ทาสรักดวงใจทมิฬ [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 14 : ตอนที่ 6 ไม่มีทางเลือก-100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “วรินญา เธอตบหน้าฉันหลายครั้งแล้วนะ แล้วอย่าหวังว่าจะได้อยู่เป็นสุขอีกเลย นับแต่วินาทีนี้ฉันจะให้เธอชดใช้ให้สาสมที่บังอาจมาตบหน้าคนอย่างฉัน เธอมันก็แค่ดอกไม้ริมทาง ฉันจะขยี้ดอกไม้อย่างเธอให้แหลกคามือ แล้วเฉดหัวเธอออกไปซะ!

ภูวเดชรีบสาวเท้าตามหญิงสาวเข้าไปในบ้านทันที ก่อนหยุดมองป้านวลซึ่งกำลังมองด้วยความงุนงงเมื่อเห็นวรินญาวิ่งเข้าบ้าน เรียกก็ไม่ยอมหันมา

“คุณภูมิ มีอะไรกันหรือเปล่าคะ” ป้านวลเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไรนี่ครับป้า” เขาบอกเสียงทุ้มพลางหลบสายตาป้านวลที่มองอย่างจับผิด

“แน่ใจนะคะคุณภูมิ เพราะเมื่อกี้ป้าก็เรียกหนูวริน แต่หนูวรินไม่ยอมหันมา แถมยังรีบวิ่งขึ้นห้องไปเลย นี่คุณหญิงก็รออยู่นานแล้วนะคะ” เสียงป้านวลบอก ทว่าภูวเดชหาได้สนใจฟังไม่ สายตาคมจับจ้องไปยังชั้นบนสุดของบ้าน เธอคิดว่าแค่ประตูบานเดียวจะห้ามฉันได้หรือไงวรินญาภูวเดชคิดอย่างเคียดแค้น ในตอนนี้เขาคงทำอะไรไม่ได้มากแน่ แต่...

“งั้นป้านวลก็ไปบอกคุณแม่ด้วยนะครับ ว่าให้ไปบอกว่าที่ลูกสะใภ้คนโปรดแต่งตัวได้แล้ว ผมจะพาไปจดทะเบียนสมรส” ภูวเดชบอกอย่างคนมีแผนอยู่ในใจ ทำเอาป้านวลได้แต่ยืนอ้าปากค้าง อึ้งจนทำอะไรไม่ถูก จนภูวเดชต้องหันมามองด้วยความสงสัย

“ป้านวลครับ ถ้ายังไม่บอกคุณแม่ ผมจะเปลี่ยนใจแล้วนะครับ” เขาบอกอย่างอารมณ์ดี พร้อมทั้งยิ้มมุมปากอย่างคนเจ้าเล่ห์ ซึ่งป้านวลได้แต่นึกสงสารหญิงสาวที่จะมาเป็นภรรยา

“คุณภูมิแน่ใจแล้วหรือคะ” ป้านวลถามย้ำหลังจากตั้งสติได้

“แล้วผมมีสิทธิ์ปฏิเสธคุณแม่ได้หรือครับป้านวล”

“ถึงปฏิเสธไม่ได้ แต่ป้าว่าคุณภูมิกับหนูวรินน่าจะเรียนรู้กันให้มากกว่านี้ก่อนก็ได้นี่คะ” ป้านวลเสนอ

“คงไม่ต้องเรียนรู้อะไรหรอกครับป้านวล เพราะคุณแม่เร่งให้ผมแต่งวันนี้พรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วนี่ถ้าแม่นั่นรู้ว่าผมจะรับเป็นเมีย ไม่รู้จะดีใจจนเนื้อเต้นหรือเปล่า” สิ้นเสียงเจ้านายหนุ่ม ป้านวลได้แต่ส่ายหน้า จะห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร คงต้องแล้วแต่เจ้านายจะตัดสินใจกันเอง แต่ก็อดนึกสงสารหนูวรินไม่ได้

“ป้านวลเป็นอะไรไปครับ ไม่ดีใจเหรอครับที่ผมจะรับผิดชอบผู้หญิงคนนั้น” ภูวเดชถามขึ้นเมื่ออยู่ๆ ป้านวลก็เงียบไป

“เอ่อ...ป้าตกใจนี่คะ อยู่ๆ คุณภูมิก็จะพาหนูวรินไปจดทะเบียน” เสียงป้านวลเอ่ยขึ้น พลางจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายหนุ่มนิ่ง

ภูวเดชไหวไหล่น้อยๆ แล้วเดินไปนั่งที่โซฟาหรูพร้อมวางแขนพาดพนักด้วยท่วงท่าสบาย ราวกับว่าเรื่องที่กำลังทำมันน่าสนุกยิ่งนัก ทว่าภายในใจของเขานั้น ใครเลยจะรู้ว่า เขาเบื่อหน่ายแค่ไหนกับการแต่งงาน เพราะความคิดนี้ไม่เคยมีอยู่ในหัวเขาเลย แต่ในเมื่อเธออยากเป็นเมียเขานัก เขาก็ยินดีจะให้เป็น

วรินญา! แล้วเธอจะได้รู้ว่าการเป็นเมียฉันมันเป็นยังไง

 

หลังจากป้านวลออกจากห้องรับแขกก็ตรงไปยังห้องส่วนของคุณหญิงกัญญาทันที เข้ามาแล้วก็นั่งถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้มกับเรื่องที่เจ้านายหนุ่มบอกกล่าว

“เป็นอะไรไปป้านวล มานั่งถอนหายใจอยู่ได้ แล้วนี่...หนูวรินยังไม่ขึ้นมาอีกเหรอ หรือว่าตาภูมิไม่ได้ไปตาม” คุณหญิงกัญญาลืมตามองป้านวล เพราะตนไม่ได้หลับและรู้ว่ามีคนเปิดประตูเข้ามา

“คุณหญิงทำใจดีๆ นะคะ” ป้านวลพูดขึ้นราวกับว่าเรื่องที่จะบอกเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

“อะไรกันป้านวล พูดจาน่ากลัวจริงเชียว หรือว่าพ่อลูกชายตัวดีของฉันก่อเรื่องอีกแล้ว”

“คงใช่ค่ะคุณหญิง ก็คุณภูมิให้ป้ามาบอกคุณหญิงไปบอกหนูวรินแต่งตัว แล้วจะพาไปจดทะเบียนสมรส” สิ้นเสียงป้านวล คุณหญิงกัญญาผุดลุกนั่งในทันที พลางทำหน้าตาไม่อยากจะเชื่อ เพราะคิดว่าบุตรชายพูดประชด และคงต้องหาทางถ่วงเวลายืดงานแต่งออกไปเป็นแน่ แต่นี่อะไรกัน

“ป้านวล ตาภูมิพูดอย่างนั้นจริงๆ หรือ” คุณหญิงกัญญาถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“จริงค่ะคุณหญิง แล้วตอนนี้คุณภูมิก็รออยู่”

“งั้นไม่ได้การแล้วล่ะ ฉันต้องรีบไปกล่อมหนูวริน”         คุณหญิงกัญญากล่าวจบแล้วก็ลุกจากเตียง ไปห้องของว่าที่ลูกสะใภ้ทันที

“คุณหญิงคะคุณหญิง” ป้านวลเรียกตามหลัง ด้วยอยากจะค้านเพราะคิดว่าคนอย่างภูวเดชต้องมีแผนแน่ แต่เมื่อไม่สามารถหยุดคุณหญิงกัญญาได้ทัน สองมือเหี่ยวก็พนมขึ้นพร้อมภาวนาขอให้คุณภูมิตกหลุมรักหนูวรินเสียที เพราะไม่อยากเห็นใบหน้าหมองเศร้าของหญิงสาว

โธ่...หนูวรินของป้า จะเจออะไรบ้างก็ไม่รู้

 

วรินญาซึ่งกำลังซบหน้าร้องไห้กับฝ่ามือของตัวเองภายในห้องน้ำจนตัวโยนรีบปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ เมื่อได้ยินเสียง     คุณหญิงกัญญาร้องเรียก

“หนูวริน อยู่ในนี้หรือเปล่า” คุณหญิงกัญญาหยุดยืนอยู่หน้าห้องน้ำ พลางยกมือเคาะประตูเบาๆ

“วริน...วรินขอทำธุระส่วนตัวสักครู่ก่อนนะคะคุณหญิง” เธอพูดปดเมื่อไม่รู้จะสรรหาคำใดมาบอกผู้มีพระคุณ

“ก็ได้จ้ะ แต่รีบหน่อยนะ แม่มีธุระจะคุยกับหนู” เมื่อเสียงคุณหญิงกัญญาเงียบไป วรินญารีบล้างหน้าล้างตา ทว่าดวงตาของเธอกลับลบล้างร่องรอยการร้องไห้ไม่ได้ เมื่อยิ่งเช็ดยิ่งล้างมากแค่ไหน น้ำตาก็ยังไหลเป็นทาง

ผ่านไปเกือบสิบนาที วรินญาค่อยๆ เดินเข้าไปนั่งลงที่พื้นข้างเตียงนอนเมื่อคุณหญิงกัญญานั่งรออยู่นานแล้ว

“คุณหญิงมีอะไรจะใช้วรินหรือคะ” วรินญาก้มหน้าถามพลางซ่อนรอยบวมช้ำของดวงตาไว้

“เป็นอะไรไปหนูวริน” คุณหญิงกัญญาเชยคางมนขึ้น แล้วก็ใจหายวาบเมื่อดวงตาที่เศร้าหมองอยู่ตลอดเวลาบัดนี้บวมช้ำราวกับร้องไห้มาอย่างหนัก หนำซ้ำริมฝีปากยังแดงช้ำ

“เอ่อ...วริน...วรินร้องไห้คิดถึงพ่อค่ะ” วรินญาโกหกอีกครั้งเมื่อไม่อยากให้คุณหญิงมารับรู้เรื่องนี้

“แล้วไป” คุณหญิงกัญญาตัดบท แม้จะไม่อยากเชื่อในสิ่งที่หญิงสาวบอก แต่ก็ไม่อยากถามให้มากความ

“หนูวรินยังจำได้ไหม ว่าที่แม่ให้หนูมาอยู่ที่นี่ก็เพราะแม่อยากให้ตาภูมิรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป” คุณหญิงกัญญาพูดขึ้น พลางจ้องมองว่าที่ลูกสะใภ้นิ่ง วรินญาพยักหน้ารับแทนคำตอบ แล้ววางหน้านิ่งเช่นเดิม

“ตอนนี้ตาภูมิตกลงจะแต่งงานกับหนูแล้ว แม่อยากให้หนูวรินให้โอกาสลูกชายของแม่สักครั้ง ให้เขาได้แก้ตัวในสิ่งที่เขาทำลงไปจะได้ไหม แม่รู้ว่าลูกทั้งสองแทบจะไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ แต่แม่เชื่อว่าสักวันเราสองคนต้องรักกัน เพียงแต่ลูกทั้งสองต้องให้โอกาสเรียนรู้กันและกัน หนูวรินจะยอมตกลงไหม”

“คุณหญิง” วรินญาครางราวคนละเมอ เธอยังมองไม่เห็นทางไหนเลยที่จะได้เรียนรู้กัน เมื่อได้เจอะเจอกันทีไรเขาก็มักจะข่มเหงรังแกเธอตลอด

“อย่าทำให้คนตายอย่างคุณอำนาจนอนตาไม่หลับเลย หากยังต้องมารับรู้ว่าหนูวรินปฏิเสธความหวังดีของแม่” คุณหญิงกัญญาพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นหญิงสาวอ้ำอึ้ง

“คุณหญิงคะ วริน...” วรินญาครางเสียงแผ่วๆ เธออยากจะปฏิเสธเหลือเกิน แต่เมื่อได้รับปากว่าจะทำตามคำขอร้องก่อนตายของพ่อ ทำให้เธอได้แต่อึดอัดใจ ไม่รู้ว่าควรตัดสินใจอย่างไรดี

 

ที่ห้องรับแขกภูวเดชเริ่มลุกเดินไปเดินมาด้วยความหงุดหงิด เมื่อหญิงสาวที่อยากได้เขาเป็นผัวจนตัวสั่นไม่ยอมลงมาเสียที

“สร้อย! สร้อย!” ภูวเดชตะโกนเรียกสาวใช้ดังลั่น

“ขา คุณภูมิ” เสียงสร้อยวิ่งหน้าตาตื่นก่อนคลานเข้ามาก้มหน้านิ่ง

“ไปเอาเหล้ามาหน่อยซิ” ภูวเดชสั่งเสียงเข้ม

“ละ...เหล้าหรือคะ” สาวใช้ถามด้วยความงุนงง เพราะคุณหญิงสั่งห้ามไม่ให้ใครหน้าไหนเข้ามานั่งดื่มกินในห้องรับแขกโดยเด็ดขาด

“ก็เออสิ!” ภูวเดชตะคอกใส่อีกครั้ง

“แต่คุณหญิงสะ...สั่งไว้...” สร้อยละล่ำละลักบอกด้วยความกลัวคุณหญิงจะดุ แต่จะให้ขัดคำสั่งของเจ้านายหนุ่มก็ไม่ได้ ก่อนรีบคลานออกไปจัดหาสิ่งที่เจ้านายหนุ่มอารมณ์ร้อนต้องการ แต่ทว่า...

“ไม่ต้องเอาให้เสียงคุณหญิงกัญญาดังแทรกขึ้นก่อนที่สร้อยจะหายไปจากห้องรับแขก ส่วนสาวใช้เมื่อนายใหญ่ของคฤหาสน์อัครไพบูลย์เดินเข้ามาก็รับคำเสียงอ่อยๆ แล้วถอยฉากหลบไปทันที

“คุณแม่”

“แกคิดจะกินเหล้าแต่หัววันเลยหรือไง”

“ก็แล้วเมื่อไหร่แม่คุณจะเสด็จออกมาสักทีล่ะครับ หรือว่าต้องให้ผมไปอุ้มลงมา” เสียงของบุตรชายพูดประชดขึ้นเมื่อถูกมารดาดักคออย่างรู้ทัน

“ทำได้ก็ดีย่ะ แล้วจะรอหน่อยไม่ได้หรือไง หนูวรินกำลังแต่งตัวอยู่”

“จะแต่งอะไรนักหนา แต่งไปก็ไม่ได้สวยขึ้นมาหรอก หรืออยากจะแต่งไปอวดผัวชาวบ้าน” เสียงทุ้มพึมพำ แม้จะยอมรับกับตัวเองว่ายิ่งได้พิจารณาหญิงสาวใกล้มากเท่าใด ก็ยิ่งได้เห็นความสวยที่ซ่อนอยู่ภายใน

เป็นบ้าอะไรวะคนปากไม่ตรงกับใจต่อว่าตนเองอยู่ในใจ แล้วสะบัดศีรษะไล่ความคิดบ้าๆ นั่นออกไป

“ตาภูมิ แกนี่นะ ปากคอเราะรายยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก เจ้าลูกคนนี้มันน่าเอาไม้เรียวฟาดให้เข็ด” คุณหญิงกัญญาแอบเหน็บบุตรชายได้ความหมั่นไส้

“ผมก็เป็นกับผู้หญิงคนนี้คนเดียวเท่านั้นแหละครับแม่” ภูวเดชตอบอย่างไม่ใส่ใจ แต่หางตากลับชำเลืองมองอีกคนที่กำลังเดินลงมาจากชั้นบนด้วยชุดแซกสีชมพูหวาน ผมยาวสลวยซึ่งมักถูกปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง บัดนี้ถูกรวบเป็นมวยหลวมๆ ที่ด้านหลัง ติดด้วยกิ๊บตัวเล็กน่ารักเข้ากับชุด

ก็สวยดี แต่คงสวยแค่ภายนอก ส่วนภายในโดนเอาจนหลวมเจ้าของสายตาคมกริบพึมพำอยู่ในใจ พร้อมทั้งยกยิ้มมุมปากน้อยๆ

คุณหญิงกัญญาแอบอมยิ้มอยู่ในใจเมื่อได้เห็นสายตาของบุตรชาย แล้วแผนการที่จะทำให้ทั้งสองได้มีโอกาสใช้เวลาอยู่ด้วยกันก็บังเกิดขึ้นในหัวโดยฉับพลัน

“หนูวริน มาหาแม่ก่อนลูก” คุณหญิงกัญญาเอ่ยเรียก พลางรับกล่องเครื่องเพชรจากป้านวล แล้วหยิบสร้อยเพชรเส้นเล็กพร้อมจี้น่ารักที่สามีผู้ล่วงลับได้ให้ไว้ในวันเกิดเมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น ถึงแม้จะไม่ทันสมัยเหมือนตอนนี้ แต่มันก็ดูน่ารักและเหมาะกับว่าที่ลูกสะใภ้ยิ่งนัก คุณหญิงกัญญายิ้มบางๆ แล้วยื่นสร้อยในมือให้บุตรชาย

ภูวเดชทำหน้างงเล็กน้อย ก่อนยื่นมือออกไปรับอย่างเสียไม่ได้เมื่อเจอเข้ากับสายตาดุๆ ของมารดา

“หนูวริน เข้าไปนั่งข้างๆ พี่เขาสิ” คุณหญิงกัญญาออกคำสั่งแกมบังคับด้วยการดันหลังบอบบางให้นั่งลงข้างบุตรชาย

ส่วนวรินญารู้สึกกระดากอายพิกล เมื่อคุณหญิงเปลี่ยนสรรพนามของบุตรชายโดยให้เธอเรียกเขาว่าพี่

ภูวเดชขยับตัวเล็กน้อย คล้ายจะถอยห่างแต่เขาจงใจขยับเข้าใกล้หญิงสาวต่างหาก สายตาคมกริบแอบชำเลืองมองคนด้านข้างเล็กน้อย และแอบชื่นชมเธออยู่ไม่น้อยเมื่อได้เห็นหญิงสาวแต่งหน้าทาปากแบบบางๆ ดูสดใสกว่าทุกวัน

“ตาภูมิ สวมสร้อยให้น้องด้วยสิ” คุณหญิงกัญญาสั่งอีกครั้ง

ภูวเดชทำหน้างงแล้วใช้หางตาตวัดมองหญิงสาวข้างกาย น้องงั้นเหรอ ไม่มีทาง ฉันไม่เรียกเธอแบบนั้นแน่วรินญา ผู้หญิงสองหน้า สำส่อน

“ตาภูมิ” คุณหญิงกัญญาย้ำอีกครั้ง เมื่อทั้งลูกชายและลูกสะใภ้เอาแต่นิ่ง

ภูวเดชจำใจค่อยๆ สวมสร้อยลงบนลำคอระหง ลมหายใจอุ่นเป่ารดเรือนผมสลวยจนวรินญาต้องกลั้นหายใจ อยากให้มันผ่านไปเร็วๆ ทว่าภูวเดชกลับจงใจแกล้งทำให้ช้า ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มมุมปากน้อยๆ แล้วผละออก วางท่านิ่งเฉยเมื่อได้แกล้งหญิงสาวสมใจ

“หนูวริน ขอบคุณพี่เขาด้วยสิ”

“ขอบคุณค่ะ” วรินญาจำใจยกมือไหว้อย่างเสียไม่ได้เมื่อคุณหญิงกัญญาเอ่ยปากบอก

“แม่ขออวยพรเลยแล้วกันนะ ตาภูมิ หนูวริน เพราะอาทิตย์หน้าแม่กับป้านวลจะไปเที่ยวพักผ่อนเสียหน่อย แล้วค่อยกลับมาจัดงานแต่งถ้าลูกสองคนยังไม่พร้อมในตอนนี้ แต่ก็ไปจดทะเบียนกันไว้ก่อน”

“ครับ/ค่ะ” ว่าที่สามีภรรยาต่างตอบรับพร้อมกัน แม้จะไม่ใช่พิธีแต่งงานตามขนบธรรมเนียม แต่มันกลับทำให้ทั้งสองรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก หรืออาจเป็นเพราะความห่วงหาอาทรและความรักที่คุณหญิงกัญญาส่งผ่านมาให้เธอ จึงทำให้เธอรู้สึกเช่นนี้ วรินญาเริ่มคิดหาเหตุผลให้ตัวเอง ซึ่งก็ไม่ต่างจากภูวเดชเช่นกัน ก่อนที่ทั้งสองจะนิ่งรับฟังสิ่งที่คุณหญิงกัญญาบอก

“ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีตเรากลับไปแก้ไขมันไม่ได้ แม่รู้ว่ามันทำให้เราทั้งสองคนเจ็บปวดมากแค่ไหน แต่เราควรยึดอยู่กับปัจจุบันและให้โอกาสกันและกันจะดีกว่า ชีวิตคู่จะได้ราบรื่น สิ่งไหนที่ไม่ดีเราก็พยายามอย่าไปใส่ใจ ทำเป็นวางเฉยไปเสียบ้าง เพราะมนุษย์ทุกคนต่างมีอารมณ์ที่ไม่เหมือนกัน แต่เราก็ควรที่จะยับยั้งและรับฟังคนอื่นบ้าง และให้ความรัก ความห่วงหาอาทร มาลบล้างสิ่งต่างๆ ที่ผิดพลาดไป พอจะทำได้ไหม ตาภูมิ หนูวริน”

 “เอ่อ...” ทั้งสองต่างอ้ำอึ้งอยู่แค่นั้น คุณหญิงกัญญายิ้มบางๆ แล้วพูดต่อ

“หนูวริน เราเป็นลูกผู้หญิงก็ควรรักและดูแลสามีให้ดี ส่วนตาภูมิ เราก็ต้องรักและให้เกียรติภรรยาของเรา ในเมื่อเราเลือกเขามาเป็นคู่ชีวิตแล้ว เราก็ต้องรักและดูแลเขาไปตลอด แม่ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุขกับชีวิตคู่ อะไรที่ผิดพลาดไปก็ให้อภัยกันเถอะนะ แล้วมาเริ่มต้นกับสิ่งดีๆ

หลังจากคุณหญิงพูดจบ ทั้งสองก้มกราบมารดาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย จะด้วยไม่อยากให้คุณหญิงต้องลำบากใจหรืออะไรก็แล้วแต่ ทั้งสองก็พร้อมยินดีทำเพื่อให้คุณหญิงกัญญาสบายใจ

แต่ต่อจากนี้ไป ชีวิตของเขาและเธอจะเป็นเช่นไรนั้นก็สุดแล้วแต่ใครจะทนได้ หรืออาจจะขอหย่าจากกันภายในเดือนเดียวก็ได้ มือเหี่ยวนุ่มลูบศีรษะของลูกชายและลูกสะใภ้น้ำตารื้น หวังให้ทั้งสองครองคู่กันไปจนแก่เฒ่า แต่ไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าบุตรชายของตนนั้นกำลังมีแผนที่จะทำให้ภรรยาขอหย่าให้เร็วที่สุด ก็ในเมื่อแม่เขาไม่ยอมให้เขาหย่า เขาก็ต้องทำให้ผู้หญิงคนนี้ทนไม่ไหวและหายไปจากชีวิตของเขาแทน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha