วิวาห์ชำระหนี้

โดย: ฟ้าโปรยฝัน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

2

 

ทิพย์แก้วนอนไม่หลับแทบทั้งคืน เพราะเอริกไม่กลับบ้าน ติดต่อไม่ได้ ทั้งยังคลาดสายตาจากนักสืบ ที่นอนจึงเหมือนมีไฟสุมเผา อยู่ไม่ติด นอนไม่ได้  จึงเดินไปมาหัวใจว้าวุ่น สมองแบกความวิตกกังวล ความคิดไม่มีทางออก ภาพอดีตผุดโผล่หลอกหลอน สุดท้ายนั่งตาค้างที่โซฟารับแขกต้อนรับอรุณ

สตีฟลงมาเห็นแม่นั่งเหม่อลอยหน้าบึ้ง รู้ทันทีว่ายังไม่นอน และเข้าใจว่าเพราะเหตุอันใด เขาเคยช่วยแม่บอกกับเอริกว่าแม่เครียดหนักในเรื่องนี้ แต่เพราะรักรินรดามาก น้องจึงลำบากใจและเครียดไม่ต่าง

ชายหนุ่มระบายลมหายใจ ก่อนเดินเข้าไปหา แม่ครับทำไมยังไม่นอน

ผู้สูงวัยกว่าสบมองด้วยดวงตาร้าวลึก เอริกไม่กลับบ้าน ปิดเครื่อง

สตีฟนั่งลงข้างๆ กุมมือแม่ อาจจะไปสังสรรค์กับเพื่อนก็ได้เขาพยายามหาเหตุผลมาลดทอนความขุ่นหมองใจของบุพการี...

ไปกับรินรดาน่ะสิทิพย์แก้วขบเขี้ยว มาแชล ไรอัล ภูธัญ แม่โทรหาเพื่อนพวกนั้นหมดแล้ว ไม่มีใครรู้

ตอนบ่ายมีประชุมผู้ถือหุ้นนะครับแม่เขาเปลี่ยนเรื่องในทันที แล้วไม่ได้นอนอย่างนี้จะไหวหรือครับ

ไหวสิ...ถ้าไม่ไหวแม่จะโทรไปบอก

ผมว่าแม่พักผ่อนดีกว่าครับ

ไม่ๆ ถ้าอยู่เฉยๆ แม่เป็นบ้าแน่ จะให้นอนคงนอนไม่หลับ นี่ลูกคงไม่รู้ใช่ไหม น้องชายตัวดีของเราขอแม่นั่นแต่งงานแล้ว เอริกเลือกรินรดา เห็นความเจ็บปวดของแม่เป็นเรื่องล้อเล่นหรืออย่างไร

สตีฟเห็นความสดใสของแม่ลดลง เมื่อรู้ว่ารินรดาคนรักของน้องชายเป็นลูกสาวของคนที่แม่เกลียด

แม่สารภาพกับสตีฟ ไม่ได้อาฆาตหรือปรารถนาจะแก้แค้น เพราะหากไม่มีสองคนนั้น คงไม่ได้มาพบรักกับพ่อและไม่มีพวกเขา แต่ที่ต้องห้ามน้องชายไม่ให้คบหารินรดา เพราะกลัวต้องเกี่ยวดองพวกไร้หัวใจที่เคยทำร้ายให้ตายทั้งเป็น ที่สำคัญกลัวหญิงสาวที่เอริกเลือกจะหักหลังทำร้ายเขา จนตกอยู่ในสภาพแห่งความเจ็บปวดเรื้อรังซ้ำรอยเฉกเช่นเธอเคยถูกพ่อแม่เจ้าหล่อนกระทำ

บรรยากาศยามเช้าเครียดขึง หนูน้อยที่สาวใช้อุ้มลงมาจากชั้นบน เปล่งเสียงใสๆ เจือจางความหนักอึ้งของอารมณ์ขุ่นให้ลดลง

ปราทิเซียหิวข้าว ปราทิเซียหิวข้าว

ครั้นเห็นผู้สูงวัยหน้าบึ้ง หนูน้อยวัยห้าขวบจึงร้องทัก คุณย่าน่าบึ้งทำไมคะ

ย่า...เอ่อ ย่ายิ้มแล้วไงนี่ทิพย์แก้วเปิดยิ้มเพราะไม่อยากให้หลานสาวผู้น่ารักหมองมัวจากการซึมซับรับเอาความทุกข์จากตัว แค่แม่ของหนูน้อยจากไปเมื่อสองปีก่อน ขณะนั้นเธอก็ความไร้เดียงสาเกินกว่าจะเศร้าใจในงานศพแม่ เธอยิ้มแจ่มใสเพราะเป็นเด็กอารมณ์ดี อย่างไม่รู้ว่าต้องกำพร้าแม่ตลอดไป คนเป็นย่าอย่างทิพย์แก้วเห็นแล้วสะทกสะท้อนใจยิ่งนัก

 ปราทิเชียชอบเห็นคุณย่ายิ้ม

แม่ครับทานข้าวดีกว่า โต๊ะอาหารคงจัดเรียบร้อยแล้ว

พาลูกทานเถอะ เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันทิพย์แก้วบอก ขอแม่นั่งคิดอะไรอีกนิดหน่อยก่อน

สตีฟไม่อยากขัดใจแม่ พาลูกสาวตัวน้อยไปยังโต๊ะอาหาร เขาหันกลับมามองแม่อย่างเป็นห่วง พอเรียบร้อยมื้ออาหารเช้า เขากำชับสาวใช้ให้ดูแลผู้เป็นแม่เป็นอย่างดีก่อนออกจากบ้าน

คล้อยหลังลูกชาย ทิพย์แก้วยิ่งอึดอัด ท้ายที่สุดต้องโทรไปหามุกไพลินเพื่อระบาย

ตื่นแต่เช้าเชียว

ฉันยังไม่ได้นอน ฉันทรมานเหลือเกินมุก เมื่อไรมันจะพ้น ๆ ไปจากชีวิตของฉันสักที ฉันเหนื่อย เหนื่อยที่ต้องคิดถึงสิ่งที่พวกมันเคยทำ

ใจเย็นๆ

เมื่อวานก็บอกให้ฉันใจเย็น ใจเย็นไม่ได้แล้ว ต้องรีบ เอริกไม่กลับบ้าน ปิดเครื่อง จะรู้หรือเปล่าว่าแม่ปวดหัวแค่ไหน มีผู้หญิงมากมายในโลกนี้ จะยากดีมีจนหรือรวยล้นฟ้าแค่ไหนไม่ว่า รักเข้าสิ แต่งเข้าไปสิ ขออย่างเดียวอย่าเกี่ยวข้องกับสองคนนั้นทิพย์แก้วระบายความอัดอั้นตันใจ เธอพอจะคิดออกบ้างไหม

คิดออกแล้วมุกไพลินตอบ แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า...

ยังไม่ทันที่คู่สนทนาจะพูดจบ ทิพย์แก้วรีบพูด ฮ้า!...ว่าไงนะ เธอคิดออกแล้วเหรอจากน้ำเสียงหม่นๆ กลายเป็นความกระตือรือร้นดีใจ ยังไงๆ บอกฉันมาเลย

เอ่อ...น้ำเสียงของมุกไพลินเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ ให้ลูกเราแต่งงานกัน

ทิพย์แก้วเงียบชั่วประเดี๋ยว เมื่อวานฉันก็เสนอแล้ว เธอเองไม่ใช่เหรอที่บอกว่าไม่ได้ เด็กทั้งสองไม่รักกันจะแต่งงานและอยู่ด้วยกันได้อย่างไร

 ฉันก็มีเหตุผลของฉันมีใบหน้าของรภัทรลอยเข้ามาในความคิด อีกอย่างหากครอบครัวเราเกี่ยวดองกันก็น่าจะดี แต่สิ่งที่ฉันกังวล เอริกที่ไม่ชอบยัยนิกข์ และตอนนี้เขาก็มีคนรักอยู่แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วหากจะบอกให้ลูกเราแต่งงานกัน จะทำอย่างไร อะไรคือเหตุผล

 เอาอย่างนี้สิ ให้ใครเป็นหนี้เหมือนในละคร หรือในนิยายน้ำเน่าก็ได้ ที่ต้องชดใช้หนี้ ด้วยการต้องแต่งงานด้วย แม้จะไม่รักก็ตาม แต่สุดท้ายทั้งสองก็จะรักกันเอง จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเสมอหัวใจเปี่ยมความหวังดั่งแสงไฟทำลายความมืดของการไร้ร้างทางออกบางส่วน

แต่นี่มันชีวิตจริงนะพูดอย่างไม่แน่ใจในข้อเสนอ หากก็เหมือนจะคล้อยตาม แล้วใครจะเป็นหนี้ใคร

ในละครหลังข่าวหรือนิยายน้ำเน่าส่วนใหญ่ผู้หญิงจะเป็นหนี้ผู้ชาย

สมมติว่าฉันเป็นหนี้ ลูกสาวฉันต้องแต่งานกับลูกชายเธอ มันเหมือนจะง่าย แต่ถ้าลูกเธอไม่เอาการใช้หนี้เป็นการแต่งงานล่ะ จะเอาเป็นเงิน ทีนี้จะทำอย่างไร

จริงสิ ลูกฉันอาจจะเป็นอย่างที่เธอว่าเธอคิดได้ว่าวิธีการดังกล่าวอาจจะเป็นการประมาทต่อความคิดลูกตัวเองมากเกินไป แต่แล้วทิพย์แก้วก็คิดบางอย่างออก เอาอย่างนี้แล้วกัน ให้ฉันเป็นหนี้เธอ เพื่อใช้หนี้ ฉันต้องยกต้องลูกชายให้แต่งงานกับลูกเธอ

แล้วเธอต้องเป็นหนี้ฉันเท่าไหร่มุกไพลินตั้งข้อสังเกต ลูกชายเธอถึงจะยอมมาแต่งงานกับลูกสาวฉัน และถ้าเขาสงสัยว่า ทำไมไม่ใช้เป็นหนี้เป็นตัวเงินแทนการแต่งาน เธอจะให้ตอบหรือยุติความสงสัยนั้นได้อย่างไร

ฉับพลันทิพย์แก้วคิดได้ ก็เป็นหนี้ให้มากที่สุด เกินกว่าฉันจะชดใช้หนี้หมดได้ ประมาณว่าหนี้มากมายก่ายกอง แม้จะขายกิจการธุรกิจทั้งหมดก็ยังไม่สามารถใช้หนี้ได้หมด

สักเท่าไหร่ดี

ห้าพันล้าน

ห้าพันล้านตกใจในยอดหนี้อุปโลกน์ จะบ้าเหรอหนี้ห้าพันล้าน เยอะเกินไป ลูกเธอจะเชื่อหรือ

เราก็ปลอมเอกสารการกู้เงินขึ้นมาสิ เอาประมาณว่าฉันเป็นหนี้เธอมาตั้งแต่สมัยที่ฟาบริชยังอยู่ฮันนี่ ฉันขอโทษด้วยนะ แต่มันจำเป็นจริงๆ…” เปลี่ยนมาพูดกับสามีคู่ชีวิตผู้ล่วงลับไปแล้วชั่วขณะ ลายเซ็น
ฟาบริชฉันเซ็นได้เหมือนมาก เราต้องปลอมแปลง ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว วิธีการนี้น่าจะผูกมัดลูกชายของฉันให้อยู่หมัดได้ ถ้าเขาไม่ยอมแต่ง เธอก็จะยื่นคำขาดในการฟ้องล้มละลาย

อีกข้อสงสัยหนึ่ง ถ้าลูกเธอถามว่า ทายาทแบร์นาร์ดมีตั้งสามคน ทำไมต้องเป็นเขาแต่งงาน คนโตหรือคนเล็กไม่ได้หรือ

ถ้าอย่างนั้นต้องไม้ตาย ฉันจะบอกว่าทางเจ้าหนี้ระบุว่าต้องเป็นเอริกเท่านั้น ส่วนถ้ายังถามอีกว่าทำไมต้องเป็นเขา จะตอบว่าหล่อ ล่ำ เก่ง ดี อะไรก็ว่าไป แล้วแต่เธอระบุสเปกของลูกหนี้

แต่...

 หรือลูกสาวเธอมีคนรักอยู่แล้ว

เปล่า ๆมุกไพลินปฏิเสธพร้อมกับนึกถึงใบหน้าของรภัทร ถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่างลูกสาวของเธออาจจะมีสามีเป็นผู้หญิงด้วยกัน

 เพราะลูกสาวเธอก็ไม่ได้รักลูกชายฉันใช่ไหม... เธอกลัวว่าถ้าไม่รักกันแล้วมาแต่งงานกัน มันจะไม่จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในละครหรือในนิยายก็ได้

 ถ้าฉันสงสัยว่านิกข์นิภาแอบชอบเอริกอยู่ล่ะ...พูดออกไปอย่างไม่แน่ใจ

มุกไพลินไม่แน่ใจว่า ลูกสาวของเธอจะรักรภัทรแบบไหน เพื่อน หรือมากกว่านั้น พอๆ กับไม่แน่ใจว่า ความรู้สึกดีๆ ที่ลูกสาวเคยมีต่อเอริกตอนเป็นเด็ก จะมีอยู่ หลงเหลือ หรือเพิ่มขึ้นจากเดิมหรือเปล่าเมื่อโตขึ้นมา

แต่สิ่งที่สะดุดหูและสะดุดใจอย่างแรงเกิดขึ้นกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นเสียงละเมอของลูกสาวที่ว่า นิกข์นิภารักเอริก เอริกรักนิกข์นิภา

ไม่ใช่ครั้งเดียว หลายครั้งหลายหน

อย่างนั้นก็ดีเลย…” น้ำเสียงทิพย์แก้วลิงโลด

เราอาจจะผูกมัดกายเขาให้มาแต่งงานได้ แต่หัวใจเขาล่ะ

แค่ลูกสาวเธอมีใจก็เพียงพอแล้ว ต่อมาเดี๋ยวคุณแม่ว่าที่สามีคนนี้จะช่วยผลักดันเอง และถ้าลูกเธอจะมีความพยายามที่จะทำให้เอริกหันหนีจากรินรดามารักได้ก็จะยิ่งดีไปกันใหญ่ งานนี้ฉันล่ะนึกถึงสุภาษิตคำไทยที่ว่าเรือล่มในหนองทองจะไปไหนเธอคิดคำพูดที่จะพูดออกมาอย่างสะใจ ดีกว่าจะให้เรือขนทองอันมั่งคั่งของลูกฉันไปอับปางลงที่ส้วมหน้าบ้านของคนเลวพวกนั้น

 

 

บ้านพ่อกับแม่ของรินรดาอยู่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งชานเมือง เมื่อจอดรถไว้หน้าบ้าน รินรดาในชุดมิดชิด สวมแว่นตาใส่ดำ ใส่หมวกพราง มองซ้ายมองขวาลงจากรถมาอย่างระมัดระวัง มองลอดผ่านลวดลายประตูเหล็กดัดเข้าไปในบ้าน เงียบเชียบราวร้างไม่มีใคร อยากตะโกนเรียก แต่กลัวบ้านใกล้เรือนเคียงออกมาเห็นว่านางแบบระดับประเทศมาบ้านหลังนี้

จากความสวยโดดเด่น ท่วงท่าการเดินเปี่ยมเต็มความมั่นใจ การตอบคำถามเฉลียวฉลาด ทำให้รินรดาชนะเลิศการประกวดซุปเปอร์โมเดลเมื่อเกือบสองปีก่อนขาดลอยไม่ค้านสายตาใคร ชื่อเสียงมีมาชั่วข้ามคืน

ขณะเดียวกันวงการมายาทำให้ชีวิตส่วนตัวเธอไม่เป็นส่วนตัวอีกต่อไป ความลับต่างๆ ถูกขุดคุ้ย นอกเหนือจากที่เปิดเผยต่อสื่อต่างๆ ก่อนหน้า อย่างกรณีเคยให้สัมภาษณ์ว่า เธออยู่กับแม่สองคน แม่มีอาชีพค้าขาย พอข่าวรุกเร้าหนักว่าแท้ที่จริงแล้วเธอคือลูกของบ้านหลังนี้ อยู่มาตั้งแต่เกิดจนจบมัธยมปลาย มีคนถ่ายภาพบ้านและนำรูปเธอในชุดนักเรียนไปโพสต์ลงอินเตอร์เน็ต เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา

เพื่อแก้ต่าง รินรดาพาทุกคนที่เกี่ยวข้องไปออกรายการทีวี นัดหมายกับพ่อแม่ที่แท้จริง และป้าที่อุปโลกน์ว่าเป็นแม่ จะต้องให้สัมภาษณ์อย่างไร 

พ่อแม่ของเธอต้องบอกว่า มอบเธอให้เป็นลูกของป้าตั้งแต่เด็กๆ เพราะอยากให้มีอนาคตที่ดีกว่า โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ เพิ่งมารู้ความจริงเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ส่วนฝ่ายแม่อุปโลกน์ให้สารภาพทั้งน้ำตาว่าเป็นความผิดของเธอเองที่ไม่ได้บอกลูก เพราะกลัวจะเสียลูกไป ทั้งหมดร่วมร้องไห้กันบนเวทีเรียกความเห็นใจ

ส่วนข้อแก้ต่างอื่นๆ เธอมั่นใจในการให้ความกระจ่าง ข่มพิรุธไว้สุดกู่ อย่างเรื่องโรงเรียน เธอบอกว่าเรียนที่นั่นจริง ก่อนย้ายตามแม่มาอยู่ที่อื่น ส่วนเรื่องมีคนเห็นเธอที่บ้านหลังนี้ตั้งแต่เด็กๆ เธอยิ้มแย้ม กลบเกลื่อนความว้าวุ่นในการนึกคำตอบ จนได้ทางออกง่าย ๆ ที่ว่า อาจจะเป็นคนละคน ฝ่ายผู้เป็นพ่อแม่ก็ยืนยันไม่เคยมีเธออยู่ จะมีก็แค่สี่คน พ่อ แม่ น้องสาววัยแปดขวบ และยายผู้สูงวัย

นอกจากนั้นยังมีประเด็นฉาวที่ว่า เด็กหญิงที่อยู่บ้านหลังนี้เป็นลูกสาวของเธอ ที่ตอนมอปลายใจแตกตั้งท้องกับเพื่อนร่วมชั้น เธอยืนยัน คือน้องสาวพ่อแม่เดียวกัน ไม่ใช่ลูก ที่อายุห่างถึงสิบเจ็ดปีเพราะเป็นลูกหลง

หลังออกอากาศ หลายคนเห็นใจ พร้อมๆ กับหลายคนบอกว่า เธอน่าจะเป็นนักแสดงละครมากกว่า แต่งานนี้เธอต้องจ่ายเงินให้ทั้งแม่อุปโลกน์ และพ่อแม่ที่แท้จริงหลายล้าน แลกกับการถูกตราหน้าว่าเป็นนางแบบลวงโลก

ยายจ๋าพี่มาแล้ว พี่รินมาแล้วภัสสราเด็กหญิงวัยแปดขวบวิ่งออกมาจากข้างใน เธอผอมกว่าครั้งที่เห็นคราวก่อน

ว่าไงดื้อหรือเปล่าว่าพลางเดินเข้าทางประตูเล็กที่เด็กน้อยเปิดให้ ภัสสราโผเข้ากอดเธอในทันที เธอเอามือลูบศีรษะของคนในอ้อมกอด

ครอบครัวของเธอประกอบไปด้วยพ่อแม่ ยาย เธอ และลูกสาวที่เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เพราะเป็นคนผอมท้องจึงไม่โตมาก ไม่มีใครสังเกต เธอคลอดลูกในช่วงปิดเทอมพอดี  พร้อมๆ กับแม่ของเธอซึ่งตั้งท้องเช่นกัน แต่เพราะอายุมาก ครรภ์ของแม่เธอไม่สมบูรณ์จึงแท้ง ลูกสาวของเธอจึงถูกแจ้งเกิดโดยมีพ่อกับแม่เป็นผู้ให้กำเนิด เปิดเทอมมาเธอไปโรงเรียนตามปกติ ยายเป็นคนช่วยเลี้ยงดู ชาวบ้านก็ไม่เอะใจ คิดว่าเป็นลูกของพ่อแม่จริงๆ

เป็นเด็กดีอยู่แล้ว พี่รินมั่นใจได้รู้สึกปวดใจที่ลูกต้องเรียกเธอว่าพี่ อยากเปิดเผย แต่กลัวความรู้สึกลูก 

เดินเข้าบ้าน ภายในหมองโทรมไม่ต่างภายนอก นี่หรือบ้านนางแบบผู้เลอโฉมเคยอยู่ ข้าวของระเกะระกะ เงินที่ส่งมาเพื่อปรับปรุงและใช้จ่ายละลายหายในบ่อนการพนัน การพนันคือชีวิตของพ่อกับแม่เธอ

สงสารลูกสาวและผู้เป็นยายจับใจ ครั้งหนึ่งเคยพาทั้งสองไปอยู่ที่อื่น เพราะทนพฤติกรรมพ่อกับแม่ไม่ไหว แต่ทางเลือกสุดท้ายคือต้องกลับมา เพราะถูกขู่จะเปิดโปงเรื่องเสียๆ ของเธอทุกอย่าง มีหลายเรื่องที่สามารถทำลายอนาคตเธอให้พังย่อยยับได้ หนึ่งในนั้นคือ เรื่องของภัสสรา ลูกที่เกิดจากความใจแตกของเธอ

ครั้งนั้นเธอหลงรักผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นรุ่นพี่มัธยมหกมาก ด้วยความซื่อและจริงใจจึงถูกคนเลวหน้าหยกหลอกให้เธอยอมทำในสิ่งที่เขาต้องการ สุดท้ายพอเกิดมีลูกขึ้นมา เขาก็ไม่รับผิดชอบ เขาเรียนจบและขาดการติดต่อ ลูกจึงกลายมาเป็นสมบัติของเธอแต่เพียงผู้เดียว

เมื่อเห็นผู้สูงวัย จึงยกมือไหว้ สวัสดีจ้ะยาย

ยาย...ภัสกับพี่รินใครสวยกว่าลูกสาวในคราบน้องสาวพูด โตขึ้นภัสจะเป็นนางแบบเหมือนพี่ริน

เธอรู้ดีว่า ที่พ่อกับแม่ต้องการให้ยายและลูกสาวเธอยังคงอยู่ที่บ้านหลังนี้ เพราะรู้ว่าเธอรักทั้งสองมาก จึงใช้เป็นเครื่องต่อรองให้เธอทำในสิ่งที่ทั้งสองต้องการเสมอ ไม่ว่าเป็นการรีดไถเงิน หรือว่าส่งเธอไปเป็นคนล้างหรือประนอมหนี้กับเสี่ยเจ้าของบ่อน

ภัสสวยกว่าพี่อยู่แล้วเอามือลูบหัวคนตัวเล็ก ให้โต
กว่านี้ก่อนพี่จะรับไปอยู่ด้วย แล้วพี่จะสนับสนุนน้องพี่เป็นนางแบบ

พูดกับลูกสาว พลางมองหาสองคนที่บางทีเธอคิดว่าพวกเขาใจร้ายเหลือเกิน

 พวกมันไม่อยู่หรอก พากันไปในที่ที่มันชอบไป กินนอนอยู่นั่น หมดเงินก็กลับมา ขูดรีดลูกสาว ได้ใหม่ก็ไปอีก วงจรอุบาทว์ ไม่รู้หัวใจมันทำด้วยอะไร ถึงได้ใจร้ายนักผู้สูงวัยพูดอย่างแค้นเคือง

ฟังอย่างหดหู่  รินรดาชำเลืองมองภัสสรา ไม่อยากให้เด็กน้อยรับรู้และยิ่งเศร้าไปอีก จึงหาเรื่องอื่นคุย ทว่ายินเสียงบางอย่างดังออกมาจากร่างกายของหนูน้อย เสียงอะไร

คงหิวข้าว ไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เมื่อวานแล้วผู้สูงวัยให้ความกระจ่างด้วยน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ เงินที่รินให้ยายไว้ซื้อข้าวและเป็นค่าขนมของภัสสราสองคนนั้นขโมยไปหมดแล้ว

เจ็บปวดจนน้ำตาซึม รินรดาข่มเหงความรู้สึก เกรงจะปล่อยโฮต่อหน้าลูกสาว โดยคิดขึ้นมาทันที จะต้องพาลูกสาวและยายออกไปกินมื้อเช้าลดทอนความหิว แต่ทันใดนั้นพ่อกับแม่ของหญิงสาวก็กลับมาถึง

มาพอดีเลย ขอเงินเข้าบ่อนหน่อยสิเป็นคำทักทายแรกที่มงคลพูดขึ้น ผู้เป็นลูกสาวได้ยินเจ็บปวดกับคำพูดพ่อ จนเผลอกำมืออย่างลืมตัว

 รินไม่มีเงินหรอกแม่เธอตัดบท ก็เพิ่งจะกลับมาจากบ่อนไม่ใช่เหรอ

ก็เสีย อยากกลับไปแก้มือมงคลพ่อตะคอกใส่ พร้อมทั้งแบมือออกมา เอาเงินมาให้ดีๆ ดีกว่า

 เป็นนางแบบประสาอะไรไม่มีเงินกรองกานต์ประชดขึ้น

ทั้งมงคลและกรองกานต์คล้ายมีผีพนันจอมวายร้ายสิงร่างอยู่ โดยไม่ได้เห็นใจผู้เป็นลูก หรือสนใจเด็กน้อยที่มีสีหน้าคล้ายกำลังจะร้องไห้เพราะสงสารหญิงสาวกับผู้สูงวัยที่ยืนอยู่อย่างรู้ดีถึงพูดห้ามปรามไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะมงคลกับกรองกานต์ไม่เคยฟังใคร ถ้าจะเอา ก็คือจะเอาให้ได้

ก็ตอนนี้รินไม่มีจริงๆเธอสำทับในสิ่งที่พูดไปแล้ว  

เอามา...มือที่แบของมงคลเขย่าเร่งเร้า สายตามองไปที่กระเป๋าถือราคาแพงที่คล้องแขนของหญิงสาว

แกก็ปอกลอกแฟนมาสิกรองกานต์เสนอ            

ร่างทรงของผีพนันรู้จากสื่อว่าเอริกลูกชายของทิพย์แก้วเป็นแฟนกันกับลูกสาวของตัวเอง โดยที่กรองกานต์เคยบอกกับลูกสาวว่า จะไปแนะนำตัวต่อเอริกในฐานะพ่อแม่ของแฟนได้รู้จัก แต่ถูกรินรดาห้ามไว้ด้วยเงินก้อนใหญ่พอที่จะเข้าบ่อนได้ หมดจากข้ออ้างเรื่องไปพบเอริกเมื่อไม่มีเงิน ก็จะมีข้อเสนอใหม่เกิดขึ้นอีก...นางแบบสาวรู้สึกว่า มันจะไม่จบไม่สิ้นจนกว่าเธอจะตายจากโลกนี้ไป

แค่สิ่งที่พ่อกับแม่เคยทำไว้กับแม่ของเขาไว้” ยิ่งพูดยิ่งเจ็บปวด “มันก็ทำให้ความเป็นคนรักของเราสั่นคลอนเหลือเกิน นี่จะให้เอานิสัยหวังจะเอาแต่เงินแบบนั้นมาใช้ ความรักหนูพังแน่ หนูแต่งงานกับเขาไม่ได้แน่

พูดถึงเรื่องทิพย์แก้วขึ้นมา สะใจโว้ยปลายประโยคตะโกน กรองกรานต์ไม่สนความรู้สึกลูกเลยสักนิด ที่ได้เห็นมันล่มจมในคราวนั้น โอ๊ย...ฉันมีความสุขน้ำเสียงเปลี่ยนไปเมื่อคิดบางอย่างออก แต่ตอนนี้มันมั่งคั่งกลับมาแล้ว เป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องไปปอกลอกทั้งโคตรมันมา

แต่หนูรักเอริกจากใจจริง

แล้วแกไม่รักฉันหรือไงกรองกรานต์ขึ้นเสียง

พ่อแม่ถามตัวเองดีกว่าเคยรักรินบ้างไหมเธอขึ้นเสียงบ้าง มองทั้งสอง ก่อนจะหันไปมองภัสสรา ที่กำลังจะร้องไห้และผู้เป็นยายที่สีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดี

ยายคะ ยายพาภัสไปซื้อขนมที่ร้านชำก่อนเถอะ รินไม่อยากให้อยู่ฟังมันปวดหัวเปล่าๆเธอหยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทให้ สองคนที่เธอเพิ่งขึ้นเสียงใส่มองตาเป็นมัน

ให้แต่ลูก...มงคลพูดขึ้น รินรดาหันไปถลึงตาใส่ เป็นการห้ามปรามว่าไม่ควรพูดในสิ่งนั้น มงคลเฉเป็นอื่น ให้แต่ลูก...ฉัน อย่าลืมให้ฉันบ้างล่ะ

เมื่อไรพ่อกับแม่จะเลิกเล่นการพนันรินรดาพูดขึ้นเมื่อเห็นคนสองวัยเดินลับไป

จนกว่าฉันจะรวยกรองกานต์ว่า

ถ้าเอาเงินที่เคยเสียมารวมกัน พ่อกับแม่คงกลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว

อยากรวยกว่านั้นสายตามงคลยังคงจดจ้องไปที่กระเป๋า อย่างคาดหวังว่าภายในนั้นจะมีเงินมากพอให้ได้ถอนทุน

รวยเท่าไรถึงจะพอรินรดาเสียงสั่น

รวยกว่าทิพย์แก้วผู้เป็นแม่บอก

เล่นให้ตายก็ไม่มีทางรวย มีแต่เสียกับเสีย ล่มจมกับล่มจม พ่อแม่ล่มจมคนเดียวเสียเมื่อไร รินก็ล่มจมไปด้วย ลูกริน อีกยายล่ะ พลอยล่มจมกันไปด้วยหญิงสาวโกรธจัดท้ายเสียงตะคอกใส่ ทำไมไม่รู้จักคิด

เผียะ!

กรองกานต์ฟาดฝ่ามือใส่หน้าลูกสาวอย่างแรง หน้าบางหันตามแรงกระทบ ความเจ็บซ่านผิวเนื้อหรือจะมีอานุภาพเท่าหัวใจเจ็บที่เจ็บซ้ำ

ผู้เป็นแม่โกรธเลือดขึ้นหน้า หงุดหงิดเพราะเสียพนันเสียมา ยังมาเจอลูกสาวปากดีอีก

คิดว่าเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียงแล้วจะมาด่าแม่อย่างฉันได้นะ ฉันแบกท้องแกกี่เดือนต่อกี่เดือน เบ่งแกเกือบจะขาดใจตายกว่าจะออกมาได้ เลี้ยงกว่าจะโต เลี้ยงให้มาด่าฉันอย่างนี้น่ะเหรอ ทำไมไม่รู้จักคิดกรองกานต์ย้อนศรคำลูก

รินรดาทรุดล้มลงกับพื้น จังหวะนั้นผู้เป็นพ่อฉวยกระเป๋าไปรื้อค้นอย่างสิ้นไร้ความกระดากอาย เงินสดในกระเป๋ามีอยู่ประมาณห้าหมื่นบาท เงินดังกล่าวรินรดาตั้งใจจะนำมาให้ยายใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นกับลูกสาว

 แค่นี้เองเหรอวะ เล่นตาเดียวก็หมดแล้วผู้เป็นพ่อพูดอย่างผิดหวัง

เอาเถอะนา...ไปอาบน้ำเดี๋ยวออกไปใหม่กรองกานต์พูดอย่างไม่ได้แยแสลูกสาวที่ร้องไห้อย่างอดสูที่พื้น วันนี้ได้ตบคนหวังว่าคงจะดวงดี 

ทั้งสองเดินขึ้นบ้านราวไม่มีอะไรขึ้น บุพการีผีพนันช่างใจร้ายนัก ไม่สงสารเธอเลยหรือไร บางทีแค่การตบเพียงฉาดเดียวอาจจะยังทำให้รินรดาเจ็บปวดได้ไม่มาก ไม่สาสมใจ ผู้เป็นแม่จึงหันมามอบความเจ็บปวดเพิ่ม

อ้อ ลืมบอกข่าวดีไป เย็นนี้ไปหาเสี่ยสมโภชน์ด้วย เมื่อคืนฉันกับพ่อแกเล่นเสียสามล้าน

เหมือนใจโดนฟ้าผ่าเป็นร้อย ๆ ครั้ง เมื่อได้ยินชื่อเสี่ยสมโภชน์ ผู้ที่เป็นเจ้าของบ่อนขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ หากพ่อแม่ของเธอไม่ไปเสียพนันที่บ่อนประเทศเพื่อนบ้าน ก็มักจะเสียที่บ่อนของเสี่ยสมโภชน์ เวลาเสียทีก็เป็นหลักล้าน สิบล้านก็เคยเสียมาแล้ว

โชคดีของพ่อแม่อย่างหนึ่งที่เสี่ยสมโภชน์ไม่ให้ใช้หนี้เป็นตัวเงิน แต่โชคร้ายอย่างใหญ่หลวงตกถึงเธอ ที่สามารถชำระหนี้เป็นร่างกายได้ตามกฎหมายที่ตั้งขึ้นด้วยตัณหาของเสี่ยสมโภชน์ เขาผู้หลงใหลในความงามของเธอ หลายงวดแล้วต้องสังเวย ครั้งนี้สามล้านคงเช่นเดียวกัน

รินรดาเครียดหนักจนต้องกรีดร้อง ไม่ไป...

ถ้าแกไม่ไปแม่ใจร้ายของเธอยื่นคำขาด ฉันจะส่งลูกสาวแกไปแทน

รินรดากำหมัดข่มใจอดทน แทนที่วันนี้จะมีความสุขต่อเนื่องมาจากเมื่อวานที่เขาขอเธอแต่งงาน ที่มาวันนี้ เพียงอยากเอาหน้าอิ่มเอมมาให้ลูกเห็น แม่อย่างเธอกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายที่รวยล้นฟ้า แม้แต่งงานแล้วจะไม่สามารถเปิดเผยสถานะที่แท้จริงได้ แต่ด้วยคราบของน้องสาว รินรดาจะสามารถดูแลลูกสาวให้สุขสบายได้

 ไม่อย่านะ...ไปก็ได้...ไปก็ได้ ฮือๆเธอรีบรับปาก

 คิดว่าการนอนกับเสี่ยสมโภชน์เป็นการตอบแทนคุณพ่อแม่ก็แล้วกันพ่อของเธอช่างใจดำเหลือเกิน

เรื่องร้ายๆ มาหาเธอต่อเนื่อง สาหัสสากรรจ์กับประสบการณ์เลวร้าย ป้าที่เธออุปโลกน์ว่าเป็นแม่ ทำให้เธอรู้จักคำว่าผู้หญิงขายตัว แม้จะไม่กี่ครั้งกับนักการเมืองผู้มีชื่อเสียงระดับประเทศคนเดียว แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกรังเกียจตัวเองนัก รู้สึกถึงความสกปรกที่ต้องมาหลับนอนกับชายแก่ที่ไม่ได้รัก อายุคราวพ่อตัณหากลับ

โชคดีเรื่องการเป็นนางบำเรอของเธอถูกเก็บเร้นเป็นอย่างดี เพราะนักการเมืองคนสำคัญดังกล่าวให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของตนและครอบครัวที่มีหน้ามีตาทางสังคมเป็นพิเศษ

เมื่อก้าวเข้าสู่วงการนางแบบ เธอพยายามลบล้างลืมเลือนความทรงจำร้ายๆ และเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก เธอเป็นคนรักเดียวใจเดียว ตอนคบหากับชายที่ทำให้ท้องในวัยเรียน เธอแสนจะรักมั่นอย่างไม่เคยคาดคิดว่า เขาจะไม่รับผิดชอบและทอดทิ้งหนีเธอกับลูกไป

จนเมื่อมาพบเอริก เธอก็ไม่คิดว่าจะรักและมอบกายมอบใจให้ใครอีกแล้ว แต่พ่อกับแม่เธอทำทุกอย่างพัง ยัดเยียดและตอกย้ำราวกับตอกตรึงเธอไว้กับหลุมศพแห่งความทรงจำร้าย ๆ หญิงสาวถูกแทนค่าเป็นเงินตรามีมูลค่าเพื่อชดใช้หนี้พนันที่ค้างจ่ายเสี่ยสมโภชน์หลายครั้งต่อหลายครั้ง

ทุกครั้งที่ต้องปรนเปรอสวาทให้กับเสี่ยแก่ๆ เจ้าของบ่อน ความรู้สึกไม่ต่างกับโดนทาบทับโดยนักการเมืองสูงวัย แสนเจ็บปวด ยิ่งคับแค้นไปถึงป้าที่เธอเคยเคารพรัก แต่หักหาญน้ำใจด้วยการขายเธอ ราวสินค้า ไม่มีหัวใจ แม้จะผู้ที่ขายจะจากโลกนี้ไปเพราะอุบัติเหตุเมื่อครึ่งปีก่อน การอโหสิกรรมให้ก็เป็นเรื่องที่ยากยิ่ง

พ่อกับแม่ไม่แตกต่าง ทั้งเป็นผู้ให้กำเนิดและฆ่าแกงให้ตายทั้งเป็นในเวลาเดียวกัน บางทีที่ถูกเสี่ยสมโภชน์ระบายตัณหา เธอรู้สึกอย่างปวดร้าวว่า กำลังเป็นซากศพที่หายใจได้ และการหายใจอยู่ช่างทรมาน

รินรดาร่ำไห้ร้าวราน เหมือนเป็นตมไม่ใช่ดาว หรือไม่ก็โสเภณีชั้นต่ำไม่ใช่นางแบบผู้มีชื่อเสียง แต่เมื่อนึกถึงภัสสราก็บอกใจให้ทน อีกไม่นานจะได้แต่งงานกับเอริก เขาจะดูแลและฉุดดึงเธอขึ้นจากอเวจี ภัสสราจะมีอนาคตสดใส และเพื่อให้ได้แต่งงานกับเอริก เธอจะทำทุกอย่าง กำแพงอย่างทิพย์แก้วมีหรือจะกีดกันได้

 

 

ทิพย์แก้วมาถึงบริษัทช่วงสาย พนักงานที่เห็นต่างตกใจในสีหน้า เธอเดินเร็วเข้าห้องกรรมการบริหารของ เอริก แบร์นาร์ด เลขาฯ หน้าห้องเปิดประตูให้โดยไม่ทันได้บอกกล่าวผู้เป็นนายที่กำลังนั่งเซ็นเอกสารก่อน

 ทำไมไม่กลับบ้านจ้องมองเขม็งตาเขียวเค้นคำตอบจากลูกชาย ราวกับเขาเป็นเด็กชายที่ชอบหนีออกจากบ้านไปเถลไถล

มองท่าทีแม่ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนๆ ต้อนรับการมาถึง แม่เอ่อผมไปสังสรรค์ ดึกเลยค้างบ้านเพื่อนมา

 คอนโดรินรดาล่ะสิพูดเน้นคำ น้ำเสียงไม่พอใจ แม่บอกให้เลิกกับแม่นั่นตั้งนานแล้ว ทำไมไม่เลิก ทำไมไม่เชื่อ จะให้แม่อกแตกตายก่อนใช่ไหม 

 แต่ผมรักเธอเขาอ้างถึงเหตุผลเดิมๆ ที่ยังคงฝืนคำแม่

 ผู้หญิงมีมากมายในโลก เลือกคนอื่นได้ไหม แม่ขอไว้อย่างเดียวอย่าเกี่ยวข้องกับพวกที่เคยฆ่าแม่ให้ตายทั้งเป็น แม่เกลียดมันเข้าใจไหมผู้เป็นแม่เสียงดัง แต่ลูกก็ยังยืนยันที่จะรักมัน คบมัน เห็นแม่อยู่ในสายตาไหมความอัดอั้นเต็มอก ระบายออกมากเท่าใด น้ำเสียงก็ยิ่งเพิ่มเท่านั้น อยากเห็นแม่ตายลงต่อหน้าหรือยังไง

 แม่ก็ถามหาแต่ความเข้าใจจากผม แม่เคยเข้าใจผมหรือเปล่าเขารู้สึกผิดที่มีอารมณ์โมโหต่อบุพการี แต่เกินจะหักห้ามได้ในทันที ที่ผ่านมาผมเชื่อฟังแม่ตลอด เป็นลูกที่ดี ให้ทำอะไร เรียนอะไร ผมไม่เกี่ยง ผมมีความสุขที่ได้ทำเพื่อแม่ แต่ขอทำเพื่อตัวเองสักครั้ง ผมรักรินรดา

ผู้เป็นแม่เบือนหน้าหนี

 ผมรักเธอนะครับแม่ ผมกำลังจะ...ยังไม่ทันจะจบประโยค อีกฝากพูดไว

 แต่งงาน...เธอหันกลับมามองลูก น้ำตาเริ่มเอ่อเบ้าคลอตา ไม่มีทางหรอก อย่าหวัง

 แม่รู้... ผมยังไม่ได้บอกใคร 

 ฉันมีหูตา

 แม่ส่งนักสืบตามผมทุกฝีก้าว…” ชายหนุ่มยืนขึ้น เขารู้มานานแล้ว ดีครับจะได้รู้กันว่าผมรักเธอแค่ไหน ผมกำลังจะแต่งงานกับเธอ ผมจะบอกนักข่าว    

ข้ามศพฉันไปก่อนน้ำตาทิพย์แก้วไหลริน มีงานแต่งได้ แต่จัดงานศพฉันด้วยเลยดีไหม

แม่…” ชายหนุ่มอึ้งในคำพูดและสายน้ำตาบุพการีแม่กำลังโกรธอยู่ ใจเย็นก่อน แล้วเราค่อยคุยใหม่

ชายหนุ่มกำลังจะเดินออกจากห้อง ทิพย์แก้วพูดขึ้น ฉันจะให้แกแต่งงานกับคนอื่น

เขาชะงักงัน แต่งงานกับคนอื่น…”

ใช่ แกต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่รินรดาทิพย์แก้วสำทับ

ผมไม่ยอมถูกคลุมถุงชนแน่ แม่ครับนี่มันสมัยไหนแล้ว

ไม่ใช่การคลุมถุงชน แต่เป็นหน้าที่แกที่จะช่วยเราทุกคนทิพย์แก้วปาดน้ำตา เรากำลังแย่ แกเท่านั้นช่วยได้

ผมงงไปหมดแล้วครับแม่

แกต้องแต่งงานกับลูกสาวน้ามุก...นิกข์นิภา

นิกข์นิภา ชื่อนี้เขาเริ่มชัดเจนในความทรงจำ เป็นชื่อของเด็กผู้หญิงหน้าปานแดงที่เขาเกลียด

ที่หน้ามีปานน่ะเหรอ ผมเกลียดจะตายน้ำเสียงของเขาส่อแสดงความเกลียดชังออกมาจากก้นบึ้ง เขาไม่เคยที่จะอยากรู้จักหรือพูดคุย นี่ต้องมาแต่งงานด้วย ไม่มีทาง

ตอนนี้หนูนิกข์ไม่มีปานแล้ว

เอริกเกลียดนิกข์นิภาจนไม่อยากนึกถึงหน้า เขาลืมไปแล้ว แม้แม่เขาจะบอกไม่มีปาน แต่หน้าเด็กผู้หญิงที่โผล่มาในความคิดของเขายังมีปานอยู่ ยังคงอัปลักษณ์

เด็กหญิงจากสถานสงเคราะห์ที่ชอบส่งแววตาเศร้าเรียกร้องความเห็นใจ เอริกแสนชัง คงเป็นสายตาน่ารังเกียจคู่นั้นกระมังที่ออดอ้อนแย่งความรักจากน้ามุกไพลินไปจนหมด ตอนเด็กๆ ที่น้ามุกไพลินยังไม่มีลูกบุญธรรม เขาติดมุกไพลินมาก เหมือนแม่คนที่สอง เขาอยากได้อะไรก็มักซื้อให้ เมื่ออ้อนแม่ไม่ได้ ผู้เป็นน้าก็มักจะตามใจ

ยิ่งเมื่อนิกข์นิภามาแอบส่งของที่แสดงถึงความรักความคิดถึงให้เขาในช่วงเรียนมัธยม โดยลงท้ายชื่อว่า กุหลาบสีแดงแท้ที่จริงแล้วคือ ปานแดงจนถูกเพื่อนล้อเลียนให้ใจว้าวุ่น จากความไม่ชอบระดับหนึ่ง ลุกลามกลายเป็นความเกลียดชังใหญ่โต

ถึงไม่มีปานก็ไม่แต่งาน แม่จะให้ผมแต่งานกับคนที่ไม่รักได้ยังไง ชีวิตคู่นะแม่ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่ได้เป็นเหมือนละครน้ำเน่าในทีวี ไม่มีการคลุมถุงชน ถ้าเป็นอย่างนั้นจะมีความสุขอย่างไร แล้วที่บอกว่าเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องช่วยเราทุกคน เรากำลังแย่ คืออะไร

เราเป็นหนี้หน้ามุกห้าพันล้าน

ดวงตาสีฟ้าของชายหนุ่มเบิกกว้าง แม่ครับ อำผมเล่นหรือเปล่า หนี้อะไรมากมายขนาดนั้น

เอริกไม่เชื่อหู เพราะตั้งแต่เกิดมาเขาก็เห็นครอบครัวร่ำรวยมั่งคั่ง ธุรกิจที่ผู้เป็นพ่อและแม่ของเขาสร้างขึ้นเติบโตและสร้างผลกำไรหลายร้อยล้านต่อปี รวมทรัพย์สินทั้งหมดที่มีก็เกือบๆ จะห้าพันล้าน แล้วจู่ๆ แม่มาบอกว่าครอบครัวติดหนี้ห้าพันล้าน ไม่น่าจะเป็นไปได้

เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่ลูกยังเด็ก ๆ ตอนนั้นธุรกิจของครอบครัวเราแย่มาก แย่ขั้นกำลังจะล้มละลายเลยทีเดียว ขายกิจการในหลายๆ ส่วนเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ เราจึงตกลงกันว่าจะกู้เงินกับน้ามุกเพื่อมาอุ้มกิจการ และขยายกิจการให้มั่นคงเหมือนเดิมทิพย์แก้วถอนหายใจ มีการชดใช้หนี้หลายครั้ง แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่หนี้มันจะลดลง เพราะยอดเงินค่อนข้างสูง ดอกเบี้ยก็ยิ่งทบต้นทบดอก และนี่ก็ถึงเวลาจะต้องชดใช้เสียที

คิ้วงามของชายหนุ่มขมวดมุ่น แล้วยังไงครับ ถ้าผมแต่งงาน หนี้ทั้งหมดก็จะหายไป แม่แต่งเรื่องขึ้นมาหรือเปล่า เพราะไม่อยากให้ผมกับรินรดาคบกัน จึงเอาเรื่องหนี้สินและการแต่งงานบ้า ๆ นี้เธอมาหลอกผม ผมไม่ได้โง่นะครับแม่ แล้วทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องพ่อกับแม่ไปยืมเงินน้ามุกมา

อาทิตย์หน้าฝ่ายนั้นจะส่งทนายมาคุยกับเราว่าจะเอาอย่างไร จะยอมแต่งงาน หรือว่าชดใช้เป็นตัวเงิน

เพื่อยืนยันในสิ่งที่แม่พูดเป็นจริง

ทิพย์แก้วเตรียมการเรื่องทนายร่วมกับมุกไพลินไว้เรียบร้อย เธอวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้ลูกจับได้ รู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นแม่วายร้ายในละคร แต่เพื่อสิ่งที่ดีสำหรับลูก เธอ จะต้องทำและต้องร้าย ก่อนที่รินรดาที่เชื่อมั่นว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นใต้ต้นจะร้ายกาจกับครอบครัวแบร์นาร์ด

 แล้วทำไมต้องเป็นผมเขาถาม บ้านเรามีลูกชายตั้งสามคน

 ลูกคงเหมาะสุด สตีฟมีลูกสาวแล้ว ฌองก็กำลังเรียนอยู่ ที่สำคัญฝ่ายน้ามุกเลือกลูกผู้เป็นแม่ให้เหตุผล

 เลือกผม…” เขาเบิกตา ติดใจประเด็นสุดท้าย กัดฟันกรอด ๆ...ต้องเป็นฝีมือของแม่นั่นแน่ๆ

ผู้เป็นแม่พยักหน้า

 เหตุผล...ผมอยากรู้เหตุผล

แม่ไม่ได้ถาม อาจเป็นไปได้ว่าน้ามุกอยากให้ลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝา หรือไม่นิกข์นิภาก็ชอบลูก

เอริกนึกถึงนิกข์นิภา อยากจะฉีกร่างเธอเป็นชิ้น ๆ

 แล้วทำไมเรา ไม่ใช้หนี้เป็นตัวเงิน ทำไมต้องเป็นการแต่งงานด้วย

ทิพย์แก้วมีคำตอบในใจ ขายกิจการทั้งหมดก็อาจจะแค่พอดีกับหนี้สิน แต่ชีวิตเราต่อไปล่ะ แม่ก็แก่แล้ว จะให้ลำบากตอนแก่หรือ พี่เราก็มีลูกสาว น้องเราก็กำลังเรียน พนักงานบริษัทและครอบครัวของพวกเขาอีกล่ะ

 ผมต้องขายตัวไปเป็นผัวแม่นั่นชายหนุ่มกระแทกเสียง โกรธจัดเต็มประดา ลมหายใจของเขาเต็มไปด้วยความอัดอั้น แต่ผมมีคนรักแล้ว แม่ก็รู้

 ฉันไม่รับรู้ด้วย เพราะฉันไม่ชอบแม่นางแบบนั่น

 แม่ชอบผู้หญิงหน้าปานที่จะซื้อผม เหมือนซื้อผู้ชายขายตัว ไปปรนเปรออย่างนั้นน่ะเหรอเขากำหมัด

 เราไม่มีทางเลือกอื่น เราจนมุม และลูกคือทางออกเสียงของเธอหม่นเศร้าลง พลางนึกชื่นชมในการแสดงสมบทบาทของตน ถ้าถามแม่ว่าแม่ชอบใครกว่าระหว่างรินรดาดากับนิกข์นิภา แม่ชอบนิกข์นิภามากกว่าอยู่แล้ว เพราะอะไรนะเหรอเพราะถ้าลูกแต่งงานกับรินรดา นอกจากจะทำให้แม่เสียใจ เราทั้งหมดก็จะไม่เหลืออะไร แน่นอนแม่คิดว่า แม่นั่นคงไม่ชอบแน่ถ้าลูกไม่เหลืออะไร ส่วนถ้าลูกแต่งงานกับนิกข์นิภา เราทั้งหมดก็มีทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่ต้องสร้างหรือเริ่มต้นใหม่

 เรื่องโกหกทั้งเพ

จะคิดอย่างนั้นก็ได้ แต่ทางออกคือลูกคนเดียว ลองคิดดู

ขณะที่ผู้เป็นแม่กำลังหันหลังจะเดินออกจากห้อง เขาใช้มือปัดแฟ้มเอกสารหล่นจากโต๊ะอย่างเดือดดาล โธ่โว้ย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

ผู้เป็นแม่หันกลับมาอีกครั้ง ต่อให้ลูกไม่พอใจแค่ไหน ลูกก็ต้องแต่งงานกับเธอ ลูกจะทำให้เราทุกคนรอดพ้นจากการสิ้นเนื้อประประดาตัว

 ผมไม่แต่ง แม่ไปบอกผู้หญิงคนนั้นเลยว่าผมไม่แต่งเขาตะคอกใส่แม่เสียงดัง เกลียดชังผู้หญิงคนนั้นที่พูดถึง ผมจะแต่งกับรินรดาแต่เพียงผู้เดียว คนเดียวเท่านั้น

ทิพย์แก้วมองลูกชายคนกลางอย่างพร่ามัวด้วยสายน้ำตา ปากสั่นเรียกชื่อเขา เอริก...พร้อมกันนั้นการหายใจเกิดความอยากเย็นขึ้นมา เธอเอามือวางประทับอก เริ่มหายใจไม่ออก แล้วล้มลงนอนที่พื้น

เห็นดังชายหนุ่มวิ่งถลาเข้าไปประคองแม่ในทันที เขย่าปลุกแม่

แม่...แม่เป็นไรครับ

ผู้เป็นแม่หายใจระทวย น้ำตาอาบแก้ม

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"Thank You"

ฟ้าโปรยฝัน


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha