ทวงสิทธิ์ลับฉบับ CEO

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : ตอนที่ 11


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 11

เพลงพิณนอนร้องไห้จนเผลอหลับไปในที่สุด เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง หญิงสาวเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้น วันนี้ทั้งวันเธอต้องอยู่ท่ามกลางนางแบบและเมคอัพหลายต่อหลายคน ที่ห้องแต่งตัวเลยต้องเปิดแอร์แรงๆ ประกอบกับช่วงนี้เธอไม่ค่อยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แถมตั้งแต่เช้าหญิงสาวก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง นอกซะจากกาแฟ 1 แก้วที่เธอนั่งจิบในช่วงเช้าเท่านั้น ในเวลานี้ร่างกายของหญิงสาวจึงเหนื่อยล้าและโดนพิษไข้ถามหา เพลงพิณพยายามจะลุกขึ้นจากที่นอน แต่เธอก็ลุกขึ้นไม่ไหว เธอเลยขยับตัวดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่าง แล้วนอนหลับไปอีกครั้ง ด้วยเพราะถูกพิษไข้เล่นงานเข้าอย่างจัง

แมทธิวเห็นว่าภรรยาสุดที่รักเงียบไปนาน เขาเดินกลับขึ้นมาดูเธออีกครั้ง และพอเขาเปิดประตูเข้าไปก็เห็นเธอนอนคลุมโป่งตัวสั่นเทาอยู่ในผ้าห่ม พร้อมกับส่งเสียงครางอือ แมทธิวเดินไปนั่งข้างๆภรรยาสาว เขาเอามือแตะที่หน้าผากของเธอเบาๆ

“ไม่สบายแล้วทำไมไม่เรียกฉัน ตัวร้อนขนาดนี้เดี๋ยวได้ช็อคตายคาเตียงกันพอดี” แมทธิวบ่นทันทีที่รู้สึกถึงอุณหภูมิในตัวของหญิงสาว เขาเอื้อมมือเปิดลิ้นชักข้างเตียง แล้วหยิบยาลดไข้ที่เขาเก็บมันเอาไว้ แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นเล็กๆตรงเคาเตอร์ติดกับประตู หยิบขวดน้ำขึ้นมาเทใส่แก้ว แล้วเดินถือแก้วน้ำกลับมาวางตรงหัวเตียง

มือหนาเขย่าร่างบอบบางเบาๆ พร้อมกับปลุกเรียกหญิงสาวให้รู้สึกตัว “เพลง เพลง ตื่นมาทานยาซะ ไข้จะได้ลด”

“อือ... ฉันปวดหัว คุณเอาวางไว้ตรงนั้นแหละเดี๋ยวฉันทานเอง” หญิงสาวตอบกลับมาเสียงเหนื่อยๆ และยังคงนอนคลุมโปงอยู่แบบนั้น

“อย่าดื้อน่า ลุกขึ้นมาเร็วเข้า” เขาเอามือตวัดดึงผ้าห่มออก แล้วดึงตัวเธอให้พลิกหันมาหาเขา เพลงพิณลืมตาขึ้นมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วตอบเขาอย่างไม่เต็มเสียงนัก

“ฉันรู้แล้ว แต่ฉันลุกไม่ไหว คุณเอาไว้ตรงนั้นแหละเดี๋ยวฉันทานเอง”

“ลุกไม่ไหวงั้นเหรอ มาเดี๋ยวผมช่วยคุณเอง” แมทธิวพูดพร้อมกับขยับเข้าไป ค่อยช้อนร่างบางและออกแรงดึงตัวเธอ

แต่คนโดนปลุกกลับเริ่มรำคาญ “โอ๊ยย... ฉันอยากนอน เดี๋ยวฉันตื่นมาทานเอง”

“ไม่ได้! ต้องทานเดี๋ยวนี้” แมทธิวพูดเสียงดุๆพร้อมกับเอามือโอบประคองตัวของเพลงพิณให้ขยับนั่งพิงตัวไปกับหัวเตียง แล้วยื่นยาให้กับหญิงสาว

“อ่ะทานซะ ผมขี้เกียจโดนพ่อด่าว่าใจดำ ปล่อยให้เมียต้องเป็นไข้ตายคาเตียง”

เพลงพิณมองหน้าเขาอย่างไม่สบอารมณ์ เธอต่อว่าเขาเบาๆ “คุณจะพูดดีๆกับฉันบ้างมันจะตายรึไงฮะ ฉันไม่มีแรงจะมารบกับคุณหรอกนะ”

แมทธิวถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “ทานยาแล้วก็นอนพักซะ เดี๋ยวผมจะให้เด็กมาเช็ดตัวให้”

“ไม่ต้องยุ่ง เดี๋ยวฉันตื่นมาทำเองได้”

“นอนพักไปเถอะน่า แค่แขนยังยกไม่ไหว แล้วยังจะหยิ่งอีก มันน่าจับตีก้นนัก” แมทธิวประคองร่างของภรรยา แล้วขยับจัดท่าทางให้เธอนอนหลับอย่างสบาย ทั้งยังดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเธอเอาไว้

“คุณแมทธิว!...”

“รู้แล้วน่า ผมไม่แกล้งคุณหรอก สภาพอย่างนี้ใครจะทำลง คุณนอนพักเถอะ เดี๋ยวผมจะออกไปข้างนอก ไม่อยู่กวนคุณหรอก” แมทธิวพูดพร้อมกับนั่งมองหน้าภรรยาสาวแล้วยิ้มให้เธอเล็กน้อย เพลงพิณค้อนควับแล้วค่อยๆหลับตาลง แล้วเธอก็หลับไปจริงๆในที่สุด

แรกๆ แมทธิวตั้งใจจะให้เด็กรับใช้ขึ้นมาเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเธอ แต่พอเขาเอามือแตะที่หน้าผากของหญิงสาวเบาๆ และรู้ถึงอุณหภูมิที่กำลังสูงขึ้น ก็รีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำบิดหมาดๆ แล้วนำมาเช็ดซับใบหน้าและร่างอรชรของหญิงสาวซะเอง

และเมื่อเขาปลดเสื้อผ้าของเธอออก ดวงตาสีฟ้าก็วาวโรจน์เมื่อได้เห็นเรือนร่างอรชรในสภาพเปลือยเปล่า เขาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนากำผ้าในมือแน่น และเริ่มสั่นเมื่อต้องสัมผัสเข้ากับผิวกายสาวจริงๆ

แมทธิวต้องพยายามอดกลั้นสะกดอารมณ์ เขาเป่าปากและถอนหายใจออกมานับครั้งไม่ถ้วน เขาเดินวนกลับไปซักผ้าแล้วกลับมาเช็ดตัวให้กับภรรยาสาวซ้ำๆแบบนั้น จนความร้อนในตัวของเพลงพิณเริ่มลดลง ยิ่งเมื่อเขาต้องเช็ดและสัมผัสกับส่วนที่บอบบางที่สุดในกายสาว หัวใจของเขากลับเต้นโครมครามจนเขาแทบหายใจตามไม่ทัน

“เย็นไว้แมทธิว เย็นไว้ เย็น เย็น... เฮ้อ!...” แมทธิวหลับตาถอนหายใจเฮือกใหญ่ และเป่าปากออกมาอีกหลายๆครั้ง จนกระทั่งเช็ดผ่านส่วนสำคัญไปได้ และจัดการเช็ดตัวเธอต่อจนเสร็จ จึงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดนอนของเขาออกมาสวมใส่ให้กับหญิงสาว แล้วจัดท่าทางให้เธอได้นอนหลับอย่างสบาย ก่อนจะเดินออกไปสั่งให้แม่บ้านทำอาหารอ่อนๆในแบบที่เธอชอบ และเมื่อแม่บ้านจัดอาหารเสร็จ เขาก็ยกมันขึ้นมาที่ห้องนอนของเขาด้วยตัวเอง แมทธิววางถาดอาหารตรงโต๊ะเล็กข้างหัวเตียง แล้วนั่งมองดวงหน้าสวยหวานที่กำลังอยู่ในห้วงของนิททรา แล้วนึกไปถึงเรื่องราวในอดีต...

...........................................................................................

“แมทพ่ออยากให้แกแต่งงานและจดทะเบียนกับหนูเพลง”

“ไม่ครับ ผมไม่แต่งยังไงๆผมก็ไม่แต่ง”

“ทำไมถึงไม่แต่ง ในเมื่อแกเองก็ชอบเธอ และนี่ก็เป็นทางเดียวที่เราจะปกป้องเธอได้ แล้วทำไมแกถึงปฎิเสธ” แกริคมองหน้าลูกชายเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ

แมทธิวนั้นรู้ดีว่าในเวลานี้พ่อของเขาเอาจริง แต่เขาจะบอกกับพ่อยังไงดีนะ ว่าภาสกรนั้นเป็นเพื่อนของเขา และถึงเขาจะรักเธอแต่เขาก็ไม่อยากถูกตราหน้าว่าแย่งเมียเพื่อน และไหนจะรสนิยมดิบในตัวของเขาอีก เพราะเมื่อตอนที่เขาไปพบเธอที่กระท่อมหลังสวน เพลงพิณเองก็โดนภาสกรสาดซัดอารมณ์ดิบใส่ และเขาก็พอรู้ว่าเธอตกใจกลัวมากขนาดไหน และถ้าเธอต้องมารู้ว่าเขาเองก็มีรสนิยมแบบเดียวกับภาสกร เธอคงจะตื่นตกใจกลัว และเกลียดเขาไปเลยก็ได้ ซึ่งเขาเองก็คงจะทนไม่ได้ ถ้าเพลงพิณจะต้องเกลียดเขาเพราะเรื่องนั้น แมทธิวได้แต่นั่งก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าสบสายตากับบิดา เขานั่งนิ่งอยู่นานจนแกริคเริ่มทนไม่ไหว แกริคเลยออกคำสั่งเสียงเข้ม

“ในเมื่อแกไม่มีคำตอบให้ฉัน แกก็ต้องแต่งงานกับหนูเพลง”

“แต่...”

“ไม่มีแต่หรือว่าอะไรทั้งนั้น ถ้าแกไม่ได้รักเธอก็ถือซะว่าแกช่วยเหลือเธอก็แล้วกัน แกคงไม่อยากให้ไอ้ภาคมันกลับมาทำร้ายเธออีกใช่มั๊ย ฉันมั่นใจว่าไอ้ภาคต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง ฉันทิ้งเธอให้อยู่กับยายน้อมไม่ได้หรอกนะ ฉันกับโรสจะพาเธอไปนิวยอร์กด้วย และถึงฉันจะพาเธอไปนิวยอร์ก ไอ้ภาคมันก็คงจะตามไปเอาตัวเธอ แกก็รู้จักครอบครัวของมันดีไม่ใช่เหรอแมท ไอ้คนพวกนั้นมันเถื่อนมากขนาดไหน อะไรที่พวกมันต้องการ มันจะต้องเอามาให้ได้ แต่ถ้าแกไม่เห็นด้วย ก็เชิญกลับนิวยอร์กไปก่อนได้เลย ฉันกับโรสจะอยู่ปกป้องและคุ้มครองเธอเอง”

แกริคพูดจบก็เดินเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้แมทธิวนั่งครุ่นคิดเพียงลำพัง แมทธิวคิดตามคำพูดของแกริค ใช่สินะไอ้พวกนั้นทั้งโหดและเถื่อนเกินบรรยายตามนิสัยของพวกยากูซ่า แต่ถึงแม้ว่าพวกมันจะโหดและเถื่อนมากขนาดไหน พวกมันก็ยังมีข้อดีอยู่ คือจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้ว และเรื่องนี้ก็ถือเป็นกฏเหล็กที่สำคัญที่สุด ที่คนพวกนั้นยึดถือและปฏิบัติตามมาโดยตลอด แต่ว่าในตอนนี้ เวลานี้ เขาควรจะทำยังไงดี เขาควรทำตามที่พ่อของเขาบอกหรือว่ากลับนิวยอร์กดีนะ

ทางด้านเพลงพิณเองก็โดนมารดาและยายน้อมพูดเกลี้ยกล่อมและพยายามโน้มน้าว แกริคเดินเข้าไปนั่งข้างรสสุคนธ์ เขากระซิบถามภรรยาและกำลังปรึกษาหาทางออก แมทธิวก็เดินเข้ามานั่งลงตรงหน้า แล้วพูดเสียงดังฟังชัด

“ตกลงครับผมจะแต่งงานกับเพลง แต่...”

“แต่อะไร แกมีลูกเล่นอะไรอีกแมทธิว” แกริคถามลูกชายเสียงเข้ม

“หลังจากจดทะเบียนแล้ว เธอต้องไปอยู่กับผมที่นิวยอร์ก และต้องอยู่กับผมเท่านั้น ผมไม่ให้เธอตามไปอยู่กับพ่อ ถ้าตกลงผมก็แต่ง”

“คุณแมทธิว!...” เพลงพิณสบถเรียกเขาออกมาเบาๆ เพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยง แต่ลึกๆแล้วเธอกลับดีใจเป็นที่สุด เพราะเธอเองก็แอบชอบเขามาตลอด

“ว่าไงล่ะเพลงพิณ เธอทำได้รึเปล่า” แมทธิวถามหญิงสาวเสียงเข้ม

เพลงพิณส่ายหน้าปฏิเสธเสียงแข็งทันที “เพลงทิ้งยายไปไม่ได้ค่ะ ยายแก่แล้วถ้าเพลงไปแล้วใครจะอยู่ดูแล แม่คะแม่กับคุณลุงไปนิวยอร์กเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงเพลง เพลงดูแลตัวเองได้ค่ะ”

ยายน้อมถอนหายใจเบาๆ แล้วเอามือลูบศีรษะของหลานสาวเบาๆ “เพลงยายว่าหนูทำตามที่แม่กับพ่อแกริคเขาบอกจะดีกว่านะ ยายคงทนไม่ได้ถ้ายายจะต้องนับญาติกับคนพวกนั้น ถ้าคนพวกนั้นมันมาเอาตัวหนูไปจริงๆยายเองก็คงจะช่วยอะไรหนูไม่ได้ พ่อแมทธิวน่ะเขาเป็นคนดี เขาจะปกป้องและดูแลหลานของยายได้ ทำตามที่ยายขอเถอะนะหลาน ยายคงนอนตายตาไม่หลับ ถ้าหลานของยายจะต้องไปเป็นคนของพวกมัน”

“แต่เพลงไม่อยากทิ้งยาย ถ้าเพลงไม่อยู่แล้ว...”

“ไม่ต้องห่วงยายหรอกลูก ยายอยู่ที่นี่คนเดียวซะที่ไหน เอมอรก็ยังอยู่ทั้งคน ไหนจะมลกับเจ้าแคน หลานไปอยู่ที่โน่นกับคุณแมทเขาน่ะดีแล้ว ถ้าวันไหนคิดถึงยายก็โทรศัพท์มาหายายก็ได้นี่จ๊ะ”

“คุณยาย...”

ในที่สุดเพลงพิณก็ยอมตกลง แกริคสั่งให้เด็กในบ้านไปอำเภอ ตามเจ้าหน้าที่มาจดทะเบียนสมรสให้กับแมทธิวและเพลงพิณ และพาทั้งสองคนกลับนิวยอร์กพร้อมกับเขาและรสสุคนธ์ในค่ำของวันนั้น...

………………………………………

เหตุการณ์ปัจจุบัน

แมทธิวระบายยิ้มออกมาเมื่อนึกย้อนไปเมื่อครั้งที่เขาถูกบังคับให้แต่งงาน ถ้าวันนั้นฉันไม่แต่งงานกับเธอ ในวันนี้ฉันจะเสียใจมากแค่ไหนกันนะ ฉันสัญญา...ว่าฉันจะไม่ยอมให้ไอ้ภาคมาแตะเธอได้แม้แต่ปลายเล็บ ใครที่มันกล้ามาทำร้ายเมียฉัน มันจะต้องได้รับโทษอย่างสาสม!...

“ยิ้มอะไรคะ”เสียงหวานๆที่ร้องถาม ทำให้แมทธิวสะดุ้งเล็กน้อย

“ฮึ... คุณตื่นแล้วเหรอเพลง เป็นไงบ้างดีขึ้นบ้างรึเปล่า” แมทธิวถามเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่หญิงสาวกลับรู้สึกแปลกๆ เธอยื่นมือมาแตะที่หน้าผากของเขาเบาๆ

คิ้วหนาย่นเข้าหากัน แล้วถามด้วยความสงสัย “ทำอะไร?...”

คนป่วยกลับยิ้มเล็กน้อย “ก็คุณพูดดีกับฉัน และฉันก็คิดว่าคุณคงจะติดไข้และไม่สบาย”

“ทำเป็นเล่นไป เวลาผมพูดดีก็หาว่าไม่สบาย สงสัยคงต้องกลับไปสวมบทตัวร้ายเหมือนเดิม”

“ไม่เอานะ แบบนี้ก็ดีแล้ว ฉันขอโทษค่ะ ฉันก็แค่แหย่ยคุณเล่นเท่านั้นเอง”

“หิวรึยัง ผมให้แม่บ้านทำอาหารไทยมาให้คุณ” แมทธิวพูดพร้อมกับหันไปขยับเลื่อนโต๊ะเล็กๆ ที่มีถาดอาหารวางอยู่ให้เข้ามาใกล้ๆ

“มากกก... ตั้งแต่เช้าฉันยังไม่ได้ทานอะไรเลย หืม...หอมจัง” หญิงสาวพูดพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาสูดกลิ่นของอาหาร

แมทธิวเห็นท่าทางของเธอก็อมยิ้ม แล้วเผลอพูดแซวเธอโดยไม่รู้ตัว “ชอบอดอาหารแบบนี้ล่ะสิ ถึงได้เล็กเท่ากระเปาะมือ”

แต่คนโดนแซวกลับหน้ายุ่งทันทีที่ได้ยิน เธอมองหน้าเขาแล้วถามเสียงแข็ง “อะไรเล็กเท่ากระเปาะมือ นี่คุณ... ใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉัน อย่าบอกนะว่าเป็นคุณ” เพลงพิณตวัดเสียงใส่เขา แล้วจ้องหน้าเอาคำตอบ แมทธิวเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองเผลอหลุดพูดอะไรออกไป เขาเลยรีบร้องปฏิเสธ

“เฮ้ย! เปล่า ผมให้เด็กเปลี่ยนให้”

“แล้วคุณอยู่ในห้องด้วยรึเปล่า”

“เปล๊า...”

“ทำไมต้องทำเสียงสูง นี่คุณเห็นของฉันแล้วเหรอ” เพลงพิณแว๊ดใส่เขา แล้วจ้องหน้าเอาความกับคนตรงหน้า แมทธิวส่ายหน้ารัวๆ แต่มือของเขากลับซ่อนอยู่ข้างๆกาย แล้วแอบเอานิ้วชี้กับนิ้วกลางไขว้กัน

“เห็นหรือไม่เห็น! เพลงพิณแว๊ดใส่เขาเสียงดัง แมทธิวส่ายหน้าเบาๆแล้วพูดตอบเธอไม่เต็มเสียงนัก

“ม่าย...เห็น ผมไม่ได้อยู่ในห้องหรอกน่า ผมเป็นลูกผู้ชายพอ...” แมทธิวพูดพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ และทำหน้าจริงจังให้เธอเชื่อ

“แล้วไป แล้วนี่มีอะไรทานบ้างล่ะ” เมื่อเพลงพิณหันมาสนใจอาหารในถาดแทน แมทธิวกลับแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ก็นี่ไง” แมทธิวเปิดฝาให้คนป่วยได้เห็น เพลงพิณยิ้มหน้าบานทันทีเมื่อได้เห็นอาหารไทยที่เธอไม่ได้ทานมานานมาก แล้วยื่นมือออกไปรับถาดอาหารจากเขา

“ว๊าว!... แกงจืดเต้าหู้ มีข้าวด้วย ส่งมาสิคะ ฉันหิวและพร้อมจะทานแล้ว”

แมทธิวส่ายหน้า พร้อมกับหยิบช้อนมาเตรียมตักอาหารป้อนเธอ “ไม่ เดี๋ยวผมจะป้อนคุณเอง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทานเองได้”

เมื่อคนป่วยเริ่มดื้อ เขาเลยสั่งเธอด้วยน้ำเสียงดุๆ “นั่งเฉยๆ ผมบอกว่าจะป้อนคุณ”

แต่คนโดนดุกลับทำหน้างอง้ำทันที “พูดดีๆก็ได้ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วยเล่า”

“ก็เด็กดื้อ ก็ต้องมีเสียงดังกันบ้าง”

“ฉันไม่ใช่เด็กนะ!” เพลงพิณตวัดเสียงแข็งใส่เขาอีกครั้ง แล้วจ้องหน้าเขาอย่างไม่สบอารมณ์

แมทธิวยิ้มออกเมื่อได้ยิน แถมยังพูดจามีนัยอีกแน่ะ “ใช่จ้ะที่รัก คุณไม่เด็กเลยซักนิด”

“คุณแมทธิว!!...

“อ่ะๆ มาทานอาหารได้แล้ว ไหนคุณจะทานอะไรก่อน”

“แกงจืด เอาเต้าหู้ก่อน”

แมทธิวทำตามที่เธอบอก เขาตักเต้าหู้ไข่ชิ้นโตขึ้นมา เพลงพิณเห็นก็ร้องค้านเสียงหลง “เอาชิ้นเล็กสิ แล้วก็เอาหมูด้วย เอาน้ำนิดเดียวก็พอ”

“โอเคๆ สั่งเป็นเด็กๆเลยนะ อ่ะอ้าปากกว้างๆสิคุณ อ้าแค่นั้นมันจะเข้าไปหมดได้ยังไง”

“ก็ทำแค่พอคำสิคะ ตักเยอะขนาดนั้นเต็มปากกันพอดี”

แมทธิวทำตามที่ภรรยาสาวบอก แถมยังก้มเป่าเบาๆ เพลงพิณหน้าแดงซ่านทันทีเมื่อเห็นท่าทางที่อ่อนโยนของเขา “อ่ะนี่จ้ะที่รัก เต้าหู้ชิ้นเล็กพอคำ และก็มีหมูตามที่สั่งเป๊ะ”

“อืม... อร่อยมาก ขอบคุณค่ะพระเจ้า” หญิงสาวหลับตาพริ้มรับรสอาหารพร้อมกับกุมมือทำท่าทางสวดขอพร

“ขอบคุณพระเจ้าแล้ว ไม่คิดจะขอบคุณผัวหน่อยเหรอที่รัก” แมทธิวแกล้งพูดแซวเธอ แต่เพลงพิณกลับหันมายิ้มให้เขาแล้วพูดบอกเขาซะเสียงหวานเพราะหู

“ขอบคุณค่ะ วันนี้คุณน่ารักที่สุด” แมทธิวได้ยินก็มองหน้าภรรยาสาวอย่างอึ้งๆ แก้มสากทั้งสองข้างมีสีเข้มขึ้นเล็กน้อย

“เขินฉันเหรอคะ ฉันก็แค่พูดเล่นเท่านั้นเอง”เพลงพิณแกล้งพูดแซวเขา แมทธิวปรายตามองเธอแว่บหนึ่งแล้วหันไปสนใจตักอาหารตรงหน้า เพลงพิณยิ้มนึกขำท่าทางดูงอนๆของเขา เธอยื่นหน้าเข้ามาหอมแก้สากเบาๆ แล้วกระซิบบอกเขาด้วยน้ำเสียงหวานๆ

“ความจริงแล้ว วันนี้คุณน่ารักม๊าก...มากกค่ะ” ครั้งนี้สองข้างแก้มของแมทธิวกลับมีสีเข้มขึ้นกว่าเดิม เขามองดวงหน้าหวานของภรรยานิ่งๆ เพราะเขินจนทำอะไรไม่ถูก ที่โดนเธอขโมยหอมแก้มแล้วพูดจาด้วยน้ำเสียงหวานๆ พอโดนเขามองนานๆเพลงพิณเองก็นึกเขินที่กล้าทำอะไรแบบนั้น

“นี่คุณ...นั่งเฉยทำไมตักมาอีกสิคะ เอาแบบเมื่อกี้เลยนะ” แมทธิวอมยิ้มแล้วตักเต้าหู้กับหมูชิ้นเล็กๆ เพลงพิณเองก็แอบยิ้มและเขินไปกับเขา แต่พอเห็นอาหารที่เขาตักใส่ช้อนก็ร้องบอกเขาอีกครั้ง

“เอาหมูเยอะๆสิคะ เอาน้ำซุปด้วย”

“อืม... อร่อยที่สุดขอบคุณนะคะ” แมทธิวอมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางเหมือนเด็กๆของเธอ

สองสามีภรรยานั่งป้อนอาหารและพูดคุยกัน และหยอกล้อกันราวกับเป็นคู่รักที่เพิ่งรักกันใหม่ บรรยากาศในห้องเริ่มกลายเป็นสีชมพู ทุกๆอย่างเริ่มจะดีขึ้น จนเมื่อถึงเวลาเข้านอน

แมทธิวมองภรรยาสาวที่กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง เขายืนขึ้นแล้วถอดเสื้อออก เพลงพิณหันควับมามอง แล้วรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมโปงทันทีพร้อมกับร้องถามเขาเสียงหลง “นั่นคุณจะทำอะไร”

“ก็ถอดเสื้อไง ทำไมหรือว่าคุณคิดว่าผม...”

“หยุด! หยุดพูด อย่าพูดออกมานะ”

แมทธิวยิ้มกว้าง ในทีแรกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่พอเห็นท่าทางของภรรยาสาวก็นึกอยากจะแกล้งซะหน่อย มือหนาปลอดเข็มขัดออก แล้วรูดซิบกางเกงลง แล้วดึงกระชากผ้าห่มออก เพลงพิณตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อได้เห็นเขาในลักษณะเปลือยท่อนบน แต่เธอก็เผลอจ้องมองซิกแพ็คและร่างกำยำที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อของเขาค้างหลายนาที จนแมทธิวแกล้งพูดแซว

“มองผมแบบนี้ อยากกินผมล่ะสิ”

เพลงพิณรีบเอามือปิดหน้าแล้วร้องค้านเขาเสียงหลง “บ้า ใครจะไปอยากกินคุณ”

“อยากดูตรงไหนอีกรึเปล่า รึว่าคุณอยากดูต่ำกว่านี้”

“อย่านะ อย่าถอด ไปถอดในห้องน้ำโน่น อย่ามาถอดตรงนี้”

“แต่ผมอยากถอดตรงนี้” แมทธิวพูดจบก็ถอดกางเกงตัวนอกออกต่อหน้าต่อตาหญิงสาว มือเรียวที่ปิดบังใบหน้าก็ขยายกางออกเล็กน้อย ก่อนจะร้องกรี๊ดๆลั่นห้อง

“กรี๊ด! ไอ้คนบ้า ไอ้คนลามก”

แมทธิวหัวเราะชอบใจลั่นห้องก่อนจะเดินไปที่ห้องแต่งตัวคว้าชุดคลุมมาสวมใส่ เพลงพิณถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือเรียวจับที่หน้าอกพร้อมกับเป่าปากออกมาอย่างโล่งอก

“ไอ้คนบ้า ชอบแกล้งนัก”

และเพียงครู่เดียวแมทธิวก็เดินออกมา มือหนาทั้งสองที่กำชุดคลุมเอาไว้ สะบัดกางออกแล้วยืนหมุนตัวให้เธอได้เห็นเรือนร่างเปล่าเปลือยของเขา พร้อมกับยิ้มหวานๆ แล้วส่งจูบลอยมาให้เธอ

กรี๊ด!!...

เพลงพิณร้องกรี๊ดลั่นห้องพร้อมกับรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมโปง แมทธิวหัวเราะชอบใจเสียงดังลั่นห้อง ก่อนจะเดินผิวปากเข้าไปในห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี

“ตาจะเป็นกุ้งยิงรึเปล่านะ คนบ้ารู้ว่าอายก็ยังชอบแกล้ง” เพลงพิณนอนเขินอายหน้าแดงซ่านอยู่ในผ้าห่ม เธอนอนเล่นโทรศัพท์อยู่พักใหญ่ๆและก็เผลอหลับไป

แมทธิวเดินออกมาจากห้องน้ำเห็นว่าภรรยาสาวเงียบไป ก็เลยเดินไปแต่งตัวสวมเพียงกางเกงนอนตัวเดียว แล้วเดินออกมาก้มมองดูเธอข้างๆเตียง พอเห็นว่าเธอหลับก็เลื่อนมือไปแตะที่หน้าผาก ก่อนจะสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มอย่างเบาที่สุด แล้วขยับตัวดึงเธอเขามากอดแนบอก

“นี่คงเป็นคืนแรกที่เราจะได้นอนด้วยกัน หลังจากที่เราแต่งงานกันมาตั้งสองปีสินะ” แมทธิวพูดพึมพำ แล้วก้มกดจูบเบาๆที่เรียวปากอวบอิ่ม ซึ่งในเวลานี้มันดูแห้งผากจนน่าสงสาร

“ฝันดีนะที่รักของฉัน” เขากระซิบเบาๆที่ข้างหูของคนในอ้อมกอด แล้วขยับอ้อมแขนและหลับตาลง

คนตัวเล็กในอ้อมกอดของเขายิ้มออกมาเล็กน้อย มือเรียวเลื่อนไปโอบกอดร่างกำยำ และหลับไปจริงๆในที่สุด...

................................................................................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอขอบคุณสำหรับนักอ่านที่มอบเหรียญกำลังใจให้กับนิยายเรื่องนี้นะคะ ^^"

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


None
โดย Anonymous | 1 year, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha