วิวาห์ชำระหนี้

โดย: ฟ้าโปรยฝัน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


1

 

ณ มุมสวยที่สุดของภัตตาคารหรูบนตึกสูงกลางเมืองสามารถมองเห็นวิวกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนกว้างไกล...

แสงไฟที่ระยิบระยับจากตึกข้างเคียงและอาคารบ้างเรือนเบื้องล่าง หรือแม้แต่ดวงดาวที่ห่มฟ้าอยู่ มีหรือจะงดงามเท่าดวงตาของชายหนุ่มที่เต้นไหวด้วยความเสน่หาถ่ายทอดจากใจส่งผ่านสู่สายตาเธอ

พี่เอริกกำลังจะหลอมละลายรินด้วยดวงตารินรดา ลลิตคณาดาว นางแบบสาววัยเบญจเพส ผู้อยู่ในชุดเกาะอกเปิดไหล่และทรวงอกส่วนบนเอื้อนเอ่ย

 แต่รินกำลังเผาใจพี่ด้วยชุดที่ใส่รอยยิ้มของเอริก แบร์นาร์ด หนุ่มลูกครึ่งไทยฝรั่งเศสวัยยี่สิบแปดปรากฏขึ้น ฟันเขาขาวสะอาดเรียงเป็นระเบียบ ผิวพรรณดี ใบหน้าหล่อราวกับเทวดาฝรั่งในในพิพิธภัณฑ์ของประเทศฝรั่งเศส  

 

ช่างบาดใจนางแบบสาวนัก สำรับรอยยิ้มของทายาทนักธุรกิจพันล้านอนาคตไกล ลูกชายคนกลางของ ฟาบริช แบร์นาร์ด เจ้าของและผู้ก่อตั้งฟาบริชกรุ๊ป ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของประเทศ และธุรกิจอื่นๆ ในเครือ

เซ็กซี่หรือเปล่าริมฝีปากเจ้าหล่อนเผยอราวกับกลีบกุหลาบชมพูวางซ้อน ขณะที่ก็จงใจโยกไหล่เบาๆ ให้หน้าอกหน้าใจกระเพื่อมยั่วเย้า ดึงดูดสายตาคู่สวยของชายหนุ่มให้กระลงโจนลงไป เขาจ้องราวกับเด็กน้อยเห็นของเล่นชิ้นโปรด  

พี่กำลังจินตนาการว่ารินเปลือยท่อนบน

พี่เอริกก็...รินรดายิ้มอาย ใบหน้าเรียวได้รูปถูกปรุงแต่งจากเครื่องสำอางราคาสูงผะผ่าวร้อน เธอย้อนศร แต่รินกำลังจินตนาการว่าพี่เอริกไม่สวมอะไรเลยเธอทำท่าคิด เอ...ไม่ดีกว่า ให้มีเมเปิลแดงหนึ่งใบปิดอยู่ก็แล้วกัน

ต้องใช้ใบใหญ่หน่อยนะที่รัก

ทั้งสองหยอกล้อกันอย่างมีความสุข หัวเราะขบขันวาบหวามในอารมณ์  ในระหว่างรออาหารราคาแพงมาเสิร์ฟ

เราคบกันมากี่ปีแล้วนะเขาเปลี่ยนจากเรื่องใบเมเปิล

นี่อย่าบอกนะว่าพี่เอริกจำไม่ได้เธอถามกลับ

จำได้สิ แต่ที่ถามเพราะกลัวรินนั่นแหละที่จะลืม

จำได้แม่น วันนี้ครบรอบหนึ่งปีมั่นใจตอบ ดวงตาเปล่งประกาย พี่เอริกเลยพารินมาดินเนอร์

แล้วจากวันแรกถึงวันนี้ รินรักพี่น้อยลงหรือเปล่า

รินรดาชักสีหน้าต่อคำถามชายหนุ่ม ก่อนให้ความกระจ่างแก่เขา

ถามได้...รักมากขึ้นสิคะ

แล้วต่อไปล่ะเขาถามต่อ น้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง จนแววหวาดหวั่นรบกวนประกายตาสาวเจ้าชั่วขณะ

ก็จะรักมากขึ้นๆ

รินจะให้พี่เชื่อได้อย่างไร จะใช้อะไรเป็นสิ่งยืนยัน

หญิงสาวเงียบใช้ความคิด หากก็ไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาอ้างมายืนยัน อยากจะถอดหัวใจออกมาวางไว้บนโต๊ะให้เห็นกันไปเลย จะได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกว่าเธอรักและหลงผู้ชายคนนี้เพียงใด  เมื่อนึกยังไม่ออก จึงย้อนถาม

รินนึกคำตอบไม่ออก แล้วหากเป็นพี่เอริกจะตอบรินอย่างไร จะให้รินเชื่อได้อย่างไร จะใช้อะไรเป็นสิ่งยืนยัน

แต่งงานกับพี่นะรินเขาตอบทันที

คำพูดนี้ทำให้เธอนิ่งอึ้ง หัวใจเธอเต้นตึกตัก เอริกขอเธอแต่งงาน เขาอาจอำเล่น แต่เพื่อความแน่ใจจึงถามหยั่งเชิง

เมื่อครู่ว่าอะไรนะคะนางแบบสาวผู้เซ็กซี่เบิกตาคู่สวย หัวใจลุ้นระทึก

พี่บอกว่า...แต่งงานกับพี่นะรินเผยรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ นี่แหละคือสิ่งยืนยัน...ขอให้พี่ได้ดูแลรินนะคนคนดี

พี่เอริก...เธอเอามือปิดปาก ดีใจ หน้าแดงน้ำตาเอ่อ เขาขอเธอแต่งงานจริงๆ ชายหนุ่มผู้หล่อแสนจะเพอร์เฟ็กต์และมั่งคั่ง ผู้เป็นที่หมายปองของสาวๆ แต่เขาเลือกเธอ ซึ่งแค่คบหาเป็นแฟนกันเธอก็ฉ่ำชื้นหัวใจมากพอแล้ว ไม่ได้คิดล่วงหน้าไปไกล แต่เขาปรารถนาให้เธอเป็นคู่ชีวิต เป็นแม่ของลูก เขาคงวางแผนอนาคตแห่งความรักไว้หมดแล้ว

 เช่นเดียวกัน ถ้าอยากให้พี่เชื่อ และยืนยันในความรัก รินต้องตอบตกลงเขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ผูกมัดหัวใจ เธอผู้ตกอยู่ในสายใยสิเน่หายิ้มกว้าง แววตาเต้นระยิบ

อย่างนี้มัดมือชกนี่คะเธอยิ้มกว้าง ชอบใจที่ในความเจ้าเล่ห์ของเขา

 เรียกว่ามัดใจจูบถึงจะถูกเขาพูดพร้อมล้วงเอากกล่องกำมะหยี่เล็กในกระเป๋าเสื้อ วางบนฝ่ามือเปิดออก แหวนเพชร กะรัตสวยแวววาว

 รินคงดิ้นไม่หลุดแล้วล่ะ…” น้ำตาสาวสวยไหลพราก ไม่คิดว่าการที่ชวนมาดินเนอร์ในค่ำคืนวันนี้จะเป็นการมอบแหวนขอแต่งงาน

เหมือนมีดอกไม้มากมายเบ่งบานรายรอบ ฟากฟ้าโปรยดวงดาวพร่างพรมลงมา ขณะที่เธอกำลังลอยละล่องบนสรวงสวรรค์

 พี่จะบอกให้แม่ไปสู่ขอริน

คล้ายสวรรค์สีหมองหม่นลง เมื่อเธอตระหนักขึ้นได้ว่าแม่ของเขาไม่เห็นด้วยกับความคิดลูกชายแน่แท้ เพราะปัญหาบาดหมางเรื้อรังระหว่างทิพย์แก้วกับครอบครัวของเธอร้าวลึกเกินเยียวยา และพ่อกับแม่ของเธอก็ยอมรับกับเธอเองว่าทำให้แม่ของเขาเคียดแค้นชิงชังฝังใจจริง แต่เธอก็ไม่ได้บอกชายหนุ่มตามที่รู้มา เพราะกลัวเหลือเกินเขาจะพลอยเกลียดเธอ ปล่อยให้ความไม่มีหลักฐานของเหตุการณ์ไฟไหม้บริษัทในครั้งอดีตดำเนินไปอย่างไม่สามารถฟันธงได้ว่าพ่อกับแม่ของเธอทำอย่างนั้นจริง ที่ผ่านมาก็มีแม่ของชายหนุ่มที่พูดกล่าวหาพ่อแม่ของเธอแต่ฝ่ายเดียว

แต่คุณแม่พี่เอริกไม่ชอบรินและครอบครัว พี่เอริกเองก็รู้น้ำเสียงเศร้าสร้อย ดวงตาหวาดวิตก

 เป็นเรื่องบาดหมางของผู้ใหญ่ เราจะช่วยกันประสานชายหนุ่มกล่าว

เอริกรู้ว่าปัญหาระหว่างแม่ของตนกับครอบครัวของหญิงสาวดี แม้แม่ของเขาห้ามเขาคบกับเธอตั้งแต่เริ่มต้น โดยให้เหตุผลว่าพ่อแม่ของรินรดายักยอกเงินบริษัทผู้เป็นแม่ไปหลายร้อยล้านจนสิ้นเนื้อประดาตัว แต่แทนที่ชายหนุ่มจะโกรธแค้นไปด้วยกับผู้เป็นแม่  กลับเห็นใจรินรดาอย่างสุดซึ้ง และยิ่งรักเธอมากขึ้น  เพราะเหตุการณ์เหล่านั้นได้อุบัติขึ้นก่อนเขาและเธอจะเกิดเสียอีก

ขอบคุณมากค่ะพี่เอริก

ยื่นมือมาสิ…”

เจ้าหล่อนยื่นเรียวมืองามให้เขา ใบหน้าผะผ่าวตื้นตันขวยเขิน ขณะที่เขาถอดแหวนออกจากกล่อง สวมใส่นิ้วนางของเธออย่างอ่อนโยนทะนุถนอม พลางหยาดเยิ้มสบตา

วงแหวนกับเรียวนิ้วพอเหมาะ ระยิบพริบพรายน้ำดีกะรัตงาม เขาพรมจูบลงหลังมือเธออย่างแผ่วเบา หัวใจของเธอถูกหลอมละลาย

สวยจังเลยค่ะพี่เอริก รินรักพี่เอริกที่สุด

ถดมือกลับมองดูแหวนเพชร หลงใหลในประกาย เธอจูบแผ่วเบาที่นิ้วชี้ของตัวเอง ก่อนยื่นไปวางทาบริมฝีปากของชายหนุ่ม อุ่นกลีบปากบางของเธอแสนหวามหวานในอารมณ์ เขาจงใจเลียริมฝีปากตัวเอง ราวกับกลัวอากาศว่างเปล่าจะช่วงชิงสัมผัสรักจากเธอไป

รินคือที่สุดของหัวใจพี่เหมือนกัน

เธอเชื่อมั่นในตัวเขา จากหนึ่งปีที่ผ่านมาเขารักและซื่อสัตย์ เธอคิดไม่ผิดที่เลือกเขา ผู้มีพร้อมทั้งรูปสมบัติ และทรัพย์สมบัติ  หนึ่งปีอาจจะเร็วเกินไปสำหรับใคร ๆ ในการขอแต่งงาน แต่สำหรับเธอเชื่อว่าสำหรับเขาหากเลยไปกว่านี้อาจจะช้าเกินไป เขาคงอยากครอบครองเธอไว้ด้วยความเป็นสามีภรรยา ซึ่งหากเธอปฏิเสธ บางทีโอกาสแสนวิเศษอย่างนี้อาจถูกผู้หญิงคนอื่นตัดหน้าไปก่อน  แม้จะเชื่อมั่นในตัวเขาสักเพียงใด แต่ก็อดกลัวไม่ได้

นอกจากความปลื้มดีใจที่ชายอันเป็นที่รักยิ่งขอแต่งานพร้อมเรือนแหวนเพชรราคาสูง ปัญหาบาดหมางระหว่างแม่ของเขากับครอบครัวของเธอก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลย มันเรื้อรังรุนแรง เหมือนสนิมเกาะเหล็กที่เคาะไม่ออก ซ้ำร้ายยังมีอีกหลายเรื่องราวที่ร้าวลึกในห้วงดวงใจ แต่ถึงกระนั้นเธอก็ข่มใจพยายามลืม

ริน...เอริกเรียก เมื่อเห็นรอยยิ้มของรินรดาเหือดหายไป ทว่าเธอไม่ได้ยิน เพราะตกลงสู่ห้วงภวังค์แห่งความวิตกกังวลในเรื่องต่างๆ

ริน...

ครั้นได้ยินก็สะดุ้ง  คะ...คะ

เป็นอะไรไป ดูเครียดๆ

รินรดายิ้มกลบเกลื่อน รินแค่นึกถึงสถานที่ที่เราจะไปฮันนีมูนกันว่า จะเป็นที่ไหนดีเธอชักสีหน้า หรือรินคิดเรื่องนี้เร็วไปคะ

พ่อเทพบุตรสุดหล่อส่ายหน้า ไม่เลยที่รัก...แล้วที่ไหนล่ะที่ว่าที่เจ้าสาวของพี่อยากไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์รสหวานมิรู้ลืม

แล้วแต่ว่าที่เจ้าบ่าวดีกว่านางแบบสาวยิ้มยั่วยวน

บ้านเกิดพ่อพี่เขาหมายถึงฝรั่งเศส “Je t’aime(เฌอ แตม ฉันรักเธอ)

รินรดาตาลุกวาวกับสถานที่ที่เขาจะพาไปอาบรักน้ำผึ้งพระจันทร์ ส่วนประโยคหลังนั้นเอริกเคยพูดกับเธอพร้อมทั้งบอกความหมายมาแล้วบ่อยครั้ง

เฌอ แตมเช่นกัน ฉันรักเธอ...ตลอดกาลเธอเอ่ยย้อนกลับ หัวใจเปี่ยมล้นความสุข

 

 

คฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์ยุโรปตั้งตระหง่าน เป็นอภิมหาที่อยู่อาศัยบนเนื้อที่หลายสิบไร่ แสงไฟบริเวณสวนและห้องต่างๆ ในอาคารถูกเปิดสว่างเมื่อพลบค่ำมาเยือน ให้อารมณ์ขรึมขลังและมีเสน่ห์ลึกเร้นราวกับปราสาทราชวังในอ้อมกอดแห่งรัตติกาล

ฟาบริช แบร์นาร์ด นักธุรกิจชาวฝรั่งเศส ผู้เป็นเจ้าของได้เสียชีวิตกะทันหันด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเมื่อสิบปีก่อน ภรรยาอย่างทิพย์แก้วจึงเป็นผู้แลดูแลคฤหาสน์หลังใหญ่นี้แต่เพียงผู้เดียว ตลอดจนบริหารจัดการธุรกิจมากมายในเครือ ฟาบริชกรุ๊ป มูลค่าหลายพันล้านบาท พร้อมทั้งหน่อเนื้อทายาทลูกชายหัวแก้วหัวแหวนสามคน

ทิพย์แก้วเก่งอย่างน่าทึ่ง ดูแลทุกอย่างประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งมาจากสามีผู้เปรียบเสมือนครูในทุกๆ ด้าน ชุบชีวิตเธอให้เกิดใหม่ หลังถูกคนรักและเพื่อนรักรวมหัวหักหลังจนสิ้นเนื้อประดาตัว

เธอรู้จักฟาบริช แบร์นาร์ด เพราะเริ่มต้นออกเดินในเส้นทางชีวิตสายใหม่ หลังจากชะงักงันเพราะใช้เวลาเยียวยาตัวเองถึงครึ่งปี ด้วยการสมัครเข้ามาทำงานเป็นเลขาฯ ความเก่งของเธอฉายแววพร้อมกับความสวยที่สะดุดตาสะกดใจนายจ้าง เขาเองก็เป็นทายาทนักธุรกิจอนาคตไกลผู้ที่มีหน้าตาและหุ่นกระชากใจเธอเพียงแรกพบสบตา

คงเพราะบุพเพสันนิวาสนำพามาพบกัน สู่การสานสัมพันธ์เรียนรู้ตัวตนของแต่ละฝ่าย หลังจากตกลงปลงใจแต่งงาน การใช้ชีวิตคู่หลังจากนั้นแทบจะไม่มีปัญหา เพราะความรัก การรับฟัง และความเข้าใจ และทุกครั้งที่ทิพย์แก้วเห็นหน้าลูกๆ ก็มักคิดถึงสามี พวกเขาถอดแบบความสูงใหญ่หล่อเหลามาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้ว 

สตีฟ แบร์นาร์ด ลูกชายคนโตวัยสามสิบเอ็ดปี ผู้มีนิสัยสุขุมลุ่มลึกคล้ายพ่อมากที่สุด เขาชอบงานศิลปะ นั่งวาดภาพได้เป็นวันๆ เขาแต่งงานแล้วกับทิชา หญิงสาวชาวไทย มีพยานรักด้วยกันเป็นลูกสาวชื่อ ปราทิเซีย วัยห้าขวบ ทว่าหนูน้อยต้องกำพร้าแม่เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ภายใต้ความสุขุมลุ่มลึกนั้น เขาเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งในการสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

ลูกชายคนรองชื่อ เอริก แบร์นาร์ด ชายหนุ่มอายุยี่สิบแปดปี เค้าโครงใบหน้าและสายเลือดธุรกิจอันเก่งกาจของเขาใกล้เคียงพ่อมากที่สุด เขาอารมณ์ร้อน ทว่ารักใครรักจริง ซึ่งเป็นเหตุทำให้ทิพย์แก้วปวดหัวทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะผู้หญิงที่จับจองหัวใจของลูกชายไว้แต่เพียงผู้เดียวยามนี้คือ รินรดา ลูกสาวของอดีตคนรักและเพื่อนรักที่เคยเข่นฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น เธอไม่อาจทำใจยอมรับได้

ส่วนฌอง แบร์นาร์ด ลูกชายคนเล็กอายุยี่สิบสองปีกำลังเรียนด้านดนตรีอยู่ที่มหาลัยในชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส เขาทะเล้น ออดอ้อน อารมณ์ดี บ้าพลัง รักความเป็นอิสระและการเดินทาง

หลังเรียบร้อยจากอาหารมื้อเย็น ลูกชายคนโตและหลานสาวกลับขึ้นห้อง ทิพย์แก้วนั่งนึกถึงลูกชายคนเล็ก ป่านนี้เขาจะกินอะไรแล้วหรือยัง เพราะบางทีหากเขาทำอะไรสักอย่างที่ชอบ จะมุ่งมั่นจนลืมกินข้าวกินปลา สมัยเด็กเขาเคยโหมฝึกเป่าแซกโซโฟนจนลมหมดท้องล้มฟุบลง ทว่าเรื่องของฌองก็ไม่น่าหนักใจเท่าเรื่องของเอริกในห้วงเวลานี้

ทิพย์แก้วหงุดหงิดในอารมณ์ เพราะลูกชายปิดโทรศัพท์ ไม่กลับมากินข้าวที่บ้าน หากแต่ไม่ได้บอกเธอก่อนเช่นปกติ เธอรู้ว่าลูกชายอยู่กับใคร ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือในมือเธอดังขึ้น ปรากฏชื่อศักดิ์ชัย นักสืบที่ได้ว่าจ้างให้ติดตามดูพฤติกรรมลูกชาย

ตอนนี้เอริกอยู่ที่ไหน อยู่กับแม่นั่นหรือเปล่าทิพย์แก้วถามในทันที

เธอส่งนักสืบตามตลอด เพื่อให้รายงานความเคลื่อนไหว หากพบว่าลูกชายมีแววว่าจะขึ้นคอนโดมิเนียมของหญิงสาวหรือพาเธอเข้าโรงแรม จะโทรไปก่อกวนให้ได้ อาจจะแกล้งป่วย แกล้งมีธุระด่วนที่บ้านหรือบริษัท แต่หลังๆ เอริกเริ่มจับทางได้ ทุกครั้งอยู่กับหญิงสาว เขาจะปิดโทรศัพท์ และชั้นเชิงการหลบหลีกนักสืบดีขึ้น จนเธอแทบคลั่งอยู่หลายหน

ตอนนี้อยู่ที่ภัตตาคารครับคุณทิพย์แก้ว กำลังดินเนอร์ผู้เป็นนักนักสืบเล่าความ

เขาถูกจ้างโดยทิพย์แก้ว ผลตอบแทนค่อนข้างดี เขามีทีมงานที่เปลี่ยนไปไม่ซ้ำหน้า เพื่อให้ง่ายลงและซ่อนเร้นพิรุธที่เป้าหมายอาจสังเกตได้ คราวนี้ศักดิ์ชัยลงมือเอง ด้วยการปลอมตัวเป็นลูกค้าภัตตาคาร มารับประทานอาหารเย็นกับแฟนสาวซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงาน โดยนั่งหากจากโต๊ะเป้าหายในตำแหน่งที่พอเหมาะสม ไม่เข้าใกล้หรือออกห่างเกินไป พลางลอบมองอย่างมืออาชีพ

เมื่อไรแม่นั่นจะหลุดไปจากชีวิตลูกชายฉันเสียทีทิพย์แก้วพูดด้วยอารมณ์โมโหจนเผลอกำโทรศัพท์แน่นอย่างลืมตัว

 ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็ตกงานสิครับเขาพูดทีเล่นทีจริง ไม่เห็นว่าสีหน้าของอีกฝ่ายว่าโกรธเกรี้ยวเพียงใด

 อย่าบอกนะ ว่าคุณทำงานไม่เต็มที่ทิพย์แก้วหายใจฟึดฟัด หรือมีอะไรตกหล่นไปอย่างไม่น่าให้อภัย ฉันเปลี่ยนนักสืบได้ทันทีเลยนะจะบอกให้

ที่ผ่านมาเธอเปลี่ยนนักสืบหลายราย เนื่องจากทำงานไม่ได้ดั่งใจ

 เปล่าๆ ครับผมเต็มที่ แค่ล้อเล่นเท่านั้นเองเขาไม่อยากถูกบอกเลิกงาน เพราะค่าจ้างที่เขาได้รับจากทิพย์แก้วดีเหลือเกิน

 ฉันไม่สนุกด้วย ฉันซีเรียสทิพย์แก้วไม่สบอารมณ์

 ขอโทษครับ ขอโทษ

 แล้วนอกจากดินเนอร์ สองคนนั้นทำอะไรอีก คุยกันเรื่องอะไรทิพย์อยากรู้รายละเอียดที่มากขึ้น เธอจะอกแตกตายอยู่แล้ว ดูเหมือนลูกชายของเธอจะยิ่งรักแม่นั่นมากยิ่งขึ้น

 ถ้าผมเดาไม่ผิดนะครับคุณทิพย์แก้ว คุณเอริกขอรินรดาแต่งงาน เพราะเห็นสวมแหวนให้กันนักสืบพูดตามที่เห็น

แต่งงาน...เหมือนหัวใจทิพย์แก้วจะระเบิดโครมคราม แน่ใจนะ ว่าใช่ตาไม่ฝาด

 เดี๋ยวผมจะส่งรูปไปยืนยัน

 ตกลง อย่างนั้นส่งรูปมาให้ฉัน แล้วเฝ้าดูต่อ อย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด แล้วส่งข่าวให้ฉันรู้เรื่อยๆมือไม้เธอสั่น หน้าร้อนเหมือนอังไฟผะผ่าว

ไม่นานนักเสียงข้อความโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ภาพที่นักสืบส่งมาเป็นภาพลูกชายกำลังสวมแหวนให้รินรดา ดูเจ้าหล่อนมีความสุข สีหน้าสีตาเปล่งปลั่งทอดทอประกาย

ทิพย์แก้วเกลียดรอยยิ้มนั่น เพราะมันสะทกสะท้อนภาพอดีตขึ้นมากรีดเถือเนื้อใจ ราวถูกตบหน้าเป็นพันๆ ครั้ง ภาพซ้อนขึ้นมาคือรอยิ้มของมงคลกับกรองกานต์กำลังเยาะหยัน ท่ามกลางกองเงินร้อยล้านที่ยักยอกไป จากนั้นเปลี่ยนเป็นภาพทั้งสองโอบกอดกัน ทั้งที่เขาคือคนรักและเธอคือเพื่อนรัก ภาพอาคารบริษัทที่สร้างมากับมือตกอยู่ในกองเพลิงเผา ฝีมือของทั้งสองเพื่อทำลายหลักฐานเอาผิดทุกอย่าง และสุดท้ายภาพเธอทรุดล้มลงร้องไห้ฟูมฟาย ร้าวรอน และเคียดแค้น

ก่อนหน้านั้นหลังจากเรียนจบ...ทิพย์แก้วไฟแรง เธอตัดสินใจเปิดบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับจิวเวลรี่ โดยใช้เงินก้อนใหญ่ของพ่อแม่เป็นทุน ด้วยความสามารถของเธอธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ผลประกอบการหลายล้านในปีแรกและเพิ่มเป็นร้อยล้านในปีถัดๆ มา

เธอรู้จักมงคลในปีที่สองของการทำธุรกิจ เขาเป็นคู่ค้า และเมื่อเกิดเป็นความรักจากความชิดเชื้อจากการติดต่อธุรกิจ อีกทั้งเขาเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และมีความเป็นผู้นำสูง หลังจากตกลงเป็นคนรักไม่นาน ก็ได้ดึงบริษัทเขาเข้ามาเป็นบริษัทลูก และให้เขาเป็นผู้ถือหุ้น ที่สำคัญได้วางแผนว่าจะแต่งงานกัน

 ขณะเดียวกันได้ชักชวนกรองกานต์เพื่อนรักมาทำงานในด้านเงินและการบัญชี หลังจากที่คนเก่าลาออกไป ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับความไว้เนื้อเชื่อใจทั้งสอง สุดท้ายถูกหักหลังพังใจจนชีวิตพังพ่ายยับเยิน

เดิมทีพอรู้ว่าลูกชายกำลังคบหากับรินรดา นางแบบผู้ชนะการประกวดจากเวทีเฟ้นหานางแบบชื่อดังระดับประเทศ ทิพย์แก้วไม่ได้ว่าอะไร การที่ลูกจะคบกับใครเป็นสิทธิ์ของลูก เพียงรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตารินรดาเป็นพิเศษ

ทิพย์แก้วเป็นกำแพงกีดกันความรักในทันที เมื่อมารู้ทีหลังเรื่องรินรดาว่าเป็นลูกสาวของมงคลและกรองกานต์ จากการดูทีวีรายการหนึ่ง เมื่อทั้งสองออกมาเปิดใจว่า เป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดนางแบบสาวมา แต่เพราะอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีจึงยกให้ญาติห่างๆ เป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะ โดยที่รินรดาเองก็ไม่รู้ เพิ่งรู้ความจริงก่อนหน้าไม่นานหลังจากได้รับตำแหน่งและชื่อเสียงมา

แต่สำหรับทิพย์แก้ว ไม่ว่าใครจะเลี้ยงมาก็ช่าง รินรดาจะรู้หรือไม่ก็ตาม ถึงอย่างไรก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของสองคนเลวที่หักหลังเธอ

ผ่านไปร่วมสามสิบปี ทว่าเวลาไม่ได้ทับถมหรือกัดกร่อนสิ่งที่เธอถูกกระทำย่ำยีอย่างร้ายกาจให้ลบเลือนได้ ครั้งหนึ่งเธอเคยรักทั้งสองอย่างสุดซึ้ง ย่อมต้องเกลียดมากทบเท่าทวีคูณ ฉะนั้นจึงไม่มีทางที่จะยอมเกี่ยวดองกับศัตรู โดยการมีลูกสะใภ้ชื่อรินรดาเป็นอันขาด

วางสายจากนักสืบ ทิพย์แก้วนั่งคิดหนักถึงทางออกของปัญหานี้

ไม่ได้การแล้ว ต้องโทรหา มุกไพลินพลางบอกกับตัวเอง มุกไพลินคือเพื่อนที่สนิท รัก และไว้ใจที่สุดในเวลานี้

 

 

มุกไพลิน ไพศาลเกียรติก้อง กลับจากบริษัทมาถึงบ้านค่อนจะสองทุ่มครึ่ง สาวใหญ่ถามหานิกข์นิภาผู้เป็นลูกสาวกับสาวใช้ ได้รับคำตอบว่ายังไม่กลับ ลูกสาวเธอไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเลหลายวันกับเพื่อน มีกำหนดกลับวันนี้

หยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าถือมาโทรหาแก้วตาดวงใจ ปลายสายให้ความกระจ่างว่าใกล้จะถึงบ้านแล้ว

นิกข์นิภาเพิ่งจะเรียนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจระหว่างประเทศจากสหรัฐอเมริกา กลับมาถึงเมืองไทยเมื่อสัปดาห์ก่อน มุกไพลินให้โอกาสลูกพักผ่อนหนึ่งเดือนก่อนเริ่มงานที่บริษัท แต่เธอได้รับคำตอบจากลูกว่า สัปดาห์เดียวก็เหลือเฟือแล้วค่ะ นิกข์ร้อนวิชาอยากจะช่วยงานแม่กับพี่หล้าจะแย่อยู่แล้ว

นิกข์นิภากับหล้าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของมุกไพลิน เธอเลือกที่จะเป็นโสด ด้วยเห็นความเจ้าชู้ของผู้เป็นพ่อและความบอบช้ำน้ำใจของแม่มาตั้งแต่เล็กจนโต หากเธอก็คิดเสมอว่าควรมีทายาทเอาไว้ดูแลฝากผีฝากไข้ยามแก่เฒ่า

มุกไพลินรับนิกข์นิภามาอุปการะก่อน ตั้งแต่เด็กจนโตนิกข์นิภาไม่เคยทำให้เธอผิดหวังเสียใจ ลูกเป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย ตั้งใจเรียน เธอคิดไม่ผิดที่เลือกเด็กผู้หญิงคนนี้จากสถานสงเคราะห์มาเป็นลูก ทั้งที่ความจริงในทีแรกตัดใจต่อแววตาร้องขอความเห็นใจของเด็กน้อย มองผ่านเลยไปแล้วเพราะตำหนิปานแดงที่แก้มซ้ายนั่น 

หากก็เป็นเหมือนภาพติดตา ไม่ว่าเธอจะมองเลือกสรรไปที่เด็กคนไหน ดวงตาแห่งความเว้าวอนของเด็กปานแดงนั้นก็จะแทรกปนเข้ามาอยู่ร่ำไป สุดท้ายจึงมองย้อนกลับไป สายตาคู่นั้นยังคงเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมมาคือรอยยิ้ม บางทีนิกข์นิภาในยามนั้นอาจจะอ่านดวงตาของเธอออก แม่เลือกหนู

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นิกข์นิภาพร่ำบอกเธอเสมอ ขอบคุณมากค่ะแม่ที่เลือกหนู ถ้าแม่ไม่มองกลับมา ชีวิตนิกข์ป่านนี้ก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร

มุกไพลินมักจะตอบลูกสาวทำนองที่ว่า ถ้าแม่ไม่เลือกนิกข์ ป่านนี้ชีวิตแม่ไม่รู้จะเป็นอย่างไรเช่นกัน

เมื่อลูกสาวบุญธรรมอายุได้สิบขวบ หลานชายวัยสิบเจ็ดปี ลูกของพี่ชายเพียงคนเดียวก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเมื่อพ่อกับแม่ของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

แรกๆ หล้าเรียกมุกไพลินว่าอา ไม่นานสักเท่าใดเขาเรียกเธอว่าแม่ เพราะเธอดีกับเขาทุกอย่าง เขาเองก็ดีกับเธอทุกอย่างเช่นเดียวกัน เป็นหลานเป็นลูกที่ดี เช่นเดียวกับนิกข์นิภา อย่างรู้สึกโชคดีที่ฟ้าประทานลูกทั้งสองมาให้เธอ

มุกไพลินภาคภูมิใจในความสามารถของหล้า ในวัยสามสิบสองปี...เขาช่วยบริหารงานธุรกิจด้านการโรงแรมของบริษัทมุกไพลินโฮเทล และบริษัทในเครือมูลค่าหลายหมื่นล้านได้เป็นอย่างดี และเชื่อมั่นว่าเมื่อไม่มีเธอแล้ว เขาจะดูแลน้องสาวได้ ที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาไม่ได้รังเกียจน้องสาวผู้มิได้มีสายเลือดของไพศาลเกียติก้องปนอยู่เลย เขารักน้องสาวเสมือนหนึ่งคลานตามกันมา

มุกไพลินรู้ตัวเองดีว่ามีเหลือชีวิตอยู่อีกไม่นานกับการเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เรื่องนี้หล้ารับรู้ ส่วนนิกข์นิภาเธอยังไม่กล้าบอก กลัวลูกสาวจะรับไม่ได้ เพราะอยากให้ลูกสาวได้เล่าเรียนโดยไม่มีสิ่งใดมาบั่นทอน เมื่อเรียนจบปริญญาโทและพรั่งพร้อมที่จะสานต่อธุรกิจร่วมกับพี่ชายก็คงในเร็ววันนี้ แม้จะเจ็บปวดสักแค่ไหนก็ต้องบอก และเชื่อว่าลูกสาวเธอจะเข้าใจ ความตายเป็นสัจธรรมของชีวิตมนุษย์

หลังจากที่มุกไพลินวางสายจากลูกสาวไม่นาน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชื่อที่แสดงบนหน้าจอคือทิพย์แก้ว เพื่อรักของเธอ พอรับสายเสียงนั้นก็ร้อนรนพูดขึ้นมาทันที

ฉันอกจะแตกตายอยู่แล้วนะมุก

เธอจะมาตายก่อนคนป่วยอย่างฉันได้อย่างไร

ทิพย์แก้วก็รับรู้ว่ามุกไพลินป่วยเป็นเนื้อร้าย

พูดตลกอีกแล้วนะมุก เธอต้องอยู่เป็นอมตะค้ำฟ้ากับฉัน ไม่ตายง่ายๆ เงินทองเยอะแยะ รักษาเข้าไปสิ

เงินบางทีมันก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกพูดอย่างปลงๆ แล้วเงียบ ว่าแต่ที่ว่าอกจะแตกตายมันอะไรกัน เอ...ถ้าให้เดาต้องเป็นเรื่องของลูกชายเธอกับรินรดา

ฉันว่ารินรดาต้องใส่เสน่ห์ลูกชายฉันแน่ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่หลงหัวปักหัวปำขนาดนี้หรอก เอริกก็เหลือเกิน วันนี้นักสืบโทรมาบอกว่าขอแต่งงานแม่รินรดาแล้ว ฉันแทบจะเป็นลมนาทีละครั้ง จะทำอย่างไรดี ฉันเกลียดพ่อแม่มันเข้ากระดูกดำ จะให้มาเชิดหน้าชูตาชูคอเป็นสะใภ้ ไม่เอาด้วยหรอก คงขาดใจตายเข้าสักวันแน่ๆ เลยมุกทิพย์แก้วพูดราวกับลืมหายใจ มุกไพลินรู้เรื่องราวของเพื่อนดี

ทั้งสองรู้จักกันด้วยเหตุบังเอิญ ครั้งหนึ่งที่ทิพย์แก้วเดินทางไปโรงพยาบาลขณะท้องแก่ลูกคนที่สองจวนเจียนจะคลอด แต่เกิดรถเสียระหว่างทาง มุกไพลินผ่านมาเห็นพาขึ้นรถนำส่งโรงพยาบาล จากนั้นก็รู้จักมักคุ้น ครั้นยิ่งพูดคุยถูกคอเพราะเป็นนักธุรกิจเหมือนกัน ความชอบคล้ายๆ กัน จึงสนิทสนมกลายมาเป็นเพื่อนรักในที่สุด

ครั้งหนึ่งทิพย์แก้วได้เคยพูดไว้ ถ้าเธอมีลูกสาว ฉันจะยกลูกชายคนนี้ให้แต่งานด้วยเพื่อเป็นการขอบคุณทั้งสองยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะตอนนั้นมุกไพลินยังไม่ได้แต่งงานยังไม่มีลูก

ใจเย็นๆ ก่อน

เธอต้องช่วยฉันคิดนะมุก หัวฉันจะระเบิดอยู่แล้วน้ำเสียงหนักอกหนักใจ

ฉันจะช่วยเธอได้อย่างไร

ต้องช่วยคิดหยุบเงียบคล้ายคิดออกบางอย่าง จริงสิ เธอจำได้ไหมตอนที่เรารู้จักกันแรกๆ ฉันเคยบอกว่าถ้าเธอมีลูกสาว ฉันจะยกลูกชายให้...

จำได้ แต่พูดเล่นกันไม่ได้จริงจังไม่ใช่เหรอมุกไพลินย้อนนึกถึงความหลัง

ครั้งนี้ฉันจริงจัง ให้ลูกเธอแต่งงานกับลูกฉันนะทิพย์แก้วพูดทันที ร้อนใจจนไม่ได้คิดตริตรองดูก่อน

เธอก็รู้ว่าเอริกไม่ชอบหน้าปานแดงของยัยนิกข์

ปลายสายเงียบไป มุกไพลินเดาว่ากำลังนึกถึงเอริกและนิกข์นิภาตอนเด็ก ทุกครั้งที่เธอพาลูกสาวไปบ้านแบร์นาร์ด เอริกเป็นเพียงคนเดียวในบรรดาลูกชายที่ไม่ยอมออกจากห้องมาทักทาย

จริงสิ...แล้วจะต้องทำอย่างไร ช่วยคิดหน่อยสิ...น้ำเสียงห่อเหี่ยวเป็นทุกข์เปลี่ยนมาเป็นชิงชัง ฉันจะไม่ยอมให้รินรดาได้นามสกุลแบร์นาร์ดไปใช้เด็ดขาด

ยัยนิกข์ไม่มีปานแล้ว ระหว่างที่เรียนอยู่เมืองนอก เธอไปศัลยกรรมเอาปานแดงออก ฉันยังไม่ได้บอกเธอสินะ ดูเหมือนว่ายัยนิกข์จะยังไม่ให้บอกใครพลางถอนหายใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็แต่งไม่ได้ ทั้งสองไม่ได้รักกัน ที่ว่าแต่งๆ กันไปก่อนเดี๋ยวก็รักกันเอง ยาก...เป็นไปได้น้อย

เหตุผลมุกไพลินยืดยาว อย่างรู้ดีว่าตอนเด็กนิกข์นิภาแอบมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเอริก แม้จะไม่ได้ออกปากพูดออกมา แต่ในกล่องเก็บของใบหนึ่งของลูกมีรูปภาพของเอริกอยู่หลายใบ อย่างไม่แน่ใจว่าลูกสาวได้รูปภาพเหล่านั้นมาอย่างไร เป็นไปไม่ได้แน่ที่เด็กคนหนึ่งไม่ชอบใบหน้าปานแดงของเธอเอามากๆ จะเป็นคนให้มา

ชัดเจนตอนลูกเรียนอยู่ชั้นมอต้น สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในกล่องคือสิ่งของที่ถูกไฟไหม้ มีการ์ดใบหนึ่งซึ่งไฟกัดกร่อนบางส่วน ข้อความที่เขียนถึงเอริกในวันปีใหม่ยังครบถ้วน แม้จะไม่ได้ลงชื่อว่า นิกข์นิภา เพราะใช้นามแฝงว่า กุหลาบสีแดง แต่คนเป็นแม่ก็รู้ดีว่า นั่นคือลายมือของคนเป็นลูก

ขณะเดียวกันในช่วงเวลานั้น ใบหน้านิกข์นิภาเศร้าหมองเหม่อลอยประหลาด ดวงตาแดงก่ำ มุกไพลินจับต้นชนปลายอย่างเดาความรู้สึกลูกสาวได้ หากแต่ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียง เพียงแต่เข้าไปนั่งใกล้ๆ แล้วเอ่ยถ้อยความ

ความรักเป็นสิ่งสวยงาม อย่าให้ความรักทำร้ายทำลายเรา ที่สำคัญต้องรักให้เมาะสมกับวัยและวันเวลา ตอนนี้ลูกของแม่อยู่ในวัยเรียน ก็ควรจะรักเรียนให้มากที่สุด แม่รักลูกมากนะ แม่อยากเห็นลูกมีความสุขในทุกวัน

 

หลังจากนั้นความเศร้าหมองก็ค่อย ๆ ถอดคราบออกไปจากตัวและหัวใจลูกสาว  และเมื่อนิกข์นิภาโตขึ้น มุกไพลินก็ไม่รู้ว่า ความรู้สึกดี ๆ ต่อเอริกแบบเด็กๆ นั้นจะยังมีอยู่หรือเปล่า บางทีอาจจะลืมเอริกไปแล้วก็ได้

ฉันแค่กลุ้ม คิดหาทางออกไม่ได้

น้ำเสียงเพื่อนช่างน่าสงสาร ครั้นจะบอกให้ปล่อยวางยกโทษให้ศัตรูคู่แค้นคงไม่ง่ายในตอนนี้

ฉันก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร แต่ก็เข้าใจความรู้สึกเธอดี ว่าเจ็บแค้นเจ็บปวดเพียงใด เธอกลัวจะได้เกี่ยวข้องเกี่ยวดองกับพวกคนใจร้ายพรรค์นั้นอีก รินรดาก็อาจจะเชื้อไม่ทิ้งแถวทำให้ลูกชายของเธอตกอยู่ในสภาพปางตายอย่างที่เธอเคยเผชิญมา แต่ก็เข้าใจเอริกเพราะความรักปักใจเหลือเกิน

ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายใจ ฉันต้องการทางออกจริงๆความวิตกกังวลแฝงน้ำเสียง

ฉันก็อยากจะคิดออกเดี๋ยวนี้ เพราะไม่อยากเห็นเพื่อนเป็นทุกข์เหมือนกัน

ขอบใจเธอมากนะ

ทางออกที่ดีที่สุดมันมีอยู่แล้ว ใจเย็นๆ เรายังคิดไม่ถึงมันเท่านั้นเองมุกไพลินปลอบโยน

 


นิกข์นิภาไม่มีห้องนอนเป็นของตัวเอง นอนร่วมกับแม่มาตลอด เมื่อครั้งยังเด็กกลัวการอยู่คนเดียว กลัวความมืด กลัวผี บางทีที่แม่ไม่กลับบ้านเพราะงานที่ต้องไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ จะต้องมีพี่เลี้ยงมานอนด้วยเสมอ แม้โตขึ้นมาสิ่งเหล่านั้นจะลดน้อยลง หากยังคงนอนกับแม่ดังเดิม

บรรยากาศของห้องยังคงอบอวลอบอุ่น ให้ความรู้สึกปลอดภัยไม่เปลี่ยน ผิดกับสถานสงเคราะห์ที่จากมา ห้องนอนขนาดใหญ่มีเด็กมากมาย แต่กลับอ้างว้าง เหมือนนอนลำพังบนจักรวาลที่ไม่มีสรรพแสงใดๆ

ระหว่างนิกข์นิภากำลังอาบน้ำ ผู้เป็นแม่นั่งนึกถึงรภัทรคนที่มาส่งลูกสาวที่บ้านก่อนหน้านี้ ครั้งหนึ่งจำได้ตอนเรียนจบชั้นมัธยมใหม่ๆ เคยมาบ้านกับทรงประหลาดสำหรับผู้หญิงทั่วไป ที่สั้นมากแทบจะเกรียน ท่าทางอากัปกิริยาเหมือนผู้ชาย หรือที่ใครต่อใครเรียกว่าทอมบอย 

รภัทรเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของนิกข์นิภา ในเวลานั้นมุกไพลินไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะต่อมาไม่นานลูกสาวก็บินไปเรียนปริญญาตรีและโทต่อที่ต่างประเทศ แต่เมื่อลูกสาวกลับมา และรภัทรยังคงเป็นเพื่อนสนิท มุกไพลินก็อดที่จะวิตกกังวลไม่ได้

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์นิกข์นิภาดังขึ้น ลูกสาวคงไม่ได้ยินเพราะอาบน้ำ เธอจึงเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มาดู หน้าจอแสดงชื่อรภัทรเป็นสายเรียกเข้า มุกไพลินรับสาย ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปาก ปลายสายก็พูดขึ้นมาก่อน

 นิกข์...ภัทรคิดถึงนะครับ

ผู้รับฟังใจสั่นและแปลกใจ ทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งลาจากกัน และก่อนหน้านั้นก็ไปเที่ยวทะเลด้วยกันหลายวัน จะยังคงคิดถึงอะไรกันอีก  ที่สำคัญลงท้ายประโยคว่า ครับ

นิกข์ได้ยินไหม ได้ยินภัทรพูดหรือเปล่าน้ำเสียงปลายสายห้าว เหมือนกำลังพูดคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง

นี่แม่เอง ไม่ใช่นิกข์ นิกข์กำลังอาบน้ำอยู่ มีอะไรหรือเปล่า บอกกับแม่ไว้ได้ หรือจะให้นิกข์โทรกลับมุกไพลินพูดด้วยพยายามข่มใจตัวเอง ขณะเดียวกันก็ถามตัวเองว่า หรือเราคิดมากไปในความสัมพันธ์ของทั้งสอง อาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ได้

เดี๋ยวภัทรโทรหานิกข์พรุ่งนี้แล้วกัน ขอบคุณมากนะคะแม่รีบตัดบท วางสายไปอย่างมีพิรุธ ปล่อยให้ผู้ที่สนทนาด้วยหัวใจเต้นประหลาด รู้สึกชาที่ใบหน้า

ด้วยความสงสัยหลายอย่างดลใจให้เธอเปิดดูข้อความในกล่องข้อความเข้า แม้จะรู้สึกว่ากำลังละลาบละล้วงชีวิตส่วนตัวลูกมากเกินไป แต่ต้องทำ เพื่อจะได้รู้ความจริง และแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

พบว่ามีข้อความส่งมาจากรภัทรหลายข้อความ แต่ข้อความล่าสุดที่ถูกส่งในวันแรกของการไปทะเล มุกไพลินเปิดอ่านแล้วหายใจไม่ทั่วท้อง

ภัทรรักนิกข์มากนะครับ ไม่ได้รักแบบเพื่อนทั่วไป แต่เป็นรักแบบผู้ชายกับผู้หญิง นิกข์ทำให้โลกของภัทรสดใส นิกข์คือความสุข

อ่านเพียงเท่านั้น ไม่ได้เปิดดูข้อความอื่น ๆ ภาพหรือคลิปที่อาจจะถ่ายไว้ระหว่างไปเที่ยว เพราะเกรงว่าลูกสาวจะออกจากห้องน้ำมาพบเข้าเสียก่อน

วางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม พยายามสงบสติอารมณ์บังคับให้ตัวเองเป็นปกติมากที่สุด มุกไพลินหายใจอย่างอึดอัด

 

 

หลังวางสายโทรศัพท์จากมุกไพลินแล้ว รภัทร รพีพิชัย วิตกกังวลว่าผู้เป็นแม่ของหญิงสาวจะได้ยินประโยคแรกที่พูดไปหรือเปล่า พร้อมทั้งพยายามบอกตัวเองหลังจากไปส่งนิกข์นิภาที่บ้านว่า สายตาของแม่หญิงสาวนั้นอาจจะไม่ได้หมายความถึงการไม่ชอบเธอ เธออาจจะคิดมากไปเกินเหตุ

ความจริงไม่น่าจะโทรหานิกข์นิภาเลย เพราะเพิ่งจะแยกกันมาหยก ๆ แต่หัวใจใฝ่คิดถึงตลอดเวลา

รภัทรย้ายมาเรียนโรงเรียนเดียวกันห้องเดียวกันกับนิกข์นิภาตอนเกรด 10 เธอสังเกตเห็นว่าหญิงสาวไม่ค่อยมีเพื่อนอาจจะเพราะหน้ามีปานแดงขนาดใหญ่ ส่วนเธอเองที่ไม่มีเพื่อนเหตุเพราะมีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง นิกข์นิภาน่ารัก สามารถเข้าถึงโลกส่วนตัวของเธอได้

ไม่มีโลกส่วนตัวอีกต่อไป มีแต่โลกส่วนเรา...รภัทรและนิกข์นิภา

 นิกข์นิภาทั้งแสนดีและเข้าอกเข้าใจ ยิ่งเฉพาะยามครอบครัวของเธอมีปัญหา พ่อแม่บาดหมาง ก็จะมีเธอคอยปลอบโยน และประโลมใจว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

รภัทรมองเห็นความน่ารักของหญิงสาวโดยไม่มีปานแดงฉาบทา พร้อมทั้งความคิดที่ว่า ถ้าทำงานมีเงินมากพอจะพานิกข์นิภาไปศัลยกรรม ใบหน้าและรอยยิ้มของหญิงสาวจะได้สดใสไม่มีรอยเปื้อนใดมาบั่นทอน

เมื่อนิกข์นิภาศัลยกรรมกลับมา แม้จะไม่ใช่เงินจากความคิดของรภัทร ทั้งหมดมาจากแม่ของหญิงสาว แต่เธอก็มีสุขใจยิ่ง นิกข์นิภาสวยจับใจอย่างที่คิดไว้จริงๆ  มากกว่าที่คิดไว้เสียอีก รภัทรหลงรักแล้วหลงรักอีก ทับถมก่ายกองเป็นรักมากกว่าเดิม รักแบบผู้ชายรักผู้หญิง ไม่ใช่แบบเพื่อนหรือแบบอื่น

แม้ร่างกายจะเป็นหญิง แต่จิตใจเธอเป็นชายอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมที่จะรักและปกป้องนิกข์นิภาทุกเมื่อเชื่อวัน จึงรวบรวมความกล้าในวันแรกที่ไปถึงทะเลหวังจะบอกรักออกไป ความจริงอยากจะบอกด้วยตนเอง แต่ก็เขินอายเกินกว่าที่สารภาพจากปากในยามที่เผชิญหน้า จึงเลือกที่จะส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือหญิงสาวเพื่อสารภาพรักในตอนที่ไม่ได้อยู่ด้วย

ภัทรรักนิกข์มากนะครับ ไม่ได้รักแบบเพื่อนทั่วไป แต่เป็นรักแบบผู้ชายกับผู้หญิง นิกข์ทำให้โลกของภัทรสดใส นิกข์คือความสุข

นิกข์นิภาโทรกลับทันที ภัทรเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของนิกข์ นิกข์เสียใจที่จะบอกว่าอาจเป็นอย่างอื่นที่ภัทรคิดไว้ไม่ได้

เพราะอะไร…”

นิกข์มีคนที่นิกข์รักอยู่แล้ว...เถอะน่า อย่างไรเราก็เป็นเพื่อกัน อย่าคิดมาก เที่ยวทะเลให้สนุกดีกว่า เราจะไปดำน้ำดูปะการังไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้ภัทรอยู่ไหน

ในเวลานั้นเธอเสียใจเหลือเกิน อัดอั้นอย่างบอกไม่ถูก ใช่เธออยู่ที่ไหนในใจของหญิงสาว เธออาจจะมีตัวตนในฐานะเพื่อน แต่มากกว่านั้นเธอเป็นเพียงอากาศที่ว่างเปล่า และโลกส่วนเรา...รภัทรและนิกข์นิภา เป็นสิ่งที่เธอสร้างขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียว

ถึงนิกข์นิภาจะบอกอย่างนั้น แต่รภัทรก็ยังมีความหวังและความพยายาม แม้บางทีก็กลัวความหวังและพยายามดังกล่าวจะทำให้เสียความเป็นเพื่อนไปตลอดกาล แต่การหักห้ามใจคือความทรมานอย่าง
สุดแสน เหมือนเมื่อครู่ที่เธอโทรไปคิดถึง แต่แม่ของหญิงสาวกลับเป็นผู้รับ

 

แม้แต่ความคิดถึงยังส่งไปไม่ถึง รภัทรรู้สึกเศร้าใจ

 

 

นิกข์นิภามีความสุขที่ได้นอนกอดแม่ ไม่ว่าจะเด็กหรือโตอ้อมกอดแม่อบอุ่นเสมอ ยิ่งยามที่เธอไกลบ้านไปเรียน แสนจะคิดถึง

ถ้าวันหนึ่งไม่มีแม่ 

จู่ๆ ผู้เป็นแม่พูดขึ้นอย่างนั้น ผู้ฟังแปลกใจจึงรีบเอ่ย ไม่เอานะคะแม่ ไม่พูดอย่างนั้น นิกข์มีแม่อยู่ตลอดเวลา ถึงไม่ได้อยู่ด้วย ก็คิดถึง จะเรียกว่าไม่มี ไม่ได้

แค่ลองสมมติดูเท่านั้น...

ถ้าไม่มีแม่ นิกข์ก็จะร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน แม่เป็นคนพานิกข์มาจากบ้านเด็กกำพร้า แม่เป็นดวงไฟส่องทาง ถ้าไม่มีแม่ ชีวิตนิกข์ก็อาจจะมืดบอด หรืออาจจะไม่มีชีวิตแล้วก็ได้หญิงสาวซาบซึ้งตื้นตันใจ ผะผ่าวเบ้าตา

แม่อยากให้ลูกเข้มแข็ง

มีแม่ นิกข์เข้มแข็งอยู่แล้วเธอกระชับกอดมากขึ้น ไม่เอาดีกว่า แม่พูดแปลกๆ นิกข์ขนลุกหมดแล้ว

เมื่อเห็นอาการลูกสาวมุกไพลินจึงเปลี่ยนเรื่องคุย นิกข์มีแฟนหรือยังลูก

 นิกข์ยังไม่อยากมีทอดเสียงพูดเหมือนกำลังคิดไปด้วย มีเมื่อไรนิกข์จะบอกแม่เป็นคนแรกเลย อีกอย่างนิกข์อยากทำงานที่บริษัทเหลือเกิน ไม่มีแฟนก็ไม่เป็นไร มีแม่ มีเพื่อนอย่างภัทรก็สุขใจ
แล้ว

ได้ยินชื่อ ภัทรมุกไพลินรู้สึกเครียด ลูกพูดเหมือนมีเพื่อนอยู่คนเดียวอย่างนั้น หัวใจผู้เป็นแม่คล้ายมือที่มองไม่เห็นบีบแรง เมื่อเผลอคิดไปว่า อาจจะไม่ใช่แค่เพื่อน แต่ก็รีบปัดทิ้งความคิดนั้นจากหัวทันที

 มีภัทรเป็นเพื่อนคนเดียวเหรอลูก

 ใช่ค่ะเธอตอบ ผู้ฟังใจเต้นประหลาด ที่เมืองไทยมีเพื่อนแค่คนเดียว เป็นเพื่อนรัก อาจเพราะก่อนหน้านี้ที่นิกข์อยู่ไทยมีปานใหญ่ๆ ฉาบไว้ที่หน้า คนส่วนใหญ่กลัวและไม่อยากเข้าใกล้พลันเธอคิดถึงใครคนหนึ่งที่เกลียดและไม่อยากเข้าใกล้เธอ ส่วนที่เมืองนอกมีเพื่อนหลายคน เดี๋ยวว่างๆ จะชวนพวกนั้นมาเที่ยวไทย

ที่เมืองไทย...ตอนนี้ลูกของแม่สวยขึ้นเป็นกอง ไม่นานคงมีเพื่อนคนอื่นๆ เข้ามาผู้เป็นแม่ลูบผมลูกสาว

นิกข์ก็หวังอย่างนั้น

ส่วนที่เมืองนอก มีเพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชายเยอะกว่ากัน

คำถามแม่สร้างความแปลกใจให้กับลูกสาว แม่ถามทำไมคะ

 แม่กลัวว่าหนึ่งในนั้นจะมีแฟนลูกสาวแม่ซ่อนอยู่มุกไพลินพูดแกมยิ้มแกมหัวเราะ

 ไม่มีหรอกค่ะ เพื่อนกันทั้งนั้น ทั้งผู้ชายผู้หญิงลูกสาวยิ้มกว้าง เอาเป็นว่าให้พี่หล้ามีแฟนก่อนแล้วกัน

มุกไพลินนึกถึงลูกชายที่วันๆ เอาแต่ทำงาน มีงานเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งก็ยังไม่เห็นลูกชายพาผู้หญิงคนไหนมาให้รู้จักสักที ระหว่างนั้นลูกสาวในอ้อมกอดถามขึ้น

 แม่คะ...แม่ไปบ้านน้าทิพย์แก้วบ่อยหรือเปล่า

 บ่อยๆน้าทิพย์แก้วถามหานิกข์ด้วยนะ พรุ่งนี้แม่กะว่าจะพาไปเยี่ยมสักหน่อย

แต่พรุ่งนี้นิกข์นัดกับภัทรไว้

มุกไพลินเงียบ คิดหาคำพูด

 เดี๋ยวโทรยกเลิกภัทรก็ได้ค่ะนิกข์นิภารู้หัวใจตัวเองดีว่าต้องการอะไรมากกว่า เอริกจะเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ได้เจอกันหลายปีเหลือเกิน

 แม่อยากให้ลูกไป เพราะหลายปีแล้ว ที่สำคัญ เจ้าเอริกจะได้เห็นว่านางฟ้ามีจริง เห็นแต่ไปทีไร เดินหนี หรือไม่ก็หลบเข้าในห้องทุกที ทีนี้ล่ะจะได้อ้าปากค้าง

นิกข์นิภารู้สึกว่าแม่ยกยอจนเธอเขินร้อนที่แก้ม ที่จู่ ๆ ก็รู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลว่าตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ใบหน้าของเธอจะกลับมามีปานเหมือนเดิม

แล้วพี่สตีฟกับฌองล่ะคะแม่เธอเปลี่ยนประเด็นลดความฟุ้งซ่านในหัวใจ

 สตีฟแต่งงานแล้ว มีลูกสาวน่ารักหนึ่งคน แต่โชคร้ายภรรยาเพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

จำได้ แม่เคยโทรไปบอก ตอนนั้นนิกข์ติดสอบเลยไม่ได้กลับมางานศพ...เศร้าจังเธอพลอยหมองหม่น

ส่วนฌองเรียนเกี่ยวกับดนตรีที่ฝรั่งเศส…”

สามพี่น้องเธอคิดถึงเอริกมากสุด แต่หวั่นใจเมื่อต้องไปบ้านหลังนั้น เขาคงไม่พอใจมากหากพบเธออีก

ความหวังเล็กๆ คือใบหน้าใหม่ที่ไร้ปานแดง เธออยากเห็นปฏิกิริยาของเขา จะเดินหนี จะต่อว่า หรือจะเดินเข้ามาผลักเธอให้ล้มหงาย

มุกไพลินหยุดพูดชั่วขณะ  สังเกตว่าลูกสาวของตนเงียบฟัง หรืองีบหลับ  จึงลองตั้งถามดู

 ในสามคนนั้นนิกข์คิดถึงใครเป็นพิเศษหรือเปล่า

นิกข์นิภาไม่ตอบ หากผู้เป็นแม่สามารถมองทะลุใจเข้าไปในความฝันของลูกได้ จะกระจ่างขึ้นมาด้วยใบหน้าของชายหนุ่มผู้หนึ่ง...เอริก

เธอหลับแล้ว และกำลังฝันถึงเอริก...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"Thank You"

ฟ้าโปรยฝัน


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha