วิฬาร์ลิขิตรัก(จบแล้ว)

โดย: รัตนะมณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 4 : คืนวันพระ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                            บทที่ 4
                           คืนวันพระ


"อนิลลลลล...เพื่อนร๊ากกกก" 

เสียงอ้อนๆพร้อมใบหน้าเว้าวอนของปุรันยา บ่งบอกถึงความต้องการบางอย่างกับเพื่อนสนิทของตนที่กำลังเก็บเอกสารบนโต๊ะทำงาน เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน

"แกต้องการอะไรบอกมาเลยดีกว่า..ยัยปุ้ม" อนิลเอ่ยอย่างรู้ทันความคิดเพื่อนสาว

"ฉันจะชวนแกไปเลือกน้องแมวกับฉันหน่อย..น๊าอนิล ไปช่วยเลือกให้หน่อยนะ" ปุรันยาบอกความต้องการออกมาทันที

"ห๊ะ!..แกเนี๊ยะนะจะเลี้ยงแมว" อนิลแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาปุรันยาไม่เคยเลี้ยงสัตว์อะไรสักตัวเดียว

"พอดีเพื่อนของแม่ฉันเขาเปิดร้านขายสัตว์เลี้ยงเน้นแมวเป็นพิเศษ มีหลายสายพันธุ์ด้วยนะ ฉันเจอเจ้าชัตเตอร์วันนั้นแล้วชอบมากๆเลยมันน่ารักมาก ฉันเลยอยากเลี้ยงบ้างน่ะ" ปุรันยาดูสดใสขึ้นมาทันทีเมื่อเอ่ยถึงเจ้าแมวหนุ่มสีเทา

"แกรู้หรือเปล่ายัยปุ้ม..เจ้าชัตเตอร์นั่นสายพันธุ์มาเลศ หรือแมวโคราชส่วนใหญ่เขาจะเรียกแมวสีสวาดเป็นแมวมงคลที่นิยมเลี้ยงกันมาก รู้ไหมราคาเท่าไหร่?"

"หืม..แค่แมวไทยทั่วไปคงราคาไม่เท่าไหร่หรอก" ปุรันยาทำหน้างงเมื่ออนิลเอ่ยเรื่องราคาแมวที่ตนอยากได้

"มีตั้งแต่สองพันบาทขึ้นไปจนถึงหลักแสนจ๊ะ" อนิลตอบเพื่อนสาวที่กำลังรอฟัง

"ห๊า!..มีถึงหลักแสนเลยหรือแก ฉันคงไม่เอาราคาแพงขนาดนั้นหรอก...เดี๋ยวเราลองไปเลือกดูก่อนก็ได้นะเพราะเป็นเพื่อนแม่ฉันเอง"

"ไปก็ได้..แต่ต้องรีบกลับนะเพราะวันนี้วันพระ" อนิลหันไปบอกเพื่อนสาวพร้อมรอยยิ้ม

"แหม..รู้แล้วย่ะว่าจะต้องรีบกลับมาเตรียมตัวรอพบเทพบุตรในฝันของแก" ปุรันยาเอ่ยด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ในท่าทีเพื่อนสนิทตนที่เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

"บ้าาา!..พอดีวันนี้พ่อฉันไปถือศีลที่วัดแล้วขอนอนค้างด้วยเลย ฉันต้องรีบกลับไปดูบ้านเพราะไม่มีใครอยู่" อนิลพยายามแก้ตัว

"ไม่ต้องมาแก้ตัวหรอกย่ะ อย่างนั้นก็รีบไปกันเถอะเดี๋ยวจะเสียเวลาแก" ปุรันยารีบดึงให้เพื่อนสาวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว


...ร้านขายสัตว์เลี้ยง...

"ตกลงเอาตัวนี้เลยค่ะ..คุณน้า" เสียงของปุรันยาเอ่ยบอกเจ้าของร้านเมื่อพบเจ้าแมวที่เป็นเป้าหมาย

"เฮ้ย!ยัยปุ้ม..นั่นมันพันธุ์สก๊อตติสโฟล์ด!" อนิลรีบหันไปบอกเพื่อนสนิทที่กำลังยืนยิ้มชื่นชมความน่ารักของเจ้าแมวหูพับขนสั้นอยู่

"แล้วทำไมล่ะแก?" ปุรันยาถามหน้าซื่อ

"ราคาหมื่นขึ้นนะนั่น" อนิลรีบกระซิบบอก

"อะ..อะไรนะ..มะ..หมื่นขึ้นหรือ" ปุรันยาหน้าซีดทันตาเห็นหันไปมองหน้าเจ้าของร้านยิ้มแหยๆ

"คะ..คุณน้าคะ ปุ้มขอเปลี่ยนตัวได้ไหมคะ คือยังไม่ค่อยถูกใจน่ะค่ะ"

"ไม่เป็นไรค่ะหนูปุ้ม คุณแม่หนูโทรมาบอกน้าแล้วว่าให้ช่วยเลือกให้หลานหน่อย...พอดีน้ามีเจ้าวิเชียรมาศอยู่ตัวหนึ่งเป็นตัวเมีย เขาตัวเล็กกว่าเพื่อนในรุ่นที่เกิดออกมา เดี๋ยวน้าเอามาให้ดูนะ..ถ้าชอบก็เอาไปเลย น้ายกให้ค่ะ"

 เจ้าของร้านสาวใหญ่วัยกลางคนขึ้นไปยิ้มเมตตาเดินหายเข้าไปด้านในครู่หนึ่งแล้วออกมาพร้อมเจ้าแมวน้อยในอ้อมกอด

"อุ๊ย!..น่ารักจังเลยค่ะคุณน้า ปุ้มชอบค่ะ" ปุรันยารีบตอบโดยไม่มีลังเลเมื่อสบตากับเจ้าแมวเหมียวตัวน้อย

'พี่สาวคนนี้จะเอาเราไปเลี้ยงหรือ..ก็ดีจะได้ไม่ต้องคอยแย่งอาหารกับพวกพี่ๆจอมเกเร' แมวน้อยอายุประมาณสี่เดือนบ่นออกมาโดยไม่รู้ว่ามีผู้ที่ได้ยินและเข้าใจสิ่งที่มันพูด

"ยัยปุ้ม..ตัวนี้น่ารักดีนะเหมาะกับแกด้วย" อนิลยิ้มให้เจ้าแมวน้อยแล้วหันไปเอ่ยกับเพื่อนสาว

"เหมาะจริงๆนะอนิล...ทำไมถึงเหมาะกับฉันล่ะ" ปุรันยารับแมวน้อยมาอุ้มแล้วลูบหัวของมัน

"ฟรีไงแก..แกเหมาะสำหรับของฟรี" อนิลกระซิบตอบเพื่อนสาวแล้วหลุดขำออกมาจนเจ้าของร้านอมยิ้มตามไปด้วย

"เจ้าแมวน้อยไปอยู่กับเพื่อนฉันนะ..รับรองไม่ถูกพี่ๆจอมเกเรแย่งอาหารอีกแน่นอน" 

คำพูดของอนิลที่เอ่ยออกมาในขณะที่เกาคางมัน ทำเอาเจ้าแมวน้อยในอ้อมกอดเพื่อนสาวสะดุ้งตกใจว่ามนุษย์ผู้นี้เหตุใดกล่าวเหมือนได้ยินคำที่ตนพูด...



"เมี๊ยวๆๆ...ชัตเตอร์แกอยู่ไหนได้เวลาอาหารแล้วนะ" พันกรส่งเสียงเรียกเจ้าแมวหนุ่มในขณะที่เทอาหารไว้ให้ในชามของมัน

กรุ๊งกริ๊ง!กรุ๊งกริ๊ง!...เสียงกระพรวนที่ปลอกคอดังมาแต่ไกลเพียงครู่เดียวเจ้าแมวหนุ่มก็โผล่ออกมาให้เจ้าของมันเห็นหน้า

"มาแล้วหรือชัตเตอร์..ไปเที่ยวมาล่ะสิ คืนนี้อย่าหายไปไหนอีกนะ วันพระทีไรฉันมีอาการแปลกๆทุกที แกต้องอยู่เป็นเพื่อนฉันนะ"

พันกรลูบหัวเจ้าแมวหนุ่มที่กำลังกินอาหารเม็ดอย่างเอร็ดอร่อยพลางนึกย้อนไปในวันที่เจอมันในวันแรก


'กัณณ์...แกจะอยู่ในใจของพี่เสมอ' 

พันกรเอ่ยด้วยหัวใจที่ปวดร้าวเมื่อน้องชายที่เป็นญาติเพียงคนเดียวที่มีต้องมาจากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ วันนี้เป็นวันพระแรกที่ได้ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่น้องชายหลังจากวันเผาศพ

เอี๊ยดดดด!!! เสียงเบรคล้อรถกระทันหัน เมื่อเห็นบางสิ่งที่อยู่บนท้องถนน

'ลูกแมวนี่หว่า!' พันกรที่รีบเปิดประตูรถยนต์ลงไปดูทันที ดีว่าเป็นช่วงที่ถนนว่างจึงไม่มีรถตามหลังมา

'มันบาดเจ็บแต่ยังไม่ตาย..คงโดนรถคันอื่นชนเอา ดีนะไม่โดนทับตายเสียก่อน' 

พันกรตัดสินใจอุ้มมันขึ้นรถแล้วพาไปรักษาจนหายดี สุดท้ายจึงต้องรับเลี้ยงมันเอาไว้จนถึงทุกวันนี้ และนับตั้งแต่รับเจ้าแมวหนุ่มมาเลี้ยงไว้ ทุกวันพระก็เริ่มมีอาการแปลกๆ หลังสามทุ่มเป็นต้นไปพันกรจะง่วงจนคุมตัวเองไม่อยู่ สติสัมปชัญญะจะดับไปทันทีเมื่อถึงเวลาสามทุ่มตรง พันกรจึงเลือกที่จะไม่ออกไปไหนกับเพื่อนฝูงนอกจากอยู่ที่บ้านกับเจ้าแมวหนุ่ม 


กิ๊งก่อง! กิ๊งก่อง!

เสียงกดกริ่งหน้าประตูรั้วทำเอาทั้งชายหนุ่มและเจ้าชัตเตอร์หูผึ่ง

'พี่สาว!' เจ้าชัตเตอร์รีบวิ่งปรื๋อไปหน้าบ้านทันที

"ชัตเตอร์..รอฉันด้วยสิ" พันกรรีบเดินตามไปติดๆ


ประตูรั้วหน้าบ้านมีร่างบางของหญิงสาวนางหนึ่งยืนอยู่ แต่งกายด้วยชุดแซ็กรัดรูปสีดำสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย เมื่อเห็นเจ้าของบ้านเดินออกมาก็ส่งเสียงเรียกทันที

"กร..คะ! เปิดประตูให้ไอซ์หน่อยสิคะ"

"คุณไอซ์...คุณมาทำไมอีก ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมไม่ใช่คนที่คุณพบ" พันกรเสียงแข็งขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าใครคือแขกผู้มาเยือน

'ยัยผู้หญิงใจร้ายนี่เอง..เพราะหล่อนที่ทำให้ฉันต้องไปเจอกับเจ้าแมวมาเฟียพวกนั้น' 

เจ้าแมวหนุ่มขู่ฟ่อขึ้นมาทันที เพราะเจ้าหล่อนเคยแอบมาหลอกล่อให้ออกมาหาแล้วจับขึ้นรถเอาไปปล่อยเสียไกลเพื่อให้หลงทาง เนื่องจากเจ้าหล่อนชอบพันกรแต่เกลียดแมวเป็นที่สุด จึงคิดหาทางกำจัด

"อะไรกันคะกร..สองอาทิตย์ก่อนคุณยังชวนไอซ์ให้มาที่บ้านของคุณเลยนะคะ เราพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไอซ์ยังชมแมวของคุณเลยค่ะว่าน่ารักจัง หลับสนิทไม่กวนเจ้านายเลยจนกระทั้งไอซขอตัวกลับบ้านเพราะดึกมากแล้ว" หญิงสาวจีบปากจีบคอเล่าถึงความเป็นมาเป็นไปในครั้งก่อน

"เอ่อ..ขอโทษนะครับ ผมจำไม่ได้จริงๆปกติผมก็คุยกับคุยเฉพาะเรื่องงานในที่ทำงานเท่านั้นและผม..เอ่อ..เป็นภูมิแพ้บางอย่างไม่น่าที่จะชวนคุณมาได้เลย" พันกรยังคงยืนยันคำเดิม

"ไอซ์..ก็เริ่มจะงงแล้วนะคะ สองอาทิตย์ก่อนคุณยังมีทีท่าสนใจไอซ์อยู่เลย พออาทิตย์ที่แล้วคุณก็ดูไม่พอใจเหมือนโกรธอะไรมา ไอซ์มาหาก็ขอให้กลับไป พอถามในที่ทำงานคุณกลับทำหน้างงว่าไอซ์พูดเรื่องอะไร..คุณเป็นไบโพล่าร์*หรือเปล่าคะ?" หญิงเริ่มมีความหงุดหงิดในท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้า

"ผมอาจจะเป็นโรคที่คุณว่าก็ได้ ดังนั้นเลิกสนใจผมเถอะครับ ผมไม่ชอบผู้หญิง ขออยู่กับแมวของผมดีกว่า" พันกรพูดตัดบทด้วยความรำคาญอยากให้เจ้าหล่อนรีบกลับไปเสียที

"แมว? เอ๊ะ...มันยังอยู่อีกหรือคะ?" หญิงสาวทำหน้าตกใจเมื่อหันมาเห็นเจ้าชัตเตอร์เต็มๆตา ทั้งๆที่มันขู่ฟ่อๆอยู่ตั้งนานกลับไม่สนใจอะไรนอกจากผู้ชายที่ตนต้องการตรงหน้า

"ทำไมหรือครับมันก็ยังอยู่กับผมทุกวัน"

"อ่อ..ไอซ์นึกว่ามันจะไปติดตัวเมียแล้วหายไปน่ะค่ะ..ไม่คิดว่ามันยังอยู่" หญิงสาวรีบพูดกลบเกลื่อน

"คุณไอซ์รีบกลับเถอะครับนี่ก็จะทุ่มครึ่งแล้ว ผมมีงานที่จะต้องทำ ขอโทษนะครับที่ไม่เชิญเข้าบ้าน" 

กล่าวจบพันกรก็อุ้มเจ้าชัตเตอร์เดินกลับเข้าไปในบ้านทันที ปล่อยให้เจ้าหล่อนยืนกัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจเพราะรู้สึกเสียหน้า

"เล่นตัวชะมัดผู้ชายอะไร เดี๋ยวก็ปล้ำทำผัวเสียหรอกอย่าให้มีโอกาสนะยะ..ไอ้แมวบ้านั่นก็ยังจะกลับมาได้อีกอุตส่าห์เอาไปปล่อยเสียตั้งไกล" แม้จะเจ็บใจเป็นที่สุด แต่ตอนนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้เจ้าหล่อนจึงต้องจำใจหันหลังกลับ



ตื๊ดดด!ตื๊ดดด! 

เสียงสายเข้าทำให้อนิลรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับในขณะที่เพิ่งแยกทางกับปุรันยาเพื่อนสาว


"สวัสดีค่ะ..อนิลพูดสายค่ะ"

"นี่คุณ...ผมรู้สึกไม่ค่อยดีมาหาผมหน่อยได้ไหม?" เสียงปลายสายฟังดูแปลกๆ

"ใครคะ?" อนิลถามกลับไปด้วยความสงสัย

"ผมเอง..พันกร นี่คุณยังไม่บันทึกเบอร์ผมไว้ในเครื่องอีกหรือ?" เสียงปลายสายเปลี่ยนมาเป็นขุ่นเคืองเล็กน้อย

"มันเรื่องของฉัน..ว่าแต่คุณโทรหาฉันทำไม?"

"ผม..รู้สึกไม่ค่อยสบาย..คุณช่วยมาหาผมหน่อยได้ไหม?" น้ำเสียงปลายเริ่มแผ่วลงคล้ายคนไม่ค่อยมีแรงแตกต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง

"ไม่สบายแล้วทำไมไม่บอกญาติคุณล่ะคะ มาบอกฉันทำไมกัน" อนิลรู้สึกไม่ไว้ใจคนเจ้าเล่ห์ที่ฉวยโอกาสทำรุ่มร่ามกับตนในครั้งก่อน แม้หน้าตาเขาจะคล้ายพ่อเทพบุตรในฝันมากก็ตาม

"ผม..ไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้ว..พ่อแม่และน้องชายของผม จากไปหมดแล้ว" คราวนี้น้ำเสียงที่เอ่ยตอบรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดในใจ

"เอ่อ..เสียใจด้วยค่ะ ฉันขอโทษนะคะ..แล้วคุณทำไมคุณไม่ไปหาหมอล่ะคะคุณพันกร" อนิลปรับน้ำเสียงให้ละมุนขึ้นด้วยความรู้สึกผิด

"ผม..ไปไม่ไหว ถ้าคุณมีน้ำใจกับคนที่ให้คุณยืมเสื้อเพื่อปิดกระโปรงที่ซิปแตกของคุณ..ก็ช่วยมาดูผมหน่อย" 

แม้น้ำเสียงปลายสายจะดูเนือยๆแต่ถ้อยคำที่ส่งมานี้ ทำเอาอนิลอยากจะทะลุโทรศัพท์เข้าไปกัดหูเสียจริงๆ

"คุณนี่มัน...ฮึ่ม!...จริงๆเลย ถ้าฉันไปแล้วคุณไม่ได้เป็นอะไรนะ..เตรียมตัวเป็นศพได้เลย" 

อนิลวางสายอย่างฉุนๆแล้วรีบโบกรถแท๊กซี่ เพื่อไปดูคนเจ้าเล่ห์อย่างพันกรว่าจะป่วยจริงอย่างที่บอกหรือไหม หากมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลล่ะก็..คงได้งัดเอาศิลปะป้องกันตัวที่เคยเรียนได้คะแนนเต็มมาใช้กันสักตั้งแน่ๆ



กิ๊งก่อง!กิ๊งก่อง!


เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นอีกครั้ง เจ้าชัตเตอร์ที่กำลังนอนดูทีวีอยู่บนโซฟาใกล้ๆพันกรหูผึ่งขึ้นเล็กน้อย คิดลังเลว่าจะวิ่งออกไปดูผู้มาเยือนดีหรือไม่ เพราะว่านี่ก็เกือบจะสองทุ่มอยู่แล้ว ใครกันที่จะมาหาเจ้านายของมัน

"พี่คนสวยของแกมาแล้วมั้งชัตเตอร์" พันกรกล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกระแอมเสียงปรับเปลี่ยนท่าทีตนเอง แล้วรีบหันไปบอกเจ้าแมวหนุ่มก่อนที่มันจะรีบวิ่งออกไป

"ชัตเตอร์..แกห้ามพูดอะไรทั้งนั้นนะ ฉันกำลังป่วยอยู่..หึหึ" พันกรนึกขำตัวเองที่ต้องสั่งความเจ้าแมวหนุ่มที่ไม่รู้ว่ามันจะฟังสิ่งที่ตนพูดรู้เรื่องหรือเปล่า

'ผมรู้แล้วน่า แหม..พอเจอสาวที่ถูกใจแถมยังแตะต้องเขาได้นี่..เจ้าเล่ห์ขึ้นมาเลยนะ' 

เจ้าชัตเตอร์หันมองหน้าชายหนุ่มเหมือนอยากจะบอกว่าเข้าใจในคำที่เจ้านายมันสั่งเป็นอย่างดี จากนั้นก็รีบวิ่งพรวดออกไปต้อนรับหญิงสาวในทันที

"พี่สาวมาแล้ว..ทำไมวันนี้มาค่ำจังเลยครับ" เจ้าชัตเตอร์เอ่ยทักทันทีที่ได้เห็นผู้ที่มันรอคอย

"ไงจ๊ะพ่อหนุ่ม..สบายดีไหม พี่สาวมาดูเจ้านายเรานั่นแหล่ะชัตเตอร์ เห็นโทรหาพี่บอกว่าไม่ค่อยสบายให้พี่มาช่วยดูเขาหน่อย เขาป่วยจริงๆหรอ?" อนิลแอบกระซิบถามหลังทักทายเจ้าแมวหนุ่ม ก่อนที่เจ้านายมันจะเดินมาเปิดประตูรั้ว

"เจ้านายผม..เขา.."

"อนิล คุณอย่ามัวนั่งคุยกับแมวอยู่ตรงนี้เลย เดี๋ยวยุงมันจะหามคุณไปกินเสียก่อน บ้านผมนั่งสบายไม่มียุงด้วยคุณจะนั่งคุยกับเจ้าชัตเตอร์ทั้งคืนก็ได้" 

ก่อนที่เจ้าชัตเตอร์จะได้ตอบคำถาม ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มก็เดินมาถึงเสียก่อน

"นี่ขนาดไม่สบายนะคะคุณ ปากยังดีเหมือนเดิมเลยสงสัยจะไม่เป็นอะไรมาก" อนิลมองชายหนุ่มที่กำลังเปิดประตูด้วยความหมั่นไส้

"เอิ่ม..แค่กๆ ผมแค่ไม่อยากให้คุณโดนยุงกัด เดี๋ยวจะป่วยเหมือนผม" ชายหนุ่มอาการกำเริบขึ้นมาทันที แล้วรีบเดินนำเข้าไปในบ้านด้วยท่าทีซวนเซจนเจ้าชัตเตอร์ถึงกับส่ายหน้า

"แล้วนี่คุณทานยาหรือยังคะ?" อนิลถามแล้วดูท่าทีคนป่วยเมื่อเข้ามาถึงในบ้าน

"อนิล..คุณช่วยอะไรผมสักอย่างได้ไหมครับ?" จู่ๆพันกรก็เริ่มรู้สึกผิดปกติ น้ำเสียงเริ่มแผ่วเมื่อนั่งลงบนโซฟาได้เพียงครู่เดียว
"คุณเป็นอะไรคะ ทำไมไม่ไปหาหมอหรือหายาทานล่ะคะ" อนิลถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าชายหนุ่มเริ่มไม่ค่อยดี

"อาการของผมทานยาก็ไม่หายหรอกคุณ ผมจะเป็นแบบนี้ทุกคืนวันพระ" พันกรเอ่ยด้วยสีหน้าที่เริ่มเครียดขึ้น

"หืม...ทุกคืนวันพระ เฮ้ย..จริงด้วย!วันนี้วันพระฉันต้องรีบกลับบ้าน" อนิลลุกพรวดขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีความหมายกับเธอแค่ไหน

"เดี๋ยวสิคุณ..ช่วย..ผมก่อน.." ชายหนุ่มเอ่ยได้เพียงแค่นั้น ร่างของพันกรที่เอื้อมมือมาจะคว้าข้อมือของหญิงสาวเอาไว้ก็ร่วงจากโซฟาลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นเสียก่อน

"เฮ้ย! คุณ!...คุณพันกร!!!"


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"หญิงสาวผู้คุยกับสัตว์รุ้เรื่อง..เขาเป็นโรคผื่นแพ้ผู้หญิงและน้องชายที่ตายไปแล้วแต่ยังคงห่วงพี่ชาย"

รัตนะมณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha