วิฬาร์ลิขิตรัก(จบแล้ว)

โดย: รัตนะมณี



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 12 : สลับร่าง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                            บทที่ 12
                             สลับร่าง


"นอนกอดเท่านั้นนะคะ"

เอ่ยจบอนิลก็แทรกตัวไปนอนข้างๆให้คนตัวใหญ่ก่ายกอดเหมือนหมอนข้างชั้นดี ก่อนที่อีกฝ่ายจะปิดเปลือกตาลงแล้วหลับไปพร้อมรอยยิ้มบางๆ


'อนิล!..อนิล!'

เสียงเรียกคุ้นหูทำให้อนิลรู้สึกตัว เห็นบุรุษคุ้นตาอยู่เบื้องหน้ากำลังจับหัวไหล่ทั้งสองข้างเขย่าตัวเรียกชื่อตนเอง

'คุณ..เอ่อ..นี่คุณคือชายในฝันที่ฉันเจอทุกวันพระหรือ..คุณพันกรคะ?'

อนิลเอ่ยถามชายตรงหน้าเมื่อเริ่มสังเกตรอบๆตัวพบว่าไม่ได้กำลังนอนอยู่บนเตียงของโรงแรม แถมนี่อาจจะเป็นความฝันในคืนวันพระ เธอคงจะเผลอหลับไปตอนไหนก็เป็นไป อนิลพยายามครุ่นคิดกับภาพตรงหน้า

'พันกร?...ชื่อผมหรือครับ?....คุ้นหูจัง'

ชายหนุ่มตรงหน้าคิ้วขมวดทำสีหน้าขบคิดกับชื่อที่ได้ยิน

'คุณคือชายในฝันของฉันจริงๆด้วย...แล้วคุณจำชื่อฉันได้ยังไงคะ?' อนิลรู้สึกดีใจเมื่อแน่ใจแล้วว่าตนกำลังอยู่ในความฝันจริงๆ

'นั่นสิครับ...พอผมเห็นคุณผมก็เรียกคุณว่าอนิล เหมือนว่าผมรู้จักคุณเลย...แล้วทำไมก่อนหน้านี้ผมถึงไม่รู้ชื่อคุณล่ะ...แล้วคุณรู้จักผมด้วยหรือครับถึงเรียกผมว่าพันกร' 

บุรุษหนุ่มเริ่มตั้งคำถามรัวเมื่อการพบกันครั้งนี้เริ่มแตกต่างไปกว่าทุกครั้ง

'เอ่อ..คุณเหมือนคนที่ฉันรู้จักมากเลยค่ะ ฉันเลยถามว่าคุณใช่เขาไหม' อนิลพยายามมองหน้าชายตรงหน้าตรวจดูว่าเขาจะจดจำอะไรได้บ้าง

'ผม..ผมรู้แต่ว่าผมคุ้นชื่อที่คุณเรียก..และผมเข้าใจว่าคุณชื่ออนิล..แต่ทำไมผมถึงเรียกคุณว่าอนิล..ผม..เอ่อ..จำไม่ได้จริงๆครับ'

อนิลถอนหายใจอย่างเสียดายคิดว่าจะได้คำตอบเป็นการยืนยัน..แต่ทว่าเขาก็ยังจำไม่ได้อยู่ดี


'นั่นแน่!ฮ่ะๆๆๆ...ใช่จริงๆด้วย....พี่สาวเจอชายในฝันแล้วนี่หน่า'

เสียงวัยรุ่นสดใสของหนุ่มน้อยปรากฏขึ้นพร้อมเจ้าตัว ทำเอาอนิลเกือบหลุดกรี๊ดกระโดดใส่ชายร่างสูงตรงหน้า

'กะ..กัณณ์..เธอจะมาก็ให้สุ่มให้เสียงก่อนสิ..ฉันกลัวนะ' อนิลกล่าวบอกในขณะที่กอดแขนชายในฝันเสียแน่น

'เขา..เป็นใครหรือครับอนิล?' ชายร่างสูงเอ่ยถามอย่างงุนงง

'อ้าว..คุณไม่รู้จักเขาหรือคะ?' อนิลอดแปลกใจไม่ได้..หากชายคนนี้คือพันกรทำไมจึงจำน้องชายตัวเองไม่ได้

'หึหึ..เขาจำอะไรไม่ได้หรอกครับพี่สาว..มันเป็นกฏ' เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส

'เธอหมายความว่ายังไง..เขาคือคุณพันกรใช่ไหม?' อนิลรีบหันไปถามวิญญาณตรงหน้าทันที

'เอาเป็นว่าพี่สาวสบายใจได้แล้วนะ...ผู้ชายในฝันที่พี่สาวหลงรักมาตลอดน่ะ..อยู่ใกล้ๆตัวพี่สาวนั่นล่ะครับ อย่าลืมข้อตกลงของเรา'

'เธอช่วยบอกให้ฉันเข้าใจหน่อยจะได้ไหม..แล้วข้อตกลงอะไรยังไง?' อนิลยังคงสับสนมึนงงกับสิ่งที่เด็กหนุ่มเอ่ยบอก

'พี่สาวต้องแต่งงานกับพี่ชายผมและดูแลเขาแทนผม' เด็กหนุ่มยิ้มกว้างอารมณ์ดี

'แต่ฉันรักผู้ชายคนนี้นะ!' อนิลเอ่ยเสียงดัง

'คะ..คุณรักผมหรือครับ?' ชายหนุ่มที่ยืนข้างๆหันมองหญิงสาวด้วยความประหลาดใจ

'หรือพี่สาวจะบอกว่าไม่รักไม่รู้สึกอะไรกับพี่ชายผมงั้นหรือครับ?' กัณณ์นิ่งขึ้นแล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ

'ฉัน...ฉัน...อาจจะแค่เห็นใจเขา' อนิลตอบด้วยความรู้สึกสับสนในใจอย่างบอกไม่ถูก

'ได้!..งั้นเรามาพิสูจน์กันว่าพี่สาวไม่รู้สึกอะไรกับพี่ชายผมจริงๆ' กล่าวจบเด็กหนุ่มก็ดีดนิ้วดังเปร๊าะหนึ่งครั้งดังๆ


อนิลรู้สึกถึงไอเย็นที่มาปะทะผิวเนื้อ เสียงลมหายใจของใครบางคนดังอยู่ข้างหูพร้อมความรู้สึกเหมือนใครมาทำอะไรกับเสื้อผ้าตน เมื่อเปลือกตางามขยับเปิดขึ้นใบหน้าของพันกรที่นอนเท้าแขนอยู่ข้างๆกำลังมองมาแล้วยิ้มประหลาด มืออีกข้างของเขากำลังปลดกระดุมเสื้อตั้งแต่เม็ดแรกจนจะถึงเม็ดสุดท้ายอยู่แล้ว

"เฮ้ย!..นี่คุณจะทำอะไรน่ะ?"

"หึหึ...เรามาพิสูจน์กันไงครับพี่สาว" เสียงคนข้างๆใช้ถ้อยคำที่ฟังดูแปลกกว่าทุกที

"อย่ามาทำเนียนฉวยโอกาสนะ" อนิลรีบรวบเสื้อแล้วลุกขึ้นนั่งติดกระดุมกลับให้เหมือนเดิม


ก๊อกๆๆๆ!

เมี๊ยววว! เมี๊ยววว!

"อนิล...คุณพันกรคะ..เปิดประตูหน่อยค่ะ" 

เสียงปุรันยาดังอยู่หน้าห้อง อนิลหันมองคนตัวใหญ่ที่ส่งยิ้มประหลาดๆแล้วรีบเดินมาเปิดประตูห้อง

"ปุ้ม..มีอะไรหรือแก?" อนิลเอ่ยถามทันทีที่เห็นเพื่อนสาวถือกรงเจ้าชัตเตอร์ติดมือมาด้วย

"เจ้าชัตเตอร์น่ะสิแก...เป็นอะไรไม่รู้ทีแรกมันก็นอนหลับอยู่ดีๆ...ฉันตื่นเพราะเสียงร้องของมันนี่หล่ะ ดูเวลาก็เพิ่งจะตีห้า...ไม่รู้มันเป็นอะไรร้องไม่หยุดเลยต้องพามานี่แหล่ะ" ปุรันยาเล่าพลางหาวพลาง

"ชัตเตอร์..เธอเป็นอะไร?" อนิลรีบหันมาถามเจ้าแมวหนุ่มที่ดูลุกลนจนผิดปกติ

'อนิล..คุณต้องช่วยผมนะ ทำไมผมมาอยู่ตรงนี้!'

"หืม...ชัตเตอร์เธอว่าอะไรนะ?" เจ้าแมวพยายามที่จะออกมาให้ได้ จนอนิลต้องเปิดกรงให้มันออกมาแล้วอุ้มเอาไว้

'นี่คุณ..ผมพันกรนะไม่ใช่เจ้าชัตเตอร์ ทำไมผมถึงมาอยู่ในร่างแมวก็ไม่รู้ ช่วยผมที' 

เจ้าแมวพยายามส่งเสียงเมี๊ยวๆอยู่ตลอดเวลาจนปุรันยาหน้ายุ่งด้วยความรำคาญเสียงของมัน

"ห๊ะ!!!..อะ..อะไรนะ?"

อนิลตกใจในสิ่งที่ได้ยินรีบหันมองไปยังร่างชายหนุ่มหล่อที่นอนยิ้มกว้างทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่บนเตียง

"ละ..แล้วใครกันล่ะที่อยู่บนเตียง..ถ้าคุณพันกรมาอยู่ในร่างแมว" อนิลมองหน้าเจ้าแมวหนุ่มสลับกับใบหน้าหล่อกวนที่มองมา

'ผมก็ไม่รู้...เขาเป็นใครไปอยู่ในร่างผมได้ยังไงแล้วแบบนี้ผมจะกอดคุณได้ยังไงล่ะ จะจูบก็ไม่ได้..บ้าเอ๊ย!' เจ้าแมวยกขาหน้ามันขึ้นมามองดูแล้วทำหน้าเสียอารมณ์ส่งเสียงฮึดฮัด

"นี่คุณ..หน้าสิ่วหน้าขวานยังจะห่วงเรื่องหื่นๆอีกนะ จะต้องอยู่ในร่างนี้ไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้" อนิลจับขาหน้าในไว้แล้วจ้องหน้าเอ่ยจริงจัง

"ผมจะไปเอาร่างผมคืน" เจ้าแมวหนุ่มทำท่าจะกระโจนลงไป อนิลจับเอาไว้ได้ทันมันจึงได้แต่ขู่ฟ่ออยู่ในอ้อมกอดของอนิล

"อนิล..เจ้าชัตเตอร์มันเป็นอะไรหรือเปล่า..คุยกับมันรู้เรื่องไหม?" ปุรันยาที่ยืนดูอยู่นานเอ่ยถามขึ้น

"อ่อ...มันหิวน่ะแก...เดี๋ยวฉันดูมันเองแกไปนอนต่อเถอะยัยปุ้ม" อนิลหันไปบอกเพื่อนสาวที่ยังยืนตาปรือด้วยความง่วง ปุรันยาจึงพยักหน้ารับแล้วกลับไปที่ห้องตนเอง


"คุณเป็นใคร?"

อนิลถามเสียงดุกับบุรุษหนุ่มที่นอนยิ้มอยู่บนเตียง พันกรในร่างเจ้าชัตเตอร์จ้องมองร่างตนตาเขม็ง

"ผมแค่ยืมร่างเขาแค่ชั่วคราวเท่านั้น..ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ" ชายหนุ่มตอบหน้ายิ้มไม่รู้สึกทุกข์ร้อนใดๆ

"คุณเป็นวิญญาณใช่ไหม?"

"ใช่"

"ทำไมถึงมาอาศัยร่างคนอื่นแบบนี้..แถมไล่เจ้าของร่างให้มาอยู่ในร่างแมวอีก"

อนิลพยายามใจแข็งสู้กับความกลัวเมื่อรู้ว่าเขาเป็นวิญญาณที่มาอาศัยร่างพันกร

"ก็พี่สาวบอกว่าไม่รู้สึกอะไรกับ....ผมก็แค่ขอยืมชั่วคราวเท่านั้น" วิญญาณลึกลับเอ่ยอย่างมีปริศนา

"หรือว่าเธอคือ...."

"ชู่วววววว!!!.....อย่าพูดไปครับพี่สาว"


ชายหนุ่มรีบยกนิ้วห้ามคำพูดที่จะหลุดออกมา จนหญิงสาวต้องชะงักไป

"เราต้องลงกันแล้วว่าไม่ให้เขารู้...อย่าลืมสิครับ"

"เธอจริงๆด้วย" อนิลรู้แล้วในตอนนี้ว่าใครที่อยู่ในร่างของพันกร

"เรียกผมว่าพันกร...อย่าให้ใครสงสัยครับ" เจ้าตัวยังคงยิ้มกริ่มแบบสบายๆ

"แล้วเธอจะอยู่แบบนี้อีกนานเท่าไหร่?" อนิลถามด้วยความกังวลใจ

"จนกว่าพี่สาวจะยอมรับและบอกรักเขา" ชายหนุ่มมองมายังเจ้าแมวที่อยู่ในอ้อมกอดของอนิล

'อนิล..เขาพูดอะไรกับคุณ..ทำไมผมถึงฟังไม่เข้าใจ' 

พันกรเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ เพราะเสียงที่ทั้งสองคนสนทนากันนั้นเขากลับรู้สึกเหมือนเป็นภาษาที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

"คุณพันกร..เขาไม่เข้าใจที่เราคุยกันหรือ?"

อนิลหันไปถามชายหนุ่มที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงด้วยท่าทีผ่อนคลาย

"จริงสิผมลืมไป...พี่ผมเขาไม่เคยเป็นแมวมาก่อนการเรียนรู้ภาษามนุษย์มันต้องใช้เวลา"

"เธอพูดเหมือนเธอเคยเป็นแมวอย่างนั้นแหล่ะ" อนิลทำหน้าสงสัยจับสังเกตชายหนุ่มบนเตียง

"เอ่อ...ก็ผมเป็นวิญญาณก็ย่อมเคยเจอวิญญาณหมาแมวหรือสัตว์ต่างๆอยู่แล้ว ผมก็ต้องรู้เรื่องราวพวกนี้เป็นธรรมดา" 

"งั้นถ้าฉันจะเอาพระใส่คอร่างพี่ชายเธอ..เธอจะต้องออกไป?" กล่าวจบอนิลก็ดึงสร้อยพระที่ผู้เป็นบิดาเคยให้สวมติดคอไว้ออกมาทันที

"ฮ่าๆๆ!..พี่สาวผมขอบอกอะไรอย่างนะครับ ผมได้รับอนุญาตบางอย่างจากท่านผู้หนึ่ง..อย่างถูกต้อง ผมจึงไม่กลัวพระหรือเครื่องลางอะไรทั้งนั้น" เด็กหนุ่มในร่างพันกรหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นท่าทีของอนิล

"เธอจะเอายังไง..กัณณ์!" อนิลเริ่มมีน้ำโหขึ้นมา

"ขอเวลาไม่นานครับ..พี่สาว" 

พูดจบร่างสูงก็เดินเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกจากห้องไปทันทีท่ามกลางความมึนงงของพันกรที่อยู่ในร่างเจ้าชัตเตอร์

"โอ๊ย!ฉันจะบ้าตาย..นี่มันเรื่องอะไรกันทำไมฉันต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องบ้าๆพวกนี้ด้วยล่ะเนียะ"

อนิลอุ้มเจ้าแมวสีเทาไปวางไว้บนเตียงแล้วนั่งลงด้วยความเหนื่อยใจ 

"อนิล..คุณเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นเล่าให้ผมฟังได้ไหม..แล้วคนที่อยู่ในร่างผมเขาพูดอะไรกับคุณ"

พันกรในร่างแมวเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของหญิงสาวแล้วรู้สึกเป็นห่วงอยากจะเข้าไปกุมมือให้กำลังใจแต่ทำได้เพียงใช้อุ้งเท้าเล็กๆในร่างแมวไปแตะแทนได้เท่านั้น

"ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ..แค่เหนื่อยนิดหน่อย ฉันจะช่วยให้คุณกลับร่างให้ได้ ไม่ต้องห่วงนะคะ"

อนิลหันไปยิ้มบางๆแล้วเอื้อมมือไปลูบลำตัวร่างแมวสีเทาอย่างเคยชิน...



ร่างสูงโปร่งของพันกรที่มีวิญญาณเด็กหนุ่มสถิตอยู่แทนที่ภายในร่างก้าวเดินออกจากหน้าประตูทางเข้าโรงแรมได้ไม่ถึงสามก้าว อาณาบริเวณโดยรอบก็แปรเปลี่ยนดังว่าก้าวข้ามมาอีกมิติภพ ความมืดดำครอบคลุมไปทั่ว พริบตาเดียวปรากฏร่างใหญ่ยืนตระหง่านในชุดเสื้อและกางเกงที่ปกปิดมิดชิดเหลือเพียงมือและใบหน้าขาวจัดสีหน้าเรียบนิ่งปราศจากรอยยิ้ม

"เวลาของเจ้าที่ขอไว้ใกล้หมดแล้ว"

เสียงทรงพลังเอ่ยกังวาลจนดวงวิญญาณที่อยู่ภายในถึงกับสะดุ้ง

"ผม..ผมทราบแล้วครับท่าน..จะรีบสะสางทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนจะถึงวันที่ท่านจะมารับตัวผม" 

"ข้าแค่มาเตือน..อย่าทำผิดกฏ"

สิ้นประโยคสุดท้ายร่างใหญ่น่าเกรงขามก็อันตรธานหายไปพร้อมกับบรรยากาศโดยรอบก็กลับมาเป็นปกติ

"พี่กร...อีกไม่นานผมจะต้องจากพี่ไปแล้ว..รีบมีลูกกับพี่อนิลเร็วๆนะครับ"

กัณณ์เอ่ยกับร่างที่ตนเข้ามาอาศัยอยู่ชั่วคราว ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ยังคงหลงเหลืออยู่ไม่น้อย สิ่งสุดท้ายที่อยากจะทำ..คือช่วยให้พี่ชายของตนไม่ต้องโดดเดี่ยวเดียวดายอีกต่อไป...




ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"หญิงสาวผู้คุยกับสัตว์รุ้เรื่อง..เขาเป็นโรคผื่นแพ้ผู้หญิงและน้องชายที่ตายไปแล้วแต่ยังคงห่วงพี่ชาย"

รัตนะมณี


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha