แฝดรัก ชุลมุน (The Twins in Love)

โดย: Material.Girl



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : Destiny


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

The Twins in Love (แฝดรัก ชุลมุน)

Chapter 5: Destiny

                        ณ ฟินบีชคลับรีสอร์ท บาหลีอินโดนีเซีย ( 3 เดือนที่แล้ว)

                        อื้อออออ !!! (เสียงงัวเงีย)

                        ในห้องพักสุดหรูเวลาสายร่างเล็กขยับตัวตื่นขึ้น ลูน่าหลับสนิทตลอดทั้งคืน หญิงสาวตื่นขึ้นพร้อมบิดตัวไปหามีเสียงอู้อี้ออกมาจากลำคอ หญิงสาวขยี้ตาและมองไปรอบ ๆอย่างงัวเงีย ลูน่ามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นผ้าม่านบางปลิวไสว มีลมพัดเย็นเบาๆลอดเข้ามาในห้อง อากาศแสนสดชื่น มีกลิ่นไอทะเลจางๆทำให้สมองของหญิงสาวโล่งสุดๆ ลูน่าคิดทบทวนเรื่องวุ่นวายในคืนที่ผ่านมา ทำให้หญิงสาวรีบพุ่งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและหันรีหันขวางมองหาชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นั้น

                        ลูน่า: เอ๊ะ !!! หายไปใหนน่ะ (ลูน่าพึมพำกับตัวเอง

หญิงสาวลุกลงจากเตียงนุ่มและเดินสำรวจทั่วทุกมุมห้อง ไม่ปรากฏวี่แววของหนุ่มแปลกหน้าที่ชื่อเดวิดนั้น

                        ลูน่า : คนบ้าหายไปไร้ร่องรอย ฮึ!! กอดจูบฉันแล้วตอนนี้ก็หายไป !! บ้าจริงๆ อย่าให้ได้เจอะเจอกันอีกเลย

หญิงสาวเดินบ่นกะปอดกะแปดทั่วห้องและจัดการทำธุระส่วนตัวจนเสร็จเรียบร้อย วันนี้เธอจะไปเที่ยวให้ทั่วเกาะบาหลี ลูน่าอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขางาม เสื้อกล้ามตัวจิ๋วคว้านคอลึกโชว์ร่องอกเซ็กซี่ รองเท้าผ้าใบในแบบทะมัดทะแมงพร้อมทั้งรวบผมเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง หญิงสาวดูน่ารักมากในชุดทะมัดทะแมงสำหรับเที่ยวเกาะวันนี้ ก้นงอนงามกลมกลึงเป็นที่สะดุดตาของผู้คนเช่นเคย หญิงสาวเดินลงไปข้างล่างและไม่ลืมที่จะหยุดทักทายพนักงานต้อนรับและบอกกล่าวในเรื่องที่เกิดขึ้น

                            ลูน่า : นี่คุณ !! เมื่อคืนมีไอ้บ้าที่ใหนไม่รู้เข้าไปห้องฉัน พวกคุณดูแลยังไงผู้ชายคนนั้นบอกว่าพนักงานเป็นผู้ให้กุญแจ ทำไมพวกคุณถึงให้กุญแจห้องเดียวกับฉัน ถ้าไอ้บ้านั่นข่มขืนชั้นแล้วฆ่าหมกไว้ในห้องใครจะรับผิดชอบ

ลูน่ากล่าวตำหนิกึ่งโวยวายใส่พนักงานต้อนรับ พนักงานทุกคนที่เคาท์เตอร์ต่างก้มหน้านิ่งเพราะไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น แต่ละคนก้มหน้าและคิดว่าคงต้องตกงานกันไปตามๆกัน เพราะดูเหมือนคุณผู้หญิงท่านนี้จะไม่ยอมให้ผ่านไปง่ายๆ ทันใดนั้นก็มีเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นเป็นเสียงที่ทุกคนคุ้นหูเป็นอย่างดี

                            เดวิด : ไอ้บ้านั่นหน้าตาแบบใหนครับคุณผู้หญิง และไอ้บ้านั่นชื่อเดวิดด้วยหรือเปล่าครับ

ลูน่าหันไปมองที่มาของเสียง เห็นเดวิดยืนยิ้มกว้างด้วยท่าทางยียวนกวนประสาทอยู่ไม่ห่างจากเธอ

                            ลูน่า : ว๊าย !!นั่นเลย ไอ้บ้าคนนั้น พวกคุณเรียกการ์ดเดี๋ยวนี้เร็วสิยืนนิ่งทำไม ต้องไม่ให้เค้าเข้าห้องฉันหรือห้องของคนอื่นได้อีก เขาเป็นพวกโรคจิตพวกจิตไม่ปกติ เร็วสิยืนนิ่งทำไม

ลูน่าตะโกนดังลั่นพลางคิดว่าได้ทีแก้แค้นของเธอบ้าง ชายหนุ่มผู้นั้นไม่กล้าจูบหรือกอดเธอในที่สาธารณะเช่นนี้เป็นแน่ หญิงสาวยิ่งเร่งเสียงให้ดังขึ้นพลางชี้มือบอกพนักงานต้อนรับให้รีบจัดการไอ้โรคจิตผู้นั้น เหล่าพนักงานมองดูไอ้โรคจิตที่หญิงสาวกำลังกล่าวหาแล้วพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

                        ลูน่า : นายเสร็จแน่ !! ไอ้โรคจิต

ลูน่าหันไปพูดใส่เดวิดด้วยเสียงที่เค้นต่ำออกจากลำคอ แม้จะไม่ดังมากนักแต่ก็พอจะจับใจความได้ ใบหน้าสวยขณะนี้กำลังเชิดขึ้นอย่างผู้ชนะ

                            พนักงานต้อนรับ : เอ่อ !! คุณผู้หญิงครับ อะ..อะ..ไอ้โรคจิตคนนั้นทำอะไรคุณผู้หญิงหรือเปล่าครับ

พนักงานคนนึงเอ่ยถามขึ้นหลังจากได้รับสัญญานจากผู้เป็นนาย ซึ่งในขณะนี้กำลังโดนกล่าวหาว่าเป็น "ไอ้โรคจิต"

                            ลูน่า : นี่ !!! คุณถามแบบนี้หมายความว่ายังไง ฉันบอกอยู่นี่ว่าไอ้โรคจิตนั่นเข้าไปห้อง แล้วก็ จู... เอ่อ!!! เอาเป็นว่า ไอ้โรคจิตนั่นเข้าไปห้องฉันโดยไม่ได้รับอนุญาติ คุณไปเรียกการ์ดหรือตำรวจหรืออะไรก็ได้ ไปเรียกมาลากตัวไปเลยนายคนนั้นเป็นบุคคลอันตรายรู้มั้ย

ลูน่าเกือบหลุดปากบอกใครๆไปว่าไอ้โรคจิตนั่นจูบเธอกอดเธอและเห็นร่างกายเปลือยเปล่าของเธอ ดีที่หญิงสาวหยุดคำพูดเหล่านั้นไว้ก่อน เดวิดยืนยิ้มกว้างพลางจ้องมองสาวสวยตรงหน้า วันนี้เป็นอีกวันที่ลูน่าทำให้ชายหนุ่มไม่อยากละสายตาจากเธอ กางเกงตัวสั้นที่โชว์เรียวขายาวของหญิงสาวช่างน่ามองกว่าสิ่งใหน อีกทั้งเต้าอวบล้นเซ็กซี่ที่เห็นเป็นร่องจากเสื้อแขนกุดที่คว้านคอลึก ทุกสัดส่วนของหญิงสาวช่างบ่งบอกถึงความเป็นสตรีเพศที่โตเต็มวัยขนานแท้ เดวิดยังคงส่งสายตาสำรวจเรือนร่างของหญิงสาวไปเรื่อยๆ ลูน่าหันไปเห็นสายตาที่ชายหนุ่มกำลังจ้องมองและสำรวจบนเรือนร่างของเธอ หญิงสาวตวาดใส่ชายหนุ่มด้วยเสียงสูงทันที

                            ลูน่า : นั่นไง !!! พวกคุณเห็นมั้ย พวกคุณเห็นที่ไอ้โรคจิตนั่นมองฉันมั้ย คุณยังคิดว่าไอ้บ้านั่นเป็นคนปกติอีกเหรอจัดการอะไรซักอย่างสิ เร็วเข้ายืนนิ่งกันอยู่ทำไม

                            พนักงานต้อนรับ : เออะ…คือถ้า อะ..อะ..ไอ้โรคจิตนั่นไปห้องคุณผู้หญิงแต่ไม่ได้ทำร้ายหรือรุกรานคุณผู้หญิง และไม่มีสิ่งของสูญเสียหรือสูญหาย ผมเกรงว่าทางเราจะไม่สามารถเอาผิดได้ครับคุณผู้หญิง

พนักงานต้อนรับเอ่ยขึ้นกับลูน่าด้วยเสียงสั่นๆ เพราะโดนผู้เป็นนายส่งสัญญานให้ร่วมแกล้งหญิงสาว เหล่าพนักงานต้อนรับจึงมองหน้ากันไปมา และมองไปยังเจ้านายหนุ่มที่ยืนยิ้มเป็น "ไอ้โรคจิต" อยู่ขณะนี้ เดวิดขยิบตาให้เหล่าพนักงานต้อนรับเล่นละครเพื่อช่วยแกล้งลูน่า เหล่าพนักงานจำต้องแกล้งหญิงสาวตรงหน้าอย่างกระอักกระอวนใจ

                            ลูน่า : นี่!!! พวกคุณต้องให้ฉันบรรยายถึงความโรคจิตของไอ้บ้านี่ใช่มั้ย หึ !! ได้สิ!!

ความงุ่นง่านของเหล่าพนักงานทำให้ลูน่าหงุดหงิดมากขึ้น หญิงสาวหันไปทำตาโตใส่ไอ้โรคจิตแต่ไอ้โรคจิตคนนั้นกลับส่งยิ้มกว้างกลับมา พร้อมทั้งล้อเลียนหญิงสาวให้บอกเหล่าพนักงานว่าเขาโรคจิตอย่างไร ลูน่าเชิดใบหน้าสวยขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง พลางคิดว่า ยังไงแล้วเธอต้องจัดการไอ้โรคจิตนั่นให้ได้จะได้เข็ดหลาบไม่กล้ามายุ่งกับเธออีก

                            ลูน่า : โอเค !! ฟังน่ะ ในขณะที่ฉันกำลังอาบน้ำช่วงห้าทุ่มโดยประมาณ ไอ้โรคจิตนั่นไขกุญแจเข้าไปห้องนอนของฉัน เมื่ออาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เออะ...เอ่อ..ก็เปลือย..เออเปลือยเข้าใจมั้ย ฉันพบไอ้บ้านี่อยู่ในห้องนอนและจ้องมาที่ฉันแล้วก็…เออ..เอ่อจูบและยังกอดฉันอีก แค่นี้โรคจิตพอมั้ย !! โอ๊ย!!ฉันคงโดนข่มขืนแล้วหักคอตายคาห้องนอนไปแล้วถ้า ไม่ฟาดหัวไอ้บ้านั่นให้หัวแตก พวกคุณเข้าใจมั้ยว่าไอ้บ้านั่นเป็นตัวอันตราย

เหล่าพนักงานมองหน้ากันไปมายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จากเรื่องที่หญิงสาวตรงหน้าบรรยายอย่างละเอียดจนเห็นภาพ เหล่าพนักงานต้อนรับพอจะจินตนาการได้ว่า เจ้านายหนุ่มของตนแกล้งหญิงสาวหน้าสวยคนนี้อย่างไร เดวิดไม่สามารถกลั้นหัวเราะได้อีกต่อไป ชายหนุ่มหัวเราะลั่นกับความห้าวของลูน่า เพียงแค่ต้องการเอาชนะตนหญิงสาวถึงกับบรรยายเรื่องเมื่อคืนให้เหล่าพนักงานต้อนรับฟังเป็นฉากๆ เดวิดก้าวเท้าเข้าหาหญิงสาวแล้วคว้าร่างนุ่มนิ่มกรุ่นนั้น มากอดต่อหน้าทุกคนพร้อมทั้งฝังจมูกโด่งลงบนแก้มนุ่มของลูน่าฟอดใหญ่

                            เดวิด : ฮื้มมมมมม หอมจังเลยทูนหัว

ลูน่าดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขนแกร่งของชายหนุ่มอย่างงุนงง หญิงสาวไม่คิดว่าไอ้โรคจิตคนนั้นจะกล้าทำเช่นนี้ ลูน่าพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากการกอดรัดของชายหนุ่ม

                        ลูน่า : กรี๊ดดดดดด ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต แก แก แกหอมแก้มฉัน นี่ไง !! พวกคุณเห็นมั้ย ไอ้บ้านี่กำลังลวนลามฉัน เรียกการ์ดมาเร็ว เร็วสิ ช่วยด้วยพวกคุณยืนนิ่งทำไม แกปล่อยฉันน่ะ ช่วยด้วยๆ อื้อๆ ปล่อยฉัน

ลูน่าดิ้นไปมาขลุกขลักแต่ยิ่งดิ้นเดวิดก็ยิ่งกอดแน่นขึ้นและหอมแก้มนุ่มของหญิงสาวไม่หยุด เหล่าพนักงานพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองดูเจ้านายของพวกตนหยอกเย้าหญิงสาวตรงหน้า ลูน่าโมโหจนหูอื้อตาลายใบหน้าขาวนวลกลับแดงก่ำ คนที่นี่เป็นบ้าอะไรกันไปหมดไม่มีใครช่วยเธอไล่ไอ้โรคจิตนี่ได้เลย น้ำตาอุ่นเริ่มเอ่อล้นและไหลทะลักออกมาอาบแก้มนวล เดวิดเห็นดังนั้นจึงเลิกแกล้งหญิงสาว

                            เดวิด : เอาล่ะทุกคน นี่คุณโลนาเรียหรือคุณลูน่าแฟนผมเอง ทุกคนเคารพเธอเท่ากับที่เคารพผมล่ะกัน เอาล่ะกลับไปทำงานกันได้แล้ว

เหล่าพนักงาน : ครับนาย / ค่ะนาย

เสียงของพนักงานกล่าวรับคำสั่งจากผู้เป็นนายแล้วแยกย้ายกลับไปทำงาน ลูน่าหยุดดิ้นและเงยหน้ามองชายหนุ่มช้าๆ พร้อมกับความมึนงงสับสนคำถามพุ่งเข้ามาในสมองหญิงสาว เหล่าพนักงานฟังคำสั่งชายผู้นี้และ เรียกเขาว่า "นาย" นายเดวิดผู้นี้เป็นใครกันแน่ เดวิดก้มหน้ามองสาวน้อยในอ้อมกอดพร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตาให้หญิงสาว ชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มนุ่มอีกฟอดใหญ่ ลูน่ารู้สึกหูอื้อตาลายหายใจลำบากแล้วหญิงสาวก็หมดสติลงในอ้อมแขนของชายหนุ่ม



                            อื้อออ !!! (เสียงงัวเงีย)

เสียงงัวเงียดังขึ้นจากลำคอของลูน่าทำให้เดวิดรีบเดินมานั่งข้างเตียง หญิงสาวยกมือขึ้นกุมศรีษะและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาขาดช่วง ในขณะที่ตาก็ยังคงหลับพริ้ม

                            ลูน่า : ชั้นเป็นอะไรไป อื้อออ ปวดหัว

เสียงพูดอู้อี้อยู่ในลำคอหญิงสาว ลูน่าค่อยๆปรือตาขึ้นและปรับสายตาให้มองเห็นอย่างชัดเจน หญิงสาวนึกทบทวนเหตุการณ์ ลูน่าจำได้ว่าตัวเองอยู่ด้านล่างของโรงแรมก่อนจะหมดสติ

                            เดวิด : รู้สึกตัวแล้วเหรอคนดี เป็นยังไงบ้างครับ

เดวิดลูบศรีษะของลูน่าเบาๆพร้อมกับส่งยิ้มหวานอบอุ่นให้หญิงสาว

                            ลูน่า : เอ๊ะ !!! นี่แก !!! ไอ้โรคจิตอย่ามายุ่งกับฉัน ออกไป ออกไปน่ะ ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย

ลูน่าดีดตัวเองนั่งขึ้นอย่างรวดเร็วและรีบขยับหนีผู้ชายตรงหน้า หญิงสาวหยิบหมอนเขวี้ยงใส่ชายหนุ่มพัลวัน เท้าเล็กรีบก้าวลงจากเตียงพร้อมจะวิ่งหนีแต่ความเร็วของหญิงสาวยังช้ากว่าชายหนุ่มมากนัก เดวิดคว้าตัวลูน่ามากอดไว้แน่นหญิงสาวดิ้นขัดขืนสุดชีวิตน้ำตาอุ่นเอ่อล้นจนไหลทะลักออกอาบแก้มนวล ลูน่ารับไม่ไหวกับเรื่องบ้าบอนี้อีกแล้ว หญิงสาวสะอึกสะอื้นชายผู้นี้เป็นใครกันกล้าดียังไงมาทำเช่นนี้กับเธอ นึกจะจูบจะกอดก็ทำตามอำเภอใจเธอรักนวลสงวนตัวมาตลอด 30 ปี แล้วเขาเป็นใครกัน หญิงสาวยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจจึงร้องไห้สะอึกสะอื้นหนักขึ้นจนตัวโอนเอนไปมาในอ้อมกอดของเดวิด

                                ลูน่า : ฮือ ๆๆ ปล่อยฉันเถอะน่ะข้อร้องล่ะ อย่าทำอะไรฉันเลย ฮือๆๆ ปล่อยฉันเถอะน่ะ ขอร้อง ฮือๆๆ ฉันกลัวแล้ว ฮึกๆๆ ปล่อยฉันเถอะนะ ฮือๆๆ

ลูน่าไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะดิ้นน้ำตาอุ่นไหลออกมาไม่ขาดสาย หญิงสาวสะอื้นจนตัวโยนปากก็ยังคงพร่ำขอให้เดวิดปล่อยตน ชายหนุ่มเห็นน้ำตาของสาวน้อยในอ้อมกอดเวลานี้ทำให้ใบหน้าคมเครียดขึ้นทันที เดวิดเพียงแค่จะหยอกล้อหญิงสาวเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอร้องไห้หรือกลัวตนเองขนาดนี้ เดวิดรู้สึกเสียใจและไม่สนุกอีกต่อไป

                                เดวิด : เดี๋ยวครับลูน่า หยุดก่อนครับหยุดร้องไห้นะคนดี ผมขอโทษ ผมขอโทษนะ ผมแค่จะแกล้งหยอกคุณเท่านั้น

เดวิดพูดพลางขยับมือแกร่งซับน้ำตาให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน ปากก็พร่ำพูดว่าขอโทษไม่หยุด ลูน่าหยุดดิ้นและปล่อยให้ชายหนุ่มซับน้ำตาอย่างว่าง่าย ลูน่าเริ่มผ่อนคลายจากความเครียดลงเล็กน้อย

                                เดวิด : ผมขอโทษน่ะคนดี หยุดร้องน่ะครับผมไม่แกล้งคุณแล้วนะ

เดวิดพูดกับสาวน้อยด้วยความอ่อนโยนพร้อมกับประคองหญิงสาวนั่งลงบนโซฟา ลูน่ายังคงเงีบบและทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะเอ่ยถามคำถามกับชายหนุ่ม

                                ลูน่า : คุณเป็นใครค่ะ

                                เดวิด : ผมชื่อเดวิด ซาเทียวัน ผมเป็นทายาทคนเดียวของตะกูลซาเทียวันและเป็นผู้บริหารของที่นี่ ผมเห็นคุณครั้งแรก ผมก็ชอบคุณและอยากรู้จักคุณ

                                ลูน่า : อยากรู้จักฉัน คุณจึงต้องแกล้งเป็นคนโรคจิตมาอำฉันเหรอค่ะ คุณโรคจิตจริงๆ

ลูน่าส่งสายตาขุ่นเคืองมองไปยังหนุ่มหล่อตรงหน้าแต่หญิงสาวก็รู้สึกดีที่เขาเอ่ยขอโทษ

                                เดวิด : ก็ผมจีบผู้หญิงไม่เป็นนี่ฮะ ผมก็เลยต้องแกล้ง ผมขอโทษน่ะครับผมชอบคุณมาก แต่ผมไม่รู้จะทำยังไงให้ได้คุณเป็นแฟน

ชายหนุ่มสารภาพกับหญิงสาวด้วยท่าทีจริงจัง ลูน่าอดหัวเราะกิริยาของชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้แววตาขี้อ้อนของชายหนุ่มช่างอ่อนโยน และสายตาที่บ่งบอกถึงความจริงจังทำให้ลูน่าใจอ่อน

                                ลูน่า : คุณก็ขอฉันดีดีก็ได้ค่ะ ไม่ต้องแกล้งให้กลัวขนาดนี้

ลูน่าพูดพลางส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม หญิงสาวก็สับสนไม่น้อยที่ยอมสงบศึกและอภัยให้ชายหนุ่มโรคจิตผู้นี้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คำขอโทษและสายตาขี้อ้อนของเขาเท่านั้น เดวิดดีใจที่สุดที่สาวสวยตรงหน้ายอมส่งยิ้มหวานให้เขา เป็นสัญญาณว่าเธอหายโกรธเขาแล้วเป็นแน่

                                เดวิด : คุณไม่โกรธผมแล้วใช่มั้ยครับ เอ่อ...ลูน่าครับให้โอกาสผมได้ดูแลคุณในฐานะแฟนของผมได้มั้ย

เดวิดเอ่ยกับลูน่าด้วยน้ำเสียงจริงจังและหนักแน่นพร้อมส่งสายตาจริงจังนั้นให้หญิงสาว ทำให้ลูน่าอึ้งไปเช่นกันเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนจับต้นชนปลายไม่ถูก

                                ลูน่า : เออะ…เอ่อ..โกรธค่ะ !!! ฮ่า ฮ่า แต่เรื่องเป็นแฟนก็อีกเรื่องค่ะ เอ่อ... ถ้าคุณไม่ใช่โรคจิตฉันก็จะลองคบกับคุณดูก็ไม่น่าจะเสียหายมั้ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เดวิดดึงลูน่าเข้ามากอดแนบแน่นชายหนุ่มดีใจเหลือเกินที่หญิงสาวให้โอกาสตน เดวิดแปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อยที่ความรู้สึกของตนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกับสาวน้อยแปลกหน้าผู้นี้ ความรู้สึกที่อยากจริงจังกับเธออยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอ


เดวิดโอบกอดหญิงสาวอย่างสุขใจ นี่คงเป็น Destiny ตามที่ใครๆพูดกัน การที่คนสองคนจากต่างสถานที่มาพบเจอกันในเวลาอันสั้น แต่กลับรู้สึกผูกพันธ์กันลึกซึ้งราวกับรู้จักกันมานานแสนนาน


                               เดวิด : ลูน่าผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุดเท่าที่ เดวิด ซาเทียวัน คนนี้จะทำได้ ผมขอแค่โอกาสเท่านั้น

                                ลูน่า : ตกลงค่ะเดวิด ขอบคุณมากค่ะที่คุณให้เกียรติฉัน ถึงวิธีการขอเป็นแฟนของคุณจะแปลกๆไปซักนิด แต่ก็ตกลงค่ะ ฮ่าฮ่า

ลูน่าเงยหน้ามองชายหนุ่มพร้อมส่งยิ้มหวาน เดวิดประกบปากเรียวกระจับได้รูปลงบนปากอวบอิ่มจิ้มลิ้มของหญิงสาวทันที ชายหนุ่มค่อยบรรจงจูบหญิงสาวอย่างแผ่วเบา เดวิดค่อยๆเลียชิมรสหวานของริมฝีปากอวบอิ่ม และดุนดันลิ้นอุ่นเข้าชิมความหวานในโพรงปากเล็ก ชายหนุ่มตวัดวงแขนแกร่งโอบเอวคอดของหญิงสาว ลิ้นอุ่นดุนดันเย้าแหย่เข้าในโพรงปากอุ่นและตวัดดูดดึงลิ้นเล็กของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ลูน่าขนลุกชูชันด้วยความสยิวและไม่สามารถต่อต้านชายหนุ่มได้ เดวิดมอบจูบอันแสนหวานชวนเคลิบเคลิ้มให้กับหญิงสาวผู้ไม่ประสีประสา รสจูบแสนวาบหวามทำให้มือไม้ของลูน่าไม่มีเรี่ยวแรงและอ่อนยวบไปทั้งตัว เดวิดถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่งอ่อนโยน ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานของหญิงสาวที่ขณะนี้แดงก่ำราวกับตำลึงสุก

                                เดวิด : ฮ่า ฮ่า แค่จูบยังหน้าแดงขนาดนี้ แล้วถ้าผม..

                                ลูน่า : คนบ้า หยุดน่ะจะพูดอะไรคะ (ลูน่าพูดเสียงอู้อี้)

                                เดวิด : ฮ่า ฮ่า ผมล้อเล่นครับคนดี


ชายหนุ่มกอดหญิงสาวไว้ในอ้อมกอดอย่างเอ็นดู มือหนาลูบเส้นผมนุ่มสลวยอย่างทะนุถนอน ลูน่ารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่ชายหนุ่มมอบให้ หญิงสาวบอกกับตัวเองว่า เธออยากตื่นขึ้นมาและเห็นผู้ชายคนนี้ในทุกๆเช้าของเธอ......


นิยายสนุกมั้ย ?? แล้วตะเองให้ดาวยัง ?? อิอิ สำหรับ Material.Girl นั้น ถ้าชอบก็กดไลค์ อยากบอกอะไรก็คอมเม้น น่ะจ๊ะ



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"นิยายแฝดรักชุลมุน วุ่นวายน่ารักสับสน จนท่านผู้อ่านซื้อเหรียญแทบไม่ทัน ขอขอบพระคุณสำหรับกำลังใจและแรงสนุบสนุนไว้ล่วงหน้าน่ะคะ"

Material.Girl


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha