วิฬาร์ลิขิตรัก(จบแล้ว)

โดย: รัตนะมณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : โรคประหลาด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

บทที่ 2

โรคประหลาด?

 

"ปล่อยผม!!!พี่สาว..เฮ้ยยๆๆๆ...อุ๊บบ!!!"

"หืมมม...เอ๊ะ?"

            เมื่อเปลือกตาที่ปิดอยู่ค่อยๆลืมขึ้น หญิงสาวต้องกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่ความงัวเงียงุนงงออกไป เมื่อภาพแรกที่ได้เห็นคือหน้าเจ้าชัตเตอร์ แมวหนุ่มที่กำลังดิ้นรนสุดฤทธิ์พยายามหนีจากการถูกจับหัวมาจูบปากกับตนเองอยู่


"กะ..กรี๊ดดด!!!"

    อนิลร้องสุดเสียงเมื่อได้รู้ ปากอุ่นๆที่มีกลิ่นอาหารเม็ดในฝัน ที่แท้เจ้าของริมฝีปากนั้นคือเจ้าแมวหนุ่มตัวนี้นี่เอง

 

    ปัง! ปัง! ปัง!

"อนิล!เป็นอะไรลูก?" เสียงผู้เป็นบิดาเรียกถามด้วยความตกใจหลังเคาะประตูรัว เมื่อได้ยินเสียงลูกสาวเพียงคนเดียวแผดเสียงดังลั่น

"อะ..เอ่อ..ไม่เป็นอะไรค่ะพ่อ...แค่ฝันร้ายค่ะ" อนิลรีบตอบกลับไปเพื่อคลายความกังวลแก่ผู้เป็นบิดา

"ลูกไม่เป็นอะไรนะ?" บิดายังคงถามย้ำด้วยความเป็นห่วง

"อนิลไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะพ่อ..ขอโทษด้วยค่ะที่เผลอส่งเสียงดังจนพ่อตกใจ" หญิงสาวยืนยันกลับไปอีกครั้ง

"เฮ้ออ..ค่อยโล่งอกหน่อย งั้นก็นอนต่อเถอะลูกพ่อไม่กวนแล้ว"  เสียงฝีเท้าของผู้เป็นบิดาเดินห่างออกไปแล้ว อนิลจึงหันมามองเจ้าแมวหนุ่มที่ทำท่าทีหวาดระแวงอยู่ใกล้ๆ

"เพราะแกเลยเจ้าชัตเตอร์ ฉันกำลังจะได้สารภาพกับเขาแล้วเชียว เกือบได้จูบกันด้วย...โธ่!" อนิลพ่นคำบ่นใส่เจ้าแมวหนุ่มรัวด้วยความเสียดาย จนเจ้าชัตเตอร์งงเป็นไก่ตาแตก

"นี่!พี่สาว..คุณพยายามจะปลุกปล้ำจูบผมเองนะ แล้วนี่อะไร..พอรู้สึกตัวตื่นกลับมาโวยวายใส่ผมแบบนี้" เจ้าชัตเตอร์โวยกลับบ้าง

"แล้วเธอขึ้นมาบนเตียงฉันทำไมกันล่ะ?"

"ก็ผมตื่นมา เห็นพี่สาวละเมอพูดอะไรอยู่คนเดียวนึกว่าฝันร้ายเลยจะไปช่วยปลุก ที่ไหนได้กลับโดนลวนลามเสียอีก" เจ้าแมวหนุ่มทำเสียงน้อยอกน้อยใจ แถมยกเท้าหน้าข้างที่เจ็บขึ้นมาให้รู้ว่ามันระบมขึ้นมาอีก จากที่ยื้อยุดการโดนจูบเมื่อครู่นี้

"อุ๊ย..แผลเธอ เอ่อ..ฉันขอโทษนะชัตเตอร์ เจ็บมากไหม?" อนิลแผ่วเสียงลงด้วยความรู้สึกผิด

"เหอะ!คงจะฝันถึงผู้ชายสินะ..ถึงได้พร่ำเพ้อขนาดนั้น" ชัตเตอร์กล่าวเหน็บด้วยความหมั่นไส้เล็กๆ

"แหะๆ..เธอรู้ได้อย่างไรกัน เอ่อ..หน้าฉันบ่งบอกขนาดนั้นเลยหรือจ๊ะ...เขินจัง" หญิงสาวยกมือสองข้างขึ้นมาปิดแก้มด้วยความขัดเขิน

"หืม..ใช่จริงๆด้วย ผมเดาส่งเดชแท้ๆ..ใครคนนั้นเป็นคนที่พี่สาวแอบชอบหรือครับ?"

"ใช่จ๊ะ..ฉันหลงรักเขามาเกือบปีแล้วล่ะ เราจะได้เจอกันเฉพาะในฝันคืนวันพระเท่านั้น" อนิลเอ่ยไปหน้าแดงไปแค่เพียงนึกถึงเขาก็หวั่นไหวไปหมด

"ทุกคืนวันพระ?" ชัตเตอร์ทวนคำด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจอย่างที่สุด

"ทุกคืนวันพระเขาจะมาหาฉันทุกครั้ง..แต่ว่า เขาไม่เคยจดจำเรื่องราวของตัวเองได้เลยสักนิด" อนิลถอนหายใจเมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้

"นี่พี่สาว..หลงรักผู้ชายแปลกหน้าในฝันแถมยังความจำเสื่อมอีกด้วยเนี๊ยะนะ!" เจ้าแมวหนุ่มเอ่ยเสียงสูงแทบไม่อยากจะเชื่อ

"เอ่อ..ก็..ประมาณนั้นแหล่ะ" อนิลออกอาการขวยเขินใบหน้าเริ่มมีสีแดงระเรื่อ

"เฮ้อออ!..ผู้หญิงนี่ช่างฝันจริงๆ...ลองได้เจอเจ้านายผมก่อนเถอะ..รับรองจะต้องหลงรัก"

"ขนาดนั้นเชียวหรือชัตเตอร์...เดี๋ยวมะรืนนี้ฉันจะไปดูสิว่าเจ้านายเธอจะรูปหล่อเพอร์เฟคจนฉันต้องตกหลุมรักไหม...หึหึ" อนิลเหลือบมองเจ้าชัตเตอร์ที่ดูมีความมั่นใจเสียเหลือเกิน ชักอยากจะเห็นหน้าเสียแล้วว่าจะสู้ชายในฝันของเธอได้หรือเปล่า

 

    สองวันผ่านไป...

 

"เร็วสิ!..พี่สาว ทางนี้ๆ!"

"ชัตเตอร์ช้าหน่อย..ฉันตามไม่ทัน"  อนิลส่งเสียงบอกเจ้าชัตเตอร์ที่วิ่งเร็วปรื๋อนำทางไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเข้ามาถึงหมู่บ้านของเจ้านายตน

"หลังนี้แหล่ะครับพี่สาว..กดกริ่งเลย..เร็วสิ!" เจ้าแมวหนุ่มเร่งอนิลที่ทำอะไรไม่ทันใจมัน

"เธอจะรีบไปไหนเนี๊ยะ..กำลังจะกดอยู่นี่ไง" อนิลเอื้อมมือไปกดกริ่งหน้าบ้านที่ดูสะอาดสะอ้าน เพื่อเรียกเจ้าของบ้านให้ออกมา

 

    กิ๊งก่อง! กิ๊งก่อง!

 

    ...เงียบ...

    กิ๊งก่อง! กิ๊งก่อง! กิ๊งก่อง!

 

    ...เงียบ...

    อนิลหันไปสบตาเจ้าแมวหนุ่มที่รอลุ้นให้เจ้านายของมันออกมาเปิดประตูอย่างใจจดใจจ่อ แต่เมื่อเจ้าของบ้านไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆกลับมา

"พี่สาว..กดรัวๆเลย" เจ้าชัตเตอร์ออกคำสั่งทันที

 

    กิ๊งก่องๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!

    อนิลทำตามเจ้าแมวหนุ่มอย่างว่าง่าย กดรัวชนิดไม่มีเว้นวรรคให้พักหายใจ


"เฮ๊ย!...นี่คุณ!!!"

    ประตูบ้านถูกเปิดออกอย่างแรงจนได้ยินเสียงไปกระแทกผนังดังตึ้ง! เจ้าของบ้านเดินปรี่หน้าตาไม่รับแขกออกมา ดูหงุดหงิดเป็นที่สุดเมื่อเห็นตัวการที่กดกริ่งเสียรัวอย่างกับปืนกลยืนอยู่หน้ารั้วสีขาว

"ที่บ้านคุณไม่ให้กดเล่นหรือไง?"

    ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวสะอาดสะอ้านใบหน้าเรียวยาวได้รูป คิ้วคมเข้ม ดวงตายาวรีออกแนวหนุ่มตี๋เล็กๆ แต่จมูกที่โด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางแดงระเรื่อ ส่งให้ใบหน้าชายที่ยืนตรงหน้าดูสมส่วนเหมาะเจาะกันไปเสียทุกส่วน หล่อเหลาราวกับเทพบุตร ทว่า..สิ่งที่สะกดให้อนิลนิ่งอึ้งตะลึงงันคือ..โคลงหน้าหล่อเหลาและรูปร่างที่คุ้นตานี้ช่างเหมือนเขาเหลือเกิน ชายผู้มาปรากฏในฝันทุกๆวันพระ ชายหนุ่มที่อนิลหลงรัก

"อะ..เอ่อ..ระ..เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนไหมคะ?" อนิล..อดที่จะถามออกไปไม่ได้

"ผมคงไม่เคยรู้จักผู้หญิงที่ไม่มีมารยาทแบบคุณแน่ๆ..ว่าแต่คุณมีธุระอะไร?" สีหน้าและน้ำเสียงช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ดูแตกต่างจากเทพบุตรในฝันอย่างสิ้นเชิงจนหญิงสาวถึงกับหน้านิ่วเมื่อเจอถ้อยคำที่ฟังแล้วเหมือนกำลังต่อว่าเธออยู่

"...ฉันเอาเจ้าชัตเตอร์มาคืนคุณ!" อนิลเริ่มจะไม่ชอบใจรีบส่งเจ้าชัตเตอร์ไปกระแทกตัวเจ้านายมันอย่างจงใจ

"ชัตเตอร์?" ชายหนุ่มสะดุ้งผงะไปเล็กน้อย แต่ก็รับเจ้าแมวมาเพ่งพินิจพิจารณาดูอยู่ครู่หนึ่ง

"ชะ..ใช่..นี่แมวผม แล้วมันไปอยู่กับคุณได้อย่างไรแอบอุ้มมันกลับบ้านคุณใช่ไหม พอมันร้องจนรำคาญเลยเอามาคืนน่ะ" ชายหนุ่มตรงหน้ารัวคำต่อว่าใส่ไม่ยั้งในขณะที่เท้าก็กระเถิบถอยห่างจากอนิล

 

"อย่ามาใส่ความฉันนะ แมวของคุณมันหลงทางไปแถวบ้านฉันแถมยังบาดเจ็บที่ขา ฉันก็เลยช่วยปฐมพยาบาลมันแล้วถึงเอามาคืนนี่ไงเจ้าชัตเตอร์ไม่น่ามีเจ้าของนิสัยแย่ๆแบบคุณเลยนะ"

 อนิลสุดจะทนกับหนุ่มหล่อไร้มารยาทตรงหน้า นี่น่ะหรือเจ้านายที่แสนดีของเจ้าชัตเตอร์

"นี่แอบมาตั้งชื่อแมวของคนอื่นเขา แล้วยังจะมาว่าเจ้าของเขาอีกหรือ" ชายหนุ่มก็ไม่ลดลาวาศอกยิ่งหงุดหงิดกับการกดกริ่งรัวๆในขณะที่ตนกำลังปลดทุกข์อยู่ในห้องน้ำเป็นทุนเดิม แถมยื่นแมวมากระแทกใส่อีก

"ฉันไม่ได้ตั้งเองนะ..ก็แมวมันบอกฉันว่าชื่อชัตเตอร์" อนิลรีบเอามือปิดปากตนเองทันทีที่รู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรที่ไม่สมควรออกไป

"มันบอกคุณหรือว่าชื่อชัตเตอร์?" ชายหนุ่มย่นคิ้วด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด ผู้หญิงคนนี้กำลังจะบอกว่าตัวเองคุยกับแมวได้อย่างนั้นหรือ

"อะ..เอ่อ...ฉันคืนแมวให้คุณแล้ว..ไปนะ!" อนิลรีบหันหลังวิ่งออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงการตอบคำถามนั้น

"ยัยอนิลเอ๊ย!..พูดออกไปได้ไงกัน" อนิลอยากจะเขกหัวตัวเองนักที่ห้ามปากตัวเองไม่ทัน กลัวชายหนุ่มจะคิดว่าตนเป็นคนบ้าสติไม่ดี



 

"นี่ๆๆ..กระโปรงเธอขาดนะ" เสียงที่ดังมาจากด้านหลังในขณะที่อนิลกำลังรอโบกรถแท็กซี่อยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน ทำให้ต้องหันไปมองเจ้าของเสียงและกระโปรงยีนของตนเองที่สั้นเหนือเข่า

"ตายแล้ว!ซิปแตกนี่หน่า..ตั้งแต่เมื่อไหร่เนียะ!"

"ฉันเห็นก็ตั้งแต่เธอวิ่งออกมานั่นล่ะ...ถึงได้วิ่งตามมาบอก" เจ้าของเสียงกล่าวบอกอีกครั้ง

"ชัตเตอร์..เธอวิ่งตามฉันมาหรือ?"

 ชัตเตอร์ยังไม่ทันได้ตอบ เจ้านายรูปหล่อของมันก็วิ่งตามมาถึงพอดี

"เจ้าเทา!...กลับมานี่เลยแกวิ่งหนีฉันทำไม?" เจ้าชัตเตอร์รีบวิ่งไปหาเจ้านายของมันแล้วทำออดอ้อน

 

"เฮ้ออออ!แย่จริง...ซิปด้านหลังยาวไปจนถึงปลายกระโปรงแตกแบบนี้ฉันจะกลับบ้านได้ยังไง..เห็นไปถึงชั้นในแล้ว..มิน่าทำไมมันโล่งๆเย็นๆ" อนิลบ่นด้วยความเซ็งสุดขีดที่ต้องมาเจอเรื่องไม่สบอารมณ์ซ้ำซ้อนแบบนี้

"อ้าว..คุณอยู่นี่เอง..อ่อ..จริงสิผมลืมขอบคุณ...ผมชื่อ'พันกร' แล้วก็อยากจะบอกว่ากระโปรงคุณซิปแตก ผมเห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้วตอนคุณหันหลังวิ่งมา"

ชายหนุ่มกล่าวบอกด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ฝีปากนี่ช่างบาดลึกจนอนิลต้องขบคิดว่าควรจะขอบคุณเขาดีหรือด่ากลับ ได้แต่เอามือพยายามปิดด้านหลังไว้แล้วกัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจ

"เฮ้อ!...เลี่ยงไม่ได้สินะ ไหนๆคุณก็อุตส่าห์พาเจ้าเทามาส่งคืนให้ผม จะให้ยืมเสื้อเชิ้ตสักตัวมาผูกเอวปิดกระโปรงด้านหลังคุณละกัน"

"เอิ่ม..ถ้ามันลำบากคุณมากขนาดนั้นไม่ต้องก็ได้นะ!" อนิลเอ่ยอย่างหมดความอดทน

"ไม่ยักรู้ว่าคุณอยากจะโชว์กางในสีหวานแหว๋วลายกบ แถมขาอ่อนขาวๆเนียนๆนั่นยั่วผู้ชายได้อย่างดีทีเดียว ก็ตามใจนะ..ถ้าอยากจะกลับไปแบบนั้น"

"คุณ!!!.....หึ๊ย!...ก็ได้!..รีบๆเลยฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณนาน" อนิลโมโหสุดๆอยากจะกระโดดข่วนหน้าอีตามาดกวนนี่จริงๆ

"ทำอย่างกับผมอยากเห็นหน้าคุณทุกวินาที..นี่ถือเป็นการตอบแทนคุณหรอกนะ..ว่าแต่คุณชื่ออะไรจะให้เรียกคุณๆอยู่แบบนี้หรือไง?"

เจ้าชัตเตอร์ที่ฟังการสนทนาของหนุ่มสาวอยู่ตลอดถึงกับทำหน้าเซ็งเอือมระอาในถ้อยคำเจ้านายของมัน อุตส่าห์ปูพื้นชื่นชมมาอย่างดีเพื่อให้อนิลประทับใจในตัวเจ้านายของมัน แต่นี่มันกลับตาลปัตรกลายเป็นหญิงสาวแทบจะเกลียดเจ้านายปากเสียของมันอยู่แล้ว

"อนิล!" หญิงสาวตอบเสียงแข็งอย่างเสียไม่ได้ พร้อมกับเดินตามหลังพันกรที่อุ้มเจ้าชัตเตอร์ไป

"อะ-นิล ที่แปลว่า ไม่ดำหรือชื่อแปลกดีนะ"

"ใครบอก!แปลอะไรบ้าๆ...มาจาก อะ-นิ-ละ แปลว่า ลม ต่างหากย่ะ!"

"ลมร้อนรึเปล่าคุณ?" คนถามแอบหัวเราะในลำคอจงใจยั่วอารมณ์คนเดินตามหลัง

"เหอะ!..ฉันอาจจะร้อนถึงใจคุณก็ได้นะ" อนิลจงใจพูดยั่วกลับไปโดยไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมาเลยสักนิด

"หึหึ...มันก็ต้องลองดูก่อน..ว่าจะถึงใจหรือเปล่า?" ชายหนุ่มหันไปเอ่ยใกล้ๆหน้าของอีกฝ่าย ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปเมื่อมาถึงบ้านพอดี ปล่อยให้อนิลเดินใจเต้นตุ๊บตั๊บกล้าๆกลัวๆตามหลังมา

"อนิล..คุณรออยู่ตรงนี้กับเจ้าชัตเตอร์ของคุณก่อน เดี๋ยวผมจะไปหยิบเสื้อมาให้" พันกรเดินหายเข้าไปในห้องส่วนตัว เจ้าชัตเตอร์จึงรีบเดินเข้ามาหา

"พี่สาว..อย่าไปใส่ใจเจ้านายผมเลยนะ เขาเป็นโรคอารมณ์แปรปรวนยิ่งอยู่ใกล้ผู้หญิงน่ารักๆแบบพี่สาวยิ่งทำตัวไม่ถูกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย" เจ้าแมวหนุ่มพยายามช่วยแก้ตัวอย่างเต็มที่

"ไหนว่าเจ้านายเธอเป็นคนดีฉันเจอแล้วจะต้องหลงรักไงล่ะ..นี่น่ะหรือถูกตัวผู้หญิงแล้วจะขึ้นผื่นน่ะ..ข้อแก้ตัวมากกว่าจริงๆแล้วเจ้านายเธอเป็นคนกวนประสาท ปากไม่ดีอารมณ์ร้าย มิน่าถึงโสด" อนิลบ่นรัวด้วยความหงุดหงิด

"เขาป่วยจริงๆนะพี่สาว..เขาไม่มีใครดูแลน่าสงสารมากครับ" เจ้าแมวหนุ่มยังพยายามแก้ตัวแทน

"โรคประหลาดน่ะสิ..หรือจริงๆคือโรคประสาท เธอก็เหมือนกันนะบอกฉันว่าชื่อชัตเตอร์..แล้วทำไมเจ้านายเธอเรียกเจ้าเทา ทั้งแมวทั้งคนประหลาดพอๆกันเลย" อนิลยังคงโวยวายไม่หยุดแถมตำหนิเจ้าชัตเตอร์เข้าให้ด้วย

"เพราะผมอยากให้พี่สาวช่วยบอกเจ้านายผมหน่อย..ว่าผมอยากให้เขาเรียกผมว่าชัตเตอร์"

"แล้วทำไมอยากชื่อชัตเตอร์ล่ะ?" อนิลพยายามระงับอารมณ์ให้เป็นปกติแล้วถามเจ้าแมวหนุ่มที่ตอนนี้เริ่มทำท่าหงอยๆหน้าสลด

"ผมอยากให้เขารู้สึกถึงกล้องและการถ่ายภาพ ที่จริงเจ้านายผมก็ชอบการถ่ายภาพนะ แต่เกิดเหตุการณ์บางอย่างทำให้เขาเลิกจับกล้องไปเลย"

"แล้วทำไมฉันจะต้องมารับรู้มาคอยทำตามที่เธอบอกเนียะ"

 

"เพราะพี่สาวเป็นคนเดียวที่ผมสามารถพูดคุยด้วยได้ พี่สาวต้องช่วยให้เจ้านายผมกลับมาเป็นคนเดิมได้แน่ๆครับ" เจ้าแมวหนุ่มทำหน้าเศร้าตาละห้อยมองอนิลด้วยแววตาที่มีความหวัง

"อะ..เอ่อ..อย่า..มาทำดราม่าใส่ฉันนะชัตเตอร์"

"แมวอย่างผมอายุสั้น..ไม่นานก็ต้องตาย ผมห่วงเพียงเจ้านายของผมนี่ล่ะครับ" ตอนนี้เจ้าแมวน้ำตาคลอพร้อมจะหยดลงมาได้ทุกเมื่อ

"กะ..ก็ได้..ยอมก็ได้!" อนิลรับปากอย่างจำใจด้วยความสงสาร

"อะไรคุณ! เพิ่งเจอหน้ากันวันเดียวนี่คิดจะยอมผมแล้วหรือ?" พันกรเดินออกมาพร้อมเสื้อเชิ้ตสีดำในมือ เอ่ยด้วยรอยยิ้มกวนๆทันทีที่ได้ยินเสียงของอนิล

"ยาหมดใช่ไหมคุณพันกร..รีบไปรับยานะก่อนที่รถโรงพยายาบาลศรีธัญญาจะต้องมารับคุณ" อีกฝ่ายก็สวนกลับอย่างทันควันไม่ยอมที่จะเสียเปรียบ

"ไม่เป็นไร..ถ้ารถมารับผมคุณก็จะได้ไปด้วยอย่างแน่นอนเพราะการคุยกับแมวของคุณก็ดูน่าจะต้องไปรักษานะ" ชายหนุ่มกลั้นขำด้วยความสะใจที่โต้กลับอีกฝ่ายจนหน้าเหวอ

"คะ..คุณ..อิตาบ้า!" ในขณะที่อนิลคิดจะกระโดดไปบีบคอพันกรที่ยั่วโมโหอยู่ตรงหน้า..เสียงระฆังหมดยกก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

"ฮัลโหล...ค่ะพ่อ อนิลกำลังจะกลับบ้านแล้วค่ะ...ส่งคืนเจ้าของเขาแล้วค่ะ เดี๋ยวเจอกันที่บ้านค่ะพ่อ" เสียงโทรศัพท์ของผู้เป็นบิดามาได้จังหวะพอดี อนิลจึงรีบลุกขึ้นเลี่ยงออกมาคุยจนกระทั้งวางสาย

 

"ขอบคุณสำหรับเสื้อแล้วฉันจะซักมาคืนคุณ" อนิลรีบดึงเสื้อจากมือพันกรมาพันเอวไว้ แล้วหยิบกระเป๋าถือส่วนตัวพร้อมจะกลับทันที

"ให้ผมไปส่งคุณที่บ้านไหม?" พันกรเอ่ยถามเสียงเรียบ

"ไม่ต้อง..ฉันกลับเองได้ไม่อยากรบกวนคุณไปมากกว่านี้ อ่อ..ฉันลืมบอก...แมวของคุณเขาอยากให้คุณเรียกเขาว่าชัตเตอร์มากกว่าเจ้าเทานะ บางทีคุณอาจจะอยากกลับมากดชัตเตอร์อีกครั้ง"  อนิลพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันมาร่ำลาเจ้าแมวหนุ่มที่มองตามไป

"เจ้าเทา...ชัตเตอร์...แกเข้าใจความรู้สึกของฉันใช่ไหม?"  ใบหน้าของพันกรตอนนี้มีความเจ็บปวดปรากฏเด่นชัด เขาเดินมานั่งใกล้ๆเจ้าชัตเตอร์แล้วลูบหัวเจ้าแมวที่เหมือนรู้ใจเขาไปเสียทุกเรื่อง หัวใจของเขาคิดถึงคนที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับมา

 

'กัณณ์'


                                                                 .....................................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"หญิงสาวผู้คุยกับสัตว์รุ้เรื่อง..เขาเป็นโรคผื่นแพ้ผู้หญิงและน้องชายที่ตายไปแล้วแต่ยังคงห่วงพี่ชาย"

รัตนะมณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha