วิฬาร์ลิขิตรัก(จบแล้ว)

โดย: รัตนะมณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 7 : น้องชาย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                          บทที่ 7
                          น้องชาย


"คุณพันกรคะ...เอ่อ..ขออนุญาตถามได้ไหมคะ?" 
ปุรันยาที่นั่งสงสัยอยู่นานอดที่จะยกมือถามไม่ได้

"ได้ครับ..คุณปุ้ม" พันกรเอ่ยอนุญาตพร้อมยิ้มให้

"เอ่อ..เกิดอะไรขึ้นหรือคะ ทำไมน้องคนนั้นเขาต้องมาขอโทษขอโพยคุณล่ะคะ?" ถามจบก็นั่งรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ อนิลที่นั่งใกล้ๆกันก็พลอยรอฟังไปด้วย

"นนท์..เป็นเพื่อนสนิทของเจ้ากัณณ์น้องชายผม เมื่อหนึ่งปีก่อนเขาทั้งคู่เรียนมหาลัยปีสุดท้ายอยู่ที่อเมริกา..." ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วครู่แล้วกล่าวต่อ

"ในวันสุดท้าย..ที่เราพี่น้องได้พูดคุยกันผ่านโทรศัพท์..เขากำลังนั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนตัวของนนท์เพื่อไปมหาลัยด้วยกัน...ผมคุยกับเขาจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ...กัณณ์น้องชายผมเสียชีวิตทันที...แต่นนท์..รอดชีวิต" พันกรพยายามกลืนความจุกแน่นที่มันตื้นขึ้นมาลงไป ปรับเสียงให้เป็นปกติที่สุด

"เสียใจด้วยนะคะ" อนิลกับปุรันยาแทบจะเอ่ยออกมาพร้อมกันเลยทีเดียว รู้สึกสงสารและเห็นใจชายหนุ่มตรงหน้าอย่างที่สุด

"ไม่เป็นไรครับ..มันผ่านมาแล้ว" สีหน้าเศร้าหมองพร้อมแววตาที่ยังส่อถึงความเจ็บปวด ทำให้อนิลอดที่จะยื่นมือไปบีบเพื่อให้กำลังใจเสียไม่ได้

"คุณคงรักน้องชายมากสินะคะ" อนิลเอ่ยถามเมื่อสีหน้าชายหนุ่มตรงหน้าบ่งบอกถึงความเสียใจอย่างชัดเจน

"ผมเหลือเจ้ากัณณ์เพียงคนเดียวที่เป็นญาติที่เหลืออยู่ในตอนนั้น...เพราะเราสองคนพี่น้องสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เจ้ากัณณ์ยังอยู่มัธยมต้น"

"คุณจึงเป็นเหมือนทั้งพ่อและพี่ชายในเวลาเดียวกัน...ฉันเสียใจด้วยจริงๆค่ะ" อนิลกุมมือพันกรเอาไว้แน่นด้วยความเห็นใจ ส่วนปุรันยาเอาแต่นั่งซับน้ำตาด้วยความสงสาร...


"ถ้าคุณสงสารผม..คุณก็มาเป็นคนในครอบครัวให้ผมสิครับ...อนิล" พันกรเอ่ยขึ้นพร้อมเงยหน้ามองหญิงสาวที่กำลังนั่งกุมมือตน หลังจากบรรยากาศเงียบนิ่งผ่านไปสักห้านาที

"คุณจะให้ฉันไปเป็นน้องสาวแทนน้องชายคุณหรือคะ?" อนิลเข้าใจว่าชายหนุ่มคงอยากจะได้ใครสักคนไปแทนที่น้องชายที่เสียไป

"สำหรับคุณ..ผมไม่อยากได้มาเป็นน้องสาวหรอกครับ ผมอยากให้คุณมาเป็นคนรู้ใจมากกว่า..หรือถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆคืออยากได้มาเป็นเมีย" 

อนิลอยากจะหยิกให้แขนเขียว นี่ขนาดกำลังเศร้าๆยังจะมายั่วอารมณ์ได้อีกแถมพูดหน้าตาเฉยเสียด้วย

"ยังจะมาพูดเล่นได้อีกนะคะ" 

"ใครว่าพูดเล่น..ผมพูดจริงๆนะ" พันกรทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาจนอนิลทำตัวไม่ถูก

"อะ..เอ่อ..กลับบ้านกันเถอะค่ะ เจ้าชัตเตอร์คงรอคุณแย่แล้ว" อนิลรีบหาทางออกโดยการเปลี่ยนเรื่องทันที

"จริงสิ..เจ้าชัตเตอร์มันคงคิดถึงคุณเหมือนกัน..ที่แท้คุณอยากรีบกลับไปหาเจ้าชัตเตอร์นี่เอง" พันกรเอ่ยประโยคนี้ทำเอาอนิลอึ้งพูดอะไรไม่ออก นี่สุดท้ายก็เสียรู้อีตาเจ้าเล่ห์นี่อีกจนได้

"กะ..ก็ได้ค่ะ..เดี๋ยวเราก็ไปกันหมดนี่แล้วคุณก็ค่อยไปส่งฉันกับยัยปุ้มที่บ้าน เพราะวันนี้ยัยปุ้มจะไปนอนที่บ้านฉัน" อนิลรีบหันไปขยิบตากับเพื่อนซี้ทันที ปุรันยาที่ไม่ทันรู้เรื่องด้วยก็พยักหน้าตามเพื่อนสนิทอย่าง..งงๆ

...หลังเช็คบิลเป็นที่เรียบร้อย ทั้งสามจึงลุกออกจากซุ้มที่นั่งเพื่อไปขึ้นรถ อนิลเดินผ่านเจ้าสุนัขสีดำที่ยังนอนแทะกระดูกอยู่จึงเอ่ยร่ำลาก่อนออกไป

"ฉันกลับแล้วนะ..คุณหมา ขอบใจนะจ๊ะที่ช่วยบอกฉันเรื่องวิญญาณนั่น" กล่าวจบอนิลก็เดินจากไปทันที

'ไม่เป็นไร..สาวน้อย.....เอ๊ะ!..เฮ้ย!!..ทำไมแม่สาวนั่นถึงคุยกับเรารู้เรื่องล่ะ...มนุษย์ไม่ใช่หรอ?!' เจ้าสุนัขถึงกับชะงักทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่ก็คงหมดโอกาสที่จะได้ถามเพราะตอนนี้อนิลก็ได้ขึ้นรถออกไปเสียแล้ว


"ค่ะ..แม่ ได้ค่ะ..ปุ้มกำลังกลับแล้วค่ะ...แค่นี้นะคะ"

ปุรันยาเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าก่อนที่จะหันหน้ามาบอกอนิลเพื่อนสาวอย่างเร่งร้อน

"อนิล..แม่ฉันจะไปธุระกับพ่อ..ขอให้รีบกลับบ้านแล้วยังเจ้าชาช่าของฉันอีก..ฉันไปด้วยไม่ได้แล้วนะ" ปุรันยารีบบอกเหตุผล

"ไม่เป็นไร..มันเป็นเหตุสุดวิสัย แกรีบกลับเถอะคุณป้าคงให้แกรีบกลับไปดูเจ้าชาช่ามากกว่า"

"ถ้าอย่างงั้นเดี๋ยวผมแวะส่งคุณปุ้มก่อนจะได้ไม่เสียเวลา แค่บอกทางผมมาก็พอครับ" พันกรรีบเสนอความคิดทันที

"บ้านปุ้มอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ค่ะ เลี้ยวข้างหน้าออกถนนสายหลักไปนิดเดียวค่ะ" 

หลังจากไปส่งปุรันยาเป็นที่เรียบร้อย อนิลจึงต้องไปเยี่ยมเจ้าชัตเตอร์ตามที่รับปากเอาไว้เพียงคนเดียว

"นี่คุณ...คุณปุ้มต้องรีบกลับไปดูใครหรือครับ?" พันกรถามด้วยความสงสัย

"เจ้าชาช่าค่ะ..แมวพันธุ์วิเชียรมาศที่ยัยปุ้มได้มาจากเพื่อนคุณแม่เขาค่ะ"

"อ่อ..แมวนี่เอง..ผมก็นึกว่าลูกหรือหลาน"

"ลูกอะไรล่ะคุณ...ยัยปุ้มยังไม่มีแฟนเลยนะ ฉันยังนึกว่าจะได้คุณไปเป็นแฟนเสียแล้ว" อนิลเหลือบมองพันกรด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ลึกๆ

"หึหึ..คุณโล่งใจใช่ไหมล่ะ..คิดว่าจะต้องเสียผมให้เพื่อนซี้คุณเสียแล้ว" พันกรเอ่ยแล้วแอบกลั้นขำ

"หนักใจสิไม่ว่า...ใครจะไปอยากได้แฟนแบบคุณกัน"

"พูดแบบนี้..ยอมรับผมเป็นแฟนคุณแล้วใช่ไหม..ดีเลย..ตกลงตามนี้นะห้ามเปลี่ยนคำพูดเด็ดขาด..ไม่งั้น...." พันกรเว้นคำเอาไว้ ทำเอาอีกฝ่ายถึงกลับหันมาจ้องหน้า

"ทำไมคะ..ถ้าฉันไม่ตกลงคุณจะทำอะไร?"

"เอ่อ...ถึงบ้านพอดีเลย...ลงก่อนดีกว่านะเดี๋ยวเจ้าชัตเตอร์จะรอกินอาหาร" ชายหนุ่มเลี่ยงที่จะตอบคำถามรีบลงมาเปิดประตูรถให้อนิล เมื่อจอดรถเป็นที่เรียบร้อย

กรุ๊งกริ๊งๆๆ

...เจ้าแมวหนุ่มวิ่งมาพร้อมๆกับเสียงกระพรวนที่ห้อยคอมันอยู่

"ไง...ไอ้เสือ..เหมือนรู้เลยนะว่าพี่สาวคนสวยจะมาหาแกน่ะ" พันกรลูบหัวมันแล้วอุ้มขึ้นมาส่งต่อให้อนิล ก่อนที่จะไขกุญแจเปิดเข้าไปในบ้าน

"ชัตเตอร์..วันก่อนแกหายไปไหนห๊า..ฉันไม่เห็นเธอเลยนะตั้งแต่พาเจ้านายเธอไปนอนในห้องน่ะ" อนิลจ้องหน้าเจ้าแมวหนุ่มที่อยู่ในอ้อมกอด

'ผม..ก็นอนแถวๆนี้ล่ะครับ พี่สาวหาผมไม่เจอเอง' เจ่าแมวหนุ่มตอบพลางเอาหัวถูไถไปมา

"ชัตเตอร์...มากินอาหารของแกเร็วเข้า" พันกรเทอาหารเม็ดใส่ไว้ให้พอประมาณ อนิลจึงปล่อยให้มันลงเพื่อให้ไปกินอาหาร

'พี่สาว..คราวหน้าเอาเคเอฟซีมาฝากผมบ้างนะ' เจ้าชัตเตอร์หันมาบอกก่อนจะวิ่งดิ่งไปที่ชามของมัน อนิลถึงกับยิ้มขำในสิ่งที่มันสั่งไว้

"มัวแต่ยืนยิ้มอะไรคุณ แอบมองผมใช่ไหม?" พันกรเห็นรอยยิ้มละไมที่อนิลส่งให้เจ้าแมวสีเทาแล้วอดที่จะหยอกเย้าเสียไม่ได้

"ทำไมต้องแอบ..อย่างคุณมองตรงๆซึ่งๆหน้าฉันยังไม่รู้สึกอะไรเลย" อนิลตอบโต้ทันทีแถมทำหน้ายียวนใส่อีกต่างหากโทษฐานกวนอารมณ์

"หืม..แน่ใจหรือครับ..หึหึ" ไม่พูดเปล่า..พันกรเดินมาจูงมืออนิลทันที

"คะ..คุณจะพาฉันไปไหน?" อนิลหน้าตื่นเมื่อถูกดึงมือให้เดินตามไป

"ไปพิสูจน์ไงครับ..ว่าไม่รู้สึกอะไรกับผมจริงหรือเปล่า?" 

ปัง!...

เสียงปิดประตูดังๆทำเอาอนิลอกสั่นขวัญแขวน ยิ่งชายหนุ่มลากมานั่งบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ด้วยแล้ว หัวใจแทบจะหลุดออกมา

"ไหนเรามาพิสูจน์กันหน่อย..ว่าคุณมองหน้าตาอันหล่อเหลาของผมตรงๆแล้วจะไม่รู้สึกอะไรเลยจริงหรือเปล่า?"

พันกรนั่งประชิดตัวอนิลพร้อมโน้มใบหน้าไปสบตาใบหน้าเรียวมนที่สวยอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วดูทีท่าของอีกฝ่าย ซึ่งตอนนี้กำลังประหม่า ใจเต้นระส่ำเมื่อใบหน้าอันหล่อเหลาระดับพระเอกซีรี่ย์เกาหลีอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ

"คะ..คุณ..คิดจะทำอะไรกันแน่?" อนิลพยายามกดข่มความประหม่าถามออกไป

"แล้วคิดว่าผม..อยาก..จะทำอะไรล่ะ?" คำกล่าวที่มาพร้อมกับสายตาหวานเยิ้ม น้ำเสียงทุ้มพร่าทำเอาอนิลใจคอไม่ดี

"อย่านะ..อย่าคิดล่วงเกินฉันนะ!" อนิลรีบส่งเสียงห้ามเมื่ออีกฝ่ายโน้มตัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนตัวเองเอียงตัวหนีแทบจะนอนลงไปอยู่แล้ว

"เป็นอะไรของคุณ!...ผมแค่จะเอื้อมมาหยิบรูปน้องชายผมให้คุณดูเท่านั้น"  พันกรเปิดลิ้นชักหัวเตียงหยิบกรอบรูปขนาดย่อมออกมา

"อ้าว!!...แล้วทำไมคุณไม่บอกฉันตั้งแต่แรกล่ะ ให้ฉันเข้าใจผิดอยู่ได้" หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก

"อยากให้ผมทำจริงๆก็ไม่บอก...หึหึ" 

คราวนี้พันกรไม่สนใจท่าทีของอีกฝ่ายแล้ว ประกบไปที่ริมฝีปากบางอย่างรวดเร็ว แถมโถมลงไปอย่างไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัว

"อื้อ..อื้อ.."

เสียงอู้อี้พร้อมการดิ้นรนที่อยู่ใต้ร่างใหญ่พยายามขัดขืนอยู่พักใหญ่ ไม่นานก็เริ่มอ่อนลงและโอนอ่อนไปตามความนุ่มนวลอบอุ่นที่อีกฝ่ายมอบให้ อนิลหลับตาพริ้มด้วยอารมณ์ที่เริ่มคล้อยตาม

'คุณ..นี่ผมมาหาคุณอีกแล้วหรือ?'  ภาพชายในฝันทุกคืนวันพระปรากฏขึ้นในหัวของอนิล ความคุ้นเคยที่บอกไม่ถูกเหมือนภาพซ้อนภาพ สลับไปมาระหว่างเขากับพันกรเหมือนต้องมนต์

...ความหวานบริสุทธิ์จากหญิงสาวทำเอาอารมณ์ชายหนุ่มกระเจิดกระเจิง จากแค่จะขอชิมพอเป็นแรงใจ พอได้สัมผัสความหอมหวานอ่อนนุ่มของริมฝีปากบางผสมกับกลิ่นกายสาวที่ให้รู้สึกถึงความเย้ายวนอย่างเป็นธรรมชาติ พันกรจึงเผลอปล่อยให้มือไม้ลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว

"เฮ้ย!...คุณ" อนิลที่รู้สึกตัวก่อนรีบผลักอกชายหนุ่มออกเพื่อให้หยุดมือ ก่อนที่จะเตลิดเปิดเปิงไปมากกว่านี้

"ห้ามผมทำไม?" อีกฝ่ายยังทำหน้าเคลิบเคลิ้มอารมณ์ค้างคา

"ขืนไม่ห้ามฉันได้เป็นเมียคุณจริงๆแน่..ลุกออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้" อนิลพยายามผลักดันให้อีกฝ่ายลุกออกไปอย่างเต็มที่

"ต่อไปคุณก็ต้องเป็นเมียผมอยู่ดี..จะตอนนี้หรือตอนไหนก็เหมือนกันแหล่ะครับ" พันกรเอ่ยไปยิ้มไปพร้อมสายตาเจ้าเล่ห์

"เสียใจค่ะ..ไม่ใช่ตอนนี้แน่นอนและอย่าคิดจะใช้กำลังกับฉันนะคะ..ฉันมีความสามารถพอที่จะเหวี่ยงคุณด้วยสองมือของฉันแน่ๆ" อนิลขู่ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ลุกขึ้นมาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่พยายามกลบเกลื่อนความเขินอาย

"โอเครครับที่รัก...ผมจะไม่ฝืนใจคุณ จะรอวันที่คุณร้องเรียกผมเองก็แล้วกัน" พันกรยอมแต่โดยดีเพราะเดิมทีก็ไม่คิดจะล่วงเกินอยู่แล้ว เพียงอดใจไว้ไม่ไหวแค่ได้สัมผัสชิมรสเจ้าของร่างบางที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนนี้

"ฝันเถอะย่ะ" อนิลเบ้ปากใส่อย่างหมั่นไส้ในความมั่นใจของอีกฝ่าย

"จริงสิ..แล้วไหนรูปน้องชายคุณที่จะให้ฉันดูคะ หรือจริงๆเป็นแค่แผนที่หลอกฉันมาล่วงเกินเนี๊ยะ" เมื่อนึกขึ้นได้..อนิลก็รีบถามถึงสิ่งที่เขาจะให้ดูทันทีแถมเอ่ยประชดเข้าให้ด้วย

"นี่คุณ ถ้าผมจะทำนะคงไม่ต้องใช้แผนหลอกครับ ปล้ำเลยทีเดียว..หึหึ นี่ครับ..เจ้ากัณณ์น้องชายผม" พันกรส่งกรอบรูปที่หยิบมาจากลิ้นชักหัวเตียงในทีแรกส่งให้อนิลดู พร้อมเสียงหัวเราะนึกขำในท่าทีของหญิงสาว จนอนิลส่งสายตาพิฆาตมาหนึ่งทีจึงหยุดขำ

"เขาหล่อนะคะ..เหมือนคุณเลย" อนิลพิจารณาเด็กหนุ่มที่อยู่ในรูปครู่หนึ่งจึงได้เอ่ยขึ้น

'ขอบคุณครับ...พี่สาว'

เสียงที่ดังเข้ามาในโสตประสาทแสดงถึงน้ำเสียงที่ไม่ใช่ในแบบที่มนุษย์พูดคุยกัน อนิลเงยหน้ามองตามเสียงนั้นทันที ร่างโปร่งแสงที่ปรากฏต่อหน้านั้นช่างเหมือนเด็กหนุ่มที่อยู่ในรูปเหลือเกิน อนิลมองใบหน้านั้นสลับกับรูปที่อยู่ในมือแล้วตกตะลึงตาค้าง 

"กะ..กัณณ์"









ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"หญิงสาวผู้คุยกับสัตว์รุ้เรื่อง..เขาเป็นโรคผื่นแพ้ผู้หญิงและน้องชายที่ตายไปแล้วแต่ยังคงห่วงพี่ชาย"

รัตนะมณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha