วิฬาร์ลิขิตรัก(จบแล้ว)

โดย: รัตนะมณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 9 : ก็คนมันหวง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                         บทที่ 9
               🐺ก็คนมันหวง🐺


"เขาห่วงคุณมากนะคะ...คุณพันกร"

อนิลมองใบหน้าที่ตั้งใจฟังอย่างจริงจังมีรอยหมองเศร้าปนออกมาเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"แล้วผมต้องทำอย่างไร กัณณ์ถึงจะเลิกห่วงผมแล้วไปในที่ที่เขาควรจะไปล่ะครับ" พันกรถามเสียงอ่อนเจือไปด้วยความสงสาร

"เอ่อ..คุณก็ต้อง...มีความสุขมากๆทำให้เขาเห็นว่าคุณมีเพื่อนฝูงดูแลเยอะแยะ..ประมาณนั้นล่ะค่ะ"

อนิลพยายามนึกสรรหาคำกล่าวที่จะไม่ทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมอีก

"เพื่อนผมก็มีนะ...กัณณ์จะห่วงทำไม?"

"อยากให้คุณไปเที่ยวกับเพื่อนฝูงหรือชวนเพื่อนๆมาปาร์ตี้ที่บ้านบ้างหรือเปล่าคะ..อาจอยากให้มีเพื่อนผู้หญิงบ้างเผื่อวันข้างหน้าพวกเธอจะได้ดูแลคุณได้" 

อนิลพยายามหว่านล้อมให้อีกฝ่ายเปิดใจเปิดรับสังคมให้มากขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกแปลกใจในความต้องการของน้องชาย

"เอาไว้ผมจะลองคิดดู...คุณนอนเถอะเดี๋ยวตอนเช้าผมจะไปส่งคุณที่บ้าน" ชายหนุ่มกล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ

"ค่ะ..แต่คุณต้องออกไปนอนข้างนอกนะ" อนิลทำท่าหวาดระแวง

"ผมไม่ปล้ำคุณหรอกน่ะสบายใจได้..วันนี้ผมหมดอารมณ์แล้ว" พันกรเอ่ยแล้วยิ้มกวนๆ

"คุณพันกร!" อนิลส่งเสียงดุ

"เรียก..กรคะ..กรขา..หรือ..พี่กร..น่าจะดีกว่านะครับ" ชายหนุ่มเอ่ยในลักษณะของการดัดน้ำเสียง

"ทำไมฉันจะต้องเรียกคุณแบบนั้นด้วย" อีกฝ่ายเริ่มเสียงแข็ง

"ก็จะได้ชินปากน่ะสิ..ในเมื่อเราเป็นแฟนกันคุณจะมาเรียกผมอย่างคนดูห่างไกลได้ยังไง"

"ใครเป็นแฟนคุณ?" 

"อ้าวๆๆ...เดี๋ยวพ่อจับกดเสียเลยนี่" พันกรทำท่าจะพุ่งเข้าหาอีกรอบ

"คุณกร!...คุณช่วยออกไปนอนข้างนอกนะคะ..คุณกรขา" อนิลรีบเรียกในแบบที่เขาบอกทันที แม้จะออกแนวประชดหน่อยๆแต่ก็ทำให้ชายหนุ่มยิ้มกว้างทันที

"หลับให้สบายนะครับ..คนดีของผม" หลังจากเอ่ยประโยคสั่นไหวหัวใจคนฟังจบ ก็ส่งจูบให้อีกทีก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป

"อีตาบ้า..บังคับชะมัด!..แล้วทำไมฉันต้องใจเต้นด้วยเนียะ..อย่านะอนิล..พ่อเทพบุตรในฝันรอเธออยู่" 

อนิลบอกตัวเองว่าห้ามหวั่นไหวเด็ดขาด เพียงแค่เดือนเดียวก็จะได้พบกับชายในฝันที่เธอหลงรักมานาน...ตามข้อตกลงของน้องชายเขา


รุ่งเช้าหลังทานอาหารเช้าพันกรจึงพาอนิลไปส่งที่บ้าน พร้อมรอให้อนิลเปลี่ยนชุดทำงานแล้วไปส่งให้ถึงที่

"อรุณสวัสดิ์จ๊ะ..อนิล"

ปุรันยาเอ่ยทักทายทันทีที่เข้ามาถึงที่ทำงาน เห็นอนิลกำลังตระเตรียมเอกสาร

"อรุณสวัสดิ์ย่ะ...ยายปุ้ม" เสียงอีกฝ่ายกลับดูตึงๆ

"อนิล..แกงอนฉันหรอ?" ปุรันยาทำเสียงอ่อนเอ่ยถาม

"ทำไมแกไม่บอกให้เขาไปส่งฉันที่บ้านหรือบอกว่าพ่อฉันอยู่บ้านรอฉันอยู่...แกไปบอกเขาทำไมว่าพ่อฉันไม่อยู่บ้าน" อนิลหน้ามุ่ยมองค้อนเพื่อนสาว

"ทำไมล่ะแก...คุณพันกรเขาออกจะเป็นสุภาพบุรุษ" ปุรันยายิ้มหวานเอ่ยกลับมา

"สุภาพบุรุษกับผีอะไรล่ะ?" อนิลทำเสียงกระแทกใส่

"เฮ้ย!..แปลว่า..เขา..กะ..แก...จุดๆๆกันแล้วหรือ?" ปุรันยาทำท่าเขินหน้าแดง ม้วนอายเสียเอง

"บ้า!..แกนี่เองที่คอยยุคอยเชียร์" อนิลหมั่นไส้ท่าทีของเพื่อนสนิทเลยตีต้นแขนเข้าให้เสียหนึ่งที

"ก็..เขาออกจะหล่อล่ำแฮนซั่ม..น่ากินจะตาย" ปุรันยายังคงชื่นชมออกหน้าออกตา

"งั้นแกก็เอาไปกินเสียสิ..ฉันยกให้" อนิลเอ่ยประชด

"ก็เขาไม่ได้ชอบฉันนิ..เขาชอบแกออกขนาดนั้นดูก็รู้...สองคนเหมาะสมกันออกนะอนิล" ปุรันยาแสดงท่าทีเชียร์ชายหนุ่มจนออกนอกหน้า


"เอิ่ม..ขอโทษครับสาวๆ"

เสียงทุ้มของใครคนหนึ่งขออนุญาตในการขัดจังหวะของการสนทนา ทำให้ทั้งสองหยุดชะงักแล้วหันมองตามเสียง

"พี่ปุณ!" สองสาวแทบจะเอ่ยเรียกพร้อมๆกัน

"กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?" อนิลถามขึ้นก่อนเป็นคนแรก

"ถูกเรียกตัวกลับมาตั้งแต่เมื่อวานครับ..วันนี้มาเริ่มงานที่นี่เป็นวันแรก" 

บุรุษหนุ่มท่าทางภูมิฐานสวมสูทสีน้ำตาลเข้ม รับกับใบหน้าคมคายออกไปทางหนุ่มใต้แต่สีผิวไม่เข้มมากนัก คิ้วเข้มดวงตาคม จมูกโด่งเป็นสันบวกกับริมฝีปากที่ได้รูป ทำเอาปุรันยาถึงกับยิ้มหวานทำนัยตาชวนฝันส่งให้ไม่ขาดระยะ แต่สำหรับอนิลแล้วเขาคือรุ่นพี่ที่ร่วมงานกันได้ดีมาโดยตลอด มักจะไปทานข้าวด้วยกันบ่อยๆ ปรึกษาได้ทุกเรื่อง..จนกระทั่งฝ่ายชายถูกย้ายไปประจำที่ต่างจังหวัด จึงขาดการติดต่อกันไป

"อนิลกับปุ้ม..สบายดีนะครับไม่เจอกันนานเลย" ชายหนุ่มถามไถ่ตามมารยาท

"ปุ้มสบายดีค่ะพี่ปุณ..อนิลยิ่งกำลังมีความสุขเลยค่ะเพราะกำลังอินเลิฟ" ปุรันยารีบรายงานทันที

"พูดอะไรน่ะ..ยัยปุ้ม" อนิลหันไปดุเพื่อนสาวที่เอ่ยเรื่องที่ไม่ควรพูด

"เอ๋?...อินเลิฟ...น้องอนิลมีแฟนแล้วหรือครับ?"

"ไม่ใช่ค่ะ..พี่ปุณ อย่าไปฟังยัยปุ้มเพ้อเลยนะคะ" อนิลรีบทำไม้ทำมือปฏิเสธ

"เฮ้อ..ตกใจหมด..นึกว่าพี่พลาดเสียแล้ว" ชายหนุ่มทำท่าโล่งอกยิ้มน้อยๆ

"หืม..พลาดอะไรคะพี่ปุณ?" อนิลถามด้วยความสงสัย สองสาวต่างทำสีหน้างงงันในคำพูดของอีกฝ่าย

"กลับมาคราวนี้..พี่ตั้งใจจะมาขอโอกาสกับอนิลอย่างจริงจัง...ให้โอกาสพี่พิสูจน์ตัวเองได้ไหมครับ?" ชายหนุ่มยื่นดอกกุกลาบสีแดงหนึ่งดอกพร้อมกับถุงของฝากให้อนิล พร้อมเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งสองสาวอ้าปากค้าง

"อะ..เอ่อ..." อนิลพูดอะไรไม่ออก ทำสีหน้าไม่ถูกเมื่อถูกจู่โจมซึ่งๆหน้าแบบนี้

"พี่ให้เวลาอนิลได้ตัดสินใจครับ พี่รอได้" กล่าวจบก็ยิ้มหวานให้อีกครั้งก่อนจะเดินออกไป

"ตายแล้ว!คุณพันกรเจอคู่แข่ง...อนิลแกนี่เสน่ห์แรงจริงๆนะ" ปุรันยาถึงกับปิดปากไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น หันมองเพื่อนสาวที่ยังตกตะลึงอยู่เช่นกัน

"ฉันฝันไปใช่ไหมเนียะ..นี่ต้องไม่ใช่เรื่องจริง" อนิลเอ่ยอย่างลอยๆ

"ฉันช่วยตบพิสูจน์เอาไหมแก...ความจริงย่ะ!ฉันได้ยินเต็มสองหู" ปุรันยาส่งเสียงดังดึงสติเพื่อนรักให้กลับมา

"ปุ้ม..ฉันไม่เคยชอบพี่ปุณเลยนะ แย่แล้ว!ฉันจะปฏิเสธพี่เขายังไงดีล่ะ" อนิลทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้

"ใจเย็นๆอนิล..ในบริษัทเราใครๆก็รู้จักหัวหน้าฝ่ายบริหารอย่างคุณปุณภัทร..ขืนแกไปหักหน้าพี่เขาตอนนี้คงไม่งามแน่ๆ" ปุรันยาพยายามปลอบใจเพื่อนสาว

"ก็เพราะแบบนี้น่ะสิฉันถึงกลุ้มใจ..พี่ปุณดีกับฉันมากก็จริงแต่ฉันไม่เคยรู้สึกเกินเลยไปกว่าความเป็นพี่น้องเลย" อนิลนั่งเอามือกุมศรีษะถอนใจอย่างหนัก

"รอดูท่าทีไปก่อน..เขาอาจไม่คิดอะไรมากก็ได้ แกก็ค่อยๆปฏิเสธไป" ปุรันยาจับบ่าเพื่อนสนิทให้คลายกังวล

"น้องอนิลครับ..กลางวันนี้ไปทานข้าวด้วยกันนะครับ..น้องปุ้มด้วย" ปุณภัทรโผล่เข้ามาอีกครั้งพร้อมคำชวนที่ทำให้อนิลยิ่งอึดอัด

"เอ่อ..พี่ปุณคะ..คือ.." อนิลพยายามจะปฏิเสธแต่ไม่ทันที่จะเอ่ยจบประโยค

"อย่าปฏิเสธนะครับ...ถือว่าเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของพี่" ชายหนุ่มยิ้มอย่างผู้มีเหตุผลเหนือกว่าแล้วก็หันหลังกลับออกไปโดยไม่สนใจคำตอบใดๆทั้งสิ้น

"เป็นไงล่ะ..ยัยปุ้ม" อนิลทำหน้าอยากจะร้องไห้ออกมาเสียให้ได้

ตื๊ดดดด!!! ตื๊ดดดด!!! เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด อนิลรับโทรศัพท์ด้วยท่าทางอ่อนใจ

"สวัสดีค่ะ..."

"คุณ...กลางวันผมมารับไปทานข้าวนะบอกคุณปุ้มด้วย" เสียงปลายสายกล่าวจบก็ตัดสายไปดื้อๆ

"เฮ้ย!คุณ..เดี๋ยววว" 

อนิลรู้สึกเหมือนกำลังแบกโลก หันมองปุรันยาด้วยสายตาที่เหมือนคนต้องการความช่วยเหลืออย่างรุนแรง

"อนิลแกเป็นอะไร...ใครโทรมา...ยะ..อย่าบอกนะว่า...." ปุรันยาเห็นสีหน้าเพื่อนรักแล้วรู้สึกสังหรณ์ใจพิกล

"คุณกร..บอกว่าจะมารับฉันกับแกไปทานกลางวันด้วยกัน..ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำเขาก็วางสายไปแล้ว"

"โอ้ว!คุณพระ...นี่มันวันปล่อยผีหรือไงถึงพากันมารุมทึ้งเพื่อนฉันอย่างนี้" ปุรันยาพลอยปวดกะบาลไปด้วยเนื่องจากทั้งสองหนุ่มต่างก็ชวนตนให้เป็นเพื่อนด้วยเช่นกัน

"แล้วจะแยกร่างไปยังไงล่ะแก?" อนิลเปรยอย่างเหนื่อยใจ

"ไม่ต้องแยก..อยากชวนไม่ถามความสมัครใจกันดีนัก..ก็ไปกินด้วยกันหมดนี่แหล่ะ" ปุรันยาตอบอย่างมีอารมณ์

"เอางั้นเลยหรือแก?" อนิลทำสีหน้าเชิงถาม

"ใช่!..เอามันแบบนี้แหล่ะ...ใครจะแสดงความจริงใจกันยังไงก็จะได้รู้กันล่ะทีนี้" ปุรันยาท่าทางขึงขังจริงจัง อนิลก็นึกอะไรไม่ออก..ว่าไงก็ว่าตามกัน



อนิลใจตุ้มๆต่อมๆตลอดช่วงเช้าของการทำงาน ยิ่งใกล้เวลานัดยิ่งกระวนกระวาย จนปุรันยาต้องคอยเตือนสติให้สงบใจไว้

"พร้อมหรือยังครับน้องอนิล..น้องปุ้มอยากทานอะไรครับเดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง" ปุณภัทรเดินยิ้มกว้างมาหาสองสาวทันทีที่ถึงเวลา

"ทานอะไรก็ได้ค่ะพี่ปุณ..แต่ว่ารออีกเดี๋ยวนะคะ พอดีเพื่อนปุ้มเขาก็นัดปุ้มกับอนิลไว้ด้วยเหมือนกัน เอาเป็นว่าเราไปด้วยกันเลยก็แล้วกันนะคะ" ปุรันยาตอบพลางส่งยิ้มหวานกลับไป

สักครู่เดียวก็มีโทรศัพท์เข้ามาที่อนิล หญิงสาวรับครู่หนึ่งก็หันไปมองหน้าปุรันยาแล้วพยักหน้าอย่างรู้กัน

"เพื่อนปุ้มกับอนิลมาแล้วค่ะ..เดี๋ยวเราออกไปเจอเขาข้างนอกเลยนะคะ" ปุรันยากล่าวจบก็ดึงมืออนิลเดินนำออกไป ชายหนุ่มจึงเดินตามหลังไปอย่างรวดเร็ว


พันกรยืนกอดอกพิงรถยนต์ส่วนตัวของตนเองมองสองสาวที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ แล้วส่งยิ้มหล่อบาดใจไปให้ อนิลและปุรันยากลับยิ้มแหยๆกลับมาจนพันกรรู้สึกประหลาดใจในท่าทีของทั้งสองคน

"รอนานไหมคะ..คุณพันกร?" ปุรันยาถามด้วยมารยาท

"ไม่นานครับ..งั้นเราไปกันเลยนะ" พันกรทำท่าจะเปิดประตูรถแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีร่างสูงของชายหนุ่มอีกคนตามติดมาด้วย

"อนิลครับ..นี่เพื่อนอนิลกับน้องปุ้มที่นัดไว้หรือครับ?" ปุณภัทรถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่นัดเป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา

"เอ่อ...คุณพันกรคะ นี่พี่ปุณ..เป็นพี่ที่ทำงานค่ะพอดีเขาเพิ่งย้ายกลับมาประจำสำนักงานใหญ่เลยอยากพาไปเลี้ยงอาหารเป็นการต้อนรับน่ะค่ะ" ปุรันยาเริ่มจากแนะนำพันกรให้อีกฝ่ายรู้จักก่อน

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ..คุณพันกร ผมปุณภัทร..คุณคงจะเป็นแฟนน้องปุ้มสินะครับ...น้องปุ้มตาถึงมากได้แฟนหล่อเชียว" ปุณภัทรรีบแนะนำตัวเองแล้วขยับไปยืนข้างๆอนิลแสดงท่าทีสนิทสนม

"ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณปุณภัทร..แต่ผมไม่ใช่แฟนคุณปุ้ม" พันกรเอ่ยเสียงหนักๆแล้วหันไปจ้องหน้าอนิลที่ทำตัวไม่ถูก

"งะ..งั้นเราไปกินร้านแถวๆนี้แล้วกันนะคะ สะดวกดีไม่เสียเวลาด้วยค่ะ" อนิลรีบเสนอความเห็น

"ก็ได้ครับ..พี่ตามใจอนิล..อนิลว่าไงพี่ก็ว่าอย่างงั้น" 

ประโยคนี้ของปุณภัทรทำเอาอนิลเสียวสันหลังวาบ เมื่อเหลือบมองไปที่พันกร ก็เจอสายตาพิฆาตทันที

"เอ่อ...พี่ปุณคะ..มาทางนี้เลยค่ะ เดี๋ยวปุ้มจะพาไปนะคะ ร้านนี้ปุ้มมากินกับอนิลบ่อยค่ะ"

ปุรันยารีบดึงมือปุณภัทรให้ออกเดินตามตนเองไปทันที โดยที่ฝ่ายชายก็เดินตามไปแบบเชิงถูกบังคับด้วยการฉุดกระชากของปุรันยา เปิดโอกาสให้อนิลกับพันกรได้พูดคุยกันก่อน

"ดูเขาจะสนใจคุณนะ" พันกรเอ่ยเสียงตึงๆ

"เอ่อ..พี่เขาเพิ่งกลับมาน่ะ เราเคยสนิทกันเพราะพี่ปุณเขาช่วยสอนงานฉัน" อนิลพยายามอธิบาย

"ทำไมไม่บอกเขาว่าผมเป็นแฟนคุณ" พันกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชิงหงุดหงิด

"ก็...ฉันยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนคุณเสียหน่อย"

"งั้น..แสดงว่าจะตกลงเป็นแฟนเขาล่ะสินะ" น้ำเสียงฟังดูเหมือนประชดประชัน

"ฉันยังไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะ..อย่ามาคิดแทนฉัน" อนิลเริ่มจะฉุน

"รีบไปเถอะ..เดี๋ยวคุณปุ้มจะรอนาน" พูดจบชายหนุ่มก็เดินเข้ามาใกล้แล้วกุมมือนุ่มๆให้ออกเดิน

"คุณจะจับมือฉันทำไม..ฉันไม่หลงทางหรอกน่า" อนิลทำท่าจะดึงมือออก

"ไม่ให้จับ..จะจูบโชว์เขาเลย" 

ท่าทีเอาจริงของพ่อรูปหล่อดูจะเอาจริงทำให้อนิลต้องยอมตามเขาไปแต่โดยดี พอเผลอเพียงครู่เดียวจมูกโด่งเป็นสันก็กดลงมาที่แก้มนวลไปฟอดใหญ่

"นี่คุณ!ฉวยโอกาสอีกแล้วนะ" อนิลรีบจับแก้มตนเองแล้วส่งเสียงดุ

"หอมแก้มแฟน..ผิดตรงไหนครับ" เจ้าตัวกลับยิ้มอย่างได้ใจ

"ฉันเสียเปรียบตลอดเลยนะ"

"งั้นผมให้คุณหอมแก้มผมคืนก็ได้..จะได้เสมอกัน"

กล่าวจบก็หยุดเดินแล้วก้มหน้าหล่อมาใกล้ เอียงแก้มให้อีกฝ่ายทันที

"ไม่ต้อง..ฉันไม่เอาคืน" 

อนิลตอบด้วยสีหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อ เมื่อใบหน้าหล่อเหมือนเทพบุตรในฝันยื่นเข้ามาใกล้ ทำให้ภาพที่เคยอยู่บนเตียงเดียวกันผุดขึ้นมาอย่างเด่นชัด

"เขินผมล่ะสิ" พันกรอมยิ้มเมื่อได้เห็นใบหน้าแดงๆของอีกฝ่าย

"ใครเขินคุณ...ฉันไม่ได้เขิน" อนิลเชิดหน้าขึ้นทันทีพยายามเก็บอาการ

จุ๊บ!!!

"คุณ!!"

อนิลตาค้างเมื่ออีกฝ่ายประทับริมฝีปากลงมาทันทีที่เชิดหน้าขึ้น แถมยังดึงมือออกเดินอย่างอารมณ์ดี ปล่อยให้คนเดินตามหัวใจแทบจะกระเด็นออกมา

"อย่าให้เขาเข้าใกล้คุณอีก..ผมหวง"


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"หญิงสาวผู้คุยกับสัตว์รุ้เรื่อง..เขาเป็นโรคผื่นแพ้ผู้หญิงและน้องชายที่ตายไปแล้วแต่ยังคงห่วงพี่ชาย"

รัตนะมณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha