วิฬาร์ลิขิตรัก(จบแล้ว)

โดย: รัตนะมณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 5 : ฉันเป็นเมียเขา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                               บทที่ 5
                      ฉันเป็นเมียของเขา


"ชัตเตอร์..เจ้านายเธอเป็นอะไรน่ะ!" 
อนิลรีบหันไปถามเจ้าแมวหนุ่มที่วิ่งเข้ามาทันทีที่ได้ยินใครเสียงล้มตึงไปกับพื้น

'พี่สาว..ตอนนี้กี่โมงแล้วครับ?' ชัตเตอร์เข้าไปสำรวจชายหนุ่มที่ไร้สติครู่หนึ่งจึงเอ่ยถามหญิงสาวที่กำลังตกใจ

"เอ๋?..ตอนนี้หรือ..ก็..สองทุ่มครึ่งจ๊ะ..ทำไมหรือชัตเตอร์?" อนิลงุนงงกับท่าทีเจ้าแมวหนุ่ม

'อะ..เอ่อ..พี่สาวช่วยพยุงเจ้านายผมไปนอนที่เตียงหน่อยสิครับ' เจ้าชัตเตอร์หันมาเอ่ยบอกหญิงสาวที่กำลังมองดูสถานการณ์

"ฉันโทรเรียกรถพยาบาลดีกว่าไหม?" อนิลทำท่าล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋าสะพายใบขนาดย่อม

'อย่านะพี่สาว!' เจ้าแมวหนุ่มกระโดดไปที่ตักอนิลที่กำลังนั่งกับพื้นขณะจะหยิบโทรศัพท์ จนหญิงสาวตกใจสะดุ้ง

"เฮ้ย! ชัตเตอร์..กระโดดมาแบบนี้ฉันตกใจหมด ทำไมล่ะ..ห้ามฉันเรียกรถพยาบาลทำไม" 

'เจ้านายผมแค่เป็นโรควูบน่ะครับ..เดี๋ยวก็ฟื้น ตอนนี้แค่ช่วยพยุงไปที่เตียงนอนก็พอครับ' เจ้าแมวหนุ่มรีบอธิบายเหตุผล

"เอางั้นก็ได้...แล้วเนียะตัวอย่างกับยักษ์ ฉันจะพยุงไหวไหม..เฮ้อ!" 

อนิลถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะค่อยๆยกแขนชายหนุ่มขึ้นมาพาดคอตนเองแล้วพยายามพยุงร่างใหญ่ให้ลุกขึ้น น่าแปลกที่เจ้าของร่างที่หลับตาสนิทกลับคล้ายช่วยยันกายตนเองเพื่อผ่อนแรงหญิงสาว ทำให้การพยุงไปคล้ายช่วยประคองคนเมาอย่างไรอย่างนั้น

"นี่สินะห้องนอนเจ้านายเธอ..เตียงกว้างเชียวนะสงสัยขนาดคิงไซส์" หญิงสาวเปรยขึ้นเมื่อเห็นเตียงนอนชายหนุ่มที่เธอกำลังพยุง โดยมีเจ้าชัตเตอร์วิ่งนำทางมาที่ห้องนอน

"ฮึ๊บ..อ๊ะ..ว๊าย!" อนิลเสียหลักขณะหย่อนร่างเจ้าของเตียงลงบนที่นอน กลายเป็นว่าหญิงสาวลงไปนอนทับเจ้าของเตียงเสียด้วยเลย เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็ถูกแขนแกร่งรัดตัวเอาไว้เสียแล้ว

"เฮ้ย!!! นี่คุณหลอกฉันหรือ?" คนถูกกอดรัดโวยวายดิ้นรนเต็มที่

"ผม..ไม่ได้หลอกนะ อนิล..คุณช่วยอยู่กับผมก่อน" เสียงของพันกรยังฟังดูเหนื่อยๆ แม้จะยังมีแรงรั้งหญิงสาวเอาไว้ได้

"เอ๊ะ..ทำไมตัวคุณร้อนจัง เมื่อครู่ยังปกติอยู่เลย" อนิลเริ่มรู้สึกถึงความร้อนที่ออกมาจากตัวของชายหนุ่ม

"กำลังจะสามทุ่มแล้วใช่ไหม?" พันกรเอ่ยถาม ทำให้อนิลยกนาฬิกาข้อมือตนเองขึ้นมาดูอีกที

"ใช่ค่ะ..อีกไม่กี่นาทีจะสามทุ่มตรงทำไมหรือคะ?"

"ผมกำลังจะหลับเหมือนทุกครั้งที่เป็น ในคืนวันพระ ก่อนจะถึงเวลาสามทุ่มตัวผมจะร้อนและอีกเดี๋ยวผมจะง่วงจนทนไม่ไหว ถ้าผมหลับคุณช่วยอยู่เป็นเพื่อนผมได้ไหมครับ ผมอยากรู้ว่าตัวผมอีกคนจะตื่นขึ้นมาเหมือนทุกทีที่มีคนบอกผมหรือเปล่า" พันกรพยายามจะบอกจุดประสงค์ของตนเองให้อนิลได้รับรู้

"หะ..ให้ฉัน..อยู่เป็นเพื่อนคุณหรือคะ..เอ่อ..ฉันต้องรีบกลับบ้านนะ" อนิลทั้งตกใจทั้งงุนงงในท่าทีของพันกร

"ผม..ขอร้อง..ช่วยอยู่กับผมก่อน" ท่าทางของพันกรตอนนี้ดูแย่มาก เขาดูทรมานอุณภูมิร่างกายก็ร้อนเหมือนคนเป็นไข้

"คุณ..ไหวไหม ฉันไปหาผ้ามาเช็ดตัวให้นะ" 

อนิลรู้สึกเห็นใจชายหนุ่มขึ้นมาเมื่อนึกได้ว่า เขาไม่มีใครที่จะคอยดูแล จึงพยายามคลายอ้อมแขนแกร่งออกแล้วลุกไปหาผ้าชุบน้ำมาบรรจงเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม

"คุณอย่าเพิ่งกลับนะ..ผมขอร้อง" แววตาที่ร้องขอความเห็นใจตอนนี้ ทำให้อนิลไม่สามารถจะเอ่ยปฏิเสธได้ลงคอ

"อนิลครับ..ผมขอกอดคุณได้ไหม?"

"ตัวร้อนขนาดนี้ยังจะหื่นอีกนะ"

"ไม่ใช่นะ..ผมแค่..กลัว" เสียงที่แผ่วของพันกร สร้างความสงสารในหัวใจของอนิลทันที ชายหนุ่มที่เธอมักจะเห็นเขาปากเก่งท่าทีกวนๆ ที่แท้ซ่อนความเหงาความกลัวเอาไว้ในก้นบึ้งของจิตใจ

"แค่กอดนะ..มากกว่ากอดล่ะน่าดู" อนิลยอมขึ้นมานอนข้างๆชายหนุ่มเป็นหมอนข้างให้เขากอด สีหน้าของพันกรดูผ่อนคลายขึ้นแล้วค่อยๆปิดเปลือกตาลงแน่นิ่งไป

"คุณคะ...คุณ...หลับแล้วหรือ?" พักใหญ่ที่อนิลนอนนิ่งให้เขากอด จนเริ่มรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่กระเพื่อมอย่างสม่ำเสมอเหมือนคนหลับสนิท

"งั้นฉันกลับนะ..ดึกมากแล้วด้วย" อนิลค่อยๆขยับแขนแกร่งของชายหนุ่มออกจากร่างกายตน เพื่อจะขยับลุกขึ้น

"ไม่ต้องกลับหรอกครับ..ดึกแล้วอันตราย"

จู่ๆร่างที่หลับสนิทก็ลุกพรวดมาดึงมืออนิลที่กำลังจะลุกออกจากเตียงเอาไว้

"อ้าว! นี่คุณแกล้งหลับใช่ไหม นี่แกล้งป่วยใช่หรือเปล่า?"  อนิลชักสีหน้า รู้สึกโกรธอย่างที่สุด

"เปล่านะครับพี่สาว..เอ๊ย..คุณอนิล" ชายหนุ่มที่ลุกขึ้นมามีแววตาที่แปลกไป แถมการพูดก็ไม่เหมือนเดิม

"ถ้าคุณหายเป็นปกติแล้ว..ฉันก็ขอตัวกลับนะ" 

"อย่าเพิ่งครับ...ดึกดื่นแบบนี้อันตรายนะครับ เอาเป็นว่าพี่สาว..เอ๊ย คุณนอนค้างที่นี่เถอะ" ชายหนุ่มกระโดดพรวดมาขวางหน้าหญิงสาวเอาไว้ไม่ให้ออกจากห้อง

"คะ..คุณ..เป็นอะไรหรือเปล่าดูแปลกๆไปนะ" อนิลไม่เคยเห็นพันกรมีแววตาแบบนี้มาก่อนเลย

"เชื่อผมเถอะ...มานอนเถอะนะ" คราวนี้ชายหนุ่มทำในสิ่งที่อนิลแทบจะกรี๊ดลั่น ด้วยการกระชากร่างหญิงสาวมาที่เตียงนอนแล้วนอนทับด้วยร่างสูงโปร่งของตนกอดก่ายเหมือนอนิลเป็นหมอนข้าง

"ปะ..ปล่อยฉันนะ!..ไม่งั้นฉันจะกัดคุณให้เนื้อหลุดเลย" อนิลส่งเสียงโวยวายขู่ด้วยความตกใจ

"ไปดีกว่า..สวีทกันตามสบายเลยครับ" จบประโยคงงๆของชายหนุ่ม ร่างใหญ่อยู่ๆก็หมดสติใส่คนตัวเล็กเสียดื้อๆ

"อ้าว..เฮ้ย!..อะไรของคุณเนี๊ยะ! อีตาบ้า!" อนิลพยายามดันร่างคนตัวใหญ่กว่าออกจากตัว ปากก็กร่นด่าด้วยความโมโห

"อูย...แสบแก้วหู..ใครมาตะโกนอะไรแถวนี้" คราวนี้ร่างใหญ่ขยับรู้สึกตัวอีกครั้ง พร้อมความนุ่มนิ่มข้างๆกายตน

"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ..ลุกออกไปเลยฉันจะกลับบ้าน" มือเล็กเริ่มทุบตีร่างสูง เมื่อเริ่มหมดแรงที่จะผลักออก

"เช้าแล้วหรือ? แปลกแฮะ..คืนนี้ทำไมผ่านไปเร็วจัง ไม่เห็นเจอแม่เทพธิดาในฝันด้วย" ร่างสูงเอ่ยพึมพำ

"เช้าบ้าอะไรล่ะ!คุณเล่นอะไรของคุณ..สงสัยมีอาการทางจิตจริงๆ" อนิลยังคงโวยวายใส่หูร่างใหญ่

"หืม..อนิล!..คุณยังอยู่จริงๆด้วย" พันกรที่เริ่มตั้งสติได้ เห็นอนิลในอ้อมแขนตนรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก กอดรัดด้วยความปลาบปลื้ม

"อ้าว..เฮ้ยๆๆๆ อะไรของคุณอีก!" หญิงสาวงงจนไม่รู้จะงงยังไงในท่าทีที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของชายหนุ่ม

"ผมดีใจที่คุณยังอยู่"

"คุณจะมาดีใจอะไร เดี๋ยวก็แกล้งหลับเดี๋ยวก็ตื่น จนฉันปวดประสาทแล้วเนียะ จะกลับก็ไม่ให้กลับทั้งนอนทับทั้งกอด ฉันดิ้นจนจะหมดแรงอยู่แล้ว" 

อนิลต่อว่าไม่หยุดด้วยความโมโห แต่พันกรกลับตีสีหน้าฉงนในสิ่งที่อนิลพูด

"คุณ...ผมหลับจริงๆนะ..มารู้สึกตัวอีกทีตอนคุณโวยวายเมื่อครู่นี้เองนะ"

"อย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องนะ พอคุณหลับรอบแรกฉันก็ลุกขึ้นจะกลับบ้าน อยู่ๆคุณก็ตื่นขึ้นมาแล้วกระโดดมาขวางฉันเอาไว้แถมยังกระชากฉันกลับมานอนทับนอนกอดอีก ครู่เดียวก็แกล้งหลับใส่ฉันเสียอย่างงั้น พอฉันโวยวายคุณก็ตื่นขึ้นมาอีก" อนิลเล่าย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้งเพื่อยืนยัน

"ผมหรือ?..ที่ลุกขึ้นมากระโดดขวางคุณไว้ แถมกระชากคุณมานอนทับด้วยอ่ะนะ" พันกรแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่อนิลพูด

"ก็คุณน่ะสิ..คิดว่าแมวที่ไหนล่ะ?" 

"อนิล...นั่นไม่ใช่ผม"

"ถ้าไม่ใช่คุณ..แล้วจะบอกว่าเป็นใครหรือคะที่มาใช้ร่างคุณน่ะ...อย่ามาตลกฝืด" อนิลเอ่ยประชดด้วยความหงุดหงิดที่ชายหนุ่มแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

"คุณ..อาจไม่เชื่อ..แต่นั่น..ไม่ใช่ผมจริงๆ" สีหน้าและท่าทางของพันกร บ่งบอกถึงความตึงเครียดในสิ่งที่เกิดขึ้น อนิลสังเกตสีหน้าชายหนุ่มตรงหน้าเห็นแววตาของเขา ก็ให้รู้สึกเอะใจในบางอย่าง

"คุณพันกร...คุณป่วยเป็นอะไรกันแน่คะ?" อนิลพยายามสงบสติอารมณ์แล้วเอ่ยถามดีๆ

"ทุกคืนวันพระ..มักมีเรื่องแปลกเกิดขึ้นกับผม พอสามทุ่มตรงตัวผมจะร้อนอย่างที่คุณเห็น แล้วก็จะหลับไปโดยที่ฝืนไม่ได้สักครั้ง และตื่นขึ้นในตอนเช้าโดยที่บางครั้งผมสวมชุดเหมือนออกไปข้างนอกมา แถมยังชอบมีผู้หญิงเข้ามาทักหรือโทรมาหาผม บอกว่าผมไปขอทำความรู้จักพวกเธอโดยที่ตัวผมกลับจำอะไรไม่ได้เลยสักครั้ง"

พันกรเล่าด้วยสีหน้าที่หม่นหมองถึงเรื่องแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับตน ในตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

"แล้วคุณไม่รู้ตัวเลยหรือคะ..เมื่อมีคุณอีกคนตื่นขึ้นมาในตอนกลางคืน" อนิลถามด้วยความสงสัย

"ไม่เลย..พอหลับไปแล้วผมก็เหมือนจะฝันเรื่องเดิมๆทุกครั้ง"

"คุณฝันว่าอะไรคะ?" อนิลถามต่อด้วยความอยากรู้

"ผม..มักจะฝันว่าเดินไปหาใครสักคน เธอคนนั้นจะรออยู่ที่ปลายทางเสมอ...แต่ วันนี้ผมไม่เจอเธอ" พันกรหน้าสลดลงเมื่อนึกได้ว่าคืนนี้ใครคนนั้นหายไป

"เธอ..คงสำคัญกับคุณมากสินะคะ" อนิลเสียววูบในใจโดยไม่รู้สาเหตุ 

"ว่าแต่คุณเถอะ...กลับบ้านเช้าแบบนี้ที่บ้านคุณจะไม่ว่าหรือครับ" พันกรสลัดเรื่องในหัวทิ้ง ทันทีที่นึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวอยู่เป็นเพื่อนตนตั้งแต่เมื่อคืน

"เอ่อ..คุณ..ดูเวลาก่อนดีไหม?" คำกล่าวของอนิลทำให้พันกรหันดูนาฬิกาที่หัวนอนทันที

"เอ๋?...เที่ยงคืน" พันกรทำสีหน้างุนงงเมื่อเห็นเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลา 

"ใช่ค่ะ...ยังไม่เช้า"

"ผมขอโทษด้วย..ที่รบกวนคุณขนาดนี้ แต่ก็เพราะคุณทำให้ผมได้รู้ว่าผู้หญิงพวกนั้นพูดความจริง" ชายหนุ่มดูเศร้าลงถนัดตาเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้

"ไม่ใช่ความผิดของคุณนี่คะ...อย่าคิดมากไปเลยค่ะ พันกร" อนิลยื่นมือไปจับใบหน้าชายหนุ่มด้วยความสงสาร โดยลืมไปว่าตนเองยังคงนอนอยู่ข้างกายเขา 
    
พันกรแนบฝ่ามือตนเองไปสัมผัสทับกับมือเล็กนุ่มที่กำลังจับใบหน้าตนด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ ในช่วงเวลาที่สับสนหวาดหวั่นเช่นนี้ ยังมีมือน้อยๆส่งมาเป็นกำลังใจให้แก่เขา สายตาที่สบประสานจ้องมองกันและกันโดยไม่รู้ตัว  ชายหนุ่มรู้สึกประทับใจหญิงสาวตรงหน้า อนิลงดงามโดยไร้เครื่องสำอางค์แต่งแต้ม คิ้วที่เป็นเส้นสวยเข้มขนาดพอเหมาะ ดวงตาที่ประดับเพียงแพขนตายาวงอน กับจมูกที่โด่งเชิดโดยธรรมชาติรับกับริมฝีปากเรียวบางของหญิงสาวที่ดูน่าสัมผัสเป็นที่สุด

"ผม..รู้สึกอยากจูบคุณ" เสียงทุ้มเอ่ยอย่างนุ่มนวล ทำเอาอีกฝ่ายผงะรีบหลบสายตาดึงมือกลับ ทว่าชายหนุ่มนั้นจับยึดไว้

"เอ่อ..ปะ..ปล่อยเถอะค่ะ" อนิลที่เริ่มรู้สึกว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์มิสู้ดี พยายามที่จะลุกขึ้น

"อนุญาตให้ผมจูบคุณได้ไหมครับ" ความปรารถนาที่ปะทุขึ้น ทำให้พันกรกล้าเอ่ยขอในสิ่งที่ไม่เคยทำกับผู้หญิงคนใดมาก่อน

"เอ่อ..ฉัน.." อนิลรู้สึกลำบากใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อใจหนึ่งรู้สึกถึงความไม่เหมาะไม่ควร เป็นหญิงต้องรักนวลสงวนตัว แต่อีกใจก็หวั่นไหวเอนเอียง

กิ๊งก่อง!ๆๆๆๆ

เสียงกดกริ่งรัวๆ เหมือนมาช่วยแก้สถานการณ์อย่างพอดิบพอดี พันกรถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดเพราะผู้มาเยือนโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้านั้น เล่นกดกริ่งรัวดังในยามดึกสงัดเช่นนี้ ถือเป็นการรบกวนเพื่อนบ้านไปด้วย

"กรขา..กร! เปิดปาตูให้ไอซ์หน่อยสิค๊า" น้ำเสียงเหมือนมีอาการมึนเมา ส่งเสียงเรียกผู้เป็นเจ้าของบ้าน

"คุณไอซ์..คุณมาทำไมอีก นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วรู้ไหม กลับไปเถอะครับผมจะพักผ่อน" พันกรอารมณ์เสียทันทีที่ได้เห็นว่าใครที่มาเยือน

"เอ่อ..คุณพันกร คุณรับแขกของคุณเถอะค่ะ ฉันจะกลับแล้ว" อนิลที่เดินตามออกมาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ามีหญิงสาวมาหาชายหนุ่มยามดึกเช่นนี้

"ผมไม่ให้คุณกลับ..ถ้าจะกลับเดี๋ยวผมไปส่ง" พันกรหันไปยึดข้อมือของอนิลเอาไว้

"แม่นี่เป็นใครคะ! ทำไมมาสาระแนอยู่ตรงนี้ ค่ำมืดดึกดื่นทำไมไม่กลับบ้านกลับช่อง เที่ยวมาอยู่บ้านผู้ชายแบบนี้ คงมาอ่อยกรล่ะสิ" สีหน้าชิงชังส่งมาพร้อมคำพูดดูถูกดูแคลนทันทีที่เห็นคู่แข่งตรงหน้า

"ก่อนที่จะว่าใคร ทำไมไม่ดูตัวคุณเองก่อนล่ะคะ ที่มากดกริ่งเรียกผู้ชายอยู่หน้ารั้วบ้านเขานี่ไม่ได้เรียกว่ามายั่วยวนเขาหรือคะ?" อนิลโต้กลับทันที ถึงจะเป็นคนที่ไม่ได้ชอบหาเรื่องใคร แต่การโดนดูถูกเหยียดหยามต่อหน้าแบบนี้ก็ยอมไม่ได้

"ฉันชื่อไอรดาเป็นคนรักของกร คนรักกันมาหากันมันจะผิดตรงไหนยะ แต่เธอล่ะเป็นอะไรกับเขา?" การประกาศตัวเป็นคนรักของไอรดา ทำเอาพันกรตาโตรู้สึกขุ่นเคืองอย่างที่สุด

"คุณพูดอะไรของคุณ คุณไอซ์!"

"ฉัน เป็น'เมีย'เขา..ผัวเมียกันอยู่กันจนดึกดื่นคิดว่าเขาจะทำอะไรกันล่ะคุณ จริงไหมคะ..กรขา" อนิลโอบกอดพันกรต่อหน้าต่อตาผู้มาเยือน แถมยืดตัวไปหอมแก้มชายหนุ่มอีกฟอดใหญ่ เล่นเอาฝ่ายชายตกตะลึง

"กรคะ! มันโกหกใช่ไหม ไอซ์ไม่เชื่อหรอกค่ะอาทิตย์ก่อนที่กรดูไม่พอใจไอซ์ เพราะหึงไอซ์ใช่ไหมคะ อย่าประชดกันแบบนี้เลยนะคะ" ไอรดายังคงมีความมั่นใจว่าชายหนุ่มตรงหน้าต้องสนใจตน
                                บทที่ 6

                       ขออนุญาตจีบครับ

"กรี๊ดดดด!..อยู่ด้วยกันทั้งคืน" 

ปุรันยาแทบกรี๊ดสลบ เมื่อได้ฟังเพื่อนสาวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังแยกกันที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

"บ้า! ทั้งคืนที่ไหนยะ..แค่ตีหนึ่งแล้วเขาก็ไปส่งฉันที่บ้านย่ะ..ยัยปุ้ม" อนิลส่ายหน้ากับอาการของเพื่อนสนิทที่เริ่มจินตนาการไปไกล

"..แล้ว..แกกับเขา..มีอะไรกันหรือยัง?" ปุรันยาแอบยื่นหน้ามากระซิบถามด้วยความอยากรู้

"ยัยปุ้ม!..แกจะบ้าหรือไงฉันเพิ่งจะรู้จักเขาเองนะ" อนิลทำตาโตใส่เพื่อนตัวแสบที่กล้าถามอะไรห่ามๆ

"จูบก็จูบแล้ว..จะแปลกตรงไหนล่ะแก" ปุรันยาเอ่ยต่อแถมทำหน้าทะเล้น

"นั่นมันเป็นการฉวยโอกาสของเขา ไม่ใช่ความเต็มใจของฉัน..เพราะฉันไม่ได้อนุญาต" อนิลตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจังเมื่อแวบนึกถึงตอนที่ถูกใบหน้าหล่อขาวจูบเอา

"แกก็บอกเขาสิว่าให้ขออนุญาตก่อน..ฮ่ะๆๆ"  ปุรันยา อดที่ขำท่าทางเพื่อนของสนิทไม่ได้ ที่พยายามจะตีสีหน้าโกรธแต่ใบหน้าที่ออกมาดันกลายเป็นแดงระเรื่ออย่างคนเขินอาย

"อย่ามัวแต่มานั่งหัวเราะฉัน...นั่นเสียงโทรศัพท์แกหรือเปล่ายัยปุ้ม..ฉันได้ยินมาสักพักแล้วนะ" อนิลอยากจะหยิกแขนเพื่อนซี้นักที่เห็นเป็นเรื่องตลก แต่ไปได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่เข้าเสียก่อน

"ฮัลโหล..ปุรันยาพูดสายค่ะ...เอ๋?...ใครนะคะ?"   

ปุรันยาที่รีบหยิบมือถือขึ้นมารับสายอยู่ใกล้ๆ ทำสีหน้าประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงรีบลุกเดินออกไปคุยด้านนอกร้านอาหารที่อนิลเป็นคนชวนออกมากินข้าวกลางวัน

"ตกลงค่ะ..แค่นี้นะคะ" ปุรันยาจบบทสนทนาในขณะที่เดินกลับเข้ามาในร้านที่อนิลนั่งรออยู่

"มีอะไรหรือเปล่า ยัยปุ้ม?" อนิลถามด้วยความเป็นห่วง เพราะปกติเพื่อนสาวไม่เคยเดินออกไปคุยโทรศัพท์เป็นการส่วนตัวแบบนี้

"อ่อ..ไม่มีอะไรหรอกแก เพื่อนฉันเขาโทรมาขอคำปรึกษาน่ะ" ปุรันยาอมยิ้มตอบกลับไป

"เพื่อนแกคนไหนล่ะ..เพื่อนแกก็เพื่อนฉันนี่แหล่ะ เรียนที่เดียวกัน ห้องเดียวกันมาตลอด มีเพื่อนแกที่ฉันไม่รู้จักด้วยหรือ?" อนิลเริ่มผิดสังเกตในท่าทีของเพื่อนสนิทตัวแสบ

"แหม..อนิล มันก็ต้องมีบ้างสิแก..เหอะน่าไม่มีอะไรหรอก กลับไปทำงานกันเถอะ" ปุรันยาพยายามบอกปัดไป แล้วดึงมือเพื่อนขี้สงสัยกลับที่ทำงาน


"เอ่อนี่..อนิล เย็นนี้ไปกินข้าวเย็นกับฉันก่อนนะ" ปุรันยาเอ่ยชวนในช่วงที่ใกล้เวลาเลิกงาน

"หืม..ยัยปุ้มแกไม่คิดจะให้ฉันกลับไปดูแลบ้านช่องบ้างเลยหรือไง ถึงพ่อฉันจะขออยู่วัดต่ออีกสองวันแต่บ้านก็ต้องมีคนดูแลนะ" อนิลเหลือบมองปุรันยาที่จ้องหน้ายิ้มรอคำตอบ

"แค่ไปกินข้าวเองนะ..ฉันเลี้ยงก็ได้..ตกลงนะ" อีกฝ่ายรีบยื่นข้อเสนอทันที เมื่ออนิลมีท่าทีลังเล

"โอ้ว..ฉันหูฝาดหรือเปล่า..คุณปุรันยาจะเลี้ยงข้าวเย็นฉัน"

"แล้วจะไปไหม..ไม่ไปฉันงอน!" 

"อ้าว!..ก็ต้องไปสิคะคุณ เล่นไม้นี้น่ะ"  อนิลหันไปตอบเพื่อนสาวที่ยิ้มเผล่ทันทีที่อีกฝ่ายตอบตกลง


...หลังเลิกงาน...

"อนิล..ทางนี้เร็วๆเข้า" ปุรันยาดึงมืออนิลให้เร่งฝีเท้าตามตนให้ทัน

"แกจะรีบไปไหน..แล้วทำไมมาลานจอดรถล่ะ เราต้องไปขึ้นรถโดยสารกันไม่ใช่หรือ?" อนิลชักแปลกใจในท่าทีของปุรันยา

"ก็ฉันนัดเพื่อนอีกคนด้วยน่ะ..เขาเอารถมาคอยรอรับอยู่" ปุรันยาหันมาตอบพร้อมกับการเร่งฝีเท้า

"แกนัดใครไว้น่ะ ยัยปุ้ม?"

"นั่นไง! เขามารอแล้ว" 

ยังไม่ทันได้คำตอบจากเพื่อนสนิท อนิลก็เดินมาถึงรถคันขาวที่ดูคุ้นตาพร้อมๆกับปุรันยา พอหันไปพบเจ้าของรถที่ยืนรออยู่ หัวใจก็เริ่มเปลี่ยนจังหวะการเต้นเป็นจังหวะแทงโก้เลยทีเดียว

"คะ..คุณ..พันกร"

"สวัสดีครับ คุณอนิล..คุณปุรันยา" เจ้าของรถเอ่ยทักทายด้วยความสุภาพพร้อมรอยยิ้มกว้าง

"คุณ..นัดกับยัยปุ้มไวหรือคะ?" น้ำเสียงอนิลดูสลดลงเล็กน้อย เมื่อคาดไม่ถึงว่าคนที่นัดเพื่อนสาวตนเอาไว้คือ บุรุษหนุ่มที่เพิ่งขโมยจูบแรกของเธอไปหยกๆ

"ใช่ครับ..พอดีผมอยากให้คุณปุ้มช่วยอะไรผมหน่อย แต่ก็บอกให้ชวนคุณมาด้วยนิหน่า" 

"อ่อ..ค่ะ" อนิลยิ้มบางๆเมื่อได้รู้เหตุผลที่เพื่อนสาวชวนตนมาด้วย

"ไปกันเถอะครับ" พันกรคว้าข้อมืออนิลให้มานั่งข้างหน้าคู่กับตน

"เดี๋ยวคุณ! ทำไมไม่ให้ยัยปุ้มมานั่งข้างหน้าล่ะ ให้ฉันมานั่งตรงนี้เดี๋ยวยัยปุ้มก็น้อยใจหรอก" อนิลรีบเอ่ยเตือน

"อ้าว..คุณลืมแล้วหรือไงผมแพ้ผู้หญิงนะ ขืนโดนตัวคุณปุ้ม..ผื่นก็ขึ้นอีกสิครับ" พันกรรีบตอบกลับทันทีเช่นกัน

"อ่อ..จริงด้วย เข้าใจแล้วค่ะ..ที่แท้ให้ฉันมาคอยกันให้ เพราะคุณเข้าใกล้ยัยปุ้มไม่ได้..น่าเห็นใจอยู่นะคะ การที่ไม่สามารถแตะต้องตัวคนที่เราชอบได้นี่น่ะ" อนิลเอ่ยพร้อมกับเปิดประตูขึ้นรถ ข้างในรูสึกแปลกๆตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมต้องรู้สึกแปลบปลาบในหัวใจเช่นนี้

"คุณปุ้ม..ขึ้นรถเถอะครับ" พันกรหันไปกล่าวบอกปุรันยาที่แอบอมยิ้มในท่าทีของเพื่อนสนิทตน

"ค่ะ..คุณพันกร" ปุรันยากล่าวพร้อมๆกับการขยิบตาส่งสัญญาณบางอย่างให้ชายหนุ่มอย่างรู้กัน


...ร้านอาหารชานเมืองที่ไม่ค่อยมีคนมากนัก แต่อาหารสดสะอาดและอร่อย แถมมีบรรยากาศ วิวทิวทัศน์ที่น่ารื่นรมณ์เพราะติดริมแม่น้ำ ที่นั่งแยกเป็นซุ้มให้มีความเป็นส่วนตัว ประกอบกับสายลมที่พัดโชยมาแผ่วๆสร้างความผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

"ขอบคุณนะคะคุณพันกร ที่เลี้ยงอาหารมื้อนี้..ที่นี่อาหารอร่อยแถมบรรยากาศดี๊ดีค่ะ" เสียงสดใสของปุรันยาเอ่ยอย่างมีความสุข

"ไม่เป็นไรครับ..ผมเต็มใจอย่างยิ่ง เต็มใจมากถึงมากที่สุด" พันกรเอ่ยพร้อมๆกับเหลือบมองอนิลที่นั่งมองสายน้ำเหมือนไม่สนใจอะไร แต่กลับเบ้ปากเหมือนหมั่นไส้ใครสักคน

"คุณปุ้มครับ..ผม..เอ่อ..อยากจะขอ.." ชายหนุ่มเริ่มกล่าวอะไรบางอย่าง อนิลที่แกล้งทำเหมือนไม่สนใจฟังถึงกับหูผึ่งทันที

"ขอ..อะไรหรือคะ..ถ้าไม่หนักหนาอะไรปุ้มให้ได้หมดค่ะ" ปุรันยารีบตกปากรับคำทั้งๆที่ฝ่ายชายยังเอ่ยไม่ทันจบประโยค

"เฮ้ย!ยัยปุ้ม..แกไม่คิดจะไตร่ตรองสักนิดเลยหรือไง..เขาขอปุ๊บแกรีบตกลงเป็นแฟนเขาเลยนะ" คนที่ทำเป็นไม่สนใจในทีแรก ถึงกับหน้าตื่นหันมาเตือนเพื่อนสาวทันทีที่ได้ยินคำ

"ในเมื่อคุณปุ้มตกลงให้ผมแล้ว..อย่างงั้นผมขออนุญาตจีบเลยนะครับ" พันกรเหลือบมองอนิลแล้วเอ่ยต่ออย่างไม่สนใจในอาการอีกฝ่าย

"ปุ้ม..อนุญาตค่ะ" ปุรันยาเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม ในขณะที่คนข้างๆตกตะลึงตาค้าง ข้างในสับสนปั่นป่วนไปหมด

"อะ..เอ่อ..งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะ จะได้ไม่เป็นก้างขวางคอใคร" อนิลรีบหยิบกระเป๋าส่วนตัวแล้วลุกขึ้นพรวดทันที เพราะตอนนี้รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก

"เดี๋ยวสิคุณ!..จะรีบไปไหน" พันกรรีบคว้าแขนคนตัวเล็กกว่าเอาไว้ได้ทัน


"พี่กรครับ..จำผมได้ไหม?"

เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยทักขึ้น ในขณะที่เจ้าตัวก็ยกมือขึ้นไหว้พันกรที่กำลังคว้าแขนของอนิลเอาไว้แน่น

"นนท์..." พันกรเอ่ยนามของผู้มาทัก พร้อมใบหน้าที่หมองลงอย่างเห็นได้ชัดถึงวี่แววความเจ็บปวด

"พี่กร...ยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมรู้สึกผิดมาตลอดนับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้" เด็กหนุ่มตรงหน้าน้ำเสียงสลดดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา

"พี่ไม่เคยถือโทษโกรธเธอเลย..มันเป็นอุบัติเหตุ ลืมมันเสียเถอะนะ เจ้ากัณณ์คงเสียใจถ้ารู้ว่าเพื่อนรักเขายังคอยโทษตัวเองอยู่แบบนี้" พันกรพยายามกลืนบางสิ่งที่มันจุกแน่นอยู่ตรงลำคอลงไป ทำน้ำเสียงให้นิ่งมากที่สุด

"พี่กร..ผมขอโทษ..ฮือๆๆ ผมขอโทษ.." 

เด็กหนุ่มตรงหน้าสุดจะกลั้น ปล่อยโฮออกมาจนพันกรต้องปล่อยแขนอนิลเพื่อเข้าไปโอบกอดเพื่อปลอบโยน อนิลและปุรันยาเห็นภาพตรงหน้ารู้สึกสงสารอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น พักใหญ่กว่าที่เด็กหนุ่มจะสงบใจลงได้

"จากนี้ไปก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้แล้วนะ แล้วตอนนี้เธอกลับมาอยู่เมืองไทยแล้วหรือนนท์?" พันกรเริ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มคลายโศกลงบ้าง

"ผมกลับมาไม่ถึงอาทิตย์ครับ ตั้งใจจะไปหาพี่กรที่บ้านอยู่พอดี ไม่คิดว่าจะมาเจอพี่ที่นี่เข้าเสียก่อน"

"เรียนจบแล้วใช่ไหม?" 

"จบแล้วครับ...ถ้ากัณณ์ยังอยู่ก็คงได้ไปฉลองกัน" เมื่อเอ่ยถึงนามนี้ ใบหน้าก็หมองลงอีกครั้ง

"เลิกโทษตัวเองได้แล้วนะ..เธอต้องเดินไปข้างหน้าแล้ววางอดีตเอาไว้ ให้เหลือเพียงแค่ความทรงจำดีๆเท่านั้น" พันกรเอื้อมมือไปตบบ่านนท์เบาๆ

"จริงสิครับ..ผมรบกวนพี่กรหรือเปล่า..มากับแฟนหรือครับ?" นนท์นึกขึ้นได้รีบหันมองสองสาวที่อยู่กับพันกรในคราวแรกที่เห็น แล้วรีบยกมือไหว้ทักทาย

"ใช่..พี่มากับแฟน..เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จัก" คำตอบของพันกร ทำเอาเด็กหนุ่มตาวาวทันที

"คนไหนหรือครับแฟนพี่กร..ว้าว!นี่ถ้าเจ้ากัณณ์รู้คงมีเฮแน่ๆ" นนท์อดจะตื่นเต้นแทนไม่ได้เพราะเคยได้ยินเรื่องราวของพันกรจากปากของกัณณ์มาตลอด

"คนนี้ครับ..นี่อนิล..แฟนพี่" พันกรเดินเข้าไปโอบเอวอนิลแล้วรั้งมาด้านหน้า ทำเอาเจ้าตัวตกใจหน้าตาเลิ่กลั่ก

"ดะ..เดี๋ยวๆ..คุณพันกร..คุณแนะนำแฟนผิดคนหรือเปล่าคะ?" อนิลพยายามแกะมือออกแล้วหันมองหน้าปุรันยาด้วยความกลัวเพื่อนสาวจะเข้าใจผิด แต่ปุรันยากลับยืนส่งยิ้มระรื่นให้

"ไม่ผิดหรอกครับ..ผมขออนุญาตคุณปุ้มแล้วว่าจะขอจีบเพื่อนของเขา..คุณปุ้มก็อนุญาตเป็นที่เรียบร้อยคุณก็ได้ยินแล้วนิ" ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉยแถมยังคงโอบเอวไม่ปล่อย

"ห๊า! นี่คุณหลอกให้ฉันเข้าใจผิด..แถมยังทึกทักเอาเองอีก ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงคุณเสียหน่อย" อนิลจ้องหน้าคนตัวสูงโวยวายสุดฤทธิ์

"จูบก็จูบแล้ว..คุณยังจะเล่นตัวไปทำไม ผมเห็นนะว่าคุณแอบเสียใจที่เข้าใจว่าผมจะจีบคุณปุ้มน่ะ ชอบผมก็ยอมรับมาเถอะครับ" 

"นี่คุณ!!" 

อนิลแทบอยากจะกัดคอคนขี้ยั่วโมโหนี่จริงๆ ถ้าไม่ติดว่ามีเด็กหนุ่มที่เพิ่งร้องไห้โฮไปเมื่อกี้ยืนทำหน้างงๆอยู่ตรงหน้า

"ดูพี่กรมีความสุขขึ้นมากนะครับ..ถ้ากัณณ์เห็นแบบนี้เขาคงสบายใจและหมดห่วง...อะ..เฮ้ย!" 

จู่ๆนนท์ก็ทำหน้าตกใจเหมือนเห็นอะไรบางอย่าง พันกรที่ได้ยินเสียงร้องตกใจเห็นสายตาของเด็กหนุ่มมองไปที่ด้านหลังตน แต่เมื่อหันมองตามก็มีเพียงปุรันยาที่ยังนั่งทานอาหารอยู่เพียงคนเดียว

"นนท์..เป็นอะไรไป?" พันกรถามด้วยความเป็นห่วง

"ผะ..ผมคงตาฝาดครับ..ไม่มีอะไร" นนท์ขยี้ตาแล้วมองไปอีกครั้งก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติใดๆแล้ว

'เห็นล่ะสิพ่อหนุ่ม..ชายหนุ่มคนเมื่อกี้น่ะเขาเป็นวิญญาณ เธอไม่ได้ตาฝาดหรอก'

สุนัขสีดำขนสั้นตัวหนึ่งที่นอนรอเศษอาหารอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นเอ่ยขึ้น ทำให้อนิลหันไปมองทันทีแล้วแกล้งเดินเอาเศษอาหารไปให้มันโดยที่คนอื่นไม่ทันสนใจ

"เอ่อ..คุณหมา..เมื่อครู่น้องผู้ชายคนนั้นเขาเห็นอะไรหรือ?" อนิลยื่นกระดูกไก่ให้พร้อมเอ่ยถามเบาๆ

'ก็เห็นผีน่ะสิ..ฉันก็เห็นนะ..เขามายืนยิ้มอยู่ด้านหลังคนรักเธอนั่นแหล่ะ..เชื่อสายตาหมาอย่างฉันสิ' สุนัขตัวนั้นตอบอย่างชัดเจนในสิ่งที่เห็น

"น้องเขาเห็นใครกันนะ?" อนิลเอ่ยอย่างครุ่นคิดแล้วเดินกลับมาที่เดิม


"เอ่อ..พี่กรครับ..งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ถ้าว่างผมจะไปเยี่ยมพี่ที่บ้านนะครับ...พี่อนิลครับ ยินดีที่ได้รู้จัก..ฝากพี่กรด้วยนะครับ" นนท์กล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆยกมือไหว้อย่างมีมารยาท

"เอ่อ..จ๊ะ" อนิลยิ้มรับคำด้วยความจำเป็น

"อนิลครับ..นนท์เขาเป็นเพื่อนกับน้องชายผมที่เสียชีวิตไปแล้ว..คุณไปรับปากนนท์แล้วต้องทำตามที่รับปากด้วยนะ" พันกรเอ่ยบอกก่อนที่นนท์จะหันกลับ

"ฉันรับปากตามมารยาทย่ะ" อนิลเอ่ยเบาๆด้วยความหมั่นไส้

"ผมไปก่อนนะครับ" นนท์พูดแล้วหันหลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะตนเอง

"เอ่อ..เดี๋ยวค่ะ..น้องนนท์" เสียงเรียกของอนิลทำให้นนท์ชะงักเท้า

"มีอะไรหรือครับพี่สาว" ประโยคนี้ทำให้อนิลรู้สึกคุ้นหู สะกิดใจเล็กๆ

"ที่ว่าตาฝาดเมื่อครู่น่ะค่ะ..เห็นใครหรือเปล่าคะ?"

"เอ๋?..พี่อนิลก็เห็นด้วยหรือครับ..พี่เห็นกัณณ์เหมือนผมใช่ไหม?" นนท์มีท่าทีตื้นเต้นตกใจ

"ปะ..เปล่าค่ะ..คือพี่สงสัยน่ะค่ะเห็นน้องนนท์ทำท่าตกใจมาก" อนิลรีบปฏิเสธก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะเข้าใจผิด เพราะตอนนี้พันกรเองก็จ้องหน้ารอคำตอบด้วยสีหน้าลุ้นระทึกเมื่อได้ยินชื่อนั้น

"นี่เธอเห็นกัณณ์หรือนนท์?" พันกรรีบหันไปเอ่ยถามเพื่อนน้องชายทันที

"เอ่อ..ผมคิดว่าผมคงตาฝาดน่ะครับ..ผมคงคิดถึงเพื่อนมากไป..พี่อย่าใส่ใจเลยครับ..ผมขอโทษ" นนท์ถอนหายใจด้วยความผิดหวังเล็กน้อย เอ่ยขอโทษแล้วขอตัวกลับไปที่ของตน

"อนิล..นอกจากคุณจะคุยกับแมวได้แล้ว นี่คุณยังจะเห็นวิญญาณได้อีกด้วยหรือนี่..แฟนผมช่างมหัศจรรย์จริงๆ" พันกรมองหน้าอนิลแล้วทำท่าพิจารณา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"หญิงสาวผู้คุยกับสัตว์รุ้เรื่อง..เขาเป็นโรคผื่นแพ้ผู้หญิงและน้องชายที่ตายไปแล้วแต่ยังคงห่วงพี่ชาย"

รัตนะมณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha