อุบัติร้ายจำนนรัก [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : อุบัติร้ายจำนนรัก ตอนที่ 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่ 3

 

 

 

วันรุ่งขึ้น เสียงแตรรถที่ดังสนั่นหวั่นไหวอยู่หน้าบ้านไม้ชั้นเดียวสภาพค่อนข้างทรุดโทรม เร่งให้เจ้าของบ้านรีบหมุนล้อรถเข็นพาตัวเองออกมาดูคนที่บีบแตรรบกวนอย่างไม่คิดจะเกรงอกเกรงใจกันบ้าง แต่เมื่อออกมาเห็นหน้าค่าตาของคนที่มาบีบแตรรบกวนคนทั้งซอยแล้ว ก็ได้แต่สงสัยว่าผู้ชายคนนั้นมาสร้างเสียงรบกวนหน้าบ้านเธอทำไม

“ออกมาแล้วเหรอ!” คิมหันต์ถามเสียงห้วนๆ แล้วชี้นิ้วสั่งให้เจ้าของบ้านเปิดประตู

มินตราสั่นหน้าปฏิเสธไม่ยอมเปิดประตูให้ พร้อมทั้งพยายามนึกว่าชายคนนี้เป็นใคร และแล้วก็นึกออกว่าเป็นเขา เพราะวันที่น้ารำไพมาบอกว่าจะให้เธอแต่งงานกับลูกชายของเพื่อน เธอจึงได้เห็นภาพถ่ายของเขาผ่านหน้าจอโทรศัพท์ของคุณลุงคณิน ในวันที่ท่านมาเยี่ยมและได้ทำการสู่ขอเธอกับน้ารำไพ เมื่อน้ารำไพอยากให้เธอมีคนดูแลในยามที่น้ารำไพนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยโรคมะเร็ง ที่นับวันอาการก็มีแต่แย่ลง

“หูแตกเหรอ! ฉันสั่งให้เธอมาเปิดประตู” เสียงห้าวห้วนดังฉุดรั้งคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงนึกคิด ให้เงยหน้าขึ้นมองเขาตรงๆ อีกครั้ง หน้าตาเขาหล่อเหลาราวกับพระเอกหนัง แต่นิสัยดูท่าจะแย่เอามากๆ

“จะมองหาพระแสงอะไร ฉันสั่งให้เธอมาเปิดประตู” เขาตวาดใส่ด้วยสีหน้าเหมือนอยากฆ่าคน

“คุณมีธุระอะไรกับฉัน ก็พูดมาสิ” เธอเอ่ยถามเสียงเรียบๆ

“มาเปิดประตูให้ฉันก่อน ฉันมีเรื่องจะตกลงกับเธอ เร็ว!” คิมหันต์ไม่ตอบและยังคงออกคำสั่งให้เจ้าของบ้านมาเปิดประตูให้ ก่อนที่เขาจะพังมันเข้าไป

“ไม่! ฉันไม่เปิด” มินตราปฏิเสธ ใจก็ภาวนาขอให้เพื่อนบ้านในละแวกนี้เดินออกมาสักคนสองคนทีเถอะ เธอจะได้ขอความช่วยเหลือ แต่สวรรค์ช่างกลั้นแกล้งเสียจริง เมื่อไม่มีใครออกมาสักคน

“เธออยากให้ฉันพังเข้าไปใช่ไหม ได้! ฉันจะพังมันให้ดู” เขาหันหลังจะเดินกลับไปที่รถ เพื่อขับมันชนรั้วไม้เข้าไปหาเจ้าของบ้าน

“คุณจะทำอะไร!” เจ้าของคนบ้านคนสวยร้องถามหน้าตาตื่นตระหนก

“ฉันก็จะพังรั้วบ้านของเธอไง บอกให้เปิดดีๆ แล้วไม่เปิดเอง มันก็ช่วยไม่ได้” เขากระตุกยิ้มแล้วหมุนตัวเดินกลับไปที่รถ ก่อนจะชะงักปลายเท้าไว้เพราะเสียงเจ้าของบ้าน

“ฉัน...เปิดให้ก็ได้” มินตราเข็นรถที่ตัวเองนั่งมาที่ประตูรั้วแล้วค่อยๆ เปิดออก แต่ดูเหมือนจะไม่ทันใจ อีกคนจึงเดินเข้ามากระชากประตูให้เปิดกว้างแล้วแทรกตัวผ่านเข้าไป

มินตราเข็นรถหนีอย่างเร็ว คิมหันต์หมุนตัวกลับไปจัดการล็อกประตูรั้วแล้วหันกลับมามองคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นด้วยสายตาเรียบเฉย แต่เธอรู้ว่ามันมีความนัยบางอย่างแฝงอยู่ในนั้น

“คุณ...มีธุระอะไรก็พูดมาสิ” มินตราเอ่ยถามเสียงขลาดๆ ไม่รู้ว่าตัวเองคิดผิดหรือถูกกันแน่ ที่ยอมเปิดประตูต้อนรับผู้ชายคนนี้ แต่ถ้าเธอไม่เปิดเขาคงจะขับรถพังรั้วบ้านเธอแน่

“เธอก็สวยดีนะ แต่เสียดายที่พิการ” เขาตอกย้ำเธอพร้อมรอยยิ้มหยัน

“ถ้าคุณจะมาตอกย้ำฉันเรื่องนี้ก็กลับไปเถอะ เพราะฉันรู้ตัวดีว่าฉันเป็นคนพิการ” มินตราตอบกลับเสียงแข็ง ก่อนจะเมินหน้าหนีสายตาคม

“ก็แล้วเธออยากมีผัวมากเลยหรือไง ถึงให้น้าของเธอไปพูดกับพ่อฉันว่าเธออยากได้ฉันเป็นผัวจนตัวสั่น ทั้งที่ตัวเองก็พิการ ใครได้เป็นเมียคงตกนรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด เพราะผู้หญิงอย่างเธอมันไร้ค่า ไม่มีใครอยากได้ไปเป็นภาระ จำเอาไว้!” เสียงทุ้มห้าวพูดขึ้นโดยไม่สนใจใบหน้าไม่พอใจของหญิงสาว

 “ตอบมาสิ” เขาถามย้ำเมื่อสาวเจ้าเอาแต่เม้มปากแน่น ใช้สายตามองสำรวจหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วหยุดสายตาไว้ที่ทรวงอกที่มันดันเสื้อออกมาจนเขาต้องกลืนน้ำลายลงคอดังอึก

“ฉันไม่ได้อยากมีสามี” เธอตอบกลับเสียงแข็ง พลางหมุนล้อรถเข็นพาตัวเองออกไปให้พ้นผู้ชายปากร้าย ที่นิสัยใจคอช่างแตกต่างจากคนเป็นพ่อลิบลับ

“จะหนีไปไหน” คิมหันต์เดินมาดักหน้าเอาไว้ ย่อตัวลงแล้วใช้สองมือเท้ากับพนักวางแขน มินตราเอนตัวหนีแต่ก็หนีไม่ได้มากนัก ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะโน้มเข้ามาใกล้ๆ

“กรุณาออกไปห่างๆ ฉันด้วยค่ะ” เธอบอกเสียงสั่นๆ ยอมรับว่าหวาดกลัวเขามาก

“รังเกียจว่าที่ผัวตัวเองหรือไง” เสียงทุ้มห้าวดังชิดใบหู

มินตรายกมือผลักไสใบหน้าหล่อเหลาออก เข็นรถเบี่ยงหลบไปอีกทางแต่มีหรือจะหนีพ้น คิมหันต์ตามไปกระชากรถเข็นให้หันกลับมาทางเดิม แล้วกระชากท่อนแขนเรียวเอาไว้เมื่อเจ้าตัวเตรียมจะเข็นรถพาตัวเองหนีไปอีก

“ปล่อยฉันนะ!” เธอร้องสั่งเสียงขุ่นเขียว พลางสะบัดแขนออกจากมือใหญ่

“สะดีดสะดิ้งเก่งจริงนะแม่คุณ” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน แววตาเต็มไปด้วยแววขบขันทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องน่าขำสักนิด

“ฉันไม่ได้สะดีดสะดิ้งอะไรทั้งนั้น ส่วนคุณ กรุณาเอามือของคุณออกไปจากตัวฉันด้วย แล้วก็กลับไปซะ บ้านฉันไม่ต้อนรับคนไร้มารยาทอย่างคุณ ออกไป” มินตราใช้มืออีกข้างทุบตีบนมือใหญ่ ที่บีบแขนเธอจนแทบจะหักอยู่แล้ว

“ไร้มารยาทงั้นเหรอ” แววตาของเขาเต็มไปด้วยความท้าทาย คนมองสบตาอยู่ก็เดาไม่ออกเหมือนกันว่าสิ่งที่เขาพูดหมายถึงอะไร มือใหญ่ที่บีบแขนเรียวอยู่นั้นก็เพิ่มแรงบีบมากขึ้นเรื่อยๆ จนใบหน้าสวยเหยเก

“ฉะ...ฉัน...ฉันเจ็บ” เธอร้องบอกเสียงสั่นเครือ พลางดึงมือของเขาออกไปจากแขนแต่ก็ไม่เป็นผล มิหนำซ้ำเขายังพาเข้าไปในบ้าน ที่ตอนนี้มันไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยสำหรับเธออีกแล้ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ รักคำโตๆ "

วรัมพร,หงสรถ


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha