วิฬาร์ลิขิตรัก(จบแล้ว)

โดย: รัตนะมณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 6 : ขออนุญาตจีบครับ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                                บทที่ 6
                       ขออนุญาตจีบครับ

"กรี๊ดดดด!..อยู่ด้วยกันทั้งคืน" 

ปุรันยาแทบกรี๊ดสลบ เมื่อได้ฟังเพื่อนสาวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังแยกกันที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง

"บ้า! ทั้งคืนที่ไหนยะ..แค่ตีหนึ่งแล้วเขาก็ไปส่งฉันที่บ้านย่ะ..ยัยปุ้ม" อนิลส่ายหน้ากับอาการของเพื่อนสนิทที่เริ่มจินตนาการไปไกล

"..แล้ว..แกกับเขา..มีอะไรกันหรือยัง?" ปุรันยาแอบยื่นหน้ามากระซิบถามด้วยความอยากรู้

"ยัยปุ้ม!..แกจะบ้าหรือไงฉันเพิ่งจะรู้จักเขาเองนะ" อนิลทำตาโตใส่เพื่อนตัวแสบที่กล้าถามอะไรห่ามๆ

"จูบก็จูบแล้ว..จะแปลกตรงไหนล่ะแก" ปุรันยาเอ่ยต่อแถมทำหน้าทะเล้น

"นั่นมันเป็นการฉวยโอกาสของเขา ไม่ใช่ความเต็มใจของฉัน..เพราะฉันไม่ได้อนุญาต" อนิลตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจังเมื่อแวบนึกถึงตอนที่ถูกใบหน้าหล่อขาวจูบเอา

"แกก็บอกเขาสิว่าให้ขออนุญาตก่อน..ฮ่ะๆๆ"  ปุรันยา อดที่ขำท่าทางเพื่อนของสนิทไม่ได้ ที่พยายามจะตีสีหน้าโกรธแต่ใบหน้าที่ออกมาดันกลายเป็นแดงระเรื่ออย่างคนเขินอาย

"อย่ามัวแต่มานั่งหัวเราะฉัน...นั่นเสียงโทรศัพท์แกหรือเปล่ายัยปุ้ม..ฉันได้ยินมาสักพักแล้วนะ" อนิลอยากจะหยิกแขนเพื่อนซี้นักที่เห็นเป็นเรื่องตลก แต่ไปได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่เข้าเสียก่อน

"ฮัลโหล..ปุรันยาพูดสายค่ะ...เอ๋?...ใครนะคะ?"   

ปุรันยาที่รีบหยิบมือถือขึ้นมารับสายอยู่ใกล้ๆ ทำสีหน้าประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงรีบลุกเดินออกไปคุยด้านนอกร้านอาหารที่อนิลเป็นคนชวนออกมากินข้าวกลางวัน

"ตกลงค่ะ..แค่นี้นะคะ" ปุรันยาจบบทสนทนาในขณะที่เดินกลับเข้ามาในร้านที่อนิลนั่งรออยู่

"มีอะไรหรือเปล่า ยัยปุ้ม?" อนิลถามด้วยความเป็นห่วง เพราะปกติเพื่อนสาวไม่เคยเดินออกไปคุยโทรศัพท์เป็นการส่วนตัวแบบนี้

"อ่อ..ไม่มีอะไรหรอกแก เพื่อนฉันเขาโทรมาขอคำปรึกษาน่ะ" ปุรันยาอมยิ้มตอบกลับไป

"เพื่อนแกคนไหนล่ะ..เพื่อนแกก็เพื่อนฉันนี่แหล่ะ เรียนที่เดียวกัน ห้องเดียวกันมาตลอด มีเพื่อนแกที่ฉันไม่รู้จักด้วยหรือ?" อนิลเริ่มผิดสังเกตในท่าทีของเพื่อนสนิทตัวแสบ

"แหม..อนิล มันก็ต้องมีบ้างสิแก..เหอะน่าไม่มีอะไรหรอก กลับไปทำงานกันเถอะ" ปุรันยาพยายามบอกปัดไป แล้วดึงมือเพื่อนขี้สงสัยกลับที่ทำงาน


"เอ่อนี่..อนิล เย็นนี้ไปกินข้าวเย็นกับฉันก่อนนะ" ปุรันยาเอ่ยชวนในช่วงที่ใกล้เวลาเลิกงาน

"หืม..ยัยปุ้มแกไม่คิดจะให้ฉันกลับไปดูแลบ้านช่องบ้างเลยหรือไง ถึงพ่อฉันจะขออยู่วัดต่ออีกสองวันแต่บ้านก็ต้องมีคนดูแลนะ" อนิลเหลือบมองปุรันยาที่จ้องหน้ายิ้มรอคำตอบ

"แค่ไปกินข้าวเองนะ..ฉันเลี้ยงก็ได้..ตกลงนะ" อีกฝ่ายรีบยื่นข้อเสนอทันที เมื่ออนิลมีท่าทีลังเล

"โอ้ว..ฉันหูฝาดหรือเปล่า..คุณปุรันยาจะเลี้ยงข้าวเย็นฉัน"

"แล้วจะไปไหม..ไม่ไปฉันงอน!" 

"อ้าว!..ก็ต้องไปสิคะคุณ เล่นไม้นี้น่ะ"  อนิลหันไปตอบเพื่อนสาวที่ยิ้มเผล่ทันทีที่อีกฝ่ายตอบตกลง


...หลังเลิกงาน...


"อนิล..ทางนี้เร็วๆเข้า" ปุรันยาดึงมืออนิลให้เร่งฝีเท้าตามตนให้ทัน

"แกจะรีบไปไหน..แล้วทำไมมาลานจอดรถล่ะ เราต้องไปขึ้นรถโดยสารกันไม่ใช่หรือ?" อนิลชักแปลกใจในท่าทีของปุรันยา

"ก็ฉันนัดเพื่อนอีกคนด้วยน่ะ..เขาเอารถมาคอยรอรับอยู่" ปุรันยาหันมาตอบพร้อมกับการเร่งฝีเท้า

"แกนัดใครไว้น่ะ ยัยปุ้ม?"

"นั่นไง! เขามารอแล้ว" 

ยังไม่ทันได้คำตอบจากเพื่อนสนิท อนิลก็เดินมาถึงรถคันขาวที่ดูคุ้นตาพร้อมๆกับปุรันยา พอหันไปพบเจ้าของรถที่ยืนรออยู่ หัวใจก็เริ่มเปลี่ยนจังหวะการเต้นเป็นจังหวะแทงโก้เลยทีเดียว

"คะ..คุณ..พันกร"

"สวัสดีครับ คุณอนิล..คุณปุรันยา" เจ้าของรถเอ่ยทักทายด้วยความสุภาพพร้อมรอยยิ้มกว้าง

"คุณ..นัดกับยัยปุ้มไวหรือคะ?" น้ำเสียงอนิลดูสลดลงเล็กน้อย เมื่อคาดไม่ถึงว่าคนที่นัดเพื่อนสาวตนเอาไว้คือ บุรุษหนุ่มที่เพิ่งขโมยจูบแรกของเธอไปหยกๆ

"ใช่ครับ..พอดีผมอยากให้คุณปุ้มช่วยอะไรผมหน่อย แต่ก็บอกให้ชวนคุณมาด้วยนิหน่า" 

"อ่อ..ค่ะ" อนิลยิ้มบางๆเมื่อได้รู้เหตุผลที่เพื่อนสาวชวนตนมาด้วย

"ไปกันเถอะครับ" พันกรคว้าข้อมืออนิลให้มานั่งข้างหน้าคู่กับตน

"เดี๋ยวคุณ! ทำไมไม่ให้ยัยปุ้มมานั่งข้างหน้าล่ะ ให้ฉันมานั่งตรงนี้เดี๋ยวยัยปุ้มก็น้อยใจหรอก" อนิลรีบเอ่ยเตือน

"อ้าว..คุณลืมแล้วหรือไงผมแพ้ผู้หญิงนะ ขืนโดนตัวคุณปุ้ม..ผื่นก็ขึ้นอีกสิครับ" พันกรรีบตอบกลับทันทีเช่นกัน

"อ่อ..จริงด้วย เข้าใจแล้วค่ะ..ที่แท้ให้ฉันมาคอยกันให้ เพราะคุณเข้าใกล้ยัยปุ้มไม่ได้..น่าเห็นใจอยู่นะคะ การที่ไม่สามารถแตะต้องตัวคนที่เราชอบได้นี่น่ะ" อนิลเอ่ยพร้อมกับเปิดประตูขึ้นรถ ข้างในรูสึกแปลกๆตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมต้องรู้สึกแปลบปลาบในหัวใจเช่นนี้

"คุณปุ้ม..ขึ้นรถเถอะครับ" พันกรหันไปกล่าวบอกปุรันยาที่แอบอมยิ้มในท่าทีของเพื่อนสนิทตน

"ค่ะ..คุณพันกร" ปุรันยากล่าวพร้อมๆกับการขยิบตาส่งสัญญาณบางอย่างให้ชายหนุ่มอย่างรู้กัน


...ร้านอาหารชานเมืองที่ไม่ค่อยมีคนมากนัก แต่อาหารสดสะอาดและอร่อย แถมมีบรรยากาศ วิวทิวทัศน์ที่น่ารื่นรมณ์เพราะติดริมแม่น้ำ ที่นั่งแยกเป็นซุ้มให้มีความเป็นส่วนตัว ประกอบกับสายลมที่พัดโชยมาแผ่วๆสร้างความผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

"ขอบคุณนะคะคุณพันกร ที่เลี้ยงอาหารมื้อนี้..ที่นี่อาหารอร่อยแถมบรรยากาศดี๊ดีค่ะ" เสียงสดใสของปุรันยาเอ่ยอย่างมีความสุข

"ไม่เป็นไรครับ..ผมเต็มใจอย่างยิ่ง เต็มใจมากถึงมากที่สุด" พันกรเอ่ยพร้อมๆกับเหลือบมองอนิลที่นั่งมองสายน้ำเหมือนไม่สนใจอะไร แต่กลับเบ้ปากเหมือนหมั่นไส้ใครสักคน

"คุณปุ้มครับ..ผม..เอ่อ..อยากจะขอ.." ชายหนุ่มเริ่มกล่าวอะไรบางอย่าง อนิลที่แกล้งทำเหมือนไม่สนใจฟังถึงกับหูผึ่งทันที

"ขอ..อะไรหรือคะ..ถ้าไม่หนักหนาอะไรปุ้มให้ได้หมดค่ะ" ปุรันยารีบตกปากรับคำทั้งๆที่ฝ่ายชายยังเอ่ยไม่ทันจบประโยค

"เฮ้ย!ยัยปุ้ม..แกไม่คิดจะไตร่ตรองสักนิดเลยหรือไง..เขาขอปุ๊บแกรีบตกลงเป็นแฟนเขาเลยนะ" คนที่ทำเป็นไม่สนใจในทีแรก ถึงกับหน้าตื่นหันมาเตือนเพื่อนสาวทันทีที่ได้ยินคำ

"ในเมื่อคุณปุ้มตกลงให้ผมแล้ว..อย่างงั้นผมขออนุญาตจีบเลยนะครับ" พันกรเหลือบมองอนิลแล้วเอ่ยต่ออย่างไม่สนใจในอาการอีกฝ่าย

"ปุ้ม..อนุญาตค่ะ" ปุรันยาเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม ในขณะที่คนข้างๆตกตะลึงตาค้าง ข้างในสับสนปั่นป่วนไปหมด

"อะ..เอ่อ..งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะ จะได้ไม่เป็นก้างขวางคอใคร" อนิลรีบหยิบกระเป๋าส่วนตัวแล้วลุกขึ้นพรวดทันที เพราะตอนนี้รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก

"เดี๋ยวสิคุณ!..จะรีบไปไหน" พันกรรีบคว้าแขนคนตัวเล็กกว่าเอาไว้ได้ทัน


"พี่กรครับ..จำผมได้ไหม?"

เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยทักขึ้น ในขณะที่เจ้าตัวก็ยกมือขึ้นไหว้พันกรที่กำลังคว้าแขนของอนิลเอาไว้แน่น

"นนท์..." พันกรเอ่ยนามของผู้มาทัก พร้อมใบหน้าที่หมองลงอย่างเห็นได้ชัดถึงวี่แววความเจ็บปวด

"พี่กร...ยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมรู้สึกผิดมาตลอดนับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้" เด็กหนุ่มตรงหน้าน้ำเสียงสลดดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา

"พี่ไม่เคยถือโทษโกรธเธอเลย..มันเป็นอุบัติเหตุ ลืมมันเสียเถอะนะ เจ้ากัณณ์คงเสียใจถ้ารู้ว่าเพื่อนรักเขายังคอยโทษตัวเองอยู่แบบนี้" พันกรพยายามกลืนบางสิ่งที่มันจุกแน่นอยู่ตรงลำคอลงไป ทำน้ำเสียงให้นิ่งมากที่สุด

"พี่กร..ผมขอโทษ..ฮือๆๆ ผมขอโทษ.." 

เด็กหนุ่มตรงหน้าสุดจะกลั้น ปล่อยโฮออกมาจนพันกรต้องปล่อยแขนอนิลเพื่อเข้าไปโอบกอดเพื่อปลอบโยน อนิลและปุรันยาเห็นภาพตรงหน้ารู้สึกสงสารอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น พักใหญ่กว่าที่เด็กหนุ่มจะสงบใจลงได้

"จากนี้ไปก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้แล้วนะ แล้วตอนนี้เธอกลับมาอยู่เมืองไทยแล้วหรือนนท์?" พันกรเริ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มคลายโศกลงบ้าง

"ผมกลับมาไม่ถึงอาทิตย์ครับ ตั้งใจจะไปหาพี่กรที่บ้านอยู่พอดี ไม่คิดว่าจะมาเจอพี่ที่นี่เข้าเสียก่อน"

"เรียนจบแล้วใช่ไหม?" 

"จบแล้วครับ...ถ้ากัณณ์ยังอยู่ก็คงได้ไปฉลองกัน" เมื่อเอ่ยถึงนามนี้ ใบหน้าก็หมองลงอีกครั้ง

"เลิกโทษตัวเองได้แล้วนะ..เธอต้องเดินไปข้างหน้าแล้ววางอดีตเอาไว้ ให้เหลือเพียงแค่ความทรงจำดีๆเท่านั้น" พันกรเอื้อมมือไปตบบ่านนท์เบาๆ

"จริงสิครับ..ผมรบกวนพี่กรหรือเปล่า..มากับแฟนหรือครับ?" นนท์นึกขึ้นได้รีบหันมองสองสาวที่อยู่กับพันกรในคราวแรกที่เห็น แล้วรีบยกมือไหว้ทักทาย

"ใช่..พี่มากับแฟน..เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จัก" คำตอบของพันกร ทำเอาเด็กหนุ่มตาวาวทันที

"คนไหนหรือครับแฟนพี่กร..ว้าว!นี่ถ้าเจ้ากัณณ์รู้คงมีเฮแน่ๆ" นนท์อดจะตื่นเต้นแทนไม่ได้เพราะเคยได้ยินเรื่องราวของพันกรจากปากของกัณณ์มาตลอด

"คนนี้ครับ..นี่อนิล..แฟนพี่" พันกรเดินเข้าไปโอบเอวอนิลแล้วรั้งมาด้านหน้า ทำเอาเจ้าตัวตกใจหน้าตาเลิ่กลั่ก

"ดะ..เดี๋ยวๆ..คุณพันกร..คุณแนะนำแฟนผิดคนหรือเปล่าคะ?" อนิลพยายามแกะมือออกแล้วหันมองหน้าปุรันยาด้วยความกลัวเพื่อนสาวจะเข้าใจผิด แต่ปุรันยากลับยืนส่งยิ้มระรื่นให้

"ไม่ผิดหรอกครับ..ผมขออนุญาตคุณปุ้มแล้วว่าจะขอจีบเพื่อนของเขา..คุณปุ้มก็อนุญาตเป็นที่เรียบร้อยคุณก็ได้ยินแล้วนิ" ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉยแถมยังคงโอบเอวไม่ปล่อย

"ห๊า! นี่คุณหลอกให้ฉันเข้าใจผิด..แถมยังทึกทักเอาเองอีก ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงคุณเสียหน่อย" อนิลจ้องหน้าคนตัวสูงโวยวายสุดฤทธิ์

"จูบก็จูบแล้ว..คุณยังจะเล่นตัวไปทำไม ผมเห็นนะว่าคุณแอบเสียใจที่เข้าใจว่าผมจะจีบคุณปุ้มน่ะ ชอบผมก็ยอมรับมาเถอะครับ" 

"นี่คุณ!!" 

อนิลแทบอยากจะกัดคอคนขี้ยั่วโมโหนี่จริงๆ ถ้าไม่ติดว่ามีเด็กหนุ่มที่เพิ่งร้องไห้โฮไปเมื่อกี้ยืนทำหน้างงๆอยู่ตรงหน้า

"ดูพี่กรมีความสุขขึ้นมากนะครับ..ถ้ากัณณ์เห็นแบบนี้เขาคงสบายใจและหมดห่วง...อะ..เฮ้ย!" 

จู่ๆนนท์ก็ทำหน้าตกใจเหมือนเห็นอะไรบางอย่าง พันกรที่ได้ยินเสียงร้องตกใจเห็นสายตาของเด็กหนุ่มมองไปที่ด้านหลังตน แต่เมื่อหันมองตามก็มีเพียงปุรันยาที่ยังนั่งทานอาหารอยู่เพียงคนเดียว

"นนท์..เป็นอะไรไป?" พันกรถามด้วยความเป็นห่วง

"ผะ..ผมคงตาฝาดครับ..ไม่มีอะไร" นนท์ขยี้ตาแล้วมองไปอีกครั้งก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติใดๆแล้ว

'เห็นล่ะสิพ่อหนุ่ม..ชายหนุ่มคนเมื่อกี้น่ะเขาเป็นวิญญาณ เธอไม่ได้ตาฝาดหรอก'

สุนัขสีดำขนสั้นตัวหนึ่งที่นอนรอเศษอาหารอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นเอ่ยขึ้น ทำให้อนิลหันไปมองทันทีแล้วแกล้งเดินเอาเศษอาหารไปให้มันโดยที่คนอื่นไม่ทันสนใจ

"เอ่อ..คุณหมา..เมื่อครู่น้องผู้ชายคนนั้นเขาเห็นอะไรหรือ?" อนิลยื่นกระดูกไก่ให้พร้อมเอ่ยถามเบาๆ

'ก็เห็นผีน่ะสิ..ฉันก็เห็นนะ..เขามายืนยิ้มอยู่ด้านหลังคนรักเธอนั่นแหล่ะ..เชื่อสายตาหมาอย่างฉันสิ' สุนัขตัวนั้นตอบอย่างชัดเจนในสิ่งที่เห็น

"น้องเขาเห็นใครกันนะ?" อนิลเอ่ยอย่างครุ่นคิดแล้วเดินกลับมาที่เดิม


"เอ่อ..พี่กรครับ..งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ถ้าว่างผมจะไปเยี่ยมพี่ที่บ้านนะครับ...พี่อนิลครับ ยินดีที่ได้รู้จัก..ฝากพี่กรด้วยนะครับ" นนท์กล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆยกมือไหว้อย่างมีมารยาท

"เอ่อ..จ๊ะ" อนิลยิ้มรับคำด้วยความจำเป็น

"อนิลครับ..นนท์เขาเป็นเพื่อนกับน้องชายผมที่เสียชีวิตไปแล้ว..คุณไปรับปากนนท์แล้วต้องทำตามที่รับปากด้วยนะ" พันกรเอ่ยบอกก่อนที่นนท์จะหันกลับ

"ฉันรับปากตามมารยาทย่ะ" อนิลเอ่ยเบาๆด้วยความหมั่นไส้

"ผมไปก่อนนะครับ" นนท์พูดแล้วหันหลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะตนเอง

"เอ่อ..เดี๋ยวค่ะ..น้องนนท์" เสียงเรียกของอนิลทำให้นนท์ชะงักเท้า

"มีอะไรหรือครับพี่สาว" ประโยคนี้ทำให้อนิลรู้สึกคุ้นหู สะกิดใจเล็กๆ

"ที่ว่าตาฝาดเมื่อครู่น่ะค่ะ..เห็นใครหรือเปล่าคะ?"

"เอ๋?..พี่อนิลก็เห็นด้วยหรือครับ..พี่เห็นกัณณ์เหมือนผมใช่ไหม?" นนท์มีท่าทีตื้นเต้นตกใจ

"ปะ..เปล่าค่ะ..คือพี่สงสัยน่ะค่ะเห็นน้องนนท์ทำท่าตกใจมาก" อนิลรีบปฏิเสธก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะเข้าใจผิด เพราะตอนนี้พันกรเองก็จ้องหน้ารอคำตอบด้วยสีหน้าลุ้นระทึกเมื่อได้ยินชื่อนั้น

"นี่เธอเห็นกัณณ์หรือนนท์?" พันกรรีบหันไปเอ่ยถามเพื่อนน้องชายทันที

"เอ่อ..ผมคิดว่าผมคงตาฝาดน่ะครับ..ผมคงคิดถึงเพื่อนมากไป..พี่อย่าใส่ใจเลยครับ..ผมขอโทษ" นนท์ถอนหายใจด้วยความผิดหวังเล็กน้อย เอ่ยขอโทษแล้วขอตัวกลับไปที่ของตน

"อนิล..นอกจากคุณจะคุยกับแมวได้แล้ว นี่คุณยังจะเห็นวิญญาณได้อีกด้วยหรือนี่..แฟนผมช่างมหัศจรรย์จริงๆ" พันกรมองหน้าอนิลแล้วทำท่าพิจารณา

"คุณเห็นฉันเป็นตัวประหลาดหรือไงคะ..ถ้าฉันเห็นผีได้..ฉันคงจะได้เห็นคุณเป็นคนแรก" อนิลหันไปเอ่ยประชด

"คุณประหลาดตั้งแต่ผมสามารถสัมผัสตัวคุณได้แล้วล่ะ..ผมสัมผัสตัวผู้หญิงคนอื่นไม่ได้แต่กลับแตะต้องตัวคุณได้...แสดงว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาแน่นอนครับ" พันกรเอ่ยไปยิ้มไป

"ไม่ธรรมดายังไงคะ?" อนิลถามด้วยความสงสัย

"คุณพิเศษ..ใส่ไข่" 

กล่าวจบพันกรก็เดินกลับไปที่โต๊ะ ปล่อยให้อนิลยืนงงอยู่ครู่หนึ่งว่านี่มันมุกหรือเปลือกหอย...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"หญิงสาวผู้คุยกับสัตว์รุ้เรื่อง..เขาเป็นโรคผื่นแพ้ผู้หญิงและน้องชายที่ตายไปแล้วแต่ยังคงห่วงพี่ชาย"

รัตนะมณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha