วิวาห์ชำระหนี้

โดย: ฟ้าโปรยฝัน



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


3

 

มุกไพลินได้รับโทรศัพท์จากทิพย์แก้วให้รีบไปที่โรงพยาบาลด่วน โดยเธอต้องสวมบทบาทเป็นเจ้าหนี้ เพื่อไปทวงหนี้ลูกหนี้อย่างทิพย์แก้ว ขณะที่เจ้าตัวจะแสร้งป่วยไข้ไม่สบายนอนซม งานนี้ยังมีแพทย์เจ้าของไข้สมรู้ร่วมคิด

หล้ารู้เรื่องนี้ มุกไพลินโทรไปบอกลูกชายซึ่งยังไม่กลับจากสิงคโปร์ แรกทีเดียวเขาไม่เห็นด้วย แต่เมื่อคนเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายให้เหตุผลตามความเป็นจริง ผู้เป็นลูกชายก็ใจอ่อน และยังบอกอีกว่า ผมสงสัยว่าน้องจะรักเอริกเหมือนกัน เพราะครั้งหนึ่งผมเคยเห็นในสมุดของน้อง เขียนชื่อเอริกและคำว่าคิดถึงเต็มไปหมด แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าตอนนี้จะลบเลือนไปหรือยัง

 แม่จะให้นิกข์แต่งานมุกไพลินพูดกับลูกสาวอยู่ในรถตู้หรู ขณะมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล หญิงสาวเมื่อได้ยินถึงกับตาเบิกโพลง เพื่อความแน่ใจว่าหูไม่ได้ฝาด เธอจึงถามแม่กลับไป

แม่ว่าไงนะคะ

แม่จะให้นิกข์แต่งงานกับลูกชายของน้าทิพย์แก้วมุกไพลินให้ความกระจ่าง สบมองลูกสาวด้วยดวงตาแห่งความแน่วแน่

นิกข์นิภาตกใจและประหลาดใจในสิ่งที่บุพการีพูด เธอจะต้องแต่งงาน ที่สำคัญคือลูกชายของน้าทิพย์แก้ว พลันใบหน้าของเอริกโผล่ขึ้นมาในมโนของหญิงสาวในทันที ทั้งที่ความจริงแล้วลูกชายบ้านแบร์นาร์ดมีถึงสาม

ทำไม...เอ่อ...หนูต้องแต่งงานกับลูกชายของน้าทิพย์แก้วด้วยคะ

เขาเป็นหนี้เรา

หญิงสาวสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก

แม่กำลังจะบอกว่า เขาเป็นเจ้าหนี้เรา แล้วหนูต้องแต่งงานกับเขาเหมือนในละครอย่างนั้นใช่ไหมคะ

 ฟังให้ดีนะนิกข์ลูกแม่ แม่บอกว่า เขาเป็นหนี้เรา เขาต้องแต่งงานกับเราเพื่อชดใช้หนี้

หญิงสาวพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่แม่กำลังบอก

เป็นหนี้ ต้องชดใช้หนี้ แล้วทำไมต้องแต่งงานด้วย

ห้าพันล้าน เขาอาจจะไม่มีจ่ายเราผู้เป็นแม่เอื้อมจับมือลูกสาวมากุม ยังไม่ทันจะเอ่ยประโยคที่ตั้งใจไว้หัวใจและมือสั่นประหลาด

มือแม่สั่น สีหน้าแม่ไม่ค่อยดีด้วย เป็นอะไรหรือเปล่านิกข์นิภารู้สึกได้ กุมมือแน่น สบมอง พลางถามอย่างเป็นห่วง

เปล่า ๆผู้สูงวัยกว่าพยายามกลบเกลื่อนความวิตกกังวลด้วยยิ้มแล้วพูดต่อ  อีกอย่าง แม่ไม่อยากได้เงิน อยากได้คนดูแลลูกมากกว่า แม่มั่นใจในครอบครัวของน้าทิพย์แก้ว ว่าเขาจะดูแลลูกได้ให้เหตุผลลูกสาว อย่างรู้ว่ามีเวลาเหลืออยู่อีกไม่มาก หัวใจแสนเศร้า มือหนึ่งยังคงกุมมือลูกอยู่ อีกมือโอบไหล่ดึงเข้าหาตัว

ผู้ถูกกอดเอียงศีรษะพิง รับรู้ได้ถึงมือที่กระชับมือและอ้อมกอดที่แน่นมากขึ้น คล้ายกับไม่อยากให้หลุดลอยหายไปไหน

หัวใจหญิงสาวไหวเต้นประหลาด อาจจะเพราะเรื่องแต่งงานกับลูกชายของน้าทิพย์แก้ว โดยเป็นการแต่งเพราะฝ่ายนั้นติดหนี้ครอบครัวเธอมหาศาลห้าพันล้าน ในความแปลกของเรื่องราวที่ยังไม่ได้รับความกระจ่างเท่าที่ควร เธอแอบลุ้นว่าลูกชายของน้าทิพย์แก้วจะเป็นใคร มีคำตอบที่ปรารถนาอย่างลืมอาย เธอขอให้เป็นเขา เอริก

แม่ก็ดูแลนิกข์อยู่นี่ไง ต่อจากนี้ไปนิกข์เรียนจบแล้วจะช่วยแม่และพี่หล้าทำงานอย่างสุดฝีมือ ส่วนเรื่องแต่งงาน เอ่อ...หญิงสาวหยุดคิด เป็นจังหวะให้แม่ของเธอพูดขึ้น

ลูกรักพี่เอริกหรือเปล่าถามพลางนึกถึงข้าวของที่เกี่ยวกับเอริก ซึ่งผู้เป็นลูกสาวเก็บไว้ในกล่องใบหนึ่ง เธอเลือกที่จะถามออกไปตรง ๆ จะได้รู้หัวใจลูก

นิกข์นิภาอึ้งกับคำถาม ใบหน้าร้อนผะผ่าว    

ก็เหมือนกับที่รู้สึกกับพี่สตีฟและฌอง

เฉพาะเอริก ลูกรู้สึกอย่างไร

นิกข์นิภากำลังจะถูกคำถามของผู้เป็นแม่หลอมละลาย จึงเฉไฉไปเรื่องอื่น หรือว่าเรื่องหนี้สินห้าพันล้านกำลังจะทำให้ครอบครัวเรากับครอบครัวน้าทิพย์แก้วไม่ลงรอยกัน เพราะที่ผ่านมานิกข์ก็เห็นแม่รักกับน้าทิพย์แก้วรักดี เวลาที่แม่โทรไปหานิกข์ตอนที่นิกข์เรียนอยู่ แม่มักจะพูดถึงน้าทิพย์แก้วเสมอ

 ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันมุกไพลินคิด จะต้องดึงลูกกับมาประเด็นที่ตั้งใจ ลูกสาวของแม่ กำลังแอบรักเอริกอยู่ใช่ไหม

หัวใจเต้นแรงเหลือเกิน ทำไมแม่ถามแบบนี้

 เปล่าๆ

 ในกล่องในตู้เสื้อผ้าของลูก แม่เห็นว่ามีรูปภาพของเอริก เลยเดาเอา

 เอ่อ...เก็บไว้เฉยๆเธออึกอัก

มุกไพลินปรารถนาจะรู้ความจริงจากปากลูก เพื่อความมั่นใจว่า การจะให้ลูกแต่งงานในครั้งนี้ ไม่เป็นการลูกฝืนใจจนเกินไป จะทำให้แผนการที่วางไว้ทุกอย่างเร็วขึ้น ก่อนที่เอริกจะแต่งงานกับรินรดาเสียก่อน หรือไม่ก็ลูกสาวของเธอจะกลายเป็นภรรยาของรภัทรอย่างแก้ไขอะไรไม่ได้

 ตอนเด็กๆ ลูกชอบเอริกแม่รู้

 แม่...พูดอะไรอย่างนั้นเธอเขิน

 แล้วตอนนี้ยังรู้สึกอย่างนั้นหรือเปล่า

 นิกข์ยังไม่ได้ยอมรับเลย

มุกไพลินเลือกไม้ตายสุดท้าย แม่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

 แม่...หัวใจระเบิดเต้นโครมครามขึ้น เธอผละตัวจากวงกอด สบมองผู้เป็นแม่ด้วยสายตาจริงจัง ดวงตาอีกฝ่ายก่ำแดง

 แม่ว่าอะไรนะ แม่เป็นอะไรนะเธอได้ยินชัดว่าแม่เธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่ที่ถามออกไป เธออยากให้คำพูดที่ได้ยินเมื่อครู่ เปลี่ยนไป

 ที่แม่พูดคือเรื่องจริงน้ำตาที่เอ่อดวงตาของผู้สูงวัยกว่าทิ้งทอดเป็นสายลง

 แม่ไม่ได้โกหกนิกข์ใช่ไหมนิกข์นิภาตื่นตระหนก มือไม้สั่น

 มันเป็นธรรมดาของชีวิตนะลูก

เธอตกใจ เจ็บปวด ไม่เชื่อหู น้ำตาไหลออกมาทันทีพร้อมเสียงสะอึกสะอื้น โผเข้ากอดแม่ แม่...ไม่จริงใช่ไหม     

 ลูกเรียนอยู่ แม่ไม่อยากให้ต้องคิดมาก

 ไม่จริงเธอกอดผู้เป็นแม่แน่นขึ้น ราวกับอ้อมกอดมีอานุภาพมากพอจะทัดทานต่อความร้ายกาจของมะเร็งที่จะมีฉุดคร่าชีวิตแม่ไปจากเธอได้

เรื่องแต่งงานมลายหายออกไปจากความคิดของเธอในทันที

 แม่ไม่ได้เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใช่ไหม แม่จะอยู่กับนิกข์ตลอดไป นิกข์จะดูแลแม่เอง แม่จะหายป่วย แม่จะแข็งแรงความเศร้าเสียใจถูกระบายออกมาอย่างฟูมฟาย

 ที่นี้จะยอมรับกับแม่ได้หรือยัง

 ยอมรับว่าอะไรคะแม่เธอสะอื้นสั่นเครือ

 ลูกยังรักพี่เอริกไม่เปลี่ยน

ความเศร้าท่วมท้นหัวใจเธอ แม่คะ…”

 ขอให้แม่ได้รู้หัวใจของลูกก่อนตายเถอะนะ

 ฮือๆ ใช่คะ นิกข์รักพี่เอริกเธอสารภาพออกไปเพราะอยากให้แม่สบายใจ ความเศร้าเสียใจมีมากมายเกินกว่าที่จะใส่ใจกับคำว่า นิกข์รักพี่เอริก

ที่แม่ต้องซักไซ้ เพราะอยากรู้หัวใจลูก อย่างน้อยเพื่อแน่แก่ใจว่าการแต่งงานจะไม่เป็นการฝืนใจลูกมากจนเกินไปมุกไพลินลูบหลังลูกสาวที่ยังคงสะอึกสะอื้น แม่อยากเห็นลูกกับเอริก แต่งงานก่อนที่แม่จะไม่มีโอกาสเห็นได้ไหม

ท้ายประโยคได้ฟังยิ่งร้าวรอน นิกข์นิภาสะอึกสะอื้นหนักขึ้น

 

 

 

มาถึงโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ณ ห้องวีไอพี นิกข์นิภากับผู้เป็นแม่พบว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ข้างเตียงของทิพย์แก้ว หญิงสาวคุ้น ๆ ว่าเขาคือเอริก

สตีฟเพิ่งกลับไปที่บริษัทก่อนหน้าเพื่อประชุมผู้ถือหุ้น จึงคราดกับทั้งสองที่มาเยือน 

 สวัสดีครับน้ามุกแม้รู้สึกขุ่นเคือง แต่ชายหนุ่มยกมือไหว้ตามมารยาท เขารู้สึกคุ้นหน้าหญิงสาวที่มาด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าเธอเป็นใคร ดวงตาของทั้งคู่แดงก่ำ เขาไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดมาก ก่อนจะมองกลับมาที่แม่ซึ่งนอนอยู่

หัวใจที่ยังคงติดค้างความเศร้าอยู่เต้นแรง  ไม่แน่ใจว่าเขาจะจำเธอได้หรือเปล่า ผ่านไปหลายปีที่ไม่ได้เจอกัน ใบหน้าไร้ยิ้มแบบนี้อยู่ในความคุ้นเคย เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เขาเผชิญหน้ากับเธอ แต่เมื่ออยู่กับเพื่อนฝูงรอยยิ้มช่างเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย

 สวัสดีค่ะคุณน้าเธอทักทายเฉพาะผู้เป็นแม่ของชายหนุ่ม ขณะที่ยังคงหลบสายตาไม่มองเขา เธอรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก

 นิกข์นิภาใช่ไหม

 ใช่ค่ะ น้าทิพย์เป็นอย่างไรบ้างคะ

ทันทีที่ตอบ หญิงสาวรับรู้ได้ถึงสายตาเขาที่มองมายังเธอ

 น้าไม่เป็นไรแล้ว เหนื่อยนิดหน่อยมองใบหน้าหญิงสาวอย่างประหลาดใจ ไม่มีปานแล้ว สวยขึ้นเป็นกองทิพย์แก้วเอ่ยชม ก่อนเบือนมองลูกชายแล้วถาม น้องสวยขึ้นหรือเปล่าเอริก

ผู้ถูกถามขบกรามแน่นข่มอารมณ์ เหลือบมองราวจะกินเลือดกินเนื้อ เธอเผลอสบมองและรีบหลบตา อย่างรอคำตอบว่าเขาจะตอบอย่างไร

เขาไม่ทันตอบมุกไพลินก็สวมบทบาทเจ้าหนี้

 อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ เธอยังไม่ได้ใช้หนี้ฉันไปเลยน้ำเสียงสีหน้าสีตาของมุกไพลินราวกับนางร้ายในละคร

นิกข์นิภารู้สึกประหลาดใจในท่าทีของแม่

เอริกเมื่อได้ฟัง รู้สึกโกรธอย่างบอกไม่ถูก ทำไมน้ามุกพูดยังนั้นล่ะครับ เป็นเพื่อนรักกันไม่ใช่เหรอ อาทิตย์ก่อนก็ยังเห็นรักกันดี

มุกไพลินพยายามไม่ให้หลุดบทบาท แม้ในคำพูดของชายหนุ่มจะเป็นการจับผิด

 ก็พูดไปตามความจริงเธออึกอัก เพื่อนรักก็เข้าใจอยู่ แต่หนี้น้าก็มากมายเหลือเกิน ผัดผ่อนมาตลอด ตอนนี้มันถึงเวลาที่ต้องชำระหนี้ตามกฎหมายแล้ว ทีแรกว่าจะส่งทนายไปหาอาทิตย์หน้า แต่เปลี่ยนใจละ เป็นพรุ่งนี้เลยแล้วกัน สะดวกที่บ้านหรือบริษัทดีล่ะ

 แม่ค่ะ...นิกข์นิภาเรียกแม่ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

 ผมรู้ว่าผมต้องแต่งงานกับ...ชายหนุ่มไม่อยากเอ่ยชื่อเธอ เพียงแต่มองวูบเดียว แต่ผมไม่ได้รัก ผมจะแต่งได้อย่างไร ผมขอใช้หนี้เป็นตัวเงินได้ไหม

นิกข์นิภารู้สึกเจ็บปวดกับคำว่า ไม่ได้รัก อย่างบอกไม่ถูก

 ถ้าอย่างนั้น ห้าพันล้าน น้าให้เวลาเดือนเดียวมุกไพลินยื่นคำขาดตามบทบาท ขณะที่ผู้เป็นเพื่อนซึ่งแสร้งป่วยอยู่บนเตียงรู้สึกถูกใจ

 ขอเวลาผมมากกว่านั้นได้ไหม

ชายหนุ่มยังไม่ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับผู้เป็นพี่ชาย เพราะตอนมาโรงพยาบาล เขาตกใจในอาการของผู้เป็นแม่ ครั้นจะเอื้อนเอ่ย ผู้เป็นพี่ชายก็ต้องรีบกลับบริษัทเพื่อไปประชุมผู้ถือหุ้น

 เดือนเดียวก็มากพอ เพราะหลายปีแล้วที่แบร์นาร์ดผัดผ่อนมา ถ้าอย่างนั้นก็ต้องแต่งงานเธอยื่นข้อเสนออย่างรู้สึกแปลกๆ ในวิธีการ

นิกข์นิภายังคงเงียบอย่างไม่รู้ว่าจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา

 อยากได้ผมเป็นลูกเขยมากขนาดนั้นเลยเหรอครับเขาเริ่มเดือดดาล นอกจากมองคนเป็นแม่ ยังเหลือบชำเลืองมองลูกสาวอย่างนิกข์นิภา ราวกับตั้งคำถาม อยากได้ฉันเป็นผัวขนาดนั้นเลยหรือ ผมดีตรงไหน ถึงเลือกเฉพาะเจาะจงมาที่ผม หรือเป็นความต้องการของลูกสาวคุณน้า ไม่มีผู้ชายคนอื่นเหมาะที่จะเป็นลูกเขยแล้วหรือครับ

เมื่อเห็นว่าลูกชายเสียงดังทิพย์แก้วจึงปราม พอแล้วลูก

 ทำไมต้องพอหันไปมองผู้เป็นแม่ชั่วขณะ ก่อนหันกลับมามองผู้สูงวัยกว่า เดินเข้าหา ผมแค่อยากรู้คำตอบ บอกผมมาสิน้ามุก บอกผม

นิกข์นิภาเห็นแม่ถูกชายหนุ่มรุกเร้าหนัก แม่ของเธอกำลังป่วย เธอไม่อยากให้มีสิ่งใดมากระทบกระเทือนจิตใจ เธอเดินเข้าไปขวาง บังผู้เป็นแม่ไว้

 แต่ฉันอยากแต่งหญิงสาวรู้สึกอายมากที่พูดออกไปอย่างนั้น

เขาขบกรามแน่น ส่งสายตาดุเหี้ยมข่มขวัญเธอ ราวกับซาตานร้ายในคราบเทพบุตรสุดหล่อที่ไร้ความปรานี ริมฝีปากบึ้งตึงประหนึ่งโกรธมาสักร้อยชาติ ทันใดนั้นเขาคว้าแขนเธอบีบแน่น

 ทำอะไรนะมุกไพลินตกใจถาม

 ใจเย็นๆ ก่อนลูกทิพย์แก้วบอก

 ผมขอคุยกับลูกสาวของคุณน้าเป็นการส่วนตัวหน่อยนะครับเขามองไปที่แม่ของหญิงสาว

 นิกข์...มุกไพลินเรียกลูกสาว

 ไม่เป็นไรค่ะแม่ นิกข์จะคุย

เมื่อทั้งสองออกจากห้องไป เพื่อนรักอย่างทิพย์แล้วและมุกไพลินมองกัน ส่งยิ้ม ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่วางไว้

 เธอเล่นเก่งมากทิพย์แก้วเอ่ยชม

 แล้วลูกเธอจะทำอะไรลูกฉันหรือเปล่ามุกไพลินถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

ผู้เป็นเพื่อส่ายหน้า ไม่หรอก เขาอาจจะตกลงกันบางอย่างตามประสาหนุ่มสาว แล้วเธอเตรียมทนายฝ่ายเธอพร้อมแล้วหรือยัง

 พร้อมหมดแล้วมุกไพลินบอก

 เธอตาแดงๆ นะ เป็นอะไรหรือเปล่ามุกทิพย์แก้วถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย เมื่อเห็นความก่ำแดงของดวงตาเพื่อผู้ร่วมแผนการ

 ฉันบอกความจริงกับลูกเรื่องมะเร็งไปแล้ว                   

 

ฝ่ายเอริกกระชากดึงแขนเรียวเล็กของสาวเจ้าให้เดินตาม เขากำแน่นราวจะให้ข้อมือเธอแหลกละเอียด เหมือนราชสีห์ที่คาบลากเหยื่อไปอย่างไร้ความเห็นใจ

 ออกประตูมาทางบันไดหนีไฟ เหวี่ยงเธอให้ปลิดปลิวโดยไม่สนว่าเป็นผู้หญิงร่างบาง พ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยสายตาเหยียดหยามดูถูกดูแคลน

เธอสวยก็จริง แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกขยะแขยงอย่างสุดจะทน ใบหน้าใหม่ที่งดงามนั้น มีใบหน้าของเด็กหญิงปานแดงซ้อนอยู่ สำหรับเขา เธอก็แค่หนูจากสถานสงเคราะห์ไร้ชาติกำเนิดตกร่วงลงในถังข้าวสารทองคำ...หนูก็เป็นหนูอยู่วันยังค่ำ

 นิกข์นิภาไม่เคยคิดว่าชายหนุ่มจะแตะเนื้อต้องตัวเธอ เขาเคยผลักเธอล้มคือครั้งเดียวแค่นั้น และครั้งนี้แม้จะเจ็บข้อมือ หากหัวใจกลับเผลอไผลและยินยอม ยินยอมที่จะเจ็บปวดเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับ
เขา

 ทำไมนะ ทุกครั้งที่เธออยู่ใกล้เขา เหมือนทั้งเนื้อทั้งตัวถูกหลอมละลายให้อ่อนปวกเปียก ทั้งที่รู้ว่าเขาร้อน แต่เธอก็อยากจะอยู่ใกล้ 

ดวงตาเขาที่มองมาไม่เคยเปลี่ยน มันคือความชิงชังรังเกียจ นัยน์ตาสีฟ้าคล้ายจะดูดดึงเธอเข้าไป 

พี่เอริกมีอะไรคุยกับนิกข์เหรอคะสบมองเขาคู่หนึ่ง ก่อนจะหลบตาเพราะกลัวถูกดูดดึง

ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่เขาคำรามราวกับราชสีห์ขู่เหยื่อ ฉันมีน้องชายเพียงคนเดียว

เธอตกใจในสุ้มเสียงของเขา เอ่อ...คุยในห้องก็ได้

คุยในห้องมันใส่อารมณ์ได้ไม่เต็มที่เขาก้าวเดินเข้ามา ทำเป็นหักนิ้วขู่ให้เธอกลัว อย่าบอกนะว่าเธออยากได้ฉันมากเลยใช้วิธีนี้

เธอถอยจนหลังชิดชนผนัง กลิ่นน้ำหอมบุรุษโชยมาจากกายและเสื้อผ้าของเขา พี่เอ่อ...คุณพูดเรื่องอะไรเธอเกือบลืมในข้อห้ามก่อนจะเปลี่ยนมาเรียกชายหนุ่มว่าคุณให้ดูห่างเหินออกไปอีก

แต่ตอนนี้เขาช่างอยู่ใกล้เธอเหลือเกิน เธอรู้สึกเกรงกลัวเขาจนลืมหายใจในบางห้วง

เธอแอบชอบฉันมาตั้งแต่เด็กๆ ฉันรู้เขาพูดอย่างหลงตัวเอง

ใช่นิกข์นิภาหลงรักเขามาตั้งแต่แรกพบ เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก และตอนนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ แต่ก็ไม่สามารถพูดได้ดังใจ

ก็ใช่ว่าตอนนี้ฉันจะยังชอบคุณอยู่น้ำเสียงสั่นไหว

หญิงสาวผู้จนมุมเบี่ยงตัวเพื่อหลบร่างใหญ่ ตั้งใจจะเดินไปที่ประตูกลับเข้าไปข้างใน หากแต่ราชสีห์โมโหร้ายอย่างเขาขยับเพียงก้าวเดียวก็ขวางเธอได้แล้ว

 แล้วทำไมระริกระรี้อยากจะแต่งงานกับฉันนักเสียงคำรามของเขาก้อง

คำพูดของเขาทำให้เธอต้องสบมอง เธอถูกดวงตาของเขาดูดดึงเข้าไปอีกแล้ว จะมีสักครั้งไหมที่เขาจะพูดดีกับเธอ มองเธอด้วยสายตาแบบใหม่

ดวงตาของนิกข์นิภาแดงก่ำผ่านการร้องไห้มา แต่มีหรือเขาจะใส่ใจกับหน้าต่างหัวใจของผู้หญิงที่น่ารังเกียจอย่างเธอ ทว่ากลับไม่เข้าใจตัวเองที่เผลอไปจับจ้องรูปริมฝีปากบางงาม อันเหมือนกลีบกุหลาบชมพูเคลือบเงาด้วยลิปสติกฉ่ำยั่วเย้าราวกับถูกสะกดจิตในเสี้ยววินาที

ฉันเพิ่งจะรู้จากแม่ก่อนมาถึงโรงพยาบาลนี่เอง

 โกหกเขาตวาด ฉันเห็นแววตาเธอก็รู้ว่าอยากจะกินฉันแค่ไหน ผู้ชายในโลกนี้ไม่มีแล้วเหรอ ถึงจ้องจะจับฉันให้ได้ เออ...สวยขึ้นนี่ ถึงขั้นลงทุนไปศัลยกรรมเพื่อการนี้เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ เธอยังเหมือนเดิมในสายตาฉัน หน้าของเธอยังคงมีปานแดง เธอยังคงเป็นเด็กผู้หญิงสกปรกจากสถานสงเคราะห์ที่น่าขยะแขยง ฉันเกลียดเธอทุกลมหายใจเข้าออก

นิกข์นิภารู้สึกเจ็บปวดในถ้อยคำร้ายๆ จากเขา หรือเขาเกิดมาเพื่อทำร้ายจิตใจเธอ หรือเธอเกิดมาเพื่อให้เขารังเกียจ

เธอเบี่ยงตัว พยายามเดินหนีอีกครั้ง แล้วแต่จะมอง แล้วแต่จะคิด

ชายหนุ่มรั้งแขนเธอไว้  กุมแน่นด้วยหวังให้เจ็บปวดมาก
ที่สุด
เธอจะไปไหน เรายังพูดกันไม่รู้เรื่องเลยน้ำเสียงของคนตัวโตกระด้าง

บอกแล้วไง ว่าฉันก็เพิ่งรู้ร่างบางพยายามจะสะบัดต่อต้าน แต่มีหรือจะสู้พละกำลังคนร่างโตได้

แล้วทำไมไม่ปฏิเสธชายหนุ่มคำรามอย่างเกรี้ยวกราด

ฉันไม่อยากขัดใจแม่ถ้าเป็นไปได้เธอจะพูดใหม่ หาเหตุผลที่คิดว่าน่าจะเหมาะสมกว่านี้ แต่เมื่อพูดไปแล้วก็แก้ไขอะไรไม่ได้

เอาแม่มาอ้างเขาถลึงตา กำมือแน่นจนอีกฝ่ายรู้สึกชา เพราะเลือดไม่ไปเลี้ยงฝ่ามือ

ปล่อยนะ ฉันเจ็บอีกมือหนึ่งของเธอพยายามดึงมือเขาออก แต่กำลังของเรียวมือบางก็น้อยเกินกว่าต่อกรได้

 ไม่ปล่อย ยอมรับมาก่อนสิว่า เธออยากได้ฉันจนเนื้อตัวสั่นชายหนุ่มเดือดดาล

 ฉันไม่ได้อยากได้หญิงสาวเปล่งร้องใส่เขา คุณกำลังหลงตัวเอง

หลงตัวเองอย่างนั้นเหรอเขาบึ้งตึงถลึงตา แล้วห้าพันล้านที่จะซื้อฉันไปเป็นผัวล่ะ มันหมายความว่าอย่างไร

 นั่นเป็นการใช้หนี้

แล้วทำไมไม่ให้ฉันผ่อนจ่ายเป็นตัวเงินชายหนุ่มตั้งข้อสังเกต ทั้งที่รับรู้มาจากแม่แล้วว่า แม้จะขายกิจการทั้งหมดอาจจะพอชดใช้เพียงหนี้สิน ก็เท่ากับว่าจะไม่เหลืออะไร ทำไมต้องเป็นตัวฉัน ถ้าอยากได้ฉันนัก ขอสิ ขอนอนกับฉันสิ ฉันอาจจะยอมนอนกับเด็กกำพร้าจากสถานสงเคราะห์อย่างเธอสักคืนสองคืนเพื่อให้เธอได้รู้รสชาติ ฉันจะบริจาคน้ำเชื้อให้

คนบ้าเป็นคำด่าที่เธอนึกขึ้นได้เร็วที่สุด เพื่อตอบโต้คำพูดรุนแรงจากเขา

เธอน่ะสิโรคจิต ใช้เงินซื้อผู้ชายเขาเหวี่ยงเธอกระแทกผนัง

โอ๊ย...หญิงสาวรู้สึกปวดที่หัวไหล่ หันไปเบิกตาใส่ ขุ่นเคืองต่อการกระทำและคำพูดของเขายิ่งนัก แล้วคุณมีเงินใช้หนี้ฉันหรือเปล่าล่ะ ห้าพันล้าน

ฉันขอผ่อนจ่ายเขาเสนอ ผ่อนจ่ายเป็นเป็นตัวเงิน และระยะเวลามากกว่าหนึ่งเดือน อาจจะต้องเป็นปี แต่ฉันใช้เธอหมดทุกบาททุกสตางค์แน่

ฉันอยากได้เงินก้อนทีเดียวห้าพันล้านนิกข์นิภาอยากท้าทายเขาอย่างรู้สึกไม่เป็นตัวเอง ถ้าไม่มี ก็ต้องทำตามที่แม่ฉันกับแม่คุณตกลงกัน

แม่ฉันถูกแม่เธอบีบ

 เป็นหนี้ก็ต้องชดใช้

เอริกขบกรามจนรู้สึกปวด ให้ฉันใช้หนี้เป็นเงินจะดีกว่า...ห้าพันล้าน เธอสามารถซื้อผู้ชายได้มากมาย เธอจะได้นอนกับผู้ชายมากหน้าหลายตา ไม่ซ้ำหน้าเขายิ้มเหยียด วันละร้อย วันละพันคนก็ยังได้ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

เผียะ!

นิกข์นิภาตบหน้าเขาฉาดใหญ่อย่างรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นแมวน้อยที่อาจหาญข่วนหน้าราชสีห์ร้าย ขณะเดียวกันชายหนุ่มคาดไม่ถึงว่าเธอจะกล้า

นี่เธอ...

เอริกใช้มือลูบแก้มตัวเองที่เพิ่งถูกฝากฝังแรงกระทบเอาไว้ 

จะบอกให้รู้ไว้นะ...คุณเอริก แบร์นาร์ดเธอเรียกชื่อเขาเต็มยศ รู้สึกเคืองขุ่นมากที่สุดในคำพูดของเขาก่อนหน้า ถ้าเป็นเงินฉันเอง ไม่ใช่เงินของแม่ละก็ ฉันคงไม่เสียมันมาซื้อคุณหรอก ห้าพันล้านมันมากไปนะ สำหรับคนที่ชอบดูถูกดูแคลนคนอื่นอย่างคุณ ห้าพันบาทก็หรูแล้ว

เธอยิ้มเยาะเขาบ้างอย่างเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า ลูกหนี้ที่ปากดีกับเจ้าหนี้อย่างนี้ ระวังดอกเบี้ยขึ้นพรวดๆ

เธอเพียงอยากตอบโต้คนเย่อหยิ่งอย่างเขาบ้าง เธอรู้สึกว่าตัวเองกล้าหาญชาญชัยเหลือเกิน มองกลับไปด้วยตาที่ยิ่งแดงก่ำ สั่งห้ามใจตัวเองว่าอย่าได้กลัว และอย่าอ่อนแอ สายตาที่ตอบสนองกลับมาแค้นเคืองอย่างเต็มประดา

ห้าพันบาทอย่างนั้นเหรอชายหนุ่มผู้ทรงพละกำลังคำราม ระบายโทสะด้วยการผลักนิกข์นิภาจนล้มหงายลง

โอ๊ย…”

เขากระชากประตูหนีไฟเข้าไปข้างใน กระแทกเท้าเดินหนีไปอย่างรู้สึกว่าศักดิ์ศรีของตัวเองกำลังถูกผู้หญิงอย่างนิกข์นิภาเหยียบและบดขยี้ด้วยปลายเท้า ตั้งแต่เกิดมาไม่มีใครคนไหนดูถูกเขามากขนาดนี้เลย ห้าพันบาทก็หรูแล้ว

ฝ่ายผู้ถูกผลักล้มน้ำตาไหลอย่างร้าวราน น้ำตาที่ไหลออกมาหาใช่ความเจ็บปวดเพราะแรงกระแทกพื้นไม่ หากเศร้าสร้อยจากการนึกถึงคำแม่

แม่อยากเห็นลูกกับเอริก แต่งงานก่อนที่แม่จะไม่มีโอกาสเห็นได้ไหม

นี่แม่จะจากเธอไปจริงๆ แล้วใช่ไหม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"Thank You"

ฟ้าโปรยฝัน


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha