ทาสรักดวงใจทมิฬ [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 13 : ตอนที่ 6 ไม่มีทางเลือก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ไม่มีทางเลือก

 

หลังจากช่วยป้านวลทำความสะอาดภายในห้องครัวเสร็จเรียบร้อยวรินญาก็เดินออกมานั่งเล่นที่สนามหน้าบ้านที่รายล้อมไปด้วยแมกไม้นานาชนิด ทั้งดอกไม้หลากสีสวยงามบานชูช่อสะพรั่ง ใบหน้าเรียบนิ่งเผยอยิ้มกับหมู่มวลแมลงที่มาดอมดมดอกไม้ มือเรียวสวยเอื้อมไปด้านหน้า หมายจะเด็ดดอกไม้ขึ้นมาดอมดมบ้าง แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อมีเสียงของใครบางคนดังขึ้น

“ดอกไม้มีไว้ให้มอง ไม่ได้มีไว้ให้ใครมาเด็ดทิ้ง แต่สำหรับผู้หญิงบางคน เด็ดดมแล้วก็โยนทิ้งได้คงไม่เป็นไร แต่ฉันคิดว่าผู้หญิงบางคนอาจจะหน้าด้านหน้าทน โดยการเอาตัวเองเข้ามาเสนอให้ผู้ชายถึงบ้าน ทั้งที่ตัวเองก็ผ่านใครต่อใครมามากมาย” ภูวเดชพูดขึ้นลอยๆ แต่ก็จงใจเน้นให้หญิงสาวฟัง โดยการเดินเลี่ยงยื่นมือไปเขี่ยดอกไม้สีสวยเล่น พลางชำเลืองมองหญิงสาวด้วยหางตาว่าจะแสดงอาการโต้ตอบเช่นไร

ส่วนวรินญา เธอรู้ว่าเขาพูดประชดแต่ก็ทนนิ่งเฉย ได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองแน่น ด้วยไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับคนเช่นเขา ทว่าอาการนิ่งเฉยของเจ้าตัวทำให้อารมณ์ของภูวเดชเริ่มคุกรุ่นทีละน้อย ยิ่งเมื่อหญิงสาวทำท่าจะเดินหนี มือใหญ่ก็คว้าเอวบางของเธอไว้ทันควัน

“จะรีบไปไหน!” เขาตะคอกใส่เธออย่างฉุนเฉียว

“ก็ในเมื่อคุณอยากเด็ดดมหรือเชยชมดอกไม้ของคุณ ฉันก็หลีกทางให้ไงวรินญาแหงนมองใบหล่อเหลาแต่บึ้งตึงแล้วพูดเสียงแข็งใส่ พลางแกะมือปลาหมึกนั้นออกจากเอว

“ฮึ! ทำเป็นพูดเสียงแข็งใส่ฉัน ทำไม? ทีกับฉันจะพูดจ๊ะพูดค่ะบ้างไม่ได้หรือไง ผู้หญิงสองหน้า” เขาต่อว่าเสียงเข้ม

“คนสารเลวอย่างคุณ ฉันไม่จำเป็นต้องพูดดีด้วย ปล่อย!”

วรินญาบอกเสียงเฉียบ เธอต้องเข้มแข็งวรินญา จำเอาไว้ เธอต้องเข้มแข็ง วรินญาพร่ำเตือนตัวเองอยู่ในใจ แม้จะกลัวเขามากเพียงใดแต่เธอจะไม่แสดงมันออกมาอีกแล้ว

“ฮึ! ช่างกล้านะแม่คุณ อย่างเธอน่ะจะมีปัญญาเอาอะไรมาสั่งฉัน ฮะ! ถ้าคนอย่างฉันไม่ปล่อยซะอย่าง เธอจะทำไม” ยียวนใส่พร้อมทั้งก้มใบหน้าลงต่ำ ลมหายใจของทั้งสองเป่ารดกันระยะเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น

วรินญาพยายามเบี่ยงหน้าหลบลมหายใจอุ่นๆ นั้น พร้อมทั้งยกสองมือดันใบหน้าคมออกห่าง แต่ภูวเดชกลับยิ่งใช้แรงที่มากกว่าดันใบหน้าให้ต่ำลงมากกว่าเดิม แล้วให้ปลายจมูกโด่งชนแก้มสีแดงปลั่งของหญิงสาว ที่เขาไม่รู้ว่ามันแดงเพราะเขินอายหรือเพราะไอแดดยามสาย

“เป็นอะไร แค่นี้ถึงกับตัวสั่นเลยเหรอ” เขาถามเสียงทุ้มเมื่อรับรู้ได้ว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้ากำลังสั่นเทา

“คุณภูมิ ปล่อย!” วรินญาร้องบอกอีกครั้งเมื่อฝ่ามือร้อนเริ่มยุ่มย่ามไปตามลำตัวของเธอ สองมือน้อยปัดป้องพัลวัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เมื่อมือทั้งสองข้างถูกมือใหญ่รวบไว้แล้วไพล่ไปด้านหลัง

“ฮึ! ปล่อยงั้นเหรอ แล้วไอ้อาการตัวสั่นของเธอล่ะจะทำยังไง ฉันช่วยเธอได้นะวรินญา” เขาว่าเสียงทุ้มอย่างคนที่เหนือกว่า ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มอย่างร้ายกาจ แล้วเลื่อนปลายจมูกโด่งดอมดมซอกซอนทั่วลำคอระหง

“คุณภูมิ!” วรินญาร้องห้ามเสียงหลงพลางดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของเขา

“จะดิ้นทำไม อย่ามาทำเป็นไม่เคยหน่อยเลย” ภูวเดชกระซิบบอกชิดใบหูเล็ก ก่อนขบเม้มด้วยความมันเขี้ยว นึกแปลกใจตัวเองอยู่เช่นกันที่อยากจะเชยชมร่างกายสั่นเทานี้อีกสักครั้ง

“ปล่อยฉันนะคนละ...” วรินญาอยากตะโกนร้องด่าเขาให้หยุดการกระทำ ทว่าเสียงของเธอกลับขาดห้วงเมื่อริมฝีปากหนาได้รูปฉกวูบเข้าหากลีบปากบางของเธอ ใบหน้าเรียวสวยสั่นส่าย พยายามหลีกหนีพร้อมทั้งส่งเสียงห้ามอู้อี้

ภูวเดชหาได้สนใจอาการเหล่านั้นของเธอ เขาใช้ความช่ำชองและเรี่ยวแรงที่มีมากกว่าดันร่างเล็กให้หลบเข้าไปใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ริมสระน้ำหน้าบ้าน เขานึกขอบใจลุงคนสวนเสียจริงในเวลานี้ เมื่อต้นไม้ต้นนี้เป็นใจให้ชายหนุ่มบังร่างของทั้งสองได้มิด ทั้งยังรายล้อมด้วยพุ่มดอกไม้และไม้ประดับ ปิดกั้นหนทางที่ใครจะเข้ามาช่วยเหลือหญิงสาวที่กำลังอ่อนแรงเพราะรสจุมพิตแสนร้ายของภูวเดช

เมื่อคนในอ้อมกอดอ่อนแรง มือใหญ่ก็ปล่อยสองมือน้อยให้เป็นอิสระ พร้อมกับวกมือขึ้นมาช่วยกันสำรวจความอวบอิ่มของเนินอก เขาบีบเคล้นคล้ายจะลงโทษเธอ ทว่ามันกลับแฝงไว้ด้วยการปลุกเร้าอารมณ์ของหญิงสาวให้คล้อยตาม

“ถึงกับหมดแรงเลยหรือไงวรินญา” เขากระซิบชิดริมฝีปากบางซึ่งบวมเจ่อเพราะแรงบดเบียดจากเขา

วรินญาหลับตานิ่ง หัวสมองเริ่มสั่งการช้าลงเมื่อถูกเขาจู่โจมทั้งมือทั้งปาก

“ลืมตาสิ” เขาบอกเสียงทุ้มพร้อมรอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา

“มะ ไม่...ปะ ปล่อยฉันนะ” วรินญาร้องห้ามเสียงสั่น เธอจะร้องไห้อีกแล้ว ความเข้มแข็งของเธอกำลังสูญสิ้น มือน้อยยกขึ้นดันใบหน้าคมออกห่าง

“ฉันบอกให้เธอลืมตาวรินญา ลืมตามองฉันสิ เธอจะได้รู้ไงว่าฉันนี่แหละจะทำให้เธอต้องตายทั้งเป็น ที่เธอบังอาจเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของฉัน เธอก็รู้นี่คืนนั้นเธอเองไม่ใช่เหรอที่เข้ามานอนให้ท่าฉัน แล้วทีนี้จะมาเรียกร้องให้ฉันรับผิดชอบอะไร ผู้หญิงสำส่อนอย่างเธอไม่สมควรจะมาเป็นเมียฉัน เข้าใจหรือเปล่า ฮะ!” ภูวเดชบอกเสียงเหี้ยม ใบหน้าดุดันยิ่งกว่าเดิม เพราะยิ่งคิดว่าตนเองต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงไร้ยางอายคนนี้ เขาก็ยิ่งแค้นเธอ

“ไม่ใช่!” วรินญาลืมตามองหน้าผู้ชายปากร้ายคนสารเลว พร้อมทั้งตะโกนใส่หน้าเขา

“เหอะ! ไม่ใช่งั้นเหรอ เธออย่ามาหลอกฉันเลย แล้วก็จำใส่หัวเอาไว้นะ ถึงฉันจะยอมแต่งงานกับเธอ ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะได้เป็นเมียที่ฉันจะเชิดหน้าชูตา แล้วก็อย่าริอาจคิดจะมาเป็นแม่ของลูกฉัน เพราะฉันไม่ต้องการให้ลูกมีแม่สำส่อนมากผัวอย่างเธอ! นี่หายไปห้าปีคงไล่จับผู้ชายรวยๆ มาเยอะแล้วสิ”

ภูวเดชต่อว่าเสียงทุ้ม ทว่าทุกคำพูดแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยัน พร้อมทั้งเหยียดยิ้มมุมปากอย่างน่าเกลียด ดวงตาคู่คมจ้องมองร่างเล็กราวกับจะฆ่าให้ตาย

เพียะ!!

เสียงฝ่ามือของหญิงสาวฟาดลงบนใบหน้าคมทันที แล้วผลักร่างสูงใหญ่ออกห่าง ทว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอไม่ได้ทำให้ภูวเดชขยับแม้แต่น้อย

“หยาบคาย!” เมื่อเขาไม่ยอมปล่อยเธอ วรินญาก็ตะโกนด่าเขากลับอย่างเหลือทนเช่นกัน แค่เขาทำร้ายร่างกายเธอก็เจ็บเกินทนแล้ว นี่ยังมากล่าวหาทั้งที่เธอไม่เคยทำอะไรแบบนั้นอีก

“หยาบคายหรือว่ารับไม่ได้กันแน่ นี่คงถูกผู้ชายคนไหนเฉดหัวมาล่ะสิ ถึงได้ให้พ่อตัวเองส่งจดหมายมาขอร้องให้แม่ฉันรับผิดชอบเธอน่ะ ฮะ! อย่ามาหลอกฉันซะให้ยาก” ภูวเดชตะคอกใส่ด้วยความโมโหที่ถูกตบหน้า เขายอมได้หากคนคนนั้นเป็นแม่เขา แต่กับผู้หญิงคนนี้ เขาไม่ยอมแน่และเธอต้องได้รับโทษ

“ฉันไม่เคยหลอกใครสิ้นเสียงของหญิงสาว ภูวเดชใช้มือหนาบีบใต้คางมนพร้อมกดริมฝีปากลงบนเรียวปากนุ่มอย่างรุนแรง วรินญาเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมให้เขาได้ล่วงล้ำ ภูวเดชทำเสียงคำรามในลำคอเมื่อหญิงสาวต่อต้าน แต่คนอย่างเขาถ้ายิ่งต่อต้านเขาก็ยิ่งต้องการ ท่อนขาแข็งแรงกดแทรกตรงหว่างขาเรียว ล็อกเธอไว้ไม่ให้ขยับหนี พร้อมทั้งเลื่อนฝ่ามือร้อนต่ำลงเรื่อยๆ เขาบีบเคล้นเนินอกด้วยความรุนแรงจนริมฝีปากบางเผยอออกจากกัน และด้วยความที่เหนือกว่า ภูวเดชสอดแทรกปลายลิ้นอุ่นซอกซอนซุกไซ้ทั่วโพรงปากนุ่ม เกี่ยวกระหวัดลิ้นเรียวเล็กด้วยความชำนิชำนาญ เขาเลื่อนฝ่ามือยึดรั้งท้ายทอย กดตรึงให้เธอยินยอมรับรสจุมพิตดุเดือดของเขา

ฝ่ามือร้อนค่อยๆ สอดหายเข้าไปในเสื้อตัวสวย แล้วเอื้อมไปปลดตะขอบราเซียร์ตัวจิ๋ว ปลดปล่อยความนุ่มหยุ่นราวสปริงให้ดุนดันเสื้อกล้ามตัวบาง เมื่อมือหนาได้ทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์

ภูวเดชผละริมฝีปากออกแล้วลากไล้ปลายลิ้นมาตามซอกคอ ไล่ต่ำลงเรื่อยๆ มาตามเนินอก ปลายลิ้นแสนร้ายปาดตวัดยอดอกสีชมพูระเรื่อทันที ก่อนริมฝีปากอุ่นจะเข้าครอบครองยอดอกแสนหวานนั่น มือหนาทั้งสองเลื่อนลงต่ำ บีบเคล้นสะโพกสวยด้วยความสนุกมือ พร้อมทั้งคำรามด้วยความพึงพอใจเมื่อร่างกายของหญิงสาวสั่นระริก จะสั่นเพราะความกลัวหรืออะไรก็ตาม แต่มันช่างปลุกเร้าอารมณ์ภายในกายของเขายิ่งนัก

สองมือน้อยยกทุบแผ่นหลังกว้างพัลวัน ทั้งยังส่งเสียงร้องห้าม เธอเริ่มไม่เข้าใจผู้ชายร้ายกาจอย่างภูวเดช เมื่อปากและท่าทางของเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารังเกียจเธอมากแค่ไหน แต่ทำไม...ทำไมเขาต้องทำแบบนี้กับเธอด้วย

วรินญาพยายามรวบรวมความเข้มแข็งอีกครั้ง เมื่อเธอจะไม่ยอมให้เขาได้ล่วงเกินเธอไปมากกว่านี้ สองมือน้อยออกแรงผลักสุดแรง ทำให้ภูวเดชซึ่งกำลังหลงมัวเมากับความหวานล้ำของทรวงอกเซเล็กน้อย

วรินญารีบผลักเขาออกอีกครั้งพร้อมฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าคมไม่ยั้ง

เพียะ!

ภูวเดชหันไปตามแรงตบพร้อมทั้งรอยนิ้วทั้งห้าปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน แววตาคมวาวโรจน์จับจ้องร่างเล็กซึ่งวิ่งหายเข้าไปในบ้านด้วยความโกรธแค้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha