ่งทาด้วยสีแดงสดสีโปรดของเจ้าตัวเผยอขึ้นอย่างเชิญชวน ก่อนเห็นบุรุษหนุ่มผู้นั้นหันไปกระซิบกระซาบกับชายชุดดำ แล้วชายคนนั้นก็เดินหายไป

“คุณธีร์ครับ ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ อีกไม่เกินห้านาทีนักเต้นคนนั้นจะมาพบ” บอดี้การ์ดร่างบึกก้มลงรายงานเจ้านายหนุ่ม ที่ตอนนี้กำลังพุ่งความสนใจไปที่สาวสวยบนเวที

 “แล้วเราจะได้ทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้งสาวสวย” ชายหนุ่มพึมพำ สายตาคมกริบจับจ้องร่างเซ็กซี่ไม่วางตา เธอสวยสะดุดตาเขามาก และยิ่งทำให้เขาปรารถนาจะได้ครอบครองเธอ และจะให้เธอนำพาเขาเข้าไปพบกับใครคนหนึ่ง ที่ทำให้เขาต้องดั้นด้นมาถึงเมืองไทย

เอมี่เต้นยั่วในช่วงจังหวะเพลงท่อนสุดท้ายด้วยการแอ่นอกแล้วโค้งตัวลง เผยให้เห็นความอวบอิ่มของหน้าอกหน้าใจจนหนุ่มๆ ด้านหน้าต่างส่งเสียงฮือฮากันเป็นแถว ต่างพากันยื่นมืออยากสัมผัสผิวเนื้อของหญิงสาวกันโกลาหล ทว่าหญิงสาวกลับเดินยิ้มยั่วยวนแล้วหายไปกับความมืดบนเวที แล้วเดินเข้าไปในห้องของผู้จัดการไนต์คลับร่างท้วม

“เฮีย มีอะไรคะถึงได้เรียกเอมี่” เอมี่ถามด้วยสีหน้าแปลกใจ

“มีคนต้องการพบเธอน่ะ ดูดีแถมยังรวยอีกต่างหาก” เฮียจักร เจ้าพ่อวงการไนต์คลับขนาดใหญ่เอ่ยบอก พลางจ้องหน้าหญิงสาวนิ่ง แม้อยากลิ้มลองความสาวความสวยของเธอ แต่เมื่อเธอไม่ยอมตกลงเขาก็ไม่ว่าอะไร เพราะเธอสามารถทำเงินให้ไนต์คลับได้มากมาย แต่เขาก็ยังรอเพื่อจะได้ลิ้มลองร่างกายเธอสักครั้ง แววตานิ่งเมื่อครู่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นออกแนวหื่นกระหายอย่างเห็นได้ชัด และคนฉลาดอย่างเอมี่ก็ดูออก ร่างเซ็กซี่เดินเข้าไปใกล้ พร้อมกับจุมพิตแก้มสากระคาย ก่อนผละออก

“แค่นี้คงพอทำให้เฮียไปช่วยตัวเองแล้วก็ขึ้นสวรรค์กับสาวๆ ในไนต์คลับได้นะคะ” เธอยั่วเขา พร้อมกับลูบไล้ความแข็งแกร่งของชายร่างท้วมที่มันเริ่มดุนดันออกมาภายใต้กางเกงสีดำวาววับ

“เอมี่ คิดจะฆ่าเฮียหรือไง” เฮียจักรบอกเสียงแหบพร่า พลางจ้องมองเนินอกอวบอิ่ม แล้วไล้เลียริมฝีปากอย่างคนหื่นกระหาย

“ไม่ใช่นะคะเฮีย...รอก่อนนะคะ รอให้เอมี่เบื่อพวกหนุ่มๆ เสียก่อน แล้วเอมี่จะมาปรนเปรอให้เฮียถึงเตียงนอนเลยค่ะ” เอมี่บอกเสียงหวาน พลางลูบไล้ความยิ่งใหญ่ของเขา

“เอมี่คงต้องไปแล้วค่ะ แล้วคนที่ต้องการพบเอมี่อยู่ที่ไหนคะเฮีย” เสียงหวานพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อได้เห็นใบหน้าของเฮียจักรเหยเกปวดร้าวทุรนทุราย

“หะ...ให้เด็กข้างนอกพาไป...ด...เดี๋ยว” คนที่ใกล้แตะขอบสวรรค์รำไรเอ่ยบอก และร้องเรียกหญิงสาวให้หยุดก่อน เพราะอีกเพียงแค่นิดเดียวชายร่างท้วมก็จะก้าวพ้นความปวดร้าว

“มีอะไรหรือคะเฮีย” เอมี่หันมาถามพลางเดินกลับเข้ามาใกล้อีกครั้ง

“ช่วยให้มันเสร็จเลยไม่ได้หรือไงหนูเอมี่” เอ่ยบอกเสียงแหบพร่า

เพียงแค่ได้ยินคำร้องขอ เอมี่ค่อยๆ ย่อตัวลงแล้วคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเฮียจักร มือเรียวบรรจงรูดซิปกางเกงสีดำวาววับลงเผยให้เห็นความใหญ่โต ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อได้เห็น เธอไม่เคยคิดว่าผู้ชายจะมีสิ่งมหัศจรรย์และน่ากินแบบนี้ทุกคนหรือไม่ เธอชื่นชอบยิ่งนักกับการได้ทำแบบนี้กับผู้ชาย ก่อนเรียวปากคู่สวยจะครอบครองความกำยำ พร้อมมือน้อยกำแน่นช่วยประคับประคองส่งให้ชายร่างท้วมสั่นสะท้าน แล้วเกร็งกระตุกพร้อมเสียงครวญครางอย่างคนสุขใจ

เมื่อได้เสร็จสมอารมณ์หมาย มือใหญ่หันมาบีบสะโพกสวยด้วยความมันเขี้ยว ซึ่งเจ้าของสะโพกงามงอนก็เต็มใจแอ่นอัดสะโพกให้บีบได้อย่างเต็มที่ พร้อมเสียงหัวเราะสดใสที่ได้ยั่วให้ผู้ชายลุ่มหลง คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นสูงเมื่อได้เห็นตัวเลขบนเช็คเงินสดที่เฮียจักรส่งมาให้

“ทำไมให้เยอะกว่าทุกครั้งล่ะคะเฮีย” เอมี่แสร้งถาม

“ก็วันนี้หนูเอมี่ทำให้เฮียมีความสุขกว่าทุกครั้ง เฮียก็ต้องให้มากกว่าทุกครั้งสิ...แต่ถ้าวันไหนที่เฮียได้ร่วมรักกับเอมี่ วันนั้นเอมี่จะได้มากกว่าสองแสน” บอกเสียงแหบพร่า เมื่อมือเรียวสวยค่อยๆ จัดเก็บความกำยำและรูดซิปกางเกงอย่างช้าๆ

“จริงหรือคะ เฮียต้องรอเอมี่นะคะ แล้ววันนั้นเอมี่จะทำให้เฮียไม่ได้หลับไม่ได้นอน” เอมี่บอกเสียงหวาน การหาเงินของเธอมันช่างง่ายดายเสียจริง และนี่ก็คงเป็นพรสวรรค์ของเธออีกอย่าง ที่สามารถหลอกเอาเงินจากผู้ชายมักมากได้มากขนาดนี้ แม้มันจะน้อยกว่าที่ภูวเดชให้เธอก็ตาม

ดีจริงๆ วันนี้เธอก็ได้เงินจากภูวเดชมาแล้วสามแสน แล้วนี่ยังได้จากเฮียจักรอีกสองแสน และเธอจะเอาเงินพวกนี้ไปเที่ยวให้มันสนุกสุดเหวี่ยงไปเลย ความนึกคิดของหญิงสาวเป็นอันต้องสะดุดเมื่อคิดได้ว่ามีคนต้องการพบเธอ และถ้าหากเธอชักช้าอาจจะพลาดจากเงินนับแสนอีกก็ได้

“เฮียคะ เอมี่ไปพบแขกก่อนนะคะ”

สิ้นเสียงหวานของแม่นักเต้นจอมยั่ว เฮียจักรถึงกับขบกรามแน่น เมื่ออารมณ์กำลังเดือดพล่านได้ที่แต่กลับถูกทิ้งกลางคัน ก่อนกดโทรศัพท์เรียกให้นักเต้นคู่นอนขาประจำขึ้นมาดับอารมณ์อย่างเร่งด่วน

        เอมี่เดินตามเด็กหน้าห้องของเฮียจักรไปยังห้องห้องหนึ่งภายในไนต์คลับ เพราะชั้นบนสุดเป็นที่ส่วนบุคคลของภูวเดชที่ได้จับจองเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว สายตาคู่สวยมองด้วยความตกตะลึงเมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่ต้องการพบเธอ

ธีรเดชโบกมือให้เหล่าบอดี้การ์ดออกจากห้องไปเมื่อได้เห็นแม่นักเต้นจอมยั่วมายืนอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มอีกครั้งอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยลโฉมของหญิงสาวอย่างใกล้ ชิด มือใหญ่ผายเป็นการเชื้อเชิญให้เธอนั่งลงบนโซฟาตัวยาว

ซึ่งเอมี่ก็ไม่ปฏิเสธให้เสียเวลา เรียวปากสวยยิ้มเซ็กซี่ส่งให้หนุ่มหล่อ

“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักและพบหน้ากันนะคะ เอมี่ค่ะ” หญิงสาวกล่าวทักทายและแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ เมื่อได้เห็นแววตาคมกริบของอีกฝ่ายมองมาราวกับจะกลืนกินเธอทั้งร่าง

“ครับ ยินที่ได้จักเช่นกันครับ ผมธีรเดชครับ” ธีรเดชบอกเสียงทุ้ม

“เช่นกันค่ะ” เธอบอกอย่างมีจริตจะก้าน

“แต่ทำไมหน้าตาคุณ...” เสียงทุ้มหยุดลงแค่นั้นเมื่อเสียงหวานพูดแทรก

“เอมี่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น แต่ว่าพ่อกับแม่ของเอมี่เสียแล้วค่ะ” บอกเสียงเศร้า

เมื่อนึกย้อนกลับไปในวัยเด็ก พ่อและแม่ของเธอทำงานในบ่อน และถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมเมื่อทั้งพ่อและแม่ต้องการลาออกเมื่อมีเธอเกิดมา แต่คนที่คิดจะออกจากบ่อนของมาเฟียได้ก็ต้องจบชีวิตเพียงอย่างเดียว และในวันนั้นเธอก็ถูกบรรดาคนงานในบ่อนเลี้ยงดู และเมื่อโตเป็นสาวสวยสะพรั่งเธอก็ถูกขาย แต่เพราะความอยากเป็นอิสระเธอจึงคิดหาวิธีหนี และก็หนีมาได้สำเร็จ และก็โชคดีที่ได้มาเจอเฮียจักร ทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้นตามลำดับ แม้ในตอนแรกไม่เคยคิดจะทำแบบนี้แต่เพราะเงินตัวเดียวที่ทำให้เธอยินยอม เพราะชีวิตหรูหราของเพื่อนๆ ในไนต์คลับทำให้เธอนึกอิจฉา จึงพยายามส่งตัวเองให้เป็นได้อย่างเพื่อนๆ และในวันนี้เธอก็ทำได้และทำได้ดีเสียด้วย

“ผมเสียใจด้วยครับ” ธีรเดชพูดปลอบเสียงทุ้ม พลางสังเกตหญิงสาวตรงหน้าซึ่งรอยยิ้มหวานเมื่อครู่ได้หายไป ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากเขาเท่าไหร่นักที่เป็นเพียงเด็กกำพร้าอยู่สถานสงเคราะห์ ที่บังเอิญมาเฟียแห่งเกาะคิวชู นายโยชิกะ ชื่นชอบการทำบุญกับสถานสงเคราะห์ ซึ่งทำให้เขาแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง ที่มาเฟียผู้มีอำนาจล้นมือชอบมาทำบุญในสถานที่แบบนี้ แต่เมื่อวันเกิดครบรอบยี่สิบปีของเขา นายโยชิกะซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมก็ได้บอกเล่าความจริงว่าตนก็เกิดมาจากสถานสงเคราะห์เช่นกัน

“ไม่เป็นไรค่ะ เอมี่ทำใจได้แล้วล่ะค่ะ” หญิงสาวบอกอย่างอารมณ์ดี ในเมื่อเธอย้อนเวลากลับไปไม่ได้ ฉะนั้นเธอก็ต้องยืนหยัดและเดินหน้าต่อไป

จากที่คิดจะพาหญิงสาวร่วมรักในห้องนี้หากได้พบหน้ากัน ก็เป็นอันสะดุดลงเมื่อได้พูดคุยกับหญิงสาวที่เส้นทางชีวิตของเธอก็ไม่ต่างจากเขา ทำให้เขายิ่งพึงพอใจหญิงสาวเป็นทวี แต่เพราะอารมณ์ปรารถนาเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะดับให้มอดไหม้

ธีรเดชขยับเข้าใกล้หญิงสาว ยกมือขึ้นประคองใบหน้าเรียวสวยไว้มั่น จ้องมองดวงตากลมลึก แล้วใช้ปลายลิ้นสากลูบไล้ทั่วแก้มนวลเนียน

เอมี่หลับตาพริ้มกับสัมผัสแปลกใหม่ซึ่งปกติที่ได้รับจากภูวเดชคือจุมพิตแสนเร่าร้อน ทว่าชายหนุ่มผู้นี้กลับค่อยๆ ลากไล้ปลายลิ้นอุ่นซึ่งสร้างความเสียวซ่านแก่กายเธอยิ่งนัก ยิ่งเมื่อปลายลิ้นสากตวัดลากไล้ทั่วลำคอระหงอย่างเร่าร้อน เธอก็ยิ่งรัญจวน ปลายลิ้นของเขามีกระดูกหรือไงกันถึงได้ร้อนแรงถึงเพียงนี้

“คุณธีร์ อืม...” เอมี่ครางด้วยความเสียวซ่าน ทว่าคนที่เป็นเจ้าของชื่อกลับลากไล้ปลายลิ้นให้ลงต่ำเรื่อยๆ ก่อนหยุดนิ่งที่เนินอวบอิ่ม พร้อมกับรูดซิปเกาะอกด้านหลังเธอออก แล้วฝังใบหน้าเข้ากลางดอกบัวตูมแสนงาม เรียวปากอิ่มเม้มสนิทก่อนให้ปลายลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองเมื่อมันแห้งผาก เธอเฝ้ารอคอยให้ชายหนุ่มเลื่อนไล้ริมฝีปากร้อนๆ มาจุมพิตเรียวปากของเธอ แต่การรอคอยของเธอก็ไม่เป็นผล เมื่อริมฝีปากหนาเข้าครอบครองแล้วดูดกลืนยอดอกสีชมพูระเรื่อแทน

“คุณธีร์ เอมี่...อ่า...” หญิงสาวครวญครางไม่ได้ศัพท์เมื่อปลายนิ้วแสนร้ายกาจซึ่งก็คงไม่ต่างจากปลายลิ้นเท่าไหร่นัก ลากไล้พร้อมกับลูบวนที่เนินกุหลาบแสนงามของเธอ เรียวขาสวยพยายามบิดกั้นอย่างมีจริต ก่อนแยกเรียวขาออกจากกันเมื่อถูกมือหนาออกแรงกดให้รู้สึกเจ็บว่าอย่าได้ทำแบบนี้อีก

เมื่อไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาในกายได้ธีรเดชก็ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกด้วยความรวดเร็ว แล้วจัดการนำความแข็งแกร่งเข้าครอบครองกายสาวทันที ก่อนร่วมกันบรรเลงเพลงพิศวาสอย่างเร่าร้อน และทั่วทุกมุมห้องก็เป็นสนามประลองความร้อนแรงของชายหนุ่มหญิงสาวจนเหนื่อยหอบด้วยกันทั้งคู่

นี่สิ ผู้หญิงที่เขาตามหา ปรนเปรออารมณ์เขาได้ถึงใจ ธีรเดชก้มลงเพ่งพินิจใบหน้าของหญิงสาว แล้วพึมพำด้วยความพึงพอใจเมื่อได้เสพสุขจากเรือนร่างของเธอ

ธีรเดชไล้ปลายนิ้วแกร่งไปตามเรียวขาเนียนสวยไร้ที่ติ แล้วจมหายเข้าไปในดอกไม้แสนงามของเธอ เพื่อปลุกเร้าให้เธอตื่นขึ้นมาตอบสนองไฟปรารถนาที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ริมฝีปากร้อนชื้นไล้เลียทั่วหน้าท้องแบนราบแล้วแนบสนิทกับเนินกุหลาบงาม กดเน้นเรียวปากซ้ำๆ อย่างหื่นกระหาย

“เอมี่” เขาเรียกเสียงสั่นพร่า

หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ ก่อนยิ้มหวานให้ชายหนุ่มแล้วเริ่มเป็นคนควบคุมเกมรักในครั้งนี้ ซึ่งทำให้ธีรเดชครวญครางลั่นห้องกับลีลารักของหญิงสาว แล้วเป็นฝ่ายลุกขึ้นมาจัดการให้หญิงสาวได้ร้องครางเสียบ้าง ทั้งคู่ต่างผลัดกันส่งเสียงระงมทั่วห้อง ก่อนหมดเรี่ยวแรงแล้วพากันจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา

เหล่าบอดี้การ์ดเมื่อเห็นห้องทั้งห้องเงียบกริบ ต่างก็ยืนคุมไม่ยอมถอยห่างไปไหนเพราะความเป็นห่วงเจ้านายหนุ่ม ก่อนหันมายิ้มให้กันและกันอย่างรู้ความหมาย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha