ทัณฑ์สวาทชีคทมิฬ

โดย: เทียนธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : คู่หมั้นชีคทมิฬ


ตอนต่อไป

      ร่างเพรียวระหงเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบแปดเซนติเมตรในชุดลำลองเสื้อยืดรัดรูปสีฟ้ากางเกงขาสั้นสีขาวอวดลำขาเรียวยาว กำลังก้าวลงจากบันไดไม้สักมันปลาบของคฤหาสน์หลังงามราคาแพงลิบลิ่วที่ผู้เป็นบิดาทิ้งไว้เป็นมรดกก่อนจะสิ้นบุญ ผมยาวสลวยสีดำขลับที่ยาวจนถึงกลางหลังถูกรวบเป็นทรงหางกระรอกเอาไว้ ทำให้ใบหน้ารูปหัวใจซึ่งประกอบด้วยเครื่องหน้ากระจุ๋มกระจิ๋มนั้นเด่นขึ้นมาสะดุดตาคนมองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องสำอางชนิดใดเข้ามาช่วยเลย

       อรุโณทัย วีรวิชญะ สาวน้อยวัย 22 ปี ที่เพิ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรีมาหมาดๆ พาตัวเองไปนั่งลงบนโซฟาสีครีมหนานุ่มแล้วหยิบนิตยสารบันเทิงชื่อดังที่ผู้เป็นมารดาชอบซื้อหามาอ่านขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ ก่อนจะสะดุดตากับบางข่าวที่ทำให้ต้องรีบวางนิตยสารเล่มนั้นลงราวกับมันเป็นของร้อน

       “ทำอะไรอยู่ลูกอ้อ” คุณหญิงอรอุษาผู้เป็นมารดาเอ่ยถามเมื่อเห็นใบหน้าของลูกสาวกระเง้ากระงอดคล้ายกำลังโกรธใครสักคนมาเป็นสิบชาติ

       “อ่านนิตยสารของคุณแม่นั่นแหละค่ะ”

       “ทำหน้าบึ้งตึงแบบนี้แสดงว่าอ่านข่าวของชีคอัสรานแล้วใช่ไหม” มารดาถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่ได้มีทีท่าว่าจะทุกข์ร้อนกับข่าวความเจ้าสำราญของชีคอัสราน ฟาติน อัลกาตานี ผู้เป็นคู่หมั้นของลูกสาวแต่อย่างใด

       “คุณแม่ก็เห็นแล้วว่าเขาเป็นพวกหนุ่มคาสโนวาแค่ไหน ยังจะให้อ้อแต่งงานกับเขาอีกเหรอคะ” สาวน้อยตัดพ้อมารดาอย่างน้อยใจ

       “อ้อก็อย่าคิดมากสิลูก มันเป็นปกติของผู้ชายที่ทั้งหล่อ ทั้งรวย และเพียบพร้อมในทุกๆ ด้าน ย่อมจะมีความเจ้าสำราญบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่พอแต่งงานไปแล้วเขาก็เลิกเองนั่นแหละ” คุณหญิงอรอุษาพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาตามประสาผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามาก

       “แล้วถ้าเขาไม่เลิกล่ะคะคุณแม่”

       “ลูกอ้อก็ต้องใช้เสน่ห์ของลูกอ้อมัดใจเขาไว้ แล้วก็ทำให้เขาเลิกให้ได้สิคะ”

       “แต่อ้อเกลียดเขา ไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากแต่งงานกับเขานี่คะคุณแม่” ใบหน้าสวยหวานของสาวน้อยเต็มไปด้วยความยุ่งยาก

       “ได้ยังไงล่ะลูกอ้อ ยังไงคุณพ่อก็ตกปากรับคำยกลูกอ้อให้แต่งงานกับเขาแล้วนะ สัญญาก็ต้องเป็นสัญญา อย่าลืมนะว่าที่เรามีวันนี้ได้ก็เพราะชีคอัสรานช่วยเหลือคุณพ่อเอาไว้” ผู้เป็นมารดาย้ำเพื่อให้อรุโณทัยนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในช่วงที่ครอบครัวของหล่อนพบกับมรสุมเศรษฐกิจ

เมื่อสิบปีก่อน อธิวัฒน์ วีรวิชญะ ผู้เป็นบิดาของอรุโณทัยเดินทางไปทำธุรกิจบ่อน้ำมันที่ประเทศในแถบตะวันออกกลาง ด้วยความเป็นมือใหม่และถูกหุ้นส่วนฉ้อโกงจึงทำให้ประสบปัญหาติดหนี้จำนวนมหาศาลจนเกือบถูกฟ้องล้มละลาย โชคดีที่ได้ชีคอัสราน ฟาติน อัลกาตานี มหาเศรษฐีชาวโดฮาราวัย 32 ปี เจ้าของโรงแรมหรูและบ่อน้ำมันอีกนับร้อยยื่นมือเข้ามาช่วยจึงทำให้อธิวัฒน์รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนั้นมาได้ โดยอธิวัฒน์ได้ทำสัญญากู้เงินไว้กับชีคอัสรานและสิ่งที่อรุโณทัยพึ่งรู้ก่อนจะที่บิดาจะเสียชีวิตเมื่อสองปีที่แล้วก็คือ ในสัญญาระบุเอาไว้ด้วยว่าอรุโณทัยจะต้องแต่งงานกับเจ้าหนี้ของพ่อทันทีหลังจากที่หล่อนเรียนจบ

อรุโณทัยไม่เคยพบเขา แต่ข่าวคราวที่ออกมาตามหน้าสื่อไม่ว่างเว้นทำให้สาวน้อยพร่ำบอกกับตัวเองว่าเกลียดผู้ชายคนนี้จนไม่อาจจะยอมแต่งงานด้วยได้!

       “แต่ว่า...

       “ไม่มีแต่จ้ะลูกอ้อ นี่พี่อาร์มก็พึ่งโทรมาบอกแม่ ว่าวันเสาร์นี้ชีคอัสรานจะเดินทางมาเมืองไทยเพื่อร่วมฉลองวันเกิดของท่านรัฐมนตรี ลูกอ้อเตรียมตัวไว้นะ แม่จะได้พาไปแนะนำตัวอย่างเป็นทางการกันเสียที” คุณหญิงอรอุษาบอกเสร็จสรรพ กิริยาอาการดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษที่จะได้พบกับว่าที่ลูกเขย

       “แล้วพี่อาร์มมาด้วยไหมคะคุณแม่” อรุโณทัยถามถึงพี่ชายซึ่งเดินทางไปดูแลบริษัทที่โดฮาราแทนผู้เป็นบิดาตั้งแต่สองปีที่แล้ว

       “ไม่มาจ้ะ พี่อาร์มบอกว่ากำลังยุ่งฝากให้แม่เป็นธุระเรื่องชีคอัสรานแทน”

       “อ้อไม่ไปไม่ได้เหรอคะคุณแม่” คนเป็นลูกมุ่ยหน้าในขณะพยายามต่อรอง

       “ไม่ได้สิคะลูกอ้อ” ผู้เป็นมารดาบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

       “วันเสาร์นี้มันเร็วไปนะคะคุณแม่ นี่ก็วันพฤหัสแล้ว อ้อยังไม่มีชุดที่จะใส่ไปงานเลยค่ะ” สาวน้อยอิดออดหาทางเอาตัวรอด

       “เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหา เดี๋ยวแม่จะให้ร้านเสื้อเอาแบบมาให้เลือกนะ อยากได้ชุดไหนลูกอ้อก็เลือกเอา แต่ต้องใส่แล้วสวยสง่าแล้วก็โดดเด่นเป็นที่สะดุดตานะเข้าใจไหมลูก อ้อ...แล้วก็ห้ามไม่สบาย ห้ามปวดหัว ห้ามตัวร้อน และก็ห้ามเป็นไข้นะจ๊ะลูกสาว เดี๋ยวแม่ออกไปทำธุระก่อนจะกลับมาค่ำๆ” คุณหญิงอรอุษาจัดการปิดทางที่อรุโณทัยจะบิดเบือนทุกทาง ก่อนจะหิ้วกระเป๋าแอร์เมสใบโปรดออกไปนอกบ้าน

อรุโณทัยได้แต่นั่งทอดถอนหายใจเพราะไม่อยากจะเจอกับชีคอัสรานผู้ชายที่หล่อนบอกตัวเองว่าเกลียดขี้หน้าเขาตั้งแต่ยังไม่ได้เจอกัน ข่าวของเขาลงนิตยสารบ่อยมากถึงมากที่สุด ทั้งนี้เพราะเขาจัดว่าเป็นหนุ่มหล่อ แถมมีฐานะร่ำรวยติดอันดับโลก บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ทุกมุมเมืองต่างให้ท่าและพร้อมจะพลีกายให้เขาเชยชม หล่อนไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่เป็นเครื่องสนองอารมณ์ของผู้ชายมากรักอย่างชีคอัสราน สาวน้อยบอกตัวเองว่าเกลียดเขาตั้งแต่ยังไม่พบหน้ากันด้วยซ้ำ

ตอนบ่ายวันนั้นร้านเสื้อก็นำชุดราตรีหรูหราจำนวนห้าชุดมาให้อรุโณทัยลองตามคำสั่งของคุณหญิงอรอุษา เนื่องจากสาวน้อยเป็นผู้หญิงที่จัดได้ว่ามีทรวดทรงองค์เอวได้รูปไม่แพ้นางงามคนไหนจึงมีใช่ปัญหาว่าจะว่าใส่ชุดไม่ได้

“น้องอ้อนี่ผิวสวยจังเลยนะคะขาวอมชมพูเลย ดูสิใส่ชุดไหนก็ดูดีไปหมด” เจ้าของร้านเสื้อซึ่งเป็นสตรีประเภทสองจีบปากจีบคอเอ่ยชม

“อ้อเอาชุดไหนก็ได้ พี่แพทตี้เลือกให้อ้อเลยค่ะ” เสียงใสตอบเนือยๆ

“ถ้าอย่างนั้นเอาชุดราตรีสั้นสีน้ำทะเลก็แล้วกันนะคะ รับรองว่าใส่แล้วต้องเฉิดฉายกว่าทุกคนในงานแน่ๆ เลยค่ะ”

“แต่อ้ออยากได้ชุดเรียบๆ มากกว่านะคะพี่แพทตี้”

“ไม่ได้นะคะน้องอ้อ เดี๋ยวคุณหญิงแม่หยิกพี่แพทตี้เนื้อเขียว ท่านเน้นนักเน้นหนาว่าน้องอ้อต้องโดดเด่นที่สุดในงาน”

“แต่อ้อว่า...” สาวน้อยกำลังจะแย้ง

“ไม่ต้องแต่แล้วค่ะน้องอ้อ ในงานมีแต่ลูกท่านหลานเธอ น้องอ้อจะน้อยหน้าคนอื่นได้ยังไง เอาเป็นว่าพี่แพทตี้จัดชุดนี้ให้ก็แล้วกันนะคะ” ชายร่างบึกหัวใจหญิงสรุปให้โดยไม่ยอมฟังความคิดเห็นของสาวน้อยแต่อย่างใด

 

       คุณหญิงอรอุษากลับมาบ้านในตอนค่ำ ทันทีที่มาถึงก็ตรงดิ่งไปยังห้องลูกสาวคนเดียวเพื่อสอบถามความเรียบร้อยอีกครั้งหลังจากได้รับรายงานจากแพทตี้เรื่องชุดมาแล้วรอบหนึ่ง

       “ว่าไงคะลูกอ้อชุดสวยถูกใจไหม”

       “ก็สวยดีค่ะคุณแม่”

       “ไหนขอแม่ดูหน่อย”

คุณหญิงอรอุษาเยื้องย่างอย่างสง่างามไปที่ตู้เสื้อผ้าของอรุโณทัย ซึ่งในนั้นมีชุดราตรีสั้นสีน้ำทะเลรูปทรงเรียบหรู แต่ดูเก๋และทันสมัยสมกับวัยของคนเป็นลูก

“อืม...สวยดี”

       “พี่แพทตี้เลือกให้น่ะค่ะ”

       “ไม่ผิดหวังเลยที่ไว้วางใจแพทตี้ วันมะรืนใส่ชุดนี้แล้วอย่าลืมใส่เครื่องเพชรชุดเล็กที่แม่ซื้อไว้ให้ล่ะ ลูกอ้อสวยอยู่แล้วไม่ต้องใส่เครื่องประดับอะไรมากให้มันเกะกะตาหรอก” คุณหญิงอรอุษาย้ำ เรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้เลยต้องเป๊ะคุณหญิงถึงจะยอม

       “ค่ะคุณแม่” สาวน้อยได้แต่รับคำเสียงเอื่อยๆ

       “ทำหน้าให้มันสดใสร่าเริงหน่อยสิคะลูกอ้อ ถ้าวันที่ชีคอัสรานมาลูกอ้อห้ามทำหน้าแบบนี้เด็ดขาดนะคะ หนูต้องทำหน้ายิ้มแย้มเหมือนกับคนที่กำลังจะได้เจอคู่หมั้นคู่หมายถึงจะถูก” คนเป็นแม่กำชับ

       “โธ่...คุณแม่คะ อ้อไม่ได้เต็มใจจะหมั้นกับเขาสักหน่อย”

       “ปกติลูกอ้อเป็นคนว่าง่ายนี่คะ เชื่อแม่อีกสักครั้ง รับรองว่าลูกอ้อจะไม่ผิดหวัง”

       สาวน้อยได้แต่ก้มหน้างุดอย่างซังกะตาย จะทำยังไงได้เมื่อมารดาจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพเรียบร้อย อีกทั้งพินัยกรรมของผู้เป็นบิดาที่ระบุเอาไว้ จะบิดพลิ้วก็กลัวถูกตราหน้าว่าขี้โกง ไม่รักษาสัญญา ไหนจะพี่ชายซึ่งทำงานอยู่ที่โดฮาราอีก ถ้าหากชีคจอมหื่นนั่นเกิดไม่พอใจขึ้นมาแล้วกลั้นแกล้งพี่ชายของหล่อน คนที่รับกรรมก็คือครอบครัววีรวิญช์นั่นเอง

       “ถ้างั้นสักพักก็อาบน้ำแล้วลงไปทานข้าวกับแม่นะ”

       “เดี๋ยวอ้ออาบน้ำเสร็จจะตามลงไปค่ะคุณแม่”

       ค่ำนั้นสองแม่ลูกก็รับประทานอาหารค่ำกันตามลำพังอีกเช่นเคย คุณหญิงอรอุษาเข้มแข็งมากเพราะตั้งแต่คุณอธิวัฒน์ผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวจากไปเมื่อสองปีที่แล้วนางก็ต้องเป็นเสาหลักให้กับลูกๆ แทนสามี อรุโณทัยไม่เคยเห็นผู้เป็นมารดาแสดงความอ่อนแอมาให้เห็นเลยสักครั้ง ตรงกันข้ามคุณหญิงอรอุษากับมีทัศนคติในด้านบวกและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุข

       “วันนี้มีแต่กับข้าวอร่อยๆ คิดถึงพี่อาร์มจังเลยนะคะคุณแม่” เสียงใสเปรยขึ้นในระหว่างรับประทานอาหาร

       “อยากไปเยี่ยมพี่อาร์มไหมล่ะลูก”

ดวงตาใสดั่งน้ำค้างเป็นประกายวิ้งวับทันที “คุณแม่จะพาอ้อไปเหรอคะ”

       “เปล่าหรอก... แต่แม่จะให้อ้อไปกับชีคอัสรานคู่หมั้นของลูกอ้อต่างหาก”

       “คุณแม่น่ะ...” คนแง่งอนได้แต่ตัดพ้อ “จะให้อ้อไปกับเขาได้ยังไงคะ”

       “ทำไมจะไม่ได้ล่ะลูกอ้อ ก็เขาเป็นคู่หมั้นของลูกไม่น่าเกลียดอะไรหรอก ต่อไปก็ต้องตบแต่งออกเรือนกันไป” คุณหญิงอรอุษาไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อนตรงกันข้ามกลับสนับสนุนอีกต่างหาก

       “แล้วถ้าเขาเกิดเบี้ยวไม่แต่งด้วยล่ะค่ะ”

       “แม่เชื่อว่าชีคอัสรานไม่ใช่คนอย่างนั้น”

       “แต่คุณแม่ยังไม่รู้จักเขาดีพอเลยนะคะ” อรุโณทัยแย้งมารดา

       “แม่เชื่อในสายตาของคุณพ่อ ถ้าเขาเป็นคนไม่ดีคุณพ่อของลูกอ้อคงไม่คิดจะฝากฝังลูกไว้กับเขาหรอก” คุณหญิงอรอุษาให้เหตุผล

       “เขาอาจจะบีบังคับคุณพ่อก็ได้นะคะ”

       “ผู้ชายที่หล่อเหลาแถมร่ำรวยมหาศาลเพียบพร้อมขนาดนั้น ไม่จำเป็นต้องบังคับเพื่อให้ได้ผู้หญิงสักคนหรอกค่ะลูกอ้อ”

       อรุโณทัยได้แต่ก้มมองจานข้าวอย่างยอมแพ้ผู้เป็นมารดา ดูเหมือนว่าคุณหญิงอรอุษาจะเชื่อมั่นในตัวชีคอัสรานเสียจริงๆ ทั้งๆ ที่พฤติกรรมของเขาออกจะเสื่อมเสียขนาดนั้น และนั่นยิ่งเพิ่มความเกลียดที่มีต่อชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นมากขึ้นไปกว่าเดิมอีกเป็นเท่าทวี

       แล้ววันที่อรุโณทัยไม่อยากให้มาถึงก็มาถึงจนได้ เช้าวันเสาร์คุณหญิงอรอุษาตื่นมาแต่เช้าปลุกให้อรุโณทัยเพื่อให้ช่างจากร้านมาทำผมแต่งหน้าให้ สาวน้อยทำหน้าเซ็งๆ แต่ขัดผู้เป็นมารดาไม่ได้ หล่อนไม่อยากสวย ไม่อยากเด่น ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใคร โดยเฉพาะ ชีคอัสราน เขาไม่มองหล่อนเลยยิ่งดี

       ผมดำขลับนุ่มสลวยถูกช่างผมอาชีพจัดแต่งทรงให้อย่างคล่องแคล่ว กินเวลาไปเกือบสองชั่วโมงก็ได้ทรงผมที่พร้อมจะออกงาน หลังจากนั้นช่างเสริมสวยก็ลงมือแต่งหน้าให้อย่างประณีตที่สุด คุณหญิงอรอุษามองลูกสาวตัวเองแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับความสดใสและสวยสง่าซึ่งมีอยู่อย่างเพียบพร้อมในตัวอรุโณทัย

       “คุณหนูอ้อนี่สวยจังเลยนะคะคุณหญิง ตอนไม่แต่งว่าสวยแล้ว พอแต่งแบบนี้ยิ่งเปล่งประกายออร่าเข้าไปใหญ่” ช่างผมหันไปเอยชมกับคุณหญิงอรอุษาหลังจากที่เสร็จงานตัวเองแล้ว

       “รายนี้เขาสวย แต่ไม่ค่อยชอบแต่งตัว”

       “ไม่ต้องแต่งก็สวยค่ะคุณหญิง หายากนะคะคนที่จะสวยทั้งแต่งและไม่แต่งแบบหนูอ้อเนี่ย”

       “ปากหวานเชียว ยังไงก็ขอบใจนะจ้ะ แล้วจะแวะมาใช้บริการใหม่”

       คุณหญิงอุษายิ้มแย้มอย่างพอใจก่อนจะจ่ายค่าจ้างพร้อมกับทิปงามๆ ให้กับช่างทั้งสามคน ทุกคนต่างยิ้มแย้มกับผลงานและค่าจ้างที่ได้รับก่อนจะลากลับ

       ค่ำนั้นที่บริเวณคฤหาสน์ของรัฐมนตรีซึ่งก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น ถูกประดับประดาด้วยดวงไฟสีนวลตา โคมไฟระย้าหรูหราถูกเปิดใช้งานทั่วทุกมุมตึก เสียงเครื่องสายจากเครื่องดนตรีคลาสสิกดังขับกล่อมในท่วงทำนองสบายหู แต่ทว่าผู้คนในงานซึ่งล้วนแต่เป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีจากวงสังคมชั้นสูงต่าง ต่างไม่มีใครสนใจจะซาบซึ้งกับความไพเราะของดนตรีเหล่านั้น บ้างก็กำลังยืนโอภาปราศรัยกันตามมุมต่างๆ สลับกับจิบเครื่องดื่มราคาแพง และหัวเราะออกมาแบบรักษาจริตเป็นบางครั้งบางคราว

รถเบนซ์คันหรูของคุณหญิงอรอุษาแล่นเข้ามาจอดรวมกับรถคันอื่นๆ หลังจากที่คนขับรถกุลีกุจอลงมาเปิดประตูให้อย่างนอบน้อม คุณหญิงอรอุษาและอรุโณทัยก็ก้าวลงจากรถแล้วเดินเคียงกันเข้าไปในตัวคฤหาสน์ สายตาของผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็จับจ้องมายังร่างอรชรในชุดราตรีสั้นสีน้ำทะเลพร้อมกับส่งเสียงซุบซิบ ส่วนใหญ่จะเป็นไปในทางชื่นชมเพราะวันนี้อรุโณทัยสวยโดดเด่นสะดุดตาด้วยเรือนร่างอรชรผุดผ่องด้วยผิวพรรณขาวสล้างดั่งงาช้างซึ่งถูกขับด้วยชุดราตรีสั้นสีน้ำทะเลตัดกับสีผิวทำให้สาวน้อยดูสวย สง่า และสดใสในคราเดียวกัน

เสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชวูบวาบจากกล้องหลายสิบตัวสว่างวิบวับเป็นระยะ ทำให้สาวน้อยถึงกับใบหน้าร้อนผ่าวอย่างเขินอาย คุณหญิงอรอุษาปล่อยให้ลูกสาวเป็นนางแบบให้ตากล้องเหล่านั้นถ่ายรูปได้อย่างเต็มที่ ก่อนจะพาลูกสาวไปไหว้รัฐมนตรีอนุสรณ์และภรรยาผู้เป็นเจ้าของงานตามธรรมเนียม

“สวัสดีค่ะท่าน”

“สวัสดีครับคุณหญิง” ท่านรัฐมนตรีและภรรยารับไหว้

“ลูกสาวค่ะ ชื่ออรุโณทัย” คุณหญิงอรอุษาหันมาแนะนำลูกสาวตัวเอง และอดไม่ได้ที่จะสอดส่ายสายตาหาว่าที่ลูกเขยซึ่งท่านรัฐมนตรีเชิญมางานนี้ด้วย

“เคยเห็นมากับคุณอธิวัฒน์สมัยเด็กๆ พอโตเป็นสาวแล้วสวยเหมือนคุณหญิงเลยนะครับ”

“ขอบพระคุณค่ะท่านที่เอ็นดูลูกอ้อของดิฉัน” คุณหญิงอรอุษายกมือขึ้นไหว้อย่างอ่อนช้อยอีกครั้ง

“เชิญตามสบายนะครับคุณหญิง หนูอ้อ อีกสักพักแขกคนสำคัญของผมก็คงจะมาแล้ว”

“หมายถึงชีคอัสรานใช่ไหมคะ”

“ครับ” ท่านรัฐมนตรีพยักหน้า

“ลืมบอกคุณหญิงน่ะครับว่างานคืนนี้มีเซอร์ไพรส์ด้วย”

“เซอร์ไพรส์อะไรคะท่าน” คุณหญิงอรอุษาถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ในงานคืนนี้จะมีงานแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องเพชร ซึ่งเครื่องเพชรทั้งหมดเป็นของชีคอัสรานที่กำลังจะนำมาด้วยตัวเอง แล้วหลังจากนั้นก็จะมีงานเต้นรำ คุณหญิงไม่เคยพาหนูอ้อออกงานเสียทีนี่ครับ นี่ถ้ารู้ว่าหนูอ้อหน้าตาสะสวยขนาดนี้ ผมจะขอตัวมาเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์เสียหน่อย” รัฐมนตรีแอบแย้มพรายถึงไฮไลต์ของงานที่กะว่าจะเก็บเอาไว้เซอร์ไพรส์แขกโดยเฉพาะ

“เขาไม่ค่อยจะชอบออกงานน่ะค่ะท่าน รายนี้เขาเก็บตัวชอบอยู่บ้านมากกว่า” คุณหญิงอรอุษาออกตัวแล้วก็ยิ้มกว้าง นึกอยากจะประกาศให้ใครๆ ได้รับรู้ซะเดี๋ยวนี้ว่าชีคอัสรานผู้ร่ำรวยมหาศาลนั้นคือ ว่าที่ลูกเขย ของตนแต่ติดว่ายังไม่มีพิธีหมั้นประกาศเป็นทางการ และอีกอย่างฝ่ายตนนั้นก็เป็นฝ่ายหญิง ทำอะไรไปมากจะดูไม่งามเปล่าๆ คุณหญิงอรอุษาจึงได้สะกิดลูกสาวให้เดินตามแนะนำตัวกับผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ ที่อยู่ในงานในระหว่างรอไฮไลต์ของงาน

อรุโณทัยเดินตามมารดาไปทั่วงานจนเหนื่อย และเมื่อได้โอกาสก็รีบปลีกตัวหลบมุมไปที่บาร์ผลไม้และเครื่องดื่ม หามุมเงียบๆ เพื่อผ่อนคลายความอึดอัดของตัวเอง

และแล้วเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง รถตำรวจแล่นนำขบวนรถลีมูซีนมันปลาบหลายคันเขามาในบริเวณคฤหาสน์หลังงามของท่านรัฐมนตรีอนุสรณ์

       บุรุษในชุดสูทสากลหลายคนก้าวลงจากรถเพื่ออารักษ์ขาเพชรมูลค่าหลายพันล้านที่จะนำมาให้นางแบบใส่เดินโชว์ในคืนนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าของวันเกิด อีกไม่กี่อึดใจต่อมา...รถคันสุดท้ายซึ่งคนที่นั่งอยู่ในนั้นคือบุรุษเจ้าของความสูงเกือบสองเมตรอยู่ในชุดโต๊ปสีขาวตามแบบชาวอาหรับ ผิวพรรณขาวสะอาด ใบหน้านั้นเรียวยาวประดับด้วยดวงตาคู่คมสีแอมเบอร์ จมูกโด่งได้รูปรับกับริมฝีปากหยักซึ่งมีไรหนวดไรเคราขึ้นตามสันคางทั้งสองข้างเสริมให้ดูคมเข้มยิ่งขึ้น

แขกเหรื่อทุกคนและกล้องทุกตัวต่างหันมาจับจ้องแขกคนพิเศษเป็นจุดเดียวกันตามมาด้วยเสียงฮือฮา เมื่อบุรุษผู้นั้นก้าวลงจากรถโดยมีบอดี้การ์ดเปิดประตูให้และยืนขนาบข้างซ้ายขวา

       “ยินดีต้อนรับสู่เมืองไทยครับชีคอัสราน ขอบคุณมากที่มางานนี้” รัฐมนตรีอนุสรณ์ซึ่งออกมาต้อนรับด้วยตัวเองกล่าวอย่างดีใจแล้วยื่นมือไปให้แขกวีไอพีจับ เพราะปกติชีคอัสรานซึ่งเป็นญาติสนิทของสุลต่านองค์ปัจจุบันแห่งโดฮาราไม่ค่อยจะมาร่วมงานแบบนี้ง่ายๆ มิหนำซ้ำยังขนเพชรมาแสดงในงานวันเกิดของท่านอีกต่างหาก

       “เป็นเกียรติของผมด้วยที่ได้รับเชิญมางานนี้”

       “เชิญข้างในดีกว่าครับ”

       รัฐมนตรีอนุสรณ์ผายมือแล้วเดินนำชีคผู้หล่อเหลาและร่ำรวยมหาศาลเข้าไปในตัวคฤหาสน์ หลังจากนั้นพิธีกรในงานก็ประกาศให้แขกเหรื่อไปรวมกันบริเวณห้องโถงใหญ่ซึ่งถูกปรับให้เป็นเวทีเดินแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรมูลค่าหลายพันล้าน เพราะนางแบบที่จะเดินนั้นแต่งตัวพร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงสวมเครื่องเพชรก็สามารถเฉิดฉายออกมาหน้ารันเวย์ได้

       คุณหญิงอรอุษามองชะเง้อหาอรุโณทัยเมื่อเห็นหญิงสาวยังยืนอยู่ที่บริเวณบาร์อาหารและเครื่องดื่มจึงสืบเท้าไปหาอย่างเร่งรีบ

       “ทำอะไรอยู่ตรงนี้ลูกอ้อ ชีคอัสรานมาถึงแล้วนะลูก”

       “มาแล้วเหรอคะคุณแม่ อ้อยังทานผลไม่ไม่อิ่มเลย” สาวน้อยแกล้งโอ้เอ้ถ่วงเวลาเพราะยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับคนที่ตัวเองเกลียดขี้หน้าในเวลานี้

       “เอาไว้ก่อนลูกอ้อ เดี๋ยวค่อยมาทานใหม่ ตามแม่มานี่ก่อน” พูดจบก็จูงมือน้อยๆ ของลูกสาวให้เดินตามไปยังห้องโถงซึ่งกำลังจะมีงานแสดงเพชรในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้

       “คุณแม่จะพาอ้อไปไหนคะ?

       “ก็พาไปแนะนำตัวกันเป็นทางการกับคู่หมั้นของเราสิ เคยได้ยินแต่ชื่อและเห็นหน้ากันผ่านรูปถ่ายเท่านั้น วันนี้จะได้เห็นหน้าค่าตากันจริงๆ เสียที”

       “เอาไว้ให้งานแสดงเพชรเสร็จก่อนได้ไหมคะคุณแม่ งานเดินแบบใกล้จะเริ่มแล้วนะคะ” อรุโณทัยยังประวิงเวลาจนถึงที่สุด

       “เอางั้นก็ได้” คุณหญิงอรอุษายอมไปก่อนเพราะตอนนี้ในห้องโถงเริ่มหรี่ไฟลงและนางแบบใกล้จะเดินออกมาจากข้างหลังเวทีแล้ว

       เสียงเพลงในจังหวะคลาสสิกถูกบรรเลงจากเครื่องเสียงชั้นดี เสียงปรบมือเกรียวกราวของแขกเหรื่อในงานดังกึกก้องขึ้นเมื่อนางแบบคนแรกเริ่มเดินออกมาจากด้านหลังเวที แสงวูบวาบจากเพชรชุดแรกส่องสะท้อนเข้าสู่สายตาของผู้ชมในงานจนได้แต่ครางฮือฮา ตามมาด้วยแสงเฟลชจากกล้องหลายตัว รวมถึงโทรศัพท์อัจฉริยะซึ่งมีความสามารถในการถ่ายรูปได้ละเอียดพอๆ กับกล้องคุณภาพดีก็ถูกยกขึ้นเพื่อเก็บภาพสวยๆ เหล่านั้นเอาไว้ชื่นชม

ในขณะที่ผู้เป็นเจ้าของเพชรกลับมองด้วยสายตาที่เรียบเฉยคล้ายไม่ได้รู้สึกอะไรกับความตื่นตาตื่นใจเหล่านั้นเลยสักนิด ดวงตาสีแอมเบอร์สะดุดกับใบหน้าเนียนใสของคนที่ยืนรวมอยู่กับคนอื่นๆ ที่บริเวณอีกฟากหนึ่งของเวที และดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่าถูกแอบมอง หล่อนมองตอบกลับมาและถลึงตาใส่ก่อนจะเชิดใบหน้าสวยๆ นั้นขึ้นราวกับรังเกียจเขาเสียเต็มประดา นั่นทำให้ชีคอัสรานกระตุกยิ้มมุมปาก อารมณ์ที่ยังคงนิ่งสงบอยู่ตั้งแต่มาถึงงานดูเหมือนจะถูกกระตุ้นให้คึกคักขึ้นมาทันที

       อีกฟากหนึ่งของเวทีเดินแฟชั่นโชว์...

“ลูกอ้อเห็นหรือไหมคะว่าลูกสาวคุณหญิงบุษบาทิ้งหางตาให้ชีคอัสรานมากแค่ไหน” คุณหญิงอรอุษาสะกิดลูกสาวให้หันมองตาม เพราะอดหมั่นไส้ไม่ได้เมื่อเห็นผู้หญิงอื่นชม้ายชายตาให้ว่าที่ลูกเขย แถมลูกสาวของตนยังทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวเสียอีก

       “ช่างเขาสิคะคุณแม่”

       “ช่างได้ยังไงกัน นั่นคู่หมั้นลูกอ้อนะ”

       “ก็ถ้าเขาจะสนใจคนอื่นอ้อก็ห้ามไม่ได้หรอกค่ะ”

       “ดังนั้นก่อนที่เขาจะสนใจคนอื่น เราต้องรีบแสดงตัว เข้าใจไหมจ๊ะ” คุณหญิงอรอุษาพร่ำบอกลูกสาวอยู่ไม่ห่าง พลางจับตามองทางแมวที่กำลังจะจ้องขโมยไม่วางตา

       “เอาไว้ก่อนเถอะนะคะคุณแม่ อ้อขอดูเพชรก่อน คุณแม่ไม่สนใจเหรอคะ มีแต่สวยๆ ทั้งนั้น” สาวน้อยพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของผู้เป็นมารดา

       “ดูเมื่อไหร่ก็ได้น่าลูกอ้อ ยังไงเพชรพวกนี้ก็ต้องเป็นของลูกอยู่วันยังค่ำนั่นแหละ”

       คำพูดของผู้เป็นมารดาทำให้อารมณ์ตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามตรงหน้านั้นหมดลงแทบจะทันที ไหนจะสายตาบางอย่างของเขาที่จ้องมองมายังหล่อนเป็นระยะนั่นอีกล่ะ หล่อนไม่อยากได้เพชรเหล่านั้นและที่สำคัญไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นอย่างชีคอัสรานด้วย ต่อให้เขาร่ำรวย หล่อเหลาและมากเสน่ห์แค่ไหนก็เถอะ

       ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแฟชั่นโชว์แสดงเพชรก็จบลงเมื่อนางแบบคนสุดท้ายเดินออกมาจากหลังเวทีพร้อมด้วยเครื่องเพชรชุดใหญ่ เรียกเสียงฮือฮาได้มากกว่าทุกๆ ชุด

       ในขณะที่ทางเจ้าหน้าที่กำลังปรับเปลี่ยนบริเวณเวทีให้เป็นฟลอร์เต้นรำ คุณหญิงบุษบาก็จูงมือลูกสาวเข้ามาหารัฐมนตรีอนุสรณ์ทันที

       “สวัสดีค่ะท่าน”

       “อ้าวคุณหญิงบุษบา ขอบคุณที่มาครับ”

       “ต้องขอโทษท่านด้วยค่ะที่มาช้า” ปากพูดแต่ตากลับปรายไปทางชีคหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ รัฐมนตรีอนุสรณ์ ทำให้รัฐมนตรีต้องเอ่ยปากแนะนำให้รู้จักตามมารยาท

       “อ้อ...ผมลืมไปน่ะ นี่ชีคอัสรานให้เกียรตินำเพชรมาร่วมแสดงในงานวันเกิดของผม”

       “สวัสดีค่ะชีคอัสราน นี่ลูกสาวของดิฉันชื่อฉัตรสุดาค่ะ เรียกสั้นๆ ว่าฉัตรก็ได้นะคะ” คุณหญิงบุษบาจัดแจงแนะนำตัวลูกสาวของตัวเอง

       “สวัสดีครับ” ชายหนุ่มโค้งศีรษะให้เล็กน้อย

       “พอดีเลย ถ้ายังไงขอยืมตัวหนูฉัตรเป็นคู่เต้นรำเปิดฟลอร์เป็นเกียรติหน่อยนะคุณหญิง” รัฐมนตรีอนุสรณ์เอ่ยปากโดยไม่มีรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้านั้นมีคู่หมายอยู่แล้ว

       “อุ๊ย! ยินดีค่ะ จริงไหมลูกฉัตร”

       “ค่ะคุณแม่”

       จากนั้นเสียงพิธีกรในงานก็ประกาศให้ทุกคนร่วมเต้นรำพร้อมๆ กับที่เสียงเพลงในท่วงทำนองนุ่มนวลหวานหูดังขึ้นทั่วงาน

       รัฐมนตรีอนุสรณ์และภรรยาออกไปเป็นคู่เต้นเปิดฟลอร์ จากนั้นคู่เต้นคู่อื่นๆ ก็ทยอยเข้ามาสมทบในฟลอร์เต้นรำ ฉัตรสุดาหันมาส่งสายตาอย่างหวานเชื่อมให้แก่ชีคอัสราน ชายหนุ่มลุกขึ้นและผายมือให้ฉัตรสุดาเดินนำไปที่ฟลอร์เต้นรำ เมื่อชีคอัสรานโอบร่างอันอ้อนแอ้นในชุดราตรีเข้าไปกอดไว้เพื่อเริ่มเคลื่อนจังหวะตามเสียงดนตรี ฉัตรสุดาก็เบียดร่างเข้าหาโดยไม่มีทีท่าว่าจะเคอะเขินแต่อย่างใด

       “ฉัตรดีใจมากนะคะที่ได้พบชีคที่นี่ เคยเห็นผ่านหน้านิตยสารน่ะค่ะ ไม่คิดว่าตัวจริงจะหล่อขนาดนี้ ฉัตรอยากเจอตัวจริงมานานแล้วค่ะ”

       “คุณฉัตรติดตามข่าวผมด้วยเหรอครับ น่าดีใจนะครับที่มีสาวๆ สวยๆ อย่างคุณอยากทำความรู้จักด้วย”

       “แหมก็ชีคดังจะตายค่ะ สาวๆ ที่ไหนก็อยากรู้จักทั้งนั้นแหละค่ะ”

       “ผมพึ่งเคยมาเมืองไทยครั้งแรก แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะว่าสาวไทยสวยกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก” สายตาคู่คมปรายไปทางร่างอรชรของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ฟลอร์ แต่ฉัตรสุดากลับยิ้มด้วยความพอใจเมื่อคิดว่าเสน่ห์ของตนเป็นที่ถูกตาต้องใจชีคหนุ่ม

       “ปากหวานจังเลยนะคะ”

       “ผมพูดความจริงต่างหาก”

“แล้วชีคจะอยู่เมืองไทยกี่วันคะ ถ้าไม่รังเกียจเชิญไปเที่ยวที่บ้านฉัตรก่อนกลับนะคะ” หญิงสาวเชื้อเชิญทั้งปากและสายตา ริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้นนิดๆ อย่างสื่อความหมายไปมากกว่านั้น

       “ได้ครับ” ชีคหนุ่มรับเพียงคำสั้นๆ

       ขณะเดียวกันที่ข้างฟลอร์ คุณหญิงบุษบายืนกอดอกมองลูกสาวตัวเองกำลังเต้นรำกับชีคหนุ่มผู้ร่ำรวยอย่างมีความสุข ในขณะที่คุณหญิงอรอุษาหันมาทางลูกสาวอย่างอดเคืองไม่ได้

       “ดูซิ ถูกลูกสาวคุณหญิงบุษบาตัดหน้าจนได้”

       อรุโณทัยมองภาพนั้นด้วยแววตาเรียบเฉย หากทว่าใบหน้าสวยหวานกลับบึ้งตึงโดยเจ้าตัวเองก็ไม่รู้สาเหตุ ความเกลียดชังที่มีต่อชายหนุ่มซึ่งกำลังโอบประคองฉัตรสุดาเต้นรำอย่างหวานซึ้งมีมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ในขณะเดียวกันก็นึกดีใจที่ผู้เป็นมารดาได้เห็นธาตุแท้ของเขาเสียที จะได้เลิกยัดเยียดให้หล่อนแต่งงานกับผู้ชายมากรักแบบนั้น

       “ดีแล้วล่ะค่ะคุณแม่”

       “เอ๊ะลูกอ้อนี่ยังไงกันนะ นั่นน่ะคู่หมั้นของตัวแท้ๆ ไม่คิดหึงหวงบ้างหรือไง”

       สาวน้อยทำหน้าระอาใจ นึกว่าผู้เป็นมารดาจะเห็นด้วยกับหล่อน แถมยังหันมาทำหน้าดุใส่อีก ผู้ชายคนนี้มีดีอะไรนักหนานอกจากความรวย

       “จบเพลงนี้แล้ว ลูกอ้อต้องไปเป็นคู่เต้นของชีคอัสรานนะ แม่เห็นเขามองมาทางลูกอ้อบ่อยๆ คงจะเต้นกับลูกสาวคุณหญิงบุษบาตามมารยาทเท่านั้นล่ะ” คุณหญิงอรอุษาสั่งกำชับ

       และเมื่อเพลงแรกจบลง ชีคอัสรานก็เดินมาส่งฉัตรสุดา คุณหญิงอรอุษาจึงรีบฉุดมือของอรุโณทัยเข้าไปหาชายหนุ่มทันที

       “ชีคคะ”

       “คุณอรอุษาใช่ไหมครับ” ชีคอัสรานเอ่ยขึ้นเหมือนจะคลับคล้ายคลับคลาทั้งๆ ที่ความจริงเขาจำครอบครัวของอธิวัฒน์ได้อย่างแม่นยำทุกคน โดยเฉพาะสาวน้อยที่มีฐานะเป็นคู่หมั้นของเขาซึ่งกำลังยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างๆ คุณหญิงอรอุษาตอนนี้ เขาจำได้ดี เพราะคนของเขารายงานความเคลื่อนไหวและถ่ายภาพของหล่อนมาทุกระยะ

       “ใช่ค่ะ ดีใจที่ชีคยังจำดิฉันได้” คุณหญิงอรอุษาแย้มแป้นและจิกตาไปทางสองแม่ลูกนิดๆ ความจริงคุณหญิงอรอุษาเคยเจอชีคอัสรานแล้วในครั้งที่ไปเยี่ยมสามีที่โดฮาราเมื่อหลายปีก่อน

       “จำได้สิครับ”

       “นี่ลูกอ้อค่ะ” คุณหญิงหันไปแนะนำลูกสาวอย่างรู้สึกพอใจเมื่อเห็นว่าชีคหนุ่มกำลังมองอรุโณทัยอย่างไม่วางตา

       “สวัสดีครับสาวน้อยได้เจอกันซะที” เสียงทุ้มเอ่ยทักทาย พร้อมกับยื่นมือมาให้อรุโณทัยจับ แต่สาวน้อยกลับยกมือขึ้นไหว้เขาตามมารยาทไทยทำเอาคุณหญิงอรอุษาอดเคืองไม่ได้

       “สวัสดีค่ะ” เสียงหวานตอบสั้นๆ คล้ายไม่อยากจะเสวนาด้วย

       “ไปเต้นรำกันหน่อยไหม เผื่อจะได้คุ้นเคยกันมากขึ้น” ชีคหนุ่มเอ่ยพร้อมกับยกมุมปากยิ้มเรียบๆ

       “เอ่อ...” สาวน้อยกำลังจะอ้าปากปฏิเสธแต่ถูกผู้เป็นมารดาแทรกขึ้นก่อน

       “ไปสิลูก”

       อรุโณทัยจำเป็นต้องเดินตามชีคอัสรานไปยังฟลอร์เต้นรำ สาวน้อยยืนนิ่งจนกระทั่งมือหนายื่นเข้ามาโอบประคองพาขยับไปตามจังหวะดนตรี เมื่อยืนใกล้กันแบบนี้สาวน้อยรู้สึกว่าตัวเองเล็กกระจ้อยร่อยไปถนัดตา เขาไม่เพียงแต่สูงแต่รูปร่างนั้นบึกบึนแข็งแกร่ง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความหนักแน่นมั่นคงทำให้อรุโณทัยรู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับผู้ชายเต็มตัวคนหนึ่ง

ในขณะที่ดวงตาคมกล้าสีแอมเบอร์กำลังกวาดมองเครื่องหน้ารูปหัวใจทีละชิ้นส่วนอย่างพึงพอใจ ไล่ตั้งแต่คิ้วเรียวโค้งดั่งคันธนู ดวงตาสีน้ำตาลที่ประดับด้วยแพขนตางอนยาม จมูกโด่งรั้นนิดๆ พวงแก้มเนียนละมุน และจบลงที่เรียวปากบอบบางสีแดงระเรื่อรูประจับซึ่งเป็นจุดที่เขาจับจ้องนานเป็นพิเศษโดยไม่สนใจว่าหล่อนจะทำหน้าบึ้งตึงแค่ไหน

ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยมองใบหน้าคมคร้ามแทบถลนเมื่อรู้สึกว่าเอวเล็กของตนถูกเขารั้งไปแนบชิดกับต้นขาแข็งแรงของเขาจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน

       “กรุณาโอบหลวมๆ หน่อยได้ไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยอย่างตำหนิทันที ทว่าชีคหนุ่มกลับสำเหนียกถึงการท้าทายบางอย่างในดวงตาคู่สวยของร่างอรชรซึ่งกำลังขึ้งจัดอย่างที่ไม่เคยมีสตรีใดกล้าใช้สายตาแบบนี้เวลาอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของเขา

       “พูดได้ด้วยเหรอ ผมนึกว่ากำลังเต้นรำกับหุ่นยนต์ซะอีก”

       “ดิฉันเป็นคนมีชีวิตจิตใจและความรู้สึกค่ะ รักเป็น เกลียดเป็น” สาวน้อยเชิดหน้าขึ้น ในขณะที่ดวงตาสีแอมเบอร์กลับจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากเรียวบางรูปกระจับที่กำลังเผยอขึ้นลงในขณะพูด

       “แล้วกับผมรู้สึกยังไง...” ชีคหนุ่มจงใจส่งสายตาเจ้าชู้หรี่ลงชวนฝัน “...รักหรือเกลียด”

       “ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นค่ะ เพราะเราเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน”

       “งั้นเหรอ... ถ้างั้นเรามาทำตัวให้คุ้นเคยกันหน่อยเป็นไง”

สิ้นเสียงของชีคอัสราน ไฟที่สว่างโร่อยู่ก็ดับพรึบลงทันทีทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดชั่วขณะ คู่เต้นรำทุกคู่ยืนนิ่งอยู่กับที่ เช่นเดียวกับคู่ของชีคอัสรานและอรุโณทัย ทว่าลำแขนแข็งแรงยังโอบอยู่ที่เอวเล็กไม่ยอมปล่อย สาวน้อยพยายามดิ้นรน

“ปล่อยดิฉันนะคะ” เสียงใสพูดออกมาอย่างไม่พอใจ แต่ไม่ดังมากนักเพราะเกรงว่าคนอื่นจะได้ยิน

“ไม่ปล่อย” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ใกล้ๆ ริมฝีปากของหล่อนนี่เอง ลมหายใจอันร้อนแรงแห่งบุรุษเพศที่รวยรดลงบนพวงแก้มใสละมุนเป็นครั้งแรกในชีวิตสาวทำให้อรุโณทัยถึงกับเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ กำลังจะผงะใบหน้าออก แต่ถูกมือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นตรึงตรงท้ายทอย ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะประกบลง และทันทีที่ริมฝีปากนุ่มถูกครอบครอง สาวน้อยก็รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอันรุนแรงและเร่าร้อนสักหมื่นโวลต์แล่นผ่านขั้วหัวใจอย่างรวดเร็วจนร่างกายที่ประกอบด้วยเลือดเนื้ออันซับซ้อนอ่อนเปลี้ยไปหมด ริมฝีปากบอบบางถูกบังคับด้วยเรียวปากของบุรุษที่มากด้วยชั้นเชิงให้เผยอเปิด ก่อนที่ชีคหนุ่มจะเบียดแทรกปลายลิ้นอันรุ่มร้อนเข้าไปกวาดเซาะดูดดื่มเอาความหวานอันบริสุทธิ์อย่างถือสิทธิ์และไม่เคยมีบุรุษใดกล้าล่วงล้ำมาก่อน

ภายในเวลาไม่กี่วินาทีปลายลิ้นสากระคายก็เข้าไปสำรวจ พร้อมๆ ดูดชิมความหอมหวานอันแสนรื่นรมย์จากโพรงปากนุ่มละมุนทุกซอกส่วน ไม่มีตารางนิ้วใดที่ปลายลิ้นของชายหนุ่มจะละเลยการสัมผัส

ซ้ำร้ายไปกว่านั้นลิ้นอันร้อนรุ่มของเขายังไล่กระหวัดเกาะเกี่ยวเอาลิ้นนุ่มอันบริสุทธิ์ของหล่อนเข้าไปพัวพันด้วยลีลาเร้าอารมณ์จนสาวน้อยเผลอไผลดูดดื่มไปกับรสจูบสวาทของเขา

“รู้สึกว่าเราจะเข้ากันได้ดีนะสาวน้อย”

เสียงทุ้มกระซิบข้างๆ ใบหู หลังจากผละริมฝีปากออกพร้อมๆ กับที่อรุโณทัยรู้สึกตัวว่าตนเองถูกผู้ชายซึ่งร้ายกาจที่สุดจูบกลางที่สาธารณะ ถึงแม้ตอนนี้ไฟจะดับก็เถอะแต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์มาทำอะไรจ้วงจาบหล่อนอย่างหยาบคายแบบนี้ มือเรียวบางผลักร่างสูงออกห่าง พร้อมๆ กับที่ไฟสว่างขึ้น

       ใบหน้าหล่อคมประดับด้วยรอยยิ้มยียวนพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างล้อเลียน อรุโณทัยได้แต่หน้าแดงก่ำง้ำงอ ทำอะไรไม่ถูกชั่วขณะ ริมฝีปากบางยังคงสั่นระริกจากการถูกจุมพิตเมื่อไม่ถึงนาทีที่ผ่านมา

       “ดิฉันเกลียดคุณ!

       “แสดงว่าผมทำให้คุณรู้ใจตัวเองใช่ไหม”

       ร่างอรชรสั่นเทิ้มทำอะไรไม่ถูก พยายามกลั้นน้ำตาที่เกิดจากความเจ็บใจเอาไว้ แล้วก้าวฉับๆ ออกจากฟลอร์ตรงเข้าไปหาผู้เป็นมารดา โดยมีร่างสูงสง่าเดินตามหาห่างๆ

       “เป็นยังไงบ้างลูกอ้อ” คุณหญิงอรอุษาถามใบหน้ายิ้มแย้ม

       “อ้ออยากกลับบ้านค่ะคุณแม่”

“อ้าว ทำไมล่ะลูก” หญิงสูงวัยขมวดคิ้ว

“อ้อ ปวดหัวค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่กลับ อ้อจะกลับแท็กซี่เองนะคะ” สาวน้อยพูดอย่างจริงจัง ทำเอาคุณหญิงอรอุษาต้องยอมอ่อนข้อให้ทั้งๆ ที่ยังอยากให้ลูกสาวได้ทำความรู้จักกับชีคอัสรานมากกว่านี้

“ตกลงๆ กลับก็กลับลูก”

       ชีคอัสรานเดินมาสมทบในตอนนั้น พร้อมกับโค้งศีรษะให้กับคุณหญิงอรอุษาเล็กน้อย ก่อนจะปรายมองใบหน้าสวยหวานอย่างพอใจ และพอจะรู้สถานการณ์ดีว่าตอนนี้สาวน้อยคงอยากหลบหน้าเขาเต็มที

       “ต้องขอตัวกลับก่อนนะคะชีค พอดีว่าลูกอ้อไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ”

       “น่าเสียดายนะครับ กำลังสนุกเลย” เขาเน้นคำหลังพร้อมกับใช้สายตาสีแอมเบอร์จ้องลึกลงไปในดวงตาสวยซึ้งอย่างมีความนัย

       “ดิฉันก็เสียดายค่ะ เอาไว้เชิญชีคไปเที่ยวที่บ้านนะคะ”

       “ผมต้องไปอยู่แล้วครับ”

       “ถ้าอย่างนั้นดิฉันลาเลยนะคะ”

       “ครับ” ชายหนุ่มโค้งศรีษะให้อีกครั้ง ในขณะที่อรุโณทัยยังเชิดหน้าตั้งคอตรง ทำเหมือนไม่รู้มารยาทว่าต้องเอ่ยลาเขา ตอนนี้หล่อนไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น นอกจากอยากจะไปให้พ้นๆ หน้าผู้ชายบ้าตัณหาอย่างชีคอัสราน!

       “ลูกอ้อ” คุณหญิงอรอุษาสะกิดลูกสาวเบาๆ ทำให้สาวน้อยจำใจยกมือไหว้เขาอย่างเสียไม่ได้

       “แล้วเจอกันครับสาวน้อย”

อรุโณทัยได้แต่สะบัดหน้าพรืดด้วยความเจ็บใจ คุณหญิงอรอุษายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อได้ยินเช่นนั้น บอกลาว่าที่ลูกเขยอีกครั้งก่อนจะพาอรุโณทัยไปลาเจ้าของงาน

       สาวน้อยรู้สึกหายใจโล่งเป็นครั้งแรกเมื่อเดินออกจากงาน ไม่ใช่เพราะอึดอัดจากบรรยากาศหรือผู้คนที่คลาคล่ำแต่เป็นเพราะไม่อยากตกอยู่ในสายตาของผู้ชายคนนั้นต่างหาก

       “ปวดหัวมากเลยเหรอลูกอ้อนั่งเงียบเชียว” คุณหญิงอรอุษาหันมาถามลูกสาวซึ่งนั่งเงียบมาตลอดทางตั้งแต่ขึ้นรถมา

       “ค่ะ” เสียงหวานตอบสั้นๆ

       “ถ้าอย่างนั้นก็หลับเถอะ ถึงแล้วแม่จะปลุก”

       สาวน้อยนั่งหลับตาโดยหันไปทางหน้าต่างของฝั่งที่ตนเองนั่งอยู่ ทว่าทันทีที่หลับตาลงมโนภาพตอนที่ริมฝีปากรูปกระจับถูกชีคหนุ่มประกบจูบอย่างดูดดื่มก็ผุดพรายขึ้นอย่างน่าเจ็บใจ ปากร้อนรุ่มแบบบุรุษเพศไม่ต่างอะไรจากเปลวไฟที่ลามเลียบดเบียด มันช่างร้อนแรงดุจจะแผดเผาให้มอดไหม้ แต่ในขณะเดียวกันกลับตราตรึงอยู่ในใจอย่างประหลาด

...หล่อนโดนพรากจูบแรก!!...


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)




ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


สนุกมากค่ะ
โดย Anonymous | 1 year, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกค่ะ
โดย Anonymous | 1 year, 8 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
น่าสนุกอยากอ่าน
โดย Anonymous | 1 year, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อ่านแล้วชอบมากถึงอ่านแล้วก็ยังอยากอ่านอีก
โดย Anonymous | 1 year, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ชอบค่ะ น่าติดตาม
โดย utumpornjom | 1 year, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
None
โดย Anonymous | 1 year, 11 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
มีกุญแจ. คืออะไร. ???
โดย Anonymous | 1 year, 12 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อ่านและติดเลยค่ะ ชอบๆ
โดย Boosaya.s | 1 year, 12 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
เยี้ยมเลย น่าติดตามเป็นอย่างมากคะ👍👍✌✌
โดย Anonymous | 2 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
หน้าติดตามค่ะ
โดย Anonymous | 2 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุก
โดย Anonymous | 2 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
อ่านไม่ได้ทำยังไงค่ะ ที่มีรูปกุญแจ
โดย Anonymous | 2 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
Dee
โดย Ratchamu | 2 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha