ทวงสิทธิ์ลับฉบับ CEO

โดย: ณรีรัช



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 14 : ตอนที่ 13


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 13

เพลงพิณกำลังช่วยแม่บ้านจัดของๆเธอ ที่คนของแมทธิวไปเอามาจากอพาทเม้น หญิงสาวกำลังนั่งเลือกของใช้อยู่หน้ากระจก และสังเกตว่าแม่บ้านและเด็กรับใช้หยุดจัดของและเดินออกไป ก็หันหลังมาเจอเข้ากับตัวต้นเหตุ เพลงพิณหันหลังกลับ แล้วจัดของต่อราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แมทธิวยืนพิงขอบประตูมองเธอมาได้สักพักแล้ว แต่ภรรยาสาวกลับไม่สนใจ ยังคงหยิบนั่นจับโน่นจับนี่ ปล่อยให้เขากลายเป็นอากาศประดับห้องซะอย่างนั้นแหละ แมทธิวเริ่มทนไม่ไหวที่ถูกเมิน เขาเดินเข้าไปสวมกอดร่างอรชรจากทางด้านหลัง แล้วก้มหอมแรงๆที่แก้มขาวนวลซะฟอดใหญ่ แล้วแนบใบหน้าให้ติดชิดกับดวงหน้าสวยหวานของภรรยาสาว

“โกรธผมเรื่องอะไร” แมทธิวกระซิบถามพร้อมกับหอมแก้มขาวนวลซ้ำๆ แต่คนในอ้อมกอดกลับไม่โอนอ่อนไปกับสัมผัสของเขา เธอยังคงหยิบนั่นจับนี่ต่อ ทั้งๆที่โดนกอดรัดแบบนั้น แต่ทว่าขอบตากับร้อนผ่าว แดงก่ำและเริ่มมีน้ำใสๆรื้นออกมาคลอเต็มสองตาซะอย่างนั้น

“เพลง ถ้าคุณไม่พูดแล้วเมื่อไหร่ผมจะรู้ คุณอยากให้เรากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนเหรอที่รัก” แมทธิวพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

เพลงพิณหมุนตัวมาหาเขาทันทีที่ได้ยินคำพูดของเขา “ถ้าอย่างนั้นคุณก็บอกเพลงมาสิคะว่าทำไมคุณถึงปฏิเสธเพลง เพราะอะไรคะแมท”

แมทธิวยืนมองเธอนิ่งๆ เขาไม่รู้ว่าจะบอกกับเธอว่ายังไงดี ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ แล้วก้มกดจูบที่เรียวปากอวบอิ่ม แต่ยังไม่ทันที่จะได้สัมผัส เพราะเพลงพิณกลับผลักใบหน้าเขาออก และพยายามปลดอ้อมแขนของเขาให้พ้นไปจากตัวเธอ

“ไม่ต้องมาแตะเพลง รังเกียจเพลงก็ไม่ต้องมาแตะตัวเพลงอีก ปล่อย! ปล่อยเพลงเดี๋ยวนี้นะ!” เพลงพิณเริ่มอาละวาด แต่แมทธิวกลับไม่ยอมปล่อย เขากลับยิ่งกอดรัดเธอแน่นยิ่งกว่าเดิม แล้วซบหน้าลงที่ไหล่บอกบาง

“เพลงบอกให้ปล่อย เกลียดกันก็ไม่ต้องมาใกล้ ไม่ต้องมากอดเพลงอีก ไม่ต้องกอด ปล่อย! เพลงพิณทั้งดิ้นและพยายามแกะมือและแขนของเขาออก

“ผมไม่เคยเกลียดเพลง ผมรักเพลง รักตั้งแต่เห็นครั้งแรก และทุกวันนี้ผมก็ยังรัก” แมทธิวพูดทั้งๆที่ยังซบหน้าลงกับไหล่บอบบางของภรรยาสาว

“รักแต่ก็ปฏิเสธเพลง คุณไม่ต้องเอาคำหวานๆของคุณมาหลอกให้เพลงหลงเชื่ออีก ต่อไปนี้เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ปล่อยและถอยไป คุณไปนอนที่ห้องอื่น ห้องนี้เป็นของเพลง ปล่อยได้แล้ว ปล่อย!” เพลงพิณดิ้นขัดขืนหนักขึ้น แต่แมทธิวกลับเพิ่มแรงกอดรัด ไม่ให้เธอหลุดออกจากอ้อมแขนของเขาง่ายๆ

“ไม่ปล่อย! ผมรักเพลงและผมก็จะนอนห้องนี้ นอนกอดเพลงทุกๆคืน”

เมื่อสู้แรงของเขาไม่ได้ เพลงพิณก็หยุดดิ้น ยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา “หยุดเถอะค่ะแมท หยุดสร้างภาพของคู่รักหวานแหว๋วได้แล้ว เพราะเราไม่ได้เป็นแบบนั้น”

“ผมไม่ได้สร้างภาพ ผมรักเพลงจริงๆ และรักมากที่สุด” แมทธิวพูดทั้งยังกอดและซบหน้าเข้ากับไหล่บอบบาง เขาไม่อยากมองหน้าของเธอในเวลานี้ เพราะคนในอ้อมกอดคงกำลังจ้องจะเอาคำตอบที่เขาไม่สามารถพูดบอกกับเธอได้ และเธอเองก็คงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ตอบเพลงมาสิคะ ว่าเพราะอะไร” เพลงพิณออกแรงผลักใบหน้าของเขาออกจากไหล่ของเธอ แมทธิวยังคงโอบกอดร่างบางเอาไว้ได้ มือเรียวเล็กจับใบหน้าของสามีเอาไว้ แล้วจ้องหน้าสามีเพื่อรอฟังคำตอบ

แมทธิวมองหน้าภรรยาสาวนิ่งๆ ในใจก็นึกสงสารเธอจับใจ แต่เขาไม่รู้จะพูดบอกกับเธอยังไงน่ะสิ มือหนาเลื่อนขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้กับคนในอ้อมกอด แล้วก้มจะกดจูบที่หน้าผากของเธอ แต่เพลงพิณกลับเบือนหน้าหนี แมทธิวเลยถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาโอบกระชับอ้อมแขน แล้วเอามือกดศีรษะของเธอให้ซบไปกับแผงอกของเขา

“เพลงอย่าเพิ่งเร่งรัดผมเลยนะ เรื่องนั้นมันไม่จำเป็นสำหรับเราเลยซักนิด ผมรักเพลงมาก รักด้วยหัวใจของผม แค่ให้ผมได้อยู่ใกล้ๆเพลง ได้นอนกอดเพลงทุกๆวันแบบนี้ ผมก็พอใจแล้ว ส่วนเรื่องนั้นถ้าพร้อมเมื่อไหร่ มันจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนจ้ะ เชื่อผมนะที่รัก ขอให้คุณเชื่อผมสักครั้ง” แมทธิวพูดปลอบเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เพลงพิณเริ่มจะโอนอ่อนไปกับคำพูดของเขา หญิงสาวซบหน้าไปกับแผงอกของเขาเพียงครู่ ในสมองของเธอคิดไปต่างๆนาๆ แล้วหวนคิดไปถึงคำพูดของเพื่อนร่วมงานของเธอ ที่เคยพูดบอกกับเธอว่าสามีเป็นโรคอ่อนแรง และน่าเห็นใจมาก

ใช่สิ!...เขาอาจจะเป็นโรคนั้น และไม่กล้าบอกเราก็ได้ เมื่อนึกได้ดังนั้นเพลงพิณก็เกิดรู้สึกเห็นใจสามีอย่างสุดซึ้ง ดวงหน้าสวยหวานเงยขึ้นมองใบหน้าคมสันของสามี แล้วยิ้มให้เขาเล็กน้อย เล่นเอาคนตัวโตงงเต็กเมื่อเห็นรอยยิ้มของเธอ แต่ที่ทำให้เขายิ่งงงหนัก ก็คือคำพูดของภรรยาสาวน่ะสิ

“ไม่เป็นไรค่ะแมท ฉันขอโทษนะคะที่ฉันไม่เข้าใจคุณ และก็ขอโทษที่ฉันต่อว่าคุณ ฉันเข้าใจค่ะว่าคุณคงจะอาย และไม่กล้าบอกกับฉัน แต่คุณไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวนี้หมอเก่งขึ้นเยอะ เรื่องแค่นี้หมอจัดการได้สบายมากค่ะ และฉันก็จะพาคุณไปรักษาด้วยตัวเองด้วยค่ะ”

คิ้วหนาย่นเข้าหากันทันทีที่ได้ยินคำพูดของภรรยา และเพียงครู่ภรรยาสุดที่รักก็ถามเขาด้วยน้ำเสียงหวานๆ

“คุณเป็น...โรคอ่อนแรง...หรือคะแมท”

ห๊า!...

เสียงร้องของแมทธิวดังลั่นด้วยตกใจในคำถามของภรรยาสาว เขานิ่งอึ้งไปเพียงครู่ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง พร้อมกับพยักหน้าตอบเธอเบาๆ เพราะทางเลือกที่เธอหยิบยื่นให้ก็คงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเขาในเวลานี้

ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า ใช่ ใช่ที่รัก ผมขอบคุณที่คุณเข้าใจผม

แมทธิวตอบเธอยิ้มๆ แต่เพลงพิณกลับไม่ขำไปกับเขา เธอโอบกอดแล้วซบหน้าไปกับแผงอกของเขา และนึกเห็นใจสามีของเธอทั้งๆที่เขามีพร้อมทุกอย่าง แต่กลับต้องมาเป็นโรคที่น่าอับอายสำหรับชายชาตรีเช่นนี้

แมทธิวนั้นอมยิ้มและพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้  เขาโอบกอดร่างบอบบางของภรรยาเอาไว้แนบอก ให้เธอเข้าใจแบบนี้มันก็คงจะดีกว่าที่จะปล่อยให้เธอจมอยู่กับความน้อยเนื้อต่ำใจที่โดนเขาปฏิเสธ...

ในที่สุดเธอก็เข้าใจเขา แมทธิวนั้นรู้สึกโล่งอกแบบแปลกๆ และความสุขก็หวนกลับเข้ามาในชีวิตคู่ของเขาอีกครั้ง เพลงพิณนั้นคอยเอาอกเอาใจสามี คอยหานั่นหานี่ หาอาหารที่ช่วยแก้ไขสำหรับโรคที่สามีเป็น มาให้เขาทานอยู่ไม่ขาด เพราะแมทธิวไม่ยอมไปหาหมอกับเธอ เขาคอยปัดและหาข้ออ้างทุกครั้งที่เธอชวนเขาไปหาหมอ แต่แมทธิวก็ไม่เคยขัดในเรื่องอาหาร เพราะไม่ว่าเธอจะหาอะไรมาให้ เขาทานมันหมดซะทุกอย่างเพื่อเอาใจเมีย ชีวิตคู่ของคนทั้งสองกำลังดำเนินไปอย่างปกติสุขอย่างที่ควรจะเป็น

แต่แล้ววันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังนั่งทำงานอยู่ที่ห้องทำงานของเขาบนตึกสูงระฟ้า ไคล์ก็เดินถือซองเอกสารเดินเข้ามาและวางมันลงตรงหน้าเขา แมทธิวเงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่อยู่ในมือ พร้อมกับถามคนสนิทเสียงเข้ม

“ซองอะไร”

ไคล์เปิดซองเอกสารและหยิบรูปภาพที่ข้างในออกมาให้เจ้านายของเขา ดวงตาสีฟ้าวางโรจน์ทันทีเมื่อได้เห็นบุคคลในรูปภาพ แต่นั่นยังไม่ทำให้เขาโกรธเท่ากับตัวหนังสือสีแดงที่เขียนทับรูปภาพใบหนึ่ง

บทสามีจำเป็นของแกใกล้จบลงแล้ว ฉันจะมาเอาเมียของฉันคืน!!...

มือหนากำรูปภาพที่มีตัวหนังสือแน่นจนมันยับย่นด้วยความโกรธ ในเวลานี้เขากำลังโกรธและนึกเป็นห่วงภรรยาสุดที่รัก เพราะรูปภาพทั้งหมดที่กองอยู่ตรงหน้านั้น มันเป็นรูปภาพของเพลงพิณ ที่มีทุกอิริยาบถ ทั้งที่สนามบิน ตามถนนหนทางและสถานที่ ที่เธอไปและที่ๆสำคัญที่สุด คือที่บ้าน!!...

กรามหนาบทเข้าหากันจนแทบแหลกละเอียด และยังไม่ทันที่แมทธิวจะได้อาละวาดเพื่อระบายความโกรธ โทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น ไคล์เลยต้องเป็นคนรับแทน และไม่กี่วินาทีเขาก็พูดย้ำคำที่คนโทรมาพูดบอกกับเขาออกมาด้วยความตกใจ

ห๊า! เครื่องบินโดนขู่วางระเบิด

แมทธิวหันควับไปมองหน้าคนสนิททันที “เครื่องไหน ไฟท์ไหน” ไคล์ฟังความของคนโทรเข้าจนจบก็วางโทรศัพท์ลง แล้วรีบรายงานเจ้านายทันที

“ไฟท์ไปเวกัส ที่กำลังจะขึ้นบินครับ และตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ และที่สำคัญไฟท์นั้นมีคุณเพลงอยู่ด้วยครับ”

“อะไรนะ! ทำไมเธอถึงอยู่ที่นั่น ฉันสั่งให้เธออยู่ประจำไฟท์พิเศษแล้วทำไมเธอถึงอยู่ที่นั่นได้”

“คุณแคร์โรรายบอกว่า เธออาสาทำแทนเพื่อนที่ขอลาหยุดอย่างกะทันหัน เพราะว่ามันเป็นเพียงแค่บินในประเทศเท่านั้นครับ” เขาหลับตาลง กรามหนาบดเข้าหากันจนนูนขึ้นเป็นสัน เมื่อได้ยินคำบอกเล่าของลูกน้องคนสนิท นึกโกรธความหวังดีของเมียสุดที่รัก ที่ช่างหวังดีได้ถูกงานซะจริงๆ 

“ไปสนามบิน” แมทธิวสั่งเสียงเข้ม พร้อมกับลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตู

“ครับ” ไคล์รับคำแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรสั่งลูกน้องให้เตรียมรถ พร้อมกับรีบเดินตามเจ้านายของเขาไปติดๆ

สนามบินจอนห์ เอฟ. เคนเนดี้

เพลงพิณกำลังช่วยเพื่อนแอร์โฮสเตส ลำเลียงพาผู้โดยสารขึ้นรถกลับไปนั่งรอที่สนามบิน แต่แล้วหนึ่งในผู้โดยสารก็เดินมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ เพลงพิณยิ้มหวานๆ แล้วถามผู้โดยสารที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“คุณผู้โดยสารต้องการอะไรคะ หรือว่าลืมอะไรไว้บนเครื่องรึเปล่า บอกเราได้นะคะ เดี๋ยวเราจะไปเอามาให้ค่ะ”

“ครับ”

“แล้วคุณลืมอะไรไว้คะ เลขที่นั่งอะไรคะ ฉันจะได้ไปเอามาให้คุณค่ะ”

“ผมลืมหัวใจไว้ครับ” ชายหนุ่มตรงหน้าพูดจบก็เงยหน้าขึ้น เปิดหมวกแล้วถอดแว่นดำออก

เพลงพิณมองคนตรงหน้าตาค้าง เรียวปากอวบอิ่มก็สบถชื่อของเขาออกมาเบาๆ

พี่ภาค!...

และยังไม่ทันที่แอร์สาวจะทันได้ทำอะไร ภาสกรก็คว้าหมับที่ข้อมือของเธอดึงกระชากตัวเธอให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปกระซิบขู่ใกล้ๆ

ไปกับพี่

ดวงหน้าสวยหวานเริ่มแปรเปลี่ยน รอยยิ้มที่ปรากฏบนหน้าเมื่อสักครู่จางหายไปในพริบตา ในเวลานี้ความกลัวเริ่มจะครอบงำเธออีกครั้ง หญิงสาวค่อยๆก้าวเดินเคียงคู่ไปกับเขา ร่างบอบบางสั่นเทาทันทีเมื่อได้อยู่ในอ้อมแขนของภาสกร...

รถยนต์หรูแล่นเข้ามาจอดใกล้ๆกับที่กลุ่มแอร์โฮสเตสยืนอยู่ แมทิวรีบลงจากรถ แล้วมองหาภรรยาสุดที่รัก ไคล์มองไปรอบๆเห็นว่ามีแอร์โฮสเตสสาวคนหนึ่งเดินเคียงคู่ไปกับผู้ชาย และเขาก็จำได้ว่านั่นคือภรรยาของเจ้านายของเขา

“คุณแมทธิวครับเธออยู่นั่น” ไคล์พูดบอกพร้อมชี้มือไปที่คนทั้งสอง ที่กำลังเดินเข้าไปใกล้รถยนต์สีดำปริศนาเข้าทุกที

แมทธิวรีบวิ่งไปหาภรรยาสุดที่รักอย่างเร็วที่สุด ไคล์และบรรดาบอดี้การ์ดก็รีบวิ่งตามเจ้านาย และพากันกระจายออกไปเพื่อไปดักไม่ให้ชายคนนั้นพาตัวภรรยาของเจ้านายไปได้

ภาสกรเริ่มที่จะรู้ตัว เพราะบรรดาเจ้าหน้าที่ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าพากันมองมาที่เขาแทบจะเป็นตาเดียว เขาฉุดรั้งให้เพลงพิณรีบๆก้าวเดินให้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อไปให้ถึงรถที่มีลูกน้องคนสนิทของเขา จอดรถรออยู่ข้างหน้า

เพราะภาสกรมัวแต่หันไปมองแมทธิว และมองดูรอบๆเพื่อคาดเดาเหตุการณ์ ช่วงเวลานั้นเองเพลงพิณกลับพลิกตัว หมุนออกมาจากอ้อมแขนของภาสกรอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งหนีออกมาได้ และก็เป็นจังหวะที่แมทธิววิ่งเข้าไปถึงตัวเธอพอดี เขาคว้าตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอด แล้วโอบกอดเธอเอาไว้แน่น ภาสกรเห็นท่าไม่ดี เขารีบวิ่งไปขึ้นรถที่จอดรออย่างไม่คิดชีวิต และก็ขึ้นรถหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

เพลงพิณร้องไห้กอดร่างกำยำของสามีเอาไว้แน่น ร่างบอบบางของเธอสั่นไปตามเสียงสะอื้น แมทธิวโอบกอดและกดจูบซ้ำๆที่หน้าผากขาวนวล ก่อนจะพาเธอขึ้นรถ กลับไปยังคฤหาสน์ของเขา

แมทธิวให้เพลงพิณอยู่แต่ในคฤหาสน์หลังงาม เขาไม่ให้เธอกลับไปทำงานแอร์โฮสเตสอีก ทั้งยังสั่งให้ลูกน้องคุมเข้มรอบๆคฤหาสน์และประตูเข้าออกทุกทาง

ทางด้านภาสกรนั้นเขาแค้นใจเป็นที่สุด ที่ปล่อยให้เพลงพิณหลุดมือไปได้อีกครั้ง

“อย่าคิดว่าฉันจะยอมแพ้ ฉันจะทำให้แกพังพินาศจนไม่มีที่ยืนเลย ไอ้แมทธิว!!

“ไปจัดการได้ เอาให้แนบเนียนที่สุด และอย่าให้โดนจับได้เด็ดขาด ใครทำได้ ฉันมีรางวัลพิเศษให้” ภาสกรสั่งลูกน้องคนสนิทเสียงเข้ม...

และก็เป็นไปตามแผน เมื่อลูกน้องของภาสกรทำงานได้ผลดีเยี่ยมเกินคาด ในเวลานี้ภาสกรกำลังยืนยิ้มดูข่าวในทีวี แต่ทางด้านแมทธิวเขากำลังโกรธและโมโหอย่างที่สุด เพราะอยู่ๆบรรดาผู้โดยสารชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่ง พากันยื่นฟ้องสายการบินของเขาว่าสายการบินขอเขานำอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่สะอาดมาบริการผู้โดยสาร ทั้งพนักงานตอนรับบนเครื่องบินยังแสดงความไม่สุภาพต่อผู้โดยสารอีก ในเรื่องนี้แมทธิวก็ยังพอแก้ปัญหาได้ แต่อยู่นักลงทุนร่วมกลุ่มใหญ่ที่เขาวาดหวังเอาไว้ กลับมาเปลี่ยนใจเลิกล้มกลางคันเอาซะดื้อๆ ทำให้เขาต้องสูญเสียเม็ดเงินไปเกือบพันล้านเหรียญ

แมทธิวนั่งกุมขมับและกำลังตกอยู่ในความเครียด ไหนจะเป็นห่วงภรรยาสาว ที่ภาสกรคอยส่งข้อความและรูปมาขู่เป็นระยะๆอีก ในเวลานี้เขาต้องการระบายความเครียดโดยการปลดปล่อย ที่เขานั้นห่างหายไปหลายเดือน

“ตามเอลลี่ให้ไปรอฉันที่คอนโด” เสียงทรงอำนาจสั่งลูกน้องเสียงเข้ม

“ครับ” ไคล์รับคำแล้วโทรสั่งให้ลูกน้องของเขา จัดการตามที่เจ้านายสั่ง

ทางด้านเพลงพิณ วันนี้เธอขอสามีออกมาทำธุระที่โมเดลลิ่งที่เธอเคยร่วมงานด้วยเมื่อครั้งถ่ายโฆษณา และก็บังเอิญอีกนั่นแหละที่เธอดันมาเห็นลูกน้องของสามี กำลังยืนคุยอะไรบางอย่างกับพี่ลิซ่าผู้จัดการของโมเดลลิ่ง เพลงพิณไปยืนแอบฟัง จนรู้ว่าลูกน้องของสามีกำลังมาตามหาเอลลี่นางแบบสาวคนดัง ด้วยความสงสัย ว่าเพราเหตุใดลกน้องของสามีถึงมาตามหานางแบบสาว เพลงพิณก็เลยไปแอบยืนฟัง พอจับความได้เล็กน้อย แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอหายสงสัย เลยเดินเข้าไปตามหาตัวเอลลี่ และก็เจอเธอ...

เอลลี่นางแบบสาวกำลังนั่งฟลุบหน้าซบลงกับมือเรียวทั้งสองข้าง เพราะเธอกำลังโดนพิษไข้เล่นงาน เพลงพิณแอบหลบคนของสามีเข้าไปหานางแบบสาวคนนั้น

“ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะคะ” เพลงพิณถามนางแบบสาวพร้อมกับเข้าไปนั่งลงข้างๆเธอ

เอลลี่มองหน้าเพลงพิณอย่างสงสัย เพลงพิณก็เลยต้องพยายามพูดให้เธอเชื่อใจ “เอ่อ... คือ... ฉันก็...เป็นนางแบบคนใหม่น่ะ เพิ่งรับงานเดินแบบไม่กี่ครั้งเอง หน้าของคุณดูซีดๆนะ เป็นอะไรรึเปล่า”

เอลลี่พยักหน้าเบาๆ “ฉันจำคุณได้ค่ะ ฉันเคยเห็นโฆษณาที่คุณถ่าย คือ...ฉันไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ เหมือนกำลังจะเป็นไข้ สงสัยช่วงนี้คงทำงานมากไปหน่อย” นางแบบสาวพูดอย่างเนือยๆ

“แล้วทำไมไม่กลับไปพักล่ะคะ พี่ลิซ่าเธอคงไม่ใจร้ายถึงต้องบังคับให้คุณทำงานทั้งแบบไม่สบายแบบนี้มั๊งคะ” เพลงพิณแกล้งถามและแสดงความห่วงใย

“คือฉัน...” เอลลี่พูดเบาๆ แล้วก้มหน้านิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เพลงพิณก็มองเธออย่างสงสัย และรอลุ้นให้เธอพูดไขความข้องใจออกมา

ในที่สุดเอลลี่ก็ยอมเล่าเรื่องลับให้เพลงพิณฟัง ว่าเธอต้องรับงานพิเศษ และต้องทำเพราะเขาเจาะจงต้องเป็นเธอ เพลงพิณพยายามถามถึงเขาคนนั้น แต่เอลลี่ก็บอกว่าไม่รู้ เพราะทุกครั้งเธอจะโดนผ้ามัดปิดตาก่อนที่จะขึ้นรถ และเธอเองก็ไม่เคยรู้ว่าเขาเป็นใคร ซึ่งแม้แต่เสียงของเขา เธอก็ไม่เคยได้ยิน การบอกเล่าของเอลลี่ทำให้เพลงพิณเริ่มสงสัย เธอจึงเสนอตัวไปทำแทน เพราะดูๆแล้วเอลลี่คงทำไม่ไหว

แรกๆเอลลี่ปฏิเสธเพราะเสียดายเงินก้อนโต แต่พอเพลงพิณบอกไม่ขอรับเงิน เธอแสร้งพูดแบบกร้านโลกว่า เธอแค่อยากหาประสบการณ์ใหม่เท่านั้น แต่เอลลี่ก็ยังกลัวถูกจับได้อยู่ดี เพลงพิณก็เลยเสนอวิธีการปลอมตัว เพราะลักษณะและรูปร่างของเธอทั้งสองพอๆกัน แถมสีผมยังสีเดียวกันอีก เพียงแค่เธอเอาผ้าปิดตาและสวมหมวก เธอทั้งสองคนก็ดูคล้ายกันมากแล้ว เอลลี่จึงยอมให้เพลงพิณไปแทนเธอ โดยไม่บอกให้ลิซ่ารู้

และเพราะคนของแมทธิวชุดนี้ ไม่ค่อยได้รับใช้ใกล้ชิดเขาบ่อยครั้งนัก  พวกเขาจึงจำเพลงพิณไม่ได้ เพลงพิณถูกเอาผ้าปิดตาแล้วพาตัวขึ้นรถไปยังคอนโดหรูของเจ้านายของเขา

และทันทีที่มาถึงลูกน้องของแมทธิวก็ให้เธอเปลี่ยนชุด และสวมชุดวาบหวิบตามที่เจ้านายของพวกเขาสั่ง และเมื่อต้องอยู่เพียงลำพังในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เพลงพิณแกะผ้าปิดตาออก หญิงสาวแอบแกะและพับผ้าให้เบาบางพอที่เธอจะมองเห็นได้ลางๆ แล้วมัดเอาไว้ในลักษณะเดิม เพลงพิณมองชุดในมือในใจก็นึกหวาดกลัว แต่ไม่ว่าจะยังไง ในครั้งนี้เธอจะต้องรู้ให้ได้ ว่าเขาคนนั้นใช่สามีของเธอหรือไม่ และเพราะอะไรเขาถึงได้ใช้บริการของพวกหล่อน แทนที่จะใช้บริการจากเธอซึ่งเป็นเมียที่เขาบอกว่ารักมากที่สุด

เพลงพิณเปลี่ยนชุดเดินออกมาแล้วนั่งลงตรงปลายเตียง  ลูกน้องของแมทธิวก็จับแขนของเธอไขว้ไปด้านหลัง และใช้เชือกพันธนาการเอาไว้ แล้วจึงรีบเดินออกจากห้องไป...

เวลานี้เพลงพิณทั้งหวาดกลัวและตื่นเต้นเป็นที่สุด หญิงสาวพยายามมองผ่านเนื้อผ้า เพ่งมองไปรอบๆห้อง ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม และบุผนังอย่างดีด้วยวอล์เปเปอร์โทนสีแดงสุดหรูทั้งห้อง พลันสายตาของเธอก็เจอเข้ากับเครื่องพันธนาการ ทั้งโซ่ แซ่ เชือกและกุญแจมือ ที่ถูกแขวนเอาไว้บนชั้นข้างฝา และเมื่อเห็นอุปกรณ์พวกนั้น ความกลัวก็เริ่มจะเข้ามาครอบงำ แต่ก็ยังพยายามปลอบใจตัวเอง เธอถอนหายใจขับไล่ความกลัวครั้งแล้วครั้งเล่า ความเย็นของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ระคายผิวอันนวลเนียนของเธอเลยซักนิด

และแล้วช่วงเวลาที่เธอรอคอยก็มาถึง เสียงลูกบิดประตูดังขึ้น เพลงพิณก็เหลือบตามองไปที่ประตูทันที เธอพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด หญิงสาวเป่าปากออกมาสองสามครั้ง และเธอเองก็เกือบจะร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนที่กำลังยืนมองเธอ

แมทธิวมองนางแบบสาว เขาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ แล้วจับตัวเธอให้ลุกขึ้นยืน พร้อมกับเดินหมุนรอบตัวเธออย่างช้าๆ ดวงตาสีฟ้าเพ่งพินิจร่างอรชรแทบทุกตารางนิ้ว หัวใจของเพลงพิณเต้นรัวแทบไม่เป็นจังหวะ แต่กระนั้นเธอเองก็ยังแอบเป่าปากออกมาเพื่อระบายความตื่นเต้น...

...........................................................................................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอขอบคุณสำหรับนักอ่านที่มอบเหรียญกำลังใจให้กับนิยายเรื่องนี้นะคะ ^^"

ณรีรัช


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha


เมืีอไรจะได้อ่าน
โดย Anonymous | 1 month, 4 weeks ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ปลอดล๊อกทุกตอนทำไงค่ะ
โดย Anonymous | 10 months, 1 week ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
มาต่อด้วยคร่าา
โดย Anonymous | 1 year, 5 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha