วิฬาร์ลิขิตรัก(จบแล้ว)

โดย: รัตนะมณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 11 : วันพระอีกครั้ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                            บทที่ 11
                        วันพระอีกครั้ง


"นี่คุณ!...ฉวยโอกาสอีกแล้วนะ!" 

อนิลโวยวายพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนที่กอดรัด แต่ความแข็งแกร่งของบุรุษอย่างพันกรจึงทำให้อนิลไม่สามารถคลายวงแขนนั้นให้ขยับออกได้เลยแม้แต่น้อย

"ไม่เรียกว่าฉวยโอกาสครับ..แต่เรียกว่าเทวดาเปิดทางมากกว่า" ชายหนุ่มกระชับกอดแล้วสูดกลิ่นหอมไปอีกฟอดใหญ่

"คุณไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิงเลยใช่ไหม..ถึงหื่นขนาดนี้?" 

"เข้าใกล้น่ะเคยครับแต่ไม่หื่น ถ้าจะหื่น..ก็เฉพาะกับคุณเท่านั้นแหล่ะ อยากกอดอยากหอมผมก็เปิดเผยนะ..ไม่สร้างภาพแบบพี่ปุณอะไรนั่นของคุณหรอก" พันกรตอบเชิงแอบเหน็บคู่แข่ง

"ถามฉันบ้างหรือยังคะว่าฉันจะอนุญาตไหม?" อนิลเริ่มฮึดฮัดใส่ด้วยความไม่พอใจ

"ถามคุณแล้วมีหรือที่คุณจะตอบว่า..อนุญาตค่ะ" พันกรทำเสียงล้อเลียน

"ก็ให้ฉันได้ตั้งตัวสักนิดสิคะ"

"งั้นผมขอคุณนะ..อนุญาตนะครับ" คนเจ้าเล่ห์เอ่ยขึ้นมาดื้อๆแถมยิ้มหล่อให้อีก ทำเอาอนิลใจสั่นทันทีที่เจอรอยยิ้มกระชากใจ

"ทั้งกอดทั้งหอมไปเสียขนาดนี้แล้ว..ยังต้องให้บอกอีกหรือคะ?"

"ก็คุณบอกให้ขอ..ผมก็ขออยู่นี่ไง"

"แบบนี้จะตอบว่าไม่..จะทันไหมคะฉันก็ต้องอนุญาตอยู่ดี" อนิลเหลือบมองค้อนใส่ในความเจ้าเล่ห์

"คุณอนุญาตแล้วนะ..ดีใจจัง" อีกฝ่ายก็หน้าระรื่นยิ่งกว่าเดิมเหมือนเด็กขอซื้อของเล่นแล้วแม่อนุญาต

"ดีใจขนาดนั้นเลยหรือคะ?" อนิลทำท่าประหลาดใจ

"ก็ผมขอ...แล้วคุณให้ก็ต้องดีใจสิครับ"

"ฉันหลงกลอะไรคุณหรือเปล่าเนียะ" อนิลชักหวั่นใจในท่าทีของพันกร

"กรี๊ดดดดด!!"

อนิลตกใจร้องดังลั่นเมื่ออยู่ๆก็ถูกอุ้มขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มแล้วมีร่างสูงของอีกฝ่ายตามมาทาบทับ

"คะ..คุณ..จะทำอะไร?" อนิลถามด้วยความตกใจ

"ก็คุณอนุญาตให้ผมเป็นเจ้าของคุณได้" ชายหนุ่มยิ้มกว้าง สายตาหวานเยิ้ม

"ฉันไปอนุญาตตอนไหนกัน?"

"เมื่อครู่ไงครับ..ผมขอ..คุณอนุญาต..หึหึ" พันกรยิ้มเจ้าเล่ห์ ยักคิ้วให้อีกฝ่ายที่นอนตกใจตัวแข็งทื่อ

"คนบ้า..คนเจ้าเล่ห์..คนขี้โกง..คน...อื้ออ"

เสียงกร่นด่าเงียบหายไปพร้อมๆกับรสจูบอันร้อนแรงที่สื่อส่งถึงความต้องการอันลุกโชนขึ้นมา คนตัวใหญ่ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหันหนีโดยใช้แขนข้างหนึ่งขนาบไปที่ช่วงศรีษะถึงลำคองามระหง พยายามช่วงชิงความหอมหวานจากริมฝีปากเรียวบาง มือหนาอีกข้างสอดเข้าไปใต้เสื้อลูบไล้สัมผัสความอ่อนนุ่มจากผิวเนื้อช่วงเอวขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงทรวงอกอิ่มล้นฝ่ามือที่กำลังกอบกุม แม้จะมีเสื้อชั้นในเป็นปราการกั้นอยู่แต่ทุกสัมผัสผสมผสานความร้อนแรงและละมุนละไม จนคนใต้ร่างหยุดต่อต้านเริ่มคล้อยตามไปกับผู้นำทาง

"อนิล..คุณหอมไปทั้งตัวเลยรู้ไหมครับ"

"คุณ..กร...ยะ..อื้ออ..อื้มม"

ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้เอ่ยปากห้าม เพราะตอนนี้ไฟที่กำลังโหมกระหน่ำมันกำลังกระพือ..ทุกตารางนิ้วมีแต่ความหอมหวานอ่อนนุ่มของผิวสาว มือหนาเคลื่อนจากทรวงอกอิ่มไปทางด้านหลังแล้วปลดตะขอออกโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันรู้สึกตัว เพราะสัมผัสที่ไม่เคยพบเจอกับกลิ่นกายที่ดึงดูดของเพศตรงข้ามทำให้อนิลรู้สึกลอยละล่องเหมือนตกอยู่ในภวังค์จนเผลอส่งเสียงคล้อยตาม

"อื้ออ..อืมมม"

"อนิล..คุณเป็นของ..ผม"

เมื่อริมฝีปากร้อนเคลื่อนจากโพรงปากอุ่นมาที่ข้างๆหูเอ่ยถ้อยคำด้วยน้ำเสียงนุ่มพร่าที่เจือปนไปด้วยความต้องการ แล้วกดจมูกซุกไซร้ลำคอขาวเนียน มือใหญ่ลูบไล้วนกลับมาที่ทรวงอกนุ่มหยุ่นอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีปราการขวางกั้น หญิงสาวถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้ตัวว่าตะขอเสื้อชั้นในถูกปลดไปแล้ว แต่สัมผัสร้อนจากมือใหญ่ทำให้เรียวแรงต่อต้านหดหายไปแถมสองแขนของตัวเองยังไปโอบกอดลำคอและลูบไล้กล้ามเนื้อเขาเข้าเสียอีก

"คุณ..กรคะ..ดะ..เดี๋ยว...อ๊ะ..อื้ออ"

คำทักท้วงไปได้ไม่สุดประโยคความวาบหวามจากริมฝีปากอุ่นๆที่ครอบครองยอดบัวงามผ่านผิวผ้าที่ยังกางกั้นเนื้อแท้ก็แทรกเข้ามาบดบังถ้อยคำห้าม กลายเป็นเสียงอื่นแทน ช่วงล่างที่บดเบียดท่อนขาอ่อนเด่นชัดถึงบางสิ่งที่เริ่มแสดงตัวตนความยิ่งใหญ่ ชายเสื้อของหญิงสาวเริ่มถูกดึงขึ้นสูงไปเรื่อยจนแทบจะเผยก้อนเนื้ออวบงามอยู่แล้ว


ก็อกๆๆ!! ก็อกๆๆ!!

"อนิล!พี่ปุณเขามารออยู่ที่ฟร้อนแล้วนะแก"

เสียงเคาะประตูมาพร้อมกับเสียงเรียกของปุรันยา ทำเอาทั้งคู่ต้องหยุดชะงักค้างเติ่งทันที 

"คะ..คุณ..ปล่อยฉัน" 

อนิลรีบส่งเสียงบอกคนตัวใหญ่ที่พยายามสกัดกั้นอารมณ์ที่กำลังเตลิดด้วยใบหน้าที่แดงกล่ำ

"สัญญากับผมก่อนว่าจะไม่ให้พี่ปุณของคุณแตะต้องตัว..แล้วคืนนี้ห้ามหนีไปนอนกับเพื่อนคุณนะ"

เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆที่ข้างหูพร้อมขบเม้มที่ติ่งหูอย่างอ่อนโยนจนอีกฝ่ายหวิวหวามเหมือนใจจะขาด

"อื้อออ...ยะ..ยังจะมาให้ฉันสัญญาอีก เอาเปรียบฉันขนาดนี้ยังไม่พอหรือคะ?" อนิลทักท้วงด้วยใบหน้าแดงระเรื่อร้อนผ่าว

"ถ้าไม่สัญญา..ผมจะพาคุณลงไปพบเขาในสภาพแบบนี้แล้วบอกว่าคุณเป็นของผมแล้ว...ดีไหม?" พันกรทำสีหน้านิ่งยกยิ้มมุมปากนิดๆ

"กะ..ก็ได้..ฉันสัญญา...คุณนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ" อนิลเอ่ยกระแทกนิดๆให้รู้ว่าไม่ค่อยพอใจ

"ก็คุณเป็นแฟนผมหนิครับ..ห่วงหวงเป็นธรรมดา" 

พันกรกล่าวจบก็ขยับออกจากตัวอนิลพร้อมช่วยจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้ปุรันยา

"เอ่อ..ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ..พอดีพี่ปุณจะรับไปที่จัดงานน่ะค่ะ" ปุรันยารีบออกตัวเมื่อเห็นว่าทั้งคู่หน้าแดงเป็นลูกตำลึง แถมเสื้อผ้ายังมีรอยยับย่น

"ไปเถอะแก..เดี๋ยวพี่เขาจะว่าเอา" อนิลรีบบอกให้เพื่อนสาวออกเดิน

"อย่ากลับช้านะครับ..ไม่งั้นผมไปรับถึงที่" พันกรส่งคำไล่หลังสองสาวไป เมื่ออนิลทำเป็นไม่สนใจที่จะร่ำลาเขาก่อนออกไป เมื่อลับตาไปแล้วจึงเข้าห้องไปอาบน้ำเพื่อดับความร้อนรุ่ม


"อนิล...ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วล่ะแก เห็นออกมาหน้าดำหน้าแดงกันเชียว" ปุรันยาอดที่จะกระซิบถามด้วยความอยากรู้ไม่ได้

"บ้า!ยัยปุ้ม..ไม่มีอะไรเสียหน่อย" อนิลตอบผ่านๆไม่หันไปสบตาเพื่อนสนิท แม้ว่าความรู้สึกวูบวาบยังคงมีอยู่

"เขินล่ะสิแก..เห็นเงียบๆแบบนี้ไม่คิดว่าคุณพันกรเขาจะกล้ารุกแกขนาดนี้..คิคิ" ปุรันยาหัวเราะขำกับท่าทีของเพื่อนสาวที่ยังคงหน้าแดงจัด


"อนิล! ปุ้ม!..พี่ขอโทษด้วยนะสำหรับเรื่องรถและที่พัก จะย้ายไปพักโรงแรมเดียวกับพี่ก็ได้นะครับ พี่ออกค่าใช้จ่ายให้เอง" ปุณภัทรรีบแก้ตัวและเสนอความช่วยเหลือทันทีที่เห็นสองสาวเดินลงมา

"ไม่เป็นไรค่ะพี่ปุณ..ปุ้มกับอนิลไม่ได้ลำบากอะไร พักที่นี่ก็ได้ค่ะ ยังไงก็จ่ายค่าที่พักไปแล้วด้วย" 

ปุรันยาตอบกลับทันทีเช่นกันที่ได้ยิน เพราะไม่อยากไปพักที่เดียวกับปุณภัทร

"อืม..แล้วอนิลล่ะครับ..จะไปพักกับพี่ไหม?" ปุณภัทรหันมองหญิงสาวที่มัวแต่จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่นานจนผิดสังเกต

"คะ..เอ่อ..ไม่ดีกว่าค่ะพี่ปุณ อนิลอยากพักกับปุ้ม"

"โอเคครับ..งั้นเราไปที่จัดงานกันดีกว่าจะได้ไปดูสถานที่ก่อนจะเริ่มงานจัดเลี้ยงในวันพรุ่งนี้" ปุณภัทรเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อสองสาวพากันปฏิเสธ

"นานไหมคะพี่ปุณ..อนิลยังจัดของไม่เสร็จเลยค่ะ" อนิลถามเพื่อต้องการรู้ระยะเวลา

"ไม่นานครับ..แต่เสร็จแล้วพี่จะพาไปเลี้ยงข้าวเย็นเป็นการไถ่โทษ" ปุณภัทรตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง

"อุ๊ย..มะ..ไม่ต้องเลี้ยงก็ได้ค่ะ คือ อนิลมีนัดกับยัยปุ้มว่าจะกลับมาสวดมนต์นั่งสมาธิกันค่ะเพราะวันนี้เป็นวันพระ" อนิลเอ่ยในขณะที่ปุรันยาเผลออุทานด้วยความตกใจ

"ห๊ะ!" อนิลต้องรีบกระทุ้งข้อศอกใส่เพื่อให้เพื่อนพยักหน้ารับแผนของตนเอง

ปุณภัทรสีหน้าตึงขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน แต่พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะปกปิดด้วยรอยยิ้มละมุน

"เอาเป็นว่า..เสร็จเมื่อไหร่ก็ค่อยกลับก็แล้วกันนะพี่จะพยายามเร่งให้เร็วที่สุด"


..ผ่านไปเกือบสามชั่วโมงที่ปุณภัทรพยายามดึงเวลาให้ทั้งสองสาวอยู่กับตนนานที่สุด จนอนิลเริ่มจะอึดอัดกระสับกระส่าย

"ปุ้ม..นี่มันจะหกโมงเย็นแล้วนะแก พี่ปุณแกล้งถ่วงเวลาไหมเนียะ?" อนิลแอบกระซิบถามเพื่อนรัก

"ฉันว่า..ถ่วงเวลาแน่นอน นี่ก็เดินวนไปมาจนขาขวิดแล้วนะ..ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะเสร็จตอนไหน แถมสาวๆที่มาด้วยกันพากันจ้องเราจนตาแทบฉีกอยู่แล้ว สงสัยหาทางรุมตบเรากันอยู่แน่ๆแก" ปุรันยาพูดทีเล่นทีจริงเมื่อเริ่มจะเดินไม่ไหวแล้ว

"ยัยปุ้ม..แกเป็นลมเดี๋ยวนี้เลย ฉันจะได้พาแกกลับที่พัก" อนิลกระซิบบอกอย่างรวดเร็ว

"ห่ะ!เอางั้นหรือแก?" ปุรันยาทำหน้าแหยๆ

"เออ..เร็วๆ..เดี๋ยวฉันเลี้ยงสเต็กแกเอง" อนิลเริ่มเสนอข้อต่อรอง

"อุ๊ย!!..เป็นลม!!"

หลังได้ยินคำว่าเลี้ยงสเต็ก ปุรันยาก็ล้มตัวลงไปทันทีแถมส่งเสียงดังก่อนทิ้งตัวลงไปจนทุกคนบริเวณนั้นหันมามอง

"ปุ้ม! ปุ้ม! แกเป็นไงบ้าง..ไหวไหม?" อนิลทำทีเข้าไปประคองเพื่อนสาวแล้วเขย่าตัว

"น้องปุ้ม!ไม่สบายหรือครับ?" ปุณภัทรปรี่เข้ามาดูในทันที

"ปุ้มเป็นลมค่ะพี่ปุณ..อนิลขออนุญาตพาปุ้มกลับไปพักก่อนได้ไหมคะ?" อนิลรีบขอตัวกลับทันที

"เอาอย่างนี้ดีไหมเดี๋ยวพี่พาไปพักที่ห้องพี่ก่อน อยู่ใกล้ๆนี่เอง" คำกล่าวของปุณภัทรทำเอาอนิลและปุรันยาที่แกล้งเป็นลมถึงกับสะดุ้ง

"เอ่อ..มะ..ไม่เป็นไรค่ะพี่ปุณ..เดี๋ยวอนิลพาปุ้มกลับเองดีกว่า พี่ปุณต้องดูแลท่านประธานอีกนะคะ"

ปุรันยารีบทำเป็นรู้สึกตัวแต่ยังคงวิงเวียน หาทางช่วยเพื่อนแก้สถานการณ์

"อุ๊ย..ปุ้ม..เป็นลมไปหรือคะ ขอโทษด้วยนะคะปุ้มคงเหนื่อย..พี่ปุณคะขอให้อนิลพาปุ้มกลับก่อนได้ไหมคะ?" ปุณภัทรทำท่าลังเล

"ไปพักที่ห้องพี่ก่อนได้นะครับ ดีขึ้นแล้วค่อยกลับหรือจะค้างที่ห้องพี่ก็ได้" 

"เอ่อ..คือ..ปุ้ม..อ๋อ!ปุ้มมียาที่ต้องกินค่ะ อยู่ที่โรงแรมเป็นยาประจำตัวเวลามีอาการน่ะค่ะ ไม่คิดว่าจะโรคประจำตัวมันจะกำเริบขึ้นมาเลยไม่ได้เอามาค่ะ" ปุรันยารีบคิดหาทางเอาตัวรอดอย่างหวุดหวิด

"ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องกลับไปทานยาสินะ..อืม..เดี๋ยวพี่ให้คนขับรถของบริษัทเขาไปส่งก็แล้วกันนะ" ปุณภัทรจนใจด้วยเหตุผลแถมเจ้านายตนยังคอยหันมองหาเพื่อฟังรายงานจึงต้องตัดใจให้กลับไป

"ขอบคุณมากค่ะ..พี่ปุณ" อนิลรีบเอ่ยขอบคุณแล้วพยุงปุรันยาลุกขึ้น

"เตรียมชุดออกงานตอนค่ำของวันพรุ่งนี้เอาไว้ด้วยนะครับ...หลังประชุมเสร็จช่วงค่ำจะเป็นงานเลี้ยง อนิลกับปุ้มมาช่วยทีมจัดงานเขาในช่วงเช้าแล้วค่อยกลับไปเตรียมตัวก็แล้วกัน" ปุณภัทรเอ่ยบอกกำหนดการคร่าวๆแล้วรีบโทรบอกพนักงานขับรถ

เมื่อรถบริษัทมาส่งถึงหน้าโรงแรมจนเลี้ยวกลับไปเป็นที่เรียบร้อย..ปุรันยาถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

"โอย! หัวใจจะวาย..ยัยอนิลทีหลังแกอย่าให้ฉันทำแบบนี้อีกนะ" ปุรันยาบ่นอุบเมื่อนึกถึงสถานการณ์ตอนนั้น

"เอาน่าแก..ถือว่าช่วยกันแล้วจะกินไหมสเต็กน่ะ..แกก็อยากกลับจะแย่แล้วไม่ใช่หรือไงยะ..หรืออยากไปนอนพักห้องพี่ปุณ" อนิลประชดรู้ทันเพื่อนสนิทเช่นกัน

"ฉันทำเพราะรักแกนะยะ..ไม่ใช่เพราะเห็นแก่กิน ไปกันเถอะฉันหิวแล้ว"

"ยัยปุ้ม..แกนี่จริงๆเลย เดี๋ยวฉันโทรบอกคุณกรก่อน" อนิลเหลือบตาใส่ปุรันยาด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะต่อสายไปที่ห้องของพันกร

"แกก็เหมือนกันแหล่ะอนิล..ปากก็บอกไม่ใช่แฟนแต่ห่วงใยใส่ใจไม่ต่างจากคนรักเลยนะยะ" ปุรันยาเหน็บกลับมาบ้างด้วยก็รู้ทันกัน

"เขาป่วยหรอกฉันถึงห่วง" อนิลแย้ง

"หราาาา" ปุรันยาทำเสียงลากยาวเป็นการล้อเลียน


...เพียงครู่เดียวพันกรก็ลงมาถึงชั้นล่างโดยมีสองสาวนั่งรออยู่ จึงตกลงใจจะไปกินที่ห้องอาหารของโรงแรมโดยมีเพื่อนของพันกรมาร่วมทานด้วย

"นี่..ธนาธิป..เพื่อนผมครับ เจ้าของโรงแรมที่เราพัก" 

พันกรแนะนำชายหนุ่มรูปร่างสันทัดท่าทางภูมิฐานผิวเข้มกว่าพันกรเพียงเล็กน้อย โครงหน้าหล่อคมเข้มคนละสไตล์กับพันกรที่ออกแนวหนุ่มเกาหลี

"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณธนาธิป" 

อนิลและปุรันยาเอ่ยทักทายทำความรู้จักอย่างสุภาพ ปุรันยาดูจะถูกใจหนุ่มเจ้าของโรงแรมจึงรู้สึกเขินอายหน้าแดง

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ..คุณอนิล คุณปุ้ม"

ชายหนุ่มมาดเข้มยิ้มสุภาพ ยิ่งเห็นท่าทีของปุรันยาก็ยิ่งอมยิ้มเขินไปด้วยเพราะความสวยใสสไตล์สาวหมวยก็มีเสน่ห์ไม่ใช่น้อย

"เฮ้ย!ไอ้ธนาเก็บๆอาการบ้างนะ มองเสียจนคุณปุ้มเขาทำตัวไม่ถูกแล้ว" พันกรที่เห็นท่าทีเพื่อนเก่ารีบเอ่ยแซวทันที

"ไอ้กร..อย่ามาหักหน้ากัน จะแนะนำแฟนให้รู้จักยังจะเก็กท่ามากอยู่นั่นแหล่ะ..หายแล้วใช่ไหมไอ้อาการผื่นแพ้ผู้หญิงน่ะ" ธนาธิปโต้กลับเข้าบ้าง

"ยังไม่หาย..แต่อนิลเขาพิเศษกว่าคนอื่นฉันอยู่ใกล้เขาได้ไม่ขึ้นผื่น" พันกรตอบพลางหันไปยิ้มหวานให้อนิล
"นี่อนิล..แฟนฉัน" พันกรแนะนำให้ธนาธิปให้รู้จักคนพิเศษของตน ธนาธิปยิ้มให้อนิลอย่างเป็นมิตร อนิลจึงยิ้มตอบด้วยไมตรีเช่นกัน

"ไอ้ธนา..อย่ามองนาน..หวงเว้ย!"

ประโยคนี้ของพันกรทำเอาอนิลมองตาขวาง ส่วนธนาธิปหัวเราะขำในท่าทีของเพื่อนที่ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน เคยเห็นแต่ท่าทีนิ่งๆเฉยๆแต่วันนี้ผู้ชายนิ่งเฉยอย่างพันกรกลับออกอาการเสียจนออกนอกหน้า

"คุณอนิล..ช่วยดูแลมันดีๆนะครับ เพื่อนผมไม่เคยได้แตะต้องผู้หญิงเลย..สงสารมันครับ" ธนาธิปเอ่ยปนขำ

"แหม..ไอ้ธนาทำอย่างกับแกนี่เนื้อหอม..ผู้หญิงกี่คนแล้วที่..." พันกรเอ่ยไม่ทันจบมือใหญ่ก็รีบเข้าไปอุดปากเพื่อนรักเอาไว้พร้อมกระซิบข้างหู

"ไอ้กร..อย่าทำฉันขายหน้าต่อหน้าคุณปุ้มนะ..เดี๋ยวฉันให้แกเอาแมวออกไปนอนนอกโรงแรมเสียเลย"

"เออๆ..ก็ได้..ฉันไม่พูดแล้ว" พันกรดึงมือเพื่อนเก่าออกแล้วหันไปเอ่ยยอมความกลัวเจ้าชัตเตอร์จะโดนเนรเทศออกไปนอกโรงแรม

"เจ้ากรมันได้แฟนทั้งที..อย่างนี้ต้องฉลองกันหน่อยครับ...หึหึ" ธนาธิปพูดอย่างอารมณ์ดีแล้วดีดนิ้วเรียกพนักงานให้มาเสริฟอาหารและเครื่องดื่ม

"เฮ้ย..ไอ้ธนา วันนี้ฉันไม่ดื่มนะรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย เดี๋ยวกินเสร็จแล้วฉันต้องขอนอนเร็วหน่อย เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยฉลองแล้วกัน" พันกรรีบบอกสหายเก่าเอาไว้ก่อนเพราะเหลือเวลาอีกไม่นานก็จะสามทุ่มแล้ว

"อ้าว..เสียดายจัง..ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ก็ได้..แล้วคุณปุ้มจะมาด้วยใช่ไหมครับ?" บ่นเสียดายเสร็จธนาธิปก็หันมายิ้มกว้างเอ่ยถามปุรันยา

"เอ่อ...พรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงที่บริษัทปุ้มเขาจัดค่ะ ไม่ทราบว่าจะเลิกกี่โมง อนิลกับปุ้มต้องไปร่วมด้วย" ปุรันยาตอบด้วยท่าทีเขินอาย

"หึ..จะไปยากอะไรไอ้ธนา..เดี๋ยวฉันจะชวนแกไปรับสองสาวที่งานเลยในวันพรุ่งนี้" พันกรเอ่ยบอกสหายข้างๆด้วยความมั่นใจ

"โอเคครับ..เอาตามนั้นนะคุณปุ้ม" ธนาธิปเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบาดใจอีกครั้ง ทำเอาปุรันยาแทบจะม้วนเป็นเกลียวลงไปอยู่ใต้โต๊ะ โดยมีอนิลนั่งอมยิ้มขำเพื่อนสาวตน

...เมื่อใกล้เวลาสามทุ่มพันกรเริ่มมีอาการ อนิลจึงรีบขอตัวพาพันกรกลับขึ้นไปพักบนห้องโดยปล่อยให้ปุรันยานั่งทำความรู้จักกับธนาธิปต่อไป

"อนิล..ผมกำลังจะหลับ" ตอนนี้พันกรเริ่มมีอาการตัวร้อนเปลือกตาเริ่มหนักลงเรื่อยๆ ในขณะที่อนิลพาร่างสูงไปนอนที่เตียงทันพอดี

"ฉันจะคอยดูคุณไว้ก็แล้วกันนะคะ" อนิลเอ่ยบอกเพื่อให้พันกรคลายกังวล

"ขอผมนอนกอดคุณได้ไหม?"

"อ้าว..แล้วถ้าตัวคุณอีกคนตื่นขึ้นมาฉันจะทำยังไงล่ะคะ?" อนิลรีบออกตัวก่อนจะต้องเสียเปรียบอีก

"ถ้าผมอีกคนล่วงเกินคุณ..คุณก็จัดการได้เลย แต่ตอนนี้ผมอยากกอดคุณจริงๆนะ" 

สีหน้าของพันกรเว้าวอนจนดูน่าเห็นใจ อีกใจก็หวาดหวั่นกลัวจะเลยเถิดเหมือนตอนกลางวันอีก

"เอาก็เอา...คงไม่เป็นไรมั้ง..คืนวันพระ"


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"หญิงสาวผู้คุยกับสัตว์รุ้เรื่อง..เขาเป็นโรคผื่นแพ้ผู้หญิงและน้องชายที่ตายไปแล้วแต่ยังคงห่วงพี่ชาย"

รัตนะมณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha