วิฬาร์ลิขิตรัก(จบแล้ว)

โดย: รัตนะมณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 10 : ไปต่างจังหวัด


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                          บทที่ 10
               🌼ไปต่างจังหวัด🌼


...เมื่อมาถึงร้านประจำที่อนิลและปุรันยามักจะมาทานกันบ่อยๆ ปุณภัทรก็เลือกโต๊ะอาหารที่นั่งได้สี่คนแล้วขยับเก้าอี้ให้ปุรันยานั่งก่อนเป็นคนแรก

"อ้าว..อนิลมาถึงพอดี..มาตรงนี้ครับพี่ขยับเก้าอี้ให้"

ปุณภัทรรีบเดินไปอีกฝั่งหมายจะขยับเก้าอี้ให้อนิลนั่งฝั่งตรงข้ามกับปุรันยาเพื่อตนจะได้นั่งข้างๆอนิล

"คุณต้องนั่งกับผม" พันกรดึงมืออนิลไว้บีบกระชับแล้วกระซิบข้างหูโดยที่ปุณภัทรไม่ทันสังเกต

"อะ..เอ่อ..พี่ปุณคะ..อนิลนั่งกับคุณพันกรก็ได้ค่ะ พี่ปุณนั่งข้างๆยัยปุ้มเลยค่ะ" อนิลเหลือบมองค้อนร่างสูงหล่อหนึ่งทีก่อนที่จะเอ่ยประโยคที่ทำให้พันกรอมยิ้ม

"ทำไมล่ะครับ..พี่บอกแล้วไงพี่อยากขอโอกาสพิสูจน์ตัวเอง ให้เกียรตินั่งข้างๆพี่ไม่ได้หรือครับ?"

พันกรหน้าตึงทันทีที่ได้ยินคำแสดงหู หันมองอนิลด้วยแววตาคาดคั้นต้องการคำตอบ

"เอ่อ..คุณกรเขานั่งข้างยัยปุ้มไม่ได้ค่ะ เขาเป็นภูมิแพ้บางอย่าง" อนิลพยายามอธิบายเหตุผล

"แพ้?...แพ้อะไรหรือครับ?" ปุณภัทรทำหน้าสงสัย

"อะ..เอ่อ...แพ้ผู้หญิงค่ะ..เข้าใกล้แล้วผื่นจะขึ้นค่ะ อนิลกับปุ้มเคยเห็นมาแล้ว" อนิลตอบอย่างหวาดๆสายตาก็เหลือบมองพันกรที่จ้องมองไม่วางตาเป็นระยะๆ

"หืม...แล้ว..ทำไมเขาถึงเดินจับมือน้องอนิลมาได้ล่ะ ผื่นไม่เห็นขึ้นสักนิด" 

ปุณภัทรเอ่ยด้วยสีหน้าหยันๆยกยิ้มมุมปากเหมือนคนจับโกหกได้ สายตาที่มองพันกรเริ่มไม่เป็นมิตรเมื่อเห็นคนที่ตนหมายปองเดินจับมือมากับชายหนุ่ม

"คุณพันกรเขาเป็นกับผู้หญิงคนอื่นทุกคน ยกเว้น..อนิลค่ะ" คราวนี้ปุรันยาช่วยเสริมให้

"อืม...ช่างเป็นโรคที่ประหลาดจริงๆ ถ้าอย่างนั้นอนิลไปนั่งกับปุ้มเถอะครับ พี่จะนั่งกับคุณพันกรเอง"

พันกรยอมปล่อยมืออนิล แล้วยิ้มเย็นให้ปุณภัทรเป็นเชิงท้าทาย เหมือนรู้กันด้วยสายตาว่าต้องการจะประกาศศึก จากนั้นเดินตรงมาขยับเก้าอี้นั่งฝั่งตรงข้ามกับอนิลทันที ปุณภัทรจึงจำใจลงนั่งฝั่งที่ตรงข้ามกับปุรันยา


"อนิลครับ..เดี๋ยววันนี้จะมีกำหนดการอบรมสัมนาที่ต่างจังหวัดส่งมาให้ทางอนิลกับปุ้มนะครับ" 

ปุณภัทรเอ่ยเรื่องงานขึ้นหลังเริ่มทานอาหารได้สักระยะหนึ่ง

"อบรมสัมนาที่ต่างจังหวัดหรือคะ..เอ่อ..แล้วจะส่งมาที่อนิลกับปุ้มทำไมคะ..ก็เราอยู่คนละฝ่ายกัน" อนิลทำสีหน้าประหลาดใจทันทีที่ได้ยิน

"ก็พี่เสนอขอผู้บริหารไปน่ะ ขอให้เราสองคนไปช่วยในเรื่องงานเลี้ยงรับรอง..เห็นเหนื่อยๆกันเลยอยากให้ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ถือเป็นการพักผ่อนไปในตัว" ปุณภัทรกล่าวพร้อมรอยยิ้มพอใจในสิ่งที่ได้จัดเตรียมไว้

"เอิ่ม..พี่ปุณ..ไม่คิดจะถามพวกเราก่อนเลยหรือคะ?" ปุรันยาทำหน้าแหยเอ่ยเสียงอ่อยๆ

"พี่เสนอไปแล้ว..ทางฝ่ายบุคคลก็ส่งชื่อเซ็นต์อนุมัติเป็นที่เรียบร้อย เหลือแต่แจ้งกำหนดการครับ" ปุณภัทรตอบหน้าเรียบนิ่งอย่างไม่สนใจใดๆ

"ไปเมื่อไหร่คะพี่ปุณ?" อนิลถามขึ้น ฝ่ายพันกรก็มองเขม็งเหมือนอยากให้ปฏิเสธทันทีทันใด 

"จันทร์นี้ครับ...เดินทางเช้าตรู่กับรถของบริษัท" ปุณภัทรตอบพร้อมกับเหลือบมองพันกรด้วยหางตา

"เอ่อ..ไม่ไป..ได้ไหมคะ?" อนิลถามอ้อมแอ้ม เมื่อเท้าของพันกรพยายามสะกิดเตะเท้าของอนิลอยู่ใต้โต๊ะให้ปฏิเสธ

"คงไม่ได้ครับ..ครั้งนี้ประธานใหญ่ไปด้วย" คำตอบนี้ทำเอาสองสาวไม่กล้าเอ่ยอันใดอีก ส่วนพันกรก็ทำหน้าเซ็งอย่างที่สุด คงมีเพียงปุณภัทรที่รู้สึกพึงพอใจในสถานการณ์ที่ตนเหมือนจะเหนือกว่า


...หลังจากพันกรกลับไปด้วยสีหน้าหงุดหงิดเหมือนทะเลาะกับใครมา ปุณภัทรก็เดินมาส่งสองสาวถึงห้องทำงาน

"เตรียมตัวกันให้พร้อมนะครับ..สำหรับการเดินทาง พี่ต้องไปพบลูกค้าสองสามวันนี้คงไม่ได้เจอกัน พบกันวันจันทร์นะครับ" 

"ค่ะ..พี่ปุณ"

ปุณภัทรจากไปด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่ทิ้งความอึดอัดใจไว้ให้สองสาวที่เหมือนถูกบังคับให้ไป

...หลังจากวันนั้นทั้งพันกรและปุณภัทรก็หายเงียบไปทั้งคู่ อนิลก็รับรู้ได้ว่าพันกรคงจะโกรธที่ตนไม่ยอมปฏิเสธ แต่ก็ไม่กล้าโทรไปปรับความเข้าใจจึงปล่อยเลยตามเลย


...วันเดินทาง...


"มาครบกันแล้วใช่ไหมครับ..เชิญขึ้นรถเลยครับ" เสียงพนักงานขับรถส่งเสียงบอกผู้ร่วมเดินทาง

"อนิล..ให้เขาขึ้นไปกันก่อนก็แล้วกันเดี๋ยวเราค่อยขึ้นหลังสุด" ปุรันยาเอ่ยบอกเพื่อนสาวเมื่อเห็นผู้ร่วมเดินทางกำลังทยอยกันขึ้นประจำที่นั่ง

"อ้าว!...ทำไมจำนวนคนเกินมาสองคนล่ะครับ" พนักงานขับรถทำสีหน้าประหลาดใจเมื่อที่นั่งบนรถตู้ของบริษัทมีคนนั่งเต็มเสียแล้ว แต่อนิลกับปุรันยายังไม่ได้ขึ้นรถเลย

"เอ๋?...เต็มแล้วหรือคะ?" ปุรันยาทำสีหน้างุนงง

"อ่อ..สองรายชื่อหลังคุณปุณภัทรเพิ่งส่งเข้ามาน่ะค่ะ" พนักงานหญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

"แล้วจะทำยังไงล่ะคะ?" อนิลถามพนักงานหญิงคนนั้น

"คุณปุณภัทรบอกว่าจะเอารถยนต์ส่วนตัวไปค่ะ เดี๋ยวจะมารับพวกคุณค่ะ...พอดีเขาเพิ่งโทรมาบอกเมื่อครู่ค่ะ" 

"อ่อ..ค่ะ..ขอบคุณนะคะที่บอก" ปุรันยาเอ่ยขอบคุณแล้วดึงแขนอนิลให้ถอยออกมา ปล่อยให้พนักงานขับรถปิดประตูแล้วเคลื่อนรถออกเดินทาง

"อนิล..ฉันว่าพี่ปุณวางแผนนี้แน่ๆ เราไม่ได้มีรายชื่อแต่แรก" ปุรันยาเอ่ยขึ้นเชิงไม่พอใจ

"ฉันว่าพี่ปุณคงพูดเพื่อสร้างความหงุดหงิดให้คุณกรในวันนั้นมากกว่า..แต่พอพูดไปแล้วก็เลยต้องไปเดินเรื่องให้เราได้ไปด้วย กลัวเราจะรุ้ว่าโกหก" อนิลพยายามสรุปสถานการณ์ที่กิดขึ้น


ปิ๊นๆๆ!! เสียงแตร์รถสีขาวที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ทำให้สองสาวหันไปมอง

"ขึ้นรถสิคุณ" เจ้าของรถเลื่อนกระจกลงมาบอก

"คุณพันกร!" อนิลตกใจเมื่อได้เห็นใบหน้าเจ้าของรถชัดๆ

"ขึ้นมาสิครับ..เดี๋ยวผมไปส่ง"

"เดี๋ยวคุณ..จะไปส่งที่ไหนคะ?" อนิลถามด้วยสีหน้างงๆ

"ก็ไปส่งที่คุณจะไปอมรมสัมนาอะไรนั่นแหล่ะ" พันกรตอบหน้านิ่ง

"โห..นั่นมันต่างจังหวัดนะคุณ จะไปส่งแล้วกลับได้ง่ายๆที่ไหนกันล่ะ" อนิลถึงกับตาโตเมื่อได้ยิน

"ก็พอดี..ผมลาพักร้อนจะไปแถวนั้นพอดี..ขึ้นมาเถอะน่าคุณ..อย่าถามมาก" พันกรตอบอย่างปัดๆเชิงหงุดหงิดเล็กๆ

"ไปเถอะอนิล..ไม่งั้นก็ต้องไปกับพี่ปุณนะ" 

ปุรันยารีบเอาของไปไว้ท้ายรถแล้วขึ้นรถอย่างว่องไว อนิลจึงทำตามอย่างขัดไม่ได้ ในใจก็ได้แต่คิดว่าคงจะดีกว่าไปกับปุณภัทร

"เจ้าชัตเตอร์!..มาด้วยหรอเนียะ?" ปุรันยาเห็นเจ้าแมวสีเทาในกรงแล้วยิ้มกว้างดีใจที่ได้เจอมัน

"คุณกร..พาชัตเตอร์ไปด้วยหรือคะ?" อนิลเอ่ยถามชายหนุ่มเมื่อเห็นเจ้าแมวสีเทา

"ผมห่วงมันน่ะ..ไม่อยู่หลายวันก็ต้องพามันไปด้วย" พันกรยังคงตอบสีหน้านิ่ง

'ดีใจนะครับที่ได้เจอพี่สาวอีก..ตื่นเต้นจังเจ้านายพาผมไปเที่ยวด้วย' 

เจ้าแมวเอ่ยทักทายทันทีเมื่อได้เห็นว่าเจ้านายตนรับใครขึ้นรถมา 

"ดีใจที่ได้เจอเธอเช่นเดียวกันจ๊ะ..ชัตเตอร์" อนิลหันไปยิ้มหวานให้เจ้าแมวหนุ่ม

"นี่มันคุยกับคุณอีกแล้วหรอ..ทำไมมันไม่คุยกับผมบ้างล่ะ?" พันกรเอ่ยขึ้นเชิงล้อเลียน

"แล้วคุณฟังมันรู้เรื่องไหมล่ะคะ..ขนาดภาษาคนยังคุยกันไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลย" อนิลโต้กลับให้บ้าง

"ภาษาพูดอาจไม่เข้าใจ..แต่..." พันกรเอ่ยค้างไว้แล้วยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูคนนั่งข้างๆตน

"ภาษากายผมเข้าใจดีเลยเชียวล่ะ..คุณจะลองดูไหม?"

"คุณ!!!" อนิลถลึงตาใส่เหมือนจะอยากจะเข้าไปกัดหู อีกฝ่ายได้แต่อมยิ้มขำ


...ปุรันยาโทรไปแจ้งปุณภัทรเรื่องการเดินทางไปกับพันกร ทำให้ปุณภัทรรู้สึกขุ่นเคืองอย่างที่สุดแต่ก็ต้องกดข่มเอาไว้ก่อนเพื่อให้สองสาวไม่รู้สึกอึดอัด

"อนิล..ผมอยากให้คุณกับคุณปุ้มพักโรงแรมเดียวกับผม..ไม่ต้องไปพักกับที่ทำงานคุณนะ" พันกรเอ่ยขึ้นเมื่อใกล้จะถึงสถานที่จัดงาน

"อ้าว..คุณกร แบบนั้นฉันกับยัยปุ้มก็ต้องออกค่าใช้จ่ายเองน่ะสิคะ..สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุนะคุณ" อนิลทักท้วง

"ผมมีเพื่อนเป็นเจ้าของโรงแรมอยู่ที่นี่..เรื่องค่าใช้จ่ายผมออกให้เองทั้งหมด คุณไม่ต้องกังวลไปแค่ทำตามที่ผมบอกก็พอ" พันกรยังคงยืนยันความประสงค์ตนเอง

"แต่ว่า..." อนิลเอ่ยได้ไม่ทันจบคำ

"วันนี้..วันพระ" พันกรรีบบอกสิ่งสำคัญขึ้นมาเสียก่อน

"เฮ้ย!จริงด้วย..งั้นคุณก็.." อนิลเข้าใจจุดประสงค์ของพันกรทันที

"อนิล...ฉันว่าทำตามที่คุณพันกรบอกน่าจะดีนะ..ฉันเดาว่าเราจะไม่มีห้องพักเพราะขนาดเมื่อเช้ารถยังเต็มเลย เพราะพี่ปุญส่งเรื่องเรามาทีหลัง" ปุรันยาวิเคราะห์สถานการณ์แล้วแสดงความคิดเห็นออกมา

"เขาจะต้องคิดหาโรงแรมให้พวกคุณพักต่างหากแน่ๆ..นี่คงเป็นแผนของเขา" พันกรเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจเมื่อนึกถึงท่าทีของอีกฝ่าย

"ว่าไงก็ว่าตามกันค่ะ...ฉันไม่มีความคิดเห็น" อนิลถอนหายใจแล้วเอ่ยอย่างเหนื่อยอ่อน

"งั้นก็ตกลงตามที่ผมบอกนะ..เดี๋ยวผมจัดการเรื่องที่พักเอง" พันกรลอบยิ้มขำเมื่อได้ยินประโยคที่อนิลเอ่ยออกมา '..ว่าไงก็ว่าตามกัน..หึหึ'


...เมื่อถึงที่หมายพันกรจึงเข้าไปจัดการเรื่องการจองห้องพักแล้วจึงพาสองสาวไปทานอาหารเพราะก็ได้เวลาพอดี

"คุณกรคะ..กุญแจห้องพักล่ะคะ..น่าจะให้เราเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บก่อนนะคะ" ปุรันยาถามขึ้นในขณะทานอาหาร

"นี่ครับของคุณปุ้ม" พันกรส่งกุญแจให้ปุรันยาเก็บเอาไว้แล้วหันไปกระซิบข้างหูอนิล

"ส่วนคุณ..นอนกับผม"

"ห่ะ!..ว่าไงนะ" อนิลหันขวับจ้องตาคนพูดทันที

"วันนี้วันพระ..คุณก็รู้แล้วนี่ครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น" พันกรเอ่ยสนทนากับอนิลเสียงเบา เนื่องจากไม่ต้องการให้ปุรันยาได้ยิน

"มันจะไม่น่าเกลียดไปหน่อยหรือคะ..คนอื่นจะมองไม่ดีนะคุณ" อนิลพยายามอธิบาย

"ไม่น่าเกลียดหรอกแก..แฟนกันฉันเข้าใจ คุณพันกรคงอยากปรับความเข้าใจกับแกแหล่ะ" ปุรันยาที่แอบได้ยินรีบพูดสนับสนุนขึ้นมาทันที

"ยัยปุ้ม..นี่แกไม่รักไม่ห่วงเพื่อนแกเลยนะ" อนิลหันไปทำตาขวางใส่

"คุณพันกรคะ..เอาเจ้าชัตเตอร์มาไว้ที่ห้องปุ้มก็ได้นะคะ..เพื่อนของคุณอนุญาตแล้วใช่ไหม?" ปุรันยาทำเป็นไม่ได้ยินหันไปคุยกับพันกรเสียดื้อๆ

"ขอบคุณครับคุณปุ้ม..ที่เข้าใจผม" พันกรยิ้มเขินเมื่อเพื่อนสนิทของคนรักเข้าใจง่ายกว่าที่คิด


"เฮ้ย!พี่ปุณโทรมา..ลืมสนิทเลย" ปุรันยาหน้าตาเลิกลั่กเมื่อได้เห็นว่าสายที่กำลังโทรเข้ามาเป็นใคร

"รับก่อนสิ..ยัยปุ้ม" อนิลรีบบอก

"ฮัลโหล..ค่ะ..พี่ปุณ" 

ปุรันยาสนทนาอยู่พักใหญ่ ปุณภัทรรู้สึกเคืองจัดเมื่อรู้ว่าสองสาวจองที่พักกันก่อนที่เขาจะมาถึง แถมยิ่งได้รู้ว่าพักที่เดียวกับพันกร ปุณภัทรแทบจะบอกให้สองสาวรีบยกเลิกในทันที แต่จนด้วยเหตุผลเพราะทางฝ่ายการจัดประชุมก็แจ้งตนไว้แล้วว่าไม่มีที่พักสำรองให้กับอนิลและปุรันยา

"โอเคครับ..พี่เข้าใจขอพี่เคลียร์กับฝ่ายจัดงานทางนี้ก่อนแล้วจะรีบไปหานะครับ..ต้องขอโทษในความผิดพลาดของคนส่งรายชื่อด้วยครับ ไม่คิดว่าเขาจะทำตกหล่นน่ะครับ" กล่าวจบปุณภัทรก็วางสายไปภายใต้อารมณ์อันคุกรุ่น

"โถ..พี่ปุณ..ยังจะมาแถได้อีกนะคะโทษคนนั้นคนนี้" 

ปุรันยาถึงกับส่ายหน้าระอา เพราะรู้ความจริงตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วว่าปุณภัทรส่งรายชื่อมาทีหลัง

"ไม่อยากจะเชื่อ..ว่าพี่ปุณจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้" อนิลรู้สึกเสียดายความดีในอดีตของเขาที่ตนเคยได้พบ

"เขาเปลี่ยนไปหรือคุณไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขากันแน่ครับ..หึ!" พันกรกล่าวพร้อมเค้นเสียงขึ้นลำคอด้วยความไม่ชอบใจ

"ฉันก็ยังไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณเลยนะคะ" อนิลเหลือบมองอย่างหมั่นไส้

"เดี๋ยวคืนนี้..คุณอาจได้เจอตัวตนที่แท้จริงของผมก็ได้นะ..อนิล" พันกรเอ่ยพร้อมส่งสายตามีเลสนัย

"คุณก็จะได้เจอตัวตนที่แท้จริงของฉันเช่นกัน!" อนิลกัดฟันพูดแถมยกมือขึ้นมาหักข้อนิ้วดังกรุบกรับเป็นเชิงขู่



หลังทานอาหารเสร็จพันกรก็ช่วยสองสาวยกข้าวของเข้าห้องพัก อนิลขอเอาข้าวของทั้งหมดไปไว้รวมกับปุรันยา ขอว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนเฉพาะกลางคืนเท่านั้น

"อนิล..คุณควรมาอยู่เป็นเพื่อนผมตั้งแต่ช่วงเย็นเลยนะ..เกิดผมไม่รู้สึกตัวขึ้นมาในขณะที่คุณไม่อยู่จะไม่แย่หรือคุณ" พันกรบ่นพร้อมทำหน้าบึ้งตึง

"อาการคุณเป็นตอนสามทุ่ม..จะให้ฉันมาทำไมตั้งแต่เย็นล่ะคะ..แบบนั้นฉันก็เสียเปรียบคุณอีก" อนิลเอ่ยอย่างรู้ทันในขณะที่เข้ามาช่วยจัดข้าวของให้พันกร

"ก็แฟนกันน่ะ..เขาก็ต้องมีเวลาส่วนตัวให้กันบ้างสิครับ..อยากกอดอยากหอมมันก็เป็นเรื่องปกตินะ"

อ้อมแขนกว้างโอบล้อมเข้ามาจากด้านหลังโดยอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวเพราะมัวแต่จัดข้าวของ อนิลสะดุ้งทันทีที่ถูกกอดรัดจากวงแขนกว้างรีบหันมองหาเจ้าของวงแขน พวงแก้มนุ่มๆก็ปะทะเข้ากับจมูกโด่งเป็นสันเข้าเต็มๆ

"ชื่นใจจัง..แก้มคุณห๊อมหอม" 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"หญิงสาวผู้คุยกับสัตว์รุ้เรื่อง..เขาเป็นโรคผื่นแพ้ผู้หญิงและน้องชายที่ตายไปแล้วแต่ยังคงห่วงพี่ชาย"

รัตนะมณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha