วิฬาร์ลิขิตรัก(จบแล้ว)

โดย: รัตนะมณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ผื่นไม่ขึ้นแต่หื่นขึ้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                         บทที่ 3
              ผื่นไม่ขึ้นแต่หื่นขึ้น


"นี่..ยัยปุ้มแกจะงอนฉันไปถึงเมื่อไหร่ ทำท่างอนฉันอย่างกับเป็นแฟนกันเลยนะ" อนิลพยายามง้อเพื่อนสาวที่ตอนนี้ทำแก้มป่องเชิดหน้าใส่

"ก็แกนั่นแหล่ะไม่ให้เวลาเพื่อนอย่างฉันบ้างเลย ชวนไปไหนก็ไม่ไป วันหยุดที่ผ่านมาฉันชวนไปดูหนังก็ไม่ยอมไปนะยัยอนิล" ปุรันยายังคงบ่นต่อว่าต่อขานเพื่อนไม่หยุด

"ก็ฉันบอกแกแล้วนี่ยัยปุ้ม..ว่าฉันต้องพาเจ้าชัตเตอร์ไปส่งคืนเจ้าของเขา ชวนแกแล้วนะแต่แกก็ไม่ไป" อนิลอธิบายอย่างเหนื่อยใจ

"แหม..ก็ฉันไม่อยากไปเจอเจ้าของแมวนิหน่า ไม่รู้จะเป็นพวกเฉิ่มๆหรือเป็นประเภทคุยกับสัตว์ทั้งวันเหมือนแกหรือเปล่าก็ไม่รู้..ดูแกสิยัยอนิลวันๆคุยแต่กับหมากับแมว" ปุรันยาเบ้ปากเมื่อถึงสภาพผู้ชายเหล่านั้น

"รายนี้เขาไม่เป็นอย่างที่แกคิดหรอกนะ เจ้านายของเจ้าชัตเตอร์จริงๆเขาก็หน้าตาดีอยู่แถมยัง..เอ่อ..คล้ายเทพบุตรในฝันของฉันจนฉันเองยังตกใจ เสียแต่ที่ตรงปากนี่ล่ะ..อย่างกับเลี้ยงหมาเอาไว้สักสิบตัว"

"ว่าไงนะ!..นี่แกค้นพบเทพบุตรในฝันของแกแล้วหรือยัยอนิล..เขามีตัวตนจริงๆหรือเนียะไม่อยากจะเชื่อเลย" ปุรันยาทำตาโตแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

"ปุ้ม..ฉันว่าเขาคงไม่ใช่พ่อเทพบุตรของฉันหรอก อาจจะแค่หน้าตารูปร่างคล้ายกันเท่านั้น" อนิลพยายามบอกเพื่อนสาวที่ดูจะตื่นเต้นยิ่งกว่าตนเองเสียอีก

"อนิล..เขาหล่อมากไหมบอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะ"

"อะ..เอ่อ..ก็..หล่อพอๆกับ'มาริโอ้ เมาแล้วเร่อๆ' อะไรนั่นแหล่ะ"

"อุ๊ยตายว๊ายกรี๊ด!..แสดงว่าหล่อม๊ากกกกกสิแก" ปุรันยาลากเสียงยาวต่ำด้วยความตื่นเต้น เมื่อเพื่อนสาวบอกลักษณะหน้าตาชายหนุ่มที่คล้ายดาราที่ตนชื่นชอบ

"ก็..หล่ออยู่..แต่นิสัยนี่ต่างกันราวฟ้ากับเหวลึกเชียว" อนิลนึกถึงใบหน้าที่กวนอารมณ์แล้วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที


'ตื๊ดดดด!..ตื๊ดดดด!..ตื๊ดดดด!'

 เสียงโทรศัพท์ระบบสั่นดังขึ้นอยู่นานจนสองสาวหันมองหน้ากัน

"อ่อ!..ของฉันเองลืมไปว่าฉันเพิ่งเปลี่ยนเสียงเรียกเข้าเป็นระบบสั่น" อนิลควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าถือส่วนตัวทันที

"รีบรับเถอะอนิล..เดี๋ยวจะหมดเวลาพักแล้วต้องรีบกลับไปทำงานอีก" ปุรันยาเอ่ยเตือนเพื่อนสาว


"สวัสดีค่ะ..อนิลพูดสายค่ะ" อนิลใช้ถ้อยคำสุภาพเมื่อพบว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาไม่คุ้นตาเอาเสียเลย

"นี่คุณ...เมื่อไหร่จะเอาเสื้อมาคืนผมเสียที" เสียงปลายสายถามขึ้นมาห้วนๆโดยไม่มีการแสดงตน

"เอ่อ...คุณเป็นใครคะ?" อนิลงุนงงจนต้องถามกลับไป

"ผมเองพันกร..เจ้าของแมวที่คุณเรียกมันว่าชัตเตอร์น่ะ" ปลายสายแนะนำตนเองด้วยน้ำเสียงขุ่นเล็กน้อย

"คุณนี่เอง..นี่ฉันเพิ่งยืมเสื้อคุณมาเมื่อวานนี้เองนะจะรีบทวงไปไหนจะรีบใส่ไปงานเพื่อนคุณหรือไง..เอ๊ะ!เดี๋ยวก่อน..คุณเอาเบอร์โทรศัพท์ฉันมาจากไหนกัน?" หญิงสาวเริ่มทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่เคยให้เบอร์โทรศัพท์กับผู้ชายคนใดไป

"เอามาจากไหนก็เรื่องของผม..ว่าแต่คุณจะคืนเสื้อผมได้เมื่อไหร่?" ปลายสายยังคงทวงถามเรื่องเสื้ออยู่เช่นเดิม

"ถ้าคุณรีบมากเดี๋ยวฉันโอนเงินคืนแทนเสื้อตัวนั้นก็แล้วกัน คุณเอาเงินไปซื้อใหม่นะ" อนิลแก้ปัญหาด้วยการขอคืนเป็นค่าเสื้อแทน

"ผมไม่เอา! ผมต้องการเสื้อตัวนั้น" เสียงเอาแต่ใจเริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ

"ก็ได้!..พรุ่งนี้ฉันเลิกงานแล้วจะเอาไปคืนให้..แค่นี้นะ" อนิลกล่าวจบก็รีบตัดสายด้วยความหงุดหงิดอย่างที่สุด

"อิตาบ้า!คนบ้าอะไรเอาแต่ใจชะมัด"

"อนิลแกเป็นอะไรไปโกรธใครมา?" ปุรันยาทำหน้างงเมื่อจู่ๆเพื่อนสาวก็หน้าบึ้งตึงบ่นออกมาเสียงดัง

"ก็อิตาพันกรเจ้าของแมวที่ฉันเล่าให้ฟังเมื่อครู่นี่น่ะสิ โทรมาทวงเสื้อที่ให้ฉันยืมมา..จะรีบใช้อะไรนักหนา" อนิลยังคงบ่นอุบ

"อุ๊ย..ก็ดีสิแกแบบนี้ก็จะได้พบเขาอีก คราวนี้ให้ฉันไปด้วยนะอนิล" ปุรันยาหน้าตาสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็นเมื่อรู้ว่าจะมีโอกาสได้พบชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา

"ฉันก็ตั้งใจจะชวนแกไปอยู่แล้วล่ะยัยปุ้ม ฉันไม่ค่อยไว้ใจเขาสักเท่าไหร่ เจ้าชัตเตอร์บอกว่าเจ้านายมันไม่ค่อยสนใจผู้หญิงเพราะโดนตัวไม่ได้ผื่นขึ้น แต่ที่ฉันเห็นนี่ดูไม่น่าใช่เลย" อนิลเล่าไปก็รู้สึกหมั่นไส้ชายหนุ่มขึ้นมาทันที

"เขาอาจจะเป็นคนเดียวกันกับชายในฝันแกก็ได้นะ ไม่ลองถามเขาดูล่ะว่าทุกคืนวันพระคุณถอดจิตไปเที่ยวที่ไหนบ้างหรือเปล่าคะ..เผื่อเขาจะตอบ" ปุรันยาเอ่ยไปกลั้นขำไปเชิงหยอกเย้าเพื่อนสาวที่กำลังหน้าตึง

"ไม่ตลกย่ะยัยปุ้ม..ลองแกได้พบเขาก่อนเถอะแล้วแกจะรู้"

"พรุ่งนี้ฉันจะคอยดูว่าเขาเป็นอย่างที่แกบอกหรือเปล่า..หึหึ" ปุรันยาอมยิ้มขำอาการของเพื่อนสาว



...วันต่อมา...


กิ๊งก่อง! กิ๊งก่อง!

เสียงกดกริ่งดังเพียงครู่เดียวเจ้าแมวหนุ่มสีสวาดก็วิ่งปรื๋อออกมาต้อนรับทันที

"ว๊าย!แมวสีสวาดน่ารักจังเลย..อนิล" ปุรันยาตื่นเต้นดีใจเมื่อได้เห็นเจ้าแมวหนุ่มสีเทาวิ่งออกมาส่งเสียงร้องเหมียวๆทำท่าดีใจที่ได้เห็นอนิล

'พี่สาวกลับมาแล้ว!พี่สาวมาเยี่ยมผมกับเจ้านายใช่ไหมครับ?' เจ้าชัตเตอร์ส่งเสียงใสดีใจที่ได้เห็นหน้าอนิลอีกครั้ง

"นี่เจ้าชัตเตอร์..ที่ฉันเล่าให้ฟังน่ะยัยปุ้ม" อนิลเอ่ยบอกเพื่อนสนิทแล้วนั่งลงยื่นมือเข้าไปในรั้วลูบหัวเจ้าชัตเตอร์พูดคุยกับมัน

"ชัตเตอร์..เป็นอย่างไรบ้างล่ะเราขาดีขึ้นมากแล้วใช่ไหม?"

'หายแล้วครับพี่สาว...ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ช่วยผม เดี๋ยวเจ้านายผมก็ออกมาแล้วครับ'

เจ้าชัตเตอร์เอ่ยจบไม่ถึงนาทีร่างสูงโปร่งใส่เสื้อเชิ๊ตขาวแขนยาวแต่พับไว้ถึงข้อศอกปลดกระดุมออกสองเม็ดเพื่อระบายความร้อนกับกางเกงสแลคสีดำที่ดูเหมือนเพิ่งกลับจากที่ทำงานได้ไม่นานก็เดินออกมาเพื่อเปิดประตูรั้ว

"วันนี้มารยาทดีนิ..นึกว่าจะกดเล่นเหมือนคราวก่อนอีก" ชายหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงเรียบพอๆกับหน้าตา

"ฉันเอาเสื้อมาคืนคุณ" อนิลยื่นถุงเสื้อให้ทันทีไม่คิดจะตอบโต้ใดๆ

"เข้ามาข้างในก่อนสิ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่มีมารยาทแขกมาไม่เชิญเข้าบ้าน หืม..วันนี้พาเพื่อนมาด้วยคุณก็ไม่คิดจะแนะนำให้ผมรู้จักเพื่อนคุณ หรือแนะนำผมให้เพื่อนคุณรู้จักบ้างหรือไง?" พันกรเอ่ยร่ายยาวจนอนิลทำหน้าไม่ถูกอยากจะกัดหูชายหนุ่มที่พล่ามอยู่ตรงหน้าจริงๆ

"เอ่อ..ฉันชื่อปุรันยาค่ะเรียกว่าปุ้มก็ได้เป็นเพื่อนสนิทกับอนิลมาตั้งแต่อนุบาลค่ะ..ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ" ปุรันยาอมยิ้มเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของหนุ่มหล่อตรงหน้าที่มีต่อเพื่อนสาวของตน พร้อมๆกับยื่นมือไปให้เพื่อเป็นการทักทาย

"ผมชื่อพันกรครับ..ยินดีที่ได้รู้จัก" พันกรแนะนำตนเองบ้างหลังจากปุรันยาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ตอบรับการที่จะจับมือทักทายกับปุรันยาจนอีกฝ่ายต้องชักมือกลับเมื่อยื่นมือไปเก้อ

"เข้ามาก่อนสิครับ" กล่าวจบชายหนุ่มก็หันหลังเดินนำเข้าบ้านโดยไม่ถามความยินยอมจากแขกเลยสักคำว่าอยากจะเข้าไปหรือไม่

"เห็นไหมยัยปุ้ม..อิตานี่กวนประสาทขนาดไหน" อนิลทำหน้าบึ้งหันไปฟ้องเพื่อนสนิท

"ฉันว่าเขาดูสนใจแกนะอนิล" ปุรันยาอมยิ้มขำ

"ห๊ะ! สนใจฉันนี่อ่ะนะ..แกเข้าใจผิดแล้วมั้ง" อนิลทำหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำที่เพื่อนสนิทกล่าว

'หึหึ..ผมว่าก็ไม่แน่นะพี่สาว..เจ้านายผมหล่อน๊า' เจ้าชัตเตอร์ได้ทีสนับสนุนอีกเสียง อนิลถึงกับเหลือบมองด้วยหางตาเมื่อได้ยิน


"อ้าว...คู๊ณ!!!...จะยืนกันอยู่ตรงนั้นอีกนานไหมเดี๋ยวผมจะได้เอาเก้าอี้ไปให้กลัวจะเมื่อย" คำประชดประชันที่ส่งมาทำเอาปุรันยาต้องปิดปากกลั้นขำแล้วรีบดึงมือเพื่อนสาวที่ยืนหน้าบึ้งให้รีบเข้าไป

"เชิญดื่มน้ำก่อนครับ" พันกรกล่าวเชื้อเชิญเมื่อรินน้ำมาเสริฟให้อนิลกับปุรันยา

"ขอบคุณนะคะ..คุณพันกร" กล่าวจบปุรันยาก็ยื่นมือไปรับแก้วน้ำจากพันกรเป็นจังหวะที่พันกรดึงมือกลับไม่ทันจึงได้สัมผัสมือกันพอดี

"อ๊ะ!..ขะ..ขอโทษครับ" พันกรสะดุ้งชักมือกลับอย่างรวดเร็วจนปุรันยาตกใจเกือบทำแก้วตก เพียงครู่เดียวจุดแดงๆก็ค่อยๆโผล่ออกมาตามตัวจนเห็นได้ชัด

"อุ๊ย!คุณเป็นอะไรน่ะ...เหมือนผื่นขึ้นเลยนะคะ" อนิลที่สังเกตเห็นเอ่ยขึ้นมาทันที

"ผะ..ผมแพ้ฝุ่นน่ะไม่มีอะไรหรอกเดี๋ยวก็หาย" กล่าวจบพันกรก็รีบหันหลังเดินเข้าห้องครัวไป

"อนิล..หรือว่าเขาจะแพ้ผู้หญิงจริงๆอย่างที่แกเล่าฉันว่าแกไปดูเขาหน่อยดีไหม" ปุรันยาเอ่ยด้วยความรู้สึกเป็นห่วงแล้วดันหลังเพื่อนตนให้ตามเข้าไปดูอาการชายหนุ่ม

"คุณพันกร...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะมีอะไรให้ฉันช่วยไหม?" อนิลเอ่ยด้วยความรู้สึกเป็นห่วงและเห็นใจเมื่อได้เห็นว่าชายหนุ่มเป็นอย่างที่เจ้าแมวบอกจริงๆ

"ไม่เป็นไร ฉันกินยาแก้แพ้แล้วทายาอีกนิดเดี๋ยวก็ดีขึ้น" ชายหนุ่มเอ่ยตอบในขณะที่กำลังทาครีมที่แขนซ้าย

"คุณ..ฉันช่วยทาให้นะ" อนิลคว้าครีมจากมือพันกรไปพร้อมๆกับดึงแขนชายหนุ่มให้หันมาทางตนโดยลืมไปเสียสนิทว่าเขาแพ้อะไร

"เฮ้ย!อย่า......"

พันกรที่ส่งเสียงด้วยความตกใจจู่ๆก็ต้องนิ่งชะงักไป เมื่อมีบางสิ่งเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

"เป็นอะไรคุณพันกร..ร้องเสียเสียงหลง" อนิลถามโดยไม่ได้เงยหน้าอีกฝ่าย มือก็ป้ายครีมละเลงทาแขนให้ชายหนุ่มจนทั่วแขนทั้งสองข้าง

"อืม..ดีขึ้นแล้วนี่คะดูสิผื่นค่อยๆยุบหายไปแล้ว"

อนิลเงยหน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มดีใจที่อาการของชายหนุ่มดีขึ้น แต่เมื่อได้มาสบตากับเจ้าของใบหน้าอันหล่อเหลาที่กำลังจ้องมองด้วยความประหลาดใจปนรอยยิ้มอยู่ตรงหน้า ทำให้อนิลทำตัวไม่ถูกใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อด้วยความอายที่ถูกจ้องมองจนต้องรีบปล่อยแขนชายหนุ่ม

"จริงๆคุณเป็นคนน่ารักมากนะ..ถ้าคุณใส่ใจตัวเองมากกว่านี้คงมีหนุ่มๆคอยตามเพียบ" 

"คุณกับแมวของคุณนี่เหมือนกันจริงๆ แม้แต่คำพูดยังเหมือนกันเลย" อนิลเอ่ยตอบพยายามที่จะทำตัวให้ปกติที่สุดปกปิดความเขินอาย

"แล้วเจ้าชัตเตอร์มันบอกคุณด้วยไหมล่ะว่าตัวคุณน่ะ...อย่างกับมีกลิ่นฟีโรโมนที่ดึงดูดฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างดีเลยทีเดียว" เสียงทุ้มที่มาเอ่ยใกล้ๆหูทำเอาอนิลขนลุกซู่ เริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย

"เอ๊ะ!..เอ่อ..คุณแพ้ผู้หญิงไม่ใช่หรือเมื่อครู่ตอนที่ยัยปุ้มโดนมือคุณผื่นยังขึ้นพรวดมาเป็นเปื้อนเชียว ละ..แล้วคุณทำไมมาอยู่ใกล้ฉันได้ล่ะ" อนิลเพิ่งจะเริ่มผิดสังเกตในอาการของชายหนุ่ม

"คุณเพิ่งจะนึกออกหรือครับ..แล้วที่มาแย่งครีมจากมือผมไปทาด้วยมือของคุณเองตั้งนานเนียะถ้าผมมีอาการแพ้หนักผมคงตายไปแล้ว" พันกรจงใจเอ่ยประชดประชันเชิงเย้าแหย่หญิงสาวที่ทำสีหน้าตกใจเมื่อเพิ่งจะนึกขึ้นได้

"ตายแล้ว..ฉันขอโทษนะคุณ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆคุณเป็นอะไรไหมคะ?" อนิลลุกลี้ลุกลนตรวจดูตามร่างกายชายหนุ่มตรงหน้าอย่างกังวล

"ผมก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก..เอ่อ..ต้องพิสูจน์กันอีกทีจะได้รู้ชัดกันไปเลยว่าผมจะเป็นอะไรไหม" พันกรเอ่ยด้วยสีหน้าที่เคร่งขึ้นมา ท่าทีจริงจังมากขึ้น

"พิสูจน์หรือคะ?" อนิลทำสีหน้างงเมื่อได้ยินคำกล่าวจากพันกร

"คุณหลับตาแล้วยืนนิ่งๆนะ..ช่วยผมพิสูจน์หน่อย"

"ฉันเนียะนะ!..แล้วทำไมต้องหลับตา" อนิลเริ่มสงสัยในสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังคิด

"งั้นก็ไม่ต้องหลับ" 

กล่าวจบพันกรก็ดึงอนิลเข้ามากอดทันทีแล้วรวบร่างบางเอาไว้ในอ้อมอกโดยที่อนิลไม่ทันตั้งตัวแม้แต่น้อย หญิงสาวตกตะลึงยืนตัวแข็งพูดอะไรไม่ออกอยู่ในอ้อมแขนใหญ่กลิ่นอายบุรุษเพศทำให้หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมา

"คะ..คุณ..ปะ..ปล่อยฉันเลยนะ..มะ..ไม่กลัวผื่นขึ้นหรืออย่างไร" อนิลเอ่ยตะกุกตะกักน้ำเสียงสั่นเพราะเป็นครั้งแรกที่ถูกผู้ชายดึงมากอดโดยไม่รู้ตัวแบบนี้

"น่าแปลก...ผมกอดคุณได้โดยที่ผื่นไม่ขึ้น ไม่เหมือนเวลาโดนตัวผู้หญิงคนอื่น ตรงกันข้ามกลับรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้กลิ่นอโรมาเธราปี" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกดีเป็นที่สุด แถมยังกระชับกอดให้แน่นขึ้นพร้อมๆกับสูดกลิ่นละมุนจากคนในอ้อมกอดเข้าไปเต็มปอด

"โรคจิตชัดๆ...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลย! ฉันไม่ใช่น้ำหอมบำบัดจิตของคุณ!" อนิลดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากอ้อมกอดแกร่ง

"ไม่ปล่อย...คุณไม่เห็นหรือกอดคุณแล้วผมไม่มีผื่นขึ้นเลยแถมไอ้ที่ขึ้นมาเมื่อกี้ก็ยุบจะหมดแล้วเนียะ"

พันกรลอบยิ้มจงใจกอดรัดหญิงสาวที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขน หัวใจที่นิ่งสนิทมาเนิ่นนานจนคิดว่ามันตายด้านไปเสียแล้วกลับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นดังขนาดนี้

"ไม่ปล่อยใช่ไหม! นี่แน่ะ!" เมื่อดิ้นจนเหนื่อยคนตัวเล็กกว่าเลยเปลี่ยนวิธีใหม่

"โอ๊ย!!!..คุณกัดผมทำไมอนิล" คนตัวโตกว่าร้องเสียงดังจนเจ้าแมวหนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในครัวด้วยความเป็นห่วงเจ้านายของมัน

"อยากไม่ปล่อยทำไมล่ะ! ใช่สิ..ผื่นไม่ขึ้นแต่หื่นขึ้นเห็นๆเลย" อนิลโวยวายเสียงดัง

'พี่สาวครับ เกิดอะไรขึ้น?' เจ้าชัตเตอร์ถามหน้าตาตื่น

"ก็เจ้านายเธอน่ะสิจะปล้ำฉัน" อนิลรีบตอบคำถามเจ้าแมวอย่างฉับไว จนพันกรที่ยืนลูบต้นแขนที่ถูกกัดอยู่มองหน้าหญิงสาวที่คุยกับเจ้าแมว

"นี่คุณ..แค่นี้ถึงกับต้องฟ้องเจ้าชัตเตอร์เลยหรือผมยังไม่ได้คิดจะปล้ำคุณเลยนะ..เดี๋ยวพ่อก็ปล้ำจริงๆเสียหรอก" แม้จะงุนงงที่เห็นอนิลคุยกับแมวได้ แต่ก็ยังไม่วายเอ่ยเย้าแหย่หญิงสาวให้มีอาการจนหน้าแดงด้วยความโกรธ

"ลองปล้ำสิ! แม่จะเฉือนให้เจ้าชัตเตอร์กินเลย"

'เอ่อ..พี่สาวผมไม่กินฮะ..ผมทำไม่ได้' 

เจ้าชัตเตอร์รีบตอบทันควันด้วยท่าทีกลัวลูกหลงจากการปะทะกันของทั้งสอง

"มีท้าทาย...เดี๋ยวไม่นานคงได้มีลองของ!" พันกรยังคงแหย่ไม่เลิก

"คุณ!!!" อนิลแทบจะเข้าไปกรี๊ดใส่หูเมื่อเจอผู้ชายกวนประสาทขนาดนี้


"เอ่อ...ขอโทษค่ะ!...อนิลกลับได้หรือยังฉันกลัวว่าที่บ้านจะเป็นห่วง ไม่ได้บอกล่วงหน้าด้วยว่าจะกลับค่ำ" ปุรันยาเข้ามาได้จังหวะพอดีจึงได้ยุติการปะทะฝีปากระหว่างอนิลกับพันกรลงได้

"เออ..จริงด้วย! ฉันก็ลืมบอกพ่อเสียสนิทเลยตั้งใจแค่จะเอาเสื้อมาคืนแล้วรีบกลับ งั้นเรารีบกลับกันเถอะยัยปุ้ม" อนิลรีบดึงมือเพื่อนสาวออกจากห้องครัวทันที

"นี่คุณอนิล...คุณไม่คิดจะร่ำลาเจ้าของบ้านเลยสักนิดหรือครับ" พันกรที่เดินตามออกมารีบเอ่ยเชิงมีอาการน้อยใจเล็กๆ

"ขอตัวกลับก่อนนะคะ..คุณพันกร ขอบคุณสำหรับน้ำดื่มค่ะ" ปุรันยาเอ่ยด้วยมารยาทอันดีพร้อมก้มหัวเล็กน้อยเป็นการขอบคุณ

"ฉันกลับก่อนนะเจ้าชัตเตอร์" อนิลนั่งลงลูบหัวเจ้าแมวหนุ่มที่เดินตามเจ้านายมันออกมา

'แล้วมาอีกนะครับ พี่สาว' 

"คงไม่มีโอกาสได้มาแล้วล่ะจ๊ะ เสื้อฉันก็เอามาคืนแล้ว...ฉันไปนะ" อนิลเอ่ยร่ำลาเจ้าแมวหนุ่มเสร็จแล้วจึงลุกขึ้นยืนหันไปมองทางพันกรด้วยสีหน้าตึง

"ขอบคุณสำหรับน้ำดื่ม...ขอตัวนะคะ" 

กล่าวจบอนิลก็หันไปพยักหน้ากับเพื่อนสาวแล้วจึงพากันเดินออกไปโดยมีพันกรเดินตามมาส่งที่ประตูรั้ว อนิลหันมามองพันกรเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับการแลบลิ้นใส่อย่างกวนๆก่อนจะเดินหายลับไปกับเพื่อนสนิท

"หึหึ...เราได้เจอกันอีกแน่ๆ..อนิล"


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"หญิงสาวผู้คุยกับสัตว์รุ้เรื่อง..เขาเป็นโรคผื่นแพ้ผู้หญิงและน้องชายที่ตายไปแล้วแต่ยังคงห่วงพี่ชาย"

รัตนะมณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha